ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
การเมือง กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ✦
กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

การเมือง

กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Thai Post คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล, นฤชา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการโกงข้อสอบในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การออกหมายเรียกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ถามในสภาฯ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น โดย รังสิมันต์ โรม ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคณะกรรมาธิการ ระบุว่าคาดหวังให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการบริหารงานภายในภาครัฐของไทย แม้ว่ากระบวนการนี้จะเป็นเรื่องของการตรวจสอบทางการเมืองภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการจับตามองกระบวนการสรรหาบุคลากรของรัฐในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียกตัวจะปฏิบัติตามกำหนดการในวันที่ 8 ตุลาคมหรือไม่ หรือจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือทางรัฐสภาเพิ่มเติมเพื่อบังคับให้เข้าชี้แจง สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในขณะที่คณะกรรมาธิการพยายามแก้ไขข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความเป็นธรรมในการจ้างงานของหน่วยงานท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:02 UTC

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

เหตุพลุระเบิดสร้างความเสียหายหนักในจังหวัดนครราชสีมา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุพลุระเบิดสร้างความเสียหายหนักในจังหวัดนครราชสีมา

บ้านที่ใช้ผลิตพลุระเบิดในอำเภอชุมพวง ส่งผลให้บ้านพังเสียหายทั้งหลัง รวมถึงบ้านใกล้เคียงอีกกว่า 30 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุพลุระเบิดสร้างความเสียหายหนักในจังหวัดนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
เหตุพลุระเบิดสร้างความเสียหายหนักในจังหวัดนครราชสีมา

บ้านที่ใช้ผลิตพลุระเบิดในอำเภอชุมพวง ส่งผลให้บ้านพังเสียหายทั้งหลัง รวมถึงบ้านใกล้เคียงอีกกว่า 30 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุพลุระเบิดขึ้นที่บ้านท่า ในอำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า แรงระเบิดทำให้บ้านต้นเหตุที่ใช้ผลิตพลุพังเสียหายทั้งหลัง นอกจากนี้ แรงอัดจากการระเบิดยังส่งผลให้บ้านเรือนใกล้เคียงได้รับความเสียหายอีกกว่า 30 หลัง

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยได้เร่งเข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ในที่เกิดเหตุ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือนายหทัยภัทร อายุ 47 ปี ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลชุมพวงเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ขณะนี้สถานีตำรวจภูธรชุมพวงได้กั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยและดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัด ทางหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกฎหมายต่อไป แม้เพลิงจะสงบลงแล้ว แต่พื้นที่ดังกล่าวยังคงจำกัดการเข้าถึงสำหรับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของการระเบิดและอาการของผู้บาดเจ็บในระหว่างที่การสอบสวนอย่างเป็นทางการดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:52 UTC

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมฉับพลันในสัตหีบ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมฉับพลันในสัตหีบ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนาน 2 ชั่วโมงในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสุขุมวิทและพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมฉับพลันในสัตหีบ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมฉับพลันในสัตหีบ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนาน 2 ชั่วโมงในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสุขุมวิทและพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือ

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 พื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น. ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พายุฝนที่ตกนานกว่า 2 ชั่วโมงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบนถนนสายหลักสุขุมวิท รวมถึงพื้นที่ชุมชนและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ

จุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือบริเวณถนนสุขุมวิท ช่วงตั้งแต่แยกสัตหีบ (หรือแยกปลาหมึก) ไปจนถึงแยก กม.1 ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ระดับน้ำที่สูงขึ้นส่งผลให้การจราจรติดขัด รถยนต์และรถจักรยานยนต์บางคันเครื่องยนต์ดับและไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทำให้ผู้ใช้รถบางส่วนต้องหลีกเลี่ยงเส้นทาง

นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานและหมวดทางหลวงสัตหีบร่วมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงของการจราจรที่อาจหยุดชะงักกะทันหันในช่วงฤดูมรสุม แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะกำลังติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนส่งผลกระทบต่อสภาพพื้นที่อีกหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้สัญจรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางบนถนนสุขุมวิทและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:48 UTC

รวบตัวผู้ต้องสงสัยหลังเหตุแทงกันเสียชีวิตในระยอง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวผู้ต้องสงสัยหลังเหตุแทงกันเสียชีวิตในระยอง

ตำรวจระยองจับกุมชายวัย 38 ปี ผู้ต้องหาฆ่าคนรู้จักวัย 54 ปี ระหว่างตั้งวงดื่มสุรา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รวบตัวผู้ต้องสงสัยหลังเหตุแทงกันเสียชีวิตในระยอง

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้ต้องสงสัยหลังเหตุแทงกันเสียชีวิตในระยอง

ตำรวจระยองจับกุมชายวัย 38 ปี ผู้ต้องหาฆ่าคนรู้จักวัย 54 ปี ระหว่างตั้งวงดื่มสุรา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้จับกุมนายธนศักดิ์ หรือ 'เอิน' อายุ 38 ปี ในข้อหาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายบุญมี อายุ 54 ปี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันเดียวกันในพื้นที่พักอาศัยบริเวณซอยในชาก ตำบลชากบก

รายงานระบุว่าชายทั้งสองคนกำลังดื่มสุราด้วยกันก่อนที่ข้อพิพาทจะบานปลาย ผู้ต้องหารับสารภาพกับตำรวจว่ารู้สึกถูกยั่วยุหลังจากที่ผู้เสียชีวิตท้าทายและพยายามใช้มีดทำร้ายก่อน หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ต้องหาได้กลับไปหยิบอาวุธและย้อนกลับมาทำร้ายผู้เสียชีวิตจนได้รับบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและใบหน้าจนเสียชีวิต ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นข้อพิพาทเฉพาะกลุ่มระหว่างบุคคลที่รู้จักกัน แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้มักจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สาธารณชนทั่วไป แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในสถานการณ์ทางสังคมที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่และคาดว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายกับผู้ต้องหาต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิหลังของผู้เสียชีวิตหรือความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:51 UTC

เหตุพลุระเบิดทำลายบ้านเรือนในชุมชนโคราช
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุพลุระเบิดทำลายบ้านเรือนในชุมชนโคราช

เกิดเหตุพลุระเบิดครั้งใหญ่ในย่านที่อยู่อาศัยของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้บ้านเรือนหลายสิบหลังได้รับความเสียหายทางโครงสร้างอย่างหนักและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุพลุระเบิดทำลายบ้านเรือนในชุมชนโคราช

แหล่งข่าวเดียว
เหตุพลุระเบิดทำลายบ้านเรือนในชุมชนโคราช

เกิดเหตุพลุระเบิดครั้งใหญ่ในย่านที่อยู่อาศัยของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้บ้านเรือนหลายสิบหลังได้รับความเสียหายทางโครงสร้างอย่างหนักและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุพลุระเบิดอย่างรุนแรงภายในชุมชนที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) แรงระเบิดทำให้บ้านต้นเหตุพังเสียหายทั้งหลัง และส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนข้างเคียงอีกประมาณ 30 หลังในระดับที่แตกต่างกัน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าว แรงระเบิดมีความรุนแรงมากพอที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางโครงสร้างของบ้านเรือนใกล้เคียง ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการจัดเก็บและการจัดการวัสดุประเภทพลุและดอกไม้ไฟในเขตที่มีประชากรหนาแน่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากวัสดุระเบิดที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือมีการจัดการที่ไม่เหมาะสมในเขตที่อยู่อาศัย แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังจัดการพื้นที่เกิดเหตุ แต่การสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิดและสถานะทางกฎหมายของพลุที่เก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยการประเมินความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดหรือรายละเอียดเฉพาะที่นำไปสู่การระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือวางแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุโดยตรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการกู้ภัยและสอบสวนได้อย่างเต็มที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 16:00 UTC

ชาวต่างชาติสูญหายหลังพลัดตกสะพานระหว่างน้ำท่วมในชลบุรี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชาวต่างชาติสูญหายหลังพลัดตกสะพานระหว่างน้ำท่วมในชลบุรี

ชายชาวต่างชาติยังคงสูญหายหลังจากพลัดตกคลองในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ขณะเดินลุยน้ำท่วมเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชาวต่างชาติสูญหายหลังพลัดตกสะพานระหว่างน้ำท่วมในชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ชาวต่างชาติสูญหายหลังพลัดตกสะพานระหว่างน้ำท่วมในชลบุรี

ชายชาวต่างชาติยังคงสูญหายหลังจากพลัดตกคลองในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ขณะเดินลุยน้ำท่วมเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาชายชาวต่างชาติที่สูญหายหลังจากพลัดตกคลองตายาย ภายในซอยเนินพลับหวาน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยผู้สูญหายเป็นหนึ่งในกลุ่มชายชาวต่างชาติ 3 คนที่กำลังเดินลุยน้ำท่วมก่อนเกิดอุบัติเหตุ

ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าสะพานดังกล่าวไม่มีราวกั้นมานานกว่า 20 ปีแล้ว ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมากั้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเพิ่มเติม ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามตัวชายชาวต่างชาติอีก 2 คนที่มาพร้อมกับผู้สูญหาย โดยพยานระบุว่าบุคคลทั้งสองได้ขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่บริเวณดังกล่าวเพื่อช่วยเพื่อนก่อนจะเดินออกจากจุดเกิดเหตุไป

แม้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสัญชาติของกลุ่มชายดังกล่าวจะยังไม่ตรงกัน โดยมีการระบุว่าเป็นชาวจีนหรือชาวเกาหลีใต้ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถเพื่อยืนยันตัวตนของผู้สูญหาย ซึ่งข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าอาจเป็นชาวเกาหลีใต้ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงอย่างมากในการสัญจรผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังซึ่งโครงสร้างพื้นฐานอาจถูกบดบังหรือชำรุดเสียหาย ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในช่วงที่มีฝนตกหนัก เนื่องจากอันตรายในพื้นที่อาจไม่มีการแจ้งเตือนที่ชัดเจนหรือมองไม่เห็นใต้น้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:36 UTC

รพ.เพชรบูรณ์แจงดราม่ารถหรูจอดในพื้นที่ฉุกเฉิน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รพ.เพชรบูรณ์แจงดราม่ารถหรูจอดในพื้นที่ฉุกเฉิน

ผู้บริหารโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ชี้แจงกรณีรถหรูจอดในพื้นที่ห้ามจอด โดยระบุถึงเหตุผลและสถานการณ์เฉพาะของแต่ละเหตุการณ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รพ.เพชรบูรณ์แจงดราม่ารถหรูจอดในพื้นที่ฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
รพ.เพชรบูรณ์แจงดราม่ารถหรูจอดในพื้นที่ฉุกเฉิน

ผู้บริหารโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ชี้แจงกรณีรถหรูจอดในพื้นที่ห้ามจอด โดยระบุถึงเหตุผลและสถานการณ์เฉพาะของแต่ละเหตุการณ์

โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์กรณีรถหรูและซูเปอร์คาร์จอดในพื้นที่ฉุกเฉิน ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียแชร์ภาพรถยนต์ราคาแพงจอดอยู่หน้าโรงพยาบาล พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดบางกลุ่มจึงได้รับอนุญาตให้จอด ในขณะที่บุคคลอื่นรวมถึงญาติผู้ป่วยต้องไปจอดรถด้านนอกแล้วเดินเข้ามา

นพ.กอบชัย จิรชาญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 ช่วง ช่วงแรกคือคืนวันที่ 22 กันยายน มีรถซูเปอร์คาร์ 4 คันติดตามรถส่งตัวผู้ป่วยฉุกเฉินจากโรงพยาบาลหล่มเก่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้อนุโลมให้จอดชั่วคราวเนื่องจากเป็นช่วงดึกและมีการจราจรเบาบาง โดยรถทั้งหมดได้เคลื่อนย้ายออกไปก่อนเที่ยงคืน ส่วนเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นในช่วงสายวันที่ 23 กันยายน เมื่อมีกลุ่มซูเปอร์คาร์อีกชุดเข้ามาจอดขนานเส้นทางสัญจรหน้าโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลระบุว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าไปตักเตือนแล้วแต่ถูกเพิกเฉย อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลเลือกที่จะไม่ล็อกล้อเนื่องจากรถกลุ่มดังกล่าวจอดเพียง 30–40 นาทีแล้วออกไป

สำหรับประชาชนและผู้มาติดต่อ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของโรงพยาบาลในการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถที่มีจำกัดควบคู่ไปกับการรักษาพื้นที่สำหรับบริการฉุกเฉิน แม้ทางโรงพยาบาลจะชี้แจงระเบียบปฏิบัติแล้ว แต่ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎระเบียบเมื่อผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ผู้มาติดต่อควรปฏิบัติตามป้ายจอดรถอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการให้บริการฉุกเฉิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 16:01 UTC

กำแพงวัดในชลบุรีพังถล่มหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กำแพงวัดในชลบุรีพังถล่มหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

กำแพงวัดคลองใหญ่ในจังหวัดชลบุรีความยาว 50 เมตร พังถล่มลงมาหลังฝนตกหนักตลอดคืน ส่งผลให้ทรัพย์สินและช่องเก็บอัฐิได้รับความเสียหาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กำแพงวัดในชลบุรีพังถล่มหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
กำแพงวัดในชลบุรีพังถล่มหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

กำแพงวัดคลองใหญ่ในจังหวัดชลบุรีความยาว 50 เมตร พังถล่มลงมาหลังฝนตกหนักตลอดคืน ส่งผลให้ทรัพย์สินและช่องเก็บอัฐิได้รับความเสียหาย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุกำแพงวัดคลองใหญ่ ในตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี พังถล่มลงมาเป็นแนวยาวประมาณ 50 เมตร หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่าดินที่อุ้มน้ำไม่สามารถรับน้ำหนักของกำแพงสูง 1.5 เมตร ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่าถนนในซอยได้ จึงเกิดการพังถล่มลงมา

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้โรงจอดรถได้รับความเสียหาย รถจักรยานยนต์ถูกทับ 1 คัน และช่องเก็บอัฐิของผู้ล่วงลับที่ฝังอยู่ในกำแพงได้รับความเสียหายหลายร้อยช่อง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึงนายปวิชญช์ เทวาประดับ สมาชิก อบต.หนองอิรุณ และผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและประสานงานเพื่อย้ายอัฐิไปไว้ที่กุฏิชั่วคราว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงจากดินอุ้มน้ำและความไม่มั่นคงของโครงสร้างในช่วงฤดูมรสุมของไทย แม้ว่าพื้นที่เกิดเหตุจะได้รับการดูแลแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังความเสี่ยงเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ากระบวนการซ่อมแซมกำแพงและช่องเก็บอัฐิจะใช้เวลานานเท่าใด และมีส่วนอื่นของกำแพงวัดที่เสี่ยงต่อการพังถล่มอีกหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเมื่อเข้าใกล้สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ในช่วงที่มีฝนตกหนัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 15:35 UTC

อยุธยาเผชิญน้ำท่วมใน 6 อำเภอ หลังมีการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อยุธยาเผชิญน้ำท่วมใน 6 อำเภอ หลังมีการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น

ทางการอยุธยากำลังเร่งเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมสำหรับโบราณสถาน ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อครัวเรือนหลายพันแห่ง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อยุธยาเผชิญน้ำท่วมใน 6 อำเภอ หลังมีการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
อยุธยาเผชิญน้ำท่วมใน 6 อำเภอ หลังมีการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น

ทางการอยุธยากำลังเร่งเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมสำหรับโบราณสถาน ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อครัวเรือนหลายพันแห่ง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ขณะนี้มีพื้นที่ 6 อำเภอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังประสบภาวะน้ำท่วม สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการเพิ่มการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสูงถึง 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทางการท้องถิ่นรายงานว่าน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อ 240 ตำบล 74 หมู่บ้าน และ 7 ชุมชน โดยมีครัวเรือนประมาณ 5,030 ครัวเรือนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบ เพื่อเป็นการตอบสนอง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้เร่งเสริมบังเกอร์และมาตรการป้องกันเพื่อปกป้องโบราณสถานที่มีชื่อเสียงของจังหวัดจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังกำลังประสานงานจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทางในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ แม้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญกำลังได้รับการเสริมความแข็งแรง แต่ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนนหรือข้อจำกัดในการเข้าถึงอุทยานประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าอัตราการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นจะคงอยู่นานเพียงใด และจะมีอำเภออื่นได้รับผลกระทบเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะที่จังหวัดยังคงบริหารจัดการการไหลของน้ำต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จัดการภัยพิบัติในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 13:47 UTC

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ชาวบ้านในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันโดยระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นวันละ 1 เมตร หลังมีการระบายน้ำเพิ่มจากเขื่อนเจ้าพระยา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ชาวบ้านในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันโดยระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นวันละ 1 เมตร หลังมีการระบายน้ำเพิ่มจากเขื่อนเจ้าพระยา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ชาวบ้านในตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นผลมาจากการตัดสินใจเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในจังหวัดชัยนาท ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ชาวบ้านในพื้นที่รายงานว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตรภายในวันเดียว ทำให้หลายครอบครัวตั้งตัวไม่ทัน แม้ว่าพื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่ที่คุ้นเคยกับน้ำท่วมตามฤดูกาล แต่ชาวบ้านระบุว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของน้ำในครั้งนี้รวดเร็วกว่าปกติที่มักจะเพิ่มขึ้นเพียงวันละ 10-20 เซนติเมตร หลายครัวเรือนไม่สามารถขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงได้ทันเวลา ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ปัจจุบันการสัญจรภายในชุมชนต้องใช้เรือเนื่องจากน้ำได้ท่วมใต้ถุนบ้านและเส้นทางโดยรอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความผันผวนของระดับน้ำในพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาเยือนหรือพักอาศัยใกล้ริมฝั่งแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควรติดตามประกาศเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับน้ำที่สูงขึ้นนี้จะคงอยู่นานเพียงใด และมีการวางแผนที่จะเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนอีกหรือไม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:21 UTC

ชาวผักไห่เผชิญน้ำท่วมฉับพลันหลังได้รับคำยืนยันจากนักการเมือง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชาวผักไห่เผชิญน้ำท่วมฉับพลันหลังได้รับคำยืนยันจากนักการเมือง

ชาวบ้านในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน หลังจากเชื่อคำกล่าวอ้างของ ส.ส. ในพื้นที่ว่าปีนี้จะไม่มีน้ำท่วม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชาวผักไห่เผชิญน้ำท่วมฉับพลันหลังได้รับคำยืนยันจากนักการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ชาวผักไห่เผชิญน้ำท่วมฉับพลันหลังได้รับคำยืนยันจากนักการเมือง

ชาวบ้านในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน หลังจากเชื่อคำกล่าวอ้างของ ส.ส. ในพื้นที่ว่าปีนี้จะไม่มีน้ำท่วม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ชาวบ้านในอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว รายงานระบุว่าชาวบ้านจำนวนมากได้ลดความระมัดระวังและไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วม เนื่องจากได้รับคำยืนยันจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ว่าปีนี้จะไม่มีน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในบางพื้นที่ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร และเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเชื่อถือการพยากรณ์ที่ไม่เป็นทางการในช่วงฤดูมรสุม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ นี่เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยา แทนการเชื่อคำกล่าวอ้างทางการเมืองเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม

ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมขยายวงกว้างไปทั่วทั้งอำเภอเพียงใด และหน่วยงานท้องถิ่นกำลังดำเนินการมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างไรบ้างสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำโดยรอบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบสภาพเส้นทางในพื้นที่ และติดตามประกาศเตือนภัยน้ำท่วมอย่างเป็นทางการอยู่เสมอ เนื่องจากสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้ของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:21 UTC

เหตุแทงกันเสียชีวิตในวงดื่มสุราที่ระยอง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุแทงกันเสียชีวิตในวงดื่มสุราที่ระยอง

ชายวัย 54 ปีเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงในห้องเช่าที่จังหวัดระยอง ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยหลัก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุแทงกันเสียชีวิตในวงดื่มสุราที่ระยอง

แหล่งข่าวเดียว
เหตุแทงกันเสียชีวิตในวงดื่มสุราที่ระยอง

ชายวัย 54 ปีเสียชีวิตจากเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงในห้องเช่าที่จังหวัดระยอง ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยหลัก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งในตำบลชากบก จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่พบศพนายบุญมี อายุ 54 ปี ซึ่งมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณลำคอจากการถูกของมีคมฟันจนเสียชีวิต

จากการสอบปากคำนายศิริมงคล เพื่อนร่วมวงดื่มสุรา ให้การว่าผู้ตายกำลังนั่งดื่มกินกับเพื่อนๆ ก่อนที่นายอนันต์ ซึ่งเป็นคู่อริเก่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จะเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ แม้ว่าลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่พบว่าผู้ตายเสียชีวิตในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่นั่งดื่ม

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่พักของนายอนันต์ ผู้ต้องสงสัยหลัก แต่ไม่พบตัวผู้ต้องหา โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดมีดที่ดูเหมือนว่าจะถูกล้างทำความสะอาดไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากความขัดแย้งส่วนตัวที่อาจบานปลายไปสู่ความรุนแรง แม้เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นกรณีเฉพาะระหว่างบุคคลที่มีประวัติขัดแย้งกันมาก่อน แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในสถานการณ์ทางสังคมที่มีการดื่มสุราและมีความขัดแย้งส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย และการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:23 UTC

เร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด่วนหลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด่วนหลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

ส.ส. เจเศรษฐ์ ประสานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อเร่งซ่อมแซมสะพานที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมหารือเกณฑ์ประกันภัยพิบัติใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด่วนหลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
เร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานด่วนหลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

ส.ส. เจเศรษฐ์ ประสานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อเร่งซ่อมแซมสะพานที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมหารือเกณฑ์ประกันภัยพิบัติใหม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ส.ส. เจเศรษฐ์ ได้ประสานงานโดยตรงกับนายภัทรพงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่เร่งด่วน การดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากความเสียหายอย่างหนักจากเหตุอุทกภัยที่ส่งผลให้สะพานแห่งหนึ่งพังถล่มลงมา ทำให้การสัญจรในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ความคืบหน้านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองอย่างทันท่วงทีของรัฐบาลในการฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมที่จำเป็น ส.ส. กำลังผลักดันให้มีการก่อสร้างใหม่โดยเร็วเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะและเพื่อให้การจราจรกลับมาใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้ การหารือยังรวมถึงการทบทวนเกณฑ์ประกันภัยพิบัติใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อวิธีการจัดการและชดเชยความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

แม้ว่ารัฐบาลจะรับทราบถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์แล้ว แต่ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการซ่อมแซมสะพานให้แล้วเสร็จ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานการจราจรในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับการปิดถนนหรือเส้นทางเลี่ยง ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายประกันภัยพิบัติที่เสนอนั้นจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร และจะมีผลบังคับใช้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันหรืออนาคตหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการประเมินความเสียหายทั้งหมดจากเหตุอุทกภัยทั่วทั้งภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:00 UTC

ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แจ้งเหตุไฟฟ้าดับภายในศูนย์การค้า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แจ้งเหตุไฟฟ้าดับภายในศูนย์การค้า

ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ โดยฝ่ายบริหารกำลังประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไข

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แจ้งเหตุไฟฟ้าดับภายในศูนย์การค้า

แหล่งข่าวเดียว
ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แจ้งเหตุไฟฟ้าดับภายในศูนย์การค้า

ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ โดยฝ่ายบริหารกำลังประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไข

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในจังหวัดปทุมธานี ได้รายงานเหตุไฟฟ้าดับซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภายในศูนย์การค้า ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ฝ่ายบริหารของศูนย์การค้าได้รับทราบถึงเหตุขัดข้องดังกล่าวและกำลังประสานงานอย่างเร่งด่วนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อหาสาเหตุและดำเนินการกู้คืนระบบไฟฟ้าให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกชั่วคราวในการใช้บริการร้านค้า ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในศูนย์การค้า ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวควรตรวจสอบช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เพื่อติดตามสถานะการเปิดให้บริการและข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟฟ้าดับจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือฝ่ายบริหารของศูนย์การค้า นอกจากนี้ยังไม่มีการยืนยันกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระบบไฟฟ้าจะกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบในทุกพื้นที่เมื่อใด ผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าและพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในระหว่างที่ทีมช่างกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:01 UTC

เร่งสอบสวนเหตุฆาตกรรมโหดในพื้นที่แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เร่งสอบสวนเหตุฆาตกรรมโหดในพื้นที่แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

พบศพชายวัย 66 ปี อาชีพเฝ้าสวน ถูกทำร้ายเสียชีวิตในทุ่งนาที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาตัวคนร้าย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เร่งสอบสวนเหตุฆาตกรรมโหดในพื้นที่แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
เร่งสอบสวนเหตุฆาตกรรมโหดในพื้นที่แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

พบศพชายวัย 66 ปี อาชีพเฝ้าสวน ถูกทำร้ายเสียชีวิตในทุ่งนาที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาตัวคนร้าย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตบริเวณทุ่งนาใกล้กับป่าช้าบ้านป่าจี้วังแดง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยได้รุดไปยังที่เกิดเหตุและพบศพชายวัย 66 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นคนเฝ้าสวนในพื้นที่

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียชีวิตมีร่องรอยถูกทำร้ายด้วยของแข็งที่ศีรษะและมีบาดแผลฉกรรจ์บนใบหน้าจากของมีคม หลักฐานในที่เกิดเหตุรวมถึงก้อนหินเปื้อนเลือดที่พบบนถนนคอนกรีตใกล้เคียง บ่งชี้ว่าผู้ตายถูกทำร้ายก่อนจะถูกลากลงไปในทุ่งนาและถูกกดศีรษะจมดิน

แม้ผู้เสียชีวิตจะไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เป็นที่รู้จักในละแวกนั้นว่าเป็นคนมีนิสัยใจดี ขณะนี้นายจ้างของผู้ตายได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อช่วยในการระบุตัวคนร้ายและหาสาเหตุของเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือเปลี่ยว ขณะนี้ยังไม่ทราบตัวผู้ก่อเหตุ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในขณะนี้ยังไม่มีรายงานการจับกุมผู้ต้องสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:02 UTC

อ่างทองเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อ่างทองเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางการจังหวัดอ่างทองเร่งเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อปกป้องชุมชนโผงเผงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อ่างทองเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
อ่างทองเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางการจังหวัดอ่างทองเร่งเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อปกป้องชุมชนโผงเผงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดอ่างทองได้เริ่มดำเนินมาตรการเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมุ่งเน้นไปที่ชุมชนโผงเผงซึ่งกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องทุกแห่งเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา มาตรการเชิงรุกเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับการระบายน้ำจากเขื่อนต้นน้ำ แม้ว่ามาตรการป้องกันเหล่านี้กำลังดำเนินการอยู่ แต่ระดับความเสี่ยงที่แท้จริงยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณฝนและการบริหารจัดการน้ำในระยะต่อไป ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการปิดเส้นทางหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:40 UTC

ฝนตกหนักทำน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักทำน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในอำเภอพนมดงรัก และมีการออกคำเตือนเร่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมรับมือ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝนตกหนักทำน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดสุรินทร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในอำเภอพนมดงรัก และมีการออกคำเตือนเร่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมรับมือ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ กำลังประสบกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องส่งผลให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลหลากลงมาจากเทือกเขาใกล้เคียง เข้าท่วมพื้นที่ชุมชนในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกคำเตือนเร่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยรีบขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน การไหลบ่าของน้ำจากภูเขาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่เป็นอันตรายสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเส้นทางน้ำไหลผ่าน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการสัญจร สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงมรสุมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขัง นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปหรือผ่านพื้นที่อำเภอพนมดงรักควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสถานะเส้นทางก่อนออกเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:41 UTC