ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วม 23 หมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี

ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในตำบลวังท่าช้าง จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้ต้องมีการอพยพเร่งด่วนและปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อทั้ง 23 หมู่บ้านในพื้นที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำในคลองวังท่าช้างที่เพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน ระดับน้ำในบางพื้นที่ของชุมชนสูงเกินกว่า 1 เมตร ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยเฉพาะถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2006 (วังท่าช้าง-โปร่งใหญ่) ซึ่งมีระยะทาง 1 กิโลเมตร ขณะนี้ถูกน้ำท่วมขังลึก 25 เซนติเมตรและมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง ได้ประสานงานกับมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีและกำลังทหารจาก ร.2 พัน 3 รอ. เพื่อเข้าช่วยเหลือในการอพยพผู้ป่วยติดเตียงและขนย้ายสิ่งของของประชาชนอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนเนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางชนบทที่ได้รับผลกระทบและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ทั้งนี้ แม้ว่าการปฏิบัติงานช่วยเหลือฉุกเฉินจะกำลังดำเนินอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

นิยามใหม่ของการเกษียณอายุ: การเปลี่ยนผ่านสู่ความสุขในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นิยามใหม่ของการเกษียณอายุ: การเปลี่ยนผ่านสู่ความสุขในประเทศไทย

คอลัมน์ล่าสุดจากประชาชาติธุรกิจสำรวจลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนไปของผู้เกษียณอายุในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสุขควบคู่ไปกับการมีอายุยืนยาว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นิยามใหม่ของการเกษียณอายุ: การเปลี่ยนผ่านสู่ความสุขในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
นิยามใหม่ของการเกษียณอายุ: การเปลี่ยนผ่านสู่ความสุขในประเทศไทย

คอลัมน์ล่าสุดจากประชาชาติธุรกิจสำรวจลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนไปของผู้เกษียณอายุในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสุขควบคู่ไปกับการมีอายุยืนยาว

คอลัมน์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดยประชาชาติธุรกิจสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่เปลี่ยนไปของผู้เกษียณอายุในประเทศไทย ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าในขณะที่เป้าหมายดั้งเดิมของการเกษียณอายุนั้นมุ่งเน้นไปที่สุขภาพร่างกายและการมีอายุยืนยาวเพื่อใช้เวลากับคนที่รักมาเป็นเวลานาน แต่ประสบการณ์ส่วนตัวหลังจากเข้าสู่วัยเกษียณอย่างเต็มตัวได้เปลี่ยนจุดเน้นนี้ไป โดยเรื่องราวระบุว่าการแสวงหาความสุขกำลังกลายเป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ยืนยาว

สำหรับชาวต่างชาติและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้เน้นย้ำถึงบทสนทนาทางวัฒนธรรมที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตในช่วงบั้นปลาย เนื่องจากประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้เกษียณอายุ การทำความเข้าใจถึงการให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีทางอารมณ์และจิตใจนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่วางแผนการพำนักระยะยาวหรือวิถีชีวิตของตนเองในประเทศ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการวางแผนเกษียณอายุที่ประสบความสำเร็จในภูมิภาคนี้อาจเกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมในชุมชนและการเติมเต็มส่วนบุคคลมากขึ้น แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การดูแลทางการแพทย์หรือความมั่นคงทางการเงินเพียงอย่างเดียว

แม้ว่ามุมมองนี้จะนำเสนอการไตร่ตรองเกี่ยวกับประสบการณ์การสูงวัย แต่ก็ยังคงเป็นเพียงการสะท้อนความคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่ใช่การศึกษาอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ผู้อ่านควรทราบว่านี่เป็นเพียงรายงานส่วนบุคคลเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการเกษียณอายุ ส่วนการพัฒนาในอนาคตว่าแนวโน้มทางสังคมเหล่านี้อาจส่งผลต่อบริการในท้องถิ่นหรือโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนสำหรับผู้เกษียณอายุอย่างไรนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 09:37 UTC

ผู้บริโภคชาวไทยแจ้งได้รับอุปกรณ์ Android แทน iPhone 17 Pro Max
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้บริโภคชาวไทยแจ้งได้รับอุปกรณ์ Android แทน iPhone 17 Pro Max

ผู้ซื้อในประเทศไทยเตือนภัยการฉ้อโกงจากการช้อปปิ้งออนไลน์ หลังจากได้รับอุปกรณ์ Android แทน iPhone 17 Pro Max ที่สั่งซื้อไปในราคาเกือบ 50,000 บาท

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้บริโภคชาวไทยแจ้งได้รับอุปกรณ์ Android แทน iPhone 17 Pro Max

แหล่งข่าวเดียว
ผู้บริโภคชาวไทยแจ้งได้รับอุปกรณ์ Android แทน iPhone 17 Pro Max

ผู้ซื้อในประเทศไทยเตือนภัยการฉ้อโกงจากการช้อปปิ้งออนไลน์ หลังจากได้รับอุปกรณ์ Android แทน iPhone 17 Pro Max ที่สั่งซื้อไปในราคาเกือบ 50,000 บาท

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 สมาชิกกลุ่ม Facebook 'We Are Consumers' ในประเทศไทยได้แชร์ประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับการซื้อสินค้าออนไลน์ ตามรายงานของ Khaosod English ผู้ซื้อได้สั่งซื้อ iPhone 17 Pro Max ผ่านแอปพลิเคชันช้อปปิ้งยอดนิยม โดยจ่ายเงินไปเกือบ 50,000 บาทสำหรับอุปกรณ์ดังกล่าว เมื่อได้รับสินค้า ลูกค้าพบว่าในพัสดุเป็นสมาร์ทโฟนระบบ Android แทนที่จะเป็นผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่สั่งซื้อไว้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูงผ่านตลาดออนไลน์ แม้ว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะมอบความสะดวกสบาย แต่ความเสี่ยงในการได้รับสินค้าปลอมหรือสินค้าที่ไม่ถูกต้องยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล ผู้บริโภคควรตรวจสอบคะแนนของผู้ขาย อ่านรีวิวล่าสุด และใช้ร้านค้าอย่างเป็นทางการของแบรนด์หรือร้านค้าปลีกที่เชื่อถือได้หากเป็นไปได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าแอปพลิเคชันช้อปปิ้งใดที่ใช้ในการทำธุรกรรม และแพลตฟอร์มได้เริ่มการสอบสวนผู้ขายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ คำเตือนสาธารณะของผู้ซื้อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบันทึกวิดีโอขณะแกะพัสดุที่มีมูลค่าสูง ซึ่งอาจช่วยในการแก้ไขข้อพิพาทหากเกิดความไม่ตรงกันของสินค้า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคืนเงินหรือตัวตนของผู้ขาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

เตือนภัยผู้บริโภค: สั่งซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปแต่ได้รับสินค้าไม่ตรงปก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เตือนภัยผู้บริโภค: สั่งซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปแต่ได้รับสินค้าไม่ตรงปก

ผู้บริโภครายหนึ่งรายงานว่าได้รับอุปกรณ์ระบบ Android แทนที่จะเป็น iPhone 17 Pro Max หลังจากสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซชื่อดัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เตือนภัยผู้บริโภค: สั่งซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปแต่ได้รับสินค้าไม่ตรงปก

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยผู้บริโภค: สั่งซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปแต่ได้รับสินค้าไม่ตรงปก

ผู้บริโภครายหนึ่งรายงานว่าได้รับอุปกรณ์ระบบ Android แทนที่จะเป็น iPhone 17 Pro Max หลังจากสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซชื่อดัง

ตามรายงานจาก Khaosod Online เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 สมาชิกกลุ่ม 'พวกเราคือผู้บริโภค' ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ โดยบุคคลดังกล่าวได้สั่งซื้อ iPhone 17 Pro Max ผ่านแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซชื่อดังในราคาเกือบ 50,000 บาท แต่เมื่อได้รับสินค้ากลับพบว่าสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ แทนที่จะเป็นสมาร์ทโฟน Apple ที่คาดหวัง ภายในกล่องกลับเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android

หลังจากพบปัญหา ลูกค้าได้พยายามติดต่อร้านค้าเพื่อแก้ไขปัญหาและขอคืนเงิน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าร้านค้าไม่ได้ตอบกลับโดยบุคคลจริง มีเพียงข้อความตอบกลับอัตโนมัติจาก AI เท่านั้น ผู้ซื้อจึงได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอคืนเงินและคืนสินค้าอย่างเป็นทางการผ่านระบบของแพลตฟอร์ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมออนไลน์ที่มีมูลค่าสูง แม้ว่าแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะมอบความสะดวกสบาย แต่การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายและการใช้ระบบป้องกันการชำระเงินที่ปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ การตอบกลับอย่างเป็นทางการจากแพลตฟอร์มต่อคำร้องขอคืนเงินและตัวตนของผู้ขายยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้บริโภคควรบันทึกวิดีโอขณะแกะกล่องสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงเพื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่เกิดข้อพิพาท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

สหรัฐฯ จัดไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ในรายงานความเสี่ยงการถ่ายลำสินค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ จัดไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ในรายงานความเสี่ยงการถ่ายลำสินค้า

รายงานฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ระบุว่าไทยเป็นประเทศกลุ่ม 'Tier 2' ในด้านความเสี่ยงที่สินค้าจีนจะถูกถ่ายลำเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมส่งออกหลัก 8 กลุ่ม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ จัดไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ในรายงานความเสี่ยงการถ่ายลำสินค้า

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ จัดไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ในรายงานความเสี่ยงการถ่ายลำสินค้า

รายงานฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ระบุว่าไทยเป็นประเทศกลุ่ม 'Tier 2' ในด้านความเสี่ยงที่สินค้าจีนจะถูกถ่ายลำเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมส่งออกหลัก 8 กลุ่ม

ตามรายงานเรื่อง 'The Great Transshipment Scam' ที่เผยแพร่โดยประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 สหรัฐอเมริกากำลังเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบสินค้าที่ใช้ประเทศที่สามเป็นทางผ่านเพื่อหลีกเลี่ยงกฎระเบียบทางการค้า โดยไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 'Tier 2' ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับประเทศอย่างบราซิล อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี และเวียดนาม ในแง่ของการเฝ้าระวัง

รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับการติดฉลากสินค้าจีนไม่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ นักวิเคราะห์ได้ระบุกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะ 8 กลุ่มในไทยที่อาจเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้มีมูลค่าการส่งออกรวมกันประมาณ 1.7 แสนล้านถึง 3.4 แสนล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเพื่อธุรกิจ พัฒนาการนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนทางศุลกากรและข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการค้า การกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ความล่าช้าหรือกระบวนการจัดทำเอกสารที่เข้มงวดขึ้นสำหรับสินค้าที่ผ่านท่าเรือของไทย แม้ว่ารายงานจะระบุถึงโปรไฟล์ความเสี่ยง แต่ยังคงต้องติดตามว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ จะปรับเปลี่ยนโปรโตคอลการตรวจสอบที่ชายแดนอย่างไร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศทางการค้าอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่ามาตรการที่เข้มงวดขึ้นเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจการส่งออกของไทยโดยรวมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐคุมเข้ม 'ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ' หวั่นแย่งงานคนไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐคุมเข้ม 'ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ' หวั่นแย่งงานคนไทย

พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการลงทุนจากต่างชาติและแรงงานข้ามชาติ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการแย่งงานและการกดค่าจ้าง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐคุมเข้ม 'ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ' หวั่นแย่งงานคนไทย

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐคุมเข้ม 'ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ' หวั่นแย่งงานคนไทย

พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการลงทุนจากต่างชาติและแรงงานข้ามชาติ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการแย่งงานและการกดค่าจ้าง

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติที่มีต่อภาคบริการและการท่องเที่ยวของไทย ตามรายงานของ Thai Post พรรคได้ชี้ให้เห็นถึงกรณีในร้านอาหารและโรงแรมที่พนักงานและผู้จัดการเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ซึ่งสร้างอุปสรรคในการสื่อสารสำหรับลูกค้าชาวไทย

นางสาววีร์โต้แย้งว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนไทยไม่ยอมทำงาน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับค่าจ้างต่ำ สภาพการทำงานที่ไม่ดี และชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน เธออ้างว่านายจ้างบางรายทั้งไทยและต่างชาติเลือกจ้างแรงงานข้ามชาติที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่าเพื่อลดต้นทุน พรรคยืนยันว่าเมื่อนักลงทุนต่างชาติใช้วิธีการเหล่านี้ จะทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นไม่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนและเป็นการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของธุรกิจและการปฏิบัติด้านแรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องให้มีกลไกของรัฐที่เข้มงวดขึ้นในการตรวจสอบที่มาของเงินทุนต่างชาติและรับรองการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือเพิ่มการตรวจสอบในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

สหรัฐฯ เข้มงวดมาตรการการค้า ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ เข้มงวดมาตรการการค้า ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

รายงานฉบับใหม่ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการฉ้อโกงทางการค้าอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมูลค่ากว่า 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าที่เข้มงวดขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ เข้มงวดมาตรการการค้า ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ เข้มงวดมาตรการการค้า ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

รายงานฉบับใหม่ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการฉ้อโกงทางการค้าอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมูลค่ากว่า 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าที่เข้มงวดขึ้น

จากการวิเคราะห์ของรองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช จากมหาวิทยาลัยรังสิต ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นภายหลังการเผยแพร่รายงาน 'The Great Transshipment Scam: Rise, Scope, and Costs' เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการปราบปรามการฉ้อโกงทางการค้าและการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า โดยมุ่งเป้าไปที่สินค้าที่อาจมีการติดฉลากผิดเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร

ดร.อัทธ์ ระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอยู่ใน 'Tier 2' ในรายงานดังกล่าว อุตสาหกรรมไทย 8 ประเภท โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากจีน กำลังเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าและกระบวนการผลิตอย่างเข้มข้น การวิเคราะห์ประเมินว่าการส่งออกของไทยมูลค่าระหว่าง 1.72 แสนล้านถึง 3.45 แสนล้านบาท (ประมาณ 5.2 พันล้านดอลลาร์) อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้นของสหรัฐฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ข้อกำหนดด้านเอกสารการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และอาจเกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานสำหรับบริษัทที่นำเข้าชิ้นส่วนจากจีน แม้ว่ารายงานจะระบุถึงขอบเขตของความเสี่ยง แต่ยังคงต้องติดตามว่าบริษัทใดบ้างที่จะถูกตรวจสอบ และสหรัฐฯ จะดำเนินการตามมาตรการเหล่านี้เร็วเพียงใด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามข่าวสารทางการค้าอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

ไทยเผยสถิติ 20 ปี ภัยพิบัติสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2.2 ล้านล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยสถิติ 20 ปี ภัยพิบัติสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2.2 ล้านล้านบาท

ข้อมูลใหม่เผยให้เห็นผลกระทบที่รุนแรงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยสถิติ 20 ปี ภัยพิบัติสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2.2 ล้านล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยสถิติ 20 ปี ภัยพิบัติสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2.2 ล้านล้านบาท

ข้อมูลใหม่เผยให้เห็นผลกระทบที่รุนแรงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบ

ตามรายงานจาก Thai Post ดร.เปรมศักดิ์ได้เปิดเผยสถิติในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเน้นย้ำถึงผลกระทบที่รุนแรงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทย ข้อมูลระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 2.2 ล้านล้านบาท และมีผู้เสียชีวิตถึง 10,549 ราย

ดร.เปรมศักดิ์เน้นย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูประบบรับมือภัยพิบัติของประเทศ ข้อเสนอของเขารวมถึงการจัดตั้งกองทุนสำหรับผู้ประสบภัยโดยเฉพาะ และการปรับโครงสร้างทางการเงินของระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น เขาเตือนว่าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเหล่านี้ ประเทศจะยังคงมีความเสี่ยงต่อผลกระทบที่รุนแรงยิ่งขึ้นจากภัยพิบัติในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว รายงานนี้เน้นย้ำถึงระดับความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมในอดีตของภูมิภาค แม้ว่าข้อมูลจะให้ภาพรวมที่น่ากังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเฉพาะสำหรับการปฏิรูปทางการเงินและระบบนี้อย่างไร ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติใหม่หรือจะมีการออกกฎหมายเปลี่ยนแปลงการจัดสรรงบประมาณของ EMS ในระยะสั้นหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าข้อเสนอแนะเหล่านี้จะถูกนำไปรวมไว้ในนโยบายระดับชาติเพื่อปรับปรุงความสามารถในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินทางสภาพอากาศหรือภัยธรรมชาติในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 05:57 UTC

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญอุปสรรคด้านสินเชื่อ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญอุปสรรคด้านสินเชื่อ

อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยกระทบต่อยอดแบ็กล็อกมูลค่า 1.85 แสนล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญอุปสรรคด้านสินเชื่อ

แหล่งข่าวเดียว
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญอุปสรรคด้านสินเชื่อ

อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยกระทบต่อยอดแบ็กล็อกมูลค่า 1.85 แสนล้านบาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 2569 กำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีลักษณะเด่นคืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูง แม้ว่าความต้องการที่อยู่อาศัยจะยังคงมีอยู่ แต่ผู้ซื้อที่มีศักยภาพกลับประสบความยากลำบากมากขึ้นในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อทั้งยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการ

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ระบุว่าแนวโน้มนี้กำลังสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรม โดยส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดแบ็กล็อกมูลค่า 1.85 แสนล้านบาท รายงานระบุถึงเหตุผลหลัก 4 ประการที่ทำให้การยื่นสินเชื่อไม่ผ่าน แม้ว่ารายละเอียดของปัจจัยเหล่านี้จะไม่ได้ถูกระบุไว้ในเนื้อหาข่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาค่าเช่าหรือความพร้อมของที่อยู่อาศัยใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ สภาวะปัจจุบันเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมทางการเงินอย่างเข้มงวด เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงรักษาเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าผู้ประกอบการจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อจัดการกับแบ็กล็อกดังกล่าว และรัฐบาลหรือสถาบันการเงินจะออกมาตรการเพื่อช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นหรือไม่ ผู้ที่สนใจซื้อควรติดตามนโยบายของธนาคารในพื้นที่อย่างใกล้ชิดในขณะที่ตลาดกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสภาพคล่องเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

ไทยเผชิญความสูญเสีย 2.2 ล้านล้านบาทจากภัยพิบัติในรอบ 2 ทศวรรษ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผชิญความสูญเสีย 2.2 ล้านล้านบาทจากภัยพิบัติในรอบ 2 ทศวรรษ

รายงานล่าสุดเน้นย้ำถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาลจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองทุนบรรเทาทุกข์แห่งชาติโดยเฉพาะ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญความสูญเสีย 2.2 ล้านล้านบาทจากภัยพิบัติในรอบ 2 ทศวรรษ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญความสูญเสีย 2.2 ล้านล้านบาทจากภัยพิบัติในรอบ 2 ทศวรรษ

รายงานล่าสุดเน้นย้ำถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาลจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองทุนบรรเทาทุกข์แห่งชาติโดยเฉพาะ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เปรมศักดิ์ได้ชี้ให้เห็นถึงความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยประเมินความสูญเสียรวมไว้ที่ 2.2 ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้เน้นย้ำถึงภาระทางการเงินที่เกิดขึ้นซ้ำซากซึ่งวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจของประเทศ

เพื่อตอบสนองต่อข้อค้นพบเหล่านี้ จึงมีข้อเรียกร้องที่เพิ่มมากขึ้นให้มีการจัดตั้งกองทุนบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติโดยเฉพาะ ผู้สนับสนุนยังเสนอให้มีการปรับโครงสร้างระบบการจัดการทางการเงินอย่างครอบคลุม โดยเสนอแนวทางแบบ 'EMS' (บริการการแพทย์ฉุกเฉิน) สำหรับการตอบสนองทางการเงิน เป้าหมายคือเพื่อให้แน่ใจว่าทรัพยากรจะสามารถถูกนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเกิดภัยพิบัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามระดับชาติอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงความสามารถในการรับมือกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าข้อมูลทางเศรษฐกิจจะให้ภาพที่ชัดเจนของผลกระทบในอดีต แต่กลไกเฉพาะสำหรับกองทุนบรรเทาทุกข์ที่เสนอนี้และกรอบเวลาสำหรับการปฏิรูปนโยบายทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องได้รับการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังหารือกันในปัจจุบันเกี่ยวกับวิธีที่ดีที่สุดในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเหล่านี้เพื่อบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจในอนาคต จนถึงขณะนี้ยังไม่มีนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นทางการใดที่ประกาศใช้ตามข้อเสนอดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

‘พชร’ เสนอ 4 แนวทางสร้างสมดุลการเติบโตระหว่างอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

‘พชร’ เสนอ 4 แนวทางสร้างสมดุลการเติบโตระหว่างอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ของไทย

พชรได้นำเสนอข้อเสนอ 4 แนวทางเพื่อส่งเสริมการเติบโตควบคู่กันระหว่างอุตสาหกรรมดั้งเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย โดยเน้นการปฏิรูปภาษีและความสมดุลในการลงทุน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

‘พชร’ เสนอ 4 แนวทางสร้างสมดุลการเติบโตระหว่างอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
‘พชร’ เสนอ 4 แนวทางสร้างสมดุลการเติบโตระหว่างอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ของไทย

พชรได้นำเสนอข้อเสนอ 4 แนวทางเพื่อส่งเสริมการเติบโตควบคู่กันระหว่างอุตสาหกรรมดั้งเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย โดยเน้นการปฏิรูปภาษีและความสมดุลในการลงทุน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 พชรได้นำเสนอกรอบยุทธศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อประสานการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมของไทยเข้ากับอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของยุทธศาสตร์การลงทุนที่สมดุลเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

หัวใจสำคัญของความคิดริเริ่มนี้คือการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิตอย่างครอบคลุม พชรให้เหตุผลว่าโครงสร้างภาษีในปัจจุบันจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขัดขวางนวัตกรรมในขณะที่ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันของการผลิตแบบดั้งเดิมไว้ แผน 4 แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางกฎระเบียบที่อุตสาหกรรมเดิมสามารถปรับตัวหรือเติบโตควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อเสนอนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ หากมีการนำไปปฏิบัติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคาสินค้า ความพร้อมของบริการในท้องถิ่น และบรรยากาศทางธุรกิจโดยรวมในประเทศไทย

ในขั้นตอนนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงชุดคำแนะนำเท่านั้น ยังไม่มีความชัดเจนว่าอุตสาหกรรมใดจะได้รับความสำคัญในการปรับภาษี หรือรัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินการปฏิรูปเหล่านี้อย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาทางกฎหมายและเกณฑ์เฉพาะที่รัฐบาลจะใช้ในการประเมินความเป็นธรรมของระบบภาษีสรรพสามิตในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

Aurelian Group เปิดตัวท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Aurelian Group เปิดตัวท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย

กลุ่มธุรกิจ Aurelian Group ซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ภาคธุรกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Aurelian Group เปิดตัวท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย

แหล่งข่าวเดียว
Aurelian Group เปิดตัวท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย

กลุ่มธุรกิจ Aurelian Group ซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ภาคธุรกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่า Aurelian Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท มีกำหนดจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 สิงหาคมนี้ การเปิดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยโดยรวมกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ ซึ่งดึงดูดความสนใจจากผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมที่ต้องการทราบถึงกลยุทธ์การวางตำแหน่งของกลุ่มธุรกิจนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเกิดขึ้นขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่แห่งใหม่อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในพลวัตของตลาดท้องถิ่น โอกาสในการจ้างงาน หรือการเปลี่ยนแปลงในการให้บริการ ขึ้นอยู่กับจุดเน้นทางธุรกิจเฉพาะของกลุ่ม แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ผลกระทบระยะยาวของกลุ่มธุรกิจนี้ต่อเศรษฐกิจระดับประเทศยังคงต้องติดตามต่อไป

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจหลักของกลุ่ม แผนการลงทุนระยะยาว และลักษณะที่แน่ชัดของกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดของพวกเขายังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเต็มที่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าบริษัทจะดำเนินงานอย่างไรในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน และพวกเขาตั้งใจที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือมีส่วนร่วมอย่างไรต่อตลาดไทยหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

ตม.สุราษฎร์ธานีทลายเครือข่ายธุรกิจนอมินีชาวฝรั่งเศส
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตม.สุราษฎร์ธานีทลายเครือข่ายธุรกิจนอมินีชาวฝรั่งเศส

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานีกำลังสอบสวนนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสที่ถูกสงสัยว่าใช้คนไทยเป็นนอมินีในการดำเนินธุรกิจบนเกาะสมุย รวมถึงโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตและคดีฉ้อโกงการลงทุน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตม.สุราษฎร์ธานีทลายเครือข่ายธุรกิจนอมินีชาวฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ตม.สุราษฎร์ธานีทลายเครือข่ายธุรกิจนอมินีชาวฝรั่งเศส

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานีกำลังสอบสวนนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสที่ถูกสงสัยว่าใช้คนไทยเป็นนอมินีในการดำเนินธุรกิจบนเกาะสมุย รวมถึงโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตและคดีฉ้อโกงการลงทุน

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานีประกาศขยายผลการสอบสวนชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าจัดตั้งเครือข่ายธุรกิจโดยใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) บนเกาะสมุย ปฏิบัติการดังกล่าวภายใต้ชื่อ “กวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างชาติ” มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่าบุคคลดังกล่าวใช้คนไทยเป็นตัวแทนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการถือครองธุรกิจของชาวต่างชาติ

ตามรายงานของ Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตซึ่งดำเนินกิจการภายใต้รูปแบบดังกล่าว นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างผู้ต้องสงสัยกับโครงการลงทุนในฟาร์มกัญชาที่มีมูลค่าประมาณ 26.4 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายของไทยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการถือครองธุรกิจของชาวต่างชาติและการใช้โครงสร้างนอมินี แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ขอบเขตที่แท้จริงของเครือข่ายและข้อหาทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวและเจ้าของธุรกิจควรทราบว่ากฎหมายไทยควบคุมการมีส่วนร่วมของชาวต่างชาติในบางภาคธุรกิจอย่างเข้มงวด และคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการฉ้อโกงและสถานะของอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีใบอนุญาตปรากฏออกมาในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 04:10 UTC

ทรัมป์ยืนยันราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทรัมป์ยืนยันราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาปกป้องผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทรัมป์ยืนยันราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

แหล่งข่าวเดียว
ทรัมป์ยืนยันราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาปกป้องผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวต่อสาธารณะว่าภาระจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นต้นทุนที่สมเหตุสมผลในการรักษาความมั่นคงของโลก ทรัมป์เน้นย้ำว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจเหล่านี้มีความจำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย จุดยืนทางภูมิรัฐศาสตร์นี้อาจส่งผลกระทบทางอ้อม เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ซึ่งมักได้รับอิทธิพลจากนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาจส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารขนส่ง และราคาสินค้าและบริการโดยรวม หากนโยบายเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความผันผวนอย่างต่อเนื่องในตลาดพลังงาน ผู้อยู่อาศัยอาจเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของค่าครองชีพ ในขณะที่นักท่องเที่ยวอาจพบกับการเปลี่ยนแปลงของราคาตั๋วเครื่องบินหรือค่าใช้จ่ายในการเดินทางในท้องถิ่น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำกล่าวเหล่านี้จะนำไปสู่การดำเนินการเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงของสหรัฐฯ อย่างไร หรือตลาดระหว่างประเทศจะมีปฏิกิริยาอย่างไรในระยะยาว สถานการณ์ดังกล่าวยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำกล่าวเหล่านี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางการทูตหรือเป็นการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันในท้องถิ่นขณะวางแผนงบประมาณการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 03:55 UTC

วิสัยทัศน์ของคุณปิติเพื่อความเป็นอยู่ทางการเงินที่ดีในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

วิสัยทัศน์ของคุณปิติเพื่อความเป็นอยู่ทางการเงินที่ดีในประเทศไทย

รายงานล่าสุดเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การเป็นผู้นำองค์กร โดยมุ่งเน้นไปที่วิสัยทัศน์ที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อสุขภาพทางการเงิน แทนที่จะเป็นตัวชี้วัดทางธุรกิจที่ซับซ้อน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

วิสัยทัศน์ของคุณปิติเพื่อความเป็นอยู่ทางการเงินที่ดีในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
วิสัยทัศน์ของคุณปิติเพื่อความเป็นอยู่ทางการเงินที่ดีในประเทศไทย

รายงานล่าสุดเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การเป็นผู้นำองค์กร โดยมุ่งเน้นไปที่วิสัยทัศน์ที่เป็นหนึ่งเดียวเพื่อสุขภาพทางการเงิน แทนที่จะเป็นตัวชี้วัดทางธุรกิจที่ซับซ้อน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ คุณปิติได้เปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับแผนธุรกิจที่ซับซ้อนหรือเป้าหมายทางการเงินเพียงอย่างเดียว มาเป็นการมุ่งเน้นที่วิสัยทัศน์เดียวที่ชัดเจน นั่นคือการส่งเสริม “ความเป็นอยู่ทางการเงินที่ดี” (Financial Well-being) ให้กับประชาชนชาวไทย กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารเป้าหมายที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานยังคงมีความเข้าใจที่ตรงกันและมุ่งเน้นไปที่จุดประสงค์เดียวกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงในปรัชญาองค์กรนี้อาจเป็นสัญญาณของแนวโน้มที่กว้างขึ้นไปสู่บริการทางการเงินที่เน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับสุขภาพทางการเงินของลูกค้ามากขึ้น บุคคลทั่วไปอาจได้พบกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการธนาคารที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นหรือให้การสนับสนุนมากขึ้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อปรับปรุงเสถียรภาพในระยะยาว การมุ่งเน้นที่ความชัดเจนและความเป็นอยู่ที่ดีนี้อาจส่งผลต่อวิธีที่สถาบันการเงินมีปฏิสัมพันธ์กับสาธารณชน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนของบริการต่างๆ

แม้ว่ารายงานจะระบุถึงวิสัยทัศน์นี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าปรัชญาองค์กรภายในนี้จะแปลเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมสำหรับผู้บริโภคทั่วไปอย่างไร ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าความมุ่งมั่นต่อ “ความเป็นอยู่ทางการเงินที่ดี” นี้จะส่งผลให้เกิดรูปแบบการบริการใหม่ๆ หรือยังคงเป็นเพียงกลยุทธ์ภายในองค์กรเท่านั้น การพัฒนาในอนาคตจะช่วยให้ชัดเจนขึ้นว่าวิสัยทัศน์นี้จะนำไปสู่การปรับปรุงภูมิทัศน์ทางการเงินที่วัดผลได้สำหรับผู้ที่อาศัยและทำงานในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 03:36 UTC

กรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ จี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิตและยุทธศาสตร์การลงทุน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ จี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิตและยุทธศาสตร์การลงทุน

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างสมดุลในการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ จี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิตและยุทธศาสตร์การลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ จี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิตและยุทธศาสตร์การลงทุน

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างสมดุลในการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การลงทุนภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยระบุว่านโยบายปัจจุบันจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมมากขึ้น ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พชรได้วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดเศรษฐกิจแบบ 'Trickle-Down' หรือการไหลลงสู่เบื้องล่าง โดยชี้ว่าการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนรายใหญ่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยหรือแรงงานในประเทศได้โดยอัตโนมัติ หากไม่มีเงื่อนไขที่ชัดเจนในเรื่องสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (local content) การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น

เขายังเน้นย้ำว่าอุตสาหกรรมที่ใช้เงินลงทุนสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) กำลังเผชิญกับความเสี่ยงเนื่องจากมักพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศและมีการจ้างงานในประเทศต่อหน่วยการลงทุนค่อนข้างต่ำ พชรย้ำว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ควรเป็นการเลือกระหว่างอุตสาหกรรม 'เก่า' หรือ 'ใหม่' แต่รัฐบาลควรเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกภาคส่วนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจไทย การอภิปรายนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเกี่ยวกับการจัดโครงสร้างสิทธิประโยชน์ทางภาษีและข้อกำหนดทางอุตสาหกรรมของรัฐบาล แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปฏิบัติหรือมีการปรับเปลี่ยนอัตราภาษีสรรพสามิตในระยะอันใกล้นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 03:16 UTC

พชร ชี้กลยุทธ์การลงทุนต้องสมดุล พร้อมจี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พชร ชี้กลยุทธ์การลงทุนต้องสมดุล พร้อมจี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิต

พชรเสนอแนวทาง 4 ประการเพื่อสร้างสมดุลให้กับกลยุทธ์การลงทุนของไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิตในปัจจุบัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พชร ชี้กลยุทธ์การลงทุนต้องสมดุล พร้อมจี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิต

แหล่งข่าวเดียว
พชร ชี้กลยุทธ์การลงทุนต้องสมดุล พร้อมจี้รัฐทบทวนภาษีสรรพสามิต

พชรเสนอแนวทาง 4 ประการเพื่อสร้างสมดุลให้กับกลยุทธ์การลงทุนของไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิตในปัจจุบัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 พชรได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างกลยุทธ์การลงทุนที่สมดุลยิ่งขึ้นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศไทย หัวใจสำคัญของข้อเสนอนี้คือการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิตในปัจจุบันอย่างครอบคลุม ซึ่งในขณะนี้ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคที่อาจขัดขวางการเติบโตของการลงทุนอย่างเต็มศักยภาพ

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ พชรได้เสนอแนวทางปฏิบัติ 4 ประการที่มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุน แม้ว่ารายงานจะระบุว่าข้อเสนอแนะเหล่านี้เป็นแนวทางสู่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะของมาตรการทั้ง 4 ประการนั้นยังคงต้องรอการพิจารณาจากรัฐบาลต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากการปรับเปลี่ยนภาษีสรรพสามิตมักส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการอุปโภคบริโภคต่างๆ ภายในประเทศ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าครองชีพหรือความพร้อมจำหน่ายของสินค้านำเข้าบางประเภท ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเสนอดังกล่าว และจะมีการประกาศใช้นโยบายอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีหรือการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 02:35 UTC

นักวิชาการจุฬาฯ เรียกร้องให้ทบทวนกลยุทธ์ความมั่นคงทางพลังงานของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการจุฬาฯ เรียกร้องให้ทบทวนกลยุทธ์ความมั่นคงทางพลังงานของไทย

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมเตือนว่าไทยต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานมากกว่าความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะสั้น เนื่องจากแหล่งปิโตรเลียมในประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงปลายอายุการใช้งาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นักวิชาการจุฬาฯ เรียกร้องให้ทบทวนกลยุทธ์ความมั่นคงทางพลังงานของไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการจุฬาฯ เรียกร้องให้ทบทวนกลยุทธ์ความมั่นคงทางพลังงานของไทย

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมเตือนว่าไทยต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานมากกว่าความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะสั้น เนื่องจากแหล่งปิโตรเลียมในประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงปลายอายุการใช้งาน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ออกมาเตือนว่าแนวทางการบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังเสื่อมสภาพของไทยจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ โดยผู้เชี่ยวชาญโต้แย้งว่าการตัดสินใจไม่ควรขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบูรณาการประเด็นความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวเข้าด้วยกัน

นักวิชาการเน้นย้ำว่าการสิ้นสุดสัมปทานปิโตรเลียมไม่ได้หมายความว่าทรัพยากรที่อยู่เบื้องล่างจะหมดไป แต่ปัจจัยต่างๆ เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การลงทุนอย่างต่อเนื่อง และกรอบเวลาในการดำเนินงานยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำทรัพยากรที่เหลือขึ้นมาใช้ประโยชน์ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความผันผวนของตลาดโลกอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่การจัดหาพลังงานกลายเป็นเรื่องยากไม่ว่าจะมีเงินทุนเพียงใด โดยระบุว่ามีบางช่วงเวลาที่ "การมีเงินก็ไม่เพียงพอที่จะซื้อสิ่งที่คุณต้องการ"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศในการจัดการความเป็นอิสระทางพลังงาน แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงความพร้อมใช้งานหรือราคาเชื้อเพลิงในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความท้าทายของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างการสกัดทรัพยากรกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้กำหนดนโยบายจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัมปทานหรือแรงจูงใจในการลงทุนในอนาคตอย่างไรเพื่อจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางพลังงานในระยะยาว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 สิงหาคม 2026, 01:36 UTC

รัฐบาลไทยเตรียมเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเตรียมเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ

ประเทศไทยเตรียมเจรจาเงื่อนไขภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยเน้นย้ำถึงการลงทุนที่สำคัญของไทยในตลาดอเมริกา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเตรียมเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเตรียมเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ

ประเทศไทยเตรียมเจรจาเงื่อนไขภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยเน้นย้ำถึงการลงทุนที่สำคัญของไทยในตลาดอเมริกา

ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลไทยกำลังเตรียมเข้าสู่การเจรจาเกี่ยวกับภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยการหารือมีเป้าหมายเพื่อจัดการกับภาระภาษีของสินค้าที่เหลืออยู่ และเน้นย้ำถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ

หัวใจสำคัญของการเจรจาครั้งนี้คือขนาดของการลงทุนของไทยในตลาดสหรัฐฯ ภาคเอกชนไทยได้ลงทุนไปแล้วเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนที่ระบุไว้ว่าจะลงทุนเพิ่มอีก 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมกันแล้วการลงทุนเหล่านี้มีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลตั้งใจที่จะใช้ตัวเลขเหล่านี้เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนภาษีที่เป็นประโยชน์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้านำเข้า การเจรจาที่ประสบความสำเร็จอาจช่วยรักษาเสถียรภาพของต้นทุนการค้าได้ แม้ว่าผลลัพธ์ที่แน่ชัดของการประชุมในช่วงปลายเดือนสิงหาคมยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับหมวดหมู่สินค้าที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกในการหารือเรื่องภาษี ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ จะตอบสนองต่อข้อเสนอที่ได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 สิงหาคม 2026, 17:16 UTC