ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ✦
ความปลอดภัย ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
เทคโนโลยี กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI ✦
กีฬา การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ✦
การเมือง พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991 ✦
เทคโนโลยี โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง ✦
กีฬา

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงินรางวัล 20 ล้านบาทแก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อฉลองความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และการผ่านเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ไทยเบฟและเอสโคล่าได้มอบเงินรางวัลจำนวน 20 ล้านบาทให้แก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 ซึ่งทำให้ทีมได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในกีฬานี้ นอกจากนี้ ทีมยังได้รับรางวัลจากการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ 2026 ณ เมืองไอจิ – นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาสำหรับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 60 ปีของทีม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกีฬาไทยในระดับโลกและการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีต่อโครงการกีฬาของชาติ

แม้ว่าเงินรางวัลและการผ่านเข้าสู่โอลิมปิกจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการเตรียมความพร้อมของทีมสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสยังไม่มีการประกาศออกมา แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอคอยที่จะเห็นว่าทีมจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อพัฒนาผลงานในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:56 UTC

ความปลอดภัย

ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชายอมรับว่าประเทศไม่ได้เป็นเพียงฐานที่มั่นของขบวนการฉ้อโกงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนในประเทศตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาได้ออกมายอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวลในสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ภายในประเทศ แม้ว่ากัมพูชาจะถูกระบุในระดับสากลว่าเป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงมานาน แต่ขณะนี้ทางการยืนยันว่าประชาชนในท้องถิ่นกำลังตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลทางการที่อ้างโดยผู้บัญชาการตำรวจระบุว่า ความสูญเสียทางการเงินรวมของเหยื่อชาวกัมพูชาสูงถึงประมาณ 875 ล้านบาท การยอมรับนี้เน้นย้ำว่าภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายชาวต่างชาติหรือปฏิบัติการภายนอกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัญหาความปลอดภัยภายในประเทศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชากรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวตอกย้ำถึงลักษณะที่แพร่หลายขององค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ แม้ว่ารายงานจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบภายในกัมพูชา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนและขอบเขตของปฏิบัติการฉ้อโกงที่กำลังดำเนินอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อยับยั้งกิจกรรมภายในประเทศเหล่านี้ และความพยายามดังกล่าวจะนำไปสู่การลดขีดความสามารถในการปฏิบัติการโดยรวมของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หรือไม่ ทางการยังคงแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์และคำขอทางการเงินที่น่าสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปน ซึ่งมีความผิดในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบียบนเกาะพะงัน

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมากเนื่องจากลักษณะของอาชญากรรมและสัญชาติของผู้เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้คดีได้ผ่านกระบวนการอุทธรณ์และศาลยังคงยืนตามคำตัดสินเดิม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงจุดยืนที่เข้มงวดของกระบวนการยุติธรรมไทยต่ออาชญากรรมรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในประเทศ กระบวนการทางกฎหมายนี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีที่มีความผิดร้ายแรง

แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะยืนโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าจะมีการยื่นคำร้องทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ คดีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงจากการกระทำความผิดในประเทศไทย และขอแนะนำให้ผู้ที่พำนักหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศควรตระหนักถึงกฎหมายท้องถิ่นและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

เทคโนโลยี

กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งจัดทำกรอบกฎหมายสำหรับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเทคโนโลยีและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรเริ่มวางกรอบกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอ้างอิงจากรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายพชรเน้นย้ำว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (data center) จำนวนมาก โดยระบุว่าการมีหรือไม่มีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนจะมีผลโดยตรงต่อความสามารถของประเทศในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนเหล่านี้

นายพชรได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายหลัก 3 ประการที่ไทยต้องเผชิญเช่นเดียวกับทั่วโลก ประการแรกคือเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่ากฎระเบียบในยุคอุตสาหกรรมเดิมมาก ประการที่สองคือการใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกกรณีนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก AI มีการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่เกมทั่วไปไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การกำกับดูแลที่อิงตามระดับความเสี่ยง ประการที่สามคือรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพในการกำกับดูแล หรือเครื่องมือทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น การออกใบอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ดิจิทัล แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายเฉพาะเจาะจง แต่การเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลบ่งชี้ว่าการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจต้องเผชิญกับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานรัฐใดจะเป็นผู้นำในโครงการนี้ และจะมีกลไกทางกฎหมายใดบ้างที่ถูกเสนอเพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

กีฬา

การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

การท่าเรือ เอฟซี ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่างเป็นทางการ แทนที่ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ก่อนการแข่งขัน Shopee Cup

การท่าเรือ เอฟซี ได้ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรอย่างเป็นทางการ โดยเข้ามารับหน้าที่แทน สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กุนซือวัย 57 ปี ผู้ถือใบอนุญาต ยูฟ่า โปร ไลเซนส์ และมีประสบการณ์คุมทีมในไทยลีกกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาก่อน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 26 กันยายน 2569 โดยจะมี ซึรดัน สตอยเชฟสกี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เดินทางตามมาสมทบในวันที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนบอลในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารทีมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยบททดสอบแรกของ บันโดวิช คือการคุมทีมลงเล่นในศึกชิงแชมป์สโมสรอาเซียน 2026/27 (Shopee Cup) รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก พบกับ เปอร์ซิบ บันดุง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ สนามเหย้าของการท่าเรือ เอฟซี

แม้ว่าจะมีการยืนยันการแต่งตั้งแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงกุนซือครั้งนี้ต่อฟอร์มการเล่นของทีมในไทยลีกยังคงต้องติดตามกันต่อไป แฟนบอลต่างจับตามองว่าทีมงานสต๊าฟโค้ชชุดใหม่จะสามารถปรับจูนแท็กติกได้รวดเร็วเพียงใดก่อนการแข่งขันระดับทวีปจะเริ่มขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาของสัญญาหรือเป้าหมายผลงานที่ชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

การเมือง

พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านจากกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยอาจเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV 1991 ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการจากองค์กรต่างๆ ที่แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญาของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV) ฉบับปี 1991 โดยผู้ประท้วงได้แสดงความกังวลว่าข้อตกลงระหว่างประเทศนี้อาจส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมในท้องถิ่นและอธิปไตยทางเมล็ดพันธุ์

ในการตอบรับหนังสือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของพรรคระบุว่าพรรคพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยพรรคเน้นย้ำว่าข้อกังวลที่สาธารณชนหยิบยกขึ้นมานั้นกำลังถูกนำไปพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาด้านการเกษตรและการกำกับดูแลพันธุ์พืช แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความเต็มใจที่จะเปิดรับการเจรจา แต่ยังคงต้องยืนยันว่าหนังสือคัดค้านนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงท่าทีของรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกระบวนการเข้าเป็นภาคีจะดำเนินต่อไปตามที่ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเชิงนโยบายขั้นสุดท้าย และรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนุสัญญาดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เทคโนโลยี

โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

โครงการที่นำโดยชุมชนในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังสร้างรูปแบบการตรวจสอบร่วมกันเพื่อจัดการการบูรณาการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้เข้ากับชุมชนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังริเริ่มกรอบการทำงานใหม่ภายใต้ชื่อ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เพื่อรับมือกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 6 ประเด็นร้อนที่ชาวบ้านในพื้นที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยการนำระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์เทคโนโลยีเหล่านี้จะดำเนินงานอย่างโปร่งใสและสามารถอยู่ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ รูปแบบนี้เน้นย้ำถึงการสื่อสารเชิงรุกและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาโครงการและชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การวางแผนอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับชุมชนมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตในภูมิภาคนี้อาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณะและการกำกับดูแลแบบร่วมมือที่เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' นี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมายเพียงใด หรือจะเป็นเพียงกรอบการทำงานโดยสมัครใจสำหรับผู้พัฒนา นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบนี้จะถูกนำไปปรับใช้กับเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่ประเทศยังคงเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:16 UTC

Sun PhuQuoc Airways เปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-ฟูก๊วก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

Sun PhuQuoc Airways เปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-ฟูก๊วก

Sun PhuQuoc Airways ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงแบบฟูลเซอร์วิสระหว่างกรุงเทพฯ และเกาะฟูก๊วก ซึ่งถือเป็นการขยายการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคที่สำคัญ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

Sun PhuQuoc Airways เปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-ฟูก๊วก

แหล่งข่าวเดียว
Sun PhuQuoc Airways เปิดเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-ฟูก๊วก

Sun PhuQuoc Airways ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงแบบฟูลเซอร์วิสระหว่างกรุงเทพฯ และเกาะฟูก๊วก ซึ่งถือเป็นการขยายการเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคที่สำคัญ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สายการบิน Sun PhuQuoc Airways (SPA) ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงอย่างเป็นทางการเพื่อเชื่อมต่อระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิในกรุงเทพฯ กับเกาะฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม โดยถือเป็นสายการบินฟูลเซอร์วิสสัญชาติเวียดนามรายแรกที่ให้บริการในเส้นทางนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การเชื่อมต่อใหม่นี้มอบทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกและตรงไปยังเกาะยอดนิยมของเวียดนาม ซึ่งอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางเมื่อเทียบกับเส้นทางต่อเครื่องแบบเดิม นอกจากนี้ สายการบินยังได้ประกาศแผนการขยายฝูงบินเป็น 32 ลำ เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตตลอดปี 2569

แม้ว่าการเปิดเส้นทางบินจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ผู้โดยสารควรตรวจสอบเพิ่มเติม นักเดินทางควรตรวจสอบตารางเที่ยวบิน ความถี่ในการให้บริการ และโครงสร้างราคาโปรโมชั่นปัจจุบันผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของสายการบินโดยตรง นอกจากนี้ แม้ว่าสายการบินจะมุ่งเน้นการสนับสนุนการเติบโตผ่านการขยายฝูงบิน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อการแข่งขันด้านราคาในภูมิภาคและขีดความสามารถในการปฏิบัติการของเส้นทางใหม่นี้ยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่บริการเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:02 UTC

บขส. ปรับเส้นทางเดินรถในจังหวัดน่านเนื่องจากน้ำท่วม
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

บขส. ปรับเส้นทางเดินรถในจังหวัดน่านเนื่องจากน้ำท่วม

บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ประกาศปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถชั่วคราวสำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ-ทุ่งช้าง เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในจังหวัดน่าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

บขส. ปรับเส้นทางเดินรถในจังหวัดน่านเนื่องจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
บขส. ปรับเส้นทางเดินรถในจังหวัดน่านเนื่องจากน้ำท่วม

บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ประกาศปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถชั่วคราวสำหรับเส้นทางกรุงเทพฯ-ทุ่งช้าง เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในจังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ปรับเปลี่ยนการให้บริการเดินรถในเส้นทางกรุงเทพฯ-ทุ่งช้าง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร บริษัทได้ตัดสินใจให้รถโดยสารสิ้นสุดการให้บริการที่อำเภอปัว แทนที่จะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่อำเภอทุ่งช้าง

การปรับเปลี่ยนนี้มีความสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่ต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทางในพื้นที่ภาคเหนือ สถานการณ์น้ำท่วมอาจนำไปสู่สภาพถนนที่ไม่แน่นอน การปิดเส้นทาง และระยะเวลาการเดินทางที่ยาวนานขึ้น ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปหรือกลับจากจังหวัดน่านควรทราบว่าการเดินทางอาจถูกขัดจังหวะหรือจำเป็นต้องจัดหาการเดินทางในพื้นที่เพิ่มเติมเมื่อถึงอำเภอปัว

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าข้อจำกัดในการให้บริการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด ระยะเวลาของการปรับเปลี่ยนเส้นทางขึ้นอยู่กับการลดระดับของน้ำท่วมและการประเมินความปลอดภัยของถนนโดยหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือติดต่อสถานีขนส่งในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนสรุปแผนการเดินทาง นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากสภาพแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้สิทธิ์ส่วนลดค่าโดยสารรถ บขส.
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้สิทธิ์ส่วนลดค่าโดยสารรถ บขส.

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 338,000 ราย ใช้สิทธิ์อุดหนุนจากภาครัฐในการเดินทางด้วยรถโดยสาร บขส. ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้สิทธิ์ส่วนลดค่าโดยสารรถ บขส.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้สิทธิ์ส่วนลดค่าโดยสารรถ บขส.

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 338,000 ราย ใช้สิทธิ์อุดหนุนจากภาครัฐในการเดินทางด้วยรถโดยสาร บขส. ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ประกาศว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ใช้สิทธิ์อุดหนุนจากภาครัฐในการเดินทางด้วยรถโดยสารระหว่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงกรกฎาคม 2569 มีประชาชนใช้สิทธิ์ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการซื้อตั๋วโดยสาร บขส. รวมทั้งสิ้น 338,198 คน คิดเป็นมูลค่ารวม 172,376,519 บาท

ภายใต้นโยบายปัจจุบันของรัฐบาล ประชาชนที่มีสิทธิ์จะได้รับวงเงินช่วยเหลือค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะจำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. ระบุว่าโครงการนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ทั้งนี้ บขส. พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐโดยมุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐานการให้บริการ ความปลอดภัย และการเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางในประเทศไทย ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการสวัสดิการภาครัฐเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสาธารณะ แม้ว่าโครงการจะยังคงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน แต่ผู้ที่สนใจใช้สิทธิ์ควรตรวจสอบสถานะความถูกต้องผ่านช่องทางของรัฐบาล เนื่องจากเงื่อนไขการใช้บัตรอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบาย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการจัดสรรงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2569 จะส่งผลต่อการดำเนินงานหรือขอบเขตของสิทธิ์อุดหนุนการเดินทางนี้อย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:38 UTC

เทศบาลนครนครปฐมเสนอโครงการรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยายแบบยกระดับ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เทศบาลนครนครปฐมเสนอโครงการรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยายแบบยกระดับ

เทศบาลนครนครปฐมผลักดันการออกแบบทางรถไฟแบบยกระดับสำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีแดง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เทศบาลนครนครปฐมเสนอโครงการรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยายแบบยกระดับ

แหล่งข่าวเดียว
เทศบาลนครนครปฐมเสนอโครงการรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยายแบบยกระดับ

เทศบาลนครนครปฐมผลักดันการออกแบบทางรถไฟแบบยกระดับสำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีแดง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 เทศบาลนครนครปฐมได้เสนอแนวคิดการก่อสร้างทางรถไฟแบบยกระดับอย่างเป็นทางการ สำหรับโครงการส่วนต่อขยายรถไฟสายสีแดงช่วงศาลายา-นครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในตัวเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางในภูมิภาคนี้ ข้อเสนอดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นการปรับปรุงการสัญจรในเขตเมืองและลดความล่าช้าที่มักเกิดจากจุดตัดทางรถไฟระดับพื้นดิน โครงสร้างแบบยกระดับจะช่วยให้การจราจรบนถนนสายเดิมมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ชานเมืองกับใจกลางเมืองได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือเรื่องนี้ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอในระดับเทศบาลเท่านั้น ยังมีรายละเอียดสำคัญหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานด้านการขนส่งระดับชาติ กรอบเวลาการก่อสร้างที่คาดการณ์ไว้ และการจัดสรรงบประมาณที่จำเป็นสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ในขณะที่โครงการดำเนินไปตามขั้นตอนการวางแผน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำเป็นต้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดวันที่เริ่มก่อสร้างหรือตารางการดำเนินงานที่ชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อประสานงานการช่วยเหลือและเร่งการระบายน้ำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อประสานงานการช่วยเหลือและเร่งการระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ปรับตารางงานเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านด้วยตนเอง การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเหตุอุทกภัยรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขจากภาครัฐโดยเร่งด่วน

ในระหว่างการลงพื้นที่ รัฐมนตรีได้สั่งการโดยตรงไปยังกรมชลประทานให้เร่งดำเนินการระบายน้ำโดยเร็วที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมต่อชุมชนในพื้นที่และอำนวยความสะดวกในการส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การให้ความสำคัญกับการเปิดทางระบายน้ำมีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาของน้ำท่วมขัง

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในจังหวัดน่าน สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการคมนาคมในท้องถิ่น การเข้าถึงเส้นทางถนน และโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและคำเตือนด้านความปลอดภัย แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและกำหนดการกลับสู่สภาวะปกติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวัง ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมจนกว่าจะได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC

เขตประเวศยอมรับผิดพลาดในการคำนวณโครงการซ่อมถนนย่านอ่อนนุช
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เขตประเวศยอมรับผิดพลาดในการคำนวณโครงการซ่อมถนนย่านอ่อนนุช

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่าเกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณหลังจากมีการตรวจสอบสาธารณะเกี่ยวกับโครงการซ่อมแซมถนนในย่านอ่อนนุช

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เขตประเวศยอมรับผิดพลาดในการคำนวณโครงการซ่อมถนนย่านอ่อนนุช

แหล่งข่าวเดียว
เขตประเวศยอมรับผิดพลาดในการคำนวณโครงการซ่อมถนนย่านอ่อนนุช

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่าเกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณหลังจากมีการตรวจสอบสาธารณะเกี่ยวกับโครงการซ่อมแซมถนนในย่านอ่อนนุช

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ได้ยอมรับว่าเกิดข้อผิดพลาดในการคำนวณเกี่ยวกับโครงการซ่อมแซมถนนในย่านอ่อนนุช การยอมรับดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการซักถามอย่างเข้มข้นจากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้ที่ระบุชื่อว่า 'เฮียล้าน' และ 'ดร.จอห์น' ซึ่งเรียกร้องความโปร่งใสเกี่ยวกับการวางแผนและการดำเนินโครงการ

ในระหว่างการสอบถาม อมร ซึ่งเป็นตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแล ได้ชี้ให้เห็นจุดเฉพาะที่การคำนวณสำหรับงานถนนมีความผิดพลาด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกสภาคนอื่นๆ ซึ่งตั้งคำถามถึงประสบการณ์และมาตรฐานทางวิชาชีพของฝ่ายโยธาของเขต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านอ่อนนุช เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความบกพร่องในการบริหารจัดการด้านการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น แม้ว่าทางเขตจะยอมรับความผิดพลาดแล้ว แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อกำหนดการของโครงการ งบประมาณ และคุณภาพของการซ่อมแซมถนนนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากฝ่ายโยธาว่าข้อผิดพลาดเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขอย่างไร และจะมีมาตรการใดบ้างที่จะนำมาใช้เพื่อป้องกันความล้มเหลวในการวางแผนที่คล้ายคลึงกันในโครงการของเทศบาลในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

รถบรรทุกก๊าซพลิกคว่ำและระเบิดส่งผลกระทบต่อการจราจรในเชียงใหม่
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถบรรทุกก๊าซพลิกคว่ำและระเบิดส่งผลกระทบต่อการจราจรในเชียงใหม่

รถบรรทุกก๊าซพลิกคว่ำและเกิดระเบิดบนถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง ส่งผลให้ต้องมีการเบี่ยงการจราจรอย่างมาก

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถบรรทุกก๊าซพลิกคว่ำและระเบิดส่งผลกระทบต่อการจราจรในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รถบรรทุกก๊าซพลิกคว่ำและระเบิดส่งผลกระทบต่อการจราจรในเชียงใหม่

รถบรรทุกก๊าซพลิกคว่ำและเกิดระเบิดบนถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง ส่งผลให้ต้องมีการเบี่ยงการจราจรอย่างมาก

เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2026 เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งร้ายแรงบนถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง โดยมีรถบรรทุกก๊าซประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่ารถคันดังกล่าวได้พลิกคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้จนนำไปสู่การระเบิด โดยมีการรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวไปยังศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เมื่อเวลาประมาณ 11:30 น.

เพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทันทีเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยมีการปิดถนนซูเปอร์ไฮเวย์ขาเข้าอย่างสมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเปิดทางให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าจัดการพื้นที่ได้ ทั้งนี้ ตำรวจได้เบี่ยงการจราจรให้รถยนต์ไปใช้เส้นทางถนนเลียบทางรถไฟเพื่อรักษาการไหลเวียนของจราจรในระหว่างที่ดำเนินการเคลียร์พื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คาดการณ์ว่าจะเกิดความล่าช้าอย่างมากหากต้องเดินทางผ่านเส้นทางเชียงใหม่-ลำปาง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุ อาการของผู้ขับขี่ และขอบเขตของความเสียหายหรือการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าจะเปิดถนนซูเปอร์ไฮเวย์ให้กลับมาใช้งานตามปกติได้เมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 06:20 UTC

รถบรรทุกแก๊สพลิกคว่ำระเบิด ส่งผลกระทบต่อการจราจรในเชียงใหม่
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถบรรทุกแก๊สพลิกคว่ำระเบิด ส่งผลกระทบต่อการจราจรในเชียงใหม่

รถบรรทุกแก๊สพลิกคว่ำและเกิดไฟไหม้บนทางหลวงเชียงใหม่-ลำปาง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาควบคุมเพลิงนาน 2 ชั่วโมงและมีการปิดเส้นทางจราจร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถบรรทุกแก๊สพลิกคว่ำระเบิด ส่งผลกระทบต่อการจราจรในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รถบรรทุกแก๊สพลิกคว่ำระเบิด ส่งผลกระทบต่อการจราจรในเชียงใหม่

รถบรรทุกแก๊สพลิกคว่ำและเกิดไฟไหม้บนทางหลวงเชียงใหม่-ลำปาง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาควบคุมเพลิงนาน 2 ชั่วโมงและมีการปิดเส้นทางจราจร

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 รถบรรทุกแก๊สพลิกคว่ำและเกิดการระเบิดบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ฝั่งขาเข้าเมือง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากอำเภอสารภีและหน่วยงานท้องถิ่นต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง

เจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดเส้นทางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ขาเข้าทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และระบายรถทุกคันให้ไปใช้เส้นทางเลียบทางรถไฟแทน แม้ว่าสาเหตุของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าบริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และสภาพอากาศที่มีฝนตกในขณะนั้นอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้รถเสียหลักบนถนนที่ลื่น

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงโอกาสที่จะเกิดความล่าช้าในการเดินทางบนเส้นทางหลักในช่วงที่มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แม้ว่าเพลิงจะถูกดับลงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งเคลียร์พื้นที่และประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่ายังมีการปิดเส้นทางในเขตอำเภอสารภีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

BEM ประกาศกำหนดการซ้อมแผนฉุกเฉินสำหรับรถไฟฟ้า MRT
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

BEM ประกาศกำหนดการซ้อมแผนฉุกเฉินสำหรับรถไฟฟ้า MRT

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้กำหนดการซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

BEM ประกาศกำหนดการซ้อมแผนฉุกเฉินสำหรับรถไฟฟ้า MRT

แหล่งข่าวเดียว
BEM ประกาศกำหนดการซ้อมแผนฉุกเฉินสำหรับรถไฟฟ้า MRT

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้กำหนดการซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการ

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะดำเนินการฝึกซ้อมการจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินในวันที่ 21 และ 25 สิงหาคม 2569 ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การฝึกซ้อมนี้เป็นส่วนหนึ่งของระเบียบการจัดการความปลอดภัยตามปกติของบริษัท เพื่อให้มั่นใจถึงความพร้อมในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้พักอาศัยและนักเดินทางที่ใช้บริการระบบรถไฟฟ้า MRT การฝึกซ้อมเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากออกแบบมาเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่และขั้นตอนการปฏิบัติงานในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด แม้ว่า BEM จะไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการหยุดชะงักของบริการที่อาจเกิดขึ้นอย่างชัดเจน แต่ผู้โดยสารควรทราบว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของสถานีหรือความล่าช้าชั่วคราวในช่วงเวลาที่มีการฝึกซ้อม

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการฝึกซ้อมเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตารางเดินรถหรือการเข้าถึงสถานีสำหรับประชาชนทั่วไปหรือไม่ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของ BEM หรือป้ายประกาศภายในสถานีเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการเดินทางในวันดังกล่าว วัตถุประสงค์หลักของการฝึกซ้อมคือการรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงทั่วทั้งเครือข่าย เพื่อให้มั่นใจว่าระบบขนส่งมีความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ นักเดินทางควรวางแผนเผื่อสำหรับความไม่สะดวกเล็กน้อยในขณะที่บริษัทดำเนินการประเมินความปลอดภัยที่สำคัญเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 04:15 UTC

น้ำป่าไหลหลากวิกฤตในจังหวัดน่าน กระทบเส้นทางคมนาคม
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

น้ำป่าไหลหลากวิกฤตในจังหวัดน่าน กระทบเส้นทางคมนาคม

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ส่งผลให้บ้านเรือนจมน้ำและเส้นทางคมนาคมสำคัญถูกตัดขาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

น้ำป่าไหลหลากวิกฤตในจังหวัดน่าน กระทบเส้นทางคมนาคม

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากวิกฤตในจังหวัดน่าน กระทบเส้นทางคมนาคม

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ส่งผลให้บ้านเรือนจมน้ำและเส้นทางคมนาคมสำคัญถูกตัดขาด

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในจังหวัดน่านส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปัว ระดับน้ำในลำน้ำปัวและลำน้ำขว้างที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยมีรายงานว่าบ้านบางหลังในตำบลปัวมีระดับน้ำสูงเกือบถึงชั้น 1

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่าวิกฤต มีการร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับครอบครัวที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงครอบครัวที่มีเด็กเล็กวัย 6 เดือน ด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยทางหลวงหมายเลข 101 (เส้นทางปัว-เชียงกลาง) รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ ทางหลวงหมายเลข 1256 (เส้นทางปัว-บ่อเกลือ) ยังไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากสะพานได้รับความเสียหายและถูกกระแสน้ำตัดขาด

นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมรับมือกับความล่าช้าและอาจเกิดการติดค้างในพื้นที่ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันระยะเวลาในการปิดเส้นทางและประเมินความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากระดับน้ำยังคงมีความผันผวน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกในระหว่างที่ปฏิบัติการช่วยเหลือยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 02:36 UTC

รัฐบาลไทยเปิดรับคำขอรับเงินสนับสนุนสำหรับผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเปิดรับคำขอรับเงินสนับสนุนสำหรับผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน

กรมการขนส่งทางบกเปิดรับคำขอรับเงินสนับสนุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รัฐบาลไทยเปิดรับคำขอรับเงินสนับสนุนสำหรับผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดรับคำขอรับเงินสนับสนุนสำหรับผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน

กรมการขนส่งทางบกเปิดรับคำขอรับเงินสนับสนุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่า กรมการขนส่งทางบก (DLT) กำลังเปิดรับคำขอรับเงินสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบความพิการจากการใช้รถใช้ถนน โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ช่วยเหลือที่จำเป็น

ผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยสามารถยื่นเอกสารได้ด้วยตนเองที่กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ หรือผ่านทางเว็บไซต์ทางการที่ https://web.dlt.go.th/rssf/

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการผลกระทบทางสังคมจากปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน แม้ว่าประกาศนี้จะระบุช่วงเวลาการยื่นคำขอไว้อย่างชัดเจน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับลักษณะของอุบัติเหตุหรือประเภทของอุปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนนั้นยังไม่ได้ระบุไว้ในประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกหรือติดต่อสำนักงานขนส่งในพื้นที่เพื่อยืนยันสิทธิ์และเอกสารที่จำเป็นสำหรับกระบวนการยื่นคำขอ เนื่องจากเป็นขั้นตอนทางธุรการ ผู้สมัครควรเตรียมบันทึกทางการแพทย์และรายงานอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องให้พร้อมก่อนเริ่มดำเนินการยื่นคำขอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 02:15 UTC

รัฐบาลเปิดรับคำขอรับเงินช่วยเหลือค่าอุปกรณ์สำหรับผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเปิดรับคำขอรับเงินช่วยเหลือค่าอุปกรณ์สำหรับผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน

กรมการขนส่งทางบกเปิดรับคำขอรับจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รัฐบาลเปิดรับคำขอรับเงินช่วยเหลือค่าอุปกรณ์สำหรับผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเปิดรับคำขอรับเงินช่วยเหลือค่าอุปกรณ์สำหรับผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน

กรมการขนส่งทางบกเปิดรับคำขอรับจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน

ตามรายงานจาก Thai Post รัฐบาลไทยได้เปิดตัวโครงการจัดสรรเงินช่วยเหลือค่าอุปกรณ์สำหรับผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน โดยโครงการนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกรมการขนส่งทางบก (DLT)

ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยสามารถดำเนินการยื่นคำขอได้ด้วยตนเองที่กรมการขนส่งทางบกในกรุงเทพฯ หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถยื่นคำขอผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ทางการ https://web.dlt.go.th/rssf/

สำหรับผู้อยู่อาศัยหรือชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางถนน โครงการนี้ถือเป็นแหล่งทรัพยากรที่อาจช่วยในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ที่จำเป็น แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะระบุช่วงเวลาการรับสมัครและช่องทางการยื่นคำขอ แต่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะในการได้รับอุปกรณ์หรือจำนวนเงินช่วยเหลือที่แน่นอนต่อผู้สมัคร ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ทางการของกรมการขนส่งทางบกหรือติดต่อสำนักงานขนส่งในพื้นที่เพื่อยืนยันสิทธิ์และเอกสารที่จำเป็นสำหรับกระบวนการยื่นคำขอ ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาในการพิจารณาคำขอหลังจากสิ้นสุดช่วงเวลาการรับสมัครแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 01:16 UTC

ไทยเดินหน้าโครงการ 'รถเก่าแลกรถใหม่' สำหรับแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเดินหน้าโครงการ 'รถเก่าแลกรถใหม่' สำหรับแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์

กระทรวงการคลังกำลังเดินหน้าโครงการเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยเดินหน้าโครงการ 'รถเก่าแลกรถใหม่' สำหรับแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเดินหน้าโครงการ 'รถเก่าแลกรถใหม่' สำหรับแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์

กระทรวงการคลังกำลังเดินหน้าโครงการเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริด

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าโครงการแลกเปลี่ยนรถเก่าเป็นรถใหม่ โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่รถแท็กซี่และผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตภายในประเทศโดยเฉพาะ

แหล่งข่าวภายในระบุว่ารัฐบาลวางแผนที่จะใช้เงินกู้จำนวน 2 แสนล้านบาทเพื่อสนับสนุนทางการเงิน โดยเน้นไปที่การลดเงินดาวน์สำหรับรถยนต์ในกลุ่มดังกล่าว ความพยายามนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับชาติที่กว้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภาคการขนส่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นโยบายนี้อาจนำไปสู่การมีระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา โดยปลัดกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายให้สรุปรายละเอียดเฉพาะของการดำเนินการ ทั้งนี้ กำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเปิดตัว เกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัคร และโครงสร้างสุดท้ายของเงินอุดหนุนทางการเงิน ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 23:57 UTC

รายงานอุบัติเหตุบนเส้นทางดอยอินทนนท์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รายงานอุบัติเหตุบนเส้นทางดอยอินทนนท์

รถเก๋งเฉี่ยวชนกับรถตู้บริเวณโค้งอันตรายบนดอยอินทนนท์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รายงานอุบัติเหตุบนเส้นทางดอยอินทนนท์

แหล่งข่าวเดียว
รายงานอุบัติเหตุบนเส้นทางดอยอินทนนท์

รถเก๋งเฉี่ยวชนกับรถตู้บริเวณโค้งอันตรายบนดอยอินทนนท์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงหมายเลข 1009 บริเวณกิโลเมตรที่ 28 ซึ่งเป็นช่วงทางโค้งอันตรายระหว่างทางขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถตู้และรถเก๋งได้เฉี่ยวชนกัน ส่งผลให้รถตู้เสียหลักพลิกตะแคงตกข้างทาง

นายจิรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรจอมทองได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือนายนริศ แบนถี อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถตู้ โดยได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ ทั้งนี้ ยานพาหนะทั้งสองคันได้รับความเสียหาย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของสภาพเส้นทางที่เป็นภูเขาและมีความคดเคี้ยวสูงของดอยอินทนนท์ ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับผ่านทางโค้งบนทางหลวงหมายเลข 1009 แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าจัดการพื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุ เช่น ความเร็วหรือสภาพถนน ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอมทอง นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปอุทยานแห่งชาติควรเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามป้ายจราจรและจำกัดความเร็วในพื้นที่ภูเขาอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 15:55 UTC

กพท. ตรวจสอบสายการบินกรณีปฏิเสธผู้โดยสารจากเหตุ Overbooking ในเส้นทางตรัง-ดอนเมือง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กพท. ตรวจสอบสายการบินกรณีปฏิเสธผู้โดยสารจากเหตุ Overbooking ในเส้นทางตรัง-ดอนเมือง

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กำลังตรวจสอบสายการบินแห่งหนึ่งที่ปฏิเสธการเดินทางของผู้โดยสารเนื่องจากปัญหาการขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง (Overbooking) ในเที่ยวบินจากตรังไปดอนเมือง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กพท. ตรวจสอบสายการบินกรณีปฏิเสธผู้โดยสารจากเหตุ Overbooking ในเส้นทางตรัง-ดอนเมือง

แหล่งข่าวเดียว
กพท. ตรวจสอบสายการบินกรณีปฏิเสธผู้โดยสารจากเหตุ Overbooking ในเส้นทางตรัง-ดอนเมือง

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กำลังตรวจสอบสายการบินแห่งหนึ่งที่ปฏิเสธการเดินทางของผู้โดยสารเนื่องจากปัญหาการขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง (Overbooking) ในเที่ยวบินจากตรังไปดอนเมือง

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบสายการบินแห่งหนึ่ง หลังจากมีรายงานว่าผู้โดยสารถูกปฏิเสธการเดินทางในเที่ยวบินจากตรังไปยังดอนเมืองเนื่องจากปัญหาการขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง (Overbooking) ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ ระบุว่าหน่วยงานกำกับดูแลกำลังตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการบินอย่างถูกต้อง

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจสิทธิของผู้โดยสารในประเทศไทย โดย กพท. ได้ย้ำว่าสายการบินมีหน้าที่ต้องดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ Overbooking ตามกฎระเบียบปัจจุบัน หากเข้าเงื่อนไขที่กำหนด ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจำนวน 1,500 บาท

ในขณะที่การตรวจสอบยังคงดำเนินอยู่ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงชื่อของสายการบินที่เกี่ยวข้องและจำนวนผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบที่แน่ชัด นักเดินทางควรตระหนักถึงสิทธิของตนเองเมื่อเดินทางภายในประเทศและควรเก็บเอกสารไว้หากพบปัญหาในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ กพท. ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 18:41 UTC

AOT พิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

AOT พิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กำลังประเมินความเป็นไปได้ในการนำบริการร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ขาเข้ากลับมาให้บริการอีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะช่วยหนุนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 8%

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

AOT พิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า

แหล่งข่าวเดียว
AOT พิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กำลังประเมินความเป็นไปได้ในการนำบริการร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ขาเข้ากลับมาให้บริการอีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะช่วยหนุนกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 8%

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำร้านค้าปลอดภาษีขาเข้ากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นหลังจากข้อมูลภายในระบุว่าผู้โดยสารกว่า 90% ต้องการให้มีการเปิดบริการดังกล่าวที่สนามบินอีกครั้ง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การกลับมาของร้านค้าเหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้าปลอดภาษีเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย แทนที่จะจำกัดอยู่เพียงแค่ในพื้นที่ขาออกเท่านั้น นักวิเคราะห์ตลาดได้ตอบรับเชิงบวกต่อแนวคิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ โดยคาดการณ์ว่าการนำพื้นที่ค้าปลีกเหล่านี้กลับมาอาจสร้างรายได้เพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนให้กำไรสุทธิของ AOT เพิ่มขึ้นประมาณ 8%

แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับความสนใจ แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องหารือกันต่อไป สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการรื้อฟื้นบริการดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนกำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจาก AOT เกี่ยวกับความเป็นไปได้ กรอบเวลา และรายละเอียดการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงของแผนนี้ ณ ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 18:42 UTC

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันไม่มีแผนซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันไม่มีแผนซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณว่า กทม. ไม่มีเจตนาที่จะซื้อคืนระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันไม่มีแผนซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันไม่มีแผนซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณว่า กทม. ไม่มีเจตนาที่จะซื้อคืนระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ในการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการงบประมาณเมื่อเร็วๆ นี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงถึงข้อกังวลของพรรคประชาชนเกี่ยวกับอนาคตของรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยสมาชิกคณะกรรมาธิการได้เตือนกรุงเทพมหานคร (กทม.) เกี่ยวกับการซื้อคืนระบบรางดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเอกชน

นายชัชชาติได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า กทม. ไม่มีแผนที่จะซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับผลทางกฎหมาย โดยยืนยันว่าแม้จะมีการซื้อคืนจริง ก็ไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่อย่างใด

สำหรับประชาชนและผู้ใช้บริการ คำชี้แจงนี้ช่วยสร้างความชัดเจนในระดับหนึ่งเกี่ยวกับโครงสร้างการบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในปัจจุบัน ซึ่งบ่งชี้ว่า กทม. ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานหรือโครงสร้างค่าโดยสารในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินและทางกฎหมายในระยะยาวของสายสีเขียวยังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อน แม้ผู้ว่าฯ จะปฏิเสธเรื่องการซื้อคืน แต่การแก้ไขคดีของ ป.ป.ช. และการสรุปสัญญาการเดินรถระยะยาวนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ใช้บริการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการบริหารจัดการบริการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 11:38 UTC

กระทรวงคมนาคมไทยเตรียมชง ครม. พิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงคมนาคมไทยเตรียมชง ครม. พิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า

กระทรวงคมนาคมกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการนำร้านค้าปลอดภาษีขาเข้ากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเน้นเรื่องความสะดวกสบายของผู้โดยสารและการปรับปรุงบริการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมไทยเตรียมชง ครม. พิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมไทยเตรียมชง ครม. พิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า

กระทรวงคมนาคมกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการนำร้านค้าปลอดภาษีขาเข้ากลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเน้นเรื่องความสะดวกสบายของผู้โดยสารและการปรับปรุงบริการ

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า กระทรวงคมนาคมกำลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณารื้อฟื้นร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ขาเข้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณาแล้ว

เหตุผลในการพิจารณาครั้งนี้เปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคยเน้นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภค ปัจจุบันเจ้าหน้าที่มองว่าร้านค้าเหล่านี้มีประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่รอคิวตรวจคนเข้าเมือง การมีร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมต่างๆ จะช่วยให้ผู้เดินทางรู้สึกผ่อนคลายและลดความเครียดจากการรอคิวที่ยาวนาน

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด ทอท. ระบุว่า การยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้าใน 6 สนามบินตามมติ ครม. ก่อนหน้านี้ ไม่ได้ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยในประเทศหรือรายได้ของรัฐเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย โดย ทอท. ได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อ สศค. เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 หากคณะรัฐมนตรีอนุมัติข้อเสนอนี้ ทอท. จะดำเนินการหารือกับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ต่อไป ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการเปิดให้บริการร้านค้าเหล่านี้อีกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 11:37 UTC