ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก ✦
เศรษฐกิจ Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบปะกับชาวไทยในนิวยอร์ก โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

อัปเดตจากรัฐบาลที่นิวยอร์ก

ในระหว่างการเยือนนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้จัดประชุมร่วมกับชุมชนไทยในท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน

ประเด็นสำคัญ

นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและมุ่งมั่นที่จะทำงานในรูปแบบ "ฟาสต์แทร็ก" (fast-track) เพื่อเร่งการบริหารจัดการ เขาได้ให้กำลังใจชาวไทยในต่างแดนว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ โดยระบุว่าเศรษฐกิจกำลังแสดงสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น การพบปะครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการสนทนาที่เป็นกันเองระหว่างตัวแทนรัฐบาลและชาวไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

ผลกระทบและมุมมอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเห็นเหล่านี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาล แม้ว่ารองนายกรัฐมนตรีจะแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ แต่รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุตัวเลขชี้วัดหรือรายละเอียดเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว เช่นเดียวกับคำแถลงทางการเมืองทั่วไป ผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการ "ฟาสต์แทร็ก" เหล่านี้ในทางปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและความคืบหน้าในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:15 UTC

เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราเงินชดเชยดีเซลและเบนซิน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราเงินชดเชยดีเซลและเบนซิน

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกาศปรับอัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซลและเบนซิน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราเงินชดเชยดีเซลและเบนซิน

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราเงินชดเชยดีเซลและเบนซิน

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกาศปรับอัตราเงินชดเชยสำหรับน้ำมันดีเซลและเบนซิน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ข้อสรุปในการปรับอัตราเงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย โดยตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป กองทุนฯ จะจ่ายเงินชดเชยน้ำมันดีเซลในอัตรา 4.95 บาทต่อลิตร ในขณะที่น้ำมันเบนซินจะต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ ในอัตรา 2.44 บาทต่อลิตร

สำหรับการปรับเปลี่ยนนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมัน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงานในประเทศ และการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ปัจจุบันของรัฐบาลในการจัดการกับความผันผวนของตลาด แม้ว่าการชดเชยดีเซลจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ แต่การเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนฯ สำหรับน้ำมันเบนซินอาจส่งผลให้ราคาสำหรับผู้ขับขี่มีความผันผวนได้

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าการปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะส่งผลต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศอย่างไร เนื่องจากปัจจัยด้านการแข่งขันทางการตลาดและนโยบายของแต่ละสถานีบริการอาจส่งผลต่อราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายได้เช่นกัน ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวตรวจสอบป้ายแสดงราคาหน้าสถานีบริการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดสำหรับการเติมน้ำมัน ทั้งนี้ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงติดตามแนวโน้มพลังงานโลกอย่างต่อเนื่องเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 15:40 UTC

Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

Mars Snacking ทุ่มงบ 7 พันล้านบาทตั้งโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี สร้างงานในท้องถิ่นกว่า 170 ตำแหน่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

แหล่งข่าวเดียว
Mars เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

Mars Snacking ทุ่มงบ 7 พันล้านบาทตั้งโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในจังหวัดชลบุรี สร้างงานในท้องถิ่นกว่า 170 ตำแหน่ง

ตามรายงานจาก Khaosod Online ยักษ์ใหญ่ด้านขนมขบเคี้ยวสัญชาติอเมริกันอย่าง Mars ได้เปิดตัวโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โรงงานตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ 73,800 ตารางเมตร โดยมีการลงทุนรวมทั้งสิ้น 7 พันล้านบาท

นายกาเบรียล เฟอร์นันเดซ ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) ของ Mars Snacking เปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 หลังจากเริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2566 ปัจจุบันโรงงานมีการจ้างงานโดยตรงมากกว่า 170 ตำแหน่ง และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาค โดยส่งออกผลิตภัณฑ์ Pringles ไปยังตลาดต่างๆ เช่น อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน ทั้งนี้ บริษัทรายงานว่าเกือบ 50% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโรงงานเป็นการจัดซื้อจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงการบูรณาการเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ตอกย้ำถึงการเติบโตทางอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องภายในเขต EEC และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตระดับภูมิภาคสำหรับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก แม้ว่าโรงงานจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายตัวในอนาคตหรือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับตลาดภายในประเทศไทยโดยเฉพาะนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 13:43 UTC

โครงการจัดรูปที่ดินตำบลไตรตรึงษ์ จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบการพัฒนา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โครงการจัดรูปที่ดินตำบลไตรตรึงษ์ จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบการพัฒนา

โครงการจัดรูปที่ดินที่ประสบความสำเร็จในตำบลไตรตรึงษ์ จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการยอมรับจากเจ้าหน้าที่รัฐว่าเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยไม่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โครงการจัดรูปที่ดินตำบลไตรตรึงษ์ จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบการพัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
โครงการจัดรูปที่ดินตำบลไตรตรึงษ์ จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบการพัฒนา

โครงการจัดรูปที่ดินที่ประสบความสำเร็จในตำบลไตรตรึงษ์ จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการยอมรับจากเจ้าหน้าที่รัฐว่าเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยไม่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า นายเจเศรษฐ์ เจ้าหน้าที่รัฐ ได้ชื่นชมโครงการจัดรูปที่ดินในตำบลไตรตรึงษ์ จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น รวมถึงการสร้างถนนใหม่และการติดตั้งระบบไฟฟ้าและประปา โดยไม่ต้องใช้วิธีการเวนคืนที่ดินแบบดั้งเดิม

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของเจ้าของที่ดินจำนวน 37 ราย ที่เสียสละที่ดินบางส่วนของตนเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยสมัครใจ ส่งผลให้มูลค่าที่ดินส่วนที่เหลือเพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ได้ยกย่องโครงการนี้เป็นกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จสำหรับการพัฒนาโดยชุมชน และเสนอว่ารูปแบบนี้อาจนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการขยายโครงสร้างพื้นฐานพร้อมทั้งรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของที่ดินในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาภูมิภาค โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางทางเลือกในการวางผังเมืองที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมโดยสมัครใจมากกว่าการบังคับยึดโดยรัฐ แม้ว่ารัฐบาลจะมองว่านี่เป็นความสำเร็จที่สามารถขยายผลได้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพื้นที่ใดบ้างที่จะถูกเลือกสำหรับโครงการในลักษณะเดียวกันในอนาคต ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อชุมชนท้องถิ่นและเกณฑ์เฉพาะในการคัดเลือกพื้นที่โครงการในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 13:02 UTC

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมของบกลางเพิ่ม 1.2 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมของบกลางเพิ่ม 1.2 พันล้านบาท

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กำลังขอรับงบประมาณกลางเพิ่มเติมจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนนักเรียนนักศึกษาอีก 14,000 คน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมของบกลางเพิ่ม 1.2 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมของบกลางเพิ่ม 1.2 พันล้านบาท

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กำลังขอรับงบประมาณกลางเพิ่มเติมจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนนักเรียนนักศึกษาอีก 14,000 คน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้สรุปคำขอรับงบประมาณกลางเพิ่มเติมจำนวน 1.2 พันล้านบาทจากรัฐบาล โดยเงินทุนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษาเพิ่มเติมอีก 14,000 คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการศึกษา

ขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติอย่างเร่งด่วน กองทุน กยศ. มุ่งหวังที่จะขยายขอบเขตการช่วยเหลือเพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนกลุ่มนี้จะสามารถศึกษาต่อได้โดยไม่ติดขัดด้านการเงิน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาของไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการการเข้าถึงการศึกษาผ่านนโยบายการคลัง แม้ว่ากองทุนจะเป็นกลไกทางการเงินภายในประเทศ แต่ก็สะท้อนถึงลำดับความสำคัญทางเศรษฐกิจในวงกว้างของรัฐบาลชุดปัจจุบันเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์

ในขั้นตอนนี้ คำขอดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ยังคงต้องยืนยันว่าข้อเสนอจะถูกนำเสนออย่างเป็นทางการเมื่อใด และจะได้รับอนุมัติงบประมาณเต็มจำนวนตามที่ร้องขอหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการตัดสินใจจากคณะรัฐมนตรีเพื่อดูว่าเงินทุนจะถูกจัดสรรทันเวลาสำหรับรอบปีการศึกษาที่จะถึงนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 13:02 UTC

PTT แต่งตั้ง 'ชนมาศ ศาสนนันทน์' ดำรงตำแหน่ง CFO คนใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

PTT แต่งตั้ง 'ชนมาศ ศาสนนันทน์' ดำรงตำแหน่ง CFO คนใหม่

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย ประกาศแต่งตั้ง ชนมาศ ศาสนนันทน์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (CFO) คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

PTT แต่งตั้ง 'ชนมาศ ศาสนนันทน์' ดำรงตำแหน่ง CFO คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
PTT แต่งตั้ง 'ชนมาศ ศาสนนันทน์' ดำรงตำแหน่ง CFO คนใหม่

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทย ประกาศแต่งตั้ง ชนมาศ ศาสนนันทน์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (CFO) คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้แต่งตั้ง ชนมาศ ศาสนนันทน์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน (CFO) อย่างเป็นทางการ โดยการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเข้ามาทำหน้าที่แทนผู้บริหารคนเดิมคือ ภัทรลด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจาก ปตท. ยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจระดับชาติและเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในภาคพลังงาน การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารการเงินมักส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์องค์กร ลำดับความสำคัญในการลงทุน หรือการกำกับดูแลทางการเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อผลการดำเนินงานของบริษัทในตลาดและผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจไทย

แม้ว่าจะมีการยืนยันการแต่งตั้งแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ ชนมาศ ศาสนนันทน์ ตั้งใจจะดำเนินการนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป นอกจากนี้ บริษัทยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านหรือแผนงานในอนาคตของผู้บริหารการเงินคนเดิม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอาจต้องติดตามรายงานประจำไตรมาสและการสื่อสารอย่างเป็นทางการขององค์กรต่อไป เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานของ ปตท. ในปีงบประมาณหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:20 UTC

Mars ทุ่มงบ 7 พันล้านบาท เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Mars ทุ่มงบ 7 พันล้านบาท เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

Mars ประกาศลงทุน 7 พันล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและตลาดตะวันออกกลาง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Mars ทุ่มงบ 7 พันล้านบาท เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

แหล่งข่าวเดียว
Mars ทุ่มงบ 7 พันล้านบาท เปิดโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในไทย

Mars ประกาศลงทุน 7 พันล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานผลิต Pringles แห่งแรกในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและตลาดตะวันออกกลาง

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัทอาหารระดับโลกอย่าง Mars กำลังขยายฐานการผลิตในประเทศไทยด้วยการลงทุนครั้งสำคัญมูลค่า 7 พันล้านบาท โดยบริษัทเตรียมสร้างโรงงานผลิตมันฝรั่งทอดกรอบ Pringles แห่งแรกในประเทศ

ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานของบริษัท โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะรองรับทั้งตลาดในประเทศไทยและส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตะวันออกกลาง การจัดตั้งโรงงานนี้ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในภาคการผลิตของไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความน่าสนใจของประเทศในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการผลิตอาหารระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การลงทุนนี้อาจส่งสัญญาณถึงความพร้อมของสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นที่เพิ่มมากขึ้น และการสร้างงานในภาคอุตสาหกรรม สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการพัฒนานี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยว แต่ก็เน้นย้ำถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมของไทย

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ตั้งที่แน่นอนของโรงงาน กำหนดการเริ่มต้นดำเนินการ และจำนวนงานทั้งหมดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางบริษัทต่อไป โดยคาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมในขณะที่โครงการมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:40 UTC

กรมศุลกากรตรวจพบการสวมสิทธิสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่าแตะพันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมศุลกากรตรวจพบการสวมสิทธิสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่าแตะพันล้านบาท

กรมศุลกากรไทยตรวจพบสินค้ามูลค่าประมาณหนึ่งพันล้านบาทที่ถูกสวมสิทธิว่าเป็น 'Made in Thailand' เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมศุลกากรตรวจพบการสวมสิทธิสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่าแตะพันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กรมศุลกากรตรวจพบการสวมสิทธิสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่าแตะพันล้านบาท

กรมศุลกากรไทยตรวจพบสินค้ามูลค่าประมาณหนึ่งพันล้านบาทที่ถูกสวมสิทธิว่าเป็น 'Made in Thailand' เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมศุลกากรไทยได้เปิดเผยถึงการตรวจพบขบวนการสวมสิทธิสินค้าเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่าในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มูลค่าการส่งออกรวมของไทยไปยังสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท โดยในจำนวนนี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบสินค้าที่มีการสวมสิทธิว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในไทยมูลค่าประมาณหนึ่งพันล้านบาท

สินค้าที่พบการกระทำผิดส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง และของใช้ในครัวเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าสินค้าเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มสินค้าส่งออกหลัก 10 อันดับแรกของไทยที่ส่งไปยังสหรัฐฯ ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้จำแนกการสวมสิทธิออกเป็น 2 ประเภท คือ การสวมสิทธิเพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศไทย และการสวมสิทธิเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการกำกับดูแลความโปร่งใสทางการค้า แม้ว่ามูลค่าการฉ้อโกงที่ตรวจพบจะเป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกรวม แต่กรมศุลกากรได้เตือนว่าผู้กระทำผิดจะต้องระวางโทษปรับสูงสุดถึง 500,000 บาท ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากรมศุลกากรจะปรับปรุงมาตรการตรวจสอบสำหรับสินค้ากลุ่มนี้อย่างไร และจะมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:42 UTC

กสิกรไทยประกาศปรับเพิ่มสวัสดิการพนักงานและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กสิกรไทยประกาศปรับเพิ่มสวัสดิการพนักงานและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ

ธนาคารกสิกรไทยประกาศเพิ่มวงเงินเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับพนักงานเริ่มปี 2570 พร้อมเปิดตัวโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือพนักงานด้านค่าครองชีพ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กสิกรไทยประกาศปรับเพิ่มสวัสดิการพนักงานและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ

แหล่งข่าวเดียว
กสิกรไทยประกาศปรับเพิ่มสวัสดิการพนักงานและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ

ธนาคารกสิกรไทยประกาศเพิ่มวงเงินเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับพนักงานเริ่มปี 2570 พร้อมเปิดตัวโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือพนักงานด้านค่าครองชีพ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ได้ประกาศปรับปรุงนโยบายสวัสดิการพนักงาน โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ธนาคารจะปรับเพิ่มวงเงินเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับพนักงานสูงสุดปีละ 300,000 บาท

นอกเหนือจากการปรับสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลแล้ว ธนาคารยังได้เปิดตัวโครงการเงินกู้สวัสดิการภายใต้ชื่อ “K ช่วย K ก้าวผ่านเศรษฐกิจที่ท้าทาย” เพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยพนักงานที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถยื่นขอสินเชื่อได้สูงสุด 50,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ 0% ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในองค์กรนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มในภาคการธนาคารท้องถิ่นเกี่ยวกับการรักษาบุคลากรและมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ แม้ว่าสวัสดิการเหล่านี้จะเป็นเรื่องเฉพาะสำหรับพนักงานของธนาคารกสิกรไทย แต่โครงการดังกล่าวเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่กำลังปรับการดำเนินงานภายในเพื่อลดผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันต่อพนักงานของตน ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับเปลี่ยนภายในเหล่านี้จะส่งผลต่อการให้บริการหรือต้นทุนการดำเนินงานของธนาคารในปีหน้าอย่างไร ผู้อ่านควรทราบว่านี่เป็นการปรับปรุงสวัสดิการภายในองค์กรและไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อบริการทางการเงินสำหรับประชาชนทั่วไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:43 UTC

Toyota Farm Expo Asia 2026 มุ่งยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ตลาดโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Toyota Farm Expo Asia 2026 มุ่งยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ตลาดโลก

งาน Toyota Farm Expo Asia 2026 ที่กำลังจะมาถึง มุ่งเน้นการเชื่อมโยงภาคเกษตรกรรมไทยเข้ากับตลาดโลก โดยคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Toyota Farm Expo Asia 2026 มุ่งยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ตลาดโลก

แหล่งข่าวเดียว
Toyota Farm Expo Asia 2026 มุ่งยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ตลาดโลก

งาน Toyota Farm Expo Asia 2026 ที่กำลังจะมาถึง มุ่งเน้นการเชื่อมโยงภาคเกษตรกรรมไทยเข้ากับตลาดโลก โดยคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

ตามรายงานจาก Matichon Online งาน Toyota Farm Expo Asia 2026 จะจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเชื่อมโยงภาคเกษตรกรรมของไทยเข้ากับเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศและตลาดโลก งานนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเวทีเชิงกลยุทธ์ในการปรับปรุงวิธีการทำฟาร์มในท้องถิ่นให้ทันสมัย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลผลิตไทยในเวทีโลก

ผู้จัดงานได้ตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ท้าทายสำหรับงานเอ็กซ์โป โดยคาดการณ์ว่าจะมีเงินสะพัดโดยตรงถึง 250 ล้านบาทในช่วงการจัดงาน นอกจากนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงข้อตกลงทางการค้าระยะยาวและการเติบโตของอุตสาหกรรม คาดว่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 3,500 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางการเกษตรของไทย งานนี้เน้นย้ำถึงความพยายามครั้งสำคัญในการมุ่งสู่การปรับปรุงอุตสาหกรรมให้ทันสมัยและการเติบโตที่เน้นการส่งออก งานนี้ทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้วัดความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการยกระดับภาคเกษตรกรรม ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจระดับชาติ แม้ว่างานนี้จะสัญญาว่าจะกระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับรายชื่อผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศและกำหนดการที่แน่นอนของช่วงการเจรจาธุรกิจยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจที่คาดการณ์ไว้นี้จะแปลผลออกมาเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับเกษตรกรในท้องถิ่นและห่วงโซ่อุปทานในวงกว้างในช่วงหลายเดือนหลังจากงานเอ็กซ์โปสิ้นสุดลงอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:41 UTC

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างราคาและเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างราคาและเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ปรับลดราคาจำหน่ายรถยนต์ 11 รุ่น สูงสุดถึง 1.03 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงปลายปี พร้อมเผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้า GLC รุ่นใหม่ล่าสุด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างราคาและเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่

แหล่งข่าวเดียว
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศปรับโครงสร้างราคาและเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ปรับลดราคาจำหน่ายรถยนต์ 11 รุ่น สูงสุดถึง 1.03 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงปลายปี พร้อมเผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้า GLC รุ่นใหม่ล่าสุด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ประกาศปรับโครงสร้างราคาจำหน่ายรถยนต์อย่างเป็นทางการ โดยครอบคลุมรถยนต์จำนวน 11 รุ่น ซึ่งมีการปรับลดราคาลงสูงสุดถึง 1.03 ล้านบาท นายคริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่ากลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569

นอกจากการปรับราคาแล้ว บริษัทยังได้เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้า GLC รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดราคาอย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ที่กำลังจะมาถึง การประกาศครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของปีแห่งการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ของแบรนด์ โดยก่อนหน้านี้ในปี 2569 บริษัทได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า CLA และดำเนินกลยุทธ์ด้านบริการทางการเงินและบริการหลังการขายภายใต้ "แคมเปญ FLEX"

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ การปรับราคาในครั้งนี้อาจช่วยให้การเข้าถึงรถยนต์หรูมีความสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทรายงานว่ากลยุทธ์ที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางได้สร้างผลลัพธ์เชิงบวก โดยพบว่าความสนใจผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 188% และมีการส่งต่อข้อมูลลูกค้าไปยังตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้น 181% ณ เดือนสิงหาคม 2569 แม้จะมีการยืนยันเรื่องการปรับลดราคาแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรติดตามรายละเอียดโครงสร้างราคาเต็มของ GLC ไฟฟ้ารุ่นใหม่และเงื่อนไขโปรโมชั่นต่างๆ ได้ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปที่จะถึงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:23 UTC

กระทรวงพาณิชย์จัด 2 งานใหญ่กระตุ้นกำลังซื้อ ชวนช้อป-ชิมสินค้าอัตลักษณ์ไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์จัด 2 งานใหญ่กระตุ้นกำลังซื้อ ชวนช้อป-ชิมสินค้าอัตลักษณ์ไทย

กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดงาน 2 งานเพื่อส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ไทย มุ่งกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงพาณิชย์จัด 2 งานใหญ่กระตุ้นกำลังซื้อ ชวนช้อป-ชิมสินค้าอัตลักษณ์ไทย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์จัด 2 งานใหญ่กระตุ้นกำลังซื้อ ชวนช้อป-ชิมสินค้าอัตลักษณ์ไทย

กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดงาน 2 งานเพื่อส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ไทย มุ่งกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศเตรียมจัดงาน 2 งานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยมุ่งเน้นการเชิญชวนทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวให้มาเลือกซื้อและลิ้มลองสินค้าที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ไทยอันเป็นเอกลักษณ์

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย งานเหล่านี้ถือเป็นโอกาสในการสำรวจสินค้าจากภูมิภาคต่างๆ และอาหารท้องถิ่นต้นตำรับในสถานที่เดียว โครงการลักษณะนี้มักถูกใช้โดยภาครัฐเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตรายย่อยและช่างฝีมือ ซึ่งอาจช่วยสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมและงานฝีมือของไทย

แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์จะยืนยันถึงความตั้งใจในการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านการจัดงานทั้งสองนี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันเวลา สถานที่ และรายชื่อผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานควรติดตามประกาศจากกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าชมงานและรายละเอียดสินค้าที่จะนำมาจัดแสดง เนื่องจากงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศ จึงอาจเป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์สำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นในช่วงเดือนต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:21 UTC

YouTube ประเทศไทยเผยการเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์และการเชื่อมต่ออีคอมเมิร์ซ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

YouTube ประเทศไทยเผยการเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์และการเชื่อมต่ออีคอมเมิร์ซ

Google ประเทศไทยเน้นย้ำการขยายตัวของช่อง YouTube กว่า 90,000 ช่องที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้อีคอมเมิร์ซแบบบูรณาการและคอนเทนต์วิดีโอสั้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

YouTube ประเทศไทยเผยการเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์และการเชื่อมต่ออีคอมเมิร์ซ

แหล่งข่าวเดียว
YouTube ประเทศไทยเผยการเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์และการเชื่อมต่ออีคอมเมิร์ซ

Google ประเทศไทยเน้นย้ำการขยายตัวของช่อง YouTube กว่า 90,000 ช่องที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้อีคอมเมิร์ซแบบบูรณาการและคอนเทนต์วิดีโอสั้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online ทาง Google ประเทศไทยได้ประกาศถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในระบบนิเวศของครีเอเตอร์ดิจิทัลในท้องถิ่น ณ เดือนกันยายน 2026 ประเทศไทยมีช่อง YouTube มากกว่า 90,000 ช่องที่มีผู้ติดตามเกิน 10,000 คน โดยมีช่องใหม่ประมาณ 1,000 ช่องที่บรรลุเป้าหมายนี้ในแต่ละเดือน

นายราฟาเอล ซิสโลว์สกี ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Google ระบุว่าแพลตฟอร์มได้พัฒนาจากเว็บไซต์แบ่งปันวิดีโอไปสู่ศูนย์กลางของวัฒนธรรมและการพาณิชย์ พัฒนาการที่สำคัญคือการรวมฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับแพลตฟอร์มอย่าง Shopee และ Lazada ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าครีเอเตอร์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณาได้สูงสุด 30% และเพิ่มความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคได้สูงสุดถึง 40% นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังมีการอัปโหลด YouTube Shorts เพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อความบันเทิงรูปแบบสั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นช่องทางหลักในการเลือกซื้อสินค้าและค้นพบแบรนด์ต่างๆ ในประเทศไทย แม้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์จะมีความชัดเจน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อการค้าปลีกแบบดั้งเดิมและความยั่งยืนของเครื่องมืออีคอมเมิร์ซใหม่เหล่านี้สำหรับครีเอเตอร์อิสระรายย่อยยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ใช้งานควรตระหนักว่าเส้นแบ่งระหว่างความบันเทิงและการโฆษณาเชิงพาณิชย์เริ่มเลือนลางลงเรื่อยๆ ในขณะที่ระบบนิเวศดิจิทัลเหล่านี้ขยายตัวขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:23 UTC

โรดโชว์รัฐบาลไทยในสหรัฐฯ หนุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โรดโชว์รัฐบาลไทยในสหรัฐฯ หนุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรม

คณะผู้แทนไทยนำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเข้าพบกับบริษัทการเงินและเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนในกลุ่มผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โรดโชว์รัฐบาลไทยในสหรัฐฯ หนุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
โรดโชว์รัฐบาลไทยในสหรัฐฯ หนุนหุ้นนิคมอุตสาหกรรม

คณะผู้แทนไทยนำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเข้าพบกับบริษัทการเงินและเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนในกลุ่มผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ คณะผู้แทนไทยนำโดยรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังจัดกิจกรรมโรดโชว์ที่นิวยอร์ก โดยภารกิจนี้รวมถึงการประชุมระดับสูงกับองค์กรระดับโลกที่สำคัญ เช่น Bank of America, PIMCO และ Microsoft

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่าการเจรจาเหล่านี้ส่งผลเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมของไทย โดยเฉพาะ WHA และ AMATA ความสนใจดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากศักยภาพในการเพิ่มขึ้นของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการดึงดูดเงินทุนระหว่างประเทศเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศ แม้ว่าโรดโชว์จะช่วยปรับปรุงความเชื่อมั่นของตลาดในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าผลกระทบที่แท้จริงต่อผลกำไรของบริษัทเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผลตอบแทนทางการเงินที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการขายที่ดินจริงและการจัดสรรเงินลงทุนที่เป็นรูปธรรมหลังจากการหารือเหล่านี้ ณ ปัจจุบัน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาวยังคงขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการลงทุนในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:44 UTC

ราคาทองคำจับตาแนวต้านที่ $4,400 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำจับตาแนวต้านที่ $4,400 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

ราคาทองคำส่งสัญญาณฟื้นตัวเข้าใกล้ระดับ $4,400 เนื่องจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำจับตาแนวต้านที่ $4,400 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำจับตาแนวต้านที่ $4,400 ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

ราคาทองคำส่งสัญญาณฟื้นตัวเข้าใกล้ระดับ $4,400 เนื่องจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ตามรายงานจาก Khaosod Online ราคาทองคำมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยกลับมายืนเหนือระดับ $4,300 ได้อีกครั้ง นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์จาก GCAP Gold ระบุว่าแรงหนุนนี้มาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อและลดแรงขายในตลาดทองคำลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย แนวโน้มนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจระดับโลก นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ราคาทองคำกำลังทดสอบแนวต้านที่ $4,400 แต่ตลาดยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกหลายประการ ตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคาในอนาคต ได้แก่ ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

กลยุทธ์การลงทุนในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง โดยนักวิเคราะห์แนะนำให้รอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาอยู่ในช่วง $4,330–$4,300 (ประมาณ 68,250–67,800 บาท) ก่อนพิจารณาเข้าซื้อ สำหรับการทำกำไรระยะสั้นแนะนำที่ช่วง $4,400–$4,420 หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ $4,420 (ประมาณ 69,500 บาท) ได้อย่างแข็งแกร่ง จะมีโอกาสทดสอบระดับ $4,500 ต่อไป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเหล่านี้จะมีความยั่งยืนเพียงใดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:04 UTC

ส.อ.ท. เสนอขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ส.อ.ท. เสนอขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สนับสนุนการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และการเพิ่มเงินอุดหนุนในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. เสนอขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

แหล่งข่าวเดียว
ส.อ.ท. เสนอขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สนับสนุนการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และการเพิ่มเงินอุดหนุนในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้แสดงการสนับสนุนโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' โดย ส.อ.ท. ได้เรียกร้องให้มีการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ

นอกเหนือจากการสนับสนุนทางการเงินโดยตรงแก่ประชาชนแล้ว ส.อ.ท. ยังเสนอให้รัฐบาลขยายเครือข่ายร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยองค์กรเชื่อว่าการขยายตัวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการให้การสนับสนุนที่กว้างขวางขึ้นแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั่วประเทศ การเพิ่มจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะช่วยให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าถึงธุรกิจท้องถิ่นได้หลากหลายยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านมาตรการทางการคลังแบบเจาะจง แม้ว่าโครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะยอมรับข้อเสนอแนะเฉพาะของ ส.อ.ท. เกี่ยวกับระยะเวลา 2 เดือนหรือการขยายเครือข่ายร้านค้าหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงขอบเขตและกรอบเวลาในการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:40 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายอยู่ที่ 68,500 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาขายอยู่ที่ 68,500 บาทต่อบาททองคำ

ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำระบุว่า ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 14.51 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 300 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ทั้งนี้ ราคาขายทองรูปพรรณในปัจจุบันอยู่ที่ 68,500 บาทต่อบาททองคำ การปรับตัวดังกล่าวสะท้อนถึงความผันผวนอย่างต่อเนื่องในตลาดโลหะมีค่า ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนในท้องถิ่นและประชาชนที่ใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองมูลค่าแบบดั้งเดิมให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความผันผวนของราคาทองคำมักเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้างและความแข็งแกร่งของค่าเงิน แม้ว่าการปรับตัวลดลงของราคาอาจเป็นโอกาสในการซื้อสำหรับบางคน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในประเทศ

ในขณะนี้ ตลาดทองคำยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนและผู้ที่สนใจซื้อทองคำควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำ เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ รายงานจากประชาชาติธุรกิจไม่ได้ระบุถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นสาเหตุของการปรับตัวลดลงในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:51 UTC