ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
การเมือง กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น ✦
กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

การเมือง

กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กรรมาธิการสภาฯ เรียกตัวเจ้าหน้าที่ชี้แจงปมทุจริตสอบท้องถิ่น

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Thai Post คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการให้รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล, นฤชา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการโกงข้อสอบในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การออกหมายเรียกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ถามในสภาฯ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น โดย รังสิมันต์ โรม ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคณะกรรมาธิการ ระบุว่าคาดหวังให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการบริหารงานภายในภาครัฐของไทย แม้ว่ากระบวนการนี้จะเป็นเรื่องของการตรวจสอบทางการเมืองภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการจับตามองกระบวนการสรรหาบุคลากรของรัฐในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียกตัวจะปฏิบัติตามกำหนดการในวันที่ 8 ตุลาคมหรือไม่ หรือจะต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือทางรัฐสภาเพิ่มเติมเพื่อบังคับให้เข้าชี้แจง สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในขณะที่คณะกรรมาธิการพยายามแก้ไขข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความเป็นธรรมในการจ้างงานของหน่วยงานท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:02 UTC

ไทยเตรียมใช้แอปพลิเคชันควบคุมบริการเรียกรถผ่านแอปฯ เริ่ม 1 ต.ค. นี้
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมใช้แอปพลิเคชันควบคุมบริการเรียกรถผ่านแอปฯ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

กระทรวงคมนาคมเปิดตัวระบบติดตามดิจิทัลเพื่อประเมินผลแอปพลิเคชันเรียกรถทุก 3 เดือน หวังป้องกันการจ่ายงานให้รถเถื่อน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยเตรียมใช้แอปพลิเคชันควบคุมบริการเรียกรถผ่านแอปฯ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมใช้แอปพลิเคชันควบคุมบริการเรียกรถผ่านแอปฯ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

กระทรวงคมนาคมเปิดตัวระบบติดตามดิจิทัลเพื่อประเมินผลแอปพลิเคชันเรียกรถทุก 3 เดือน หวังป้องกันการจ่ายงานให้รถเถื่อน

ตามรายงานจาก Matichon Online กระทรวงคมนาคมเตรียมนำมาตรการกำกับดูแลใหม่สำหรับแอปพลิเคชันเรียกรถมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยจะมีการใช้แอปพลิเคชัน 'สมุดพก' ดิจิทัลเพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของแพลตฟอร์มเรียกรถที่ให้บริการในประเทศ

ภายใต้กรอบการทำงานใหม่นี้ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถจะต้องเข้ารับการประเมินผลการดำเนินงานทุก 3 เดือน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันไม่ให้แพลตฟอร์มเหล่านี้จ่ายงานให้กับรถที่ไม่ได้จดทะเบียนหรือรถเถื่อน เพื่อให้มั่นใจถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สูงขึ้นในภาคส่วนนี้ การเปลี่ยนกระบวนการกำกับดูแลให้เป็นดิจิทัลจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมคุณภาพการบริการและความถูกต้องตามกฎหมายของผู้ขับขี่ได้อย่างเข้มงวดขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่คุณภาพการบริการที่สม่ำเสมอมากขึ้นและมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีขึ้นเมื่อใช้แอปพลิเคชันเรียกรถ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามว่าระบบการตรวจสอบใหม่นี้จะส่งผลต่อความพร้อมในการให้บริการหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาอย่างไรเมื่อนโยบายถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ใช้ควรตรวจสอบแอปพลิเคชันเรียกรถของตนสำหรับการปรับเปลี่ยนบริการหลังจากวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 12:40 UTC

ขสมก. เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็นรถอีวี พร้อมเตรียมปรับค่าโดยสาร
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ขสมก. เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็นรถอีวี พร้อมเตรียมปรับค่าโดยสาร

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าโครงการปรับปรุงรถโดยสารใหม่ โดยเปลี่ยนจากรถดีเซลเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ซึ่งอาจส่งผลให้มีการปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ขสมก. เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็นรถอีวี พร้อมเตรียมปรับค่าโดยสาร

แหล่งข่าวเดียว
ขสมก. เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็นรถอีวี พร้อมเตรียมปรับค่าโดยสาร

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าโครงการปรับปรุงรถโดยสารใหม่ โดยเปลี่ยนจากรถดีเซลเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ซึ่งอาจส่งผลให้มีการปรับค่าโดยสารเพิ่มขึ้น

ในงานวันคล้ายวันก่อตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ครบรอบ 50 ปี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ โดย ขสมก. กำลังดำเนินการเปลี่ยนผ่านจากรถโดยสารที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลไปสู่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน

โครงการนี้มีมูลค่า 14,905 ล้านบาท ภายใต้สัญญาเช่าระยะเวลา 7 ปี โดยมีการแบ่งการส่งมอบรถออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 500 คันแรกภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570, อีก 500 คันภายในสิ้นเดือนเมษายน 2570 และอีก 520 คันสุดท้ายภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2570

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การปรับปรุงครั้งนี้อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยมีรายงานว่าค่าโดยสารอาจมีการปรับขึ้นอยู่ในช่วง 15-25 บาท เพื่อรองรับต้นทุนการดำเนินงานของรถโดยสารไฟฟ้าชุดใหม่ แม้ว่ารัฐบาลจะผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเต็มที่ แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการปรับโครงสร้างค่าโดยสารนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้บริการควรติดตามประกาศจาก ขสมก. เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนค่าโดยสารอย่างใกล้ชิดในระหว่างที่การทยอยนำรถโดยสารไฟฟ้ามาให้บริการดำเนินไปในช่วงปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 11:24 UTC

กทม. จับมือเครือข่ายคนพิการ ตรวจสอบความพร้อมระบบขนส่งสาธารณะ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทม. จับมือเครือข่ายคนพิการ ตรวจสอบความพร้อมระบบขนส่งสาธารณะ

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดตัวโครงการร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายคนพิการ 9 แห่ง เพื่อประเมินความพร้อมและอุปสรรคในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งสาธารณะของเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทม. จับมือเครือข่ายคนพิการ ตรวจสอบความพร้อมระบบขนส่งสาธารณะ

แหล่งข่าวเดียว
กทม. จับมือเครือข่ายคนพิการ ตรวจสอบความพร้อมระบบขนส่งสาธารณะ

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดตัวโครงการร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายคนพิการ 9 แห่ง เพื่อประเมินความพร้อมและอุปสรรคในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งสาธารณะของเมือง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับองค์กรตัวแทนคนพิการ 9 แห่ง เพื่อดำเนินการสำรวจระบบขนส่งของเมืองอย่างครอบคลุม ตามรายงานจาก Matichon Online โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อระบุอุปสรรคและความท้าทายเฉพาะที่ผู้เดินทางที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวต้องเผชิญในการใช้เครือข่ายขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงการสัญจรในเมือง โดยการรวบรวมความคิดเห็นโดยตรงจากผู้ที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงได้มากที่สุด กทม. ตั้งใจที่จะระบุจุดวิกฤตที่ต้องปรับปรุง เช่น การออกแบบสถานี การเชื่อมต่อทางเท้า และความสะดวกในการเข้าถึงยานพาหนะ ทั้งนี้ ทาง กทม. ระบุว่านี่เป็นเพียงระยะแรกของความพยายามที่กว้างขึ้น โดยคาดว่าการหารือในอนาคตจะรวมถึงตัวแทนจากกลุ่มนักปั่นจักรยานและคนเดินเท้า เพื่อจัดการกับข้อกังวลด้านการสัญจรในเมืองในวงกว้างต่อไป

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะเป็นแนวทางเชิงรุกในการวางผังเมือง แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน กทม. ยังไม่ได้เผยแพร่กำหนดการโดยละเอียดว่าผลการสำรวจจะถูกเปิดเผยเมื่อใด หรือการปรับปรุงทางกายภาพของเครือข่ายขนส่งจะเริ่มขึ้นเมื่อใด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าผลการสำรวจเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อโครงการพัฒนาเมืองในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 10:01 UTC

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากทำถนนขาดในบุรีรัมย์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากทำถนนขาดในบุรีรัมย์

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดบุรีรัมย์ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากส่งผลให้ถนนทรุดตัวลง นำไปสู่การเร่งเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากทำถนนขาดในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากทำถนนขาดในบุรีรัมย์

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดบุรีรัมย์ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากส่งผลให้ถนนทรุดตัวลง นำไปสู่การเร่งเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างมาก กระแสน้ำที่รุนแรงได้กัดเซาะจนถนนสายหนึ่งขาด ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นายอำเภอบ้านกรวดได้ลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีจากเหตุถนนขาดและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน อาจมีการปิดเส้นทางหรือการเบี่ยงเส้นทางจราจร จึงขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทางผ่านอำเภอบ้านกรวด แม้ว่าทีมกู้ภัยจะกำลังปฏิบัติงานอย่างแข็งขันในพื้นที่ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดต่อเครือข่ายการขนส่งในท้องถิ่นและกำหนดการซ่อมแซมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:02 UTC

ไทยวางแผนเปลี่ยนรถเมล์ ขสมก. เป็นรถไฟฟ้า 100% ทั้งระบบ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยวางแผนเปลี่ยนรถเมล์ ขสมก. เป็นรถไฟฟ้า 100% ทั้งระบบ

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ประกาศแผนยุทธศาสตร์เปลี่ยนรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทั้งหมดเป็นรถไฟฟ้าจำนวน 2,320 คัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยวางแผนเปลี่ยนรถเมล์ ขสมก. เป็นรถไฟฟ้า 100% ทั้งระบบ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยวางแผนเปลี่ยนรถเมล์ ขสมก. เป็นรถไฟฟ้า 100% ทั้งระบบ

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ประกาศแผนยุทธศาสตร์เปลี่ยนรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทั้งหมดเป็นรถไฟฟ้าจำนวน 2,320 คัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน

ตามรายงานจาก Thai Post นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำลังผลักดันโครงการปรับปรุงครั้งใหญ่สำหรับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนรถโดยสารของหน่วยงานทั้งหมดให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% ซึ่งรวมถึงการจัดซื้อและเปลี่ยนทดแทนรถโดยสารจำนวน 2,320 คัน

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่ประเมินว่าจะสามารถลดต้นทุนได้ประมาณ 4 พันล้านบาท สำหรับประชาชนและผู้ที่ใช้บริการรถโดยสารในกรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นความพยายามในระยะยาวเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ซึ่งอาจนำไปสู่บริการรถโดยสารที่เงียบขึ้น สะอาดขึ้น และเชื่อถือได้มากขึ้นทั่วทั้งเมืองหลวง

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะระบุถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการปรับปรุงรถโดยสารที่เก่าแก่ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดการอย่างเป็นทางการสำหรับการทยอยนำรถโดยสารไฟฟ้าจำนวน 2,320 คันนี้มาให้บริการยังไม่ได้ข้อสรุป นอกจากนี้ สาธารณชนยังคงรอรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ต่อเส้นทางเดินรถและโครงสร้างค่าโดยสารในปัจจุบัน ในขณะที่โครงการดำเนินไป ผู้ใช้บริการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมและ ขสมก. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบริการหรือเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาการดำเนินการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:50 UTC

ฝนตกหนักทำถนนขาดและน้ำท่วมขังในบุรีรัมย์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักทำถนนขาดและน้ำท่วมขังในบุรีรัมย์

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและถนนชำรุดในจังหวัดบุรีรัมย์ กระทบต่อการสัญจรในอำเภอบ้านกรวด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ฝนตกหนักทำถนนขาดและน้ำท่วมขังในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำถนนขาดและน้ำท่วมขังในบุรีรัมย์

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและถนนชำรุดในจังหวัดบุรีรัมย์ กระทบต่อการสัญจรในอำเภอบ้านกรวด

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 จังหวัดบุรีรัมย์กำลังประสบปัญหาการสัญจรติดขัดอย่างหนักหลังจากมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เหตุการณ์สภาพอากาศนี้สอดคล้องกับประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทย ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน

ในอำเภอบ้านกรวด สถานการณ์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะถนนสายบุรีรัมย์-บ้านกรวด บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันในตำบลปราสาท ซึ่งขณะนี้มีน้ำท่วมขังทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ นอกจากนี้ ถนนสายตรี 9 ในตำบลหนองไม้งามยังประสบปัญหาถนนขาดและชำรุด ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สภาพการณ์ดังกล่าวถือเป็นความเสี่ยงต่อการเดินทาง หน่วยงานท้องถิ่นนำโดยนายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่จะเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่ระยะเวลาในการปิดเส้นทางยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการซ่อมแซม ขอแนะนำให้ผู้เดินทางใช้ความระมัดระวัง ติดตามข่าวสารในพื้นที่ และวางแผนใช้เส้นทางสำรองหากจำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในอำเภอบ้านกรวด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:43 UTC

ผู้ว่าฯ กทม. เผยปรับปรุงทางเท้าแล้ว 1,400 กม. พร้อมชะลอการสร้างสกายวอล์กเพิ่ม
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ กทม. เผยปรับปรุงทางเท้าแล้ว 1,400 กม. พร้อมชะลอการสร้างสกายวอล์กเพิ่ม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยความคืบหน้าการปรับปรุงทางเท้าไปแล้ว 1,400 กิโลเมตร พร้อมแสดงความกังวลต่อการขยายโครงข่ายสกายวอล์กเพิ่ม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้ว่าฯ กทม. เผยปรับปรุงทางเท้าแล้ว 1,400 กม. พร้อมชะลอการสร้างสกายวอล์กเพิ่ม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยปรับปรุงทางเท้าแล้ว 1,400 กม. พร้อมชะลอการสร้างสกายวอล์กเพิ่ม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยความคืบหน้าการปรับปรุงทางเท้าไปแล้ว 1,400 กิโลเมตร พร้อมแสดงความกังวลต่อการขยายโครงข่ายสกายวอล์กเพิ่ม

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้รายงานความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง โดยระบุว่าได้ดำเนินการปรับปรุงทางเท้าไปแล้วรวม 1,400 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับคนเดินเท้าทั่วกรุงเทพฯ

ในการกล่าวที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯ กทม. ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางเดินลอยฟ้าหรือ 'สกายวอล์ก' โดยระบุว่าทางกรุงเทพมหานครมีความระมัดระวังในการขยายโครงข่ายสกายวอล์กเพิ่ม เนื่องจากกังวลว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจริมถนน การย้ายคนเดินเท้าขึ้นไปบนทางเดินลอยฟ้าอาจทำให้ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่อยู่ระดับพื้นดินขาดการมองเห็นและสูญเสียลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การปรับปรุงทางเท้าเหล่านี้ถือเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องในการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เดินได้สะดวก อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจจำกัดโครงการสกายวอล์กใหม่สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการรักษาความคึกคักของการค้าขายระดับพื้นดิน แม้ตัวเลข 1,400 กิโลเมตรจะเป็นความสำเร็จที่สำคัญ แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ที่จะได้รับการปรับปรุงทางเท้าในอนาคต หรือกรอบนโยบายระยะยาวสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางเท้า ยังคงต้องรอการยืนยันจากกรุงเทพมหานครต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:20 UTC

ไทยตั้งเป้าปรับรถเมล์ ขสมก. เป็น EV 100% ภายในปี 2571 พร้อมปรับขึ้นค่าโดยสาร
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยตั้งเป้าปรับรถเมล์ ขสมก. เป็น EV 100% ภายในปี 2571 พร้อมปรับขึ้นค่าโดยสาร

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ประกาศแผนยุทธศาสตร์เปลี่ยนรถเมล์ ขสมก. ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในปี 2571 พร้อมเสนอปรับขึ้นค่าโดยสารเริ่มต้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยตั้งเป้าปรับรถเมล์ ขสมก. เป็น EV 100% ภายในปี 2571 พร้อมปรับขึ้นค่าโดยสาร

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งเป้าปรับรถเมล์ ขสมก. เป็น EV 100% ภายในปี 2571 พร้อมปรับขึ้นค่าโดยสาร

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ประกาศแผนยุทธศาสตร์เปลี่ยนรถเมล์ ขสมก. ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายในปี 2571 พร้อมเสนอปรับขึ้นค่าโดยสารเริ่มต้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เปิดเผยแผนการปรับปรุงครั้งใหญ่สำหรับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนรถเมล์ของ ขสมก. ทั้งหมดให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2571

ส่วนหนึ่งของแผนการเปลี่ยนผ่านนี้ กระทรวงฯ ได้เสนอให้มีการปรับโครงสร้างระบบค่าโดยสารใหม่ โดยมีข้อเสนอให้ปรับค่าโดยสารเริ่มต้นของรถเมล์เป็น 15 บาท จากเดิมที่เก็บในอัตราพื้นฐาน 8 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ระบบขนส่งสาธารณะที่ยั่งยืนและช่วยลดมลพิษในเขตเมือง อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าโดยสารที่เสนอไว้อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันของผู้ที่ต้องใช้บริการรถเมล์สาธารณะ

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือประกาศดังกล่าวเป็นเพียงเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์และข้อเสนอเท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการ กำหนดการที่ชัดเจนในการนำรถเมล์ไฟฟ้าใหม่มาให้บริการ และกระบวนการอนุมัติอย่างเป็นทางการสำหรับการปรับค่าโดยสารนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานด้านการขนส่งที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้บริการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:02 UTC

รัฐบาลไทยย้ำผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่สาธารณะภายใน 30 ก.ย. นี้
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยย้ำผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่สาธารณะภายใน 30 ก.ย. นี้

รัฐบาลไทยย้ำเตือนให้ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทุกคนต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมเปิดบริการทำใบขับขี่ในวันเสาร์เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รัฐบาลไทยย้ำผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่สาธารณะภายใน 30 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยย้ำผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่สาธารณะภายใน 30 ก.ย. นี้

รัฐบาลไทยย้ำเตือนให้ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทุกคนต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 พร้อมเปิดบริการทำใบขับขี่ในวันเสาร์เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศย้ำเตือนอย่างเป็นทางการว่า ผู้ที่ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทุกคนจะต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมายภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 การบังคับใช้กฎระเบียบนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยสถิติทางการระบุว่ายอดการขอทำใบขับขี่รถสาธารณะพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัว

เพื่อรองรับจำนวนผู้สมัครที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศมาตรการพิเศษในการเปิดให้บริการทำใบขับขี่ในวันเสาร์ โดยจะเปิดให้บริการในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ข้อกำหนดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับขี่ทุกคนปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎระเบียบที่กำหนดไว้ แม้ว่ารัฐบาลจะเร่งขยายขีดความสามารถในการดำเนินการเพื่อให้ทันกำหนดเวลา แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าเจ้าหน้าที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างไรกับผู้ขับขี่ที่ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้ความพร้อมในการให้บริการรถรับจ้างมีความผันผวนชั่วคราว ในขณะที่อุตสาหกรรมกำลังปรับตัวเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านใบอนุญาตใหม่ทั้งหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:01 UTC

กระทรวงคมนาคมไทยหารือเรื่อง AI และเทคโนโลยีระบบรางกับ Siemens Mobility
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงคมนาคมไทยหารือเรื่อง AI และเทคโนโลยีระบบรางกับ Siemens Mobility

เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมไทยได้หารือกับ Siemens Mobility เพื่อสำรวจการนำ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในโครงการรถไฟทางคู่ของประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมไทยหารือเรื่อง AI และเทคโนโลยีระบบรางกับ Siemens Mobility

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมไทยหารือเรื่อง AI และเทคโนโลยีระบบรางกับ Siemens Mobility

เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมไทยได้หารือกับ Siemens Mobility เพื่อสำรวจการนำ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในโครงการรถไฟทางคู่ของประเทศ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 สรรเพชญ ซึ่งเป็นตัวแทนจากกระทรวงคมนาคมไทย ได้หารือร่วมกับผู้บริหารของ Siemens Mobility โดยประเด็นหลักของการประชุมคือการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระบบรางขั้นสูง และความเป็นไปได้ในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อสนับสนุนการพัฒนารถไฟทางคู่ในประเทศไทย

สำหรับประชาชนและนักเดินทาง ความร่วมมือนี้ถือเป็นสัญญาณของการมุ่งสู่โครงสร้างพื้นฐานทางรางที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และมีการบูรณาการทางเทคโนโลยีมากขึ้น การนำ AI มาใช้ในอนาคตอาจช่วยปรับปรุงการจัดตารางเดินรถ การเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในเครือข่ายรถไฟทั่วประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงขยายขีดความสามารถของรถไฟทางคู่ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปรับระบบภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอการยืนยันว่าแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใดที่จะถูกนำมาใช้ หรือการอัปเกรดทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้ในเครือข่ายรถไฟที่มีอยู่เดิมอย่างไร ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศสัญญาอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการโครงการที่ชัดเจนหลังจากการหารือเบื้องต้นนี้ กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดด้านงบประมาณหรือสถานที่ที่แน่ชัดที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปทดลองใช้ โดยคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่กระทรวงยังคงดำเนินการหารือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระหว่างประเทศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:02 UTC

กทพ. ผุดแผนพัฒนาจุดพักรถมูลค่า 2 พันล้านบาทที่บางโปรง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทพ. ผุดแผนพัฒนาจุดพักรถมูลค่า 2 พันล้านบาทที่บางโปรง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกำลังมองหาพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อพัฒนาจุดพักรถแห่งใหม่มูลค่า 2 พันล้านบาทใต้ทางด่วนบริเวณบางโปรง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทพ. ผุดแผนพัฒนาจุดพักรถมูลค่า 2 พันล้านบาทที่บางโปรง

แหล่งข่าวเดียว
กทพ. ผุดแผนพัฒนาจุดพักรถมูลค่า 2 พันล้านบาทที่บางโปรง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกำลังมองหาพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อพัฒนาจุดพักรถแห่งใหม่มูลค่า 2 พันล้านบาทใต้ทางด่วนบริเวณบางโปรง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ประกาศแผนการสร้างรายได้นอกเหนือจากการเก็บค่าผ่านทาง โดยการพัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วนและด่านเก็บเงิน ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ระบุว่าขณะนี้หน่วยงานกำลังจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณบางโปรงให้เป็นจุดพักริมทาง (Rest Area) โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2 พันล้านบาท

กทพ. กำลังเร่งหาความร่วมมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกเพื่อผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้กลายเป็นจุดพักรถที่ครบครัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทางด่วนในเขตเมืองหลวง

สำหรับประชาชนและนักเดินทาง โครงการนี้อาจช่วยเพิ่มความสะดวกในการแวะพัก เติมน้ำมัน หรือรับประทานอาหารระหว่างการเดินทางไกล อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผน รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาการก่อสร้าง กระบวนการคัดเลือกพันธมิตรเอกชน และรายการบริการที่จะเปิดให้บริการในพื้นที่บางโปรงนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของสิ่งอำนวยความสะดวกและผลกระทบต่อการจราจรและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ในระยะต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 05:45 UTC

รถไฟตกรางขวางถนนรัชดาภิเษก ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถไฟตกรางขวางถนนรัชดาภิเษก ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

เหตุรถไฟตกรางได้ปิดกั้นถนนรัชดาภิเษก ส่งผลให้การจราจรติดขัดสะสมยาวไปถึงเซ็นทรัลพระราม 9

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถไฟตกรางขวางถนนรัชดาภิเษก ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟตกรางขวางถนนรัชดาภิเษก ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

เหตุรถไฟตกรางได้ปิดกั้นถนนรัชดาภิเษก ส่งผลให้การจราจรติดขัดสะสมยาวไปถึงเซ็นทรัลพระราม 9

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถไฟตกรางและจอดขวางถนนรัชดาภิเษก ส่งผลให้เส้นทางดังกล่าวถูกปิดกั้นและเกิดการจราจรติดขัดอย่างหนักในพื้นที่โดยรอบ รายงานระบุว่าแถวของรถที่ติดขัดสะสมยาวไปจนถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้ที่สัญจรผ่านย่านรัชดาภิเษก ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวหากเป็นไปได้ หรือเผื่อเวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างมาก ณ เวลาที่มีการอัปเดตล่าสุด เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขสิ่งกีดขวาง แต่ยังไม่มีการยืนยันกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเคลียร์รางและเปิดการจราจรให้กลับสู่สภาวะปกติ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงถนนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของการตกรางและสถานะของพนักงานประจำรถไฟจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:20 UTC

ไทยย้ำ! ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายใน 30 ก.ย. นี้
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยย้ำ! ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายใน 30 ก.ย. นี้

รัฐบาลไทยย้ำเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่าผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทุกคนต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะให้ถูกต้องภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยย้ำ! ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายใน 30 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยย้ำ! ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายใน 30 ก.ย. นี้

รัฐบาลไทยย้ำเตือนเป็นครั้งสุดท้ายว่าผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันทุกคนต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะให้ถูกต้องภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Thai Post รัฐบาลไทยกำลังบังคับใช้กำหนดการที่เข้มงวดสำหรับผู้ขับขี่ทุกคนที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถ โดยภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ผู้ขับขี่ทุกคนจะต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้บริการต่อไปได้

ความเคลื่อนไหวด้านกฎระเบียบนี้ส่งผลให้ความต้องการเอกสารที่จำเป็นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยสถิติทางการระบุว่ายอดการทำใบขับขี่รถสาธารณะเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว การที่รัฐบาลเน้นย้ำข้อกำหนดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าบริการเรียกรถผ่านแอปทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและกฎระเบียบสำหรับระบบขนส่งสาธารณะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของบริการเรียกรถทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดการดังกล่าว แต่ยังคงต้องติดตามว่าการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นอย่างไรสำหรับผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ ผู้โดยสารควรทราบว่าแพลตฟอร์มเรียกรถอาจมีการปรับเปลี่ยนการให้บริการในขณะที่ผู้ขับขี่เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบแอปพลิเคชันเรียกรถของตนเพื่อดูการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการหยุดชะงักของบริการหรือข้อมูลความพร้อมของผู้ขับขี่ในช่วงใกล้ถึงวันที่ 30 กันยายนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 01:25 UTC

ศาลสั่งจำคุก 4 โจ๋ซิ่งรถบนถนนวิภาวดี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ศาลสั่งจำคุก 4 โจ๋ซิ่งรถบนถนนวิภาวดี

ศาลไทยพิพากษาจำคุกสมาชิกกลุ่มแข่งรถบนถนนวิภาวดีรังสิต 4 ราย พร้อมสั่งริบรถยนต์ของกลางทั้งหมดหลังพบพฤติกรรมขับรถประลองความเร็ว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ศาลสั่งจำคุก 4 โจ๋ซิ่งรถบนถนนวิภาวดี

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสั่งจำคุก 4 โจ๋ซิ่งรถบนถนนวิภาวดี

ศาลไทยพิพากษาจำคุกสมาชิกกลุ่มแข่งรถบนถนนวิภาวดีรังสิต 4 ราย พร้อมสั่งริบรถยนต์ของกลางทั้งหมดหลังพบพฤติกรรมขับรถประลองความเร็ว

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ศาลแขวงดอนเมืองได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลย 4 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มแข่งรถที่ใช้ชื่อว่า “TEENOSIE” โดยสั่งจำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท และสั่งริบรถยนต์ทั้ง 4 คันให้ตกเป็นของแผ่นดิน นอกจากนี้ยังมีการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยทั้งหมด

การดำเนินคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต ซึ่งพบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดมีพฤติกรรมขับรถด้วยความเร็วสูงและประลองความเร็วบนทางสาธารณะ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่มีพฤติกรรมขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดในกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันการขับขี่ที่ประมาทและอันตรายบนท้องถนน แม้ศาลจะมีคำพิพากษาแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องปรามกลุ่มแข่งรถในลักษณะนี้ไม่ให้ใช้ทางสาธารณะเป็นสนามประลองความเร็วอีกหรือไม่ ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 01:22 UTC

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังหลายจุดในเมืองพัทยา
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังหลายจุดในเมืองพัทยา

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองพัทยา ส่งผลให้มีการปิดการจราจรและเกิดความล่าช้าในการเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังหลายจุดในเมืองพัทยา

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมขังหลายจุดในเมืองพัทยา

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองพัทยา ส่งผลให้มีการปิดการจราจรและเกิดความล่าช้าในการเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เกิดฝนตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ที่เป็นจุดลุ่มต่ำและจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระดับน้ำในบางจุดสูงประมาณ 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลัก ได้แก่ ถนนพัทยาสาย 3 บริเวณมุมอร่อย, ถนนสุขุมวิทช่วงทางหลวงพัทยา และถนนเลียบทางรถไฟบริเวณวัดธรรมสามัคคี เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมการจราจรและปิดเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงเพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 4 ซึ่งได้ออกคำเตือนในช่วงวันที่ 23-27 กันยายน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางและมีความเสี่ยงในการสัญจร แนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการระบายน้ำ แต่ระยะเวลาในการปิดการจราจรยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรเผื่อเวลาในการเดินทางและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรภายในเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:42 UTC

รถเก๋งพุ่งชนรถบรรทุกหมูบนถนนบายพาสสระบุรี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถเก๋งพุ่งชนรถบรรทุกหมูบนถนนบายพาสสระบุรี

รถเก๋งพุ่งชนรถบรรทุก 10 ล้อที่ขนหมูกว่า 100 ตัวบนถนนบายพาสสระบุรี ส่งผลให้รถบรรทุกพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถเก๋งพุ่งชนรถบรรทุกหมูบนถนนบายพาสสระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รถเก๋งพุ่งชนรถบรรทุกหมูบนถนนบายพาสสระบุรี

รถเก๋งพุ่งชนรถบรรทุก 10 ล้อที่ขนหมูกว่า 100 ตัวบนถนนบายพาสสระบุรี ส่งผลให้รถบรรทุกพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน

เมื่อคืนวันที่ 23 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุจราจรบนถนนบายพาสฝั่งตะวันตกในจังหวัดสระบุรี มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถเก๋งคันหนึ่งได้พุ่งชนรถบรรทุก 10 ล้อที่กำลังขนส่งหมูกว่า 100 ตัว ส่งผลให้รถบรรทุกเสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปในร่องกลางถนน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรีได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งสภาพด้านหน้าพังเสียหายจอดอยู่ริมถนน ส่วนรถบรรทุกได้รับความเสียหายหนักบริเวณห้องเครื่องและเพลาหน้า และพลิกตะแคงอยู่ในร่องกลางถนน แรงกระแทกทำให้หมูที่อยู่ภายในคอกเบียดเสียดกันจนส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก คนขับรถบรรทุกซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดลพบุรีรายงานว่าไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกขนาดใหญ่บนเส้นทางบายพาสสายหลัก แม้ว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าจัดการสถานการณ์เบื้องต้นแล้ว แต่การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเมื่อขับรถใกล้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของสัตว์และสถานะของผู้โดยสารในรถเก๋งยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองสระบุรี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:46 UTC

เหตุรถไฟชนชายเสียชีวิตใกล้สถานีรถไฟบุรีรัมย์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เหตุรถไฟชนชายเสียชีวิตใกล้สถานีรถไฟบุรีรัมย์

ชายคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกรถไฟสินค้าชนใกล้สถานีรถไฟบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เหตุรถไฟชนชายเสียชีวิตใกล้สถานีรถไฟบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนชายเสียชีวิตใกล้สถานีรถไฟบุรีรัมย์

ชายคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากถูกรถไฟสินค้าชนใกล้สถานีรถไฟบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569

ในช่วงบ่ายของวันที่ 23 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนคนเสียชีวิตใกล้สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ว่ามีชายอายุประมาณ 30-40 ปี ถูกรถไฟสินค้าขบวนที่ 551 ซึ่งเดินทางจากแหลมฉบังมุ่งหน้าสู่อุบลราชธานีชน

หน่วยกู้ภัยและทีมแพทย์ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบว่าผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่พบเอกสารระบุตัวตนในตัวผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รถไฟรายงานว่าพบตั๋วโดยสารที่ระบุว่าชายคนดังกล่าวเดินทางมาจากอำเภอลำปลายมาศมาลงที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ในช่วงวันเดียวกัน พยานในที่เกิดเหตุระบุว่าชายคนดังกล่าวเดินลงไปบริเวณรางรถไฟในขณะที่รถไฟกำลังแล่นผ่าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับรางรถไฟ และความจำเป็นในการอยู่ในพื้นที่สำหรับคนเดินเท้าที่กำหนดไว้เสมอ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนถึงสาเหตุและพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อสรุปเหตุการณ์ที่นำไปสู่การชนในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 14:19 UTC

สายการบินอิหร่านยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศหลังถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สายการบินอิหร่านยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศหลังถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร

สายการบินของอิหร่านถูกบังคับให้ระงับการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศเนื่องจากผลกระทบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สายการบินอิหร่านยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศหลังถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร

แหล่งข่าวเดียว
สายการบินอิหร่านยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศหลังถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร

สายการบินของอิหร่านถูกบังคับให้ระงับการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศเนื่องจากผลกระทบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 สายการบินของอิหร่านถูกบังคับให้ยกเลิกบริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยความไม่สะดวกนี้มีสาเหตุมาจากการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรใหม่จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อขีดความสามารถในการดำเนินงานของสายการบินเหล่านี้

สำหรับนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หรือผู้ที่กำลังวางแผนการเดินทางระหว่างประเทศโดยใช้สายการบินของอิหร่าน เหตุการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญ ผู้โดยสารที่จองเที่ยวบินกับสายการบินอิหร่านควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสายการบินอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตารางการบินในขณะนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันหรือถูกยกเลิกทั้งหมด ขอแนะนำให้นักเดินทางตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านช่องทางที่เป็นทางการ หรือติดต่อตัวแทนการท่องเที่ยวเพื่อหาทางเลือกอื่นหากเส้นทางของท่านได้รับผลกระทบ

ในขณะนี้ ขอบเขตของการยกเลิกเที่ยวบินและระยะเวลาของการระงับบริการยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามาตรการคว่ำบาตรเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด หรือจะมีพัฒนาการทางการทูตใดๆ ที่อาจนำไปสู่การกลับมาให้บริการเที่ยวบินตามปกติหรือไม่ นักเดินทางควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข่าวสารผ่านแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ รวมถึงประกาศอย่างเป็นทางการจากสายการบินเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 14:06 UTC