ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Thai Post คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล, นฤชา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการโกงข้อสอบในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การออกหมายเรียกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ถามในสภาฯ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น โดย รังสิมันต์ โรม ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคณะกรรมาธิการ ระบุว่าคาดหวังให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการบริหารงานภายในภาครัฐของไทย แม้ว่ากระบวนการนี้จะเป็นเรื่องของการตรวจสอบทางการเมืองภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการจับตามองกระบวนการสรรหาบุคลากรของรัฐในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียกตัวจะปฏิบัติตามกำหนดการในวันที่ 8 ตุลาคมหรือไม่ หรือจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือทางรัฐสภาเพิ่มเติมเพื่อบังคับให้เข้าชี้แจง สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในขณะที่คณะกรรมาธิการพยายามแก้ไขข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความเป็นธรรมในการจ้างงานของหน่วยงานท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:02 UTC

พรรคกล้าธรรมทบทวนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคกล้าธรรมทบทวนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

อรรถกรจากพรรคกล้าธรรมประกาศทบทวนแผนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการปฏิบัติหน้าที่ในสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคกล้าธรรมทบทวนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
พรรคกล้าธรรมทบทวนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

อรรถกรจากพรรคกล้าธรรมประกาศทบทวนแผนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการปฏิบัติหน้าที่ในสภา

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 อรรถกรจากพรรคกล้าธรรมระบุว่าขณะนี้พรรคกำลังทบทวนกลยุทธ์เกี่ยวกับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อรรถกรเน้นย้ำว่าพรรคยังคงมุ่งมั่นต่อความรับผิดชอบในรัฐสภาโดยไม่คำนึงถึงสถานะปัจจุบันหรือการไม่มีวิปพรรคอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าพรรคพร้อมที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพภายในสภานิติบัญญัติในทุกสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิทัศน์ทางการเมือง แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางรัฐสภาเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในกระบวนการประชาธิปไตย แต่อาจนำไปสู่การอภิปรายทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของรัฐบาล สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศ การติดตามกิจกรรมทางนิติบัญญัติเหล่านี้มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจสภาพภูมิอากาศทางการเมืองในวงกว้าง แม้ว่าการทบทวนภายในพรรคเหล่านี้มักจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือบริการสาธารณะก็ตาม

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือพรรคกล้าธรรมจะดำเนินการยื่นญัตติอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือการทบทวนนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของฝ่ายค้าน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากผู้นำพรรคเกี่ยวกับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:42 UTC

ส.ส. รักชนก จี้เลขาฯ สปส. ขอโทษผู้ประกันตน ปมเจ้าหน้าที่ยืนยันนำโพยเข้าคูหาเลือกตั้งได้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. รักชนก จี้เลขาฯ สปส. ขอโทษผู้ประกันตน ปมเจ้าหน้าที่ยืนยันนำโพยเข้าคูหาเลือกตั้งได้

รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ออกมาขอโทษผู้ประกันตน หลังจากผู้อำนวยการกองกฎหมายของ สปส. ให้ข้อมูลที่สร้างความสับสนเกี่ยวกับระเบียบการเลือกตั้ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. รักชนก จี้เลขาฯ สปส. ขอโทษผู้ประกันตน ปมเจ้าหน้าที่ยืนยันนำโพยเข้าคูหาเลือกตั้งได้

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. รักชนก จี้เลขาฯ สปส. ขอโทษผู้ประกันตน ปมเจ้าหน้าที่ยืนยันนำโพยเข้าคูหาเลือกตั้งได้

รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน เรียกร้องให้เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ออกมาขอโทษผู้ประกันตน หลังจากผู้อำนวยการกองกฎหมายของ สปส. ให้ข้อมูลที่สร้างความสับสนเกี่ยวกับระเบียบการเลือกตั้ง

จากรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน ได้ออกมาเรียกร้องให้เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษผู้ประกันตน กรณีที่ผู้อำนวยการกองกฎหมายของ สปส. ยืนยันว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำกระดาษจดโพยเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อถกเถียงเรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งและการตีความระเบียบการลงคะแนนโดยหน่วยงานรัฐ แม้ว่าความเห็นของผู้อำนวยการกองกฎหมายจะดูเหมือนเป็นการอนุญาตให้ใช้บันทึกส่วนตัวได้ แต่คำกล่าวอ้างดังกล่าวอาจสร้างความสับสนเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมักมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสิ่งของที่อนุญาตให้นำเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง

ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าเลขาธิการ สปส. จะตอบรับคำเรียกร้องให้ขอโทษหรือไม่ หรือทาง กกต. จะออกมาชี้แจงเพื่อแก้ไขข้อมูลที่ขัดแย้งกันนี้อย่างไร ประชาชนควรตระหนักว่ากฎระเบียบการเลือกตั้งมีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด และการเชื่อถือข้อมูลจากหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยตรงอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้ ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นทางการเมือง และยังไม่มีการออกคำชี้แจงหรือคำขอโทษอย่างเป็นทางการจากผู้บริหาร สปส.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 16:41 UTC

ไทยเตรียมพร้อมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2569
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมพร้อมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2569

ประเทศไทยเตรียมจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมปี 2569 ในวันที่ 27 กันยายน โดยทางการได้ออกแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการลงคะแนนและความถูกต้องของบัตรเลือกตั้ง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเตรียมพร้อมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมพร้อมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมปี 2569

ประเทศไทยเตรียมจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมปี 2569 ในวันที่ 27 กันยายน โดยทางการได้ออกแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการลงคะแนนและความถูกต้องของบัตรเลือกตั้ง

ในวันที่ 27 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระบวนการเลือกตั้งอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมการ โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจระเบียบการลงคะแนนเพื่อให้มั่นใจว่าบัตรเลือกตั้งจะถูกนับอย่างถูกต้อง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อผู้ประกันตนและผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบประกันสังคมของไทย เนื่องจากคณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกองทุนและนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนหลายล้านคน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องเลือกผู้สมัครได้สูงสุด 7 หมายเลขในบัตรเลือกตั้ง ทางการได้เผยแพร่เกณฑ์เฉพาะในการแยกแยะบัตรดีและบัตรเสีย โดยขอความร่วมมือให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้ก่อนเข้าคูหาเพื่อป้องกันไม่ให้บัตรเสีย

แม้ว่าจะมีการยืนยันวันเลือกตั้งแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบรายละเอียดหน่วยเลือกตั้งและรายชื่อผู้สมัครผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งเชิงบริหาร จึงส่งผลกระทบต่อการกำกับดูแลกองทุนประกันสังคมเป็นหลักมากกว่าชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้พำนักระยะยาวที่ส่งเงินสมทบเข้าสู่ระบบ ผลการเลือกตั้งจะมีอิทธิพลต่อทิศทางนโยบายในอนาคต โดยคาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนับคะแนนและรายชื่อคณะกรรมการชุดใหม่หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 13:46 UTC

สำนักงานประกันสังคมเผชิญการตรวจสอบจากรัฐสภาเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานประกันสังคมเผชิญการตรวจสอบจากรัฐสภาเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้ง

สมาชิกพรรคประชาชนได้ตั้งคำถามต่อสำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสและวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สำนักงานประกันสังคมเผชิญการตรวจสอบจากรัฐสภาเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมเผชิญการตรวจสอบจากรัฐสภาเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้ง

สมาชิกพรรคประชาชนได้ตั้งคำถามต่อสำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสและวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการ

ในการประชุมรัฐสภาเมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนจากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้หยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งคณะกรรมการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) โดยการสอบถามมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนการบริหารจัดการและความโปร่งใสของระบบการลงคะแนนที่หน่วยงานใช้อยู่ในปัจจุบัน

ในการตอบคำถาม เจ้าหน้าที่ของ สปส. ได้ชี้แจงข้อกังวลดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องการจดบันทึกข้อมูลผู้สมัคร หน่วยงานระบุว่าแม้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะสามารถจดเลขผู้สมัครได้ แต่ขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการจดลงบนกระดาษภายในพื้นที่ลงคะแนนเพื่อรักษาความเป็นระเบียบและประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สมทบทุนในระบบประกันสังคมไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของฝ่ายการเมืองในการตรวจสอบหน่วยงานที่ดูแลสิทธิประโยชน์ที่สำคัญของแรงงาน แม้ว่า สปส. จะได้ให้คำชี้แจงเบื้องต้นเกี่ยวกับโลจิสติกส์ของการเลือกตั้งแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อความโปร่งใสของกระบวนการลงคะแนนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องหารือกันในรัฐสภาต่อไป ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขข้อกังวลที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการอัปเดตจากรัฐสภาต่อไปเพื่อดูว่าจะมีการเสนอหรือบังคับใช้การปฏิรูปกรอบการเลือกตั้งของ สปส. เพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:41 UTC

สำนักงานประกันสังคมเตรียมแจ้งจุดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่าน SMS
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานประกันสังคมเตรียมแจ้งจุดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่าน SMS

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะส่ง SMS แจ้งเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ในวันที่ 25 กันยายน เกี่ยวกับสถานที่เลือกตั้งสำหรับคณะกรรมการประกันสังคม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สำนักงานประกันสังคมเตรียมแจ้งจุดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่าน SMS

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมเตรียมแจ้งจุดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่าน SMS

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะส่ง SMS แจ้งเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ในวันที่ 25 กันยายน เกี่ยวกับสถานที่เลือกตั้งสำหรับคณะกรรมการประกันสังคม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ประกาศว่าจะเริ่มส่ง SMS แจ้งเตือนไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ในวันที่ 25 กันยายน 2569 โดยข้อความดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เลือกตั้งสำหรับคณะกรรมการประกันสังคมที่จะถึงนี้

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ประกันตนและชาวต่างชาติที่สมทบเงินเข้าสู่ระบบประกันสังคมไทย เนื่องจากเป็นการเลือกตัวแทนที่จะเข้ามาดูแลการบริหารจัดการและทิศทางนโยบายของกองทุนประกันสังคม การมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งนี้ช่วยให้ผู้ประกันตนมีสิทธิมีเสียงในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์และกองทุนของตนเอง

ทั้งนี้ สปส. ได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการให้ประชาชนระมัดระวังมิจฉาชีพ โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า SMS อย่างเป็นทางการจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เลือกตั้งเท่านั้น และจะไม่มีการขอข้อมูลทางการเงินส่วนบุคคลหรือรหัสผ่านใดๆ ประชาชนควรระมัดระวังข้อความที่น่าสงสัยที่อ้างว่ามาจาก สปส. แต่มีการร้องขอข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือเงิน

จนถึงขณะนี้ สปส. ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนนเสียงหรือรายชื่อผู้สมัครทั้งหมด ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกหลอกลวงจากข้อความที่เป็นเท็จ คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:41 UTC

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พ่อ ส.ส. ภูมิใจไทย ปมล็อบบี้ฮั้ว ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พ่อ ส.ส. ภูมิใจไทย ปมล็อบบี้ฮั้ว ส.ว.

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองนายสัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์ เป็นเวลา 10 ปี จากกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อบบี้และฮั้วประมูลในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พ่อ ส.ส. ภูมิใจไทย ปมล็อบบี้ฮั้ว ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พ่อ ส.ส. ภูมิใจไทย ปมล็อบบี้ฮั้ว ส.ว.

ศาลฎีกาสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองนายสัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์ เป็นเวลา 10 ปี จากกรณีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อบบี้และฮั้วประมูลในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลฎีกาของประเทศไทยได้มีคำพิพากษาต่อนายสัจจพงษ์ ภูมิภักดิ์ ซึ่งเป็นบิดาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย โดยศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาล็อบบี้และฮั้วประมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ผลจากการกระทำดังกล่าว ศาลได้สั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองของนายสัจจพงษ์เป็นเวลา 10 ปี ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของฝ่ายตุลาการในการจัดการกับปัญหาการทุจริตและความโปร่งใสภายในระบบการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกตัวแทนในสภาสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบทางกฎหมายที่เข้มงวดซึ่งกำลังถูกนำมาใช้กับกระบวนการทางการเมืองในประเทศไทย แม้ว่าคำพิพากษานี้จะมุ่งเป้าไปที่บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมืองโดยเฉพาะ แต่ก็เน้นย้ำถึงบรรยากาศความรับผิดชอบที่ระบบกฎหมายไทยกำลังบังคับใช้อยู่ในขณะนี้ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำพิพากษานี้จะนำไปสู่การสอบสวนเพิ่มเติมต่อบุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วประมูลดังกล่าวหรือไม่ และผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการตัดสินใจนี้จะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยหรือมีอิทธิพลต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:22 UTC

กกต. เตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปมคัดเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปมคัดเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ติดตั้งแผงเหล็กกั้นและประสานตำรวจดูแลความปลอดภัย เตรียมรับมือการชุมนุมประท้วงกรณีข้อกังวลเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก ส.ว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปมคัดเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงปมคัดเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ติดตั้งแผงเหล็กกั้นและประสานตำรวจดูแลความปลอดภัย เตรียมรับมือการชุมนุมประท้วงกรณีข้อกังวลเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก ส.ว.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มติดตั้งแผงเหล็กกั้นพื้นที่โดยรอบสำนักงาน เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมประท้วงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีความกังวลเกี่ยวกับข้อครหาเรื่องการฮั้วและการดำเนินการที่ไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา

เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย กกต. ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยขอสนับสนุนกำลังตำรวจจำนวน 1 กองร้อย เพื่อดูแลสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยของสถานที่ การชุมนุมครั้งนี้คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความโปร่งใสในการคัดเลือก ส.ว. ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจและมีการถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและอาจเกิดการจราจรติดขัดในบริเวณใกล้เคียงสำนักงาน กกต. แม้ว่าขณะนี้จะเป็นเพียงมาตรการป้องกันไว้ก่อน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านพื้นที่หน่วยงานราชการควรเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปิดเส้นทางหรือการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนเท่าใด และการชุมนุมจะเป็นไปอย่างสงบหรือจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนมาตรการด้านความปลอดภัยหรือการบริหารจัดการเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:01 UTC

รัสเซียยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมประชุม G20 ของปูติน หลังได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัสเซียยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมประชุม G20 ของปูติน หลังได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ

รัฐบาลรัสเซียยังไม่ได้ตอบรับคำเชิญจากสหรัฐอเมริกาให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่กำลังจะมาถึง และการหารือที่เป็นไปได้กับโดนัลด์ ทรัมป์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัสเซียยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมประชุม G20 ของปูติน หลังได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
รัสเซียยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมประชุม G20 ของปูติน หลังได้รับคำเชิญจากสหรัฐฯ

รัฐบาลรัสเซียยังไม่ได้ตอบรับคำเชิญจากสหรัฐอเมริกาให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่กำลังจะมาถึง และการหารือที่เป็นไปได้กับโดนัลด์ ทรัมป์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 รัฐบาลรัสเซียยังคงนิ่งเฉยต่อคำเชิญจากสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐฯ ได้เชิญประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียอย่างเป็นทางการให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือร่วมกับโดนัลด์ ทรัมป์

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันหรือปฏิเสธอย่างเป็นทางการจากเครมลินเกี่ยวกับการเข้าร่วมของประธานาธิบดี การที่ยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการได้ดึงดูดความสนใจเนื่องจากความสำคัญของการประชุมสุดยอดที่ถูกเสนอขึ้น และศักยภาพในการเกิดบทสนทนาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญระหว่างผู้นำทั้งสอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องของการติดตามสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือกฎระเบียบการเดินทางภายในราชอาณาจักร แต่ผลลัพธ์ของคำเชิญทางการทูตนี้อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมักจะมีผลกระทบทางอ้อมต่อตลาดโลกและความมั่นคงในภูมิภาค

ยังคงต้องรอการยืนยันว่าประธานาธิบดีปูตินจะตอบรับคำเชิญหรือไม่ หรือการหารือที่ถูกเสนอร่วมกับโดนัลด์ ทรัมป์ จะดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากมอสโกเพื่อชี้แจงจุดยืนของรัสเซียเกี่ยวกับการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:01 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ศาลรัฐธรรมนูญไทยมีกำหนดการอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายน 2569 เกี่ยวกับการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ดำเนินการไต่สวนพยานและลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เพื่อพิจารณาว่ารหัสทางเทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อหลักการ “ความลับ” ของการลงคะแนนเสียง โดยสามารถเชื่อมโยงบัตรเลือกตั้งกลับไปยังตัวผู้ใช้สิทธิได้หรือไม่

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งโดยลับ ข้อกังวลหลักคือเทคโนโลยีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำมาใช้นั้นเปิดช่องให้สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้จริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นย่อมขัดต่อหลักการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลในครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากศาลวินิจฉัยว่ากระบวนการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลกระทบต่อความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ในอดีต การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในปี 2549 และ 2557 เคยนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางการเมืองและภาวะสุญญากาศทางอำนาจ แม้ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานและกระบวนการจัดการบัตรเลือกตั้งแล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยัน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายน เนื่องจากคำวินิจฉัยอาจมีผลกระทบในวงกว้างต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองและความชอบธรรมของกระบวนการเลือกตั้งในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:03 UTC

พรรคประชาชนขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน

พรรคประชาชนได้ประกาศขับพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ หลังจากมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน

พรรคประชาชนได้ประกาศขับพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ หลังจากมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พรรคประชาชนซึ่งมีผู้นำฝ่ายค้านเป็นหัวหน้าพรรค ได้ดำเนินการขับพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคประชาชนไม่นับว่าพรรคกล้าธรรมเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายค้านในสภาชุดปัจจุบันอีกต่อไป

ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นจากการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 ที่ผ่านมา ในขณะที่ฝ่ายค้านมีมติไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายดังกล่าว แต่สมาชิกพรรคกล้าธรรมทั้งหมดกลับยกมือเห็นชอบ พรรคประชาชนระบุว่าพรรคกล้าธรรมสามารถเลือกที่จะงดออกเสียงได้หากไม่เห็นด้วยกับแนวทางของฝ่ายค้าน แต่การตัดสินใจสนับสนุนร่างกฎหมายของรัฐบาลถือเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามการเมืองไทย ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้จำนวนเสียงของฝ่ายค้านลดลง แม้ว่าฝ่ายค้านจะยังมีเสียงเกิน 1 ใน 5 ซึ่งเพียงพอต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็ตาม แม้ว่าการปรับโครงสร้างภายในนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพันธมิตรทางการเมืองก่อนที่จะมีการตรวจสอบรัฐบาล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับเปลี่ยนนี้จะส่งผลต่อความร่วมมือทางนิติบัญญัติและบรรยากาศของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:04 UTC

รัฐบาลเสนอสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นสถานที่เรียนชั่วคราวสำหรับอุเทนถวาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเสนอสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นสถานที่เรียนชั่วคราวสำหรับอุเทนถวาย

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่สำรวจสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพิจารณาใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราวสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลเสนอสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นสถานที่เรียนชั่วคราวสำหรับอุเทนถวาย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเสนอสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นสถานที่เรียนชั่วคราวสำหรับอุเทนถวาย

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่สำรวจสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อพิจารณาใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราวสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงพื้นที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประเมินความพร้อมในการใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราวให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รัฐบาลกำลังพิจารณาการย้ายสถานที่นี้เป็นกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับที่ตั้งปัจจุบันของมหาวิทยาลัย และเพื่อจัดหาสภาพแวดล้อมที่มั่นคงให้แก่นักศึกษา ในระหว่างการสำรวจ นายยศชนันระบุว่าสถานที่ดังกล่าวมีความพร้อมอย่างมาก โดยมีโรงฝึกงานขนาดใหญ่ เครื่องจักร และห้องปฏิบัติการทางช่างที่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนการสอนสายวิศวกรรมและวิชาชีพของอุเทนถวาย เขาแสดงความมั่นใจว่าสถานที่นี้จะสามารถรองรับมาตรฐานทางวิชาการได้โดยไม่หยุดชะงัก

สำหรับประชาชนในพื้นที่ ข้อเสนอนี้ถือเป็นความพยายามทางบริหารที่สำคัญในการแก้ไขข้อพิพาทของมหาวิทยาลัยที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่ารัฐบาลจะระบุว่าสถานที่นี้มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง แต่แผนการย้ายอย่างเป็นทางการและกรอบเวลาที่นักศึกษาจะเริ่มเข้าใช้งานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การย้ายครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางออกชั่วคราวในระหว่างที่ดำเนินการตามเป้าหมายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาระยะยาว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงแรงงานในขณะที่ข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการอนุมัติอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:43 UTC

กลุ่มพีมูฟประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คัดค้านมติยุบธนาคารที่ดิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กลุ่มพีมูฟประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คัดค้านมติยุบธนาคารที่ดิน

กลุ่มเคลื่อนไหวพีมูฟเตรียมจัดการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 28 กันยายนนี้ หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุบธนาคารที่ดิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กลุ่มพีมูฟประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คัดค้านมติยุบธนาคารที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มพีมูฟประกาศชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล คัดค้านมติยุบธนาคารที่ดิน

กลุ่มเคลื่อนไหวพีมูฟเตรียมจัดการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 28 กันยายนนี้ หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ยุบธนาคารที่ดิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เครือข่ายกลุ่มเคลื่อนไหวพีมูฟ (P-Move) ได้ประกาศแผนการจัดการชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 28 กันยายนนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ที่ให้ยุบธนาคารที่ดิน ซึ่งทางกลุ่มอ้างว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อข้อตกลงเดิมที่เคยทำไว้กับรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดและมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียงทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพฯ การชุมนุมในพื้นที่นี้มักนำไปสู่การปิดถนนและการจำกัดการเข้าถึง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือแผนการท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่า

แม้ว่าทางกลุ่มจะประกาศเจตนาที่จะปักหลักชุมนุม แต่ขนาดของการประท้วงและระยะเวลาของการชุมนุมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่วางแผนจะเดินทางในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพการจราจรและมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้ออกคำตอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องเฉพาะของกลุ่มพีมูฟที่เกี่ยวข้องกับการยุบธนาคารที่ดิน นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการรวมตัวกันของกลุ่มคนจำนวนมากเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:41 UTC

ไทยและตุรกีกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและยุทธศาสตร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยและตุรกีกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและยุทธศาสตร์

ประธานรัฐสภาไทยได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตตุรกีเพื่อหารือเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีในหลายภาคส่วน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยและตุรกีกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและยุทธศาสตร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและตุรกีกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและยุทธศาสตร์

ประธานรัฐสภาไทยได้พบหารือกับเอกอัครราชทูตตุรกีเพื่อหารือเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีในหลายภาคส่วน

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้การรับรองนางสาวจูลีเด คายือฮัน (H.E. Ms. Julide Kayıhan) เอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post การหารือมุ่งเน้นไปที่การกระชับความสัมพันธ์ทางรัฐสภาและการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์

การหารือครอบคลุมความร่วมมือในหลายด้านที่สำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยว การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศ เจ้าหน้าที่มุ่งหวังที่จะสร้างกรอบความร่วมมือที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันในระยะยาวในภาคส่วนเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการแลกเปลี่ยนทวิภาคีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการลงทุนที่คล่องตัวขึ้นหรือโครงการริเริ่มด้านการท่องเที่ยวที่ขยายตัวระหว่างไทยและตุรกีในอนาคต เนื่องจากขณะนี้การหารือยังอยู่ในระดับรัฐสภา จึงยังไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงด้านวีซ่าและการค้าใหม่ๆ ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อยืนยันว่าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:24 UTC

ธรรมนัสเดินทางกลับไทยท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ธรรมนัสเดินทางกลับไทยท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

อดีตรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับจากญี่ปุ่น โดยพรรคยืนยันว่ายังไม่มีการหารือเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลปัจจุบัน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ธรรมนัสเดินทางกลับไทยท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ธรรมนัสเดินทางกลับไทยท่ามกลางกระแสข่าวการเมือง

อดีตรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางกลับจากญี่ปุ่น โดยพรรคยืนยันว่ายังไม่มีการหารือเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลปัจจุบัน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างเป็นทางการหลังจากการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น การกลับมาครั้งนี้ได้รับความสนใจเนื่องจากมีกระแสข่าวการเมืองเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนพันธมิตรในรัฐบาล

อรรถกร ศิริลัทธยากร ตัวแทนจากพรรคกล้าธรรม ยืนยันว่าได้พบกับธรรมนัสที่อาคารรัฐสภาหลังจากการเดินทางกลับ เพื่อตอบโต้ข่าวลือที่แพร่สะพัดในสื่อ อรรถกรระบุอย่างชัดเจนว่ายังไม่มีการหารือเรื่องการที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมกับรัฐบาลปัจจุบัน และยังไม่มีการเจรจาเรื่องโควตารัฐมนตรีแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามการเมืองไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการชี้แจงสถานะปัจจุบันของพรรคกล้าธรรม แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองจะเป็นเรื่องปกติในบริบทของไทย แต่คำแถลงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดกระแสการคาดเดาเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรีหรือการขยายตัวของพรรคร่วมรัฐบาล

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือจะมีบทสนทนาทางการเมืองอย่างไม่เป็นทางการเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความผันผวน ในขณะนี้พรรคยังคงยืนยันว่าไม่มีการเจรจาอย่างเป็นทางการเกิดขึ้น ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นต่อไปเพื่อรับข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อนโยบายการบริหารและบริการสาธารณะในบางครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:45 UTC

สำนักงานประกันสังคมกำชับความระมัดระวังในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานประกันสังคมกำชับความระมัดระวังในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส

สำนักงานประกันสังคมขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลีกเลี่ยงการนำโพยหรือบันทึกส่วนตัวเข้าคูหาเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพื่อป้องกันความสับสนและข้อผิดพลาดในการนับคะแนน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สำนักงานประกันสังคมกำชับความระมัดระวังในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมกำชับความระมัดระวังในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเพื่อความโปร่งใส

สำนักงานประกันสังคมขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลีกเลี่ยงการนำโพยหรือบันทึกส่วนตัวเข้าคูหาเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพื่อป้องกันความสับสนและข้อผิดพลาดในการนับคะแนน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้ ตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกคำขออย่างเป็นทางการให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งงดเว้นการนำบันทึกหรือ 'โพย' เข้าไปในคูหาเลือกตั้ง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ สปส. เน้นย้ำว่าการใช้วัสดุดังกล่าวอาจนำไปสู่ความยุ่งยากในระหว่างกระบวนการนับคะแนน เจ้าหน้าที่ระบุว่าการหลีกเลี่ยงการใช้โพยดังกล่าวจะเป็น 'พระคุณอย่างยิ่ง' เพื่อให้มั่นใจถึงความถูกต้องและประสิทธิภาพของผลการเลือกตั้ง

สำหรับประชาชนและผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารในการรักษาบรรยากาศการเลือกตั้งที่โปร่งใสและปราศจากข้อผิดพลาด แม้ว่าคำขอนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการนับคะแนนให้รวดเร็วขึ้น แต่ก็ถือเป็นการเตือนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงคะแนนโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยภายนอก

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการบังคับใช้หรือบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่เลือกนำโพยเข้าไปแม้จะมีการขอความร่วมมือหรือไม่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการจาก สปส. อย่างใกล้ชิดเมื่อใกล้วันเลือกตั้ง เพื่อให้การใช้สิทธิของท่านเป็นไปอย่างราบรื่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:02 UTC

ส.ส. ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

รังสิมันต์ โรม ใช้กฎหมายเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องชี้แจงกรณีพบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. ฝ่ายค้านเดินหน้าสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

รังสิมันต์ โรม ใช้กฎหมายเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องชี้แจงกรณีพบความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้ยกระดับการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยอ้างอิงรายงานจาก Thai Post ระบุว่า นายโรมกำลังใช้กฎหมายเรียกตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี, นายนฤชา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน

นายโรมแสดงความไม่พอใจต่อการขาดความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าตัวแทนกระทรวงไม่เคยมาให้ข้อมูลตามคำเชิญ พร้อมทั้งอ้างคำให้การของอธิการบดี มศว ที่ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการสอบอาจมีการข้ามขั้นตอน นอกจากนี้ นายโรมยังอ้างว่าพบหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบุคคลกว่า 70 คน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทั้งนี้ นายโรมยังวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีความล่าช้าในการตรวจสอบ โดยอ้างว่าขาดงบประมาณสำหรับเครื่องมือตรวจสอบกระดาษคำตอบ

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามข่าวสาร เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลเรื่องความโปร่งใสในการจ้างงานภาครัฐ แม้ข้อกล่าวหาจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบ แต่ระดับการมีส่วนร่วมของนักการเมืองระดับสูงยังคงต้องรอการยืนยัน นายโรมเตือนว่าจะดำเนินการตามกฎหมายหากผู้ที่ถูกเรียกตัวยังคงเพิกเฉยต่อคำสั่งของคณะกรรมาธิการ โดยสาธารณชนกำลังรอความคืบหน้าจากการตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:46 UTC