ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
กีฬา โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว. ✦
กีฬา “บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม ✦
กฎหมาย คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน ✦
การขนส่ง ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง ✦
เศรษฐกิจ ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน ✦
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

กีฬา

โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

หลังจากคว้าเหรียญทองว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตรในเอเชียนเกมส์ โอฮาชิได้ประกาศความตั้งใจที่จะคว้าแชมป์โลกและทำลายสถิติโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online นักว่ายน้ำโอฮาชิประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ หลังจากชัยชนะครั้งสำคัญนี้ นักกีฬาได้ประกาศต่อสาธารณะว่าเป้าหมายใหญ่ต่อไปของเธอคือการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ เธอยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำลายสถิติโลกในประเภทนี้อีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้เน้นย้ำถึงระดับการแข่งขันว่ายน้ำที่สูงในระดับภูมิภาค ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาอาจสนใจติดตามความคืบหน้าของโอฮาชิในขณะที่เธอก้าวจากความสำเร็จระดับภูมิภาคไปสู่เป้าหมายระดับโลก

แม้ว่าผลงานของเธอในเอเชียนเกมส์จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งต่อไปและการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมของเธอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้แฟนกีฬาและผู้ติดตามคอยติดตามข่าวสารกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางของเธอสู่การทำลายสถิติโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กฎหมาย

กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

กลุ่มนักเคลื่อนไหวยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ทบทวนการดำเนินคดีกับบุคคล 229 คน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กลุ่มนักเคลื่อนไหว นำโดยพิชิตและบุคคลที่รู้จักกันในนาม 'ทนายนกเขา' ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนการตัดสินใจดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลจำนวน 229 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงจุดยืนคัดค้านกลยุทธ์ทางกฎหมายของ กกต. ในปัจจุบันอย่างรุนแรง ในระหว่างการยื่นข้อเรียกร้อง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เตือนให้ กกต. พิจารณาทบทวนท่าที โดยอ้างถึงกรณีในอดีตที่เคยมีกรรมการการเลือกตั้งต้องโทษจำคุกจากการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มนักเคลื่อนไหวโต้แย้งว่าการดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 229 คนในขณะนี้ไม่เป็นธรรมและจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมายและการเมืองภายในประเทศ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการชุมนุมในพื้นที่ใกล้หน่วยงานราชการ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะตอบสนองต่อคำร้องดังกล่าวอย่างไร และคดีความของบุคคลทั้ง 229 คนจะดำเนินต่อไปตามแผนหรือจะมีการทบทวนใหม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมการประท้วงหรือการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กีฬา

“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันคู่ผสมชาวไทย โพสต์ข้อความขอโทษแฟนกีฬาชาวไทยหลังพ่ายแพ้ในการแข่งขันรอบแรกของเอเชียนเกมส์

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันมือวางอันดับ 5 ของโลกในประเภทคู่ผสม ได้ยุติเส้นทางการแข่งขันในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ลงตั้งแต่รอบแรก โดยเดชาพลซึ่งจับคู่กับ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน ได้ลงสนามพบกับคู่ผสมจากเจ้าภาพ ยูตะ วาตานาเบะ และมายะ ทากูจิ ก่อนจะพ่ายแพ้ไป 2 เกมรวด ทำให้ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจบการแข่งขัน นักแบดมินตันวัย 29 ปี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสื่อสารกับแฟนกีฬา โดยระบุว่าตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว และขอโทษที่ทำได้เพียงเท่านี้

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารกีฬาในภูมิภาค ผลการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสายการแข่งขัน เนื่องจากคู่ของไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งของรายการ แม้ผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงแค่ผลการแข่งขัน แต่แฟนกีฬาอาจสนใจติดตามว่าผลงานดังกล่าวจะส่งผลต่ออันดับโลกของนักกีฬาทั้งสองคนและการเข้าร่วมรายการแข่งขันในอนาคตอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตารางการฝึกซ้อมหรือกำหนดการแข่งขันรายการต่อไปของทั้งคู่ในระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

กระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบในเขตดินแดง ส่งผลให้มีการจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่ลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบการประกอบธุรกิจโดยใช้ 'นอมินี' ในเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวและจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่พบว่ากำลังทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

บุคคลเหล่านี้ถูกควบคุมตัวและกำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในข้อหาละเมิดกฎระเบียบด้านแรงงานและคนเข้าเมือง การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจและเพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานที่เข้มงวดของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการมีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการจ้างงานทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่การถูกจับกุมทันที การปรับ และการถูกเนรเทศ แม้ว่าการปฏิบัติการครั้งนี้จะเน้นไปที่เขตเฉพาะ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบในภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อยับยั้งการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามีการวางแผนตรวจสอบเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ หรือการปฏิบัติการนี้จะนำไปสู่การสอบสวนที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับบริษัทที่จ้างบุคคลเหล่านี้หรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของตนถูกต้องอยู่เสมอและติดตามกฎระเบียบด้านแรงงานในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

ตำรวจนครบาลทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด ยึดไอซ์ได้ 519 กิโลกรัม เตรียมส่งลงภาคใต้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายจิโรตน์ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ได้ที่ปั๊มน้ำมันย่านบางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจยึดของกลางเป็นยาไอซ์ได้ 300 กิโลกรัมจากตัวผู้ต้องหา พร้อมรถบรรทุกและโทรศัพท์มือถือ ต่อมาเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายอดรวมของการยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้มีจำนวนสูงถึง 519 กิโลกรัม โดยผลการสอบสวนพบว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกขนส่งมาจากกรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งยังภาคใต้ของประเทศไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการกระจายยาเสพติดขนาดใหญ่ภายในประเทศ แม้ภัยคุกคามจากการขนส่งล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายอาชญากรรมยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือแหล่งที่มาของยาเสพติดดังกล่าว ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารในพื้นที่เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

คณะกรรมาธิการตำรวจลงพื้นที่เพชรบุรีเพื่อตรวจสอบมาตรการจัดเก็บอาวุธปืน โดยอ้างถึงความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมการแพร่กระจายของอาวุธผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการควบคุมและจัดเก็บอาวุธปืน ณ กองร้อยปฏิบัติการฝึกที่ 2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อประเมินมาตรการป้องกันการสูญหาย การลักลอบจำหน่าย และภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชน

ในระหว่างการลงพื้นที่ นายวัชรพงศ์ได้ตอบโต้ข้อวิจารณ์จากฝ่ายค้านเกี่ยวกับความคืบหน้าทางกฎหมายของรัฐบาล โดยยืนยันว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนมาตั้งแต่ปี 2566 พร้อมทั้งชี้แจงว่าฝ่ายค้านควรทำการบ้านให้มากขึ้นก่อนที่จะยื่นคำถามอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของความปลอดภัยสาธารณะ คณะกรรมาธิการได้เปิดเผยข้อมูลว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนถึง 83% เป็นอาวุธผิดกฎหมาย ไม่มีการลงทะเบียน หรือมีการโอนย้ายที่ไม่ถูกต้อง ในขณะที่มีเพียง 17% เท่านั้นที่เป็นอาวุธปืนที่ถูกกฎหมาย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเข้มงวดกับกฎระเบียบด้านอาวุธปืนเพื่อยกระดับความปลอดภัย แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะอยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้การแก้ไขกฎหมายที่เสนอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันว่าความพยายามเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

การขนส่ง

ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

แหล่งข่าวเดียว
ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

บริษัทครอบครัวขนส่งประกาศระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำในคลองสูงขึ้นจนไม่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า บริษัท ครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบ ได้ประกาศระงับการให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยสาเหตุเกิดจากระดับน้ำในคลองแสนแสบที่เพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ไม่สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและผู้ที่ใช้บริการเรือด่วนเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางผ่านกรุงเทพมหานคร การระงับบริการในครั้งนี้ทำให้ผู้โดยสารจำเป็นต้องหันไปใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทาง หรือระบบรถไฟฟ้า BTS/MRT ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรบนถนนโดยรอบมีความหนาแน่นมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะใช้บริการเรือเพื่อการเดินทางหรือท่องเที่ยวควรทราบว่าบริการนี้ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้

ในขณะนี้ ผู้ให้บริการยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนในการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง การกลับมาเดินเรือจะขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ลดลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ครอบครัวขนส่ง หรือข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง คลองแสนแสบจะยังคงปิดให้บริการเรือด่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:15 UTC

เศรษฐกิจ

ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

ภาคการส่งออกของไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 24.3% ในเดือนสิงหาคม 2569 คิดเป็นมูลค่า 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.3% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 56 เดือน ส่งผลให้ยอดการส่งออกรวมในช่วง 8 เดือนแรกของปีเติบโตขึ้น 18.9%

การพุ่งขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของการลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในไทย นอกจากนี้ การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของภาคผลไม้ไทยยังมีส่วนช่วยให้ตัวเลขดังกล่าวเป็นบวก ขณะนี้ทางการมีความคาดหวังว่ายอดการส่งออกรวมตลอดทั้งปีอาจเติบโตได้ถึง 15% หรือแตะระดับ 3.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนี้บ่งชี้ถึงดุลการค้าของประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินและกิจกรรมทางธุรกิจในท้องถิ่น แม้ข้อมูลปัจจุบันจะสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากขึ้นอยู่กับความผันผวนของความต้องการชิ้นส่วนเทคโนโลยีในตลาดโลกและสภาวะตลาดระหว่างประเทศ โดยนักวิเคราะห์จะคอยจับตาดูว่าแนวโน้มเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:45 UTC

SK Hynix ประกาศจ่ายโบนัสพนักงานครั้งใหญ่จากอานิสงส์การเติบโตของ AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

SK Hynix ประกาศจ่ายโบนัสพนักงานครั้งใหญ่จากอานิสงส์การเติบโตของ AI

SK Hynix ยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์จากเกาหลีใต้ประกาศจ่ายโบนัสให้พนักงานคนละ 18 ล้านวอน โดย 60% จ่ายเป็นหุ้นบริษัท หลังความต้องการด้าน AI พุ่งสูงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

SK Hynix ประกาศจ่ายโบนัสพนักงานครั้งใหญ่จากอานิสงส์การเติบโตของ AI

แหล่งข่าวเดียว
SK Hynix ประกาศจ่ายโบนัสพนักงานครั้งใหญ่จากอานิสงส์การเติบโตของ AI

SK Hynix ยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์จากเกาหลีใต้ประกาศจ่ายโบนัสให้พนักงานคนละ 18 ล้านวอน โดย 60% จ่ายเป็นหุ้นบริษัท หลังความต้องการด้าน AI พุ่งสูงขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ SK Hynix ได้ประกาศมอบแพ็กเกจโบนัสจำนวนมากให้แก่พนักงาน โดยพนักงานแต่ละคนจะได้รับเงินโบนัส 18 ล้านวอน ซึ่ง 60% ของจำนวนดังกล่าวจะจ่ายในรูปแบบของหุ้นบริษัท แรงจูงใจทางการเงินนี้เป็นผลมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคส่วนปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างจากกระแส AI ระดับโลกที่มีต่อห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยี เนื่องจาก SK Hynix เป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดชิปหน่วยความจำ การเคลื่อนไหวขององค์กรเช่นนี้มักเป็นสัญญาณของการลงทุนและความมั่นคงที่ต่อเนื่องในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มตลาดในภูมิภาคและโอกาสในการจ้างงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

แม้ว่าจะมีการประกาศโครงสร้างโบนัสออกมาแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาการถือครองหุ้น (vesting period) สำหรับส่วนที่เป็นหุ้นนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ผู้สังเกตการณ์ยังคงรอดูว่าการดำเนินการนี้จะส่งผลต่อมูลค่าหุ้นระยะยาวของบริษัทอย่างไร และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่นๆ ในภูมิภาคจะดำเนินโครงการจูงใจในลักษณะเดียวกันเพื่อรักษาบุคลากรท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงสำหรับแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:10 UTC

มจพ. จับมือ สคบ. ยกระดับมาตรฐานตลาดออนไลน์ (E-Marketplace)
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

มจพ. จับมือ สคบ. ยกระดับมาตรฐานตลาดออนไลน์ (E-Marketplace)

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อพัฒนาความปลอดภัยของตลาดออนไลน์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

มจพ. จับมือ สคบ. ยกระดับมาตรฐานตลาดออนไลน์ (E-Marketplace)

แหล่งข่าวเดียว
มจพ. จับมือ สคบ. ยกระดับมาตรฐานตลาดออนไลน์ (E-Marketplace)

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อพัฒนาความปลอดภัยของตลาดออนไลน์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานของตลาดออนไลน์ (E-Marketplace) เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้แพลตฟอร์มการซื้อสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยเป็นประจำ ความคิดริเริ่มนี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโปรโตคอลการตรวจสอบและความปลอดภัยที่เข้มงวด ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อลดกรณีการฉ้อโกงและปรับปรุงความน่าเชื่อถือโดยรวมของการทำธุรกรรมออนไลน์ ความพยายามนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคให้ทันสมัยตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน

แม้ว่าจะมีการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการนำมาตรฐานใหม่เหล่านี้ไปปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อแนวทางการดำเนินงานของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแต่ละแห่งอย่างไร หรือจะมีเครื่องมือเฉพาะใดบ้างที่จะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถระบุตัวตนของผู้ขายที่ผ่านการตรวจสอบแล้วได้ คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่โครงการดำเนินไปสู่ขั้นตอนการพัฒนาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:11 UTC

กรมทรัพยากรน้ำยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในงาน GOV Cloud 2026
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในงาน GOV Cloud 2026

รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมงาน GOV Cloud 2026 เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงระบบดิจิทัลของภาครัฐให้ทันสมัย

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กรมทรัพยากรน้ำยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในงาน GOV Cloud 2026

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในงาน GOV Cloud 2026

รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมงาน GOV Cloud 2026 เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงระบบดิจิทัลของภาครัฐให้ทันสมัย

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมการประชุม GOV Cloud 2026 โดยทางกรมฯ ระบุว่างานดังกล่าวเน้นไปที่การพัฒนาเชิงกลยุทธ์และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐบาลไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของบริการสาธารณะ ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบคลาวด์ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ผู้ใช้อาจได้รับประสบการณ์การโต้ตอบทางดิจิทัลที่ราบรื่นยิ่งขึ้นกับหน่วยงานของรัฐ รวมถึงหน่วยงานที่ดูแลด้านทรัพยากรน้ำและข้อมูลสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ได้รับการปรับปรุงมักนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลที่ดีขึ้นและแพลตฟอร์มบริการสาธารณะที่ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

แม้ว่าทางกรมฯ จะยืนยันการเข้าร่วมและความมุ่งมั่นต่อความก้าวหน้าทางดิจิทัลเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการนำบริการบนคลาวด์ใหม่มาใช้งานนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานส่วนหลังเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่ออินเทอร์เฟซผู้ใช้ของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันมือถือที่ให้บริการแก่สาธารณะอย่างไรในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังคงดำเนินการปรับกรอบการทำงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลระดับชาติอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:01 UTC

การผงาดของ Datadog: จากนักล่าบั๊กสู่ผู้เฝ้าระวังด้วย AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การผงาดของ Datadog: จากนักล่าบั๊กสู่ผู้เฝ้าระวังด้วย AI

ในขณะที่การลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้น แพลตฟอร์มตรวจสอบซอฟต์แวร์อย่าง Datadog กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะเครื่องมือสำคัญสำหรับการจัดการระบบดิจิทัลที่ซับซ้อน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การผงาดของ Datadog: จากนักล่าบั๊กสู่ผู้เฝ้าระวังด้วย AI

แหล่งข่าวเดียว
การผงาดของ Datadog: จากนักล่าบั๊กสู่ผู้เฝ้าระวังด้วย AI

ในขณะที่การลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ทั่วโลกกำลังเร่งตัวขึ้น แพลตฟอร์มตรวจสอบซอฟต์แวร์อย่าง Datadog กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะเครื่องมือสำคัญสำหรับการจัดการระบบดิจิทัลที่ซับซ้อน

ตามรายงานจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 การผลักดันระดับโลกสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้นำไปสู่การที่รัฐบาลและองค์กรเอกชนหลายแห่งเร่งลงทุนในศูนย์ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนี้ Datadog ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เคยเป็นที่รู้จักเฉพาะในแวดวงซอฟต์แวร์เฉพาะกลุ่ม กำลังก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงการบูรณาการอย่างต่อเนื่องของประเทศเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก ในขณะที่ประเทศไทยยังคงพัฒนาขีดความสามารถด้านคลาวด์และ AI ของตนเอง แพลตฟอร์มอย่าง Datadog ทำหน้าที่เป็น 'สุนัขเฝ้าบ้าน' ที่คอยรับประกันว่าระบบเหล่านี้จะมีความเสถียรและปราศจากข้อผิดพลาด แม้ว่าผู้ใช้งานทั่วไปอาจไม่ได้โต้ตอบกับซอฟต์แวร์นี้โดยตรง แต่ความน่าเชื่อถือของบริการดิจิทัล แอปพลิเคชันธนาคาร และพอร์ทัลของรัฐบาลที่ใช้ในชีวิตประจำวันนั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานการตรวจสอบดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเครื่องมือตรวจสอบเฉพาะทางเหล่านี้จะได้รับการยอมรับจากองค์กรในประเทศไทยมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ในขณะที่ประเทศกำลังขยายรอยเท้าทางดิจิทัล ผลกระทบระยะยาวของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ต่อตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีในท้องถิ่นและคุณภาพการบริการยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามว่าเทคโนโลยีเบื้องหลังเหล่านี้จะกำหนดอนาคตของภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:00 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ 'Food Surplus Credit' ยกระดับการรายงานผล ESG
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ 'Food Surplus Credit' ยกระดับการรายงานผล ESG

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำเสนอระเบียบวิธีใหม่ในการเปลี่ยนอาหารส่วนเกินที่ปลอดภัยและได้รับบริจาคให้กลายเป็นคาร์บอนเครดิตที่ตรวจสอบได้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเปิดตัวโครงการ 'Food Surplus Credit' ยกระดับการรายงานผล ESG

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'Food Surplus Credit' ยกระดับการรายงานผล ESG

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำเสนอระเบียบวิธีใหม่ในการเปลี่ยนอาหารส่วนเกินที่ปลอดภัยและได้รับบริจาคให้กลายเป็นคาร์บอนเครดิตที่ตรวจสอบได้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กำลังขับเคลื่อนโครงการใหม่ภายใต้ชื่อ 'Food Surplus Credit' โดยใช้ระเบียบวิธี T-VER เพื่อเปลี่ยนอาหารส่วนเกินที่ปลอดภัยและได้รับบริจาคให้กลายเป็นคาร์บอนเครดิตที่ตรวจสอบได้ ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ หัวหน้าโครงการ Thailand’s Food ระบุว่ากรอบการทำงานนี้ออกแบบมาเพื่อให้ภาคธุรกิจมีกลไกที่โปร่งใสในการรายงานผลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและธุรกิจในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานความพยายามลดขยะอาหาร การสร้างวิธีการคำนวณที่เป็นมาตรฐานนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นต้นแบบระดับเอเชียสำหรับการจัดการขยะอย่างยั่งยืน สำหรับผู้ที่อาศัยหรือมาเยือนประเทศไทย สิ่งนี้อาจนำไปสู่โครงการบริจาคอาหารที่เป็นระบบมากขึ้นและการมีส่วนร่วมขององค์กรในด้านความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาคธุรกิจบริการและค้าปลีก

แม้ว่าระเบียบวิธีนี้จะได้รับการส่งเสริมให้เป็นเครื่องมือที่โปร่งใสสำหรับการรายงาน ESG แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบระยะยาวต่อโครงการความมั่นคงทางอาหารในท้องถิ่น และเกณฑ์เฉพาะที่ธุรกิจต้องปฏิบัติตามเพื่อให้ได้รับเครดิตเหล่านี้ ซึ่งยังคงอยู่ในระหว่างการบูรณาการเข้ากับกรอบการทำงาน T-VER ในวงกว้าง ทั้งนี้คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่ สวทช. ยังคงปรับปรุงโมเดลนี้เพื่อการนำไปใช้ในระดับภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 09:00 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ ชี้แจงการปรับแก้สัญญาโครงการ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ ชี้แจงการปรับแก้สัญญาโครงการ TH-AI Passport

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเปิดเผยรายละเอียดการแก้ไขสัญญาโครงการ TH-AI Passport โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการชำระเงินเป็นแบบจ่ายตามการใช้งานจริง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวงดิจิทัลฯ ชี้แจงการปรับแก้สัญญาโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ ชี้แจงการปรับแก้สัญญาโครงการ TH-AI Passport

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเปิดเผยรายละเอียดการแก้ไขสัญญาโครงการ TH-AI Passport โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการชำระเงินเป็นแบบจ่ายตามการใช้งานจริง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เปิดเผยสัญญาแนบท้ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ TH-AI Passport โดยกระทรวงฯ ชี้แจงว่ามีการปรับแก้ขอบเขตงาน (TOR) เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างการชำระเงินให้เป็นแบบ 'จ่ายตามการใช้งานจริง' (pay-per-use) เพื่อให้สะท้อนถึงการใช้งานระบบจริงแทนการจ่ายค่าใช้จ่ายคงที่

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นการอัปเดตด้านการบริหารจัดการและงบประมาณเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐ แม้ว่าระบบ TH-AI Passport จะถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบตัวตนและบริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง แต่ประกาศในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ทางสัญญาระหว่างรัฐกับผู้ให้บริการ ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในการขอหนังสือเดินทางหรือเอกสารการเดินทางฉบับจริงที่บุคคลถือครองอยู่แต่อย่างใด

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการชำระเงินนี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาวหรือการขยายบริการดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับ TH-AI Passport อย่างไร ในขณะที่กระทรวงฯ ยังคงดำเนินการบริหารจัดการกรอบการทำงานด้านอัตลักษณ์ดิจิทัลเหล่านี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาล เพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริการสำหรับผู้ใช้งานหรือกระบวนการยืนยันตัวตนดิจิทัลสำหรับการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:50 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ ปรับแพลตฟอร์ม AI-Pass หลังถูกท้วงติงเรื่องความปลอดภัย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ ปรับแพลตฟอร์ม AI-Pass หลังถูกท้วงติงเรื่องความปลอดภัย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยประกาศเปลี่ยนโดเมนสำหรับโครงการ TH-AI Passport หลังจากได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องความปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวงดิจิทัลฯ ปรับแพลตฟอร์ม AI-Pass หลังถูกท้วงติงเรื่องความปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ ปรับแพลตฟอร์ม AI-Pass หลังถูกท้วงติงเรื่องความปลอดภัย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยประกาศเปลี่ยนโดเมนสำหรับโครงการ TH-AI Passport หลังจากได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้จัดงานแถลงข่าวเพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการ TH-AI Passport โดยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ได้ยอมรับถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์มและกล่าวขออภัยต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้กระทรวงฯ สั่งการให้ระบบ AI-Pass ปรับไปใช้โดเมน '.go.th' ซึ่งเป็นโดเมนที่สงวนไว้สำหรับหน่วยงานรัฐ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความปลอดภัย

โครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 1,127,664 ราย โดยข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าระบบมีกำหนดจะเปิดใช้งานจริงอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีจุดมุ่งหมายเพื่อยืนยันความถูกต้องของแพลตฟอร์มดิจิทัล ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะบริการของรัฐที่เป็นทางการออกจากเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับอนุญาตได้ ในระหว่างที่การย้ายโดเมนกำลังดำเนินการ ผู้ใช้งานควรติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ลงทะเบียนไปแล้วอย่างไร และจะมีการปรับปรุงทางเทคนิคเพิ่มเติมก่อนวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการหรือไม่ โดยกระทรวงฯ ยังคงติดตามความเสถียรของระบบอย่างต่อเนื่องก่อนถึงกำหนดการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:53 UTC

ธนาคารกรุงไทยแจ้งกลับมาให้บริการได้ตามปกติหลังระบบไฟฟ้าขัดข้อง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารกรุงไทยแจ้งกลับมาให้บริการได้ตามปกติหลังระบบไฟฟ้าขัดข้อง

ธนาคารกรุงไทยยืนยันว่าบริการดิจิทัลต่าง ๆ รวมถึง Krungthai NEXT, เป๋าตัง และไทยช่วยไทยพลัส กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว หลังจากเกิดเหตุขัดข้องในช่วงเช้าเนื่องจากปัญหาไฟฟ้าภายในอาคาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ธนาคารกรุงไทยแจ้งกลับมาให้บริการได้ตามปกติหลังระบบไฟฟ้าขัดข้อง

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกรุงไทยแจ้งกลับมาให้บริการได้ตามปกติหลังระบบไฟฟ้าขัดข้อง

ธนาคารกรุงไทยยืนยันว่าบริการดิจิทัลต่าง ๆ รวมถึง Krungthai NEXT, เป๋าตัง และไทยช่วยไทยพลัส กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว หลังจากเกิดเหตุขัดข้องในช่วงเช้าเนื่องจากปัญหาไฟฟ้าภายในอาคาร

ในช่วงเช้าของวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ธนาคารกรุงไทยประสบปัญหาการให้บริการชั่วคราว ซึ่งส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มดิจิทัลหลัก ได้แก่ Krungthai NEXT, แอปพลิเคชันเป๋าตัง และบริการไทยช่วยไทยพลัส ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ธนาคารระบุว่าสาเหตุเกิดจากกระบวนการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าภายในอาคารขัดข้อง ส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟให้กับระบบที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชันเหล่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ต้องใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้ในการทำธุรกรรมประจำวัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่สะดวกอย่างมากในช่วงเช้า ธนาคารได้เร่งดำเนินการแก้ไขทันทีหลังจากเกิดเหตุ โดยบริการต่าง ๆ เริ่มกลับมาใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. และทุกระบบสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติในเวลา 10.30 น. ของวันเดียวกัน

ธนาคารกรุงไทยได้ออกคำขออภัยอย่างเป็นทางการสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ทั้งนี้ ธนาคารเน้นย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบ พร้อมเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย แม้ธนาคารจะยืนยันว่าระบบทั้งหมดมีความเสถียรในขณะนี้ แต่ผู้ใช้ที่ยังคงพบปัญหาควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางทางการของธนาคารต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของความขัดข้องในการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:12 UTC

กระทรวงดีอีเปลี่ยนโดเมน AI Passport เป็น .go.th
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดีอีเปลี่ยนโดเมน AI Passport เป็น .go.th

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมย้ายแพลตฟอร์ม AI Passport จากโดเมน .net เป็น .go.th หลังมีความกังวลด้านความปลอดภัย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวงดีอีเปลี่ยนโดเมน AI Passport เป็น .go.th

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดีอีเปลี่ยนโดเมน AI Passport เป็น .go.th

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมย้ายแพลตฟอร์ม AI Passport จากโดเมน .net เป็น .go.th หลังมีความกังวลด้านความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประกาศเปลี่ยนโดเมนที่ใช้สำหรับแพลตฟอร์ม 'AI Passport' โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า กระทรวงได้ย้ายบริการดังกล่าวจากโดเมน .net ไปยังโดเมน .go.th อย่างเป็นทางการ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับเสียงสะท้อนจากสาธารณชนและความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานะที่เป็นทางการของโดเมนเดิม

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงฯ ดูแลการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ในระหว่างการประกาศ กระทรวงยอมรับว่าการเลือกใช้โดเมน .net ในตอนแรกเป็นความผิดพลาด โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงความเสียใจต่อการขาดความรอบคอบในเรื่องการรับรู้ของสาธารณชนและมาตรฐานความปลอดภัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบพอร์ทัลของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ การใช้โดเมน .go.th เป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานสำหรับหน่วยงานรัฐบาลไทยเพื่อให้มั่นใจถึงความถูกต้องและปกป้องผู้ใช้จากเว็บไซต์ฟิชชิ่ง แม้ว่าโดเมนจะได้รับการอัปเดตแล้ว แต่ผู้ใช้ควรใช้ความระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลทางออนไลน์ต่อไป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมในแพลตฟอร์ม AI Passport ในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ ผู้ใช้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนกำลังเข้าถึง URL ของรัฐบาลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันเมื่อใช้บริการด้านการตรวจคนเข้าเมืองหรือการระบุตัวตนแบบดิจิทัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 08:02 UTC

บริการของธนาคารกรุงไทยขัดข้องชั่วคราวจากเหตุไฟฟ้าขัดข้อง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

บริการของธนาคารกรุงไทยขัดข้องชั่วคราวจากเหตุไฟฟ้าขัดข้อง

ธนาคารกรุงไทยรายงานเหตุขัดข้องชั่วคราวของบริการดิจิทัล ได้แก่ Krungthai NEXT, เป๋าตัง และไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบไฟฟ้าภายในอาคารขัดข้อง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

บริการของธนาคารกรุงไทยขัดข้องชั่วคราวจากเหตุไฟฟ้าขัดข้อง

แหล่งข่าวเดียว
บริการของธนาคารกรุงไทยขัดข้องชั่วคราวจากเหตุไฟฟ้าขัดข้อง

ธนาคารกรุงไทยรายงานเหตุขัดข้องชั่วคราวของบริการดิจิทัล ได้แก่ Krungthai NEXT, เป๋าตัง และไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบไฟฟ้าภายในอาคารขัดข้อง

ในช่วงเช้าของวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ธนาคารกรุงไทยประสบเหตุขัดข้องชั่วคราวซึ่งส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มดิจิทัลหลักหลายรายการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงบริการ Krungthai NEXT, แอปพลิเคชันเป๋าตัง และระบบไทยช่วยไทยพลัสได้ในช่วงเช้าของวันดังกล่าว

ธนาคารได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าเหตุขัดข้องดังกล่าวมีสาเหตุมาจากระบบไฟฟ้าภายในอาคารขัดข้อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟและทำให้โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่รองรับบริการเหล่านี้หยุดชะงัก ธนาคารกรุงไทยยืนยันว่าได้ส่งทีมเทคนิคเข้าแก้ไขปัญหาในทันที และระบบได้กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันเหล่านี้ในการทำธุรกรรมทางการเงินรายวัน การรับเงินสวัสดิการจากรัฐ หรือบริการกระเป๋าเงินดิจิทัล เหตุขัดข้องดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกอย่างมาก แม้ว่าธนาคารจะระบุว่าบริการกลับมาใช้งานได้แล้ว แต่ผู้ใช้งานที่ยังพบปัญหาอาจจำเป็นต้องรีสตาร์ทแอปพลิเคชันหรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของธนาคารโดยตรง ทั้งนี้ ธนาคารยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง หรือมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลในช่วงเวลาที่ระบบหยุดทำงานหรือไม่ ผู้ใช้งานควรติดตามช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของธนาคารเพื่อรับข้อมูลอัปเดตหรือคำแนะนำเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:01 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ ย้ายแพลตฟอร์ม AI-Pass ไปใช้โดเมน .go.th
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ ย้ายแพลตฟอร์ม AI-Pass ไปใช้โดเมน .go.th

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมย้ายแพลตฟอร์ม AI-Pass ไปยังโดเมนที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล หลังจากเกิดความกังวลด้านความปลอดภัยของสาธารณชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวงดิจิทัลฯ ย้ายแพลตฟอร์ม AI-Pass ไปใช้โดเมน .go.th

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ ย้ายแพลตฟอร์ม AI-Pass ไปใช้โดเมน .go.th

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมย้ายแพลตฟอร์ม AI-Pass ไปยังโดเมนที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล หลังจากเกิดความกังวลด้านความปลอดภัยของสาธารณชน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ของไทยได้ประกาศการเปลี่ยนผ่านสำหรับแพลตฟอร์ม 'AI-Pass' โดยบริการดังกล่าวซึ่งเดิมใช้โดเมน '.net' จะเปลี่ยนมาดำเนินการภายใต้นามสกุลโดเมน '.go.th' แทน

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม ทางกระทรวงได้ยอมรับถึงความผิดพลาดดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงความเสียใจต่อการเลือกโดเมนในตอนแรก และยอมรับว่าการเลือกก่อนหน้านี้ขาดการพิจารณาที่เพียงพอต่อมาตรฐานความปลอดภัยที่คาดหวังจากบริการดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล การย้ายมาใช้โดเมน '.go.th' มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานมีความมั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับความถูกต้องของเว็บไซต์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบพอร์ทัลของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้งานที่โต้ตอบกับบริการดิจิทัลควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนกำลังเข้าถึงแพลตฟอร์มผ่านช่องทางของรัฐบาลที่ได้รับการยืนยันเพื่อปกป้องข้อมูลของตน แม้ว่ากระทรวงจะมุ่งมั่นดำเนินการย้ายระบบนี้เพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านความปลอดภัย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะส่งผลกระทบต่อบัญชีผู้ใช้งานที่มีอยู่เดิมอย่างไร หรือจะมีการอัปเกรดความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับแพลตฟอร์มในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:52 UTC

คณะผู้แทนไทยเยือนนิวซีแลนด์เพื่อแสวงหาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์
เทคโนโลยี ได้รับการยืนยัน

คณะผู้แทนไทยเยือนนิวซีแลนด์เพื่อแสวงหาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นำคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยเยือนนิวซีแลนด์เพื่อกระชับความร่วมมือในด้านอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

คณะผู้แทนไทยเยือนนิวซีแลนด์เพื่อแสวงหาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

ได้รับการยืนยัน
คณะผู้แทนไทยเยือนนิวซีแลนด์เพื่อแสวงหาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นำคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยเยือนนิวซีแลนด์เพื่อกระชับความร่วมมือในด้านอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้นำคณะผู้แทนจากภาคเอกชนไทยเดินทางเยือนประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างและกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมหลัก 3 ด้าน ได้แก่ อาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การดำเนินงานทางการทูตและเศรษฐกิจในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณของการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในระยะสั้นจะยังมีจำกัด แต่การหารือในระดับสูงเช่นนี้มักเป็นการปูทางไปสู่โครงการความร่วมมือในอนาคต การเพิ่มความพร้อมของสินค้าข้ามพรมแดน และการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อตลาดท้องถิ่นในระยะยาว

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการเจรจาดังกล่าว โดยยังคงต้องรอการยืนยันว่าบริษัทใดบ้างที่เข้าร่วมในคณะผู้แทนนี้ และจะมีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดบ้างที่จะได้รับการลงนามจากการหารือครั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับความคืบหน้าสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างการเยือนนิวซีแลนด์ในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:30 UTC

โยชิ รินรดา ประเดิมบทนางเอกภาพยนตร์ครั้งแรกในหนังไซเบอร์สยองขวัญ 'รินรดา' (THE INFLUENCER)
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

โยชิ รินรดา ประเดิมบทนางเอกภาพยนตร์ครั้งแรกในหนังไซเบอร์สยองขวัญ 'รินรดา' (THE INFLUENCER)

โยชิ รินรดา มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2017 รับบทนำในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'รินรดา' กำกับโดย อาทิตย อาริยวงศ์ษา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

โยชิ รินรดา ประเดิมบทนางเอกภาพยนตร์ครั้งแรกในหนังไซเบอร์สยองขวัญ 'รินรดา' (THE INFLUENCER)

แหล่งข่าวเดียว
โยชิ รินรดา ประเดิมบทนางเอกภาพยนตร์ครั้งแรกในหนังไซเบอร์สยองขวัญ 'รินรดา' (THE INFLUENCER)

โยชิ รินรดา มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2017 รับบทนำในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'รินรดา' กำกับโดย อาทิตย อาริยวงศ์ษา

จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ THAM STUDIO 19 ได้ประกาศเปิดตัวภาพยนตร์แนวไซเบอร์สยองขวัญเรื่องใหม่ในชื่อ “รินรดา” (THE INFLUENCER) โดยมี อาทิตย อาริยวงศ์ษา เป็นผู้กำกับ และ กฤติญา อาริยวงศ์ษา เป็นผู้อำนวยการสร้าง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการประเดิมบทนางเอกภาพยนตร์ครั้งแรกของ โยชิ รินรดา ธุระพันธ์ เจ้าของตำแหน่ง Miss Tiffany’s Universe 2017 ซึ่งรับบทเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาวที่กลายเป็นผีสุดเฮี้ยน โดยแสดงคู่กับพระเอกหนุ่ม กระทิง ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์ ในบท ปอ หนุ่มขายบะหมี่เกี๊ยวที่กลายมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ นอกจากนี้ยังมี นีน่า ณัฐชา เจสสิก้า พาโดวัน รับบท ฮันน่า เด็กสาวลึกลับจากแดนปรโลกผู้ควบคุมกฎแห่งเวลา และ ต๊อกแต๊ก พิซซ่ามูฟวี่ สุธิรจน์ ศรีเพ็ชร รับบท มีนา เพื่อนสนิทที่คอยปกป้องนางเอกจากการถูกคุกคามบนโลกโซเชียล พร้อมด้วยนักแสดงสมทบอย่าง อา สมเล็ก สมชาย ศักดิกุล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การผสมผสานวัฒนธรรมดิจิทัลสมัยใหม่เข้ากับแนวสยองขวัญแบบดั้งเดิม แม้ว่าภาพยนตร์จะสำรวจด้านมืดของอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญในอาชีพของ โยชิ รินรดา ทั้งนี้ วันที่เข้าฉายอย่างเป็นทางการและแผนการจัดจำหน่ายในต่างประเทศยังคงต้องรอการยืนยันจากทางสตูดิโอต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC

เครือซีพีเปิดตัวหลักสูตร AI Business Accelerator รุ่นแรก
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เครือซีพีเปิดตัวหลักสูตร AI Business Accelerator รุ่นแรก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้เปิดตัวหลักสูตร 'AI Business Accelerator' อย่างเป็นทางการเพื่อส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เครือซีพีเปิดตัวหลักสูตร AI Business Accelerator รุ่นแรก

แหล่งข่าวเดียว
เครือซีพีเปิดตัวหลักสูตร AI Business Accelerator รุ่นแรก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้เปิดตัวหลักสูตร 'AI Business Accelerator' อย่างเป็นทางการเพื่อส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้เปิดตัวหลักสูตร 'AI Business Accelerator' รุ่นแรกอย่างเป็นทางการ โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะขั้นสูงให้กับผู้เข้าร่วม เพื่อให้สามารถรับมือกับโลกธุรกิจที่ถูกกำหนดด้วยการบูรณาการทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจในท้องถิ่นไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ ในขณะที่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่อย่างซีพีให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตลาดแรงงานในท้องถิ่นอาจมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเครื่องมือ AI มาใช้ในภาคบริการต่างๆ อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสามารถทางดิจิทัลของธุรกิจที่ผู้อยู่อาศัยต้องติดต่อด้วยในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของซีพี แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบระยะยาวของหลักสูตรนี้ต่อตลาดแรงงานไทยในภาพรวม และเกณฑ์เฉพาะสำหรับรุ่นต่อๆ ไปที่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ารูปแบบการศึกษานี้จะมีอิทธิพลต่อองค์กรขนาดใหญ่อื่นๆ ในภูมิภาคอย่างไร และจะนำไปสู่การปรับปรุงนวัตกรรมทางธุรกิจในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:13 UTC

ทริปปีนเขาที่วางแผนโดย AI จบลงด้วยการกู้ภัยในจีน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ทริปปีนเขาที่วางแผนโดย AI จบลงด้วยการกู้ภัยในจีน

ชายชาวจีนต้องได้รับการช่วยเหลือหลังจากเดินตามเส้นทางปีนเขาที่สร้างโดย AI ซึ่งนำเขาไปสู่พื้นที่อันตรายและยังไม่ได้รับการพัฒนา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ทริปปีนเขาที่วางแผนโดย AI จบลงด้วยการกู้ภัยในจีน

แหล่งข่าวเดียว
ทริปปีนเขาที่วางแผนโดย AI จบลงด้วยการกู้ภัยในจีน

ชายชาวจีนต้องได้รับการช่วยเหลือหลังจากเดินตามเส้นทางปีนเขาที่สร้างโดย AI ซึ่งนำเขาไปสู่พื้นที่อันตรายและยังไม่ได้รับการพัฒนา

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ชายคนหนึ่งจากเมืองซูโจว ประเทศจีน พยายามคลายเครียดหลังจากทะเลาะกับภรรยาโดยขอให้ AI ช่วยวางแผนทริปปีนเขาเพื่อเยียวยาจิตใจ AI ได้วิเคราะห์ข้อมูลร่างกายของเขาและแนะนำ 'ถงกงเจียน' ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลในหลินอัน เมืองหางโจว ชายคนดังกล่าวขับรถไปที่นั่นเป็นระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร โดยไม่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการและมีสภาพภูมิประเทศที่หนาทึบและขรุขระ

ในระหว่างที่พยายามเดินป่าในพื้นที่ดังกล่าวตอนกลางคืน ชายคนนั้นเกิดลื่นล้มจนได้รับบาดเจ็บที่เท้าและหัวเข่า เขาติดอยู่บนภูเขาที่ระดับความสูงกว่า 1,300 เมตรท่ามกลางความมืดมิด ทำให้เขาต้องโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือ ทีมกู้ภัยซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย 7 คนและตำรวจ 2 นายถูกส่งไปค้นหาเขา

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ในการวางแผนการเดินทาง โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ AI อาจขาดข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือระดับความยากของเส้นทาง สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย นี่เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบคำแนะนำที่สร้างโดย AI กับแผนที่อย่างเป็นทางการและแนวทางความปลอดภัยในท้องถิ่นก่อนที่จะออกเดินทางไปยังพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าแพลตฟอร์ม AI ที่เกี่ยวข้องได้อัปเดตโปรโตคอลความปลอดภัยแล้วหรือไม่ หรือชายคนดังกล่าวหายจากอาการบาดเจ็บแล้วหรือยัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 05:31 UTC

Google มอบสิทธิ์ใช้งาน Gemini AI ฟรี 1 ปี สำหรับนักศึกษาไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Google มอบสิทธิ์ใช้งาน Gemini AI ฟรี 1 ปี สำหรับนักศึกษาไทย

Google เปิดตัวแคมเปญต้อนรับเปิดเทอม มอบสิทธิ์ใช้งานแพ็กเกจ Google AI Plus ฟรี 1 ปี ให้กับนักเรียนนักศึกษาในประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Google มอบสิทธิ์ใช้งาน Gemini AI ฟรี 1 ปี สำหรับนักศึกษาไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google มอบสิทธิ์ใช้งาน Gemini AI ฟรี 1 ปี สำหรับนักศึกษาไทย

Google เปิดตัวแคมเปญต้อนรับเปิดเทอม มอบสิทธิ์ใช้งานแพ็กเกจ Google AI Plus ฟรี 1 ปี ให้กับนักเรียนนักศึกษาในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Prachachat Business ทาง Google ได้เปิดตัวโครงการต้อนรับเปิดเทอมระดับโลกซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยมอบสิทธิ์ให้นักเรียนนักศึกษาเข้าใช้งานแพ็กเกจ 'Google AI Plus' ได้ฟรีเป็นเวลา 1 ปี ข้อเสนอพิเศษนี้ช่วยให้นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ AI ระดับพรีเมียมและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์เพิ่มเติมได้

เป้าหมายที่ Google ระบุไว้สำหรับแคมเปญนี้คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ Gemini กลายเป็นผู้ช่วยการเรียนรู้อัจฉริยะแบบครบวงจรสำหรับชุมชนวิชาการ การมอบเครื่องมือเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการความสามารถด้าน AI ขั้นสูงเข้ากับกิจวัตรการเรียนประจำวันของนักศึกษา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักศึกษาในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการใช้เครื่องมือดิจิทัลระดับพรีเมียมเพื่อการวิจัยทางวิชาการและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิกตามปกติ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ AI ในการเรียนรู้ภาษา การจัดระเบียบข้อมูล หรือการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในช่วงภาคการศึกษานี้

แม้ว่าข้อเสนอนี้จะเปิดใช้งานแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ผู้ใช้แต่ละรายต้องตรวจสอบด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษาควรตรวจสอบเกณฑ์คุณสมบัติผ่านสถาบันการศึกษาของตนและพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของ Google เนื่องจากอาจมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการยืนยันบัญชีและข้อจำกัดในการให้บริการตามภูมิภาค ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบหน้าสนับสนุนอย่างเป็นทางการของ Google เพื่อให้แน่ใจว่าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยของตนมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

กลุ่มสามารถ (SAMART) เตรียมพร้อมสู่ปีที่ 72 ด้วยการปรับกลยุทธ์ครั้งใหม่
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มสามารถ (SAMART) เตรียมพร้อมสู่ปีที่ 72 ด้วยการปรับกลยุทธ์ครั้งใหม่

บริษัทโทรคมนาคมและเทคโนโลยีชั้นนำของไทยอย่างกลุ่มสามารถกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของคนรุ่นใหม่ในขณะที่บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 72 ของการดำเนินงาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กลุ่มสามารถ (SAMART) เตรียมพร้อมสู่ปีที่ 72 ด้วยการปรับกลยุทธ์ครั้งใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มสามารถ (SAMART) เตรียมพร้อมสู่ปีที่ 72 ด้วยการปรับกลยุทธ์ครั้งใหม่

บริษัทโทรคมนาคมและเทคโนโลยีชั้นนำของไทยอย่างกลุ่มสามารถกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของคนรุ่นใหม่ในขณะที่บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 72 ของการดำเนินงาน

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ กลุ่มสามารถ (SAMART) กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเส้นทางธุรกิจ เดิมทีบริษัทเริ่มต้นจากการเป็นร้านซ่อมนาฬิกาเล็กๆ และได้เติบโตขึ้นตลอดหลายทศวรรษจนกลายเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นในภาคโทรคมนาคมและเทคโนโลยีของประเทศไทย ในขณะที่องค์กรกำลังเข้าสู่ปีที่ 72 ในปีหน้า ฝ่ายบริหารได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ 'New Gen, New Growth Engine' เพื่อรักษาความแข็งแกร่งในตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเนื่องจากกลุ่มสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานและภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีในท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ความสามารถของบริษัทในการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจหลังจากผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจและความท้าทายในการดำเนินงานต่างๆ มามากมาย สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นที่การปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมใช้งานและคุณภาพของบริการทางเทคโนโลยีในท้องถิ่นหรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่กลุ่มบริษัทดูแลในอนาคต

แม้ว่าบริษัทจะส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการถึงความตั้งใจที่จะมุ่งเน้นไปที่เครื่องยนต์การเติบโตใหม่ๆ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การเปลี่ยนแปลงบริการ หรือการปรับโครงสร้างองค์กรยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าแนวทาง 'New Gen' นี้จะปรากฏให้เห็นอย่างไรในแผนการดำเนินงานของบริษัทในขณะที่กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่แปดของการดำเนินธุรกิจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 04:13 UTC

ระบบธนาคารกรุงไทยขัดข้อง กระทบการใช้งานบริการดิจิทัล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ระบบธนาคารกรุงไทยขัดข้อง กระทบการใช้งานบริการดิจิทัล

เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่ธนาคารกรุงไทย ส่งผลให้แพลตฟอร์มดิจิทัลหลายแห่งใช้งานไม่ได้ รวมถึงแอปพลิเคชัน 'ไทยช่วยไทยพลัส' และระบบชำระค่าโดยสารผ่าน EMV

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ระบบธนาคารกรุงไทยขัดข้อง กระทบการใช้งานบริการดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
ระบบธนาคารกรุงไทยขัดข้อง กระทบการใช้งานบริการดิจิทัล

เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่ธนาคารกรุงไทย ส่งผลให้แพลตฟอร์มดิจิทัลหลายแห่งใช้งานไม่ได้ รวมถึงแอปพลิเคชัน 'ไทยช่วยไทยพลัส' และระบบชำระค่าโดยสารผ่าน EMV

ในช่วงเช้าของวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผู้ใช้งานธนาคารกรุงไทยรายงานว่าพบปัญหาทางเทคนิคอย่างหนัก เนื่องจากระบบดิจิทัลของธนาคารเกิดเหตุขัดข้องเป็นวงกว้าง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้แอปพลิเคชัน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ไม่สามารถใช้งานได้สำหรับผู้ใช้จำนวนมาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุขัดข้องนี้ส่งผลกระทบในทางปฏิบัติทันที โดยเฉพาะในส่วนของระบบขนส่งสาธารณะ ความล้มเหลวของระบบส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบชำระค่าโดยสารผ่าน EMV หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อระบบบัตร 'แมงมุม' ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่เชื่อมต่อกับธนาคาร ผู้โดยสารที่ต้องพึ่งพาวิธีการชำระเงินดิจิทัลเหล่านี้ในการเดินทางประจำวันอาจประสบปัญหาในการชำระค่าโดยสารหรือเข้าใช้บริการขนส่ง

จนถึงขณะนี้ ธนาคารยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการกู้คืนบริการทั้งหมดให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ขอแนะนำให้ผู้ใช้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารกรุงไทยเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเสถียรภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าปัญหาทางเทคนิคจะคงอยู่เป็นเวลานานเพียงใด และจะมีวิธีการชำระเงินทางเลือกอื่นที่สามารถใช้ได้ในทุกเครือข่ายขนส่งหรือไม่ในระหว่างที่ระบบยังคงออฟไลน์ นักท่องเที่ยวควรเตรียมเงินสดหรือบัตรชำระเงินสำรองไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 03:31 UTC