ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาได้ ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลไทยชี้แจงศักยภาพการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: นำโพยส่วนตัวเข้าคูหาได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้า ✦
ความปลอดภัย เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ประชาชนใน 6 อำเภอของอยุธยาควรเตรียมพร้อม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางอุทกวิทยา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศแผนรับมือน้ำท่วม 7 มาตรการ ✦
ความปลอดภัย ผู้นำฝ่ายค้านเสนอมาตรการเร่งด่วนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ ✦
การขนส่ง ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม: สถานีดินแดงเตรียมพร้อมรับหัวเจาะอุโมงค์ ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาได้

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาได้

รัฐบาลไทยชี้แจงว่าผู้ประกันตนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน สามารถจดหมายเลขผู้สมัครนำเข้าไปในคูหาเลือกตั้งได้

ก่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายนนี้ รัฐบาลไทยได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนนเสียง โดยอ้างอิงจากรายงานของ Thai Post รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่าผู้ประกันตนสามารถจดหมายเลขของผู้สมัครที่ต้องการเลือกใส่กระดาษหรือบันทึกส่วนตัวเพื่อนำเข้าไปในคูหาเลือกตั้งได้

การชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนได้อย่างสะดวก เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งนี้มีการคัดเลือกตัวแทนเข้าสู่บอร์ดประกันสังคม สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อยู่ในระบบประกันสังคมของไทย ข้อมูลนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนการลงคะแนน และช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกผู้สมัครที่ต้องการได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดกฎการเลือกตั้ง

แม้ว่าคำแนะนำนี้จะช่วยให้ความชัดเจนเรื่องการใช้บันทึกส่วนตัว แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรปฏิบัติตามกฎระเบียบทั่วไปของการเลือกตั้งและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด ขณะนี้การเลือกตั้งยังคงกำหนดจัดขึ้นตามวันเวลาเดิม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรตรวจสอบสิทธิและสถานที่เลือกตั้งผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของสำนักงานประกันสังคมเพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงระเบียบการเลือกตั้งอื่นๆ เพิ่มเติมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:02 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงศักยภาพการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงศักยภาพการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศ

รัฐบาลไทยได้ตอบสนองต่อความกังวลเกี่ยวกับการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ โดยเน้นย้ำว่าประเทศมีภาคการผลิตภายในประเทศที่แข็งแกร่ง

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงสถานะของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ โดยตอบโต้รายงานที่ระบุว่ามีการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากจีนถึง 99.3% ว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนภาพรวมทั้งหมดของอุตสาหกรรม

ตามข้อมูลของรัฐบาล ประเทศไทยมีฐานการผลิตชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ภายในประเทศที่สำคัญ โดยระบุว่าอุตสาหกรรมในท้องถิ่นมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศคิดเป็นมูลค่ากว่า 2.66 หมื่นล้านบาทต่อปี การชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดที่ว่าประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานแสงอาทิตย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงการมีอยู่ของห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นที่สนับสนุนภาคพลังงานหมุนเวียน แม้ว่ารัฐบาลจะให้ตัวเลขเหล่านี้เพื่อแสดงถึงความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางอุตสาหกรรม แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศักยภาพการผลิตภายในประเทศเหล่านี้จะขยายตัวอย่างไรในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นของประเทศ แถลงการณ์ของรัฐบาลถือเป็นการย้ำเตือนว่าเศรษฐกิจท้องถิ่นกำลังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนระดับโลก แทนที่จะเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีนำเข้า ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ผลิตในท้องถิ่นและส่วนแบ่งการตลาดในรายงานอุตสาหกรรมฉบับต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:00 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: นำโพยส่วนตัวเข้าคูหาได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้า

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: นำโพยส่วนตัวเข้าคูหาได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้า

รัฐบาลไทยชี้แจงกฎระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน โดยอนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำโพยส่วนตัวเข้าคูหาได้ แต่ห้ามนำเอกสารหาเสียงเข้าไปด้วย

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยนายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถนำโพยส่วนตัวที่จดเลขผู้สมัครเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งเพื่อช่วยในการตัดสินใจได้

อย่างไรก็ตาม ทางการได้สั่งห้ามการครอบครองหรือแสดงเอกสารหรือสื่อใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงภายในบริเวณหน่วยเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นระเบียบเรียบร้อย

สำหรับประชาชนและผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม การชี้แจงนี้มีความสำคัญเพื่อให้ปฏิบัติตามระเบียบการเลือกตั้งได้อย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเตรียมตัวเลือกผู้สมัครไว้ล่วงหน้าโดยใช้โพยส่วนตัว แทนการพึ่งพาเอกสารหาเสียงจากภายนอก

จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงเวลาลงคะแนนหรือสถานที่เลือกตั้ง ผู้มีสิทธิควรติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตล่าสุดหรือคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับหลักฐานแสดงตัวตนหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานของหน่วยเลือกตั้ง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามดูว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัดเพียงใดในแต่ละหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ความปลอดภัย

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ประชาชนใน 6 อำเภอของอยุธยาควรเตรียมพร้อม

แหล่งข่าวเดียว
เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ประชาชนใน 6 อำเภอของอยุธยาควรเตรียมพร้อม

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนประชาชนใน 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มอัตราการระบายน้ำเป็น 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำ

ทางการได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 6 อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งแม่น้ำเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่น้ำจะล้นตลิ่งในพื้นที่ท้ายเขื่อน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือกำลังพำนักอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควรติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างใกล้ชิด

ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันถึงผลกระทบโดยรวมในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจนอีกครั้ง ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการคงอัตราการระบายน้ำในระดับนี้ไว้นานเท่าใด หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ตอนบน นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและความปลอดภัยจากอุทกภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางอุทกวิทยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่สำรวจข้อมูลทางอุทกวิทยา

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มปฏิบัติงานภาคสนามเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทางอุทกวิทยา เพื่อมุ่งเน้นการปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำและการติดตามทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 4 ได้เริ่มปฏิบัติงานภาคสนามเพื่อดำเนินการสำรวจข้อมูลทางอุทกวิทยาอย่างครอบคลุม กิจกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ อัตราการไหล และคุณภาพน้ำโดยรวมในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การสำรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความผันผวนตามฤดูกาล แม้ว่าการปฏิบัติงานเหล่านี้จะเป็นภารกิจปกติ แต่ข้อมูลที่รวบรวมได้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวและกลยุทธ์ในการบรรเทาอุทกภัย

ในขณะนี้ กรมฯ ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เฉพาะเจาะจงที่จะทำการสำรวจหรือระยะเวลาของการปฏิบัติงานภาคสนามไว้อย่างชัดเจน ประชาชนในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ริมน้ำอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ของทางราชการในพื้นที่ขณะที่ทีมงานดำเนินการประเมินผล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อมูลดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อนโยบายการบริหารจัดการน้ำในอนาคตอย่างไร หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการใช้น้ำในท้องถิ่นในทันทีหรือไม่ ผู้ที่สนใจผลการสำรวจหรือความคืบหน้าของการดำเนินงานสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำได้เมื่อมีการประกาศเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:02 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 10 (226/2569) เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทางการได้แจ้งเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ

สำหรับสถานการณ์ทางทะเล คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงมากกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กในบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังซ้ำซากและติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิด แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะมีการพยากรณ์อากาศรายภูมิภาค แต่ความรุนแรงของฝนในแต่ละพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศแผนรับมือน้ำท่วม 7 มาตรการ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศแผนรับมือน้ำท่วม 7 มาตรการ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เริ่มใช้กลยุทธ์บรรเทาอุทกภัย 7 มาตรการ และกำลังพิจารณาประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

มาตรการรับมือน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าฯ ได้ดำเนินแผนปฏิบัติการ 7 มาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งเมือง

การพิจารณาประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

ในส่วนหนึ่งของการตอบสนองเชิงรุกของเมือง ขณะนี้ทางการกำลังประเมินความจำเป็นในการประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ขั้นตอนทางปกครองนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากรเพิ่มเติมและงบประมาณฉุกเฉินเพื่อสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบและแนวโน้ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมขั้นสูงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วม แม้ว่าแผน 7 มาตรการจะอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่การประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างเป็นทางการยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในเมืองหลวงติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าเขตใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้นำฝ่ายค้านเสนอมาตรการเร่งด่วนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านเสนอมาตรการเร่งด่วนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เรียกร้องให้กรุงเทพมหานครดำเนิน 4 มาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือน้ำท่วม รวมถึงการแนะนำให้ทำงานจากที่บ้าน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้กล่าวถึงวิกฤตน้ำท่วมในกรุงเทพฯ โดยเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหา ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ข้อเสนอดังกล่าวเรียกร้องให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระดมเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมทันที และประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเสริมกำลังในการป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่

นอกเหนือจากด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ข้อเสนอยังรวมถึงการระบุและประกาศเส้นทางวิกฤตที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมให้ประชาชนทราบ เพื่อช่วยให้ผู้พักอาศัยสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังเสนอให้หน่วยงานต่างๆ สนับสนุนนโยบายการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) สำหรับพนักงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดความเสี่ยงจากการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงของสภาพอากาศในปัจจุบันและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทั่วเมืองหลวง แม้ว่าข้อเสนอเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเส้นทางใดบ้างที่จะถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางวิกฤตอย่างเป็นทางการ และ กทม. จะรับรองคำแนะนำเรื่องการทำงานจากที่บ้านอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและความสะดวกในการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การขนส่ง

ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม: สถานีดินแดงเตรียมพร้อมรับหัวเจาะอุโมงค์

แหล่งข่าวเดียว
ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม: สถานีดินแดงเตรียมพร้อมรับหัวเจาะอุโมงค์

การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยสถานีดินแดงกำลังเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับหัวเจาะอุโมงค์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในกรุงเทพฯ มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยภาพล่าสุดจากพื้นที่ก่อสร้างสถานีดินแดงเผยให้เห็นว่าทางสถานีกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับหัวเจาะอุโมงค์ (TBM) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการขุดเจาะเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้สัญจร การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินของเมือง รถไฟฟ้าสายสีส้มได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ซึ่งอาจช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เมืองสำคัญเมื่อเปิดให้บริการ สำหรับนักท่องเที่ยว โครงการนี้แสดงถึงอนาคตของทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั่วทั้งเมืองหลวง

แม้ว่าขณะนี้พื้นที่กำลังถูกเตรียมความพร้อมสำหรับหัวเจาะ TBM แต่กำหนดการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเสร็จสิ้นระยะการขุดเจาะหรือการเปิดให้บริการโครงการโดยรวมยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ จำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อยืนยันตารางเวลาสำหรับขั้นตอนการก่อสร้างถัดไปและการเปิดใช้งานสายรถไฟฟ้าในอนาคต ผู้อยู่อาศัยในบริเวณดินแดงควรติดตามกิจกรรมการก่อสร้างที่กำลังดำเนินอยู่และอาจมีการปรับเปลี่ยนการจราจรในพื้นที่ตามความคืบหน้าของงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

สุดารัตน์ปลุกกระแสสังคมจับตา กกต. ก่อนการพิจารณาคดี ส.ว. ในวันที่ 14 กันยายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สุดารัตน์ปลุกกระแสสังคมจับตา กกต. ก่อนการพิจารณาคดี ส.ว. ในวันที่ 14 กันยายน

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในคดีฮั้ว ส.ว. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สุดารัตน์ปลุกกระแสสังคมจับตา กกต. ก่อนการพิจารณาคดี ส.ว. ในวันที่ 14 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
สุดารัตน์ปลุกกระแสสังคมจับตา กกต. ก่อนการพิจารณาคดี ส.ว. ในวันที่ 14 กันยายน

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในคดีฮั้ว ส.ว. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันจับตาการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นไปที่การตัดสินคดีการฮั้วเลือก ส.ว. ซึ่งคณะกรรมการมีกำหนดจะพิจารณาในวันที่ 14 กันยายนนี้

คุณสุดารัตน์แสดงความกังวลว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมุ่งเน้นไปที่การจัดการเพียงแค่ 'ปลาซิว' หรือผู้กระทำความผิดรายย่อย แทนที่จะจัดการกับผลกระทบในวงกว้างของการฮั้วเลือกตั้งที่ถูกกล่าวหา เธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบโดยภาคประชาชนเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเลือกตั้งจะมีความโปร่งใสและมีการบังคับใช้ความรับผิดชอบอย่างเป็นธรรมในทุกระดับของการสอบสวน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก ส.ว. แม้ว่าสถานการณ์นี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางหรือการท่องเที่ยว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศขณะนี้ จนถึงปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่แน่ชัดจากการประชุมในวันที่ 14 กันยายนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า กกต. จะดำเนินการอย่างไรกับคดีนี้ และแรงกดดันจากสาธารณชนจะมีผลต่อความโปร่งใสของผลการพิจารณาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 15:17 UTC

กทม. เดินหน้าใช้นโยบาย 'เปิดเผยเป็นหลัก' (Open by Default)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กทม. เดินหน้าใช้นโยบาย 'เปิดเผยเป็นหลัก' (Open by Default)

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดตัวโครงการรัฐบาลเปิดเผยเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กทม. เดินหน้าใช้นโยบาย 'เปิดเผยเป็นหลัก' (Open by Default)

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เดินหน้าใช้นโยบาย 'เปิดเผยเป็นหลัก' (Open by Default)

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดตัวโครงการรัฐบาลเปิดเผยเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศใช้นโยบาย 'เปิดเผยเป็นหลัก' (Open by Default) อย่างเป็นทางการ โดยรองศาสตราจารย์ต่อภัสสร์ ยมนาค เปิดเผยว่า กทม. ได้ออกคำสั่งให้ทุกหน่วยงานในสังกัดยึดหลักการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นสำคัญ และจำกัดการปกปิดข้อมูลไว้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลและเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของเมือง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และแหล่งรายได้ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการดำเนินงานของเมืองได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจช่วยให้เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณและการบริหารจัดการโครงการสาธารณะต่างๆ ได้ง่ายขึ้นในอนาคต ซึ่งความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับโครงการพัฒนาเมืองในกรุงเทพฯ

แม้ว่าจะมีการออกคำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่กรอบเวลาสำหรับการแปลงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและงบประมาณทั้งหมดให้เป็นระบบดิจิทัลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่า กทม. จะสามารถนำมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลนี้ไปปฏิบัติในหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และแพลตฟอร์มดิจิทัลจะมีความสะดวกต่อการเข้าถึงของประชาชนทั่วไปมากน้อยแค่ไหน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 14:16 UTC

เสนอสูตรบำนาญใหม่รับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เสนอสูตรบำนาญใหม่รับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศสูตรบำนาญใหม่และยืนยันการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เสนอสูตรบำนาญใหม่รับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

แหล่งข่าวเดียว
เสนอสูตรบำนาญใหม่รับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศสูตรบำนาญใหม่และยืนยันการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายนนี้

ในระหว่างงาน 'RUN FOR CARE' นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอสูตรบำนาญใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม โดยรายงานจาก Matichon Online ระบุว่ารัฐบาลคาดการณ์ว่าจะสามารถสรุปกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ภายในระยะเวลาสองเดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ส่งเงินสมทบเข้าสู่ระบบประกันสังคมของไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ด้านการเกษียณอายุในระยะยาว ขณะนี้รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยย้ำว่ากระบวนการเลือกตั้งจะต้องมีความสมบูรณ์และโปร่งใสเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมาย

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความมั่นใจในกรอบเวลาสองเดือนสำหรับกฎหมายบำนาญฉบับใหม่ แต่รายละเอียดที่ชัดเจนของสูตรคำนวณและผลกระทบเฉพาะต่อผู้ประกันตนแต่ละรายยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศจากสำนักงานประกันสังคมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งและการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านบำนาญในลำดับถัดไป เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นประเด็นนโยบายที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ผู้ที่สนใจผลกระทบระยะยาวต่อสถานะประกันสังคมของตนควรติดตามความคืบหน้าทางกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 12:55 UTC

กระทรวงพาณิชย์ไทยเตือนผู้ส่งออกเตรียมรับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าโดรน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์ไทยเตือนผู้ส่งออกเตรียมรับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าโดรน

กรมการค้าต่างประเทศแนะนำให้ผู้ส่งออกโดรนของไทยเตรียมพร้อมรับมือกับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงพาณิชย์ไทยเตือนผู้ส่งออกเตรียมรับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าโดรน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์ไทยเตือนผู้ส่งออกเตรียมรับมือสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าโดรน

กรมการค้าต่างประเทศแนะนำให้ผู้ส่งออกโดรนของไทยเตรียมพร้อมรับมือกับการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการถึงผู้ส่งออกในท้องถิ่นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยสหรัฐอเมริกาจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าโดรนและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกหลักสำหรับกลุ่มเทคโนโลยีนี้ กระทรวงฯ ได้เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ ตรวจสอบรายการสินค้าของตนในเชิงรุกและวางแผนกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อต้นทุนการผลิตและราคาขายปลีกขั้นสุดท้าย

แม้ว่าคำเตือนดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนของการปรับขึ้นภาษีและรายการส่วนประกอบโดรนที่ได้รับผลกระทบยังไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศเบื้องต้น ผู้ส่งออกควรติดตามประกาศทางการค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยและห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นอย่างไร ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรระมัดระวังเกี่ยวกับความผันผวนของราคาเทคโนโลยีโดรนในตลาดภายในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 12:36 UTC

คณะกรรมาธิการฯ จี้ กกต. ส่งศาลฎีกาสอบปมฮั้วเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการฯ จี้ กกต. ส่งศาลฎีกาสอบปมฮั้วเลือก ส.ว.

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องข้อกล่าวหาการฮั้วเลือก ส.ว. ครั้งล่าสุดให้ศาลฎีกาพิจารณา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการฯ จี้ กกต. ส่งศาลฎีกาสอบปมฮั้วเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการฯ จี้ กกต. ส่งศาลฎีกาสอบปมฮั้วเลือก ส.ว.

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องข้อกล่าวหาการฮั้วเลือก ส.ว. ครั้งล่าสุดให้ศาลฎีกาพิจารณา

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ได้จัดเสวนาในหัวข้อ 'วิกฤตศรัทธา (สภา) สูง' โดยผู้เข้าร่วมได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา ตามรายงานของมติชนออนไลน์ สมาชิกคณะกรรมาธิการและวิทยากรได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ของการฮั้วหรือความไม่โปร่งใสในกระบวนการ

ในระหว่างการเสวนา นายโคทม อารียา นักวิชาการ ได้เตือนว่าการพยายามปกปิดปัญหาสำคัญ ซึ่งเปรียบเปรยว่าเหมือน 'การเอาใบบัวมาปิดช้างตาย' อาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสถาบันทางการเมืองลดลงยิ่งกว่าเดิม คณะกรรมาธิการเน้นย้ำว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบทางตุลาการอย่างเป็นทางการเพื่อจัดการกับข้อกังขาที่แพร่หลายเกี่ยวกับผลการคัดเลือก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความชอบธรรมของวุฒิสภา แม้ว่ากระบวนการเหล่านี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทันที แต่ก็สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งและนิติบัญญัติของไทยอย่างเข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะมีหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อดูว่าความท้าทายทางกฎหมายเหล่านี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางนิติบัญญัติในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 12:15 UTC

อนุทิน ชาญวีรกูล รับคำอวยพรวันเกิดล่วงหน้า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทิน ชาญวีรกูล รับคำอวยพรวันเกิดล่วงหน้า

รองนายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานฉลองวันเกิดล่วงหน้าก่อนอายุครบ 60 ปี โดยมีข้าราชการหลายหน่วยงานเข้าร่วมอวยพร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทิน ชาญวีรกูล รับคำอวยพรวันเกิดล่วงหน้า

แหล่งข่าวเดียว
อนุทิน ชาญวีรกูล รับคำอวยพรวันเกิดล่วงหน้า

รองนายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานฉลองวันเกิดล่วงหน้าก่อนอายุครบ 60 ปี โดยมีข้าราชการหลายหน่วยงานเข้าร่วมอวยพร

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดงานฉลองวันเกิดล่วงหน้าเนื่องในโอกาสที่จะมีอายุครบ 60 ปี ตามรายงานจาก Thai Post มีข้าราชการและตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ จำนวนมากเดินทางมาเพื่อร่วมอวยพรวันเกิดให้กับรัฐมนตรี

ในระหว่างงาน นายอนุทินได้แจกพระเครื่องให้กับผู้ที่มาร่วมงานเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ งานนี้ถือเป็นโอกาสทางการที่ข้าราชการจะได้แสดงความเคารพต่อรัฐมนตรีก่อนถึงวันเกิดจริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมเรื่องความเคารพและลำดับชั้นภายในระบบราชการไทย ซึ่งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมักจะได้รับความเคารพและการแสดงความจงรักภักดีจากผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน แม้ว่างานนี้จะเป็นเหตุการณ์ส่วนตัวของรัฐมนตรี แต่ก็แสดงให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองและสังคมที่ดำเนินอยู่ในรัฐบาลปัจจุบัน

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการหรือการปรับเปลี่ยนทางบริหารที่เกิดจากการรวมตัวครั้งนี้ งานดังกล่าวยังคงเป็นเพียงการฉลองวันเกิดส่วนตัวของบุคคลสาธารณะ ผู้สังเกตการณ์อาจตั้งข้อสังเกตว่าการรวมตัวในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในแวดวงการเมืองไทย ซึ่งสะท้อนถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนบุคคลที่มีอิทธิพลต่อภูมิทัศน์ทางการบริหารบ่อยครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:58 UTC

รัฐบาลไทยเตรียมจัดระเบียบใหม่ ห้ามตั้ง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในใจกลางเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเตรียมจัดระเบียบใหม่ ห้ามตั้ง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในใจกลางเมือง

รัฐบาลไทยกำลังวางแผนออกกฎระเบียบใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่ใจกลางเมือง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเตรียมจัดระเบียบใหม่ ห้ามตั้ง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในใจกลางเมือง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเตรียมจัดระเบียบใหม่ ห้ามตั้ง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในใจกลางเมือง

รัฐบาลไทยกำลังวางแผนออกกฎระเบียบใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่ใจกลางเมือง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยกำลังเริ่มดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ไปเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน

เป้าหมายหลักของนโยบายใหม่นี้คือการห้ามไม่ให้มีการก่อสร้างหรือดำเนินงานศูนย์ข้อมูลภายในพื้นที่ใจกลางเมือง เจ้าหน้าที่ระบุว่าขณะนี้กำลังมีการวางแผนจัดระเบียบการตั้งสถานที่เหล่านี้ใหม่ทั้งหมด รัฐบาลมุ่งหวังที่จะกำหนดแนวทางที่ชัดเจนขึ้นว่าโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวควรตั้งอยู่ที่ใด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการพัฒนาเมืองได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจส่งผลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานในเมืองและการกระจายบริการดิจิทัลในอนาคต แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการย้ายสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ออกจากย่านธุรกิจใจกลางเมือง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการ เกณฑ์ในการกำหนดขอบเขตของ "ใจกลางเมือง" และผลกระทบต่อสถานที่ที่มีอยู่เดิมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยคาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมออกมาในขณะที่รัฐบาลกำลังสรุปกรอบกฎระเบียบดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 12:18 UTC

นายกฯ อนุทิน ฉลองวันเกิดครบ 60 ปี ที่ทำเนียบรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ฉลองวันเกิดครบ 60 ปี ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล รับคำอวยพรวันเกิดล่วงหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี ในวันที่ 13 กันยายน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ฉลองวันเกิดครบ 60 ปี ที่ทำเนียบรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ฉลองวันเกิดครบ 60 ปี ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล รับคำอวยพรวันเกิดล่วงหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี ในวันที่ 13 กันยายน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเต็มไปด้วยข้าราชการที่ทยอยเดินทางมาอวยพรวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้าให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีอายุครบ 60 ปี ในวันที่ 13 กันยายน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายกรัฐมนตรีได้มอบพระเครื่องหลวงปู่ทวดและพระรอด รวมถึงป๊อปคอร์นฝีมือภริยาเป็นของที่ระลึกให้กับผู้ที่มาอวยพร

ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีได้ประชุมเพื่อติดตามงานก่อนจะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลในเวลา 17:30 น. พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการสั่งการเกี่ยวกับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ นายกรัฐมนตรีได้ชี้ไปที่รองนายกรัฐมนตรีและระบุว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีและเป็นไปตามแผน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลถือเป็นเรื่องปกติที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมทางการเมืองในท้องถิ่น แม้บรรยากาศจะเป็นไปอย่างชื่นมื่น แต่ไม่มีการประกาศนโยบายสำคัญใดๆ ในระหว่างงาน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้จะมีการตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีในโอกาสก้าวเข้าสู่วัย 60 ปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:16 UTC

อนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานวันเกิดที่ทำเนียบรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานวันเกิดที่ทำเนียบรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานฉลองวันเกิดที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีการแจกพระเครื่องและขนมทำเองให้กับข้าราชการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานวันเกิดที่ทำเนียบรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
อนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานวันเกิดที่ทำเนียบรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จัดงานฉลองวันเกิดที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีการแจกพระเครื่องและขนมทำเองให้กับข้าราชการ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้จัดงานฉลองวันเกิดที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ มีข้าราชการจำนวนมากเดินทางมาเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีเพื่ออวยพรเนื่องในโอกาสดังกล่าว

ภายในงาน นายอนุทินได้แจกพระเครื่องหลวงปู่ทวดและพระรอดให้กับผู้ที่มาร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีการแจกป๊อปคอร์นที่ภรรยาเป็นผู้จัดเตรียมไว้ให้แขกที่มาร่วมงานด้วย การรวมตัวครั้งนี้ถือเป็นการปฏิสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและส่วนตัวระหว่างรองนายกรัฐมนตรีกับข้าราชการหน่วยงานต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมลักษณะนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลถือเป็นเรื่องปกติในปฏิทินการเมืองไทย แม้ว่าการฉลองนี้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของรองนายกรัฐมนตรี แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในศูนย์กลางการบริหารของประเทศ ผู้ที่เดินทางมาในบริเวณใกล้เคียงทำเนียบรัฐบาลอาจสังเกตเห็นการจราจรที่หนาแน่นขึ้นหรือการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นในวันที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงจัดงานหรือรับรองแขก

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงทางบริหารที่เกี่ยวข้องกับการรวมตัวครั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังคงเป็นเพียงภารกิจทางสังคมตามปกติภายในทำเนียบรัฐบาล ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลโดยทั่วไปจะเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่อาจมีการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่บางส่วนของประชาชนทั่วไปในระหว่างการจัดงานดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 11:15 UTC

นายกฯ สั่งคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยดาต้าเซ็นเตอร์ เน้นย้ำควรอยู่นอกเขตเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สั่งคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยดาต้าเซ็นเตอร์ เน้นย้ำควรอยู่นอกเขตเมือง

รัฐบาลไทยกำลังทบทวนกรอบความปลอดภัยสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าควรตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สั่งคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยดาต้าเซ็นเตอร์ เน้นย้ำควรอยู่นอกเขตเมือง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยดาต้าเซ็นเตอร์ เน้นย้ำควรอยู่นอกเขตเมือง

รัฐบาลไทยกำลังทบทวนกรอบความปลอดภัยสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าควรตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นสูง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อหารือเกี่ยวกับกรอบความปลอดภัยและการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายในประเทศ โดยประเด็นหลักของการหารือมุ่งเน้นไปที่ระเบียบการด้านความปลอดภัยและการกำหนดตำแหน่งที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของศูนย์ข้อมูลเหล่านี้

ในระหว่างการประชุม เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำว่าศูนย์ข้อมูลควรตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการวางผังเมือง แม้ว่ามาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่อาจส่งผลกระทบต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตและการขยายตัวของบริการดิจิทัลในเขตปริมณฑล

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการบังคับใช้ข้อกำหนดด้านสถานที่ตั้งดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ยังไม่มีความชัดเจนว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่เดิมซึ่งเปิดดำเนินการภายในเขตเมือง หรือมาตรฐานความปลอดภัยเฉพาะใดที่จะถูกกำหนดสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงกรอบเวลาและเกณฑ์ทางเทคนิคสำหรับแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยใหม่เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:56 UTC

รัฐบาลไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้จัดทำมาตรฐานขั้นต่ำด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรตั้งอยู่ใจกลางเมือง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการให้จัดทำมาตรฐานขั้นต่ำด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรตั้งอยู่ใจกลางเมือง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้หน่วยงานกำกับดูแลจัดทำมาตรฐานขั้นต่ำที่ครอบคลุมสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ดำเนินงานในประเทศ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าศูนย์ข้อมูลควรตั้งอยู่นอกเขตใจกลางเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเพื่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

ภายหลังการหารือที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานใหม่เหล่านี้ โดยข้อกำหนดจะครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลา 1 เดือนให้คณะกรรมการดำเนินการให้แล้วเสร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการวางผังเมืองและการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าศูนย์ข้อมูลจะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสถานที่ตั้งสะท้อนถึงแนวโน้มการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากฎระเบียบใหม่เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่เดิมในเขตเมืองอย่างไร และจะใช้เกณฑ์ใดในการนิยามคำว่า 'ใจกลางเมือง' โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมภายในเดือนหน้าเมื่อคณะอนุกรรมการตรวจสอบเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:57 UTC

วุฒิสภาไทยผ่านงบประมาณปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วุฒิสภาไทยผ่านงบประมาณปี 2570

วุฒิสภาไทยได้ผ่านร่างงบประมาณปี 2570 อย่างเป็นทางการด้วยคะแนนเสียง 145 เสียง ส่งผลให้รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วุฒิสภาไทยผ่านงบประมาณปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
วุฒิสภาไทยผ่านงบประมาณปี 2570

วุฒิสภาไทยได้ผ่านร่างงบประมาณปี 2570 อย่างเป็นทางการด้วยคะแนนเสียง 145 เสียง ส่งผลให้รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2570 วุฒิสภาไทยได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ด้วยคะแนนเสียง 145 เสียง ภายหลังการลงมติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณวุฒิสภาที่ให้การสนับสนุน พร้อมทั้งกล่าวถึงกรณีที่ตนไม่ได้เข้าร่วมฟังการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ โดยแสดงความเสียใจที่พลาดการร่วมอภิปรายดังกล่าว

นายอนุทินเน้นย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะใช้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติอย่างโปร่งใสและคุ้มค่า โดยระบุว่างบประมาณดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดและจะนำไปใช้เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลกำหนดไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคืบหน้านี้ถือเป็นการยืนยันแผนการดำเนินงานทางการเงินของรัฐบาลสำหรับปีงบประมาณที่จะถึงนี้ การอนุมัติดังกล่าวช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะต่างๆ จะมีเงินทุนสนับสนุนที่จำเป็นเพื่อดำเนินการต่อไปตามแผนที่วางไว้ แม้ว่ารัฐบาลจะให้คำมั่นเรื่องความโปร่งใส แต่การจัดสรรงบประมาณในแต่ละภาคส่วนรวมถึงประสิทธิภาพของกลไกการตรวจสอบที่สัญญาไว้นั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะยังคงเฝ้าดูการใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อสนับสนุนการเติบโตของประเทศและสวัสดิการสาธารณะในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:38 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุดแรกเพื่อกำกับดูแลการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเปิดตัวโครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชุดแรกเพื่อกำกับดูแลการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอุปถัมภ์โครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษครั้งแรก เพื่อผลิตพระไตรปิฎกซึ่งเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาในรูปแบบภาษาอังกฤษ ตามรายงานจาก Khaosod Online โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อเฉลิมพระเกียรติในฐานะที่ทรงเป็นพุทธศาสนูปถัมภก โดยมีเป้าหมายในการแปลพระไตรปิฎกทั้งหมด 45 เล่ม รวม 21,941 หน้า รวมถึงพระวินัยปิฎก ทั้งนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุดเพื่อขับเคลื่อนงานดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญทางวัฒนธรรมของไทยในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนาให้เข้าถึงชาวต่างชาติได้มากขึ้น การจัดทำฉบับแปลภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการจะช่วยลดอุปสรรคทางภาษาสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาหลักธรรมพื้นฐาน แม้ว่าคณะกรรมการจะเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาในการจัดทำจนครบทั้ง 45 เล่ม และกลยุทธ์การเผยแพร่สำหรับผู้อ่านในระดับนานาชาตินั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:37 UTC

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานะของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่ารัฐบาลกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ในการเปิดตัวโครงการเฟสที่ 2

ในประเด็นเรื่องงบประมาณ นายเอกนิติชี้แจงว่าพระราชกำหนดกู้เงินจำนวน 2 แสนล้านบาทในส่วนเริ่มต้นนั้นยังมีงบประมาณคงเหลืออยู่ แม้จะยังไม่มีการยืนยันวันเริ่มต้นหรือระยะเวลาที่แน่ชัด แต่ระบุว่าเจ้าหน้าที่กำลังประเมินสภาพเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาว่าจะสามารถขยายโครงการออกไปอีก 1 หรือ 2 เดือนได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่อาจส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และรัฐบาลยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการขยายโครงการหรือไม่หรือเป็นระยะเวลานานเท่าใด ทั้งนี้คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมในขณะที่กระทรวงการคลังดำเนินการประเมินงบประมาณที่เหลือและตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจในปัจจุบันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:37 UTC

รัฐบาลไทยพิจารณาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยพิจารณาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

ทางการกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟสที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าอาจมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ถึง 2 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยพิจารณาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยพิจารณาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

ทางการกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟสที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าอาจมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ถึง 2 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาวะทางเศรษฐกิจ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ในเฟสที่ 2

แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอย่างจริงจัง แต่เจ้าหน้าที่ได้ระบุว่าระยะเวลาของโครงการที่อาจเกิดขึ้นนี้อาจอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 2 เดือน โดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับการประเมินสภาวะทางเศรษฐกิจในขณะนั้นอย่างละเอียด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการบริหารจัดการกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ หากมีการนำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวมาใช้ มักจะส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่น สภาพคล่องของตลาด และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวม

ในขณะนี้ โครงการดังกล่าวยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน รายละเอียดสำคัญต่างๆ รวมถึงวันเริ่มต้นโครงการ เกณฑ์การได้รับสิทธิ์ และขอบเขตของการสนับสนุนที่แน่นอน ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าเฟสที่ 2 จะดำเนินการต่อไปหรือไม่ และจะมีผลกระทบต่อชีวิตทางเศรษฐกิจประจำวันในประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:16 UTC

นายกฯ อนุทิน แจงปมดราม่าห้อยเหรียญ 'เหนือดวง' วัดพุทไธศวรรย์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน แจงปมดราม่าห้อยเหรียญ 'เหนือดวง' วัดพุทไธศวรรย์

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงกรณีการห้อยเหรียญ 'เหนือดวง' จากวัดพุทไธศวรรย์ ท่ามกลางการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของวัด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน แจงปมดราม่าห้อยเหรียญ 'เหนือดวง' วัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน แจงปมดราม่าห้อยเหรียญ 'เหนือดวง' วัดพุทไธศวรรย์

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงกรณีการห้อยเหรียญ 'เหนือดวง' จากวัดพุทไธศวรรย์ ท่ามกลางการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของวัด

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ชี้แจงต่อสาธารณะเกี่ยวกับความสนใจของประชาชนต่อการที่ท่านห้อยเหรียญ 'เหนือดวง' ซึ่งมาจากวัดพุทไธศวรรย์ ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีระบุว่าท่านห้อยเหรียญดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย โดยกล่าวว่าท่านเชื่อว่าเหรียญนี้ 'ใช้ได้ผล'

เหรียญดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับ 'สมิโชติ' ซึ่งเป็นบุคคลที่กำลังตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวัด สถานการณ์นี้ได้ขยายตัวเกินกว่าเรื่องของความเชื่อทางศาสนา เนื่องจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมกันสอบสวนเส้นทางการเงินของวัด โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่ากิจกรรมของวัดเข้าข่ายการยักยอกทรัพย์หรือการหลอกลวงประชาชนหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนระหว่างความเชื่อทางศาสนาที่เป็นที่นิยมกับการตรวจสอบทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะได้ชี้แจงจุดยืนส่วนตัวแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเหรียญดังกล่าวหรือผู้นำของวัดจะถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้การตรวจสอบเส้นทางการเงินยังคงอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:18 UTC

รัฐบาลหารือกรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลหารือกรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินงานในประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลหารือกรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลหารือกรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินงานในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อนำเสนอแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post การหารือมุ่งเน้นไปที่การจัดทำกรอบกฎระเบียบสำหรับศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการจัดระเบียบภูมิทัศน์ทางดิจิทัล ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับเทคโนโลยีและบริการคลาวด์ การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลต่อเสถียรภาพ ความปลอดภัย และความพร้อมใช้งานของบริการดิจิทัลที่ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต้องพึ่งพาในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและมาตรฐานการบริการของผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ที่จัดเก็บข้อมูลภายในประเทศในปัจจุบัน

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของกฎระเบียบที่เสนอยังคงต้องรอการยืนยัน ประชาชนกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำนโยบายเหล่านี้ไปปฏิบัติ ว่าจะมีการกำหนดข้อกำหนดการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีระหว่างประเทศหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางดิจิทัลในวงกว้างอย่างไร จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้เผยแพร่กรอบเวลาว่ามาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อใด หรือจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานรายบุคคลอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:18 UTC

นายกฯ แถลงใหญ่ปมโกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้ว 320 ล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ แถลงใหญ่ปมโกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้ว 320 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีแถลงผลการยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกคนโดยไม่ละเว้นตำแหน่ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ แถลงใหญ่ปมโกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้ว 320 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ แถลงใหญ่ปมโกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้ว 320 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีแถลงผลการยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกคนโดยไม่ละเว้นตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีได้จัดแถลงข่าวใหญ่เพื่อชี้แจงกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยอ้างอิงจาก Thai Post ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเป็นมูลค่ารวม 320 ล้านบาท นายกรัฐมนตรียืนยันนโยบายไม่ยอมรับการทุจริต โดยระบุว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุดโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหรือระดับ เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่สอบได้โดยสุจริต

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตเชิงระบบในหน่วยงานภาครัฐ แม้การดำเนินการดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความโปร่งใส แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ระบบราชการกำลังเผชิญอยู่

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเฉพาะเจาะจง นายกรัฐมนตรียืนยันว่าได้ทำหนังสือสอบถามไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับกรณีของ 'ทองเจือ' แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยระบุว่าเป็นเพียงความสัมพันธ์ในการทำงานและต้องการยึดตามผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่าการคาดเดา ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการสอบสวนและกรอบเวลาของกระบวนการทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:57 UTC