ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

Alibaba รุกคืบกลยุทธ์ AI เปิดตัวชิปและโมเดลใหม่
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Alibaba รุกคืบกลยุทธ์ AI เปิดตัวชิปและโมเดลใหม่

Alibaba เปิดตัวชิป AI ใหม่และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น 5%

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Alibaba รุกคืบกลยุทธ์ AI เปิดตัวชิปและโมเดลใหม่

แหล่งข่าวเดียว
Alibaba รุกคืบกลยุทธ์ AI เปิดตัวชิปและโมเดลใหม่

Alibaba เปิดตัวชิป AI ใหม่และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น 5%

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท Alibaba ได้เพิ่มความเข้มข้นในการมุ่งเน้นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยการเปิดตัวชิปที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเอง พร้อมด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัทในภาคส่วน AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ภายหลังการประกาศดังกล่าว ราคาหุ้นของ Alibaba ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึง 5% ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นเชิงบวกของตลาดที่มีต่อทิศทางทางเทคโนโลยีของบริษัท สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลต่อบริการดิจิทัลในท้องถิ่น ความพร้อมใช้งานของระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง และระบบนิเวศทางเทคโนโลยีในวงกว้างในอนาคต

แม้ว่าปฏิกิริยาของตลาดจะเกิดขึ้นทันที แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทยังไม่ได้ให้กรอบเวลาที่ครอบคลุมสำหรับการเปิดตัวเชิงพาณิชย์ของเครื่องมือใหม่เหล่านี้ หรือรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการความก้าวหน้าเหล่านี้เข้ากับแพลตฟอร์มบริการระหว่างประเทศที่มีอยู่ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคเพิ่มเติมและข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลในระดับภูมิภาค ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยียังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การพัฒนานี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการลงทุนจำนวนมหาศาลที่ผู้เล่นรายใหญ่กำลังดำเนินการเพื่อครองตลาด AI

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 06:40 UTC

XPeng L03 รถยนต์ไฟฟ้า SUV เปิดตัวในไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

XPeng L03 รถยนต์ไฟฟ้า SUV เปิดตัวในไทย

XPeng ประเทศไทยได้จัดกิจกรรมทดสอบขับรถยนต์ไฟฟ้า SUV รุ่นใหม่ L03 ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

XPeng L03 รถยนต์ไฟฟ้า SUV เปิดตัวในไทย

แหล่งข่าวเดียว
XPeng L03 รถยนต์ไฟฟ้า SUV เปิดตัวในไทย

XPeng ประเทศไทยได้จัดกิจกรรมทดสอบขับรถยนต์ไฟฟ้า SUV รุ่นใหม่ L03 ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดเร็วๆ นี้

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ XPeng ประเทศไทยได้เริ่มนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด L03 ซึ่งเป็นรถ SUV ทรงสปอร์ตคูเป้ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดในประเทศ โดยทางบริษัทได้จัดทริปทดสอบขับรถรุ่นนี้ซึ่งถือเป็นรถพวงมาลัยขวา 7 คันแรกของโลก บนเส้นทางกรุงเทพฯ-ราชบุรี รวมระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร

สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจ L03 ถือเป็นทางเลือกใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในประเทศไทย รถที่สื่อมวลชนใช้ทดสอบเป็นรุ่น 'Standard Range Plus' ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาจำหน่าย 899,000 บาท รถรุ่นนี้ได้รับคำชมในด้านการออกแบบ ความเสถียรของฮาร์ดแวร์ และการผสานรวมซอฟต์แวร์ รวมถึงระบบช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวลเหมาะสำหรับการขับขี่แบบสบายๆ

แม้ว่าการทดสอบขับจะช่วยให้เห็นถึงสมรรถนะและฟังก์ชันการใช้งานของ L03 แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน วันเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับการจำหน่ายทั่วไปยังไม่มีการกำหนดที่แน่นอน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดสเปกทั้งหมด รุ่นย่อย และกำหนดการส่งมอบรถอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง L03 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนมาใช้การเดินทางที่ยั่งยืน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 06:23 UTC

ทำความเข้าใจเทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำและสารฝัง (Inclusions)
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ทำความเข้าใจเทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำและสารฝัง (Inclusions)

Matichon Online สำรวจบทบาททางเทคนิคของเตาหลอมเหนี่ยวนำและผลกระทบของสารฝังในการผลิตภาคอุตสาหกรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ทำความเข้าใจเทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำและสารฝัง (Inclusions)

แหล่งข่าวเดียว
ทำความเข้าใจเทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำและสารฝัง (Inclusions)

Matichon Online สำรวจบทบาททางเทคนิคของเตาหลอมเหนี่ยวนำและผลกระทบของสารฝังในการผลิตภาคอุตสาหกรรม

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำ (Induction Furnace - IF) โดยเน้นไปที่ปรากฏการณ์ของ 'สารฝัง' (Inclusions) ซึ่งเป็นอนุภาคแปลกปลอมหรือสิ่งเจือปนที่เข้าไปฝังตัวอยู่ในเนื้อโลหะระหว่างกระบวนการหลอม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบวิชาชีพในภาคอุตสาหกรรมของไทย การทำความเข้าใจมาตรการควบคุมคุณภาพในการผลิตโลหะถือเป็นสิ่งสำคัญ สารฝังเหล่านี้อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างและความทนทานของผลิตภัณฑ์โลหะสำเร็จรูป ในขณะที่ประเทศไทยยังคงพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต ความแม่นยำของเทคโนโลยีการหลอม เช่น เตาหลอมเหนี่ยวนำ จึงมีบทบาทสำคัญในการรับประกันว่าวัสดุต่างๆ จะเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพสำหรับการก่อสร้างและสินค้าอุปโภคบริโภค

สถานะปัจจุบัน

บทความดังกล่าวเน้นย้ำถึงความท้าทายทางเทคนิคที่ผู้ผลิตต้องเผชิญในการจัดการกับสิ่งเจือปนเหล่านี้ แม้ว่ารายงานจะให้ภาพรวมเชิงวิชาการโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของเตาหลอมเหล่านี้และการเกิดสารฝัง แต่ก็ไม่ได้ประกาศถึงนโยบายใหม่หรือกฎระเบียบทางอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง ผู้อ่านควรทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นความรู้พื้นฐานทางเทคนิค ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์เฉพาะหรือการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการผลิตระดับชาติ ทั้งนี้ การพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการควบคุมคุณภาพทางอุตสาหกรรมในประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:41 UTC

โซนี่เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 'Lisa'
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

โซนี่เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 'Lisa'

โซนี่เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่ล่าสุดในธีมดีไซน์ 'Lisa'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

โซนี่เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 'Lisa'

แหล่งข่าวเดียว
โซนี่เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 'Lisa'

โซนี่เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่ล่าสุดในธีมดีไซน์ 'Lisa'

ตามรายงานจาก Matichon Online โซนี่ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์เกมด้วยการเปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 'Lisa' อุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาสำหรับระบบ PlayStation 5 และมาพร้อมกับธีมความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์

สำหรับผู้พักอาศัยและเกมเมอร์ในประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักสะสมที่ต้องการปรับแต่งชุดอุปกรณ์การเล่นเกมของตน แม้ว่าคอนโทรลเลอร์จะยังคงคุณสมบัติทางสรีรศาสตร์มาตรฐานและเทคโนโลยีการตอบสนองแบบสัมผัส (haptic feedback) ตามแบบฉบับของ DualSense แต่รุ่น 'Lisa' นี้ถือเป็นความหลากหลายทางสไตล์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบฮาร์ดแวร์รุ่นผลิตจำนวนจำกัด

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่นอนสำหรับตลาดประเทศไทย ราคาขายปลีกที่แนะนำ และจำนวนหน่วยการผลิตยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้บริโภคที่สนใจควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของ PlayStation Thailand หรือตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาตเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความพร้อมในการวางจำหน่ายและขั้นตอนการสั่งจองล่วงหน้า เช่นเดียวกับการเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นก่อนหน้านี้ ความต้องการอาจมีสูงและระดับสินค้าคงคลังอาจแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละร้านค้า คาดว่าโซนี่จะประกาศข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายในภูมิภาคในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:21 UTC

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กลายเป็นศูนย์การประชุมแห่งแรกในอาเซียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ด้านระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022

แหล่งข่าวเดียว
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กลายเป็นศูนย์การประชุมแห่งแรกในอาเซียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ด้านระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล

ตามรายงานจาก Thai Post ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ในกรุงเทพฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 อย่างเป็นทางการ มาตรฐานสากลนี้เป็นการรับรองระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล (ISMS) ของศูนย์ฯ ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นศูนย์การประชุมแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนที่ได้รับการรับรองเฉพาะทางนี้

การรับรองนี้แสดงให้เห็นว่า QSNCC ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและโปรโตคอลความปลอดภัยของข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกที่เข้มงวด สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศ ตัวแทนธุรกิจ และผู้จัดงาน การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างการจัดประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นภายในสถานที่

ด้วยการปรับระบบการจัดการให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ทาง QSNCC มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความพร้อมในการปฏิบัติงานและความน่าเชื่อถือสำหรับงานระดับโลกที่มีความสำคัญสูง แม้ว่าการรับรองนี้จะยืนยันถึงความแข็งแกร่งของกรอบความปลอดภัยทางดิจิทัลของศูนย์ฯ ในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโปรโตคอลที่ได้รับการปรับปรุงเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการบูรณาการเทคโนโลยีสถานที่อัจฉริยะในอนาคตอย่างไร ผู้เข้าชมและผู้จัดงานสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อเข้าร่วมหรือจัดงานที่ศูนย์ฯ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของศูนย์ฯ ในการรักษาความเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการประชุมระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:05 UTC

สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงหารือด้านความปลอดภัยของ AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงหารือด้านความปลอดภัยของ AI

สหรัฐอเมริกาและจีนได้จัดตั้งเวทีหารืออย่างเป็นทางการเพื่อหารือเกี่ยวกับโปรโตคอลความปลอดภัยของ AI และระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงหารือด้านความปลอดภัยของ AI

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงหารือด้านความปลอดภัยของ AI

สหรัฐอเมริกาและจีนได้จัดตั้งเวทีหารืออย่างเป็นทางการเพื่อหารือเกี่ยวกับโปรโตคอลความปลอดภัยของ AI และระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุ

ตามรายงานจาก Prachachat Business สหรัฐอเมริกาและจีนได้บรรลุข้อตกลงในการสร้างเวทีสำหรับการหารือเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ โดยจุดเน้นหลักของการหารือนี้คือการพัฒนาระบบ 'แจ้งเตือนล่วงหน้า' สำหรับอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของ AI เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของชาติ

ในระหว่างการหารือ ฝ่ายสหรัฐฯ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันในภาคเทคโนโลยี ในขณะที่ปักกิ่งได้โต้กลับความพยายามที่จะชะลอการพัฒนาทางเทคโนโลยีของตน โดยเตือนมหาอำนาจอื่นๆ ไม่ให้ใช้กลยุทธ์สร้างความหวาดกลัวเพื่อยับยั้งความก้าวหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามระดับโลกที่กำลังดำเนินอยู่ในการควบคุมภูมิทัศน์ของ AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าข้อตกลงนี้จะเป็นก้าวหนึ่งสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าโปรโตคอลความปลอดภัยเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร และจะสามารถลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระบบ AI ขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ผลกระทบระยะยาวต่อมาตรฐานเทคโนโลยีระดับโลกและโอกาสที่จะเกิดข้อจำกัดในอนาคตสำหรับบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังคงไม่ได้รับการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามต่อไปว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ส่งผลต่อความพร้อมใช้งานและการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI ในภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:06 UTC

สหรัฐฯ-จีน หารือการจัดตั้งระบบเตือนภัยด้านความปลอดภัย AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ-จีน หารือการจัดตั้งระบบเตือนภัยด้านความปลอดภัย AI

สหรัฐอเมริกาและจีนบรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งเวทีหารือด้านความปลอดภัยของ AI รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สหรัฐฯ-จีน หารือการจัดตั้งระบบเตือนภัยด้านความปลอดภัย AI

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ-จีน หารือการจัดตั้งระบบเตือนภัยด้านความปลอดภัย AI

สหรัฐอเมริกาและจีนบรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งเวทีหารือด้านความปลอดภัยของ AI รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุ

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ สหรัฐอเมริกาและจีนได้บรรลุข้อตกลงในการสร้างเวทีหารืออย่างเป็นทางการที่มุ่งเน้นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยด้าน AI เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและจัดการกับข้อกังวลด้านความมั่นคงของชาติที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลกด้าน AI ทางด้านปักกิ่งได้โต้กลับแรงกดดันจากนานาชาติที่ต้องการให้ชะลอการพัฒนา โดยเจ้าหน้าที่จีนได้เตือนถึงการใช้กลยุทธ์สร้างความหวาดกลัวเพื่อยับยั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่เป็นรากฐานของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสมัยใหม่ แม้ว่าการเจรจาระดับสูงเหล่านี้จะมีเป้าหมายเพื่อป้องกันความล้มเหลวที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรง แต่การนำระบบแจ้งเตือนดังกล่าวไปใช้งานจริงยังคงอยู่ในขั้นตอนการหารือเบื้องต้น ยังไม่มีการยืนยันว่าข้อตกลงระหว่างประเทศเหล่านี้จะส่งผลต่อกฎระเบียบด้าน AI ในท้องถิ่นหรือความพร้อมให้บริการของบริการดิจิทัลเฉพาะทางในภูมิภาคอย่างไร ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามสถานการณ์ต่อไปเพื่อดูว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่โปรโตคอลความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม หรือหากท่าทีการแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจจะยังคงเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือทางเทคโนโลยีระดับโลกต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 06:04 UTC

กรมบัญชีกลางชี้แจงกฎการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ AI-Pass
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กรมบัญชีกลางชี้แจงกฎการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ AI-Pass

กรมบัญชีกลางยืนยันว่าโครงการ AI-Pass ได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงคุณธรรม โดยระบุว่าโปรโตคอลสำหรับโครงการในอนาคตยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กรมบัญชีกลางชี้แจงกฎการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ AI-Pass

แหล่งข่าวเดียว
กรมบัญชีกลางชี้แจงกฎการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ AI-Pass

กรมบัญชีกลางยืนยันว่าโครงการ AI-Pass ได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงคุณธรรม โดยระบุว่าโปรโตคอลสำหรับโครงการในอนาคตยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ตามรายงานจาก Matichon Online กรมบัญชีกลางของประเทศไทยได้เผยแพร่เอกสารเพื่อชี้แจงสถานะการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ 'AI-Pass' โดยกรมฯ ระบุอย่างเป็นทางการว่าโครงการเฉพาะนี้ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำข้อตกลงคุณธรรมตามมาตรฐานปกติ

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศไทย ประกาศนี้ช่วยสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับกรอบการบริหารจัดการที่ควบคุมระบบ AI-Pass การยกเว้นโครงการนี้จากข้อตกลงการกำกับดูแลดังกล่าวช่วยให้ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบันมีความคล่องตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม กรมฯ ตั้งข้อสังเกตว่าโปรโตคอลสำหรับโครงการในลำดับถัดไปนั้นยังคงต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติมและจะมีการชี้แจงในประกาศต่อไป

แม้ว่าการชี้แจงนี้จะยุติคำถามเชิงขั้นตอนในทันทีเกี่ยวกับ AI-Pass แต่ก็ยังไม่ได้ให้แนวทางที่ครอบคลุมว่าโครงการของรัฐที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกันจะได้รับการจัดการอย่างไรในอนาคต ผู้สังเกตการณ์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเปลี่ยนแปลงไปสำหรับโครงการบูรณาการดิจิทัลในอนาคต จนถึงขณะนี้ เกณฑ์เฉพาะที่นำไปสู่การยกเว้นนี้และผลกระทบระยะยาวต่อการกำกับดูแลโครงการยังคงเป็นประเด็นที่ต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:41 UTC

หน่วยงานพลังงานไทยผนึกกำลังศึกษาแนวทางใช้พลังงานทดแทน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

หน่วยงานพลังงานไทยผนึกกำลังศึกษาแนวทางใช้พลังงานทดแทน

การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และกรมที่ดิน ลงนามความร่วมมือเพื่อศึกษาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน มุ่งลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

หน่วยงานพลังงานไทยผนึกกำลังศึกษาแนวทางใช้พลังงานทดแทน

แหล่งข่าวเดียว
หน่วยงานพลังงานไทยผนึกกำลังศึกษาแนวทางใช้พลังงานทดแทน

การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และกรมที่ดิน ลงนามความร่วมมือเพื่อศึกษาเทคโนโลยีพลังงานทดแทน มุ่งลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 การไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และกรมที่ดิน ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อดำเนินการศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนมาใช้ในหน่วยงานภาครัฐอย่างครอบคลุม

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของภาครัฐ การบูรณาการโซลูชันพลังงานขั้นสูงจะช่วยสร้างรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับทรัพย์สินของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระดับชาติในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้ทันสมัย แม้ว่าโครงการจะยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและศึกษาความเป็นไปได้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อความยั่งยืนด้านพลังงานในระยะยาว ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเทคโนโลยีใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก กรอบเวลาสำหรับการดำเนินการที่เป็นไปได้ และมาตรการประหยัดพลังงานเหล่านี้จะส่งผลต่ออัตราค่าบริการสาธารณูปโภคสำหรับประชาชนทั่วไปหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการศึกษาและผลลัพธ์ที่คาดหวังในขณะที่หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการประเมินร่วมกันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:06 UTC

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมคุมมาตรฐานโซลาร์รูฟท็อป
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมคุมมาตรฐานโซลาร์รูฟท็อป

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมกำหนดมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมคุมมาตรฐานโซลาร์รูฟท็อป

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมคุมมาตรฐานโซลาร์รูฟท็อป

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมกำหนดมาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังดำเนินการเพื่อควบคุมมาตรฐานของระบบโซลาร์รูฟท็อป โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้กระทรวงเตรียมความพร้อมในการวางกรอบการกำกับดูแล โดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบให้แน่ใจว่าการติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพระดับสูง

แนวทางการกำกับดูแลที่นำเสนอนี้ระบุว่า หากอุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็นไปตามมาตรฐานสากล IEC อยู่แล้ว อาจมีสิทธิ์ได้รับการขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของไทยได้โดยเร็วขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการรับรองให้มีความคล่องตัว ในขณะที่ยังคงรักษาข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่เข้มงวดสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ อุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานอาจนำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาวที่ดีขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

ในขณะนี้ กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่เหล่านี้และรายการอุปกรณ์ที่ต้องได้รับการรับรอง มอก. อย่างเป็นทางการนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อการติดตั้งที่มีอยู่เดิมเมื่อเทียบกับโครงการใหม่ๆ อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 03:40 UTC

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy A08 และ Galaxy A07s พร้อมการสนับสนุนซอฟต์แวร์ระยะยาว
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy A08 และ Galaxy A07s พร้อมการสนับสนุนซอฟต์แวร์ระยะยาว

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Galaxy A08 และ Galaxy A07s โดยเน้นประสิทธิภาพชิปเซ็ตที่ได้รับการปรับปรุงและคำมั่นสัญญาในการอัปเดตซอฟต์แวร์นานถึง 6 ปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy A08 และ Galaxy A07s พร้อมการสนับสนุนซอฟต์แวร์ระยะยาว

แหล่งข่าวเดียว
ซัมซุงเปิดตัว Galaxy A08 และ Galaxy A07s พร้อมการสนับสนุนซอฟต์แวร์ระยะยาว

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Galaxy A08 และ Galaxy A07s โดยเน้นประสิทธิภาพชิปเซ็ตที่ได้รับการปรับปรุงและคำมั่นสัญญาในการอัปเดตซอฟต์แวร์นานถึง 6 ปี

ตามรายงานจาก Matichon Online ซัมซุงได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดรุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการ ได้แก่ Galaxy A08 และ Galaxy A07s ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวันผ่านประสิทธิภาพชิปเซ็ตที่ได้รับการอัปเกรดและความเสถียรของระบบที่ดีขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เหล่านี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดระดับเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากคำมั่นสัญญาของซัมซุงในการให้การอัปเดตซอฟต์แวร์นานถึง 6 ปี รอบการสนับสนุนที่ยาวนานนี้เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นสำหรับผู้บริโภคที่คำนึงถึงความคุ้มค่า ซึ่งให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานและความปลอดภัยของอุปกรณ์มากกว่าการเปลี่ยนเครื่องบ่อยครั้ง การมุ่งเน้นที่ความเสถียรของระบบมีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เชื่อถือได้มากขึ้นสำหรับงานประจำวัน เช่น การนำทาง การสื่อสาร และการรับชมสื่อต่างๆ ในระหว่างการเดินทาง

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันการเปิดตัวและการปรับปรุงฮาร์ดแวร์หลักแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอความชัดเจน เช่น ระดับราคาเฉพาะสำหรับตลาดไทย วันที่วางจำหน่ายที่แน่นอนในแต่ละภูมิภาค และรายการข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคฉบับเต็มที่นอกเหนือจากชิปเซ็ตและนโยบายการอัปเดต ซึ่งยังไม่ได้ระบุไว้อย่างละเอียดในรายงานฉบับแรก ผู้บริโภคที่สนใจอุปกรณ์เหล่านี้ควรติดตามช่องทางการจำหน่ายในท้องถิ่นหรือประกาศอย่างเป็นทางการจากซัมซุงประเทศไทย เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการวางจำหน่ายและโครงสร้างราคาในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 03:21 UTC

กระทรวงการคลังผนึก LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI 'Wongnai Genie'
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังผนึก LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI 'Wongnai Genie'

กระทรวงการคลังร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai เปิดตัว 'Wongnai Genie' เครื่องมือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวงการคลังผนึก LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI 'Wongnai Genie'

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังผนึก LINE MAN Wongnai เปิดตัว AI 'Wongnai Genie'

กระทรวงการคลังร่วมมือกับ LINE MAN Wongnai เปิดตัว 'Wongnai Genie' เครื่องมือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 กระทรวงการคลังของไทยได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มดิจิทัล LINE MAN Wongnai เพื่อเปิดตัวเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ใหม่ที่เรียกว่า 'Wongnai Genie' ความคิดริเริ่มนี้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยีแก่ธุรกิจในท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและรักษาการเติบโตของยอดขายหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคบริการในท้องถิ่น การใช้ AI อาจช่วยให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและการจัดการสินค้าคงคลัง ซึ่งอาจนำไปสู่คุณภาพการบริการที่ดีขึ้นและราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งนี้อาจหมายถึงประสบการณ์ที่ราบรื่นยิ่งขึ้นในการค้นหาคำแนะนำเกี่ยวกับร้านอาหารหรือบริการต่างๆ เนื่องจากคาดว่า AI จะช่วยปรับปรุงความแม่นยำและความเกี่ยวข้องของรายชื่อธุรกิจบนแพลตฟอร์ม Wongnai

แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นการร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างภาครัฐและเอกชน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตความสามารถทั้งหมดของ AI และผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจในวงกว้างยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ใช้ควรติดตามการอัปเดตจากกระทรวงการคลังและ LINE MAN Wongnai ต่อไปเพื่อทำความเข้าใจว่าเครื่องมือนี้จะถูกรวมเข้ากับระบบนิเวศดิจิทัลที่มีอยู่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 23:15 UTC

DECO ผนึกกำลังพันธมิตรเปิดตัวเครือข่าย 'NEXA EV Station Hub'
เทคโนโลยี ได้รับการยืนยัน

DECO ผนึกกำลังพันธมิตรเปิดตัวเครือข่าย 'NEXA EV Station Hub'

DECO ประกาศความร่วมมือกับ NT, MEAei และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีรายอื่นเพื่อสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 156 แห่งทั่วประเทศไทย

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

DECO ผนึกกำลังพันธมิตรเปิดตัวเครือข่าย 'NEXA EV Station Hub'

ได้รับการยืนยัน
DECO ผนึกกำลังพันธมิตรเปิดตัวเครือข่าย 'NEXA EV Station Hub'

DECO ประกาศความร่วมมือกับ NT, MEAei และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีรายอื่นเพื่อสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 156 แห่งทั่วประเทศไทย

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท DECO ได้เข้าเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT, MEAei และบริษัทเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้าหลายแห่ง เพื่อพัฒนาโครงการ 'NEXA EV Station Hub' โดยโครงการนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 156 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การขยายตัวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการตอบสนองต่อความต้องการจุดชาร์จที่เชื่อถือได้ซึ่งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้การเดินทางระยะไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้ามีความสะดวกสบายมากขึ้นทั่วประเทศ การบูรณาการทรัพยากรจากรัฐวิสาหกิจและพันธมิตรด้านเทคโนโลยีภาคเอกชนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันเป้าหมายสถานีชาร์จ 156 แห่ง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของสถานีเหล่านี้ กำหนดการในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ และความเข้ากันได้ของเครื่องชาร์จกับรถยนต์รุ่นต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในระยะต่อไปเพื่อชี้แจงว่าสถานีเหล่านี้จะมีการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์อย่างไรและจะเปิดให้บริการแก่สาธารณะอย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:24 UTC

กฟผ. ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กฟผ. ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำลังศึกษาแนวทางในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโทรคมนาคมเพื่อสนับสนุนศูนย์ข้อมูลที่ยั่งยืน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กฟผ. ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
กฟผ. ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำลังศึกษาแนวทางในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโทรคมนาคมเพื่อสนับสนุนศูนย์ข้อมูลที่ยั่งยืน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำลังประเมินกลยุทธ์เพื่อปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโทรคมนาคมที่มีอยู่ เพื่อรองรับความต้องการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้มีความต้องการไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ ระบบส่งไฟฟ้าที่มั่นคง ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ และการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูง กฟผ. จึงมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกในการพัฒนา "โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว" (Green Digital Infrastructure)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและภาคธุรกิจในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค การสร้างกรอบการทำงานที่ยั่งยืนและเป็นธรรมสำหรับการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลอาจช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ภาคเทคโนโลยีในท้องถิ่นได้มากขึ้น นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ได้รับการปรับปรุงอาจนำไปสู่การเชื่อมต่อและบริการทางเทคโนโลยีที่ดีขึ้นทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่าบทบาทของ กฟผ. ในการเป็นแกนหลักของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนี้จะมีความชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่เฉพาะเจาะจง กรอบเวลาในการดำเนินการ และรูปแบบความร่วมมือที่แน่ชัดระหว่างรัฐวิสาหกิจและผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลภาคเอกชนนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เข้ากับยุทธศาสตร์ดิจิทัลระดับชาติในภาพรวม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 14:00 UTC

เสี่ยงจอดำ 8 ล้านครัวเรือนจากแผนเปลี่ยนผ่านดาวเทียม C-Band
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เสี่ยงจอดำ 8 ล้านครัวเรือนจากแผนเปลี่ยนผ่านดาวเทียม C-Band

กสทช. กำลังเร่งรับมือความกังวลเรื่องการหยุดให้บริการทีวีสำหรับ 8 ล้านครัวเรือน ขณะเตรียมจัดสรรคลื่นความถี่ดาวเทียม C-Band ใหม่เพื่อรองรับการพัฒนา 5G และ 6G

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เสี่ยงจอดำ 8 ล้านครัวเรือนจากแผนเปลี่ยนผ่านดาวเทียม C-Band

แหล่งข่าวเดียว
เสี่ยงจอดำ 8 ล้านครัวเรือนจากแผนเปลี่ยนผ่านดาวเทียม C-Band

กสทช. กำลังเร่งรับมือความกังวลเรื่องการหยุดให้บริการทีวีสำหรับ 8 ล้านครัวเรือน ขณะเตรียมจัดสรรคลื่นความถี่ดาวเทียม C-Band ใหม่เพื่อรองรับการพัฒนา 5G และ 6G

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สภาผู้บริโภคได้หารือร่วมกับ กสทช. และสมาคมทีวีดิจิทัล เพื่อรับมือกับแผนการยกเลิกการใช้งานเทคโนโลยีดาวเทียม C-Band ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ปี 2569–2573 โดยจะมีการนำคลื่นความถี่ช่วง 3700–4200 MHz ไปใช้เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมขั้นสูง โดยเฉพาะเครือข่าย 5G และ 6G

มีความกังวลอย่างมากว่าการเลิกใช้งานจานดาวเทียมตะแกรงแบบเดิมอาจส่งผลให้เกิดปัญหา "จอดำ" สำหรับครัวเรือนประมาณ 8 ล้านแห่งที่ยังคงพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานนี้ในการรับชมโทรทัศน์ เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว สภาผู้บริโภคได้เรียกร้องให้ กสทช. และค่ายมือถือรายใหญ่ ได้แก่ AIS และ True จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดูแลเรื่องการเปลี่ยนผ่านและการเยียวยาผู้บริโภค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการรับชมโทรทัศน์ของผู้ที่ยังใช้ระบบดาวเทียมรุ่นเก่า แม้ว่าแผนการเปลี่ยนผ่านคลื่นความถี่จะถูกกำหนดไว้ในช่วงปี 2569–2573 แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการหยุดให้บริการและรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเยียวยาหรือความช่วยเหลือทางเทคนิคยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อหาแนวทางจัดการการเปลี่ยนผ่านนี้โดยไม่ให้กระทบต่อผู้ชมจำนวนหลายล้านคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 13:01 UTC

กสทช. อนุมัติงบ 4 หมื่นล้านบาท ขยายโครงข่ายการเชื่อมต่อทั่วประเทศ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กสทช. อนุมัติงบ 4 หมื่นล้านบาท ขยายโครงข่ายการเชื่อมต่อทั่วประเทศ

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดตัวโครงการ 5 ปี มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมทั่วประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กสทช. อนุมัติงบ 4 หมื่นล้านบาท ขยายโครงข่ายการเชื่อมต่อทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กสทช. อนุมัติงบ 4 หมื่นล้านบาท ขยายโครงข่ายการเชื่อมต่อทั่วประเทศ

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดตัวโครงการ 5 ปี มูลค่า 4 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมทั่วประเทศไทย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้อนุมัติแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) ฉบับที่ 4 อย่างเป็นทางการ โดยมี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. เป็นผู้ลงนามเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ซึ่งถือเป็นการขยายกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศครั้งสำคัญ

โครงการดังกล่าวได้รับจัดสรรงบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทยเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ถึงปี 2573 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากจากแผนเดิมที่จำกัดระยะเวลาเพียง 1 ปี และมีงบประมาณ 8 พันล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงการเชื่อมต่อดิจิทัล ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้มากขึ้นในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการปรับปรุงอาจช่วยให้การสื่อสารและการเข้าถึงบริการดิจิทัลทั่วประเทศมีความสะดวกยิ่งขึ้น

แม้ว่ากรอบของแผน 5 ปีจะถูกกำหนดไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการดำเนินงานในแต่ละจังหวัดและมาตรฐานทางเทคโนโลยีที่แน่ชัดที่จะนำมาใช้นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอประกาศเพิ่มเติมจาก กสทช. เกี่ยวกับการดำเนินการตามขั้นตอนของโครงการเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:21 UTC

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ชู ‘เครือข่าย–ดิจิทัล–AI’ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ในภาคเหนือ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ชู ‘เครือข่าย–ดิจิทัล–AI’ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ในภาคเหนือ

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กำลังบูรณาการ AI และเครือข่ายดิจิทัลเพื่อยกระดับการเข้าถึงการศึกษาในภาคเหนือของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ชู ‘เครือข่าย–ดิจิทัล–AI’ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ในภาคเหนือ

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ชู ‘เครือข่าย–ดิจิทัล–AI’ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ในภาคเหนือ

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กำลังบูรณาการ AI และเครือข่ายดิจิทัลเพื่อยกระดับการเข้าถึงการศึกษาในภาคเหนือของไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้เปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรทั่วภาคเหนือของไทย โดยกลยุทธ์นี้เน้นเสาหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเสริมสร้างเครือข่ายท้องถิ่น การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่กรอบการเรียนรู้ระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่บริการการศึกษาภาครัฐที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น ในขณะที่กรมฯ ดำเนินการปรับปรุงการเข้าถึงบริการ ผู้ใช้ศูนย์การเรียนรู้ในท้องถิ่นอาจได้พบกับเครื่องมือดิจิทัลที่ได้รับการปรับปรุงและกระบวนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยระบบ AI ความพยายามในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาและปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลในจังหวัดภาคเหนือ

แม้ว่ากรมฯ จะได้กำหนดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ไว้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบเวลาสำหรับการนำเครื่องมือ AI มาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบและแพลตฟอร์มเฉพาะที่จะใช้สำหรับการเข้าถึงของประชาชนยังไม่มีการเปิดเผย นอกจากนี้ยังต้องติดตามดูว่าการอัปเกรดทางดิจิทัลเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่มีอยู่เดิมอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณและโปรแกรมการฝึกอบรมเฉพาะที่จะจัดเตรียมให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาสามารถจัดการระบบเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:21 UTC

เครือมติชนจับมือ BDI เดินหน้าพัฒนา ThaiLLM
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เครือมติชนจับมือ BDI เดินหน้าพัฒนา ThaiLLM

เครือมติชนลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เพื่อสนับสนุนข้อมูลคุณภาพสูงสำหรับการพัฒนา ThaiLLM ซึ่งเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่เน้นบริบททางวัฒนธรรมท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เครือมติชนจับมือ BDI เดินหน้าพัฒนา ThaiLLM

แหล่งข่าวเดียว
เครือมติชนจับมือ BDI เดินหน้าพัฒนา ThaiLLM

เครือมติชนลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เพื่อสนับสนุนข้อมูลคุณภาพสูงสำหรับการพัฒนา ThaiLLM ซึ่งเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่เน้นบริบททางวัฒนธรรมท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เครือมติชนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ThaiLLM โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ด้วยการนำข้อมูลคุณภาพสูงที่ผ่านการตรวจสอบจากคลังข้อมูลของมติชนมาใช้ในการพัฒนา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความร่วมมือนี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นการสร้างเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจความละเอียดอ่อนของภาษาไทย วัฒนธรรมท้องถิ่น และบริบทเฉพาะของประเทศได้ดียิ่งขึ้น การฝึกฝน AI ด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนและความเข้าใจผิดทางวัฒนธรรมที่มักพบในโมเดล AI ทั่วไป ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาผู้ช่วยดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น บริการแปลภาษาที่ดีขึ้น และระบบการสืบค้นข้อมูลที่แม่นยำสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตหรือท่องเที่ยวในประเทศ

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะเป็นการแสดงเจตจำนงอย่างเป็นทางการในการแบ่งปันข้อมูล แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในแอปพลิเคชัน AI สำหรับสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ขอบเขตที่โมเดลนี้จะเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงหรือนำไปใช้ในแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา เมื่อโครงการมีความคืบหน้า ผู้ใช้อาจเริ่มเห็นการปรับปรุงในวิธีที่แพลตฟอร์มดิจิทัลตีความและตอบสนองต่อคำถามที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:01 UTC