ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
การเมือง กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ✦
กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

การเมือง

กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Thai Post คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล, นฤชา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการโกงข้อสอบในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การออกหมายเรียกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ถามในสภาฯ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น โดย รังสิมันต์ โรม ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคณะกรรมาธิการ ระบุว่าคาดหวังให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการบริหารงานภายในภาครัฐของไทย แม้ว่ากระบวนการนี้จะเป็นเรื่องของการตรวจสอบทางการเมืองภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการจับตามองกระบวนการสรรหาบุคลากรของรัฐในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียกตัวจะปฏิบัติตามกำหนดการในวันที่ 8 ตุลาคมหรือไม่ หรือจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือทางรัฐสภาเพิ่มเติมเพื่อบังคับให้เข้าชี้แจง สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในขณะที่คณะกรรมาธิการพยายามแก้ไขข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความเป็นธรรมในการจ้างงานของหน่วยงานท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:02 UTC

ททท. เดินหน้าโปรโมทไทยในงาน Tourism Expo Japan 2026
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

ททท. เดินหน้าโปรโมทไทยในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเสนอภาพลักษณ์ประเทศในงาน Tourism Expo Japan 2026 ที่โตเกียว โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและเมืองรอง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

ททท. เดินหน้าโปรโมทไทยในงาน Tourism Expo Japan 2026

แหล่งข่าวเดียว
ททท. เดินหน้าโปรโมทไทยในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเสนอภาพลักษณ์ประเทศในงาน Tourism Expo Japan 2026 ที่โตเกียว โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและเมืองรอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 (TEJ 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน ณ ศูนย์การประชุม Tokyo Big Sight โดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมด้วยนางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมงานเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวผ่านการแสดงทางวัฒนธรรมและการตลาดเชิงกลยุทธ์

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า ททท. มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยเน้นการท่องเที่ยวในเมืองรองและประสบการณ์การเดินทางที่เฉพาะตัว ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ซึ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เวลเนส และการช้อปปิ้ง เพื่อสร้างการรับรู้เชิงบวกต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียม

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการกระจายรายได้สู่เมืองรอง ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มและโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพในจังหวัดต่างๆ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่างานจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:03 UTC

GULF ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในระนองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

GULF ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในระนองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่บ้านแหลมนาว จ.ระนอง เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

GULF ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในระนองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

แหล่งข่าวเดียว
GULF ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในระนองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่บ้านแหลมนาว จ.ระนอง เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้เปิดตัวโครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่บ้านแหลมนาว ในตำบลนาคา อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ภายใต้โครงการ 'Green Energy Green Network for THAIs' โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ให้กับพื้นที่ห่างไกล ซึ่งถือเป็นพื้นที่แห่งที่ 3 ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นในปี 2569

บ้านแหลมนาวเป็นชุมชนชาวไทยมุสลิมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามัน หมู่บ้านแห่งนี้มีครัวเรือนประมาณ 57 หลังคาเรือน และเคยประสบปัญหาในการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การจัดหาแหล่งพลังงานที่มั่นคงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากร 236 คน สนับสนุนการศึกษาในท้องถิ่น และฟื้นฟูการท่องเที่ยวชุมชนรวมถึงธุรกิจโฮมสเตย์

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งอาจช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงและเพลิดเพลินกับแนวชายฝั่งยาว 10 กิโลเมตรได้สะดวกยิ่งขึ้น แม้ว่าการติดตั้งนี้คาดว่าจะส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของการท่องเที่ยวในท้องถิ่น แต่ผลกระทบระยะยาวต่อขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวและแผนการขยายบริการโฮมสเตย์ที่เฉพาะเจาะจงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:42 UTC

การเดินทางของชาวไทยไปเกาหลีใต้ลดลงท่ามกลางความกังวลด้านการตรวจคนเข้าเมือง
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

การเดินทางของชาวไทยไปเกาหลีใต้ลดลงท่ามกลางความกังวลด้านการตรวจคนเข้าเมือง

กระบวนการคัดกรองการเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้นในเกาหลีใต้ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

การเดินทางของชาวไทยไปเกาหลีใต้ลดลงท่ามกลางความกังวลด้านการตรวจคนเข้าเมือง

แหล่งข่าวเดียว
การเดินทางของชาวไทยไปเกาหลีใต้ลดลงท่ามกลางความกังวลด้านการตรวจคนเข้าเมือง

กระบวนการคัดกรองการเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้นในเกาหลีใต้ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ตามรายงานจาก Khaosod English ประเทศเกาหลีใต้กำลังได้รับความนิยมน้อยลงในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ข้อมูลจาก Bnomics ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยของธนาคารกรุงเทพ ระบุว่าแม้จะมีชาวไทยเดินทางไปต่างประเทศถึง 13.06 ล้านคนในปี 2025 แต่ความสนใจในเกาหลีใต้ในฐานะจุดหมายปลายทางกลับลดลง

ปัจจัยหลักที่ถูกระบุถึงสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้คือการนำขั้นตอนการคัดกรองการเข้าเมืองที่เข้มงวดมากขึ้นมาใช้ที่พรมแดนเกาหลีใต้ มาตรการที่เข้มงวดเหล่านี้สร้างความไม่แน่นอนอย่างมากให้กับผู้ที่วางแผนจะเดินทาง เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากกังวลว่าจะถูกปฏิเสธการเข้าเมืองเมื่อเดินทางไปถึง โดยไม่คำนึงถึงเจตนาหรือเอกสารที่มี บรรยากาศของความไม่แน่นอนนี้ทำให้ชาวไทยหลายคนหันมาทบทวนแผนการเดินทางและมองหาจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศอื่นๆ แทน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดในการเข้าเมืองและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นที่พรมแดนเมื่อวางแผนเดินทางไปเกาหลีใต้ แม้ว่าข้อมูลจะยืนยันถึงแนวโน้มขาลงของจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศยังคงต้องติดตามต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเข้าเมือง เนื่องจากกฎระเบียบเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าทางการเกาหลีใต้จะปรับปรุงกระบวนการคัดกรองเพื่อแก้ไขข้อกังวลเหล่านี้หรือไม่ หรือแนวโน้มปัจจุบันจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:10 UTC

GULF ส่งมอบโครงการพลังงานสะอาดในระนอง มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

GULF ส่งมอบโครงการพลังงานสะอาดในระนอง มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวโครงการพลังงานสะอาดที่บ้านแหลมนาว จังหวัดระนอง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่และสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

GULF ส่งมอบโครงการพลังงานสะอาดในระนอง มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน

แหล่งข่าวเดียว
GULF ส่งมอบโครงการพลังงานสะอาดในระนอง มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวโครงการพลังงานสะอาดที่บ้านแหลมนาว จังหวัดระนอง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่และสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ส่งมอบโครงการพลังงานสะอาดให้กับชุมชนบ้านแหลมนาว จังหวัดระนอง อย่างเป็นทางการ โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อจัดหาโซลูชันพลังงานที่ยั่งยืนให้กับพื้นที่ โดยมีเป้าหมายกว้างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นและส่งเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างการท่องเที่ยวโดยชุมชนในภูมิภาค ด้วยการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด โครงการนี้พยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนมากขึ้นซึ่งสามารถสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและรักษาความสวยงามตามธรรมชาติของพื้นที่ไว้ได้ บริษัทระบุว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน

แม้ว่าโครงการจะถูกส่งมอบแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำลังการผลิตที่เฉพาะเจาะจงของระบบพลังงานและกรอบเวลาสำหรับการบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวโดยชุมชนในระนองอาจเห็นการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะที่ชุมชนใช้ประโยชน์จากทรัพยากรใหม่เหล่านี้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของโครงการพลังงานนี้ต่อสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวหรือข้อเสนอการท่องเที่ยวในท้องถิ่นต่อไปเมื่อโครงการมีความคืบหน้ามากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:42 UTC

ททท. รุกตลาดญี่ปุ่นในงาน TEJ 2026 หวังดึงนักท่องเที่ยวสู้ภาวะเงินเยนอ่อนค่า
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

ททท. รุกตลาดญี่ปุ่นในงาน TEJ 2026 หวังดึงนักท่องเที่ยวสู้ภาวะเงินเยนอ่อนค่า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 เพื่อกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

ททท. รุกตลาดญี่ปุ่นในงาน TEJ 2026 หวังดึงนักท่องเที่ยวสู้ภาวะเงินเยนอ่อนค่า

แหล่งข่าวเดียว
ททท. รุกตลาดญี่ปุ่นในงาน TEJ 2026 หวังดึงนักท่องเที่ยวสู้ภาวะเงินเยนอ่อนค่า

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 เพื่อกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan (TEJ) 2026 อย่างแข็งขัน ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในตลาดญี่ปุ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มาเยือนประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงภายในงาน ททท. หวังที่จะรักษาความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำ แม้จะเผชิญกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย ความพยายามนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในการรักษารายได้จากการท่องเที่ยวจากหนึ่งในตลาดหลักของไทย แคมเปญนี้มุ่งเน้นการนำเสนอทางเลือกที่คุ้มค่าเพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นยังคงเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อน แม้ว่าความผันผวนของค่าเงินจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศมีราคาสูงขึ้นก็ตาม

แม้ว่า ททท. จะเร่งโปรโมตข้อเสนอเหล่านี้อย่างจริงจัง แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของกลยุทธ์นี้ในการชดเชยการอ่อนค่าของเงินเยนยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าความพยายามในการส่งเสริมการตลาดเหล่านี้จะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็คเกจส่งเสริมการขายเฉพาะหรือความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากงานนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:01 UTC

TAGTHAi จับมือ Sony และ GDH โปรโมตการท่องเที่ยวไทยผ่านภาพยนตร์เรื่องใหม่
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

TAGTHAi จับมือ Sony และ GDH โปรโมตการท่องเที่ยวไทยผ่านภาพยนตร์เรื่องใหม่

แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติ TAGTHAi ประกาศความร่วมมือกับ Sony Pictures และ GDH เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง 'HENRY’s First Dates'

Tourism Authority of Thailand Newsroom ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

TAGTHAi จับมือ Sony และ GDH โปรโมตการท่องเที่ยวไทยผ่านภาพยนตร์เรื่องใหม่

แหล่งข่าวเดียว
TAGTHAi จับมือ Sony และ GDH โปรโมตการท่องเที่ยวไทยผ่านภาพยนตร์เรื่องใหม่

แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติ TAGTHAi ประกาศความร่วมมือกับ Sony Pictures และ GDH เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง 'HENRY’s First Dates'

สำนักข่าวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) รายงานว่า TAGTHAi แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติได้ร่วมมือกับ Sony Pictures และ GDH เพื่อใช้ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง 'HENRY’s First Dates' เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำใน 6 จังหวัดของไทย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแรงบันดาลใจจากหน้าจอภาพยนตร์ให้กลายเป็นความต้องการในการเดินทางจริง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการนำเสนอภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่หลากหลาย วัฒนธรรมท้องถิ่น และการท่องเที่ยวโดยชุมชนของไทย การร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงสถานที่ถ่ายทำเข้ากับแพลตฟอร์ม TAGTHAi เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นที่ปรากฏในภาพยนตร์ โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างความบันเทิงบนหน้าจอกับการสำรวจในโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้ผู้ชมสามารถค้นพบและเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ปรากฏในภาพยนตร์ได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับรายชื่อจังหวัดที่ปรากฏในภาพยนตร์และวันที่เริ่มต้นแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวที่สนใจติดตามรอยภาพยนตร์ควรติดตามแพลตฟอร์ม TAGTHAi เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับแพ็คเกจท่องเที่ยวและคู่มือการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Tourism Authority of Thailand Newsroom
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:10 UTC

สุราษฎร์ธานีนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวและที่พักที่หลากหลาย
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

สุราษฎร์ธานีนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวและที่พักที่หลากหลาย

สุราษฎร์ธานีได้รับการเน้นย้ำว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย ซึ่งผสมผสานเสน่ห์ของเมืองเข้ากับภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ พร้อมเสนอทางเลือกที่พักราคาประหยัดมากมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

สุราษฎร์ธานีนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวและที่พักที่หลากหลาย

แหล่งข่าวเดียว
สุราษฎร์ธานีนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวและที่พักที่หลากหลาย

สุราษฎร์ธานีได้รับการเน้นย้ำว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย ซึ่งผสมผสานเสน่ห์ของเมืองเข้ากับภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ พร้อมเสนอทางเลือกที่พักราคาประหยัดมากมาย

ตามรายงานจาก Thai Post สุราษฎร์ธานีได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาความสมดุลระหว่างชีวิตในเมืองและการสำรวจธรรมชาติ จังหวัดนี้เป็นที่รู้จักในด้านความสามารถในการตอบสนองสไตล์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ที่สนใจบรรยากาศท้องถิ่นริมแม่น้ำตาปีและตลาดดั้งเดิม ไปจนถึงผู้มาเยือนที่ต้องการสำรวจป่าอันอุดมสมบูรณ์และทางน้ำของภูมิภาค

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เสน่ห์ของสุราษฎร์ธานีอยู่ที่ความหลากหลายของที่พัก ซึ่งได้รับการอธิบายว่ามีความสะดวกสบายและราคาที่สมเหตุสมผล ความสะดวกในการเข้าถึงนี้ทำให้จังหวัดนี้เป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางไปภาคใต้ของประเทศไทย เนื่องจากเป็นประตูสู่สถานที่ท่องเที่ยวทั้งบนฝั่งและจุดหมายปลายทางบนเกาะใกล้เคียง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความหลากหลายของที่พักและความสวยงามของพื้นที่ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอัตราการเข้าพักของโรงแรมในปัจจุบัน ความผันผวนของราคาตามฤดูกาล หรือคำแนะนำเฉพาะสำหรับที่พักแต่ละแห่ง นักท่องเที่ยวควรทำการค้นคว้าข้อมูลด้วยตนเองเกี่ยวกับข้อกำหนดในการจองและเงื่อนไขในท้องถิ่นปัจจุบันก่อนที่จะสรุปแผนการเดินทาง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2026 จังหวัดยังคงวางตำแหน่งตัวเองเป็นจุดหมายปลายทางที่ครบวงจรสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:31 UTC

ททท. ชูไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านภาพยนตร์ระดับพรีเมียร์ในงาน TIFF 2026
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

ททท. ชูไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านภาพยนตร์ระดับพรีเมียร์ในงาน TIFF 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้นำเสนอศักยภาพของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์ระดับโลกในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

ททท. ชูไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านภาพยนตร์ระดับพรีเมียร์ในงาน TIFF 2026

แหล่งข่าวเดียว
ททท. ชูไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านภาพยนตร์ระดับพรีเมียร์ในงาน TIFF 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้นำเสนอศักยภาพของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์ระดับโลกในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (TIFF 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–16 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อเน้นย้ำถึงความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติชั้นนำ ตามรายงานของ Thai Post กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ 'Amazing Location: From Scene to Scenic' ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมภาพยนตร์เข้ากับการท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของไทยในการดึงดูดกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ ซึ่งมักจะช่วยเพิ่มการมองเห็นให้กับสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นที่ปรากฏบนหน้าจอ การวางตำแหน่งประเทศให้เป็นศูนย์กลางการถ่ายทำระดับแนวหน้า ททท. หวังว่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านทั้งภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

แม้ว่าแคมเปญดังกล่าวจะประสบความสำเร็จในการโปรโมตโครงสร้างพื้นฐานและความหลากหลายทางทัศนียภาพของไทยต่อผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระดับโลก แต่ผลกระทบในระยะยาวต่อตัวเลขการท่องเที่ยวหรือปริมาณการผลิตภาพยนตร์ในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยัน งานนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีเชิงกลยุทธ์ในการสร้างเครือข่ายกับผู้สร้างภาพยนตร์นานาชาติ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อตกลงเฉพาะเจาะจงหรือโครงการในอนาคตที่เกิดจากการเข้าร่วมงานนี้ ททท. ยังคงมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากการเผยแพร่ผ่านสื่อภาพยนตร์เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ไทยในระดับโลกต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:42 UTC

ปีแห่งสถิติใหม่ของการท่องเที่ยวไทยในต่างแดน
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

ปีแห่งสถิติใหม่ของการท่องเที่ยวไทยในต่างแดน

ผลวิจัยจาก Bnomics ระบุว่ามีชาวไทยกว่า 13 ล้านคนเดินทางไปต่างประเทศในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 11.4%

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

ปีแห่งสถิติใหม่ของการท่องเที่ยวไทยในต่างแดน

แหล่งข่าวเดียว
ปีแห่งสถิติใหม่ของการท่องเที่ยวไทยในต่างแดน

ผลวิจัยจาก Bnomics ระบุว่ามีชาวไทยกว่า 13 ล้านคนเดินทางไปต่างประเทศในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 11.4%

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย Bnomics ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิจัยในเครือธนาคารกรุงเทพ ประเทศไทยได้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ของการเดินทางไปต่างประเทศ ในช่วงปีที่ผ่านมามีชาวไทยจำนวน 13.06 ล้านคนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับตัวเลขก่อนหน้านี้ การเดินทางที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายรวมมากกว่า 559 พันล้านบาท

ประเทศจีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยครองอันดับหนึ่งในรายการสถานที่ระหว่างประเทศที่ได้รับความนิยม แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของการท่องเที่ยวในภูมิภาค เนื่องจากชาวไทยจำนวนมากขึ้นกำลังสำรวจตลาดต่างประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ข้อมูลนี้บ่งชี้ถึงความต้องการประสบการณ์ระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง และความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นสำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการแลกเปลี่ยนเงินตรา

แม้ว่าตัวเลขจะยืนยันถึงช่วงเวลาที่เป็นสถิติใหม่สำหรับการท่องเที่ยวขาออก แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน ผลวิจัยไม่ได้ให้รายละเอียดที่ครอบคลุมเกี่ยวกับข้อมูลประชากรเฉพาะที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ และไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาเฉลี่ยของการเดินทางเหล่านี้ หรือผลกระทบเฉพาะของนโยบายยกเว้นวีซ่าที่มีต่อรูปแบบการเดินทางเหล่านี้ ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามดูว่าแนวโน้มขาขึ้นของการเดินทางไปต่างประเทศนี้จะดำเนินต่อไปในปีหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 05:50 UTC

Thailand Craft Beer Week 2026 ส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

Thailand Craft Beer Week 2026 ส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ได้เปิดตัวโครงการเพื่อส่งเสริม Thailand Craft Beer Week 2026 โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรมเครื่องดื่มท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

Thailand Craft Beer Week 2026 ส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
Thailand Craft Beer Week 2026 ส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ได้เปิดตัวโครงการเพื่อส่งเสริม Thailand Craft Beer Week 2026 โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านวัฒนธรรมเครื่องดื่มท้องถิ่น

ตามรายงานของ Matichon Online นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ กำลังส่งเสริม 'Thailand Craft Beer Week 2026' อย่างแข็งขัน เพื่อเป็นโครงการสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมคราฟต์เบียร์ไทยในท้องถิ่น แคมเปญนี้มุ่งเน้นการบูรณาการการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในท้องถิ่นเข้ากับกรอบการท่องเที่ยวระดับชาติ โดยมุ่งเป้าไปที่ตลาดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่กำลังเติบโต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเฉลิมฉลองงานฝีมือระดับภูมิภาคและรสชาติท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ การส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวสำรวจแหล่งคราฟต์เบียร์มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้กว้างขวางขึ้นในจังหวัดต่างๆ นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม การมุ่งเน้นที่ 'การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์' นี้ชี้ให้เห็นว่าแผนการเดินทางในอนาคตอาจรวมถึงโรงเบียร์ท้องถิ่นและกิจกรรมชิมเครื่องดื่มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักมากขึ้น

แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของคราฟต์เบียร์ไทย แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดการจัดงานทั้งหมด รายชื่อจังหวัดที่เข้าร่วม และการสนับสนุนด้านกฎระเบียบเฉพาะจากรัฐบาลเพื่ออำนวยความสะดวกในกิจกรรมการท่องเที่ยวเหล่านี้ยังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับวันที่และสถานที่จัดงานในปี 2026 เพื่อวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:40 UTC

การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยจีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยจีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1

รายงานฉบับใหม่จาก Bnomics เผยว่าการเดินทางไปต่างประเทศของคนไทยทำสถิติสูงสุดที่ 13.06 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา โดยจีนขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยจีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1

แหล่งข่าวเดียว
การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยจีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1

รายงานฉบับใหม่จาก Bnomics เผยว่าการเดินทางไปต่างประเทศของคนไทยทำสถิติสูงสุดที่ 13.06 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา โดยจีนขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่ง

ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 โดยทีมวิจัย Bnomics ของธนาคารกรุงเทพ ระบุว่าคนไทยได้สร้างสถิติใหม่สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยมีการบันทึกการเดินทางไปต่างประเทศสูงถึง 13.06 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 11.4% และสร้างเม็ดเงินสะพัดรวมประมาณ 5.59 แสนล้านบาท

จีนได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นทางการ โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 3.06 ล้านคน ซึ่งมียอดใช้จ่ายรวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท นักวิเคราะห์ระบุว่าปัจจัยสำคัญคือมาตรการฟรีวีซ่าถาวรที่ช่วยลดขั้นตอนการเดินทาง ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นและความคุ้มค่าของจีน ส่วนมาเลเซียตามมาเป็นอันดับสองด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวไทย 1.72 ล้านคน เนื่องจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และตัวเลือกการเดินทางทางบกที่สะดวกสบาย

ในทางกลับกัน เกาหลีใต้ได้รับความนิยมลดลงอย่างมีนัยสำคัญในหมู่นักท่องเที่ยวไทย โดยตกลงไปอยู่อันดับที่ 13 รายงานระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการคัดกรองตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสถานะการเข้าประเทศ

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายวีซ่าและประสบการณ์การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง แม้ข้อมูลจะยืนยันความนิยมในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามว่านโยบายการเข้าเมืองของประเทศอื่นๆ ในอนาคตจะส่งผลต่อการจัดอันดับเหล่านี้อย่างไร หรือการเติบโตของการท่องเที่ยวต่างประเทศในปัจจุบันจะยังคงรักษาไว้ได้ในปีหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 17:46 UTC

การท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศทำสถิติใหม่ 13 ล้านคน
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

การท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศทำสถิติใหม่ 13 ล้านคน

ไทยมียอดนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 13 ล้านคน โดยนโยบายฟรีวีซ่าช่วยกระตุ้นการเดินทางไปจีน ในขณะที่ความสนใจในเกาหลีใต้ลดลง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศทำสถิติใหม่ 13 ล้านคน

แหล่งข่าวเดียว
การท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศทำสถิติใหม่ 13 ล้านคน

ไทยมียอดนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 13 ล้านคน โดยนโยบายฟรีวีซ่าช่วยกระตุ้นการเดินทางไปจีน ในขณะที่ความสนใจในเกาหลีใต้ลดลง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ประเทศไทยได้สร้างสถิติใหม่ในการท่องเที่ยวขาออก โดยจำนวนชาวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศพุ่งสูงถึง 13 ล้านคน

แนวโน้มที่สำคัญ

ข้อมูลระบุว่านโยบายการเดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่ามีอิทธิพลอย่างมากต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง โดยประเทศจีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน รายงานระบุว่าความสนใจในการเดินทางไปเกาหลีใต้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า

ผลกระทบสำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย

สำหรับผู้ที่วางแผนการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเส้นทางยอดนิยมไปยังประเทศจีนอาจมีความหนาแน่นมากขึ้น ในขณะที่ข้อกำหนดในการเข้าเมืองและแนวโน้มการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้กำลังอยู่ในช่วงที่มีความผันผวน นักเดินทางควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสถานทูตเกี่ยวกับกฎระเบียบการเข้าเมือง เนื่องจากนโยบายเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าตัวเลขนักท่องเที่ยว 13 ล้านคนจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยและสาเหตุที่แน่ชัดของการลดลงของการเดินทางไปเกาหลีใต้ ยังคงต้องรอการวิเคราะห์อย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม นักเดินทางควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านวีซ่าปัจจุบันโดยตรงกับประเทศปลายทางก่อนที่จะสรุปแผนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:56 UTC

การท่องเที่ยวมาเก๊าจับมือ EASY! buddy ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

การท่องเที่ยวมาเก๊าจับมือ EASY! buddy ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

สำนักงานการท่องเที่ยวมาเก๊า (MGTO) เปิดตัวแคมเปญ 'Taste of Macao' ในประเทศไทย ร่วมกับแบรนด์ร้านอาหาร EASY! buddy เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านประสบการณ์ด้านอาหาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวมาเก๊าจับมือ EASY! buddy ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
การท่องเที่ยวมาเก๊าจับมือ EASY! buddy ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร

สำนักงานการท่องเที่ยวมาเก๊า (MGTO) เปิดตัวแคมเปญ 'Taste of Macao' ในประเทศไทย ร่วมกับแบรนด์ร้านอาหาร EASY! buddy เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านประสบการณ์ด้านอาหาร

สำนักงานการท่องเที่ยวมาเก๊า (MGTO) ประจำประเทศไทยประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ EASY! buddy แบรนด์ร้านอาหารผัดกะเพราพรีเมียมของไทย เพื่อส่งเสริม 'การท่องเที่ยวเชิงอาหาร' (Gastronomy Tourism) โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าแคมเปญนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง โดยการนำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอาหารของมาเก๊า

แคมเปญ 'Taste of Macao' นำเสนอเมนูพิเศษ 3 รายการที่ตีความรสชาติแบบมาเก๊าดั้งเดิมใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก 'ฉ่า ชาน เต็ง' (Cha Chaan Teng) ซึ่งเป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สไตล์กวางตุ้งที่เป็นเอกลักษณ์ของมาเก๊า และเทคนิคการปรุงอาหารแบบ 'Wok Hei' (กลิ่นหอมจากกระทะ) ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการสะท้อนเสน่ห์ของการผสมผสานวัฒนธรรมอาหารจีนกวางตุ้งและโปรตุเกสที่มีมายาวนานกว่า 400 ปี เพื่อตอกย้ำบทบาทของมาเก๊าในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO (UNESCO Creative City of Gastronomy)

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจ แคมเปญนี้มาพร้อมกับส่วนลดโปรโมชั่นสำหรับแพ็กเกจท่องเที่ยวและกิจกรรมชิงตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-มาเก๊า จำนวน 10 รางวัล กลยุทธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 'Tourism+' ของ MGTO ที่มุ่งยกระดับอาหารให้เป็นประสบการณ์หลักของการท่องเที่ยว แม้ว่าแคมเปญจะเริ่มดำเนินการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาของส่วนลดและเงื่อนไขการเข้าร่วมกิจกรรมชิงตั๋วเครื่องบินควรตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ MGTO หรือ EASY! buddy

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:57 UTC

ททท. จัดงาน 'Amazing Thailand: Meet the Influencers 2026' ที่อุดรธานี
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

ททท. จัดงาน 'Amazing Thailand: Meet the Influencers 2026' ที่อุดรธานี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายที่อุดรธานีเพื่อเชื่อมต่อกับนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัลและส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

ททท. จัดงาน 'Amazing Thailand: Meet the Influencers 2026' ที่อุดรธานี

แหล่งข่าวเดียว
ททท. จัดงาน 'Amazing Thailand: Meet the Influencers 2026' ที่อุดรธานี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายที่อุดรธานีเพื่อเชื่อมต่อกับนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัลและส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศเปิดตัวกิจกรรม "Amazing Thailand: Meet the Influencers 2026 @Udonthani" โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อรวบรวมนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ดิจิทัลและอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมมือกันวางกลยุทธ์ในการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวของไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มการมองเห็นของจังหวัดรองอย่างอุดรธานี การร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่ซ่อนอยู่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งในระดับนานาชาติและในประเทศ ความคิดริเริ่มดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของเนื้อหาโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยว อาหารท้องถิ่น และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเน้นไปที่การสร้างเครือข่ายมืออาชีพและกลยุทธ์การตลาด แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความร่วมมือเหล่านี้จะส่งผลต่อแคมเปญการท่องเที่ยวในอนาคตอย่างไร หรือจะมีส่วนที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมหรือไม่ ผู้ที่สนใจผลลัพธ์ของการรวมตัวครั้งนี้สามารถติดตามเนื้อหาการท่องเที่ยวเกี่ยวกับอุดรธานีได้ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ททท. ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัลในกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นเพื่อฟื้นฟูและสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:41 UTC

เสาติดกล้อง 84 ตัวในหมู่บ้านจีนกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตโดยไม่คาดคิด
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

เสาติดกล้อง 84 ตัวในหมู่บ้านจีนกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตโดยไม่คาดคิด

เสาที่ประดับด้วยกล้องวงจรปิด 84 ตัวในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซีกลายเป็นกระแสไวรัล แต่ทางการชี้แจงว่าเป็นเพียงงานศิลปะตกแต่งเท่านั้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

เสาติดกล้อง 84 ตัวในหมู่บ้านจีนกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตโดยไม่คาดคิด

แหล่งข่าวเดียว
เสาติดกล้อง 84 ตัวในหมู่บ้านจีนกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตโดยไม่คาดคิด

เสาที่ประดับด้วยกล้องวงจรปิด 84 ตัวในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซีกลายเป็นกระแสไวรัล แต่ทางการชี้แจงว่าเป็นเพียงงานศิลปะตกแต่งเท่านั้น

ภาพที่แปลกตาในหมู่บ้านเฉาเสีย เมืองผิงเซียง มณฑลเจียงซี ได้รับความสนใจไปทั่วโลกหลังจากภาพเสาต้นหนึ่งที่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ถึง 84 ตัวกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างพากันแซวโครงสร้างนี้ว่าเป็น 'ต้นไม้เฝ้าระวังที่ขยันที่สุดในประวัติศาสตร์' ซึ่งก่อให้เกิดการถกเถียงเรื่องการใช้ทรัพยากรและความเป็นส่วนตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 กันยายน หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกมาชี้แจงว่าเสาดังกล่าวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบรักษาความปลอดภัยขนาดใหญ่ ตามรายงานระบุว่าเจ้าของแคมป์ปิ้งในพื้นที่ได้รับกล้องวงจรปิดที่ไม่ได้ใช้งานแล้วจากคนรู้จักในวงการรักษาความปลอดภัย และนำมาติดตั้งเป็นงานศิลปะเมื่อหลายปีก่อน โดยมีเพียง 1 ตัวเท่านั้นที่ใช้งานได้จริง เจ้าของเผยว่าไม่ได้นับจำนวนกล้องระหว่างติดตั้งและไม่แน่ใจว่ามีการติดตั้งกล้องที่ใช้งานได้จริงเพิ่มเติมในภายหลังหรือไม่

สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ สถานที่นี้ได้กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวและครีเอเตอร์ออนไลน์โดยไม่คาดคิด เพื่อป้องกันความสับสนเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยจริงของหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังวางแผนติดตั้งป้ายข้อมูลเพื่ออธิบายที่มาของงานติดตั้งนี้ แม้ปริศนาของ 'ต้นไม้เฝ้าระวัง' จะถูกไขกระจ่างแล้ว แต่นักท่องเที่ยวควรทราบว่านี่เป็นเพียงจุดเช็กอินเชิงตกแต่ง ไม่ใช่ศูนย์รักษาความปลอดภัยไฮเทค ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าทางการหมู่บ้านจะมีการปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่อยากรู้อยากเห็นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:43 UTC

ชุมชนในอุทัยธานีชู “ส้มซ่า” สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

ชุมชนในอุทัยธานีชู “ส้มซ่า” สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ชาวบ้านบ้านขุนจัดรวมตัวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อแปรรูป “ส้มซ่า” ผลไม้พื้นถิ่นเป็นผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด หวังผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

ชุมชนในอุทัยธานีชู “ส้มซ่า” สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

แหล่งข่าวเดียว
ชุมชนในอุทัยธานีชู “ส้มซ่า” สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ชาวบ้านบ้านขุนจัดรวมตัวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อแปรรูป “ส้มซ่า” ผลไม้พื้นถิ่นเป็นผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด หวังผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่

ในจังหวัดอุทัยธานี ชาวบ้านหมู่ที่ 3 บ้านขุนจัด อำเภอหนองขาหย่าง ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน “หอมสะแกกรัง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการนำ “ส้มซ่า” ผลไม้ตระกูลส้มโบราณที่เคยปลูกไว้เพียงหลังบ้านมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยส้มซ่ามีจุดเด่นที่เปลือกหนาขรุขระและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของโครงการที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน

กลุ่มวิสาหกิจซึ่งมีสมาชิก 15 คน มุ่งเน้นไปที่การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากผิวส้มซ่าซึ่งอุดมไปด้วยสารลิโมนีน จากกระบวนการแปรรูปดังกล่าว ชุมชนประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมา 5 ชนิด รวมถึงน้ำมันหอมระเหยส้มซ่าบริสุทธิ์ 100% ความพยายามนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการเปลี่ยนหมู่บ้านให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับนวัตกรรมทางการเกษตรและวิถีปฏิบัติที่ยั่งยืนของคนในท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวโดยชุมชนในประเทศไทย ซึ่งมีการนำมรดกท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติมาใช้สร้างรายได้ที่ยั่งยืน แม้ว่ากลุ่มวิสาหกิจจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดแรกได้สำเร็จแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงความสามารถในการขยายกำลังการผลิตในระยะยาวนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:01 UTC

การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568

รายงานจาก Bnomics เผยสถิติคนไทยเที่ยวต่างประเทศแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.06 ล้านคนในปี 2568 โดยมียอดใช้จ่ายรวมสูงถึง 5.59 แสนล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568

แหล่งข่าวเดียว
การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568

รายงานจาก Bnomics เผยสถิติคนไทยเที่ยวต่างประเทศแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.06 ล้านคนในปี 2568 โดยมียอดใช้จ่ายรวมสูงถึง 5.59 แสนล้านบาท

ตามรายงานจากทีมวิจัย Bnomics ของธนาคารกรุงเทพ การท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยมีการเติบโตอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในปี 2568 ข้อมูลระบุว่ามีชาวไทยเดินทางไปต่างประเทศถึง 13.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของการเดินทางนี้ส่งผลให้เกิดยอดใช้จ่ายรวมถึง 5.59 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 29.5%

โดยเฉลี่ยแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยใช้จ่ายประมาณ 1.53 พันล้านบาทต่อวัน หรือประมาณ 42,790 บาทต่อทริป งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มนี้ไม่ได้เกิดจากนโยบายฟรีวีซ่าหรือ "China Effect" เพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงการฟื้นตัวและการขยายตัวของความต้องการเดินทางระหว่างประเทศในวงกว้าง โดยประเทศจีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยได้ถึง 3.06 ล้านคน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง ข้อมูลนี้ตอกย้ำถึงความต้องการในการสำรวจโลกของประชากรไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ความพร้อมของเที่ยวบิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางยอดนิยมในภูมิภาค แม้ว่ารายงานจะให้ภาพรวมที่ครอบคลุมของตัวเลขในปี 2568 แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารูปแบบการเดินทางเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตลอดปี 2569 และอัตราการเติบโตของยอดใช้จ่ายในปัจจุบันจะยังคงรักษาไว้ได้หรือไม่ ข้อมูลดังกล่าวถูกรายงานโดย Khaosod Online Thailand โดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์ของ Bnomics

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 06:25 UTC

คิง เพาเวอร์ ฉลองครบรอบ 37 ปี จัดโปรโมชั่นใหญ่ลุ้นรับคอนโดหรู
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

คิง เพาเวอร์ ฉลองครบรอบ 37 ปี จัดโปรโมชั่นใหญ่ลุ้นรับคอนโดหรู

คิง เพาเวอร์ ฉลองครบรอบ 37 ปี ด้วยโปรโมชั่นพิเศษทั้งที่หน้าร้านและช่องทางออนไลน์ พร้อมโอกาสลุ้นรับคอนโดมิเนียมหรู

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

คิง เพาเวอร์ ฉลองครบรอบ 37 ปี จัดโปรโมชั่นใหญ่ลุ้นรับคอนโดหรู

แหล่งข่าวเดียว
คิง เพาเวอร์ ฉลองครบรอบ 37 ปี จัดโปรโมชั่นใหญ่ลุ้นรับคอนโดหรู

คิง เพาเวอร์ ฉลองครบรอบ 37 ปี ด้วยโปรโมชั่นพิเศษทั้งที่หน้าร้านและช่องทางออนไลน์ พร้อมโอกาสลุ้นรับคอนโดมิเนียมหรู

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 37 ปี คิง เพาเวอร์ ได้ประกาศแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ โดยทางร้านค้าได้มอบสิทธิประโยชน์สำหรับนักช้อปที่สาขารางน้ำและภูเก็ต รวมถึงที่สนามบินสุวรรณภูมิและช่องทางออนไลน์

สำหรับนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มียอดซื้อสินค้าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไปต่อวัน ณ สาขารางน้ำและภูเก็ต จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลคอนโดมิเนียมหรูโครงการ 'Park Origin Phayathai' มูลค่ารวมกว่า 8.1 ล้านบาท

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทางบริษัทได้จัดโปรโมชั่น 3 รายการ ซึ่งรวมถึงการแจกฟรี 500 บาท และส่วนลดสูงสุด 35% สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ นักช้อปออนไลน์ยังสามารถรับส่วนลด 25% สำหรับสินค้าที่จัดส่งถึงบ้าน

โปรโมชั่นเหล่านี้จัดขึ้นเพื่อตอบแทนลูกค้าดิวตี้ฟรีในช่วงเทศกาลฉลองครบรอบ แม้ว่ารายละเอียดของแคมเปญจะมีความชัดเจน แต่ลูกค้าควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการลุ้นรางวัลและข้อกำหนดในการรับส่วนลดที่สนามบินโดยตรง ณ จุดขาย เนื่องจากข้อเสนอเหล่านี้มีระยะเวลาจำกัด ผู้ที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวอาจพิจารณานำโอกาสในการช้อปปิ้งเหล่านี้ไปรวมไว้ในแผนการเดินทางได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:11 UTC