ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

เตือนภัยสภาพอากาศในไทย: เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (2 กันยายน)
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เตือนภัยสภาพอากาศในไทย: เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (2 กันยายน)

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก พร้อมเตือนคลื่นลมแรงในทะเลอันดามันตอนบน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เตือนภัยสภาพอากาศในไทย: เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (2 กันยายน)

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยสภาพอากาศในไทย: เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (2 กันยายน)

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก พร้อมเตือนคลื่นลมแรงในทะเลอันดามันตอนบน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยเตือนให้ระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศไทย ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ระบุว่าพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งและความปลอดภัยในการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้ำท่วมฉับพลันอาจส่งผลกระทบต่อการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ทางการได้แนะนำให้เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากสภาพทะเล

แม้ว่าพยากรณ์อากาศจะให้ภาพรวมสำหรับ 24 ชั่วโมงข้างหน้า แต่ความรุนแรงและตำแหน่งที่แน่ชัดของฝนตกหนักอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ สิ่งสำคัญคือต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่า และปฏิบัติตามคำเตือนด้านความปลอดภัยทางทะเลที่ออกโดยหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 03:37 UTC

เอ็นจีโอภาคใต้ตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์ 'รัฐซ้อนรัฐ'
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เอ็นจีโอภาคใต้ตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์ 'รัฐซ้อนรัฐ'

บรรจง นะแส ตัวแทนเอ็นจีโอภาคใต้ ได้ตั้งคำถามสำคัญ 5 ประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการในภาคใต้ของไทย พร้อมเตือนถึงพลวัตของ 'รัฐซ้อนรัฐ' ที่อาจเกิดขึ้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เอ็นจีโอภาคใต้ตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์ 'รัฐซ้อนรัฐ'

แหล่งข่าวเดียว
เอ็นจีโอภาคใต้ตั้งคำถามถึงปรากฏการณ์ 'รัฐซ้อนรัฐ'

บรรจง นะแส ตัวแทนเอ็นจีโอภาคใต้ ได้ตั้งคำถามสำคัญ 5 ประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการในภาคใต้ของไทย พร้อมเตือนถึงพลวัตของ 'รัฐซ้อนรัฐ' ที่อาจเกิดขึ้น

ในระหว่างที่คณะรัฐมนตรีไทยจัดการประชุมสัญจร บรรจง นะแส ตัวแทนจากองค์กรพัฒนาเอกชนในภาคใต้ ได้ตั้งคำถามสำคัญ 5 ประเด็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับการบริหารจัดการในระดับภูมิภาค ตามรายงานของ Thai Post นายบรรจงได้เน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ 'รัฐซ้อนรัฐ' โดยชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองและกลุ่มเทคโนแครตกำลังสร้างความไม่มั่นคงในพื้นที่

นายบรรจงได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาหลายกรณีที่การแย่งชิงอำนาจภายในเหล่านี้ได้กลายเป็นความขัดแย้งที่เปิดเผย ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน ตัวแทนเอ็นจีโอรายนี้โต้แย้งว่าความขัดแย้งทางการบริหารเหล่านี้กำลังบั่นทอนการปกครองส่วนท้องถิ่นและสร้างโครงสร้างอำนาจที่แตกแยก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการเน้นย้ำถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในท้องถิ่นและเสถียรภาพของภูมิภาค แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้ออกคำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าฝ่ายบริหารตั้งใจจะจัดการกับประเด็นทั้ง 5 นี้อย่างไร หรือความขัดแย้งภายในเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายในทันทีหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ารัฐบาลจะยอมรับข้อกังวลเหล่านี้หรือไม่ หรือความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองและเทคโนแครตจะทวีความรุนแรงขึ้นในจังหวัดภาคใต้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 00:55 UTC

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2569
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย เนื่องจากร่องมรสุมและพายุโซนร้อน 'โซเดล'

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย เนื่องจากร่องมรสุมและพายุโซนร้อน 'โซเดล'

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 (181/2569) เตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวนที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2569 ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำถึงความเสี่ยงสำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำที่มักเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเจ้าหน้าที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคงติดตามความคืบหน้าของพายุโซนร้อน 'โซเดล' ซึ่งปัจจุบันอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะระบุถึง 35 จังหวัดที่มีความเสี่ยง แต่นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบผลกระทบในแต่ละภูมิภาค ทั้งนี้ เส้นทางเดินพายุที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 23:55 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทางการได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนักในช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทางการได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนักในช่วงวันที่ 4-7 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศโดยระบุถึงฝนตกหนักที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยนายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังคือตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 7 กันยายน 2569

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สภาพอากาศอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ การสัญจรบนท้องถนนอาจมีความยากลำบาก และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้ง จึงขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุวันที่และพื้นที่เสี่ยงภัยไว้แล้ว แต่ความรุนแรงและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศที่พัฒนาไป นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากแหล่งข่าวทางการก่อนออกเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ในขณะนี้ คำเตือนดังกล่าวถือเป็นมาตรการป้องกันเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 23:36 UTC

รถกระบะบรรทุกเหล็กยื่นยาวก่อเหตุเฉี่ยวชนในเชียงใหม่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รถกระบะบรรทุกเหล็กยื่นยาวก่อเหตุเฉี่ยวชนในเชียงใหม่

คนขับรถกระบะในเชียงใหม่ต้องรับผิดชอบหลังกลับรถในจุดห้ามกลับ ทำให้เหล็กที่บรรทุกมาฟาดเข้ากับรถตู้ที่ขับตามมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รถกระบะบรรทุกเหล็กยื่นยาวก่อเหตุเฉี่ยวชนในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะบรรทุกเหล็กยื่นยาวก่อเหตุเฉี่ยวชนในเชียงใหม่

คนขับรถกระบะในเชียงใหม่ต้องรับผิดชอบหลังกลับรถในจุดห้ามกลับ ทำให้เหล็กที่บรรทุกมาฟาดเข้ากับรถตู้ที่ขับตามมา

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุจราจรบริเวณแยกกองกำลังผาเมือง ต.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ โดยมีรถกระบะและรถตู้คู่กรณีเกี่ยวข้อง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถกระบะคันดังกล่าวบรรทุกแผ่นเหล็กยาวที่ยื่นออกมาจากตัวรถอย่างมาก คนขับได้พยายามกลับรถกะทันหันในจุดที่ห้ามกลับรถ ส่งผลให้เหล็กที่ยื่นออกมาฟาดเข้ากับกระจกของรถตู้ที่ขับตามมาจนได้รับความเสียหาย

ในเบื้องต้นคนขับรถกระบะปฏิเสธความผิดโดยอ้างว่าตนขับขี่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ช้างเผือก ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุพอดีได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและยืนยันว่ารถกระบะได้กลับรถในจุดห้ามกลับและบรรทุกเหล็กยาวเกินกว่าตัวรถ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎระเบียบการขนส่ง เมื่อได้รับทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ คนขับรถกระบะจึงยอมจำนนและตกลงที่จะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเว้นระยะห่างจากรถที่บรรทุกสิ่งของไม่มั่นคงหรือมีขนาดเกินตัวรถ แม้ว่าข้อพิพาทเบื้องต้นจะได้รับการแก้ไขในที่เกิดเหตุเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วย แต่รายละเอียดเกี่ยวกับค่าซ่อมแซมและความรับผิดทางกฎหมายเพิ่มเติมสำหรับการกระทำผิดกฎจราจรยังคงต้องรอการดำเนินการจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 17:35 UTC

ประกาศเตือนสภาพอากาศ: คาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงทั่วประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนสภาพอากาศ: คาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงทั่วประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและคลื่นลมแรงเนื่องจากร่องมรสุมและอิทธิพลของพายุโซนร้อน "ซูเดล"

Thai Meteorological Department Alerts ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนสภาพอากาศ: คาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงทั่วประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนสภาพอากาศ: คาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงทั่วประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและคลื่นลมแรงเนื่องจากร่องมรสุมและอิทธิพลของพายุโซนร้อน "ซูเดล"

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเกี่ยวกับร่องมรสุมที่กำลังส่งผลกระทบต่อภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยและประเทศลาว ระบบนี้เมื่อรวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ทั่วภาคเหนือของไทย โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดฝนตกหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณใกล้เชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ สำหรับสภาพทางทะเลได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนอ่าวไทยตอนบนคาดว่าจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ทางการแนะนำให้เรือทุกลำเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

สำหรับพายุโซนร้อน "ซูเดล" ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าคาดว่าจะเคลื่อนตัวไปทางไต้หวันในช่วงวันที่ 5-7 กันยายน 2569 โดยพายุนี้ไม่มีทิศทางเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทางเพื่อความปลอดภัยในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Meteorological Department Alerts
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 22:55 UTC

ผู้โดยสารร้องเรียนความปลอดภัย หลังพบหน้ากากสุดหลอนในรถรับจ้างผ่านแอปฯ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ผู้โดยสารร้องเรียนความปลอดภัย หลังพบหน้ากากสุดหลอนในรถรับจ้างผ่านแอปฯ

ผู้โดยสารในประเทศไทยเผยความรู้สึกไม่ปลอดภัยหลังพบหน้ากากลักษณะน่ากลัวภายในรถที่เรียกผ่านแอปพลิเคชัน นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องมาตรฐานความปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ผู้โดยสารร้องเรียนความปลอดภัย หลังพบหน้ากากสุดหลอนในรถรับจ้างผ่านแอปฯ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้โดยสารร้องเรียนความปลอดภัย หลังพบหน้ากากสุดหลอนในรถรับจ้างผ่านแอปฯ

ผู้โดยสารในประเทศไทยเผยความรู้สึกไม่ปลอดภัยหลังพบหน้ากากลักษณะน่ากลัวภายในรถที่เรียกผ่านแอปพลิเคชัน นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องมาตรฐานความปลอดภัย

โพสต์บนโซเชียลมีเดียของผู้โดยสารรายหนึ่งในประเทศไทยได้สร้างความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของบริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ผู้โดยสารรายนี้เล่าถึงประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำหลังจากเรียกใช้บริการผ่านแอปฯ ดัง โดยพบว่ามีหน้ากากลักษณะคล้ายใบหน้าคนแขวนไว้อย่างชัดเจนที่ด้านหลังเบาะคนขับ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้โดยสารบรรยายเหตุการณ์นี้ว่าเป็นเหมือน "ฝันร้าย" โดยรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวอย่างมากระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ยังสังเกตเห็นว่ารถคันดังกล่าวดูเหมือนจะไม่มีกันชนท้าย ผู้โดยสารระบุว่าจำเป็นต้องนั่งรถคันนั้นต่อไปเนื่องจากรีบ แต่ได้ตั้งข้อสังเกตที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้หญิงหรือเด็กที่ต้องเดินทางคนเดียวในเวลากลางคืน

หลังจากเกิดเหตุ ผู้โดยสารได้ร้องเรียนไปยังฝ่ายบริการลูกค้าของแอปพลิเคชัน แต่รู้สึกผิดหวังกับการตอบกลับที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจ โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยผู้ใช้จำนวนมากตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการตกแต่งรถดังกล่าวและการกำกับดูแลความปลอดภัยโดยรวมของแพลตฟอร์ม

แม้ว่าผู้โดยสารจะแชร์เรื่องราวและหลักฐานภาพถ่ายแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าบริษัทผู้ให้บริการจะจัดการกับข้อร้องเรียนนี้อย่างไร หรือจะมีการกำหนดแนวทางที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการดัดแปลงภายในรถหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยเพิ่มความระมัดระวังและรายงานข้อกังวลด้านความปลอดภัยโดยตรงผ่านช่องทางที่เป็นทางการของแอปพลิเคชัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 11:35 UTC

เตือน 4 จังหวัดลุ่มน้ำโขงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เตือน 4 จังหวัดลุ่มน้ำโขงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 4 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1-6 กันยายน 2569

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เตือน 4 จังหวัดลุ่มน้ำโขงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
เตือน 4 จังหวัดลุ่มน้ำโขงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 4 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1-6 กันยายน 2569

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศแจ้งเตือนด่วนสำหรับ 4 จังหวัดที่ตั้งอยู่ตลอดแนวลุ่มน้ำโขง ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งได้ โดยประกาศเตือนนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 6 กันยายน 2569

หน่วยงานท้องถิ่นได้รับคำสั่งให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนหากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในภูมิภาคแม่น้ำโขง เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางน้ำ การคมนาคมในท้องถิ่น และการเข้าถึงพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้แหล่งน้ำ

แม้ว่ารัฐบาลจะมีการระดมทรัพยากรเพื่อรับมือกับสถานการณ์แล้ว แต่ขอบเขตที่แน่ชัดของน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านช่องทางทางการของท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด ในขณะนี้ประกาศดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การเฝ้าระวังและการเตรียมความพร้อม ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 11:30 UTC

ปภ. เตือนภัยน้ำท่วมใน 4 จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ปภ. เตือนภัยน้ำท่วมใน 4 จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทยได้ออกประกาศเตือนระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นใน 4 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขง ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ปภ. เตือนภัยน้ำท่วมใน 4 จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง

แหล่งข่าวเดียว
ปภ. เตือนภัยน้ำท่วมใน 4 จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทยได้ออกประกาศเตือนระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นใน 4 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขง ระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับ 4 จังหวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร โดยคำเตือนนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 6 กันยายน 2569 ตามการประเมินของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

ทางการระบุว่าระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนและทางตอนใต้ของประเทศจีน ประกอบกับอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและลาว คาดการณ์ว่าระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวอาจเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2.0 ถึง 4.8 เมตร ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ปภ. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมในการตอบโต้เหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในจังหวัดเหล่านี้ สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้กิจกรรมทางน้ำหยุดชะงัก อาจมีการปิดเส้นทางจราจรใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ และเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของหน่วยงานราชการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการคาดการณ์ปัจจุบันจะครอบคลุมถึงวันที่ 6 กันยายน แต่ผลกระทบระยะยาวของมรสุมต่อระดับน้ำยังคงต้องมีการเฝ้าระวังทางอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 09:56 UTC

ระบบ Radar4Flood ใหม่ช่วยยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ระบบ Radar4Flood ใหม่ช่วยยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในประเทศไทย

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ได้เปิดตัว 'Radar4Flood' ระบบติดตามใหม่ที่สามารถคาดการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันได้ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ระบบ Radar4Flood ใหม่ช่วยยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ระบบ Radar4Flood ใหม่ช่วยยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในประเทศไทย

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ได้เปิดตัว 'Radar4Flood' ระบบติดตามใหม่ที่สามารถคาดการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันได้ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA ได้เปิดตัวเครื่องมือติดตามภัยพิบัติใหม่ที่เรียกว่า 'Radar4Flood' ซึ่งพัฒนาขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศที่ซับซ้อนให้เป็นข้อมูลที่หน่วยงานท้องถิ่น เกษตรกร และประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ปัจจุบันระบบนี้กำลังถูกนำไปใช้ในพื้นที่นำร่อง 4 ลุ่มน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.36 ล้านไร่ วัตถุประสงค์หลักของ Radar4Flood คือการแจ้งเตือนล่วงหน้า 24 ชั่วโมงสำหรับเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA เน้นย้ำว่าระบบนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และพื้นที่เกษตรกรรม โดยการให้ข้อมูลเตือนภัยที่ทันท่วงทีเพื่อให้สามารถเตรียมตัวรับมือเหตุฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วตามฤดูกาล การแจ้งเตือนที่รวดเร็วขึ้นอาจช่วยให้บุคคลหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีสภาพอากาศรุนแรง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลแจ้งเตือนเหล่านี้แบบเรียลไทม์อย่างไร และระบบจะมีการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจาก 4 ลุ่มน้ำนำร่องในปัจจุบันหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศจากทางการในช่วงฤดูฝน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ปภ.เชียงใหม่เฝ้าระวัง 'น้ำแม่แจ่ม' หลังขึ้นธงเหลืองเตือนภัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ปภ.เชียงใหม่เฝ้าระวัง 'น้ำแม่แจ่ม' หลังขึ้นธงเหลืองเตือนภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ประกาศเตือนภัยระดับธงเหลืองสำหรับแม่น้ำแม่แจ่ม เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและเหตุการณ์ดินสไลด์ในพื้นที่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ปภ.เชียงใหม่เฝ้าระวัง 'น้ำแม่แจ่ม' หลังขึ้นธงเหลืองเตือนภัย

แหล่งข่าวเดียว
ปภ.เชียงใหม่เฝ้าระวัง 'น้ำแม่แจ่ม' หลังขึ้นธงเหลืองเตือนภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ประกาศเตือนภัยระดับธงเหลืองสำหรับแม่น้ำแม่แจ่ม เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและเหตุการณ์ดินสไลด์ในพื้นที่

ภาพรวมสถานการณ์

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่าแม่น้ำแม่แจ่มถูกยกระดับสถานะเป็น 'ธงเหลือง' ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากปริมาณฝนสะสมในพื้นที่

ผลกระทบและการตอบสนอง

นอกเหนือจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นแล้ว ทางการยังยืนยันว่ามีเหตุการณ์ดินสไลด์ปิดทับเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ ทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่เพื่อเร่งเปิดทางและฟื้นฟูการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดการณ์ว่าอาจมีฝนตกหนักต่อเนื่องซึ่งอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น

คำแนะนำสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน โดยเฉพาะบริเวณอำเภอแม่แจ่ม ควรติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการสัญจรบนเส้นทางภูเขา เนื่องจากฝนที่ตกหนักเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์และเส้นทางถูกตัดขาดอย่างกะทันหัน

สถานะของข้อมูล

แม้ว่าสถานะธงเหลืองจะมีผลบังคับใช้ในขณะนี้ แต่ผลกระทบระยะยาวจากปริมาณฝนยังคงต้องติดตามต่อไป ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับการอพยพหรือมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และสถานการณ์อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ครม. เห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ครม. เห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

รัฐบาลไทยเห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติใหม่ที่คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือนจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ครม. เห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ครม. เห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

รัฐบาลไทยเห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติใหม่ที่คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือนจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเห็นชอบในหลักการของโครงการประกันภัยพิบัติใหม่ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากระบบการเยียวยาแบบเดิมไปสู่ระบบประกันภัยที่มีโครงสร้างชัดเจน ซึ่งจะครอบคลุมครัวเรือนประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

โครงการนี้ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ภายใต้กรอบที่เสนอ ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยจะจำกัดวงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อครัวเรือนต่อครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นอกจากนี้ โครงการยังรวมถึงการประกันชีวิตซึ่งให้ผลประโยชน์รายละ 2 ล้านบาทในกรณีเสียชีวิต รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายปีจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาทเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ โดยสัญญาว่าจะจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นภายใน 15 วัน และให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมภายใน 15 วันถัดมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว นโยบายนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการจัดการการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติของรัฐ แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบในหลักการของโครงการแล้ว แต่รายละเอียดการดำเนินการเฉพาะ เช่น ขั้นตอนการลงทะเบียนสำหรับชาวต่างชาติหรือขอบเขตของเกณฑ์การได้รับสิทธิ์ ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 07:35 UTC

ฝนตกหนักทำแม่ฮ่องสอนวิกฤต ดินสไลด์และน้ำป่าหลากท่วมในหลายพื้นที่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักทำแม่ฮ่องสอนวิกฤต ดินสไลด์และน้ำป่าหลากท่วมในหลายพื้นที่

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทำให้เกิดดินสไลด์ในอำเภอสบเมยและน้ำป่าไหลหลากในอำเภอขุนยวม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝนตกหนักทำแม่ฮ่องสอนวิกฤต ดินสไลด์และน้ำป่าหลากท่วมในหลายพื้นที่

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำแม่ฮ่องสอนวิกฤต ดินสไลด์และน้ำป่าหลากท่วมในหลายพื้นที่

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทำให้เกิดดินสไลด์ในอำเภอสบเมยและน้ำป่าไหลหลากในอำเภอขุนยวม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำลังเผชิญกับวิกฤตภัยธรรมชาติหลังจากมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน สภาพอากาศที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในอำเภอสบเมยและอำเภอขุนยวม

ในอำเภอสบเมยมีรายงานเหตุการณ์ดินสไลด์ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ในขณะเดียวกันที่อำเภอขุนยวม ลำน้ำแม่สะเป่ได้เอ่อล้นตลิ่งเนื่องจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านแม่สะเป่ใต้และโรงเรียนบ้านแม่สะเป่ใต้ สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สินส่วนบุคคลและอาคารเรียน ก่อนที่มวลน้ำจะไหลลงสู่ลำน้ำแม่สุรินและแม่น้ำปาย

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นนำโดยนายวฤทธิ์ชาติ ปาณชู นายอำเภอขุนยวม พร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบล ได้ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านและประเมินความเสียหาย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สภาพการณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง รวมถึงอาจมีการปิดเส้นทางจราจรและสภาพพื้นที่ที่ไม่มั่นคง ขอแนะนำให้ติดตามการรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด แม้ว่าการช่วยเหลือเบื้องต้นจะดำเนินการอยู่ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและผลกระทบระยะยาวต่อชุมชนยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 07:37 UTC

ครม. เห็นชอบหลักการจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ครม. เห็นชอบหลักการจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

รัฐบาลไทยเห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือนจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ครม. เห็นชอบหลักการจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ครม. เห็นชอบหลักการจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

รัฐบาลไทยเห็นชอบโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือนจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าภาครัฐจะดำเนินการจัดซื้อประกันภัยเพื่อคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

นโยบายนี้ออกแบบมาเพื่อมอบความคุ้มครองทางการเงินจากภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ภายใต้กรอบที่เสนอ ความคุ้มครองรวมถึงเงินชดเชยความเสียหายต่อโครงสร้างที่อยู่อาศัย 100,000 บาท และเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติดังกล่าวรายละ 2 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการจัดการการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติและความมั่นคงทางการเงินของประชาชน แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบในหลักการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงาน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และวันเริ่มต้นความคุ้มครองอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการประกันภัยนี้และวันที่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 06:56 UTC

หาดใหญ่ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หาดใหญ่ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วม

เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยลงพื้นที่หาดใหญ่เพื่อติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและการระบายน้ำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หาดใหญ่ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
หาดใหญ่ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วม

เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยลงพื้นที่หาดใหญ่เพื่อติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและการระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยแบบบูรณาการ ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ของเทศบาลในการบริหารจัดการน้ำผ่านการกักเก็บ การหน่วงน้ำ และการเร่งระบายน้ำ

การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ โครงการแก้มลิงคลองเรียนในตำบลคอหงส์ ซึ่งมีแผนเพิ่มความจุกักเก็บน้ำอีก 250,000 ลูกบาศก์เมตร จากเดิมที่มีอยู่ 530,000 ลูกบาศก์เมตร โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อปกป้องชุมชนในพื้นที่ 103 แห่ง โดยการเชื่อมโยงระบบระบายน้ำเข้ากับคูคลองสายหลัก นอกจากนี้ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองเตยระยะที่ 1 กำลังดำเนินการอยู่ โดยมีเป้าหมายเพิ่มอัตราการระบายน้ำจาก 160 เป็น 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแผนปรับปรุงบริเวณปลายคลองเพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจาก 63 เป็น 91 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วมขังในเขตเมืองในช่วงฤดูฝน แม้ว่าโครงการเหล่านี้จะมุ่งเน้นการเพิ่มความปลอดภัย แต่ประสิทธิภาพของระบบในช่วงที่เกิดสภาพอากาศสุดขั้วยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศจากทางเทศบาลอย่างใกล้ชิดในช่วงฤดูฝน เนื่องจากความเสี่ยงจากน้ำท่วมอาจเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณน้ำฝน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 05:36 UTC

ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น: ออกประกาศเตือนภัยพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น: ออกประกาศเตือนภัยพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งตลอดแนวแม่น้ำโขง ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569 เนื่องจากฝนตกหนักและการระบายน้ำจากเขื่อนไซยะบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น: ออกประกาศเตือนภัยพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น: ออกประกาศเตือนภัยพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งตลอดแนวแม่น้ำโขง ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569 เนื่องจากฝนตกหนักและการระบายน้ำจากเขื่อนไซยะบุรี

ตามรายงานจาก Khaosod Online สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 2/2569 แจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและอาจล้นตลิ่ง โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมช่วงวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ตั้งแต่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ไปจนถึงอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

สทนช. ระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวเกิดจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ประกอบกับพายุดีเปรสชันในประเทศจีนตอนใต้และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของ สปป.ลาว และประเทศไทย นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าเขื่อนไซยะบุรีจะมีการระบายน้ำประมาณ 18,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นถึง 4.8 เมตร ในพื้นที่จังหวัดหนองคายและบึงกาฬ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางน้ำ แม้ว่า สทนช. จะได้ให้การพยากรณ์ล่วงหน้า 5 วัน แต่ระดับความรุนแรงของน้ำล้นตลิ่งยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ผู้ที่อยู่ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบโดยรวมต่อชุมชนริมฝั่งแม่น้ำยังต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 05:15 UTC

ปฏิบัติการกู้ภัยในเนปาลหลังเหตุอุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ปฏิบัติการกู้ภัยในเนปาลหลังเหตุอุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่

ทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาคนงานประมาณ 500 คนที่ติดอยู่ในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ หลังจากเกิดน้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงในพื้นที่ชายแดนเนปาลและทิเบต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ปฏิบัติการกู้ภัยในเนปาลหลังเหตุอุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
ปฏิบัติการกู้ภัยในเนปาลหลังเหตุอุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่

ทีมกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาคนงานประมาณ 500 คนที่ติดอยู่ในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ หลังจากเกิดน้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงในพื้นที่ชายแดนเนปาลและทิเบต

ตามรายงานจาก Khaosod Online ความพยายามในการช่วยเหลือในเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตกำลังเข้มข้นขึ้น หลังจากเกิดเหตุอุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม ณ วันที่ 1 กันยายน ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันในพื้นที่ได้รับผลกระทบมีอย่างน้อย 955 ราย และมีผู้สูญหายมากกว่า 4,471 ราย

ตัวแทนภาคเอกชนและบริษัทพลังงานประเมินว่ามีคนงานประมาณ 500 คนยังคงติดอยู่ภายในอุโมงค์โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลน กองทัพเนปาลยืนยันการพบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 4 รายในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยโคลน นายจาคอบ สไตเนอร์ นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยกราซ ระบุว่าแม้ว่าอุโมงค์จะมีขนาดใหญ่พอที่จะขับรถผ่านได้และมีการส่งออกซิเจนให้ผู้ที่ติดอยู่ภายในบ้างแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงเป็นการแข่งขันกับเวลาเนื่องจากความต้องการอาหารและน้ำอย่างเร่งด่วน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ ภัยพิบัตินี้เน้นย้ำถึงความผันผวนอย่างรุนแรงของฤดูมรสุมและความเสี่ยงของภัยพิบัติซ้ำซ้อน เช่น น้ำท่วมเพิ่มเติม ในขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินอยู่ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดและยอดผู้เสียชีวิตขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยัน ทางการได้เตือนก่อนหน้านี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำซ้อนในพื้นที่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารในท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 04:35 UTC

ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น: ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น: ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับจังหวัดต่างๆ ตลอดแนวแม่น้ำโขง ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น: ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น: ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับจังหวัดต่างๆ ตลอดแนวแม่น้ำโขง ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 2/2569 แจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอ้างอิงข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ ช่วงเวลาเฝ้าระวังดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569

ทางการคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2.0 ถึง 4.8 เมตร ซึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนและปริมาณน้ำที่คาดว่าจะไหลผ่านเขื่อนไซยะบุรีในอัตรา 18,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จังหวัดที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงน้ำท่วมในขณะนี้ ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และมุกดาหาร โดยมีรายงานระบุว่าระดับน้ำในจังหวัดหนองคายได้เกินระดับวิกฤตไปแล้ว 0.28 เมตร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางจุด การหยุดชะงักของการสัญจรทางน้ำ และการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่า สทนช. จะได้ให้ข้อมูลคาดการณ์เหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหล่านี้ควรตรวจสอบสถานะของจุดหมายปลายทางและใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 04:58 UTC