ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
กีฬา โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว. ✦
กีฬา “บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม ✦
กฎหมาย คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน ✦
การขนส่ง ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง ✦
เศรษฐกิจ ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน ✦
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

กีฬา

โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

หลังจากคว้าเหรียญทองว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตรในเอเชียนเกมส์ โอฮาชิได้ประกาศความตั้งใจที่จะคว้าแชมป์โลกและทำลายสถิติโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online นักว่ายน้ำโอฮาชิประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ หลังจากชัยชนะครั้งสำคัญนี้ นักกีฬาได้ประกาศต่อสาธารณะว่าเป้าหมายใหญ่ต่อไปของเธอคือการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ เธอยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำลายสถิติโลกในประเภทนี้อีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้เน้นย้ำถึงระดับการแข่งขันว่ายน้ำที่สูงในระดับภูมิภาค ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาอาจสนใจติดตามความคืบหน้าของโอฮาชิในขณะที่เธอก้าวจากความสำเร็จระดับภูมิภาคไปสู่เป้าหมายระดับโลก

แม้ว่าผลงานของเธอในเอเชียนเกมส์จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งต่อไปและการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมของเธอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้แฟนกีฬาและผู้ติดตามคอยติดตามข่าวสารกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางของเธอสู่การทำลายสถิติโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กฎหมาย

กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

กลุ่มนักเคลื่อนไหวยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ทบทวนการดำเนินคดีกับบุคคล 229 คน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กลุ่มนักเคลื่อนไหว นำโดยพิชิตและบุคคลที่รู้จักกันในนาม 'ทนายนกเขา' ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนการตัดสินใจดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลจำนวน 229 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงจุดยืนคัดค้านกลยุทธ์ทางกฎหมายของ กกต. ในปัจจุบันอย่างรุนแรง ในระหว่างการยื่นข้อเรียกร้อง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เตือนให้ กกต. พิจารณาทบทวนท่าที โดยอ้างถึงกรณีในอดีตที่เคยมีกรรมการการเลือกตั้งต้องโทษจำคุกจากการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มนักเคลื่อนไหวโต้แย้งว่าการดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 229 คนในขณะนี้ไม่เป็นธรรมและจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมายและการเมืองภายในประเทศ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการชุมนุมในพื้นที่ใกล้หน่วยงานราชการ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะตอบสนองต่อคำร้องดังกล่าวอย่างไร และคดีความของบุคคลทั้ง 229 คนจะดำเนินต่อไปตามแผนหรือจะมีการทบทวนใหม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมการประท้วงหรือการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กีฬา

“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันคู่ผสมชาวไทย โพสต์ข้อความขอโทษแฟนกีฬาชาวไทยหลังพ่ายแพ้ในการแข่งขันรอบแรกของเอเชียนเกมส์

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันมือวางอันดับ 5 ของโลกในประเภทคู่ผสม ได้ยุติเส้นทางการแข่งขันในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ลงตั้งแต่รอบแรก โดยเดชาพลซึ่งจับคู่กับ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน ได้ลงสนามพบกับคู่ผสมจากเจ้าภาพ ยูตะ วาตานาเบะ และมายะ ทากูจิ ก่อนจะพ่ายแพ้ไป 2 เกมรวด ทำให้ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจบการแข่งขัน นักแบดมินตันวัย 29 ปี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสื่อสารกับแฟนกีฬา โดยระบุว่าตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว และขอโทษที่ทำได้เพียงเท่านี้

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารกีฬาในภูมิภาค ผลการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสายการแข่งขัน เนื่องจากคู่ของไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งของรายการ แม้ผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงแค่ผลการแข่งขัน แต่แฟนกีฬาอาจสนใจติดตามว่าผลงานดังกล่าวจะส่งผลต่ออันดับโลกของนักกีฬาทั้งสองคนและการเข้าร่วมรายการแข่งขันในอนาคตอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตารางการฝึกซ้อมหรือกำหนดการแข่งขันรายการต่อไปของทั้งคู่ในระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

กระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบในเขตดินแดง ส่งผลให้มีการจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่ลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบการประกอบธุรกิจโดยใช้ 'นอมินี' ในเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวและจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่พบว่ากำลังทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

บุคคลเหล่านี้ถูกควบคุมตัวและกำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในข้อหาละเมิดกฎระเบียบด้านแรงงานและคนเข้าเมือง การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจและเพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานที่เข้มงวดของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการมีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการจ้างงานทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่การถูกจับกุมทันที การปรับ และการถูกเนรเทศ แม้ว่าการปฏิบัติการครั้งนี้จะเน้นไปที่เขตเฉพาะ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบในภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อยับยั้งการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามีการวางแผนตรวจสอบเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ หรือการปฏิบัติการนี้จะนำไปสู่การสอบสวนที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับบริษัทที่จ้างบุคคลเหล่านี้หรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของตนถูกต้องอยู่เสมอและติดตามกฎระเบียบด้านแรงงานในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

ตำรวจนครบาลทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด ยึดไอซ์ได้ 519 กิโลกรัม เตรียมส่งลงภาคใต้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายจิโรตน์ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ได้ที่ปั๊มน้ำมันย่านบางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจยึดของกลางเป็นยาไอซ์ได้ 300 กิโลกรัมจากตัวผู้ต้องหา พร้อมรถบรรทุกและโทรศัพท์มือถือ ต่อมาเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายอดรวมของการยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้มีจำนวนสูงถึง 519 กิโลกรัม โดยผลการสอบสวนพบว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกขนส่งมาจากกรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งยังภาคใต้ของประเทศไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการกระจายยาเสพติดขนาดใหญ่ภายในประเทศ แม้ภัยคุกคามจากการขนส่งล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายอาชญากรรมยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือแหล่งที่มาของยาเสพติดดังกล่าว ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารในพื้นที่เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

คณะกรรมาธิการตำรวจลงพื้นที่เพชรบุรีเพื่อตรวจสอบมาตรการจัดเก็บอาวุธปืน โดยอ้างถึงความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมการแพร่กระจายของอาวุธผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการควบคุมและจัดเก็บอาวุธปืน ณ กองร้อยปฏิบัติการฝึกที่ 2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อประเมินมาตรการป้องกันการสูญหาย การลักลอบจำหน่าย และภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชน

ในระหว่างการลงพื้นที่ นายวัชรพงศ์ได้ตอบโต้ข้อวิจารณ์จากฝ่ายค้านเกี่ยวกับความคืบหน้าทางกฎหมายของรัฐบาล โดยยืนยันว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนมาตั้งแต่ปี 2566 พร้อมทั้งชี้แจงว่าฝ่ายค้านควรทำการบ้านให้มากขึ้นก่อนที่จะยื่นคำถามอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของความปลอดภัยสาธารณะ คณะกรรมาธิการได้เปิดเผยข้อมูลว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนถึง 83% เป็นอาวุธผิดกฎหมาย ไม่มีการลงทะเบียน หรือมีการโอนย้ายที่ไม่ถูกต้อง ในขณะที่มีเพียง 17% เท่านั้นที่เป็นอาวุธปืนที่ถูกกฎหมาย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเข้มงวดกับกฎระเบียบด้านอาวุธปืนเพื่อยกระดับความปลอดภัย แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะอยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้การแก้ไขกฎหมายที่เสนอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันว่าความพยายามเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

การขนส่ง

ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

แหล่งข่าวเดียว
ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

บริษัทครอบครัวขนส่งประกาศระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำในคลองสูงขึ้นจนไม่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า บริษัท ครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบ ได้ประกาศระงับการให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยสาเหตุเกิดจากระดับน้ำในคลองแสนแสบที่เพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ไม่สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและผู้ที่ใช้บริการเรือด่วนเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางผ่านกรุงเทพมหานคร การระงับบริการในครั้งนี้ทำให้ผู้โดยสารจำเป็นต้องหันไปใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทาง หรือระบบรถไฟฟ้า BTS/MRT ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรบนถนนโดยรอบมีความหนาแน่นมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะใช้บริการเรือเพื่อการเดินทางหรือท่องเที่ยวควรทราบว่าบริการนี้ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้

ในขณะนี้ ผู้ให้บริการยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนในการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง การกลับมาเดินเรือจะขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ลดลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ครอบครัวขนส่ง หรือข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง คลองแสนแสบจะยังคงปิดให้บริการเรือด่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:15 UTC

เศรษฐกิจ

ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

ภาคการส่งออกของไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 24.3% ในเดือนสิงหาคม 2569 คิดเป็นมูลค่า 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.3% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 56 เดือน ส่งผลให้ยอดการส่งออกรวมในช่วง 8 เดือนแรกของปีเติบโตขึ้น 18.9%

การพุ่งขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของการลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในไทย นอกจากนี้ การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของภาคผลไม้ไทยยังมีส่วนช่วยให้ตัวเลขดังกล่าวเป็นบวก ขณะนี้ทางการมีความคาดหวังว่ายอดการส่งออกรวมตลอดทั้งปีอาจเติบโตได้ถึง 15% หรือแตะระดับ 3.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนี้บ่งชี้ถึงดุลการค้าของประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินและกิจกรรมทางธุรกิจในท้องถิ่น แม้ข้อมูลปัจจุบันจะสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากขึ้นอยู่กับความผันผวนของความต้องการชิ้นส่วนเทคโนโลยีในตลาดโลกและสภาวะตลาดระหว่างประเทศ โดยนักวิเคราะห์จะคอยจับตาดูว่าแนวโน้มเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:45 UTC

ไทยกำหนดให้คนขับรถผ่านแอปต้องมีใบขับขี่สาธารณะ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยกำหนดให้คนขับรถผ่านแอปต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

รัฐบาลไทยกำหนดเส้นตายวันที่ 30 กันยายน 2569 ให้คนขับรถผ่านแอปพลิเคชันทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้โดยสาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยกำหนดให้คนขับรถผ่านแอปต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยกำหนดให้คนขับรถผ่านแอปต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

รัฐบาลไทยกำหนดเส้นตายวันที่ 30 กันยายน 2569 ให้คนขับรถผ่านแอปพลิเคชันทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้โดยสาร

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังบังคับใช้ข้อกำหนดใหม่สำหรับผู้ขับรถที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยกำหนดให้ผู้ขับรถทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะที่ถูกต้องภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กรมการขนส่งทางบก (DLT) กำลังเร่งอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านนี้ โดยได้เปิดพื้นที่ ณ สำนักงานใหญ่เพื่อช่วยเหลือสมาชิกแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะผู้ขับขี่ Bolt ที่เพิ่งปิดระบบชั่วคราวเพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในการลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้ขับขี่จะต้องผ่านการอบรมออนไลน์ผ่านพอร์ทัลของกรมการขนส่งทางบก จากนั้นต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งด้วยตนเองเพื่อทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สอบภาคทฤษฎี และตรวจสอบประวัติอาชญากรรม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในภาคส่วนการขนส่งผ่านแอปพลิเคชัน แม้ว่ารัฐบาลจะเร่งกระบวนการเพื่อให้ทันกำหนดเวลาสิ้นเดือนนี้ แต่ยังคงต้องติดตามว่าการดำเนินการกับผู้สมัครจำนวนมากจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และแพลตฟอร์มหลักทั้งหมดจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ครบถ้วนภายในวันที่ระบุหรือไม่ ผู้ใช้บริการควรทราบว่าความพร้อมในการให้บริการอาจมีความผันผวนในระหว่างที่แพลตฟอร์มและคนขับรถเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 03:36 UTC

ผลสำรวจเผยการนำ AI มาใช้และความกังวลของแรงงานไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ผลสำรวจเผยการนำ AI มาใช้และความกังวลของแรงงานไทย

รายงานล่าสุดจาก Prachachat Business เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ในสถานที่ทำงานของไทยและความรู้สึกที่แพร่หลายในหมู่พนักงาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ผลสำรวจเผยการนำ AI มาใช้และความกังวลของแรงงานไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผลสำรวจเผยการนำ AI มาใช้และความกังวลของแรงงานไทย

รายงานล่าสุดจาก Prachachat Business เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ในสถานที่ทำงานของไทยและความรู้สึกที่แพร่หลายในหมู่พนักงาน

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Prachachat Business เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในการกำหนดสภาพแวดล้อมทางวิชาชีพทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ข้อมูลระบุว่า AI กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในรูปแบบการทำงานสมัยใหม่ ซึ่งเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานทั่วโลกอย่างสิ้นเชิง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงภูมิทัศน์ดิจิทัลที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่บริษัทต่างๆ บูรณาการเทคโนโลยีเหล่านี้ ลักษณะของการโต้ตอบทางวิชาชีพในแต่ละวันและความคาดหวังด้านประสิทธิภาพการทำงานอาจเปลี่ยนแปลงไป การทำความเข้าใจแนวโน้มเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหางานในตลาดท้องถิ่นหรือร่วมมือกับองค์กรไทย เนื่องจากการนำเครื่องมือ AI มาใช้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อมาตรฐานสถานที่ทำงานในอนาคต

อย่างไรก็ตาม รายงานตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการบูรณาการไม่ได้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีเพียง 33% ขององค์กรทั่วภูมิภาคเอเชียที่ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของพนักงานเป็นเป้าหมายหลักในการนำ AI มาใช้ ซึ่งบ่งชี้ว่าแม้ AI จะมีอยู่จริง แต่การประยุกต์ใช้เชิงกลยุทธ์ยังคงมีความหลากหลาย

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือขอบเขตที่แน่ชัดของการนำ AI มาใช้ในแต่ละภาคส่วนของไทย และวิธีที่พนักงานในท้องถิ่นกำลังปรับสมดุลระหว่างเครื่องมือใหม่เหล่านี้กับขั้นตอนการทำงานที่มีอยู่เดิม ในขณะที่เทคโนโลยียังคงพัฒนาต่อไป จำเป็นต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบระยะยาวต่อความมั่นคงในงานและความกังวลเฉพาะของแรงงานไทยเกี่ยวกับระบบอัตโนมัติเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 02:36 UTC

ไทยขีดเส้นตาย 30 ก.ย. นี้ คนขับรถผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยขีดเส้นตาย 30 ก.ย. นี้ คนขับรถผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

รัฐบาลไทยกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยขีดเส้นตาย 30 ก.ย. นี้ คนขับรถผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยขีดเส้นตาย 30 ก.ย. นี้ คนขับรถผ่านแอปฯ ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

รัฐบาลไทยกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รัฐบาลไทยได้กำหนดเส้นตายที่ชัดเจนภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 สำหรับผู้ขับขี่ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถทุกคนในการต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ การปรับปรุงกฎระเบียบนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดระเบียบภาคการขนส่งในระบบเศรษฐกิจแบบกิ๊ก (Gig Economy) และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับขี่เชิงพาณิชย์ทุกคนมีคุณสมบัติทางวิชาชีพที่เป็นมาตรฐาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พึ่งพาบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในการเดินทางประจำวัน การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจนำไปสู่การลดลงชั่วคราวของจำนวนผู้ขับขี่ที่ให้บริการ เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดใบอนุญาตใหม่ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้รัฐบาลจะจัดช่องทางการอบรมออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านนี้ แต่การบังคับใช้กฎดังกล่าวอาจส่งผลต่อความพร้อมให้บริการหรือระยะเวลารอคอยในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามความชัดเจนว่าทางการจะลงโทษผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัดเพียงใด และจะมีช่วงเวลาผ่อนผันสำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการขอเอกสารหรือไม่ ผู้ใช้บริการควรติดตามการอัปเดตจากแอปพลิเคชันเรียกรถที่ตนเองใช้งานเป็นประจำ เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการหรือเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตายวันที่ 30 กันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 01:15 UTC

ไทยสั่งเบรก 167 โครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อทบทวนกฎระเบียบใหม่
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยสั่งเบรก 167 โครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อทบทวนกฎระเบียบใหม่

รัฐบาลไทยได้ระงับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจำนวน 167 โครงการ เพื่อกำหนดมาตรฐานกฎระเบียบใหม่ ในขณะที่ 35 โครงการที่เปิดดำเนินการแล้วยังคงดำเนินต่อไปได้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยสั่งเบรก 167 โครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อทบทวนกฎระเบียบใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ไทยสั่งเบรก 167 โครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อทบทวนกฎระเบียบใหม่

รัฐบาลไทยได้ระงับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจำนวน 167 โครงการ เพื่อกำหนดมาตรฐานกฎระเบียบใหม่ ในขณะที่ 35 โครงการที่เปิดดำเนินการแล้วยังคงดำเนินต่อไปได้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบครั้งใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อร่างเกณฑ์การดำเนินงานใหม่ภายในหนึ่งเดือนข้างหน้า

ภายใต้มาตรการนี้ โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจำนวน 167 โครงการถูกระงับไว้ชั่วคราวและจะต้องเริ่มกระบวนการยื่นขออนุมัติใหม่ตามแนวทางที่จะประกาศออกมา ในขณะที่ 35 โครงการที่เปิดดำเนินการไปแล้วจะไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานกำลังพัฒนา 4 กลยุทธ์เพื่อจัดการกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ ในขณะที่กรุงเทพมหานครกำลังทบทวนคำขอโครงการทั้งเก่าและใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แม้ว่าผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทันทีจะมีน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลต่อจังหวะการขยายตัวของบริการดิจิทัลในประเทศ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเกณฑ์ใหม่จะมีรายละเอียดอย่างไร และข้อกำหนดเหล่านี้จะส่งผลต่อภูมิทัศน์การลงทุนระยะยาวสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีในประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 00:36 UTC

Nike เปิดตัวรองเท้าเทรนนิ่ง Pegasus Plus 2 ในประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Nike เปิดตัวรองเท้าเทรนนิ่ง Pegasus Plus 2 ในประเทศไทย

Nike เปิดตัว Pegasus Plus 2 รองเท้าเทรนนิ่งรุ่นใหม่ที่มาพร้อมโฟม ZoomX และเทคโนโลยี Air Zoom แบบโค้ง ออกแบบมาเพื่อนักวิ่งที่เน้นความเร็วและจังหวะการวิ่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Nike เปิดตัวรองเท้าเทรนนิ่ง Pegasus Plus 2 ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Nike เปิดตัวรองเท้าเทรนนิ่ง Pegasus Plus 2 ในประเทศไทย

Nike เปิดตัว Pegasus Plus 2 รองเท้าเทรนนิ่งรุ่นใหม่ที่มาพร้อมโฟม ZoomX และเทคโนโลยี Air Zoom แบบโค้ง ออกแบบมาเพื่อนักวิ่งที่เน้นความเร็วและจังหวะการวิ่ง

อ้างอิงจาก Khaosod Online Thailand ทาง Nike ได้เปิดตัว Pegasus Plus 2 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดในซีรีส์ Pegasus ที่มีชื่อเสียง โดยรองเท้ารุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการฝึกซ้อมแบบเทมโป (Tempo) เพื่อมอบความเร็ว ความทนทาน และประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอให้กับนักวิ่ง

รองเท้ารุ่นนี้มีการปรับปรุงทางเทคนิคหลายประการ โดยเฉพาะการใช้โฟม ZoomX ในพื้นรองเท้าชั้นกลางเพื่อเพิ่มการตอบสนองของพลังงาน คุณสมบัติที่สำคัญทั้งในด้านรูปลักษณ์และการใช้งานคือ Air Zoom แบบโค้งบริเวณหน้าเท้า ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากภายนอกและช่วยให้การก้าวเท้าเป็นธรรมชาติและต่อเนื่องยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออกแบบยังเพิ่มพื้นที่บริเวณหน้าเท้าและปลายเท้าให้กว้างขึ้นเพื่อความกระชับและสบายยิ่งขึ้นระหว่างการฝึกซ้อมที่มีความเข้มข้นสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการฝึกซ้อมประจำวันหรือการเตรียมตัววิ่งระยะไกล รองเท้ารุ่นนี้ถูกนำเสนอว่าให้ความรู้สึกเบาและตอบสนองได้ดีเสมือนอยู่ในวันแข่งขันจริงโดยใช้แรงน้อยลง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบความพร้อมจำหน่าย ราคา และขนาดที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่อีกครั้ง เนื่องจากรายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้ระบุไว้ในการประกาศเบื้องต้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 15:36 UTC

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศส่งมอบปืนเล็กสั้น 5.56 มม. ให้แก่กองทัพไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศส่งมอบปืนเล็กสั้น 5.56 มม. ให้แก่กองทัพไทย

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) ได้ส่งมอบปืนเล็กสั้นขนาด 5.56 มม. ที่ผลิตภายในประเทศให้แก่กองทัพทั้ง 4 เหล่าทัพอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศส่งมอบปืนเล็กสั้น 5.56 มม. ให้แก่กองทัพไทย

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศส่งมอบปืนเล็กสั้น 5.56 มม. ให้แก่กองทัพไทย

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) ได้ส่งมอบปืนเล็กสั้นขนาด 5.56 มม. ที่ผลิตภายในประเทศให้แก่กองทัพทั้ง 4 เหล่าทัพอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) ได้ประกาศการส่งมอบปืนเล็กสั้นขนาด 5.56 มม. ให้แก่กองทัพทั้ง 4 เหล่าทัพของไทย ตามรายงานจาก Matichon Online การส่งมอบครั้งนี้รวมถึงการสาธิตการยิงทางยุทธวิธีเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและประสิทธิภาพของอาวุธที่ผลิตขึ้นภายในประเทศนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการยกระดับการผลิตด้านการป้องกันประเทศและลดการพึ่งพายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ แม้ว่ากิจกรรมทางทหารดังกล่าวจะเป็นขั้นตอนมาตรฐานของหน่วยงานความมั่นคง แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของพลเรือน การท่องเที่ยว หรือความปลอดภัยสาธารณะ การสาธิตดังกล่าวจัดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมเพื่อตรวจสอบมาตรฐานการปฏิบัติงานของอุปกรณ์ใหม่

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนหน่วยที่ผลิตทั้งหมดหรือกำหนดการสำหรับการนำปืนเล็กสั้นเหล่านี้ไปใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในทุกหน่วยทหารยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ DTI ยังคงมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงคลังแสงของกองทัพไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ผู้สังเกตการณ์ระบุว่าโครงการนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการเสริมสร้างความพึ่งพาตนเองของประเทศในด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 13:35 UTC

ETDA เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2570 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ETDA เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2570 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ประกาศ 4 ภารกิจหลักสำหรับปี 2570 โดยมุ่งเน้นที่การยืนยันตัวตนดิจิทัล ธรรมาภิบาล AI การเติบโตของ SMEs และการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ETDA เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2570 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ETDA เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2570 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ประกาศ 4 ภารกิจหลักสำหรับปี 2570 โดยมุ่งเน้นที่การยืนยันตัวตนดิจิทัล ธรรมาภิบาล AI การเติบโตของ SMEs และการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์สำหรับปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยอ้างอิงจาก Matichon Online ระบุว่าหน่วยงานกำลังให้ความสำคัญกับ 4 ภารกิจหลักเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทย

พื้นที่เป้าหมายหลักประกอบด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID), การนำกรอบธรรมาภิบาลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) มาใช้, การริเริ่มโครงการเพื่อส่งเสริมการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้กฎหมายการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เป็นมาตรฐานและมีการกำกับดูแลมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital ID ที่ได้รับการปรับปรุงอาจช่วยลดขั้นตอนทางธุรการในอนาคต ในขณะที่การกำกับดูแลแพลตฟอร์มที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลต่อวิธีการดำเนินงานของบริการดิจิทัลและตลาดออนไลน์ภายในประเทศ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ทุกคน

แม้ว่า ETDA จะระบุว่าเสาหลักทั้ง 4 ประการนี้เป็นรากฐานสำหรับวาระปี 2570 แต่กรอบเวลาการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงและข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับกรอบการกำกับดูแลใหม่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการนโยบายเหล่านี้เข้ากับบริการดิจิทัลที่มีอยู่ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการใช้งานดิจิทัลในชีวิตประจำวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 12:55 UTC

กระแสลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้น
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระแสลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้น

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยส่งผลให้ราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่สำคัญปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50%

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระแสลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
กระแสลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้น

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยส่งผลให้ราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่สำคัญปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50%

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า การลงทุนในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วประเทศไทยกำลังส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยและสื่อสารของบริษัท ซาวิลส์ (ประเทศไทย) ตั้งข้อสังเกตว่าราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงสมุทรปราการและอยุธยา ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาพุ่งจากไร่ละ 3.5 ล้านบาท เป็น 6-8 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการเติบโตกว่า 50%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในจังหวัดเหล่านี้ แม้ว่าการเติบโตนี้จะเป็นสัญญาณของการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง แต่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้างในภูมิภาคเหล่านี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นและการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของมูลค่าที่ดินนี้จะส่งผลต่อค่าครองชีพในระยะยาว หรือความพร้อมของพื้นที่สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือเชิงพาณิชย์ประเภทอื่นๆ ในพื้นที่เหล่านี้อย่างไร ในขณะที่ภาคส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ยังคงดึงดูดเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้สังเกตการณ์จะคอยจับตาดูว่าแนวโน้มราคาจะคงที่หรือจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 12:37 UTC

การขยายตัวของศูนย์ข้อมูลดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในไทยพุ่งสูงขึ้น
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การขยายตัวของศูนย์ข้อมูลดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในไทยพุ่งสูงขึ้น

ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมของไทย ส่งผลให้ราคาที่ดินในบางพื้นที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 50%

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การขยายตัวของศูนย์ข้อมูลดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในไทยพุ่งสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
การขยายตัวของศูนย์ข้อมูลดันราคาที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในไทยพุ่งสูงขึ้น

ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมของไทย ส่งผลให้ราคาที่ดินในบางพื้นที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 50%

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Centre) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มนี้ทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในการแย่งชิงที่ดินนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านระบบไฟฟ้า เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สมุทรปราการ และพระนครศรีอยุธยา

ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลกำลังมองหาพื้นที่ที่สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าในระดับสูง ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในบางกรณีราคาพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ตัวอย่างเช่น ที่ดินที่เคยมีราคาประเมินอยู่ที่ 3.5–4.0 ล้านบาทต่อไร่ ได้ขยับขึ้นเป็นประมาณ 6.0 ล้านบาทต่อไร่ ในขณะที่แปลงที่เคยมีราคา 4.5–5.5 ล้านบาทต่อไร่ ได้พุ่งสูงถึง 8.0 ล้านบาทต่อไร่ โดยที่ดินที่มีศักยภาพสูงบางแห่งมีผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลรอซื้อพร้อมกันถึง 4–5 ราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค แม้ว่าการพัฒนานี้จะบ่งชี้ถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการขยายตัวทางอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วนี้จะส่งผลกระทบต่อค่าสาธารณูปโภคหรือรูปแบบการพัฒนาในระยะยาวอย่างไร เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูง จึงคาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนราคาและความพร้อมของที่ดินอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:56 UTC

ผู้เชี่ยวชาญ มธ. เรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการดิจิทัลและ AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญ มธ. เรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการดิจิทัลและ AI

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปรับปรุงการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในภาครัฐ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ผู้เชี่ยวชาญ มธ. เรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการดิจิทัลและ AI

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญ มธ. เรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการดิจิทัลและ AI

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปรับปรุงการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในภาครัฐ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 รายงานจาก Matichon Online ได้นำเสนอความเห็นของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกี่ยวกับสถานะของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาครัฐของไทย โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าแม้รัฐบาลจะมีบุคลากรที่มีความสามารถจำนวนมาก แต่อุปสรรคสำคัญของความก้าวหน้ายังคงเป็นปัญหาเรื่องการขาดการบูรณาการที่มีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานต่างๆ

นักวิชาการรายนี้เสนอว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการนำเครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการให้ทันสมัยอย่างจริงจัง โดยเสนอให้กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นต้นแบบในการบูรณาการ เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบดิจิทัลที่เป็นหนึ่งเดียวกันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายนี้มีความสำคัญเนื่องจากชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการปรับปรุงบริการภาครัฐในอนาคต หากหน่วยงานเหล่านี้สามารถนำกรอบการทำงานดิจิทัลที่สอดคล้องกันมาใช้ได้สำเร็จ อาจนำไปสู่การลดระยะเวลาในการดำเนินการและทำให้การติดต่อกับหน่วยงานรัฐมีความสะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะรับข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปฏิบัติหรือไม่ หรือกลยุทธ์การบูรณาการดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในวงกว้างได้รวดเร็วเพียงใด ในขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการเสนอแนะ และยังไม่มีการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของนักวิชาการรายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ไทยเตรียมลุ้นการประกวด Miss World ครั้งที่ 75 ที่เวียดนาม
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมลุ้นการประกวด Miss World ครั้งที่ 75 ที่เวียดนาม

True 5G เตรียมถ่ายทอดสดรอบตัดสิน Miss World ครั้งที่ 75 โดยมีตัวแทนจากประเทศไทยคือ 'น้ำผึ้ง กานต์ธีรา' เข้าร่วมการแข่งขัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเตรียมลุ้นการประกวด Miss World ครั้งที่ 75 ที่เวียดนาม

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมลุ้นการประกวด Miss World ครั้งที่ 75 ที่เวียดนาม

True 5G เตรียมถ่ายทอดสดรอบตัดสิน Miss World ครั้งที่ 75 โดยมีตัวแทนจากประเทศไทยคือ 'น้ำผึ้ง กานต์ธีรา' เข้าร่วมการแข่งขัน

ในวันที่ 5 กันยายน 2569 การประกวด Miss World ฉลองครบรอบ 75 ปี จะเข้าสู่รอบตัดสินที่ประเทศเวียดนาม ตามรายงานจาก Khaosod Online ทาง True 5G ได้อำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดสดเพื่อให้ผู้ชมชาวไทยได้ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ 'น้ำผึ้ง-กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล' ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยที่ต้องประชันความสามารถกับสาวงามอีก 111 คนจากทั่วโลก นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการส่งมอบมงกุฎโดย 'โอปอล สุชาตา' เจ้าของตำแหน่งคนปัจจุบัน

สำหรับผู้ที่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดรอบตัดสินได้ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านทางช่อง True4U (ช่อง 24) หรือผ่านแอปพลิเคชัน TrueVisions NOW

แม้รายละเอียดการถ่ายทอดสดจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องติดตามต่อไป ในขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาวงามคนใดในจำนวน 112 คนที่จะคว้าตำแหน่งผู้ชนะในการประกวดครบรอบ 75 ปีครั้งประวัติศาสตร์นี้ งานดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาทางวัฒนธรรมที่สำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการประกวดนางงาม ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการมีส่วนร่วมของประเทศไทยบนเวทีระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:37 UTC

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศส่งมอบอาวุธปืนเล็กสั้น 5.56 มม. ให้แก่กองทัพไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศส่งมอบอาวุธปืนเล็กสั้น 5.56 มม. ให้แก่กองทัพไทย

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) ได้ส่งมอบอาวุธปืนเล็กสั้นขนาด 5.56 มม. ที่ผลิตภายในประเทศอย่างเป็นทางการให้กับ 4 เหล่าทัพของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศส่งมอบอาวุธปืนเล็กสั้น 5.56 มม. ให้แก่กองทัพไทย

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศส่งมอบอาวุธปืนเล็กสั้น 5.56 มม. ให้แก่กองทัพไทย

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) ได้ส่งมอบอาวุธปืนเล็กสั้นขนาด 5.56 มม. ที่ผลิตภายในประเทศอย่างเป็นทางการให้กับ 4 เหล่าทัพของไทย

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI) ได้จัดพิธีส่งมอบอาวุธปืนเล็กสั้นขนาด 5.56 มิลลิเมตร ณ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้แก่กองทัพไทย โดยอาวุธดังกล่าวผลิตโดยบริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด (WMI) และได้ถูกส่งมอบให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อนำไปใช้ในภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ

พิธีส่งมอบนำโดย พลเอก ดร.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงและอดีตคณะกรรมการที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการนำยุทโธปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศเข้าสู่คลังแสงของกองทัพ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นการผลิตยุทโธปกรณ์ด้านการป้องกันประเทศภายในประเทศไทย แม้เหตุการณ์นี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพึ่งพาตนเองทางทหารของประเทศ แต่ถือเป็นการปรับปรุงด้านการบริหารและโลจิสติกส์ภายในของกองทัพเป็นหลัก โดยไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการจัดซื้อนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือระเบียบการรักษาความปลอดภัยของพลเรือนแต่อย่างใด เนื่องจากยุทโธปกรณ์กำลังถูกส่งไปยังเหล่าทัพต่างๆ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการปฏิบัติงานหรือจำนวนหน่วยที่ส่งมอบทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงกลาโหมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:38 UTC

AIS ผนึกกำลังกระทรวงกลาโหมและ DGA ปั้นกำลังพลด้านการป้องกันทางดิจิทัล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

AIS ผนึกกำลังกระทรวงกลาโหมและ DGA ปั้นกำลังพลด้านการป้องกันทางดิจิทัล

Advanced Info Service (AIS) ได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมและสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และทักษะดิจิทัลของประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

AIS ผนึกกำลังกระทรวงกลาโหมและ DGA ปั้นกำลังพลด้านการป้องกันทางดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
AIS ผนึกกำลังกระทรวงกลาโหมและ DGA ปั้นกำลังพลด้านการป้องกันทางดิจิทัล

Advanced Info Service (AIS) ได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมและสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และทักษะดิจิทัลของประเทศ

เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการป้องกันทางดิจิทัลของไทย

Advanced Info Service (AIS) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับกระทรวงกลาโหมและสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เพื่อสร้าง 'กำลังพลด้านดิจิทัล' ที่มีความเชี่ยวชาญ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรสำหรับยุคสมัยที่ถูกกำหนดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนมากขึ้น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว ความร่วมมือนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับชาติ ในขณะที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในบริการสาธารณะและการตัดสินใจเชิงบริหาร รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อจัดการระบบดิจิทัลเหล่านี้อย่างปลอดภัย การมุ่งเน้นไปที่ 'การป้องกันทางดิจิทัล' นี้บ่งชี้ถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่บริการดิจิทัลภาครัฐที่มีความแข็งแกร่งและเชื่อถือได้มากขึ้นในอนาคต

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าจะมีการจัดตั้งความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักสูตร กรอบเวลาของโครงการฝึกอบรม และวิธีการที่มาตรการป้องกันทางดิจิทัลเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ดิจิทัลในชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไปนั้นยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาเป็นระยะในขณะที่โครงการดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:39 UTC

ไทยเผยยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 1.47 ล้านคน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 1.47 ล้านคน

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เผยยอดผู้ลงทะเบียนใช้งาน TH-AI Passport ล่าสุดอยู่ที่ 1.47 ล้านคน โดยมีการประมวลผลคำสั่งไปแล้วกว่า 4 ล้านครั้ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเผยยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 1.47 ล้านคน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 1.47 ล้านคน

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เผยยอดผู้ลงทะเบียนใช้งาน TH-AI Passport ล่าสุดอยู่ที่ 1.47 ล้านคน โดยมีการประมวลผลคำสั่งไปแล้วกว่า 4 ล้านครั้ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้เปิดเผยสถิติล่าสุดเกี่ยวกับระบบ TH-AI Passport โดยระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วจำนวน 1.47 ล้านคน นอกจากนี้ ระบบยังได้ประมวลผลคำสั่ง (Prompts) ไปแล้วกว่า 4 ล้านครั้งนับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งาน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ความคิดริเริ่มด้านดิจิทัลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีการตรวจสอบตัวตนและกระบวนการทางธุรการ ปริมาณการใช้งานที่สูงบ่งชี้ว่าระบบกำลังกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ หากคุณกำลังอาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนที่จะเดินทางมา การติดตามการใช้งานระบบนี้อาจเป็นประโยชน์ เนื่องจากอาจส่งผลต่อข้อกำหนดในอนาคตสำหรับการใช้เอกสารดิจิทัลหรือการเข้าถึงบริการต่างๆ

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงระดับการใช้งานในปัจจุบัน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รายงานไม่ได้ระบุลักษณะที่แน่ชัดของ 'คำสั่ง' ที่ถูกประมวลผล หรือระบุว่าระบบจะกลายเป็นข้อบังคับสำหรับชาวต่างชาติทุกคนในอนาคตหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองที่มีอยู่หรือเอกสารการเดินทางที่เป็นเล่ม ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าเครื่องมือดิจิทัลนี้อาจส่งผลต่อสถานะหรือข้อกำหนดในการเดินทางของคุณอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:56 UTC

Acer เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่รองรับยุค AI ในงาน IFA 2026 มุ่งเจาะตลาดองค์กร
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Acer เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่รองรับยุค AI ในงาน IFA 2026 มุ่งเจาะตลาดองค์กร

Acer ได้เปิดตัวฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี AI ในงาน IFA 2026 โดยเน้นไปที่โซลูชันสำหรับภาคธุรกิจและองค์กร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Acer เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่รองรับยุค AI ในงาน IFA 2026 มุ่งเจาะตลาดองค์กร

แหล่งข่าวเดียว
Acer เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่รองรับยุค AI ในงาน IFA 2026 มุ่งเจาะตลาดองค์กร

Acer ได้เปิดตัวฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี AI ในงาน IFA 2026 โดยเน้นไปที่โซลูชันสำหรับภาคธุรกิจและองค์กร

ในงานแสดงเทคโนโลยี IFA 2026 ทาง Acer ได้เปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในยุค AI ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าบริษัทกำลังขยายพอร์ตโฟลิโอฮาร์ดแวร์อย่างมีกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นไปที่ภาคธุรกิจและองค์กรโดยเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและมืออาชีพในประเทศไทย การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านความพร้อมของเครื่องมือประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่ปรับให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เนื่องจากการผสานรวม AI กำลังกลายเป็นมาตรฐานในฮาร์ดแวร์สำนักงานสมัยใหม่ ข้อเสนอใหม่เหล่านี้ของ Acer อาจส่งผลต่อตลาดการจัดซื้อไอทีขององค์กรและเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Acer ในการชิงส่วนแบ่งตลาดแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) โดยใช้ประโยชน์จากความสามารถของปัญญาประดิษฐ์

แม้ว่าการเปิดตัวจะยืนยันถึงทิศทางปัจจุบันของ Acer แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงของอุปกรณ์ใหม่ วันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดไทย และโครงสร้างราคาในท้องถิ่นยังไม่มีการเปิดเผย ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Acer Thailand เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความพร้อมในการวางจำหน่ายในพื้นที่และกำหนดการกระจายสินค้าในภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 09:38 UTC

โครงการ TH-AI Passport เผยยอดการใช้งานเบื้องต้น
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

โครงการ TH-AI Passport เผยยอดการใช้งานเบื้องต้น

โครงการ TH-AI Passport มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 1.47 ล้านคน โดยมีการประมวลผลคำสั่ง (Prompt) ไปแล้วกว่า 4 ล้านครั้งในช่วง 3 วันแรก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

โครงการ TH-AI Passport เผยยอดการใช้งานเบื้องต้น

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ TH-AI Passport เผยยอดการใช้งานเบื้องต้น

โครงการ TH-AI Passport มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 1.47 ล้านคน โดยมีการประมวลผลคำสั่ง (Prompt) ไปแล้วกว่า 4 ล้านครั้งในช่วง 3 วันแรก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ โครงการ TH-AI Passport ได้เปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานเบื้องต้น ณ วันที่ 3 กันยายน 2569 ข้อมูลระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนสำเร็จบนแพลตฟอร์มแล้ว 1.47 ล้านคน ในช่วง 3 วันแรกของการเปิดใช้งาน ระบบได้ประมวลผลคำสั่ง (Prompt) ไปแล้วกว่า 4 ล้านครั้ง คิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 2.7 คำสั่งต่อผู้ลงทะเบียนหนึ่งคน นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่ามีผู้ใช้งาน 113,758 คนที่เรียนจบคอร์สที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการยอมรับบริการดิจิทัลใหม่นี้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าปริมาณคำสั่งที่สูงจะบ่งชี้ถึงความสนใจของผู้ใช้งาน แต่ผู้ดูแลโครงการยังคงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบจำนวนผู้ใช้งานจริง (Active User) จากผู้รับจ้าง

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงผลกระทบระยะยาวของรูปแบบการใช้งานเหล่านี้ต่อเสถียรภาพของระบบ และลักษณะเฉพาะของบริการที่เข้าถึงผ่านคำสั่งเหล่านี้ ในขณะที่แพลตฟอร์มยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจว่าเครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจวัตรประจำวันหรือความต้องการในการเดินทางของท่านได้อย่างไร SawaLife จะยังคงติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการและสถิติผู้ใช้งานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 10:40 UTC

Plus Property นำ AI มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Plus Property นำ AI มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม

Plus Property กำลังรับมือกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์หรูด้วยการผสมผสานความเชี่ยวชาญของมนุษย์เข้ากับปัญญาประดิษฐ์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Plus Property นำ AI มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม

แหล่งข่าวเดียว
Plus Property นำ AI มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียม

Plus Property กำลังรับมือกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์หรูด้วยการผสมผสานความเชี่ยวชาญของมนุษย์เข้ากับปัญญาประดิษฐ์

ตามรายงานจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 Plus Property กำลังมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการอาคารหลังการขายเพื่อรักษาและเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ระดับพรีเมียมและลักเซอรี ในขณะที่กลุ่มตลาดนี้ยังคงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ บริษัทกำลังดำเนินกลยุทธ์ที่สร้างสมดุลระหว่างบริการระดับมืออาชีพของมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการดำเนินงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่มาตรฐานการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นในโครงการระดับไฮเอนด์ การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้นอาจนำไปสู่สิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับการดูแลอย่างดีและอาจส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นในระยะยาว สำหรับผู้ที่อาศัยหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมของไทย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ให้บริการกำลังพึ่งพาเครื่องมือดิจิทัลมากขึ้นในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานของอาคารที่ซับซ้อน

แม้ว่าบริษัทจะเน้นย้ำถึงการรวม AI เข้ามาเป็นโซลูชันสำหรับการจัดการต้นทุน แต่ขีดความสามารถทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงของระบบ AI และขอบเขตที่จะเข้ามาแทนที่หรือเสริมบทบาทของมนุษย์แบบดั้งเดิมนั้นยังคงต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม จำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่าระบบอัตโนมัติเหล่านี้จะส่งผลต่อการดำเนินงานอาคารในแต่ละวันและประสบการณ์โดยรวมของผู้อยู่อาศัยในระยะยาวอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 08:36 UTC

สภาอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราคัดค้านการพัฒนาศูนย์ข้อมูล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สภาอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราคัดค้านการพัฒนาศูนย์ข้อมูล

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราได้แสดงความคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในจังหวัด โดยอ้างถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำที่วิกฤต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สภาอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราคัดค้านการพัฒนาศูนย์ข้อมูล

แหล่งข่าวเดียว
สภาอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราคัดค้านการพัฒนาศูนย์ข้อมูล

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราได้แสดงความคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในจังหวัด โดยอ้างถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำที่วิกฤต

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 สภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราได้แสดงความคัดค้านอย่างเป็นทางการต่อการก่อสร้างและการย้ายศูนย์ข้อมูลเข้ามาในพื้นที่จังหวัด ซึ่งเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่าแปดริ้ว ความกังวลหลักของสภาฯ คือปัญหาการขาดแคลนน้ำที่มีอยู่ในภูมิภาค โดยโต้แย้งว่าการใช้น้ำในปริมาณสูงที่จำเป็นสำหรับการระบายความร้อนของโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรน้ำจืดในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดในระดับภูมิภาคที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการขยายตัวทางอุตสาหกรรมและการจัดการทรัพยากร แม้ว่าศูนย์ข้อมูลจะมีความจำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล แต่การมีอยู่ของศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำจำกัดอาจนำไปสู่การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรระหว่างการดำเนินงานทางอุตสาหกรรมและชุมชนท้องถิ่น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลระดับจังหวัดหรือหน่วยงานระดับชาติจะปรับเปลี่ยนนโยบายการแบ่งเขตอุตสาหกรรมเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลเหล่านี้หรือไม่ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่าโครงการศูนย์ข้อมูลใดๆ ถูกระงับอย่างเป็นทางการ หรือการคัดค้านของสภาฯ จะนำไปสู่การทบทวนแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมในฉะเชิงเทราอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอติดตามว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการเติบโตทางดิจิทัลของอุตสาหกรรมหรือการรักษาความมั่นคงทางน้ำในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:55 UTC