ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ ✦
ความปลอดภัย ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมทั่วไทย ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงใน 42 จังหวัด ✦
การเมือง รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก ✦
เศรษฐกิจ Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

ได้รับการยืนยัน
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศใน 51 จังหวัด โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มจนถึงวันที่ 25 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับสำคัญสำหรับ 51 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมพื้นที่ 80% ของภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม

ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางลาดเชิงเขา กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนเป็นพิเศษให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

สภาพอากาศทางทะเลได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นลมแรงสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือใช้ความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

แม้ว่าการพยากรณ์อากาศในเบื้องต้นจะครอบคลุมระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังการประกาศ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:55 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงใน 42 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงใน 42 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 42 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและคลื่นสูงถึง 3 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักที่จะส่งผลกระทบต่อ 42 จังหวัดทั่วประเทศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับสภาพทะเล โดยคาดว่าพื้นที่ชายฝั่งจะมีคลื่นสูงถึง 3 เมตร ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมฉับพลัน และใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการทำกิจกรรมทางทะเล

สำหรับผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่และส่งผลกระทบต่อการเดินทาง นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังภูมิภาคเหล่านี้ควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่ชายฝั่งที่มีคลื่นลมแรง

ตามรายงานล่าสุดจาก Thai Post ความกังวลหลักยังคงอยู่ที่ผลกระทบโดยตรงจากฝนที่ตกหนักและสภาพทะเลที่เป็นอันตราย คาดว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาของสภาพอากาศนี้และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วมต่อไปเมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:35 UTC

การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบปะกับชาวไทยในนิวยอร์ก โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

อัปเดตจากรัฐบาลที่นิวยอร์ก

ในระหว่างการเยือนนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้จัดประชุมร่วมกับชุมชนไทยในท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน

ประเด็นสำคัญ

นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและมุ่งมั่นที่จะทำงานในรูปแบบ "ฟาสต์แทร็ก" (fast-track) เพื่อเร่งการบริหารจัดการ เขาได้ให้กำลังใจชาวไทยในต่างแดนว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ โดยระบุว่าเศรษฐกิจกำลังแสดงสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น การพบปะครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการสนทนาที่เป็นกันเองระหว่างตัวแทนรัฐบาลและชาวไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

ผลกระทบและมุมมอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเห็นเหล่านี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาล แม้ว่ารองนายกรัฐมนตรีจะแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ แต่รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุตัวเลขชี้วัดหรือรายละเอียดเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว เช่นเดียวกับคำแถลงทางการเมืองทั่วไป ผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการ "ฟาสต์แทร็ก" เหล่านี้ในทางปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและความคืบหน้าในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:15 UTC

เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ผู้ว่าฯ นครปฐม จัดรับฟังความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้าสายศาลายา-นครปฐม
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ นครปฐม จัดรับฟังความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้าสายศาลายา-นครปฐม

ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความกังวลเรื่องการเวนคืนที่ดินและเส้นทางเข้าออกบ้านระหว่างการรับฟังความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้าสายศาลายา-นครปฐม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้ว่าฯ นครปฐม จัดรับฟังความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้าสายศาลายา-นครปฐม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ นครปฐม จัดรับฟังความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้าสายศาลายา-นครปฐม

ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความกังวลเรื่องการเวนคืนที่ดินและเส้นทางเข้าออกบ้านระหว่างการรับฟังความคิดเห็นโครงการรถไฟฟ้าสายศาลายา-นครปฐม

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้เป็นประธานในการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายศาลายา-นครปฐม ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นและข้อกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว

ประเด็นหลักที่ชุมชนหยิบยกขึ้นมาหารือคือความกังวลเรื่องการเวนคืนที่ดินและผลกระทบที่เส้นทางรถไฟสายใหม่นี้อาจมีต่อเส้นทางเข้าออกบ้านเรือนที่มีอยู่เดิม ชาวบ้านต้องการความชัดเจนว่าการก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและแนวเขตที่ดินของตนอย่างไรบ้าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่นี้บ่อยครั้ง โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค หากดำเนินการเสร็จสิ้น รถไฟฟ้าสายนี้อาจช่วยลดเวลาการเดินทางระหว่างศาลายาและนครปฐมได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาหารือ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีแนวทางจัดการกับข้อกังวลเรื่องการเวนคืนที่ดินอย่างไร และเส้นทางที่เสนอจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นหรือไม่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานจังหวัดนครปฐมเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการและรายละเอียดการออกแบบขั้นสุดท้ายของโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 08:32 UTC

พบเต่าดำอายุร้อยปีบาดเจ็บในจังหวัดชัยนาท
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พบเต่าดำอายุร้อยปีบาดเจ็บในจังหวัดชัยนาท

พบเต่าดำขนาดใหญ่คาดว่ามีอายุมากกว่า 100 ปี ได้รับบาดเจ็บในจังหวัดชัยนาท หลังจากคาดว่าถูกรถชนขณะข้ามถนน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พบเต่าดำอายุร้อยปีบาดเจ็บในจังหวัดชัยนาท

แหล่งข่าวเดียว
พบเต่าดำอายุร้อยปีบาดเจ็บในจังหวัดชัยนาท

พบเต่าดำขนาดใหญ่คาดว่ามีอายุมากกว่า 100 ปี ได้รับบาดเจ็บในจังหวัดชัยนาท หลังจากคาดว่าถูกรถชนขณะข้ามถนน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ชาวบ้านในจังหวัดชัยนาทได้พบเต่าดำขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม บริเวณถนนสายท่าชัย-นางลือ สัตว์ตัวนี้คาดว่ามีอายุมากกว่าหนึ่งศตวรรษและมีกระดองแตก ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากการถูกรถขนาดใหญ่ทับขณะพยายามข้ามถนน หลังจากเกิดเหตุ เต่าได้คลานลงไปในนาข้าวใกล้เคียงก่อนจะได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้กำลังดูแลรักษาอยู่ที่บ้านในหมู่ 14 ตำบลนางลือ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สัตว์ป่าในท้องถิ่นต้องเผชิญบนถนนในชนบท โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเคลื่อนย้าย แม้ว่าเต่าจะได้รับการดูแลแล้ว แต่ขอบเขตของการบาดเจ็บและอาการในระยะยาวนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากสัตวแพทย์

หลังจากการค้นพบ พื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้านจำนวนมากที่มารวมตัวกันเพื่อดูเต่าและมองหาตัวเลขบนกระดอง ซึ่งบางคนตีความว่าเป็นเลขนำโชคสำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในวันที่ 16 กันยายน แม้ว่าเต่าตัวนี้จะยังคงเป็นที่สนใจของคนในพื้นที่ แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนนและการตระหนักถึงสัตว์ป่าในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 07:53 UTC

เกิดความกังวลหลังพบ “คุณยายซิ่ง” กลับมาบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เกิดความกังวลหลังพบ “คุณยายซิ่ง” กลับมาบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

หญิงชราขับรถสามล้อไฟฟ้าบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ก่อให้เกิดการถกเถียงเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนอีกครั้ง หลังจากมีผู้พบเห็นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เกิดความกังวลหลังพบ “คุณยายซิ่ง” กลับมาบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

แหล่งข่าวเดียว
เกิดความกังวลหลังพบ “คุณยายซิ่ง” กลับมาบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

หญิงชราขับรถสามล้อไฟฟ้าบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ก่อให้เกิดการถกเถียงเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนอีกครั้ง หลังจากมีผู้พบเห็นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในกรุงเทพฯ ได้รายงานการกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งของหญิงชราที่ขับขี่ยานพาหนะสามล้อไฟฟ้าท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ตามรายงานของ Khaosod English เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยเพจเฟซบุ๊ก “หมู่บ้านเศรษฐกิจของเรา ย่านบางแคของเรา” ซึ่งได้แชร์ภาพถ่ายของหญิงชราขณะขับขี่ยานพาหนะของเธอบนถนนสาธารณะ

การพบเห็นครั้งนี้ได้จุดประเด็นการสนทนาในท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนและการควบคุมอุปกรณ์เคลื่อนที่ไฟฟ้าขนาดเล็กในสภาพแวดล้อมเมืองที่มีความหนาแน่นสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีอยู่ของยานพาหนะที่เคลื่อนที่ช้าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานในช่องทางจราจรที่มีความเร็วสูงถือเป็นความท้าทายในการสัญจรและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่บางแค เนื่องจากความเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถคาดเดาได้ของยานพาหนะดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของการจราจร

แม้ว่าภาพถ่ายจะถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง แต่รายละเอียดหลายประการยังคงไม่ได้รับการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวบุคคลดังกล่าวแล้วหรือไม่ หรือมีการดำเนินมาตรการเฉพาะใดๆ เพื่อจัดการกับผลกระทบด้านความปลอดภัยจากการมีอยู่ของยานพาหนะของเธอบนถนนสายหลักหรือไม่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อจำกัดหรือโครงการช่วยเหลือสำหรับหญิงชราคนดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามสถานการณ์นี้อย่างต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:15 UTC

ภีม วสุพล จากวง BUS เผยรายละเอียดช่วงวันหยุดพักผ่อนและโปรเจกต์ที่กำลังจะมาถึง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ภีม วสุพล จากวง BUS เผยรายละเอียดช่วงวันหยุดพักผ่อนและโปรเจกต์ที่กำลังจะมาถึง

ภีม วสุพล ไอดอลหนุ่มจากวง BUS เพิ่งกลับจากการพาครอบครัวไปเที่ยวเกาหลีใต้เป็นเวลา 7 วัน และกำลังเตรียมตัวสำหรับโชว์เคสอย่างเป็นทางการครั้งแรกของวง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ภีม วสุพล จากวง BUS เผยรายละเอียดช่วงวันหยุดพักผ่อนและโปรเจกต์ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
ภีม วสุพล จากวง BUS เผยรายละเอียดช่วงวันหยุดพักผ่อนและโปรเจกต์ที่กำลังจะมาถึง

ภีม วสุพล ไอดอลหนุ่มจากวง BUS เพิ่งกลับจากการพาครอบครัวไปเที่ยวเกาหลีใต้เป็นเวลา 7 วัน และกำลังเตรียมตัวสำหรับโชว์เคสอย่างเป็นทางการครั้งแรกของวง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ภีม วสุพล พรพนานุรักษ์ สมาชิกวงบอยแบนด์ไทย 'BUS because of you i shine' ได้แบ่งปันรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมในช่วงวันหยุด 7 วันที่ผ่านมา หลังจากตารางงานที่แน่นขนัด โดยในงานแถลงข่าวแคมเปญ 'ชวนแยก แลกตั๋ว' ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ภีมเปิดเผยว่าเขาใช้เวลาช่วงวันหยุดพาคุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากนั้นเขาได้ไปพักผ่อนต่อที่ทะเลปราณบุรีเพื่อชาร์จพลังอย่างเต็มที่

สำหรับแฟนๆ และผู้ที่ติดตามวงการบันเทิงไทย ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตส่วนตัวของศิลปินและการพยายามจัดสรรเวลาทำงานที่หนักหน่วงให้สมดุลกับเวลาของครอบครัว ภีมระบุว่าตอนนี้เขาได้พักผ่อนเต็มที่และพร้อมลุยงานต่อ โดยเฉพาะการเตรียมตัวสำหรับโชว์เคสครั้งแรกของวงภายใต้สังกัด ซึ่งเขาเผยว่าจะมีการแสดงเพลงใหม่ 2 เพลงที่ไม่เคยโชว์ที่ไหนมาก่อน เพื่อถ่ายทอดตัวตนให้แฟนๆ ได้เห็นมากขึ้น แม้ในรายงานจะไม่ได้ระบุวันและสถานที่จัดงานโชว์เคสที่แน่ชัด แต่ศิลปินหนุ่มยืนยันว่ากำลังเตรียมตัวสำหรับงานนี้อย่างเต็มที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 07:32 UTC

อุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิตบนถนนมิตรภาพ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิตบนถนนมิตรภาพ

ชายวัย 66 ปีเสียชีวิตหลังจากรถยนต์พุ่งตกร่องกลางถนนมิตรภาพในอำเภอปากช่อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิตบนถนนมิตรภาพ

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิตบนถนนมิตรภาพ

ชายวัย 66 ปีเสียชีวิตหลังจากรถยนต์พุ่งตกร่องกลางถนนมิตรภาพในอำเภอปากช่อง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิตบนถนนมิตรภาพ ใกล้สะพานต่างระดับเขาใหญ่ ในอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชายวัย 66 ปีชื่อนายปภาวิน กำลังขับรถฮอนด้าซีวิค มุ่งหน้าไปทางนครราชสีมา ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งตกร่องกลางถนนที่มีความลึกกว่า 2 เมตร จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากช่องและหน่วยกู้ภัยได้รุดไปยังที่เกิดเหตุและพบร่างของผู้ขับขี่อยู่นอกตัวรถ การสอบสวนเบื้องต้นคาดว่าผู้ขับขี่อาจมีอาการหลับใน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ขับขี่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกระเด็นออกจากตัวรถขณะเกิดการกระแทก ร่างของผู้เสียชีวิตถูกนำส่งโรงพยาบาลปากช่องนานาเพื่อทำการชันสูตรต่อไป

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนนบนทางหลวงสายหลักอย่างถนนมิตรภาพ โดยเฉพาะเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัยและอันตรายจากอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสันนิษฐานว่าความเหนื่อยล้าและการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นปัจจัยหลัก แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:33 UTC

เดอะมอลล์กรุ๊ป จับมือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดตัวแคมเปญรีไซเคิล 'ชวนแยก แลกตั๋ว'
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เดอะมอลล์กรุ๊ป จับมือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดตัวแคมเปญรีไซเคิล 'ชวนแยก แลกตั๋ว'

เดอะมอลล์กรุ๊ป ร่วมมือกับสายการบินไทยเวียตเจ็ทส่งเสริมการรีไซเคิลพลาสติก โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้วมาแลกรับส่วนลดบัตรโดยสารเครื่องบินได้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เดอะมอลล์กรุ๊ป จับมือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดตัวแคมเปญรีไซเคิล 'ชวนแยก แลกตั๋ว'

แหล่งข่าวเดียว
เดอะมอลล์กรุ๊ป จับมือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดตัวแคมเปญรีไซเคิล 'ชวนแยก แลกตั๋ว'

เดอะมอลล์กรุ๊ป ร่วมมือกับสายการบินไทยเวียตเจ็ทส่งเสริมการรีไซเคิลพลาสติก โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถนำขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้วมาแลกรับส่วนลดบัตรโดยสารเครื่องบินได้

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 เดอะมอลล์กรุ๊ปได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสายการบินไทยเวียตเจ็ท เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมผ่านแคมเปญใหม่ในชื่อ 'ชวนแยก แลกตั๋ว' โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาคัดแยกและรีไซเคิลขวดพลาสติกประเภทพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แคมเปญนี้ถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมรักษ์โลก โดยผู้เข้าร่วมสามารถนำขวด PET ที่ใช้แล้วมาคัดแยกและแลกรับส่วนลดสำหรับบัตรโดยสารของสายการบินไทยเวียตเจ็ท ทั้งนี้ เดอะมอลล์กรุ๊ปซึ่งวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้นำด้าน 'Green Retail' มุ่งหวังว่าโครงการนี้จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการในห้างสรรพสินค้าในเครือ

แม้ว่าแคมเปญนี้จะแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจง เช่น จำนวนขวดที่ต้องใช้ในการแลกส่วนลด ระยะเวลาของแคมเปญ และสาขาที่เข้าร่วมในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ปนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากเดอะมอลล์กรุ๊ปและไทยเวียตเจ็ท เพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนการแลกรับสิทธิ์และตรวจสอบว่าสาขาใกล้บ้านของท่านเข้าร่วมโครงการรักษ์โลกนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:13 UTC

นาโตประณามการโจมตีของรัสเซียใกล้ชายแดนโปแลนด์และโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

นาโตประณามการโจมตีของรัสเซียใกล้ชายแดนโปแลนด์และโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ

มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโต ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการสนับสนุนยูเครน หลังเกิดเหตุโดรนรัสเซียโจมตีใกล้ชายแดนโปแลนด์และการโจมตีเส้นทางรถไฟ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

นาโตประณามการโจมตีของรัสเซียใกล้ชายแดนโปแลนด์และโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ

แหล่งข่าวเดียว
นาโตประณามการโจมตีของรัสเซียใกล้ชายแดนโปแลนด์และโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ

มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโต ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการสนับสนุนยูเครน หลังเกิดเหตุโดรนรัสเซียโจมตีใกล้ชายแดนโปแลนด์และการโจมตีเส้นทางรถไฟ

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand นายมาร์ค รุตเตอ เลขาธิการองค์การนาโต ได้ออกมาประณามการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะเหตุการณ์โดรนโจมตีใกล้ชายแดนยูเครน-โปแลนด์ และการโจมตีเส้นทางรถไฟหลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงเพิ่งเดินทางผ่านสถานีเดียวกัน นายรุตเตอกล่าวจากสำนักงานใหญ่ของนาโตในกรุงบรัสเซลส์ว่า เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และความตั้งใจที่จะหว่านความหวาดกลัว พร้อมระบุว่ารัสเซียกำลังกระทำการอย่างประมาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในความขัดแย้งกับยูเครน

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ ของโปแลนด์ ได้เตือนว่ารัสเซียดูเหมือนพร้อมที่จะยกระดับการโจมตีตามแนวชายแดนยูเครนที่ติดกับประเทศในยุโรป โดยรัสเซียกำลังใช้ขีปนาวุธขั้นสูงและโดรนติดเครื่องยนต์ไอพ่นเพื่อเจาะทะลวงแนวป้องกัน ซึ่งคาดว่าจะมีการปฏิบัติการทางทหารที่เข้มข้นขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์และหลายเดือนข้างหน้า

แม้ว่านายรุตเตอจะให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันของกลุ่มพันธมิตร 32 ประเทศตลอดแนวชายแดนฝั่งตะวันออก แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางข้ามพรมแดนหรือระเบียบการรักษาความปลอดภัยในภูมิภาคอย่างไรในอนาคตอันใกล้ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและผู้ที่วางแผนเดินทางใกล้ชายแดนยูเครน-โปแลนด์ ติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิดเนื่องจากสถานการณ์ความปลอดภัยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:52 UTC

ไทยประกาศขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก

กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยาจะปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยประกาศขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก

กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยาจะปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Khaosod English กระทรวงคมนาคมของไทยได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือที่รู้จักกันในชื่อทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก โดยการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปตามการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรเป็นประจำในกรุงเทพฯ การปรับเปลี่ยนนี้หมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้นเมื่อใช้เส้นทางดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้เดินทางที่ต้องใช้ทางพิเศษนี้สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางไปสนามบินควรเตรียมตัวรับมือกับโครงสร้างราคาใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกระหว่างการเดินทาง

แม้ว่ากระทรวงฯ จะยืนยันวันที่เริ่มดำเนินการและอนุมัติอัตราค่าผ่านทางใหม่แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคาที่แน่นอนสำหรับรถแต่ละประเภทนั้นยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศเบื้องต้น ขอแนะนำให้ผู้ใช้ทางติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเมื่อใกล้ถึงวันที่มีผลบังคับใช้ เพื่อยืนยันผลกระทบที่ชัดเจนต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางของท่าน ขณะนี้การปรับขึ้นราคายังคงมีกำหนดการตามแผนเดิมในช่วงกลางเดือนธันวาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:20 UTC

ประกาศขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ประกาศขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ

กระทรวงคมนาคมประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา (ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ) โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ประกาศขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ

กระทรวงคมนาคมประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา (ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ) โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคมเรื่องการกำหนดอัตราค่าผ่านทางพิเศษสำหรับทางพิเศษประจิมรัถยา หรือที่รู้จักกันในชื่อทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยการปรับเปลี่ยนนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานการลงทุนและการบริหารจัดการที่มีอยู่เดิม

โครงสร้างค่าผ่านทางใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางเป็นประจำในกรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางรายวันที่เพิ่มขึ้น ผู้ที่วางแผนจะใช้ทางด่วนดังกล่าวหลังจากช่วงกลางเดือนธันวาคมควรเตรียมตัวรับมือกับราคาที่ปรับเปลี่ยนใหม่

แม้ว่าประกาศอย่างเป็นทางการจะยืนยันวันที่มีผลบังคับใช้และฐานอำนาจทางกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2550 แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอัตราค่าผ่านทางใหม่สำหรับรถแต่ละประเภทนั้นยังไม่ได้ระบุไว้อย่างละเอียดในรายงานฉบับแรก ผู้ใช้ทางควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของ กทพ. หรือประกาศเพิ่มเติมจากราชกิจจานุเบกษา เพื่อยืนยันอัตราค่าผ่านทางที่ถูกต้องสำหรับรถแต่ละประเภทก่อนถึงกำหนดการในเดือนธันวาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:52 UTC

Energy Absolute ส่งมอบคาร์บอนเครดิตให้สวิตเซอร์แลนด์ผ่านโครงการ Bangkok E-Bus
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

Energy Absolute ส่งมอบคาร์บอนเครดิตให้สวิตเซอร์แลนด์ผ่านโครงการ Bangkok E-Bus

Energy Absolute (EA) ประสบความสำเร็จในการส่งมอบคาร์บอนเครดิตจำนวน 57,327 หน่วยให้กับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการ Bangkok E-Bus

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

Energy Absolute ส่งมอบคาร์บอนเครดิตให้สวิตเซอร์แลนด์ผ่านโครงการ Bangkok E-Bus

แหล่งข่าวเดียว
Energy Absolute ส่งมอบคาร์บอนเครดิตให้สวิตเซอร์แลนด์ผ่านโครงการ Bangkok E-Bus

Energy Absolute (EA) ประสบความสำเร็จในการส่งมอบคาร์บอนเครดิตจำนวน 57,327 หน่วยให้กับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการ Bangkok E-Bus

ตามรายงานจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ได้บรรลุหมุดหมายสำคัญในภาคพลังงานสะอาดของไทย โดยบริษัทได้ส่งมอบผลการลดก๊าซเรือนกระจกที่โอนระหว่างประเทศ (ITMOs) จำนวน 57,327 หน่วย ให้แก่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินงานของโครงการ Bangkok E-Bus ในปี 2025

การส่งมอบครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่เป็นรูปธรรมในการเปลี่ยนผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ การใช้รถโดยสารไฟฟ้าสำหรับระบบขนส่งสาธารณะมีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่สามารถขยายผลได้สำหรับการสัญจรในเมืองอย่างยั่งยืน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ โครงการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาดขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การลดมลพิษทางอากาศและประสบการณ์การเดินทางที่ทันสมัยยิ่งขึ้นในเมืองหลวง

แม้ว่าการส่งมอบคาร์บอนเครดิตเหล่านี้จะเป็นการยืนยันความสำเร็จของโครงการในการปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ และกรอบเวลาสำหรับการขยายฝูงรถโดยสารไฟฟ้าให้ครอบคลุมเส้นทางต่างๆ ทั่วเมืองที่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่ารูปแบบนี้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการลงทุนในระบบขนส่งสาธารณะของไทยในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:55 UTC

ปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา เริ่ม 15 ธันวาคม 2569
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา เริ่ม 15 ธันวาคม 2569

กระทรวงคมนาคมประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก (ประจิมรัถยา) โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา เริ่ม 15 ธันวาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา เริ่ม 15 ธันวาคม 2569

กระทรวงคมนาคมประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก (ประจิมรัถยา) โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงคมนาคมได้ประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา หรือที่รู้จักกันในชื่อทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกอย่างเป็นทางการ โดยอัตราค่าผ่านทางใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป หลังจากที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ภายใต้โครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถ 4 ล้อ) จะมีการปรับค่าผ่านทางจาก 65 บาท เป็น 80 บาท สำหรับรถขนาดใหญ่ โดยเฉพาะรถที่มี 10 ล้อขึ้นไป จะมีค่าผ่านทางอยู่ที่ 185 บาท

สำหรับการปรับเปลี่ยนนี้ถือเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้ในกรุงเทพฯ เป็นประจำ ผู้ที่วางแผนจะใช้เส้นทางดังกล่าวควรปรับปรุงงบประมาณการเดินทางให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากระทรวงคมนาคมจะยืนยันวันที่มีผลบังคับใช้และอัตราค่าธรรมเนียมใหม่แล้ว แต่ผู้ใช้ทางควรติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของหน่วยงานรัฐ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดการดำเนินงานเพิ่มเติมหรือการปรับเปลี่ยนวิธีการชำระเงินที่อาจเกิดขึ้น ขณะนี้ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่การเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับขึ้นค่าผ่านทางตามประกาศล่าสุดของกระทรวงฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:55 UTC

พบโพรงใต้ดินหลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วบนถนนพระราม 3
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พบโพรงใต้ดินหลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วบนถนนพระราม 3

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วปริศนาบนถนนพระราม 3 หลังพบโพรงใต้ดินลึก พร้อมยืนยันจะเร่งหาต้นตอของปัญหา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พบโพรงใต้ดินหลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วบนถนนพระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
พบโพรงใต้ดินหลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วบนถนนพระราม 3

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วปริศนาบนถนนพระราม 3 หลังพบโพรงใต้ดินลึก พร้อมยืนยันจะเร่งหาต้นตอของปัญหา

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วบริเวณถนนพระราม 3 หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าน้ำมันไม่ได้รั่วไหลโดยตรงจากท่อขนส่งหลัก แต่พบว่ามีการซึมออกมาจากโพรงใต้ดิน

เพื่อแก้ไขสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำปนเปื้อนน้ำมันออกและใช้กระสอบทรายปิดกั้นจุดที่น้ำมันซึม ในการตรวจสอบติดตามผลร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน กรุงเทพมหานคร และกลุ่มบริษัทบางจาก เจ้าหน้าที่ได้ใช้ท่อขนาด 2 เมตรหยั่งลงไปในโพรงดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบว่าโพรงมีความลึกมากกว่า 5 เมตร ซึ่งจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์โครงสร้างเพิ่มเติมเพื่อระบุต้นตอของน้ำมันที่แท้จริง

สำหรับประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อความมั่นคงของโครงสร้างใต้พื้นผิวถนนและก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะมีการดำเนินมาตรการควบคุมเบื้องต้นแล้ว แต่แหล่งที่มาของน้ำมันและขนาดที่แท้จริงของโพรงใต้ดินยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ ทางการได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทันทีที่ระบุต้นตอได้ โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ทีมเทคนิคยังคงดำเนินการสำรวจพื้นที่ใต้ดินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 02:11 UTC

ประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา

กระทรวงคมนาคมประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ บนทางพิเศษประจิมรัถยา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา

กระทรวงคมนาคมประกาศปรับขึ้นค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ บนทางพิเศษประจิมรัถยา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงคมนาคมได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา โดยตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป ค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จะปรับเพิ่มขึ้นจากอัตราปัจจุบันที่ 65 บาท เป็น 80 บาท

การปรับเปลี่ยนนี้ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับผู้ที่สัญจรและนักเดินทางที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับขึ้นราคาครั้งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ที่ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลหรือใช้บริการขนส่งส่วนบุคคลที่ต้องใช้ทางพิเศษสายนี้

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันโครงสร้างราคาใหม่และวันที่มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ผู้เดินทางควรติดตามข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอัตราค่าผ่านทางสำหรับรถประเภทอื่นหรือส่วนอื่นๆ ของเครือข่ายทางพิเศษต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่วางแผนค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้เหมาะสม และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อรับทราบรายละเอียดการดำเนินงานเพิ่มเติมหรือการปรับเปลี่ยนวิธีการชำระเงินที่อาจเกิดขึ้น ในขณะนี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเตรียมบังคับใช้อัตราค่าผ่านทาง 80 บาทสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาตรฐาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 01:50 UTC

อุบัติเหตุทางถนนในแอฟริกาใต้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุทางถนนในแอฟริกาใต้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย

เหตุรถชนกันซึ่งเกี่ยวข้องกับรถตู้โดยสารสองคันและรถเอสยูวีในจังหวัดเวสเทิร์นเคปของแอฟริกาใต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุทางถนนในแอฟริกาใต้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุทางถนนในแอฟริกาใต้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย

เหตุรถชนกันซึ่งเกี่ยวข้องกับรถตู้โดยสารสองคันและรถเอสยูวีในจังหวัดเวสเทิร์นเคปของแอฟริกาใต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 21 ราย

ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจากสำนักข่าวเอพี เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งรุนแรงเมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2026 ในจังหวัดเวสเทิร์นเคปของแอฟริกาใต้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการชนประสานงาของรถตู้โดยสารสาธารณะสองคัน ตามด้วยรถยนต์เอนกประสงค์ (เอสยูวี) ที่พุ่งชนซ้ำบนทางหลวงสายหลักระหว่างเมืองปรินซ์อัลเบิร์ตและเมืองลีอู-กัมกา ห่างจากเคปทาวน์ไปทางตะวันออกประมาณ 380 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 18 ราย และอีก 3 รายเสียชีวิตหลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้เริ่มดำเนินการสอบสวนคดีนี้ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยประมาทเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในแอฟริกาใต้ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลด้านความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะ รถตู้โดยสารเป็นระบบขนส่งหลักสำหรับผู้คนหลายล้านคน แต่ก็มักเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางถนนที่ร้ายแรงอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุสองครั้งที่เกี่ยวข้องกับรถประเภทนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย รวมถึงเด็ก 14 ราย ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาสาเหตุที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการใช้บริการขนส่งสาธารณะทางถนนในภูมิภาคนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 01:51 UTC

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดง ส่งผลให้การจราจรติดขัด
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดง ส่งผลให้การจราจรติดขัด

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดงขาเข้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรในเส้นทางมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดง ส่งผลให้การจราจรติดขัด

แหล่งข่าวเดียว
รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดง ส่งผลให้การจราจรติดขัด

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดงขาเข้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรในเส้นทางมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถบรรทุก 18 ล้อพลิกตะแคงขณะสัญจรบนถนนดินแดงขาเข้า มุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างหนักในบริเวณใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและดำเนินการปิดการจราจรชั่วคราวเพื่อเร่งเคลื่อนย้ายรถบรรทุกคันดังกล่าว สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการจราจรที่ล่าช้า โดยเฉพาะผู้ที่มุ่งหน้าไปยังบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวจนกว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถและเปิดการจราจรให้เป็นปกติ

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายรถเพื่อคืนพื้นผิวการจราจรให้เร็วที่สุด ผู้สัญจรควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 00:50 UTC

LEPAS Thailand จัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road' พร้อมเปิดตัวบริการใหม่
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

LEPAS Thailand จัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road' พร้อมเปิดตัวบริการใหม่

LEPAS Thailand เปิดตัวบริการสนับสนุนลูกค้าใหม่ในชื่อ LEPAS Care ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

LEPAS Thailand จัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road' พร้อมเปิดตัวบริการใหม่

แหล่งข่าวเดียว
LEPAS Thailand จัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road' พร้อมเปิดตัวบริการใหม่

LEPAS Thailand เปิดตัวบริการสนับสนุนลูกค้าใหม่ในชื่อ LEPAS Care ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road'

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท LEPAS Thailand ได้จัดกิจกรรมด้านยานยนต์ในชื่อ 'Elegance on the Road Rally' โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นเวทีให้บริษัทได้สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและนำเสนอโครงการล่าสุดในตลาดประเทศไทย

ในระหว่างการจัดกิจกรรมแรลลี่ บริษัทได้เปิดตัว 'LEPAS Care' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นบริการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนลูกค้า แม้ว่ารายละเอียดการดำเนินงานเฉพาะของบริการนี้ เช่น ขอบเขตของการช่วยเหลือ ความพร้อมในการให้บริการ และข้อกำหนดในการสมัครสมาชิก จะยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก แต่การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอการบริการของบริษัทในประเทศไทยอย่างมีกลยุทธ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการของ LEPAS การพัฒนานี้อาจบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับการสนับสนุนลูกค้าและความช่วยเหลือด้านการบำรุงรักษายานพาหนะมากขึ้น ผู้ที่สนใจว่าบริการนี้จะส่งผลต่อแผนการเดินทางในปัจจุบันหรืออนาคต หรือประสบการณ์การเป็นเจ้าของยานพาหนะอย่างไร ควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัทเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ณ ขณะนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับเต็มของโปรแกรม LEPAS Care ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางบริษัท ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบว่าฟีเจอร์บริการใหม่เหล่านี้จะเชื่อมโยงกับเครือข่ายการสนับสนุนยานยนต์ที่มีอยู่ในภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 14:50 UTC

สส.ภูเก็ต จี้รัฐบาลเร่งรัดโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สส.ภูเก็ต จี้รัฐบาลเร่งรัดโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ที่ล่าช้ามานาน เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่เรื้อรัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สส.ภูเก็ต จี้รัฐบาลเร่งรัดโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง

แหล่งข่าวเดียว
สส.ภูเก็ต จี้รัฐบาลเร่งรัดโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ที่ล่าช้ามานาน เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่เรื้อรัง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งรัดการดำเนินโครงการทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง ซึ่งเป็นโครงการที่ชาวภูเก็ตเฝ้ารอคอยมานานกว่า 30 ปี เพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างสองพื้นที่

นายเฉลิมพงศ์เน้นย้ำว่าเส้นทางข้ามเขาในปัจจุบันประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อประชาชนในพื้นที่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดภูเก็ต เขาระบุว่าได้ติดตามและตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่องเพื่อสอบถามความคืบหน้าและผลักดันให้โครงการเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีความล่าช้าอย่างมากเนื่องจากการทบทวนรายละเอียดโครงการ แบบก่อสร้าง โครงสร้างอุโมงค์ และขั้นตอนการประมูลผู้รับจ้างหลายครั้ง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากจะช่วยบรรเทาสภาพการเดินทางที่ยากลำบากในการสัญจรระหว่างกะทู้และป่าตอง แม้ว่าความจำเป็นของโครงสร้างพื้นฐานนี้จะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่กำหนดการก่อสร้างยังคงมีความไม่แน่นอน โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบสุดท้าย การคัดเลือกผู้รับจ้าง และวันเริ่มต้นก่อสร้างอย่างเป็นทางการนั้น รัฐบาลยังไม่ได้มีการยืนยันอย่างชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 15:30 UTC

สรรเพชญเสนอแนวทางบูรณาการเรือแท็กซี่เพื่อยกระดับการสัญจรในกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สรรเพชญเสนอแนวทางบูรณาการเรือแท็กซี่เพื่อยกระดับการสัญจรในกรุงเทพฯ

สรรเพชญ บุญญามณี ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการยกระดับการขนส่งทางน้ำ โดยมุ่งหวังที่จะบูรณาการ 'เรือแท็กซี่' ให้เป็นระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายรางและถนน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สรรเพชญเสนอแนวทางบูรณาการเรือแท็กซี่เพื่อยกระดับการสัญจรในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
สรรเพชญเสนอแนวทางบูรณาการเรือแท็กซี่เพื่อยกระดับการสัญจรในกรุงเทพฯ

สรรเพชญ บุญญามณี ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการยกระดับการขนส่งทางน้ำ โดยมุ่งหวังที่จะบูรณาการ 'เรือแท็กซี่' ให้เป็นระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายรางและถนน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 สรรเพชญ บุญญามณี ได้จัดการหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะทางน้ำในประเทศไทย ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การยกระดับบทบาทของ 'เรือแท็กซี่' ให้ทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งรองที่สำคัญ เพื่อเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างการจราจรทางถนน เส้นทางรถไฟที่มีอยู่ และเส้นทางทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างรูปแบบการเชื่อมต่อ 'ล้อ-เรือ-ราง' ที่ไร้รอยต่อมากขึ้น หากดำเนินการได้สำเร็จ ระบบดังกล่าวอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด โดยช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางระหว่างระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การบูรณาการเรือแท็กซี่เข้ากับเครือข่ายการขนส่งในเมืองที่กว้างขึ้นนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางเลือกที่เชื่อถือได้มากกว่าการเดินทางทางถนนเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ และยังไม่มีการสรุปกรอบการดำเนินงาน โครงสร้างราคา หรือกำหนดการสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่ได้ประกาศว่าเรือแท็กซี่เหล่านี้จะถูกรวมเข้ากับระบบตั๋วโดยสารที่มีอยู่ได้อย่างไร หรือเส้นทางใดที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับบริการขนส่งรองนี้ ทั้งนี้คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่โครงการดำเนินไปตามขั้นตอนการวางแผน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 15:30 UTC