ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในจังหวัดตราดหลังฝนตกต่อเนื่อง ✦
การเมือง พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว. ✦
เศรษฐกิจ การเพิ่มความคุ้มค่าจากบัตรเดบิต: ข้อมูลเชิงลึกจาก ttb fintip ✦
สุขภาพ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคกว่า 7.5 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยตั้ง 'วอร์รูม' 24 ชม. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลาง ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล บุญสอน ลงแข่งขันวิ่ง 100 เมตร รอบรองชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ ✦
การเมือง ถกเถียงทางการเมืองเรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอยุธยา ✦
ความปลอดภัย อ่างทองเผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกต่อเนื่อง ✦
เทคโนโลยี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติ ✦
การเมือง ผู้นำแรงงานมั่นใจในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ✦
ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในจังหวัดตราดหลังฝนตกต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในจังหวัดตราดหลังฝนตกต่อเนื่อง

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและถนนถูกตัดขาดในหลายพื้นที่ของจังหวัดตราด ส่งผลให้ต้องเร่งอพยพประชาชนโดยด่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 จังหวัดตราดกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง สืบเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน โดยมีปริมาณน้ำสะสมตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลกระทบต่อพื้นที่

ฝนที่ตกหนักได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายอำเภอ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่าระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ถนนหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การสัญจรในพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งดำเนินการอพยพประชาชนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเพื่อความปลอดภัย

คำแนะนำสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดตราดหรือมีแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ขอให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับความลึกและกระแสน้ำอาจมีความอันตรายเกินกว่าที่คาดการณ์ได้

สถานการณ์ปัจจุบัน

แม้ว่าฝนจะหยุดตกเป็นช่วงๆ แต่ปริมาณน้ำสะสมยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล ขณะนี้หน่วยงานจัดการภัยพิบัติในพื้นที่กำลังเร่งประเมินความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:20 UTC

การเมือง

พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว.

พรรคประชาชนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า ทางพรรคเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบกรณีการฮั้วและการกระทำที่อาจไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป

สมาชิกพรรค รวมถึงนายพริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้แสดงความมั่นใจในหลักฐานที่รวบรวมมา โดยชี้ว่ากระบวนการคัดเลือกอาจมีความไม่ชอบมาพากล นอกจากเรื่องการร้องเรียนการทุจริตแล้ว ทางพรรคยังคงผลักดันให้มีการบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่พรรคได้เสนอไว้ เพื่อแก้ไขบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันในประเทศไทย แม้ว่า ป.ป.ช. จะได้รับคำร้องแล้ว แต่ทางคณะกรรมการยังไม่ได้ประกาศว่าจะเริ่มการไต่สวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลานานเท่าใด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดเพื่อดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือไม่ ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นการเมืองภายในประเทศ จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางท่องเที่ยวในชีวิตประจำวัน แต่สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศการถกเถียงทางกฎหมายในปัจจุบันของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:15 UTC

เศรษฐกิจ

การเพิ่มความคุ้มค่าจากบัตรเดบิต: ข้อมูลเชิงลึกจาก ttb fintip

แหล่งข่าวเดียว
การเพิ่มความคุ้มค่าจากบัตรเดบิต: ข้อมูลเชิงลึกจาก ttb fintip

ttb fintip ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บัตรเดบิตนอกเหนือจากการถอนเงินสดเพียงอย่างเดียว เพื่อปรับปรุงสุขภาพทางการเงินส่วนบุคคล

ตามรายงานจาก Matichon Online แพลตฟอร์มทางการเงิน ttb fintip ได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกด้านการศึกษาเกี่ยวกับการใช้บัตรเดบิตอย่างมีกลยุทธ์ แม้ว่าหลายคนจะพกบัตรเดบิตไว้เพื่อถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มเป็นหลัก แต่ทางแพลตฟอร์มเน้นย้ำว่าเครื่องมือเหล่านี้มีประโยชน์ในวงกว้างสำหรับการจัดการการเงินส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาวในประเทศไทย การเข้าใจฟังก์ชันการทำงานที่ครบถ้วนของบัตรเดบิตในท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ นอกเหนือจากการทำธุรกรรมพื้นฐานแล้ว บัตรหลายใบยังรวมเข้ากับระบบนิเวศธนาคารดิจิทัลที่มีฟีเจอร์การติดตามการใช้จ่าย การกำหนดวงเงิน และโปรแกรมรางวัลหรือเงินคืน การเปลี่ยนจากความคิดที่เน้นการใช้เงินสดมาเป็นการใช้ฟีเจอร์การชำระเงินดิจิทัลจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายรายเดือนและควบคุมงบประมาณของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้งานระบบธนาคารในประเทศไทย เนื่องจากอัตราการยอมรับการชำระเงินดิจิทัลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย โครงสร้างค่าธรรมเนียม หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ธนาคารแต่ละรายการ ผู้ใช้ควรตรวจสอบเอกสารของธนาคารของตนเพื่อยืนยันว่าฟีเจอร์ใดบ้างที่สามารถใช้งานได้กับบัตรปัจจุบัน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละสถาบัน บุคคลทั่วไปควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของบัญชีโดยตรงกับผู้ให้บริการเพื่อให้แน่ใจว่าตนกำลังใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างคุ้มค่าที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

สุขภาพ

โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคกว่า 7.5 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคกว่า 7.5 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่

โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 7.5 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาการบำรุงรักษาอาคาร รวมถึงการกำจัดเชื้อรา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์สามารถระดมเงินบริจาคจากประชาชนได้มากกว่า 7.5 ล้านบาท โดยฝ่ายบริหารโรงพยาบาลวางแผนที่จะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการปรับปรุงอาคารสถานที่ที่จำเป็น โดยเริ่มจากการรื้อถอนและเปลี่ยนฝ้าเพดานที่มีปัญหาเชื้อราซึ่งมีกำหนดการในเดือนตุลาคมนี้

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาใช้บริการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ความคืบหน้านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่มีมานานซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพของสถานพยาบาล โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินและปลดหนี้สินของโรงพยาบาลให้ได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า

แม้ว่าแผนการแก้ไขปัญหาเชื้อราในเดือนตุลาคมจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แผนการฟื้นฟูทางการเงินในระยะยาวยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ผู้ป่วยและผู้มาติดต่อควรทราบว่าอาจมีการดำเนินงานซ่อมบำรุงในบางพื้นที่ของโรงพยาบาลในระหว่างที่มีการปรับปรุงดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงและสถานะทางการเงินของโรงพยาบาลเพิ่มเติมเมื่อโครงการดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยตั้ง 'วอร์รูม' 24 ชม. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยตั้ง 'วอร์รูม' 24 ชม. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลาง

รัฐบาลไทยเปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมในภาคกลาง โดยมีการเฝ้าระวังปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยได้จัดตั้ง 'วอร์รูม' หรือศูนย์ปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเป็นทางการ เพื่อติดตามและป้องกันสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแล

เจ้าหน้าที่รัฐเปิดเผยว่ากำลังเฝ้าระวังรูปแบบของฝนและระดับน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบรรเทาผลกระทบจากการสะสมของน้ำตามฤดูกาล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภาคกลาง การดำเนินการนี้ถือเป็นการเพิ่มความระมัดระวังในการจัดการน้ำ แม้ว่ารัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างแข็งขัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ายังไม่มีการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยเฉพาะเจาะจงในการประกาศนี้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือวางแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและผลกระทบต่อการเดินทาง ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศูนย์เฝ้าระวังนี้จะมีผลต่อการดำเนินงานของโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นอย่างไร หรือจะมีมาตรการอพยพเฉพาะเจาะจงหรือไม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:21 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล บุญสอน ลงแข่งขันวิ่ง 100 เมตร รอบรองชนะเลิศ เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล บุญสอน ลงแข่งขันวิ่ง 100 เมตร รอบรองชนะเลิศ เอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย เตรียมลงแข่งขันวิ่ง 100 เมตร รอบรองชนะเลิศ ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกยา วันนี้

ในวันที่ 25 กันยายน 2026 “บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดวัย 20 ปี จะลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรชาย ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ ปาร์ค แอธเลติก สเตเดียม

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า ภูริพลผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมในรอบแรก โดยทำเวลาได้ 9.95 วินาที ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดของปีนี้ (SB) และเป็นอันดับ 1 ในรอบดังกล่าว โดยภูริพลมีกำหนดลงแข่งขันในฮีทที่ 1 ลู่ที่ 4 เริ่มเวลา 17.33 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกรีฑาระดับภูมิภาค หากภูริพลสามารถผ่านรอบรองชนะเลิศไปได้ เขาจะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในช่วงค่ำของวันนี้ แม้ว่าผลงานในรอบแรกจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนกีฬาเป็นอย่างมาก แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายยังคงต้องรอติดตามจากการแข่งขันในวันนี้ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบตารางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์เพื่อรับชมการแข่งขันได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:17 UTC

การเมือง

ถกเถียงทางการเมืองเรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
ถกเถียงทางการเมืองเรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอยุธยา

นักการเมืองจากพรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กลยุทธ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของรัฐบาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการแจกแผ่นโฟมให้กับประชาชน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดข้อพิพาททางการเมืองเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นหลังจากนายทรงพล สุขสมบูรณ์ สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้เผยแพร่ภาพขณะแจกแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยรับมือน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในเวลาต่อมา นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อตั้งคำถามถึงแนวทางการช่วยเหลือดังกล่าว โดยนายทวิวงศ์ตั้งข้อสังเกตว่าการแจกโฟมซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชนนั้นเป็นทางออกที่เพียงพอหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในขณะที่ประชาชนยังคงต้องเผชิญกับปัญหาการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว เขาเน้นย้ำว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก ทั้ง สส. 6 คน รัฐมนตรี 1 คน และ สว. อีก 6 คน จึงควรมีความสามารถในการดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การถกเถียงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในจังหวัดประวัติศาสตร์แห่งนี้ แม้การแจกจ่ายวัสดุจะมุ่งเน้นการช่วยเหลือเบื้องต้น แต่การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองชี้ให้เห็นว่ายังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหรือไม่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรระมัดระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:17 UTC

ความปลอดภัย

อ่างทองเผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
อ่างทองเผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกต่อเนื่อง

พายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างในจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่เร่งอพยพและระบายน้ำอย่างเร่งด่วน ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 จังหวัดอ่างทองกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและอาสาสมัครกู้ภัย รวมถึงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินได้ในชุมชนวัดอ่างทองขึ้นไปยังชั้น 2 ของบ้านเพื่อความปลอดภัย

หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นกำลังเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะในตำบลบ้านอิฐ ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุฝนตลอดทั้งคืน สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำในอัตรา 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ล่าสุดระดับน้ำที่สถานีโทรมาตร C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง วัดได้ 7.23 เมตร ซึ่งใกล้ถึงจุดวิกฤตที่ 8 เมตร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้มีการปิดเส้นทางจราจรในบางจุดและกระทบต่อการให้บริการในชีวิตประจำวัน แม้ว่าจะมีการดำเนินมาตรการฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของน้ำท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉินจากสภาพอากาศในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:17 UTC

เทคโนโลยี

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติ

แหล่งข่าวเดียว
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้รับรางวัล Prime Minister’s Thailand Cybersecurity Excellence Award 2026 จากความก้าวหน้าด้านความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้รับรางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2026 โดยมีนายวิโรจน์ บัวคลี่ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้แทนรับโล่รางวัลเกียรติยศและใบประกาศนียบัตรระดับ Tier 1 ในพิธีที่จัดขึ้น ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี ดร.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่มีผลงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ดีเด่นระดับชาติ ตามรายงานของ Khaosod Online การได้รับรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ PEA ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้ากำลังให้ความสำคัญกับการปกป้องระบบดิจิทัลอย่างจริงจัง เนื่องจาก PEA ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญซึ่งจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนและธุรกิจทั่วประเทศ มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของบริการและปกป้องข้อมูลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จและการปฏิบัติตามมาตรฐานในปัจจุบัน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพของบริการและการอัปเกรดทางเทคนิคเฉพาะเจาะจงยังคงเป็นกระบวนการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนด้านความปลอดภัยในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับผู้ใช้บริการในระหว่างงานดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:17 UTC

การเมือง

ผู้นำแรงงานมั่นใจในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำแรงงานมั่นใจในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง

พนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย แสดงความมั่นใจอย่างยิ่งต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม โดยอ้างถึงการสนับสนุนที่มีการจัดตั้งจากสหภาพแรงงาน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงความคาดหวังต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ 'กรรมกรข่าว คุยนอกจอ' ว่าการหาเสียงของเขาเน้นการจัดตั้งผ่านโครงสร้างสหภาพแรงงานมากกว่าวิธีการหาเสียงแบบทั่วไป เขาระบุว่าทีมงานได้รับคำมั่นจากสมาชิกสหภาพแรงงานส่วนใหญ่จากจำนวน 500,000 คน ที่อยู่ภายใต้สภาแรงงาน 13 แห่งที่เขามีอิทธิพล

พนัสเน้นย้ำว่าผู้นำสหภาพแรงงานในโรงงานต่างๆ กำลังประสานงานกับสมาชิกอย่างแข็งขันเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมากในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยมีการส่งเสริมให้คนงานท่องจำหมายเลขผู้สมัครเพื่ออำนวยความสะดวกในขั้นตอนการลงคะแนน

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เนื่องจากคณะกรรมการประกันสังคมมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกองทุนและสวัสดิการที่ส่งผลกระทบต่อลูกจ้างหลายล้านคนในประเทศ แม้ว่าพนัสจะแสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ในชัยชนะ แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังคงต้องรอการตัดสินจากการลงคะแนนเสียงในวันที่ 27 กันยายนนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการระดมพลที่มีการจัดตั้งนี้จะส่งผลต่อผลการเลือกตั้งอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อนโยบายประกันสังคมในอนาคตอย่างไรบ้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:18 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับโครงการ 'TH-Ai Passport' ของไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับโครงการ 'TH-Ai Passport' ของไทย

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์โครงการ 'TH-Ai Passport' ของรัฐบาล โดยอ้างถึงอัตราการใช้งานที่ต่ำและความไม่พอใจของผู้ใช้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ข้อกังวลเกี่ยวกับโครงการ 'TH-Ai Passport' ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับโครงการ 'TH-Ai Passport' ของไทย

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์โครงการ 'TH-Ai Passport' ของรัฐบาล โดยอ้างถึงอัตราการใช้งานที่ต่ำและความไม่พอใจของผู้ใช้

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะถึงประสิทธิภาพของโครงการ 'TH-Ai Passport' ตามข้อความที่โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย โครงการนี้กำลังประสบปัญหาในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 ล้านคน โดยตัวเลขล่าสุดแสดงให้เห็นว่ามีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1.5 ล้านคน และมีผู้ใช้งานจริงเพียงประมาณ 100,000 คนเท่านั้น

นางสาวรักชนกตั้งข้อสังเกตว่า แม้จะมีการใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์จำนวนมากผ่านไมโครอินฟลูเอนเซอร์หลายราย แต่ผลตอบรับจากประชาชนยังคงเป็นไปในเชิงลบเป็นส่วนใหญ่ ผู้ใช้งานรายงานว่าแพลตฟอร์มมีข้อจำกัดมากเกินไป โดยหลายคนเสนอว่าเครื่องมือ AI ฟรีอื่นๆ ในปัจจุบันให้ฟังก์ชันการทำงานและความสะดวกในการใช้งานที่ดีกว่า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เน้นให้เห็นถึงอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในการปรับใช้บริการดิจิทัลใหม่ๆ ที่รัฐบาลสนับสนุน แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ให้คล่องตัวขึ้น แต่ข้อจำกัดทางเทคนิคและการมีส่วนร่วมที่ต่ำบ่งชี้ว่าแพลตฟอร์มอาจยังไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้ใช้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร หรือมีแผนที่จะปรับปรุงฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งานที่ได้รับรายงานหรือไม่ ในขณะนี้ ความยั่งยืนในระยะยาวของโครงการและบทบาทในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในสังคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 03:56 UTC

ไทยยกระดับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยยกระดับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์

กรมทรัพย์สินทางปัญญาผนึกกำลังกับเจ้าของสิทธิ์และแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัลและการสตรีมมิ่งเถื่อน หลังพบการบังคับใช้กฎหมายเพิ่มขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยยกระดับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยกระดับการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์

กรมทรัพย์สินทางปัญญาผนึกกำลังกับเจ้าของสิทธิ์และแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัลและการสตรีมมิ่งเถื่อน หลังพบการบังคับใช้กฎหมายเพิ่มขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) ของไทยได้เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อยับยั้งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ความพยายามนี้เกี่ยวข้องกับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเจ้าของสิทธิ์และแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหญ่เพื่อปิดเว็บไซต์ที่โฮสต์เนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และสตรีมสดที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังกำลังขยายการสอบสวนเพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานที่ผิดกฎหมายเหล่านี้

การปราบปรามนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าประมาณ 1.13 ล้านล้านบาทในปี 2568 ข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ได้จัดการคดีละเมิดออนไลน์ไปแล้ว 140 คดี ส่งผลให้มีการยึดของกลางจำนวน 322,077 ชิ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัลขนาดใหญ่และการละเมิดเชิงพาณิชย์เป็นหลัก แม้ว่าความเคลื่อนไหวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดระเบียบตลาดดิจิทัล แต่ก็เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการกำกับดูแลดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลไกการบังคับใช้กฎหมายใหม่เหล่านี้จะส่งผลต่อความพร้อมใช้งานของบริการสตรีมมิ่งระหว่างประเทศบางแห่งอย่างไร หรือจะมีการนำมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติมมาใช้เพื่อตรวจสอบกิจกรรมของผู้ใช้รายบุคคลหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่พึ่งพาแพลตฟอร์มดิจิทัลในท้องถิ่นสำหรับการบริโภคสื่ออาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในการเข้าถึงเนื้อหา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 04:17 UTC

เสียงวิจารณ์หนาหูต่อยอดการลงทะเบียน TH-Ai Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เสียงวิจารณ์หนาหูต่อยอดการลงทะเบียน TH-Ai Passport

รักชนก ศรีนอก นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์ผลการดำเนินงานของโครงการ TH-Ai Passport โดยระบุว่าตัวเลขการลงทะเบียนต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลอย่างมาก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เสียงวิจารณ์หนาหูต่อยอดการลงทะเบียน TH-Ai Passport

แหล่งข่าวเดียว
เสียงวิจารณ์หนาหูต่อยอดการลงทะเบียน TH-Ai Passport

รักชนก ศรีนอก นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์ผลการดำเนินงานของโครงการ TH-Ai Passport โดยระบุว่าตัวเลขการลงทะเบียนต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลอย่างมาก

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 รักชนก ศรีนอก นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้ตั้งคำถามต่อความสำเร็จของโครงการ 'TH-Ai Passport' ของรัฐบาลอย่างเปิดเผย โดยโครงการดังกล่าวตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5 ล้านคน แต่มีรายงานว่าจนถึงปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเพียงประมาณ 1.5 ล้านคนเท่านั้น

รักชนกชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากข้อจำกัดในการใช้งานหลายประการ โดยโต้แย้งว่าทางเลือก AI ฟรีที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นสะดวกและใช้งานง่ายกว่า นอกจากนี้ เธอยังเน้นย้ำถึงความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยเฉพาะความกลัวว่าแพลตฟอร์มอาจทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ในน้ำเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์ เธอได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับอัตราการยอมรับที่ต่ำ โดยระบุว่าสาธารณชนยังคงลังเลที่จะใช้งานระบบนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของบริการดิจิทัลภาครัฐรูปแบบใหม่ในประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลจะโปรโมตโครงการนี้ในฐานะเครื่องมือดิจิทัลที่สำคัญ แต่ช่องว่างที่ห่างกันมากระหว่างเป้าหมายและจำนวนผู้ลงทะเบียนจริงชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้งานจำนวนมากกำลังเลือกใช้โซลูชันดิจิทัลทางเลือกอื่น หรือมีความระมัดระวังต่อแนวทางการจัดการข้อมูลของแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อคำวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร หรือมีแผนที่จะปรับปรุงฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มเพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและปรับปรุงการเข้าถึงของผู้ใช้งานหรือไม่ ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับสถานะและข้อกำหนดของ TH-Ai Passport ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 02:15 UTC

BYD เล็งขยายตลาดโลกด้วยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 'Racco'
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

BYD เล็งขยายตลาดโลกด้วยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 'Racco'

ผู้ผลิตรถยนต์จีน BYD วางแผนนำเทคโนโลยีจากรถยนต์ 'K-Car' รุ่น Racco ที่ทำตลาดในญี่ปุ่น มาต่อยอดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับตลาดต่างประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

BYD เล็งขยายตลาดโลกด้วยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 'Racco'

แหล่งข่าวเดียว
BYD เล็งขยายตลาดโลกด้วยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 'Racco'

ผู้ผลิตรถยนต์จีน BYD วางแผนนำเทคโนโลยีจากรถยนต์ 'K-Car' รุ่น Racco ที่ทำตลาดในญี่ปุ่น มาต่อยอดเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับตลาดต่างประเทศ

ตามรายงานของ Prachachat Business ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Nikkei ระบุว่า BYD ยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกำลังเตรียมขยายฐานการตลาดระดับโลกในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยบริษัทมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสำหรับ 'Racco' ซึ่งเป็นรถยนต์ประเภท K-Car ที่วางจำหน่ายในญี่ปุ่น มาต่อยอดเพื่อสร้างรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจาก BYD มีบทบาทสำคัญในตลาดรถยนต์ในประเทศ การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กลงและอาจมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น อาจส่งผลต่อการแข่งขันในภาคส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตของไทย โดยเป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางในเมืองที่ต้องการยานพาหนะขนาดกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพ

แม้รายงานจะระบุว่า BYD กำลังวางแผนขยายตลาดอย่างจริงจัง แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน บริษัทยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการเปิดตัวทั่วโลก และยังไม่ได้ระบุว่าตลาดต่างประเทศใดที่จะได้รับรถยนต์รุ่นใหม่นี้เป็นกลุ่มแรก นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารถยนต์รุ่นนี้จะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่หรือเมื่อใด ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก BYD เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการผลิตและความพร้อมในการวางจำหน่ายในแต่ละภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 03:37 UTC

การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทย: มากกว่าแค่ศูนย์ข้อมูล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทย: มากกว่าแค่ศูนย์ข้อมูล

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับกระแสการลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 8 แสนล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทย: มากกว่าแค่ศูนย์ข้อมูล

แหล่งข่าวเดียว
การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทย: มากกว่าแค่ศูนย์ข้อมูล

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับกระแสการลงทุนมหาศาลในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 8 แสนล้านบาท

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงที่มีการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมเกินกว่า 8 แสนล้านบาท และคาดว่าแนวโน้มนี้จะเร่งตัวขึ้นอีกในช่วง 5 ปีข้างหน้า

แม้ว่าศูนย์ข้อมูลจะเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดที่สุดของการขยายตัวทางเทคโนโลยีนี้ แต่นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียง "ยอดภูเขาน้ำแข็ง" ของกระแส AI Boom ในปัจจุบัน การเติบโตที่แท้จริงขับเคลื่อนโดยความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาโมเดล AI Token เฉพาะทาง ซึ่งมีความจำเป็นต่อพลังการประมวลผลในยุคถัดไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รวดเร็วนี้สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค การขยายตัวของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้มักจะสัมพันธ์กับการปรับปรุงการเชื่อมต่อและบริการดิจิทัลในท้องถิ่น ซึ่งอาจช่วยยกระดับคุณภาพของบริการบนอินเทอร์เน็ตที่มีให้ใช้งานในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่าตัวเลขการลงทุนในปัจจุบันจะมีจำนวนมหาศาล แต่ผลกระทบระยะยาวต่อการใช้พลังงานในท้องถิ่นและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบูรณาการโมเดล AI Token ขั้นสูงเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศนั้นยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามดูว่าเงินทุนมหาศาลเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่จับต้องได้สำหรับสาธารณชนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 03:37 UTC

การเติบโตของตลาด AI ก่อให้เกิดความระมัดระวังทางเศรษฐกิจ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การเติบโตของตลาด AI ก่อให้เกิดความระมัดระวังทางเศรษฐกิจ

ผลประกอบการรายไตรมาสล่าสุดของ Nvidia ได้เพิ่มความสนใจทั่วโลกในภาคส่วน AI ส่งผลให้นักวิเคราะห์เปรียบเทียบกับภาวะฟองสบู่ในตลาดในอดีต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การเติบโตของตลาด AI ก่อให้เกิดความระมัดระวังทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
การเติบโตของตลาด AI ก่อให้เกิดความระมัดระวังทางเศรษฐกิจ

ผลประกอบการรายไตรมาสล่าสุดของ Nvidia ได้เพิ่มความสนใจทั่วโลกในภาคส่วน AI ส่งผลให้นักวิเคราะห์เปรียบเทียบกับภาวะฟองสบู่ในตลาดในอดีต

ตามรายงานจาก Prachachat Business การผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจที่สำคัญ หลังจากที่ Nvidia ประกาศผลประกอบการรายไตรมาสเมื่อเร็วๆ นี้ ความเชื่อมั่นของตลาดที่มีต่อ AI ในฐานะเสาหลักของอนาคตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความกระตือรือร้นนี้ได้กระตุ้นให้ผู้สังเกตการณ์ทางการเงินออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิด 'ฟองสบู่ AI'

นักวิเคราะห์กำลังแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวัง โดยเปรียบเทียบกับวิกฤตตลาดหุ้นญี่ปุ่นในอดีต ความกังวลคือมูลค่าปัจจุบันของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจสูงเกินกว่าผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เก็งกำไรและอาจเสี่ยงต่อการปรับฐานอย่างรุนแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความรู้สึกทางเศรษฐกิจระดับโลกนี้มีความสำคัญเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในตลาดเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มักส่งผลต่อกระแสการลงทุนระหว่างประเทศและความมั่นคงของค่าเงิน แม้ว่าภาคส่วน AI จะยังคงขับเคลื่อนนวัตกรรมต่อไป แต่ศักยภาพของความผันผวนในตลาดยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อสังเกตเหล่านี้ยังคงเป็นการคาดการณ์ในปัจจุบัน ส่วนภาคส่วน AI จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ยั่งยืนหรือการปรับตัวลดลงนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผลการดำเนินงานของตลาดและข้อมูลทางเศรษฐกิจในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 00:55 UTC

ฉบับประจำวันของ Thai Post: 30 สิงหาคม 2569
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ฉบับประจำวันของ Thai Post: 30 สิงหาคม 2569

Thai Post ได้เผยแพร่ฉบับดิจิทัลประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2569 โดยนำเสนอข่าวสารล่าสุดบนหน้าหนึ่ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ฉบับประจำวันของ Thai Post: 30 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ฉบับประจำวันของ Thai Post: 30 สิงหาคม 2569

Thai Post ได้เผยแพร่ฉบับดิจิทัลประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2569 โดยนำเสนอข่าวสารล่าสุดบนหน้าหนึ่ง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 สื่อมวลชน Thai Post ได้ประกาศความพร้อมของหนังสือพิมพ์ฉบับดิจิทัลประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2569 โดยสิ่งพิมพ์นี้ให้ภาพรวมที่ครอบคลุมของหัวข้อข่าวหลักและข่าวหน้าหนึ่งของวัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานในการทำความเข้าใจสภาพสังคมและการเมืองในปัจจุบัน รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การเข้าถึงฉบับดิจิทัลของ Thai Post ช่วยให้ผู้อ่านสามารถติดตามเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศได้

เนื่องจากประกาศนี้เป็นเพียงการแจ้งเตือนการเผยแพร่สิ่งพิมพ์ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข่าวแต่ละชิ้นที่อยู่ในฉบับวันที่ 30 สิงหาคม จึงไม่ได้ถูกระบุไว้ในรายงานฉบับแรก ผู้อ่านที่สนใจเนื้อหาเฉพาะของหัวข้อข่าวเหล่านี้สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Thai Post เพื่อตรวจสอบฉบับดิจิทัลฉบับเต็มได้ ทั้งนี้ การยืนยันหัวข้อเฉพาะที่ครอบคลุมในฉบับนี้ยังคงขึ้นอยู่กับการตรวจสอบหน้าหนึ่งของสิ่งพิมพ์โดยตรงจากผู้อ่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 17:11 UTC

Promise Thailand เปิดตัวแคมเปญ “คิดไม่ตก” สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Promise Thailand เปิดตัวแคมเปญ “คิดไม่ตก” สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล

Promise Thailand ได้เปิดตัวแคมเปญโฆษณาดิจิทัลชุดใหม่ที่มุ่งเน้นกลุ่มคนทำงาน Gen Y โดยเน้นย้ำบริการสินเชื่อส่วนบุคคลพร้อมคำมั่นสัญญาในการอนุมัติภายในหนึ่งชั่วโมง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Promise Thailand เปิดตัวแคมเปญ “คิดไม่ตก” สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล

แหล่งข่าวเดียว
Promise Thailand เปิดตัวแคมเปญ “คิดไม่ตก” สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล

Promise Thailand ได้เปิดตัวแคมเปญโฆษณาดิจิทัลชุดใหม่ที่มุ่งเน้นกลุ่มคนทำงาน Gen Y โดยเน้นย้ำบริการสินเชื่อส่วนบุคคลพร้อมคำมั่นสัญญาในการอนุมัติภายในหนึ่งชั่วโมง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล Promise (PROMISE) ได้ปล่อยแคมเปญโฆษณาออนไลน์ชุดใหม่ในชื่อ “คิดไม่ตก” แคมเปญนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสะท้อนถึงความเครียดทางการเงินที่คนทำงานและกลุ่ม Gen Y กำลังเผชิญ โดยใช้สัญลักษณ์ภาพของความเครียด เช่น ตัวละครที่เอามือก่ายหน้าผาก เพื่อเป็นตัวแทนของภาระทางการเงิน

แคมเปญนี้เน้นย้ำถึงความสะดวกในการเข้าถึงกระบวนการสมัครผ่านแอปพลิเคชันดิจิทัลของบริษัท สำหรับผู้อยู่อาศัยหรือผู้ที่ทำงานในประเทศไทย บริการนี้มีจุดเด่นหลายประการ ได้แก่ การอนุมัติสินเชื่อภายในหนึ่งชั่วโมงสำหรับเอกสารที่ครบถ้วนก่อนเวลา 18.00 น. ข้อกำหนดรายได้ขั้นต่ำต่อเดือนที่ 8,000 บาท และกระบวนการเอกสารที่ง่ายดายโดยใช้เพียงบัตรประชาชนและหลักฐานแสดงรายได้ บริการนี้เสนอวงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และสามารถทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แม้ว่าแคมเปญจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงวิธีการเล่าเรื่องของแบรนด์ให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงรักษาบริการหลักที่บริษัทได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ากระบวนการสมัครผ่านช่องทางดิจิทัลเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพอย่างไรในช่วงที่มีความต้องการสูงหรือสำหรับกลุ่มอาชีพเฉพาะ เนื่องจากนี่เป็นประกาศส่งเสริมการขาย ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะโดยตรงกับผู้ให้บริการ เนื่องจากเกณฑ์การพิจารณาและระยะเวลาการอนุมัติขึ้นอยู่กับการประเมินภายในและข้อกำหนดด้านเอกสารของบริษัท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 13:55 UTC

ก.ล.ต. ไทยสั่งบล็อกแพลตฟอร์ม Holdstation และ UNO
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ก.ล.ต. ไทยสั่งบล็อกแพลตฟอร์ม Holdstation และ UNO

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคล 6 รายที่เกี่ยวข้องกับ Holdstation และ UNO ฐานให้บริการนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ก.ล.ต. ไทยสั่งบล็อกแพลตฟอร์ม Holdstation และ UNO

แหล่งข่าวเดียว
ก.ล.ต. ไทยสั่งบล็อกแพลตฟอร์ม Holdstation และ UNO

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคล 6 รายที่เกี่ยวข้องกับ Holdstation และ UNO ฐานให้บริการนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศว่าได้กล่าวโทษบุคคล 6 รายที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล Holdstation และ UNO ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) โดยหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่าหน่วยงานเหล่านี้ประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายไทย

ผลจากการตรวจสอบดังกล่าว ก.ล.ต. ได้ประสานงานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อขอให้ปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มทั้งสองแห่ง โดยมาตรการนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้ออกประกาศเตือนให้ผู้ใช้งานปัจจุบันตรวจสอบบัญชีและจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลของตนก่อนที่การจำกัดการเข้าถึงจะมีผลบังคับใช้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของผู้ให้บริการทางการเงิน การใช้บริการแพลตฟอร์มที่ขาดใบอนุญาตที่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของสินทรัพย์และสิทธิทางกฎหมาย แม้ว่า ก.ล.ต. จะได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อจำกัดการเข้าถึงแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบจะสามารถถอนหรือโอนสินทรัพย์ของตนได้อย่างไรเมื่อการบล็อกมีผลบังคับใช้ นักลงทุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก ก.ล.ต. เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 11:57 UTC

กระทรวง อว. เผยแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวง อว. เผยแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของประเทศไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เปิดตัวกลยุทธ์ 3 เสาหลักเพื่อบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่การพัฒนาประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวง อว. เผยแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวง อว. เผยแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี AI ของประเทศไทย

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เปิดตัวกลยุทธ์ 3 เสาหลักเพื่อบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่การพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศกรอบยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ ในระหว่างกิจกรรมที่จัดขึ้น ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้นำเสนอแนวทางหลัก 3 ประการเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศ ได้แก่ การเข้าถึง AI ได้อย่างทั่วถึง การสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี และการใช้งาน AI ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

นโยบายนี้ถูกเปิดเผยในพิธีฉลองความสำเร็จของโครงการ Frontier Technology ประจำปี 2569 ซึ่งบริหารจัดการโดยเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากอุทยานวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนวัตกรรมของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แม้ว่านโยบายจะเน้นไปที่การบูรณาการในภาคอุตสาหกรรมและวิชาการ แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่บริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI อาจมีความแพร่หลายมากขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดตัวแอปพลิเคชัน AI เหล่านี้และกลไกการเข้าถึงของประชาชนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป กระทรวงฯ เน้นย้ำว่าความพยายามเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นที่กว้างขึ้นในการก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลก โดยผลกระทบในทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นกับชีวิตประจำวันของประชาชนจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการดำเนินโครงการระดับภูมิภาคเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 11:55 UTC

ข้อกังวลเรื่องการแบ่งโซนและความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเรื่องการแบ่งโซนและความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ

ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ได้เปิดเผยช่องโหว่ทางกฎหมายที่อนุญาตให้ศูนย์ข้อมูลดำเนินงานในรูปแบบคลังสินค้าในกรุงเทพฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ข้อกังวลเรื่องการแบ่งโซนและความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเรื่องการแบ่งโซนและความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ

ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ได้เปิดเผยช่องโหว่ทางกฎหมายที่อนุญาตให้ศูนย์ข้อมูลดำเนินงานในรูปแบบคลังสินค้าในกรุงเทพฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในกรุงเทพฯ โดยประเด็นสำคัญคือการที่ผู้พัฒนาโครงการถูกกล่าวหาว่าจัดประเภทอาคารเหล่านี้เป็น 'คลังสินค้า' เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดในการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ศุภณัฐระบุว่ามีศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่งมีการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 400,000 ลิตร ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนที่อยู่อาศัยโดยรอบ เขาได้เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งแก้ไขช่องโหว่ทางกฎหมายเหล่านี้ และบังคับใช้กฎหมายการแบ่งโซนพื้นที่ (Zoning) ที่เข้มงวดขึ้นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเสี่ยงสูงในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการวางผังเมืองและมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานระดับอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง แม้ว่าการมีอยู่ของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้อาจไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในแต่ละวัน แต่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในพื้นที่อยู่อาศัยถือเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่ากรุงเทพมหานครและกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร จะมีการทบทวนใบอนุญาตที่มีอยู่หรือไม่ และจะมีการออกกฎระเบียบการแบ่งโซนใหม่เพื่อจัดการกับการจัดประเภทของศูนย์ข้อมูลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 11:36 UTC

ดีไซเนอร์เยอรมันออกแบบเสื้อฮาวาย “ลายพรางดิจิทัล” หวังตบตา AI ตรวจจับใบหน้า
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ดีไซเนอร์เยอรมันออกแบบเสื้อฮาวาย “ลายพรางดิจิทัล” หวังตบตา AI ตรวจจับใบหน้า

ไซมอน เวคเคิร์ต ดีไซเนอร์ชาวเยอรมัน ออกแบบเสื้อฮาวายที่มีลวดลายแบบนามธรรมเพื่อสร้างความสับสนให้กับระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ AI ทำให้ระบบตรวจจับบุคคลได้ยากขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ดีไซเนอร์เยอรมันออกแบบเสื้อฮาวาย “ลายพรางดิจิทัล” หวังตบตา AI ตรวจจับใบหน้า

แหล่งข่าวเดียว
ดีไซเนอร์เยอรมันออกแบบเสื้อฮาวาย “ลายพรางดิจิทัล” หวังตบตา AI ตรวจจับใบหน้า

ไซมอน เวคเคิร์ต ดีไซเนอร์ชาวเยอรมัน ออกแบบเสื้อฮาวายที่มีลวดลายแบบนามธรรมเพื่อสร้างความสับสนให้กับระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ AI ทำให้ระบบตรวจจับบุคคลได้ยากขึ้น

ไซมอน เวคเคิร์ต (Simon Weckert) ดีไซเนอร์ชาวเยอรมัน ได้เปิดตัวเสื้อฮาวาย “ลายพรางดิจิทัล” (Digital Camouflage) ที่ออกแบบมาเพื่อท้าทายเทคโนโลยีการตรวจจับด้วย AI โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเสื้อตัวนี้มีลวดลายสีสันสดใสและเป็นภาพนามธรรมที่ตั้งใจรบกวนการประมวลผลข้อมูลภาพของระบบ AI

แทนที่จะใช้การพรางตัวแบบดั้งเดิม การออกแบบนี้ใช้ประโยชน์จากวิธีการที่ AI เรียนรู้ในการจดจำมนุษย์ โดยระบบเหล่านี้มักวิเคราะห์รูปแบบทางสถิติ เช่น ความแตกต่างของแสง การตรวจจับขอบวัตถุ และสัดส่วนของร่างกายมนุษย์ เช่น หัวไหล่และแขนขา การนำเสนอภาพที่ดูวุ่นวายบนเสื้อทำให้ AI สับสนและยากที่จะระบุว่าผู้สวมใส่คือ “บุคคล”

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งมีการนำระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ AI มาใช้ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างความเป็นส่วนตัวและการเฝ้าระวังอัตโนมัติ แม้ว่าเสื้อตัวนี้จะเป็นเพียงการทดลองทางเทคนิคด้านความเป็นส่วนตัวดิจิทัล แต่ยังคงต้องติดตามว่าวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใดเมื่อเผชิญกับระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการสวมใส่เสื้อผ้าดังกล่าวอาจทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพ่งเล็งเป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากอาจถูกมองว่าน่าสงสัยหรือไม่เหมาะสมกับกาลเทศะในที่สาธารณะ ปัจจุบันโครงการนี้ถือเป็นการสำรวจเชิงแนวคิดว่าการมองเห็นของเครื่องจักรสามารถถูกบิดเบือนได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 09:35 UTC

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘เกษตรกรวงใน’
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘เกษตรกรวงใน’

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ 'เกษตรกรวงใน' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารกับเกษตรกรโดยใช้การยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘เกษตรกรวงใน’

แหล่งข่าวเดียว
สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘เกษตรกรวงใน’

สภาเกษตรกรแห่งชาติเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ 'เกษตรกรวงใน' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารกับเกษตรกรโดยใช้การยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 สภาเกษตรกรแห่งชาติได้เปิดตัว 'เกษตรกรวงใน' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและตอบสนองความต้องการของภาคการเกษตร ตามรายงานของ Thai Post แพลตฟอร์มนี้ได้รวมระบบ ThaiD เข้ามาเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่มุ่งแก้ไขปัญหาเดิมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลที่ล่าช้าและความล่าช้าในการสื่อสารระหว่างเกษตรกรและสภาฯ

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานการเกษตรของไทย การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารจัดการภาครัฐแบบดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การนำระบบดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นมีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่านโยบายด้านการเกษตรจะได้รับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบและเป็นข้อมูลจริงจากเกษตรกรโดยตรง

แม้ว่าแพลตฟอร์มจะเปิดใช้งานแล้ว แต่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าแพลตฟอร์มจะจัดการกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้อย่างไร หรือจะมีกลไกเฉพาะใดในการจัดลำดับความสำคัญของความคิดเห็นที่ได้รับ นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อการกำหนดนโยบายการเกษตรยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่ระบบถูกรวมเข้ากับกรอบการบริหารงานที่มีอยู่เดิม ทั้งนี้ การเปิดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่มีข้อเสนอโปรโมชั่นต่างๆ ในภาคการท่องเที่ยวสำหรับเดือนกันยายน 2569 แต่เป็นกิจกรรมที่แยกส่วนจากโครงการดิจิทัลของสภาฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ทรู คอร์ปอเรชั่น นำ AI มาใช้ยกระดับความเสถียรของโครงข่ายในช่วงฤดูมรสุม
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ทรู คอร์ปอเรชั่น นำ AI มาใช้ยกระดับความเสถียรของโครงข่ายในช่วงฤดูมรสุม

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินมาตรการเชิงคาดการณ์โดยใช้ AI เพื่อปกป้องโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและน้ำท่วม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ทรู คอร์ปอเรชั่น นำ AI มาใช้ยกระดับความเสถียรของโครงข่ายในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งข่าวเดียว
ทรู คอร์ปอเรชั่น นำ AI มาใช้ยกระดับความเสถียรของโครงข่ายในช่วงฤดูมรสุม

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินมาตรการเชิงคาดการณ์โดยใช้ AI เพื่อปกป้องโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดตัวกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรักษาความยืดหยุ่นของโครงข่ายตลอดช่วงฤดูมรสุมในประเทศไทย บริษัทกำลังใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์ข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลัง สภาพอากาศปัจจุบัน และระดับน้ำ เพื่อประเมินสถานีฐานที่มีความเสี่ยงสูงต่อการขัดข้องเนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรงหรืออุทกภัย

โครงการนี้ซึ่งอธิบายว่าเป็น 'ความยืดหยุ่นของโครงข่ายเชิงคาดการณ์และป้องกัน' มีเป้าหมายเพื่อลดการหยุดชะงักของบริการโดยช่วยให้บริษัทสามารถแก้ไขจุดอ่อนก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามร่วมกันในการรักษาการเชื่อมต่อมือถือและอินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้ ซึ่งมักมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงในประเทศไทย

แม้ว่าบริษัทจะประกาศการนำเครื่องมือ AI เหล่านี้มาใช้เพื่อตรวจสอบและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานแล้ว แต่ประสิทธิภาพที่แท้จริงของมาตรการเหล่านี้ในช่วงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ แม้ว่าระบบจะถูกออกแบบมาเพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าบริการจะยังคงใช้งานได้โดยไม่หยุดชะงักในกรณีที่โครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างหนักหรือไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ผู้ใช้ควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตสถานะโครงข่ายแบบเรียลไทม์ในช่วงฤดูฝน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 07:56 UTC

รัฐมนตรี ‘ไชยชนก’ ชี้แจงกรณีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรี ‘ไชยชนก’ ชี้แจงกรณีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แสดงความมั่นใจต่อกรณีที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

รัฐมนตรี ‘ไชยชนก’ ชี้แจงกรณีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรี ‘ไชยชนก’ ชี้แจงกรณีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แสดงความมั่นใจต่อกรณีที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport

ตามรายงานจาก Thai Post นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport

นายไชยชนกกล่าวว่าตนไม่มีความกังวลต่อเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันความมั่นใจว่าตนไม่ได้กระทำความผิดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ขณะนี้ ป.ป.ช. อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาหลักฐานที่ สส. ดังกล่าวได้ยื่นไว้ เพื่อตรวจสอบว่าจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปหรือไม่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อโครงการดิจิทัลของภาครัฐ แม้ว่า TH-AI Passport จะเป็นโครงการสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังคงเป็นเรื่องของการตรวจสอบทางธุรการ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการตรวจสอบนี้จะส่งผลกระทบต่อสถานะหรือความถูกต้องของเอกสารการเดินทางหรือบริการดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบันสำหรับสาธารณชน โดยสถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้กระบวนการประเมินอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อกล่าวหาหรือผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากทางคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 07:56 UTC

รัฐมนตรีดิจิทัลแจงปมข้อร้องเรียน TH-AI PASSPORT
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีดิจิทัลแจงปมข้อร้องเรียน TH-AI PASSPORT

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับระบบ TH-AI PASSPORT

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

รัฐมนตรีดิจิทัลแจงปมข้อร้องเรียน TH-AI PASSPORT

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีดิจิทัลแจงปมข้อร้องเรียน TH-AI PASSPORT

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับระบบ TH-AI PASSPORT

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาตอบโต้ข้อกังวลหลังจากที่มีผู้ร้องเรียนชื่อ 'ไอซ์' ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยกล่าวหาว่ามีการล็อกสเปกในการจัดซื้อและพัฒนาระบบ TH-AI PASSPORT

ในแถลงการณ์ที่รายงานโดยประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 รัฐมนตรีระบุว่าไม่ได้มีความกังวลต่อการตรวจสอบดังกล่าว โดยยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดและพร้อมที่จะชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างต่อ ป.ป.ช. เกี่ยวกับข้อกำหนดและการดำเนินโครงการ สำหรับกรณีที่มีการเปรียบเทียบระบบใหม่กับทางเลือกอื่นที่มีอยู่ รัฐมนตรีชี้แจงว่า TH-AI PASSPORT เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการใช้งาน และยืนยันว่าระบบนี้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงแรกเมื่อเทียบกับบริการฟรีอื่นๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐมนตรีจะยืนยันความโปร่งใสของ TH-AI PASSPORT แต่การตรวจสอบอย่างเป็นทางการโดย ป.ป.ช. ยังคงอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะกรรมการจะพบมูลเหตุของความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าของสถานะระบบและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการระบุตัวตนทางดิจิทัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 07:56 UTC

รัฐมนตรีดีอีแจงปมข้อร้องเรียนโครงการ TH-AI PASSPORT
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีดีอีแจงปมข้อร้องเรียนโครงการ TH-AI PASSPORT

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI PASSPORT

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

รัฐมนตรีดีอีแจงปมข้อร้องเรียนโครงการ TH-AI PASSPORT

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีดีอีแจงปมข้อร้องเรียนโครงการ TH-AI PASSPORT

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI PASSPORT

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาตอบโต้ข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ได้ยื่นเรื่องกล่าวหาว่าโครงการ TH-AI PASSPORT มีการ 'ล็อกสเปก' หรือการกำหนดคุณสมบัติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ขายรายใดรายหนึ่ง

ในการให้สัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ นายไชยชนกกล่าวว่าตนไม่ได้มีความกังวลต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว และยืนยันว่าได้ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย พร้อมที่จะให้ข้อมูลและหลักฐานแก่ ป.ป.ช. เพื่อชี้แจงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ ทั้งนี้ เมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่างระบบใหม่กับทางเลือกฟรีที่มีอยู่เดิม รัฐมนตรียืนยันว่าโครงการ TH-AI PASSPORT มีคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่เหนือกว่า

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลของเอกสารประจำตัวและเอกสารการเดินทางของไทย แม้ว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับบริการด้านหนังสือเดินทาง แต่การตรวจสอบของ ป.ป.ช. ในปัจจุบันได้สร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกรอบเวลาและการดำเนินงานของโครงการ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบหลักฐานการกระทำผิดทางขั้นตอนหรือไม่ หรือโครงการจะดำเนินต่อไปตามแผนที่วางไว้ โดย SawaLife จะติดตามความคืบหน้าอย่างเป็นทางการจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 07:56 UTC

True Digital Park ผนึกกำลังเปิดตัว Global Innovation District Alliance
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

True Digital Park ผนึกกำลังเปิดตัว Global Innovation District Alliance

True Digital Park ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ บพข. เพื่อสร้างศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งใหม่ในย่านสุขุมวิทใต้ โดยใช้โมเดลต้นแบบจากต่างประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

True Digital Park ผนึกกำลังเปิดตัว Global Innovation District Alliance

แหล่งข่าวเดียว
True Digital Park ผนึกกำลังเปิดตัว Global Innovation District Alliance

True Digital Park ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ บพข. เพื่อสร้างศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งใหม่ในย่านสุขุมวิทใต้ โดยใช้โมเดลต้นแบบจากต่างประเทศ

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ True Digital Park ได้ผนึกกำลังอย่างเป็นทางการกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเปิดตัว 'Global Innovation District Alliance'

ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนพื้นที่สุขุมวิทใต้ให้เป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยภาคเอกชน โครงการนี้ได้นำโมเดลการพัฒนาที่ประสบความสำเร็จจากสหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์มาปรับใช้เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการวิจัย โดยพันธมิตรเตรียมที่จะเปิดใช้กรอบการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในงาน 'The Future' ที่กำลังจะมาถึง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในย่านสุขุมวิทใต้ ซึ่งอาจเห็นการเพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นเทคโนโลยี พื้นที่ทำงานร่วม (Coworking Space) และโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพ ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามในวงกว้างที่จะวางตำแหน่งให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการแข่งขันด้านนวัตกรรมระดับโลก

แม้ว่าจะมีการประกาศความร่วมมือแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานและขอบเขตทั้งหมดของงาน 'The Future' ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการเปิดตัวกรอบการทำงานอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจว่าพันธมิตรนี้จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในท้องถิ่นและการเข้าถึงพื้นที่ในเขตนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 10:59 UTC