ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กฎหมาย กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง ✦
การเมือง GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้ ✦
กฎหมาย ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ ✦
การเมือง โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย ✦
กีฬา ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง ✦
เศรษฐกิจ ‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
การขนส่ง อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา ✦
กฎหมาย

กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต

กรมการปกครองยืนยันอำนาจทางกฎหมายในการตรวจสอบสถานบริการ พร้อมโต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงในจังหวัดภูเก็ต

กรมการปกครองได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาล่าสุดที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ของกรมฯ รับส่วยจากสถานบันเทิงในจังหวัดภูเก็ต ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมการปกครองยืนยันว่าตนมีอำนาจตามกฎหมายอย่างเต็มที่ในการเข้าตรวจสอบสถานบริการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศอย่างถูกต้อง

ในแถลงการณ์ กรมการปกครองได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าหากมีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำผิดหรือการรับส่วย กรมฯ พร้อมที่จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการสอบสวนและลงโทษทางวินัยตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการกำกับดูแลภาคธุรกิจสถานบันเทิง แม้ว่ากรมการปกครองจะยืนยันถึงความโปร่งใส แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตามองของสาธารณชน ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการโต้แย้งโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันหลักฐานที่แน่ชัดต่อสาธารณะหรือยื่นต่อ ป.ป.ช. และทางกรมฯ ได้เชิญชวนให้ผู้ที่มีหลักฐานการกระทำผิดออกมาแสดงตัว ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนหรือการเปลี่ยนแปลงระเบียบการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

ความปลอดภัย

พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง

สภาพอากาศเลวร้ายในพัทยาทำให้มีการสั่งห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด หลังจากมีเรืออับปาง 6 ลำและเรือบางส่วนถูกซัดเกยหาด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้ประกาศธงแดงเตือนภัย โดยสั่งห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดเนื่องจากมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีเรือได้รับความเสียหายและอับปางรวม 6 ลำ แบ่งเป็นเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 1 ลำ และเรือสปีดโบ๊ต 5 ลำ นอกจากนี้ยังมีเรือลากร่มขนาดใหญ่ 2 ลำถูกคลื่นซัดเกยชายหาด ผู้ประกอบการเตียงชายหาดหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ และเรือท่องเที่ยวจำนวนมากต้องนำเรือเข้าจอดหลบคลื่นลมบริเวณแหลมบาลีฮายและแนวชายฝั่ง

สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยาได้แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการเดินเรือเพิ่มความระมัดระวังและงดนำเรือออกจากฝั่งจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เจ้าหน้าที่เตือนว่าพื้นที่พัทยายังคงต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศและคลื่นลมแรงต่อไปอีก 3-4 วัน นักท่องเที่ยวและประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดก่อนวางแผนทำกิจกรรมทางทะเล แม้ว่าจะมีการบันทึกความเสียหายของเรือในเบื้องต้นแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งและระยะเวลาของข้อจำกัดในการเดินทางยังคงอยู่ภายใต้การติดตามของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

การเมือง

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้

หน่วยงานด้านอวกาศของไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายนนี้

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้ออกประกาศเตือนภัยเพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม โดยขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบสภาพพื้นที่และระดับน้ำในพื้นที่ของตนก่อนเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ GISTDA ได้แนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้แอปพลิเคชันของหน่วยงานเพื่อติดตามระดับน้ำแบบเรียลไทม์และตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย คำแนะนำนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งดำเนินไปได้อย่างราบรื่นท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศในปัจจุบัน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว นี่ถือเป็นการเตือนให้ติดตามข่าวสารสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจส่งผลให้เกิดการปิดเส้นทางจราจรอย่างกะทันหันหรือส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะเป็นเหตุการณ์สำคัญทางด้านการบริหารจัดการแรงงานและสวัสดิการของประเทศ แต่ความกังวลหลักของประชาชนในขณะนี้คือการรับมือกับความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเขตพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบสถานะของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ของตนผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

กฎหมาย

ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมพิธีสวนสนามอำลาชีวิตราชการอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เป็นประธานในพิธีสวนสนามอำลาชีวิตราชการ ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเป็นทางการ

ในระหว่างพิธี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งได้กล่าวกับกำลังพล โดยเน้นย้ำว่าแม้จะถอดเครื่องแบบราชการออกไปแล้ว แต่ความเป็นตำรวจและความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ยังคงอยู่ในใจเสมอมา พิธีสวนสนามนี้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อแสดงถึงเกียรติยศและการส่งมอบหน้าที่ภายในลำดับชั้นของตำรวจไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งสำคัญภายในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับชาติ การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บริหารระดับสูงอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญด้านการบริหารหรือรูปแบบการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปฏิบัติงานประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีผลกระทบ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่ออย่างเป็นทางการและวันที่ส่งมอบงานอย่างชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ทั้งนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการบริหารงานภายใน จึงไม่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือสถานะการเดินทางของผู้ที่มาเยือนประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

การเมือง

โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย

แหล่งข่าวเดียว
โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันพระปกเกล้าระบุว่าคนไทยเกือบครึ่งหนึ่งมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ แม้ว่าจะยังมีความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของ QR Code

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยสถาบันพระปกเกล้าได้ประเมินความพร้อมของประชาชนต่อการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในประเทศไทย ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 49.1 ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกพร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ร้อยละ 43.4 ระบุว่ายังไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

นอกเหนือจากความพร้อมทั่วไปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผลสำรวจยังเน้นย้ำถึงความกังวลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความปลอดภัยทางดิจิทัล โดยผู้เข้าร่วมมากกว่าครึ่งหนึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ QR Code ในกระบวนการลงคะแนนเสียง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ผลสำรวจนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวาทกรรมระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการเลือกตั้งให้ทันสมัย แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงสำรวจการอัปเกรดทางเทคโนโลยีสำหรับกระบวนการทางประชาธิปไตย แต่ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของสาธารณชนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผลสำรวจนี้สะท้อนถึงความคิดเห็นของสาธารณชน ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการสำหรับการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ การพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ยังคงต้องรอการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้งของประเทศไทยและหน่วยงานนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

กีฬา

ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง

แหล่งข่าวเดียว
ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง

ทีมหญิงไทยคว้าแชมป์สมัยที่ 7 ติดต่อกันหลังจากเอาชนะเกาหลีใต้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าเหรียญทองที่ 6 ให้กับประเทศ โดยทีมไทยสามารถเอาชนะเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นการครองแชมป์สมัยที่ 7 ติดต่อกันในกีฬานี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นของประเทศในกีฬาเซปักตะกร้อ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีรากฐานลึกซึ้งในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลงานที่สม่ำเสมอของทีมชาติมักนำไปสู่การเฉลิมฉลองในท้องถิ่นและตอกย้ำสถานะของประเทศในฐานะผู้นำระดับโลกในกีฬานี้ เหตุการณ์ดังกล่าวบ่อยครั้งมักมาพร้อมกับการรวมตัวของประชาชนและการรายงานข่าวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการจราจรในท้องถิ่นหรือการเข้าถึงสถานที่สาธารณะในพื้นที่ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลอง

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดการแข่งขันและคะแนนรวมสุดท้ายไม่ได้ระบุไว้ในรายงานเบื้องต้น แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากช่องทางกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางกลับของทีม รวมถึงกำหนดการแห่ฉลองชัยชนะหรือการปรากฏตัวต่อสาธารณะ ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติและแสดงให้เห็นถึงระดับการฝึกซ้อมและความทุ่มเทที่สูงภายในชุมชนกีฬาของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

เศรษฐกิจ

‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

แหล่งข่าวเดียว
‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

ทิพยประกันภัยได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์'

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์' รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชันด้านประกันภัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การได้รับรางวัลนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่ตลาดประกันภัยยังคงปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ใหม่ๆ และความต้องการในยุคดิจิทัล รางวัลดังกล่าวถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่มุ่งไปสู่รูปแบบประกันภัยที่ยืดหยุ่นและอิงตามการใช้งานจริงมากขึ้น

แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงการตอบรับของตลาดและปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ถือเป็นการรับรองเงื่อนไขกรมธรรม์เฉพาะเจาะจงหรือความเหมาะสมของความคุ้มครองสำหรับผู้ขับขี่แต่ละราย ผู้ที่สนใจควรทราบว่ารางวัลนี้สะท้อนถึงแนวทางทั่วไปของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การรับประกันประสิทธิภาพการบริการในกรณีการเคลมเฉพาะเจาะจง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนด เงื่อนไข และความเหมาะสมสำหรับกรมธรรม์ 'TIP อัพทูไมล์' ควรตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของทิพยประกันภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ส่งผลให้น้ำในคลองแสนแสบล้นตลิ่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดบนถนนลาดพร้าว

ในช่วงเช้าของวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายจุด ตามรายงานจากสถานีวิทยุ สวพ.91 สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจราจร โดยเฉพาะในเขตบางกะปิ

เมื่อเวลา 08.48 น. การจราจรบนถนนลาดพร้าว จากแยกบางกะปิมุ่งหน้าแยกลำสาลีและถนนศรีนครินทร์ เคลื่อนตัวได้ช้ามากเนื่องจากมีน้ำท่วมขัง ต่อมาเวลา 09.15 น. สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อน้ำจากคลองแสนแสบล้นทะลักเข้าท่วมช่องทางซ้ายของถนนลาดพร้าวบริเวณหน้าตลาดบางกะปิ นอกจากนี้ยังพบน้ำท่วมขังบนถนนลาดพร้าวฝั่งขาเข้าบริเวณปากซอยลาดพร้าว 144 อีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าอย่างมากในการเดินทางผ่านเขตบางกะปิ ผู้ขับขี่ควรเตรียมรับมือกับการจราจรที่ติดขัดและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมขังบนผิวจราจร ตามรายงานล่าสุดฝนยังคงตกต่อเนื่องในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และยังต้องรอการยืนยันถึงผลกระทบโดยรวมบนถนนสายรองอื่นๆ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือการจราจรจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

การขนส่ง

อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา

เกิดเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์ในอำเภอสูงเนิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงใกล้เขตอุตสาหกรรมนวนคร ในอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถกระบะคันหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ได้พุ่งชนท้ายรถสไลด์ที่เปลี่ยนเลนกะทันหัน

แรงปะทะส่งผลให้คนขับรถกระบะซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 60 ปี เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ ส่วนผู้โดยสารอีก 2 ราย คือหญิงสูงวัยและเด็กวัย 4 ปี ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเพื่อรับการรักษา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสว่างแสงธรรมสูงเนินและหน่วยกู้ชีพในพื้นที่ได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากรถ

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงบริเวณจุดกลับรถและการขับขี่ของรถบรรทุกหนักบนถนนสายหลัก อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้การจราจรบนเส้นทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ติดขัดอย่างหนัก แม้คำให้การเบื้องต้นจากพยานจะระบุว่ารถสไลด์มีการเปลี่ยนเลนกะทันหัน แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอแนะนำให้ผู้เดินทางใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับขี่ผ่านเขตอุตสาหกรรมและพื้นที่ที่มีรถบรรทุกหนักสัญจรหนาแน่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

รายงานจากดีลอยท์: ธุรกิจไทยเร่งใช้ AI แต่ยังเผชิญความท้าทายในการปรับใช้เชิงกลยุทธ์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

รายงานจากดีลอยท์: ธุรกิจไทยเร่งใช้ AI แต่ยังเผชิญความท้าทายในการปรับใช้เชิงกลยุทธ์

ผลสำรวจจากดีลอยท์ปี 2569 เผยว่าการใช้ AI ในองค์กรไทยพุ่งสูงถึง 61% แต่หลายแห่งยังประสบปัญหาในการขยายผลเทคโนโลยีเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

รายงานจากดีลอยท์: ธุรกิจไทยเร่งใช้ AI แต่ยังเผชิญความท้าทายในการปรับใช้เชิงกลยุทธ์

แหล่งข่าวเดียว
รายงานจากดีลอยท์: ธุรกิจไทยเร่งใช้ AI แต่ยังเผชิญความท้าทายในการปรับใช้เชิงกลยุทธ์

ผลสำรวจจากดีลอยท์ปี 2569 เผยว่าการใช้ AI ในองค์กรไทยพุ่งสูงถึง 61% แต่หลายแห่งยังประสบปัญหาในการขยายผลเทคโนโลยีเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับองค์กร

ตามรายงาน 'Thailand Digital Transformation Survey 2026 – Enterprise AI Focus' ที่เผยแพร่โดยดีลอยท์ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ภาคธุรกิจของไทยกำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ผลการศึกษาชี้ว่าสัดส่วนองค์กรที่อยู่ในระดับ 'Becoming Digital' เพิ่มขึ้นเป็น 42% ในขณะที่การใช้ AI ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 61% จาก 47% ในปีก่อนหน้า

แม้จะมีการนำ AI มาใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่รายงานยังระบุถึงอุปสรรคสำคัญ หลายธุรกิจยังคงติดกับดักการใช้ AI เพื่อลดต้นทุนเป็นหลัก แทนที่จะใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโต ดีลอยท์ตั้งข้อสังเกตว่ามีเพียง 19% ขององค์กรที่สำรวจเท่านั้นที่สามารถขยายการใช้ AI ไปยังหน่วยงานต่างๆ ได้สำเร็จ และมีเพียง 9% เท่านั้นที่สามารถสร้างรายได้ใหม่จากการนำ AI มาใช้ อุปสรรคสำคัญที่พบ ได้แก่ การขาดทักษะเฉพาะทาง ปัญหาด้านการจัดการข้อมูล และโครงสร้างองค์กรที่ขาดความยืดหยุ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย แนวโน้มนี้สะท้อนถึงภูมิทัศน์ทางวิชาชีพที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งความรู้ด้านดิจิทัลมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ แม้การเพิ่มขึ้นของการใช้ AI จะเป็นสัญญาณของเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ช่องว่างระหว่างการนำมาใช้กับการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่แท้จริงยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทไทยจะสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเชิงโครงสร้างเหล่านี้ได้เร็วเพียงใด เพื่อใช้ประโยชน์จาก AI ในการสร้างนวัตกรรมระยะยาวและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 10:38 UTC

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ALMM ครั้งที่ 29 เพื่อรับมือความท้าทายด้านแรงงานในอาเซียน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ALMM ครั้งที่ 29 เพื่อรับมือความท้าทายด้านแรงงานในอาเซียน

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ครั้งที่ 29 เพื่อหารือเกี่ยวกับการบูรณาการ AI และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ALMM ครั้งที่ 29 เพื่อรับมือความท้าทายด้านแรงงานในอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ALMM ครั้งที่ 29 เพื่อรับมือความท้าทายด้านแรงงานในอาเซียน

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ครั้งที่ 29 เพื่อหารือเกี่ยวกับการบูรณาการ AI และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ขณะนี้ประเทศไทยกำลังทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ครั้งที่ 29 โดยมีจุดเน้นหลักของการประชุมระดับภูมิภาคนี้คือการพลิกโฉมทุนมนุษย์ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การหารือที่สำคัญมุ่งเน้นไปที่การกำหนดมาตรฐานทักษะแรงงานเพื่อรับมือกับการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่กำลังแรงงานอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ รัฐมนตรียังได้หารือเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ยังคงส่งผลกระทบต่อภูมิภาค โดยการปรับมาตรฐานทักษะให้สอดคล้องกัน ประเทศสมาชิกมุ่งหวังที่จะสร้างกำลังแรงงานที่มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การประชุมครั้งนี้เน้นย้ำถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการปรับปรุงตลาดแรงงานท้องถิ่นให้ทันสมัย แม้ว่าการประชุมจะมุ่งเน้นไปที่นโยบายระดับสูง แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจส่งผลต่อกฎระเบียบการจ้างงานในท้องถิ่นและประเภทของทักษะที่ตลาดแรงงานไทยให้ความสำคัญในอนาคต

ในขั้นตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการสรุปผลการประชุมอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่ากรอบการทำงานที่เป็นรูปธรรมใดบ้างที่จะถูกนำมาใช้โดยประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อลดผลกระทบของ AI ต่อภาคการจ้างงานแบบดั้งเดิม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตือนการใช้ AI สร้างเพลงเสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตือนการใช้ AI สร้างเพลงเสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์

กรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) ออกคำเตือนว่าการใช้ AI สร้างสรรค์ผลงานเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตือนการใช้ AI สร้างเพลงเสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตือนการใช้ AI สร้างเพลงเสี่ยงละเมิดลิขสิทธิ์

กรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) ออกคำเตือนว่าการใช้ AI สร้างสรรค์ผลงานเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกคำเตือนสาธารณะเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ในการผลิตผลงานเพลง นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่าการใช้ AI เพื่อเปลี่ยนเสียงศิลปิน รีมิกซ์เพลง หรือสร้างเพลงใหม่โดยอ้างอิงจากผลงานที่มีลิขสิทธิ์นั้นมีความเสี่ยงทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ

ตามข้อมูลของกรมฯ แม้ว่าพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของไทยจะยังไม่มีบทบัญญัติเฉพาะสำหรับ AI แต่การนำผลงานที่ได้รับความคุ้มครอง เช่น เนื้อร้อง ทำนอง หรือดนตรี มาใช้ในการฝึกฝนหรือสั่งการระบบ AI อาจถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ กรมฯ ตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการสร้างเนื้อหาด้วย AI มักเกี่ยวข้องกับการทำสำเนาหรือประมวลผลไฟล์ต้นฉบับ ซึ่งอาจถูกจัดเป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หากผลงานที่สร้างขึ้นยังคงมีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนกับผลงานต้นฉบับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงภูมิทัศน์ทางกฎหมายที่กำลังเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเนื้อหาดิจิทัลในประเทศไทย แม้ว่ากรมฯ จะให้คำแนะนำเพื่อสร้างความเข้าใจในกฎหมายปัจจุบัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีแนวคำพิพากษาของศาลไทยที่จะตัดสินข้อพิพาทด้านลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้อย่างเด็ดขาด ผู้ที่เกี่ยวข้องควรใช้ความระมัดระวังในการใช้เครื่องมือ AI เพื่อดัดแปลงหรือทำซ้ำเพลงที่มีลิขสิทธิ์ เนื่องจากสถานะทางกฎหมายของผลงานเหล่านี้ยังคงอยู่ภายใต้การตีความของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

GSMA เร่งยกระดับ AI และ Open Gateway เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

GSMA เร่งยกระดับ AI และ Open Gateway เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในไทย

GSMA เตือนว่า 'เศรษฐกิจการหลอกลวง' กำลังเติบโตในไทยเนื่องจากความก้าวหน้าของ Generative AI และ 5G พร้อมกระตุ้นให้ผู้ให้บริการมือถือใช้เทคโนโลยีป้องกันใหม่ๆ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

GSMA เร่งยกระดับ AI และ Open Gateway เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในไทย

แหล่งข่าวเดียว
GSMA เร่งยกระดับ AI และ Open Gateway เพื่อรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในไทย

GSMA เตือนว่า 'เศรษฐกิจการหลอกลวง' กำลังเติบโตในไทยเนื่องจากความก้าวหน้าของ Generative AI และ 5G พร้อมกระตุ้นให้ผู้ให้บริการมือถือใช้เทคโนโลยีป้องกันใหม่ๆ

ตามรายงานจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ทาง GSMA ได้วิเคราะห์ภาพรวมของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กำลังพัฒนาในประเทศไทยและภูมิภาค โดยระบุว่า 'เศรษฐกิจการหลอกลวง' (Scam Economy) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วตามความเร็วของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น Generative AI และเครือข่าย 5G ซึ่งมิจฉาชีพกำลังนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้สร้าง Deepfake ที่ซับซ้อนและข้อความ SMS หลอกลวงที่แนบเนียนยิ่งขึ้น

เพื่อรับมือกับภัยคุกคามข้ามพรมแดนเหล่านี้ GSMA แนะนำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือใช้เทคโนโลยี 'Open Gateway' และระบบป้องกันที่ใช้ AI เพื่อให้ผู้ให้บริการมือถือกลายเป็นด่านหน้าในการป้องกันการฉ้อโกงทางดิจิทัล นอกจากนี้ รายงานยังได้เตือนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยวิธีที่ซับซ้อนเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของการหลอกลวงทางดิจิทัล แม้ว่าการอัปเกรดทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องระบบนิเวศมือถือ แต่ผู้ใช้ควรระมัดระวังการสื่อสารที่น่าสงสัยอยู่เสมอ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ให้บริการมือถือในท้องถิ่นจะบูรณาการเทคโนโลยีที่ GSMA แนะนำเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ได้รวดเร็วเพียงใด และสิ่งนี้จะส่งผลต่อความถี่ของความพยายามฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่สำเร็จอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 11:59 UTC

เอกนิติเตือนวิกฤตโลก พร้อมแนะไทยเร่งปรับตัวรับมือความท้าทายจาก AI และ Deepfake
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เอกนิติเตือนวิกฤตโลก พร้อมแนะไทยเร่งปรับตัวรับมือความท้าทายจาก AI และ Deepfake

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุถึงวิกฤตการณ์ระดับโลก 4 ประการ โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการแตกขั้วทางเศรษฐกิจและภัยคุกคามจากเทคโนโลยี Deepfake ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เอกนิติเตือนวิกฤตโลก พร้อมแนะไทยเร่งปรับตัวรับมือความท้าทายจาก AI และ Deepfake

แหล่งข่าวเดียว
เอกนิติเตือนวิกฤตโลก พร้อมแนะไทยเร่งปรับตัวรับมือความท้าทายจาก AI และ Deepfake

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุถึงวิกฤตการณ์ระดับโลก 4 ประการ โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการแตกขั้วทางเศรษฐกิจและภัยคุกคามจากเทคโนโลยี Deepfake ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ระบุถึงวิกฤตการณ์ระดับโลก 4 ประการที่ประเทศไทยต้องเร่งจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพ ประเด็นสำคัญในคำเตือนของเขาคือปรากฏการณ์ 'การแตกขั้วทางเศรษฐกิจ' ซึ่งระบบการค้าและการเงินโลกมีความแตกแยกมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เน้นการส่งออกของไทย

นอกจากนี้ เอกนิติยังเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยี Deepfake เนื่องจากเครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้มีความซับซ้อนมากขึ้น จึงก่อให้เกิดความท้าทายต่อความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูล เขาเสนอว่าประเทศไทยต้องเร่งกลยุทธ์การปรับตัวเพื่อลดภัยคุกคามทางเทคโนโลยีเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงภูมิทัศน์ทางดิจิทัลและเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง อาจจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสื่อสารทางดิจิทัลในขณะที่เทคโนโลยี Deepfake พัฒนาไป แม้ว่าเอกนิติจะระบุว่าประเด็นเหล่านี้เป็นลำดับความสำคัญสูงสุดสำหรับนโยบายระดับชาติ แต่มาตรการทางกฎหมายหรือกฎระเบียบเฉพาะที่รัฐบาลไทยจะนำมาใช้เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำเตือนเหล่านี้จะถูกนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมของรัฐบาลหรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

ไทยยกระดับเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรด้วยเครื่องมือดิจิทัล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยยกระดับเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรด้วยเครื่องมือดิจิทัล

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กำลังยกระดับเครือข่ายอาสาสมัครเกษตร 1,010 ราย เพื่อปรับปรุงการเก็บข้อมูลและการวางแผนระดับภูมิภาค

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยยกระดับเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรด้วยเครื่องมือดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยกระดับเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรด้วยเครื่องมือดิจิทัล

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กำลังยกระดับเครือข่ายอาสาสมัครเกษตร 1,010 ราย เพื่อปรับปรุงการเก็บข้อมูลและการวางแผนระดับภูมิภาค

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ประกาศโครงการยกระดับเครือข่าย 'อาสาสมัครเศรษฐกิจการเกษตร' (ศกอ.) จำนวน 1,010 ราย นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการ สศก. ระบุว่าอาสาสมัครเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างรัฐบาลและชุมชนท้องถิ่น โดยอำนวยความสะดวกในการไหลเวียนของข้อมูลจากพื้นที่ชนบทไปยังหน่วยงานวางแผนส่วนกลาง

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างทักษะดิจิทัลขั้นสูงให้กับอาสาสมัครเหล่านี้ โดยการปรับปรุงความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเกษตรในท้องถิ่นและใช้ข้อมูลเชิงลึก สศก. ตั้งเป้าที่จะสร้างแผนเกษตรระดับภูมิภาคที่แม่นยำยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการถ่ายทอดความรู้และเพิ่มการตอบสนองของนโยบายการเกษตรต่อสภาพความเป็นจริง

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม การพัฒนานี้อาจนำไปสู่ระบบสนับสนุนที่เน้นพื้นที่และอิงตามข้อมูลมากขึ้น การวางแผนการเกษตรที่ดีขึ้นอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดท้องถิ่นและความพร้อมของผลผลิตในภูมิภาค แม้ว่า สศก. จะยืนยันขอบเขตของโครงการฝึกอบรมนี้แล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำเครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้ไปใช้เต็มรูปแบบและผลกระทบที่วัดผลได้ต่อผลผลิตทางการเกษตรนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามในวงกว้างในการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับการจัดการเศรษฐกิจระดับรากหญ้าของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:01 UTC

AIS เปิดตัว ‘Infinite SMEs’ เสริมแกร่งระบบนิเวศดิจิทัลของไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

AIS เปิดตัว ‘Infinite SMEs’ เสริมแกร่งระบบนิเวศดิจิทัลของไทย

AIS ได้เปิดตัวโครงการ ‘Infinite SMEs’ โดยใช้โมเดลการเชื่อมต่อ 3 ด้านเพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการดิจิทัลในไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

AIS เปิดตัว ‘Infinite SMEs’ เสริมแกร่งระบบนิเวศดิจิทัลของไทย

แหล่งข่าวเดียว
AIS เปิดตัว ‘Infinite SMEs’ เสริมแกร่งระบบนิเวศดิจิทัลของไทย

AIS ได้เปิดตัวโครงการ ‘Infinite SMEs’ โดยใช้โมเดลการเชื่อมต่อ 3 ด้านเพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการดิจิทัลในไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ AIS ได้เปิดตัวโครงการ ‘Infinite SMEs’ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางดิจิทัลของผู้ประกอบการไทย โดยโครงการนี้เน้นโมเดล ‘3 Connections’ ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งเพื่อรับประกันการเติบโตอย่างยั่งยืนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในยุคดิจิทัล

ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลในประเทศไทย ประชาชาติธุรกิจระบุว่าเทคโนโลยีดิจิทัลได้เปลี่ยนจากเครื่องมือสนับสนุนธุรกิจไปสู่เสาหลักสำคัญของความสามารถในการแข่งขันระดับชาติ ข้อมูลปัจจุบันระบุว่ามูลค่า Digital GDP ของไทยสูงถึงกว่า 5.6 ล้านล้านบาท ซึ่งตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย โครงการนี้อาจเป็นสัญญาณของการเข้าถึงทรัพยากรดิจิทัลและโอกาสในการสร้างเครือข่ายที่ดีขึ้น ซึ่งอาจส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่บูรณาการมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว แต่รายละเอียดการดำเนินงานเฉพาะเจาะจงว่า ‘3 Connections’ เหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ อย่างไรนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าระบบนิเวศนี้จะมีอิทธิพลต่อตลาดดิจิทัลในวงกว้างอย่างไร และจะสามารถแก้ไขปัญหาที่ผู้ประกอบการ SME ในท้องถิ่นต้องเผชิญในเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:02 UTC

สวทช. จับมือ เมิร์ซ เอสเธติกส์ พัฒนาศาสตร์ ‘Skin – Aesthetic Longevity’
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สวทช. จับมือ เมิร์ซ เอสเธติกส์ พัฒนาศาสตร์ ‘Skin – Aesthetic Longevity’

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ของไทย ได้ร่วมมือกับ เมิร์ซ เอสเธติกส์ เพื่อวิจัยและพัฒนามาตรฐานใหม่ในด้านเวชศาสตร์ความงาม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สวทช. จับมือ เมิร์ซ เอสเธติกส์ พัฒนาศาสตร์ ‘Skin – Aesthetic Longevity’

แหล่งข่าวเดียว
สวทช. จับมือ เมิร์ซ เอสเธติกส์ พัฒนาศาสตร์ ‘Skin – Aesthetic Longevity’

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ของไทย ได้ร่วมมือกับ เมิร์ซ เอสเธติกส์ เพื่อวิจัยและพัฒนามาตรฐานใหม่ในด้านเวชศาสตร์ความงาม

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ เมิร์ซ เอสเธติกส์ (Merz Aesthetics) ผู้นำระดับโลกด้านเวชศาสตร์ความงาม ตามรายงานจาก Thai Post ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อบุกเบิกสาขาวิชาใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Skin – Aesthetic Longevity’ (ศาสตร์แห่งความอ่อนเยาว์และอายุยืนของผิว)

โครงการนี้มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านเวชศาสตร์ความงามจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว ไปสู่การดูแลสุขภาพผิวในระยะยาวและการคงความอ่อนเยาว์ทางชีวภาพ โดยการผสานศักยภาพด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของ สวทช. เข้ากับความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ เพื่อสร้างโปรโตคอลที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในการรักษาความมีชีวิตชีวาของผิวพรรณไว้ตามกาลเวลา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำบทบาทของประเทศในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพระดับสูง ในขณะที่ประเทศไทยยังคงบูรณาการงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับสูงเข้ากับภาคส่วนความงามและสุขภาพ ผู้รับบริการอาจได้เห็นทางเลือกในการรักษาที่ซับซ้อนและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับมากขึ้นในตลาดท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม การประยุกต์ใช้ทางคลินิกที่เฉพาะเจาะจง ความพร้อมในการให้บริการรักษาใหม่ๆ และกรอบเวลาที่ผลการวิจัยเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากทั้งสององค์กรต่อไป เพื่อทำความเข้าใจว่าความร่วมมือนี้จะส่งผลต่อมาตรฐานการดูแลในคลินิกความงามของไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

ไทยทดสอบเทคโนโลยีจรวดเอกชนครั้งแรก
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยทดสอบเทคโนโลยีจรวดเอกชนครั้งแรก

ประเทศไทยเสร็จสิ้นการทดสอบยิงจรวดโดยภาคเอกชนเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การจัดตั้งท่าอวกาศยานแห่งชาติ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยทดสอบเทคโนโลยีจรวดเอกชนครั้งแรก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยทดสอบเทคโนโลยีจรวดเอกชนครั้งแรก

ประเทศไทยเสร็จสิ้นการทดสอบยิงจรวดโดยภาคเอกชนเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การจัดตั้งท่าอวกาศยานแห่งชาติ

ตามรายงานจาก Prachachat Business สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อดำเนินการทดสอบเทคโนโลยีจรวดของเอกชนครั้งแรกในประเทศไทย

แม้ว่าการทดสอบจะพบปัญหาทางเทคนิคหลายประการ แต่เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าข้อมูลที่ได้รับเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการพัฒนาในอนาคต โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อวางรากฐานสำหรับ 'ท่าอวกาศยานไทย' ในอนาคต

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในภาคอวกาศ แม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่โครงการนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ในขณะที่ประเทศกำลังมุ่งหน้าสู่การจัดตั้งท่าอวกาศยาน สิ่งนี้อาจเปิดช่องทางใหม่สำหรับการท่องเที่ยวเชิงอวกาศหรือโอกาสทางการศึกษาในภูมิภาคในอนาคต

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของท่าอวกาศยานถาวร กำหนดการสำหรับขั้นตอนการทดสอบในอนาคต และขอบเขตของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการดำเนินงานระยะยาวนั้นยังไม่มีการสรุป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจาก GISTDA เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในแผนงานด้านอวกาศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:58 UTC

ภัยคุกคามทางไซเบอร์อุบัติใหม่: Agent AI และความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลในประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ภัยคุกคามทางไซเบอร์อุบัติใหม่: Agent AI และความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลในประเทศไทย

ภาครัฐและเอกชนของไทยกำลังรับมือกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่เกิดจาก 'Agent AI' และเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่เมื่อเร็วๆ นี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ภัยคุกคามทางไซเบอร์อุบัติใหม่: Agent AI และความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ภัยคุกคามทางไซเบอร์อุบัติใหม่: Agent AI และความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลในประเทศไทย

ภาครัฐและเอกชนของไทยกำลังรับมือกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่เกิดจาก 'Agent AI' และเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่เมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ Prachachat Business เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์อุบัติใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มขึ้นของ 'Agent AI' ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติที่สามารถเจาะผ่านโปรโตคอลความปลอดภัยได้ รวมถึงความท้าทายอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งมีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อข้อมูลการเข้าสู่ระบบถึง 200 ล้านบัญชี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นในด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ในขณะที่ภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI เหล่านี้มีความซับซ้อนมากขึ้น โอกาสในการเข้าถึงบัญชีการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันรัฐบาลและสถาบันการเงินกำลังทำงานเพื่อขยายความร่วมมือในการลดความเสี่ยงเหล่านี้และเสริมสร้างมาตรการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

แม้ว่ารายงานจะระบุถึงภัยคุกคามทางเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำมาตรการความปลอดภัยใหม่มาใช้ และขอบเขตผลกระทบที่แท้จริงต่อบัญชีของผู้บริโภครายบุคคล ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังความปลอดภัยทางดิจิทัลของตนเอง ใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-factor Authentication) หากเป็นไปได้ และติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสถาบันการเงินเกี่ยวกับโปรโตคอลการปกป้องข้อมูล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:58 UTC

คณะกรรมาธิการสภาฯ จี้ขอคำตอบโครงการ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการสภาฯ จี้ขอคำตอบโครงการ TH-AI Passport

คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรกำลังเร่งขอคำชี้แจงจาก 'ไชยชนก' เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport หลังจากไม่มาปรากฏตัวในการประชุมที่นัดหมายไว้ถึง 4 ครั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

คณะกรรมาธิการสภาฯ จี้ขอคำตอบโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการสภาฯ จี้ขอคำตอบโครงการ TH-AI Passport

คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรกำลังเร่งขอคำชี้แจงจาก 'ไชยชนก' เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport หลังจากไม่มาปรากฏตัวในการประชุมที่นัดหมายไว้ถึง 4 ครั้ง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ประกาศแผนการใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก เพื่อบังคับให้ไชยชนกเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ หลังจากที่เขาขาดการประชุมติดต่อกันถึง 4 ครั้งในประเด็นโครงการ 'TH-AI Passport'

น.ส.รักชนก ระบุว่าคณะกรรมาธิการให้ความสำคัญกับโครงการนี้เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากคาดว่าจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนในเร็วๆ นี้ ขณะนี้คณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบสัญญาที่ทำระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับคู่สัญญา โดยประเด็นหลักที่น่ากังวลคือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าบริษัทที่เข้าร่วมประมูลได้เปิดเผยชื่อผู้ผลิตหน้าจอดิจิทัลที่จะนำมาใช้ในโครงการหรือไม่ คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่ากลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ของโครงการอาจถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ขายบางราย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากโครงการ TH-AI Passport คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการระบุตัวตนทางดิจิทัลและเอกสารการเดินทาง แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะพยายามสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่กำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการและข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับผู้ใช้งานยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป น.ส.รักชนก ย้ำว่าคณะกรรมาธิการต้องการคำชี้แจงโดยตรงเพื่อตอบข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

การประชุม กสทช. ล่มอีกครั้งท่ามกลางความขัดแย้งภายใน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การประชุม กสทช. ล่มอีกครั้งท่ามกลางความขัดแย้งภายใน

การประชุมตามกำหนดการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถูกยกเลิกหลังจากกรรมการ 3 ท่านไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การประชุม กสทช. ล่มอีกครั้งท่ามกลางความขัดแย้งภายใน

แหล่งข่าวเดียว
การประชุม กสทช. ล่มอีกครั้งท่ามกลางความขัดแย้งภายใน

การประชุมตามกำหนดการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถูกยกเลิกหลังจากกรรมการ 3 ท่านไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลนี้

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่าการประชุมตามกำหนดการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ตามรายงานระบุว่ามีกรรมการ 3 ท่านไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ส่งผลให้ต้องยกเลิกการประชุมดังกล่าว เหตุการณ์นี้เป็นไปตามรูปแบบของการหยุดชะงักที่คล้ายคลึงกันซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสามารถของคณะกรรมการในการดำเนินงานตามภารกิจอย่างเป็นทางการ

ในสถานที่ประชุม มีข้าราชการมารอเตรียมต้อนรับกรรมการสรณ แต่การที่จำนวนสมาชิกไม่ครบตามที่กำหนดทำให้ไม่สามารถเปิดการประชุมได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใน กสทช. อาจมีความสำคัญเนื่องจากคณะกรรมการมีหน้าที่กำกับดูแลบริการด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียง ความล่าช้าในการตัดสินใจที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่ คุณภาพการบริการ หรือการปรับปรุงกฎระเบียบที่ส่งผลต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและมือถือทั่วประเทศ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กสทช. มีแผนที่จะแก้ไขความขัดแย้งภายในเหล่านี้อย่างไร และจะมีการกำหนดวันประชุมอย่างเป็นทางการครั้งต่อไปเมื่อใด ผลกระทบระยะยาวของการยกเลิกประชุมซ้ำซากเหล่านี้ต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของคณะกรรมการและความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจกำกับดูแลยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนเฝ้าจับตามอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 5 ท่ามกลางความขัดแย้งด้านผู้นำ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 5 ท่ามกลางความขัดแย้งด้านผู้นำ

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถูกยกเลิกหลังจากกรรมการ 4 คนไม่ปรากฏตัว ซึ่งถือเป็นการหยุดชะงักครั้งที่ 5 ในรอบเดือนเดียว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 5 ท่ามกลางความขัดแย้งด้านผู้นำ

แหล่งข่าวเดียว
การประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 5 ท่ามกลางความขัดแย้งด้านผู้นำ

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถูกยกเลิกหลังจากกรรมการ 4 คนไม่ปรากฏตัว ซึ่งถือเป็นการหยุดชะงักครั้งที่ 5 ในรอบเดือนเดียว

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถดำเนินการได้หลังจากกรรมการ 4 คนไม่ปรากฏตัว ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งที่ 5 ในรอบหนึ่งเดือนที่บอร์ดไม่สามารถประชุมได้เนื่องจากขาดองค์ประชุม

นพ.สรณ ซึ่งเป็นประธานการประชุม ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่แม้จะมีรายงานว่านายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลเพื่อปลดออกจากตำแหน่งแล้ว ความขัดแย้งภายในที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องและการไม่สามารถจัดการประชุมอย่างเป็นทางการได้ซ้ำๆ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการบริหารงานภายในหน่วยงานกำกับดูแลที่รับผิดชอบภาคการกระจายเสียงและโทรคมนาคมของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องทางธุรการเป็นหลัก แม้ว่าจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อบริการโทรคมนาคมหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน แต่การที่ กสทช. ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อาจทำให้การตัดสินใจด้านกฎระเบียบหรือการปรับปรุงนโยบายต่างๆ ล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในอนาคต ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะแก้ไขข้อพิพาทด้านผู้นำอย่างไร และบอร์ดจะสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติได้เมื่อใด ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของกรรมการและกรอบเวลาในการฟื้นฟูการทำงานของบอร์ด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

คณะกรรมาธิการสภาฯ ตั้งคำถามถึงความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการสภาฯ ตั้งคำถามถึงความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport

คณะกรรมาธิการสภาฯ กำลังเรียกร้องความโปร่งใสเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport หลังจากเจ้าหน้าที่จากกระทรวงดิจิทัลฯ ไม่เข้าร่วมการชี้แจงตามกำหนดการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

คณะกรรมาธิการสภาฯ ตั้งคำถามถึงความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการสภาฯ ตั้งคำถามถึงความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport

คณะกรรมาธิการสภาฯ กำลังเรียกร้องความโปร่งใสเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport หลังจากเจ้าหน้าที่จากกระทรวงดิจิทัลฯ ไม่เข้าร่วมการชี้แจงตามกำหนดการ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 นางสาวรักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความไม่พอใจต่อการขาดความร่วมมือจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เกี่ยวกับโครงการ 'TH-AI Passport'

นางสาวรักชนกเปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้พยายามเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลถึง 4 ครั้ง แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายชัยชนก ชิดชอบ กลับหลีกเลี่ยงที่จะให้คำชี้แจงโดยตรง นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังระบุว่าทางกระทรวงไม่ได้ส่งปลัดกระทรวงหรือผู้ตรวจราชการมาเป็นตัวแทนในการชี้แจงระหว่างการตรวจสอบครั้งล่าสุด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางด้านการบริหารจัดการที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งผลต่อการระบุตัวตนทางดิจิทัลหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง แต่การขาดการกำกับดูแลจากรัฐสภาและการไม่เข้าร่วมของฝ่ายรัฐมนตรีทำให้กำหนดการและสถานะการดำเนินงานของโครงการยังคงไม่มีความชัดเจน

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าทางกระทรวงจะจัดส่งเอกสารตามที่ร้องขอหรือไม่ หรือคณะกรรมาธิการฯ จะยกระดับการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นอย่างไร ในปัจจุบัน รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินโครงการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการสาธารณะยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากทางรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC

คณะกรรมาธิการสภาฯ เดินหน้าตรวจสอบโครงการพาสปอร์ต TH-AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการสภาฯ เดินหน้าตรวจสอบโครงการพาสปอร์ต TH-AI

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรไทยกำลังตรวจสอบโครงการพาสปอร์ต TH-AI หลังจากเจ้าหน้าที่ไม่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

คณะกรรมาธิการสภาฯ เดินหน้าตรวจสอบโครงการพาสปอร์ต TH-AI

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการสภาฯ เดินหน้าตรวจสอบโครงการพาสปอร์ต TH-AI

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรไทยกำลังตรวจสอบโครงการพาสปอร์ต TH-AI หลังจากเจ้าหน้าที่ไม่เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 คณะกรรมาธิการการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนางสาวรักชนก ศรีนอก เป็นประธาน กำลังดำเนินการตรวจสอบโครงการ 'TH-AI Passport' โดยคณะกรรมาธิการได้พยายามขอคำชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณและการบริหารจัดการโครงการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบต้องเผชิญกับความล่าช้าอย่างมาก นายไชยชนก ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ไม่ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเป็นครั้งที่ 4 แล้ว นอกจากนี้ ตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงปลัดกระทรวงและผู้ตรวจราชการ ก็ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมตามที่กำหนดไว้เช่นกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการพาสปอร์ต TH-AI จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงเอกสารการเดินทางให้ทันสมัย แต่การขาดความโปร่งใสและการที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไม่เข้าชี้แจงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับธรรมาภิบาลและกรอบเวลาของโครงการ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมาธิการจะออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการหรือดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อบังคับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้าชี้แจงหรือไม่ ในขณะนี้ สถานะของโครงการและเหตุผลของการไม่เข้าชี้แจงซ้ำๆ ของเจ้าหน้าที่ยังคงไม่มีความชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคณะกรรมาธิการจะดำเนินการอย่างไรในบทบาทการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:17 UTC

การกลับมาของคอมพิวเตอร์วินเทจ: กระแสที่กำลังเติบโตในยุค AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การกลับมาของคอมพิวเตอร์วินเทจ: กระแสที่กำลังเติบโตในยุค AI

ในขณะที่เทคโนโลยี AI ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบคอมพิวเตอร์เก่ากำลังหันมาบูรณะเครื่องคอมพิวเตอร์วินเทจ โดยบางรุ่นมีมูลค่าสูงถึงหลายแสนดอลลาร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การกลับมาของคอมพิวเตอร์วินเทจ: กระแสที่กำลังเติบโตในยุค AI

แหล่งข่าวเดียว
การกลับมาของคอมพิวเตอร์วินเทจ: กระแสที่กำลังเติบโตในยุค AI

ในขณะที่เทคโนโลยี AI ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบคอมพิวเตอร์เก่ากำลังหันมาบูรณะเครื่องคอมพิวเตอร์วินเทจ โดยบางรุ่นมีมูลค่าสูงถึงหลายแสนดอลลาร์

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand มีกระแสที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีหันหลังให้กับความก้าวหน้าของ AI เพื่อหันมาบูรณะและสะสมคอมพิวเตอร์วินเทจ นักสะสมอย่าง จอช เดิร์ช วิศวกรซอฟต์แวร์ มองว่าเครื่องจากแบรนด์อย่าง Atari, Commodore และ IBM ไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ที่ล้าสมัย แต่เป็นชิ้นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ดิจิทัล

สำหรับหลายคน เสน่ห์อยู่ที่ความท้าทายในการซ่อมแซมอุปกรณ์เหล่านี้และทำความเข้าใจกลไกพื้นฐานของการประมวลผลในยุคแรกเริ่ม ความสนใจนี้สะท้อนให้เห็นจากจำนวนผู้เข้าร่วมงาน Vintage Computer Festival ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,500 คนในช่วงเวลา 2 วัน เพื่อชมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการบูรณะจนใช้งานได้จริง โดยคอมพิวเตอร์วินเทจบางรุ่นหายากมีมูลค่าตลาดพุ่งสูงถึงหลายแสนดอลลาร์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่สนใจด้านเทคโนโลยี กระแสนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่หันมาให้ความสำคัญกับมรดกทางดิจิทัล แม้ว่าความเคลื่อนไหวนี้จะเน้นไปที่การบูรณะเป็นงานอดิเรกและการอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตลาดเฉพาะกลุ่มนี้จะมีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวเชิงเทคโนโลยีหรือโอกาสในการจัดนิทรรศการในอนาคตอย่างไร ยังไม่มีการยืนยันว่าเครื่องคอมพิวเตอร์วินเทจเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีในท้องถิ่นหรือจะยังคงอยู่ในคอลเลกชันส่วนตัวเป็นหลัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 10:38 UTC

SecureInfo ออกประกาศเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ในประเทศไทย
เทคโนโลยี ได้รับการยืนยัน

SecureInfo ออกประกาศเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ในประเทศไทย

บริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ SecureInfo ได้แจ้งเตือนองค์กรภาครัฐและเอกชนในไทยเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ พร้อมแนะนำแนวทางป้องกันเชิงรุก

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

SecureInfo ออกประกาศเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ในประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
SecureInfo ออกประกาศเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ในประเทศไทย

บริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ SecureInfo ได้แจ้งเตือนองค์กรภาครัฐและเอกชนในไทยเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ พร้อมแนะนำแนวทางป้องกันเชิงรุก

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 บริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์ SecureInfo ได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเกิดขึ้นของรูปแบบภัยคุกคามทางไซเบอร์ใหม่ๆ ที่มุ่งเป้าไปยังองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post คำเตือนนี้มุ่งเน้นไปที่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเน้นย้ำถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของการโจมตีทางดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความเปราะบางทางดิจิทัลที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศ แม้ว่าคำเตือนจะเน้นไปที่ความปลอดภัยขององค์กร แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้บุคคลทั่วไปควรระมัดระวังข้อมูลส่วนบุคคลของตน เนื่องจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลขนาดใหญ่มักส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคและความพร้อมในการให้บริการ SecureInfo ได้ระบุแนวทางป้องกันเชิงรุก 5 ประการที่องค์กรควรนำไปปฏิบัติเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์จริง

ในขณะนี้ ลักษณะเฉพาะของ "รูปแบบใหม่" ของภัยคุกคามทางไซเบอร์เหล่านี้ยังคงถูกระบุไว้ในรายงานสาธารณะในวงกว้าง ยังไม่มีการยืนยันว่าภาคส่วนใดมีความเสี่ยงมากที่สุด หรือภัยคุกคามเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลที่ละเอียดอ่อนแล้วหรือไม่ องค์กรต่างๆ ได้รับการสนับสนุนให้ทบทวนโปรโตคอลความปลอดภัยภายในของตนตามคำแนะนำนี้ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนาต่อไป ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการและนายจ้างของตนเกี่ยวกับการอัปเดตความปลอดภัยของบัญชีหรือแนวทางปฏิบัติในการปกป้องข้อมูลที่จำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

สจล. จัดเวทีหารือไทย-เนเธอร์แลนด์ ด้านนวัตกรรมเกษตรและอาหารยั่งยืน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สจล. จัดเวทีหารือไทย-เนเธอร์แลนด์ ด้านนวัตกรรมเกษตรและอาหารยั่งยืน

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจัดเวทีหารือมุ่งเน้นนวัตกรรมด้านการเกษตรและระบบอาหารที่ยั่งยืน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สจล. จัดเวทีหารือไทย-เนเธอร์แลนด์ ด้านนวัตกรรมเกษตรและอาหารยั่งยืน

แหล่งข่าวเดียว
สจล. จัดเวทีหารือไทย-เนเธอร์แลนด์ ด้านนวัตกรรมเกษตรและอาหารยั่งยืน

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจัดเวทีหารือมุ่งเน้นนวัตกรรมด้านการเกษตรและระบบอาหารที่ยั่งยืน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือโดยมีพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม โดยมีวัตถุประสงค์หลักของเวทีนี้เพื่อส่งเสริมการอภิปรายเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการเกษตรและระบบอาหารที่ยั่งยืน

กิจกรรมนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างมีนัยสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตร การส่งเสริมการสนทนาระหว่างประเทศนี้มีเป้าหมายเพื่อสำรวจแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงนวัตกรรมที่อาจช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหารและประสิทธิภาพทางการเกษตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการปรับปรุงภาคการเกษตรให้ทันสมัย ซึ่งยังคงเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและวัฒนธรรมท้องถิ่น ในขณะที่ประเทศบูรณาการแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนมากขึ้น ผู้มาเยือนอาจสังเกตเห็นการให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูงที่ผลิตในท้องถิ่นและมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้นในตลาดและร้านอาหารต่างๆ

แม้ว่าเวทีนี้จะเป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือระดับทวิภาคี แต่ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายในทันทีที่เกิดจากการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าความพยายามร่วมกันเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานการผลิตอาหารและความยั่งยืนทางการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC