ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง ✦
เศรษฐกิจ Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน ✦
วัฒนธรรม พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค ✦
ความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือในประเด็นการค้า การลงทุน และบริการด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการหารือที่มีกำหนดการแน่นขนัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเจรจาระดับสูงกับตัวแทนจากภาคการค้า ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน

นอกจากนี้ วาระการประชุมยังรวมถึงการหารือเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภาคบริการและอุตสาหกรรมการบิน การหารือเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เนื่องจากข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบินและการค้าอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในอนาคต รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย

แม้จะมีการยืนยันว่ากำหนดการของนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นไปที่เสาหลักทางเศรษฐกิจเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ข้อตกลงที่ลงนาม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศหรือไม่ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาทางการทูตเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เศรษฐกิจ

Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

Asset World Corp (AWC) เตรียมยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR วันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนำสินทรัพย์หลัก 5 แห่งเข้าร่วม

จากรายงานของ Khaosod Online บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR ในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้านำสินทรัพย์ประเภทฟรีโฮลด์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 4 แห่งและอาคารสำนักงานเกรดเอ 1 แห่ง เข้าร่วมกองทรัสต์ โดยมีมูลค่าเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ AWR เป็น REIT ชั้นนำที่เน้นการลงทุนในประเทศไทย 100% โดย AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนไทยจะถือครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกองทรัสต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานสำหรับสินทรัพย์อีก 9 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มและการยกระดับความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ AWC แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของกองทรัสต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมทุกแห่งยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ อยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อติดตามความเสี่ยงจากน้ำท่วม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตารางการเดินทางหรือสภาพถนน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางหรือบริการขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในขณะนี้ พื้นที่เฉพาะที่ได้รับความสำคัญสำหรับการเข้าช่วยเหลือทันทีและการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของบริการขนส่งที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและแผนการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าท่านผลิตยาสมุนไพรรักษาได้ทุกโรค

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำภาพของท่านไปตัดต่อด้วย AI และโฆษณาชวนเชื่อว่าทางวัดผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ได้จนหายขาด ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อขอยา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

พระพยอมชี้แจงว่า ท่านเป็นเพียงพระนักเทศน์และนักพัฒนา ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร และทางวัดไม่มีการผลิตยารักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำให้ประชาชนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมีการแอบอ้างชื่อกระทรวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าปลอม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพที่พบในโซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางศาสนาหรือการอ้างสรรพคุณรักษาโรคปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่แอบอ้างชื่ออย่างไร ขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางมาที่วัดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากทางวัดไม่มีบริการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช เปิดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post ทั้งเซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ได้เปิดพื้นที่จอดรถอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการพื้นที่จอดรถฟรีในจุดที่สูงและปลอดภัยสำหรับยานพาหนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนปกป้องทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ในขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบกำลังเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษายานพาหนะให้พ้นจากน้ำท่วม

แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถได้ในทันที แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้เน้นเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่จอดรถเท่านั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม และบริการฉุกเฉินอื่นๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของพื้นที่จอดรถเหล่านี้โดยตรงกับฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะนำรถไปจอด เนื่องจากความจุอาจมีจำกัดและสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:18 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองรังสิต เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสะสมของน้ำและเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงความสามารถในการระบายน้ำ แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับระดับน้ำ

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของความพยายามในการระบายน้ำเหล่านี้ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกยกเลิกกะทันหันหลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความตึงเครียดเริ่มขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 800 คน กับสมาชิกกลุ่ม “โอโซนรักบ้านเกิด อ.ชำนิ” ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการมาโดยตลอดเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่กันบริเวณหน้าเวที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่เหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดความโกลาหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างน้อย 1 รายจากการถูกของแข็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวมถึงนายอำเภอนางรองและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรองได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตัดสินใจยุติเวทีดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการคัดค้านโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความรุนแรงจะยุติลงแล้ว แต่อนาคตของโครงการยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นจะถูกจัดขึ้นใหม่เมื่อใด หรือทางการจะมีมาตรการอย่างไรในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่หรือการประชุมชุมชนที่มีความตึงเครียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเน้นย้ำความพร้อมของแผนอพยพและเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกคำสั่งจากต่างประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผนการอพยพมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และพร้อมสำหรับการนำไปติดตั้งใช้งานทันที

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้บุคลากรที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสถานการณ์เลวร้ายลง แม้ว่ารัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ในคำสั่งเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าภูมิภาคใดมีความเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเตรียมการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างไร และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญในการจัดสรรอุปกรณ์ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

ตำรวจจับกุมผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ฐานลักลอบขายคลิปวิดีโออนาจารเด็กชายวัย 16 ปีผ่านกลุ่มลับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้จับกุมบุคคลข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 16 ปี และนำไปขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลับที่มีการเรียกเก็บเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์และการเผยแพร่สื่อลามกผิดกฎหมาย การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตามกฎหมายไทย

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญในชั้นศาลและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการเผยแพร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้เสียหายหรือระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการดังกล่าว ประชาชนควรตระหนักถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลในท้องถิ่น และรายงานกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

เครือข่ายชาวปราจีนบุรี ยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ว่าฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เครือข่ายชาวปราจีนบุรี ยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ว่าฯ

เครือข่ายประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำนันที่เข้าร่วมการชุมนุมคัดค้านโครงการ EEC

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เครือข่ายชาวปราจีนบุรี ยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ว่าฯ

แหล่งข่าวเดียว
เครือข่ายชาวปราจีนบุรี ยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ว่าฯ

เครือข่ายประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำนันที่เข้าร่วมการชุมนุมคัดค้านโครงการ EEC

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 กลุ่มตัวแทนประชาชนจากจังหวัดปราจีนบุรีได้เดินทางไปยังกระทรวงมหาดไทยในกรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ โดยเครือข่ายดังกล่าวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจดุลยพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะในประเด็นการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนกำนันในพื้นที่

ความขัดแย้งนี้มีที่มาจากการที่กำนันคนดังกล่าวได้เข้าร่วมการชุมนุมคัดค้านโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมและความเป็นกลางในการตัดสินใจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่สั่งให้มีการสอบสวน โดยมองว่าอาจเป็นการกดดันผู้ที่ออกมาคัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยหรือเดินทางมายังจังหวัดปราจีนบุรี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในพื้นที่เกี่ยวกับการขยายโครงการ EEC ซึ่งเป็นโครงการอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แม้ว่าสถานการณ์นี้จะยังคงเป็นข้อพิพาททางปกครอง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งทางการเมืองในระดับท้องถิ่นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผนพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐบาล

ในขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางกระทรวงจะมีท่าทีอย่างไร หรือจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคำร้องนี้จะนำไปสู่การทบทวนอำนาจของคณะกรรมการดังกล่าว หรือผู้ว่าราชการจังหวัดจะชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติมสำหรับการสอบสวนนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:10 UTC

เจ้าหน้าที่นนทบุรีเปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งนายก อบจ.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่นนทบุรีเปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งนายก อบจ.

ทางการนนทบุรีจัดกิจกรรม 'Big Day' เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในวันที่ 20 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เจ้าหน้าที่นนทบุรีเปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งนายก อบจ.

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่นนทบุรีเปิดแคมเปญโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งนายก อบจ.

ทางการนนทบุรีจัดกิจกรรม 'Big Day' เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในวันที่ 20 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ 'Big Day' ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นอร์ทวิลล์ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี โดยการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น.

ในระหว่างกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการเมืองและให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนน โดยระบุว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้งสีชมพูและต้องกากบาทเลือกผู้สมัครเพียงหมายเลขเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ ทางการยังระบุว่าได้เตรียมความพร้อมรับมือกับพายุฝนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวันเลือกตั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้อาจส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนการจราจรในบางจุดหรือมีความหนาแน่นใกล้หน่วยเลือกตั้งในวันที่ 20 กันยายน แม้ว่าแคมเปญจะมุ่งเน้นไปที่การออกมาใช้สิทธิ์ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ระบุถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่มีพายุ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าสภาพอากาศจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปใช้สิทธิ์หรือการจัดการหน่วยเลือกตั้งในวันจริงอย่างไร ประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:11 UTC

นายกฯ อนุทิน ติดตามการเตรียมความพร้อมของกระทรวงมหาดไทยสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ติดตามการเตรียมความพร้อมของกระทรวงมหาดไทยสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเตรียมความพร้อมอย่างละเอียดสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ติดตามการเตรียมความพร้อมของกระทรวงมหาดไทยสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ติดตามการเตรียมความพร้อมของกระทรวงมหาดไทยสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเตรียมความพร้อมอย่างละเอียดสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่า นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้จัดการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย โดยประเด็นสำคัญของคำสั่งคือการเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการจัดเตรียมทุกอย่างจะต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

นอกเหนือจากการเตรียมการพระราชพิธีแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้ออกนโยบายสำคัญ 7 ประการ เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยและความเป็นธรรมให้กับสังคมไทย โดยนโยบายเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานและสวัสดิการสาธารณะทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญระดับชาติ แม้ว่าในประกาศนี้จะยังไม่มีการระบุวันที่ที่ชัดเจนสำหรับพระราชพิธี แต่ผู้มาเยือนควรทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาของหน่วยงานรัฐ การปิดทำการชั่วคราวของสำนักงานบางแห่ง หรือการปรับเปลี่ยนระเบียบการจราจรและกิจกรรมในพื้นที่ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับทราบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทางหรือบริการสาธารณะ ทั้งนี้ รายละเอียดการดำเนินงานของนโยบายทั้ง 7 ประการและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับพระราชพิธี ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:00 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ เสนอเพิ่มโทษหนักสำหรับ 'บัญชีม้า'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ เสนอเพิ่มโทษหนักสำหรับ 'บัญชีม้า'

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังหารือถึงมาตรการใหม่เพื่อจัดการกับ 'บัญชีม้า' รวมถึงการพิจารณาตัดสิทธิสวัสดิการรัฐ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงดิจิทัลฯ เสนอเพิ่มโทษหนักสำหรับ 'บัญชีม้า'

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ เสนอเพิ่มโทษหนักสำหรับ 'บัญชีม้า'

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังหารือถึงมาตรการใหม่เพื่อจัดการกับ 'บัญชีม้า' รวมถึงการพิจารณาตัดสิทธิสวัสดิการรัฐ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ของไทยกำลังหารือเกี่ยวกับการเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของ 'บัญชีม้า' (บัญชีธนาคารผิดกฎหมายที่ใช้สำหรับกิจกรรมฉ้อโกง)

เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาข้อเสนอในการตัดสิทธิการเข้าถึงโครงการสวัสดิการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า '30 บาทรักษาทุกโรค' สำหรับบุคคลที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทางการเงินที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ ทางกระทรวงได้เน้นย้ำถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของนักเรียนและนักศึกษา ซึ่งกำลังตกเป็นเป้าหมายและถูกชักจูงให้เป็นเหยื่อหรือผู้ร่วมขบวนการในแผนการเหล่านี้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำถึงการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์และการฉ้อโกงทางการเงินที่เข้มข้นขึ้นของรัฐบาลไทย แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อยับยั้งการใช้บัญชีส่วนตัวในการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย แต่รายละเอียดเฉพาะของการดำเนินการและกรอบทางกฎหมายสำหรับบทลงโทษดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการหารือ ยังไม่มีการยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการเมื่อใด ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยระมัดระวังข้อมูลธนาคารส่วนบุคคลและหลีกเลี่ยงการแบ่งปันการเข้าถึงบัญชีกับบุคคลที่สาม เนื่องจากผลทางกฎหมายสำหรับความประมาทเลินเล่อทางการเงินหรือการมีส่วนร่วมในการฉ้อโกงอาจมีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในอนาคตอันใกล้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:31 UTC

กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ จี้ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’ กำหนดเงื่อนไขทำ ‘อีไอเอ’ สำหรับโครงการขนาดใหญ่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ จี้ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’ กำหนดเงื่อนไขทำ ‘อีไอเอ’ สำหรับโครงการขนาดใหญ่

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจเรียกร้องให้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์กำหนดให้โครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 10 เมกะวัตต์ ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ จี้ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’ กำหนดเงื่อนไขทำ ‘อีไอเอ’ สำหรับโครงการขนาดใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
กมธ. พัฒนาเศรษฐกิจ จี้ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’ กำหนดเงื่อนไขทำ ‘อีไอเอ’ สำหรับโครงการขนาดใหญ่

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจเรียกร้องให้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์กำหนดให้โครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 10 เมกะวัตต์ ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์กำหนดข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นสำหรับอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมาธิการผลักดันให้มีการบังคับใช้เงื่อนไขที่กำหนดให้โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 10 เมกะวัตต์ ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับช่องว่างทางกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น คณะกรรมาธิการเกรงว่าหากไม่มีแนวทางที่ชัดเจนและทันท่วงที บริษัทต่างๆ อาจหลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมที่จำเป็น ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนท้องถิ่นและทรัพยากร การกำหนดเงื่อนไขเหล่านี้ในขณะนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทยจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เขตอุตสาหกรรม ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางดิจิทัลของประเทศไทยกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะออกคำเรียกร้องเร่งด่วนนี้ แต่ยังคงต้องติดตามว่าบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์จะมีท่าทีอย่างไร หรือจะนำเกณฑ์ EIA เหล่านี้ไปบรรจุเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการหรือไม่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกกฎระเบียบอย่างเป็นทางการ และภาคอุตสาหกรรมกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลที่นำเสนอนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:20 UTC

กกต. มีมติสั่งฟ้อง 77 ราย ในคดีสอบสวนการเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. มีมติสั่งฟ้อง 77 ราย ในคดีสอบสวนการเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติสั่งฟ้องบุคคล 77 ราย หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. มีมติสั่งฟ้อง 77 ราย ในคดีสอบสวนการเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. มีมติสั่งฟ้อง 77 ราย ในคดีสอบสวนการเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติสั่งฟ้องบุคคล 77 ราย หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติอย่างเป็นทางการในการสั่งฟ้องบุคคล 77 ราย ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ยืนยันว่าแม้คณะไต่สวนจะเสนอให้ดำเนินการกับบุคคล 229 ราย แต่ทางคณะกรรมการได้พิจารณาลดจำนวนลงเหลือ 77 ราย ซึ่งรวมถึง สว. ปัจจุบัน 26 ราย

เป็นที่น่าสังเกตว่า บุคคลสำคัญ 21 รายที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยถูกตัดออกจากการสั่งฟ้อง โดยประธานณรงค์อธิบายว่าการตัดสินใจยกคำร้องต่อบุคคลกลุ่มนี้เป็นผลมาจากคำให้การของพยานปากเอก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยอ้างว่ามีการนัดประชุมและมีการจ่ายเงินสดที่อาคารที่ทำการพรรคภูมิใจไทย แต่พยานรายดังกล่าวได้กลับคำให้การ ทำให้คณะกรรมการเห็นว่าพยานไม่มีความน่าเชื่อถือ จึงนำไปสู่การยกคำร้องในข้อกล่าวหาดังกล่าว

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามสถานการณ์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการเลือก สว. อย่างต่อเนื่อง แม้การสั่งฟ้องบุคคล 77 รายจะเป็นการยอมรับว่ากระบวนการเลือกอาจมีความไม่สุจริตเกิดขึ้น แต่เหตุผลเบื้องหลังการยกคำร้องต่อบุคคลสำคัญทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่สังคมถกเถียงกัน ทั้งนี้ยังต้องรอความชัดเจนว่ากรรมการเสียงข้างมากอีก 4 ท่านจะมีเหตุผลประกอบการตัดสินใจอย่างไร และคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในระหว่างกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:10 UTC

พรรคลิคุดคัดค้านโครงการช่วยเหลือการลงคะแนนเสียงสำหรับชาวอิสราเอลในต่างประเทศ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคลิคุดคัดค้านโครงการช่วยเหลือการลงคะแนนเสียงสำหรับชาวอิสราเอลในต่างประเทศ

พรรคลิคุดของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กำลังคัดค้านข้อเสนอที่จะอำนวยความสะดวกให้พลเมืองอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเดินทางกลับมาลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรัฐสภาที่กำลังจะมาถึง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคลิคุดคัดค้านโครงการช่วยเหลือการลงคะแนนเสียงสำหรับชาวอิสราเอลในต่างประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
พรรคลิคุดคัดค้านโครงการช่วยเหลือการลงคะแนนเสียงสำหรับชาวอิสราเอลในต่างประเทศ

พรรคลิคุดของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กำลังคัดค้านข้อเสนอที่จะอำนวยความสะดวกให้พลเมืองอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเดินทางกลับมาลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรัฐสภาที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานของ Thai Post พรรคลิคุดซึ่งนำโดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างเป็นทางการต่อโครงการริเริ่มที่มุ่งช่วยเหลือพลเมืองอิสราเอลที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ โดยโครงการที่เสนอนี้มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนด้านโลจิสติกส์หรืออำนวยความสะดวกให้ชาวอิสราเอลในต่างแดนสามารถเดินทางกลับประเทศเพื่อเข้าร่วมการเลือกตั้งรัฐสภาที่กำลังจะมาถึงได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ถือสัญชาติอิสราเอล ความเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้มีความสำคัญเนื่องจากชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายการเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของชาวอิสราเอลในต่างแดนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้ว่าโครงการนี้จะมีเจตนาเพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ แต่การต่อต้านจากพรรครัฐบาลในปัจจุบันบ่งชี้ว่าความช่วยเหลือดังกล่าวอาจไม่ถูกนำมาใช้ในรอบการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการคัดค้านจากพรรคลิคุดจะนำไปสู่การยกเลิกข้อเสนอดังกล่าวโดยสิ้นเชิง หรือจะมีการนำมาตรการอื่นมาใช้เพื่อตอบสนองต่อความกังวลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศ ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอิสราเอลหรือสถานเอกอัครราชทูตที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับขั้นตอนการลงคะแนนเสียง เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นประเด็นทางการเมืองที่กำลังพัฒนา ผลกระทบสุดท้ายต่อกระบวนการเลือกตั้งสำหรับพลเมืองที่อยู่นอกประเทศอิสราเอลจึงยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:00 UTC

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีสินบน 40 ล้านบาทในรัฐสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีสินบน 40 ล้านบาทในรัฐสภา

นายรังสิมันต์ โรม สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับการจัดการคดีสินบน 40 ล้านบาท และปัญหาที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนันผิดกฎหมาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีสินบน 40 ล้านบาทในรัฐสภา

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางการเมืองกรณีสินบน 40 ล้านบาทในรัฐสภา

นายรังสิมันต์ โรม สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับการจัดการคดีสินบน 40 ล้านบาท และปัญหาที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนันผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมรัฐสภา ซึ่งมีการชี้แจงจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการเสนอสินบน 40 ล้านบาท

นายรังสิมันต์แสดงความไม่พอใจต่อคำชี้แจงที่ได้รับ โดยระบุว่ารัฐมนตรีดูเหมือนจะไม่สามารถจดจำรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับความพยายามให้สินบนได้ นายรังสิมันต์วิพากษ์วิจารณ์แนวโน้มปัจจุบันที่เจ้าหน้าที่มักจะกลับคำให้การ นอกจากนี้ เขายังวิพากษ์วิจารณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าไม่มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อทุนสีเทาและธุรกิจการพนัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าความพยายามของรัฐบาลในด้านนี้ยังไม่มีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อพิพาทนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบของรัฐสภาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหาคอร์รัปชันและการแพร่กระจายของแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายในประเทศไทย แม้ว่าคณะกรรมาธิการกำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ แต่ตัวตนที่แท้จริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความพยายามให้สินบนและประสิทธิภาพของการปราบปรามเว็บไซต์การพนันผิดกฎหมายที่มีอยู่ประมาณ 4,000 เว็บไซต์ ยังคงเป็นหัวข้อของการถกเถียงทางการเมืองและการสอบสวนที่ยังไม่สิ้นสุด โดยในขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายที่ชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:11 UTC

ไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน

รัฐบาลไทยอนุมัติการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยยังคงเงื่อนไขการร่วมจ่ายสำหรับผู้มีสิทธิ์ตามเดิม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน

รัฐบาลไทยอนุมัติการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยยังคงเงื่อนไขการร่วมจ่ายสำหรับผู้มีสิทธิ์ตามเดิม

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ได้มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยโครงการจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand โครงการนี้จะยังคงรูปแบบเงื่อนไขการร่วมจ่ายในสัดส่วน 60:40 ตามเดิม นอกจากนี้ยังรวมถึงการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติ ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 กันยายน 2569 และจะใช้งบประมาณที่มีอยู่เดิมซึ่งจัดสรรไว้สำหรับ พ.ร.ก. เงินกู้ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาว การขยายเวลาครั้งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ถึงความต่อเนื่องของมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ แม้ว่าคณะกรรมการจะมีมติเห็นชอบแล้ว แต่การดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับสวัสดิการจากรัฐหรือผู้ที่เข้าร่วมโครงการร่วมจ่ายควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลหลังการประชุมในวันที่ 22 กันยายน เพื่อยืนยันรายละเอียดการบริหารจัดการและกำหนดการจ่ายเงินที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:11 UTC

สคบ. เข้าไกล่เกลี่ยกรณีล้อแม็กแตกในรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สคบ. เข้าไกล่เกลี่ยกรณีล้อแม็กแตกในรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำกับดูแลการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าและบริษัทผู้ผลิต หลังเกิดเหตุล้อแม็กแตกเพียง 2 วันหลังรับรถ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สคบ. เข้าไกล่เกลี่ยกรณีล้อแม็กแตกในรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง

แหล่งข่าวเดียว
สคบ. เข้าไกล่เกลี่ยกรณีล้อแม็กแตกในรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำกับดูแลการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าและบริษัทผู้ผลิต หลังเกิดเหตุล้อแม็กแตกเพียง 2 วันหลังรับรถ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกรณีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ป้ายแดงที่เพิ่งซื้อมา โดยเจ้าของรถแจ้งว่าล้อแม็กหน้าด้านซ้ายเกิดแตกขณะขับขี่หลังจากรับรถมาใช้งานได้เพียง 2 วัน ส่งผลให้ลมยางรั่ว

ภายหลังการร้องเรียน สคบ. ได้ประสานงานเจรจาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และตัวแทนจำหน่ายที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปว่าบริษัทตกลงที่จะเปลี่ยนอะไหล่ทุกชิ้นที่จำเป็นและตรวจสอบสภาพรถโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้บริโภคยอมรับข้อตกลงดังกล่าวและขอยุติเรื่องร้องเรียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของ สคบ. ในการแก้ไขปัญหาความปลอดภัยของสินค้า แม้เหตุการณ์นี้จะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เจ้าของรถใหม่ควรบันทึกหลักฐานปัญหาทางกลไกทันทีและใช้ช่องทางคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐหากเกิดข้อพิพาท ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเหตุการณ์นี้เป็นข้อบกพร่องจากการผลิตเพียงกรณีเดียวหรือเป็นปัญหาการควบคุมคุณภาพในวงกว้าง เนื่องจากรัฐบาลได้กำชับให้ สคบ. ติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงการซ่อมแซมอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:11 UTC

รัฐบาลไทยขยายโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยขยายโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส'

กระทรวงการคลังอนุมัติขยายเวลาโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส' 60/40 ออกไปอีก 2 เดือน โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยขยายโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยขยายโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส'

กระทรวงการคลังอนุมัติขยายเวลาโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส' 60/40 ออกไปอีก 2 เดือน โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้จากพระราชกำหนดเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ได้อนุมัติให้ขยายเวลาโครงการเงินอุดหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส' 60/40 ออกไปอีก 2 เดือน

โครงการนี้ซึ่งมีโครงสร้างการร่วมจ่ายสำหรับผู้เข้าร่วม จะยังคงดำเนินการภายใต้กรอบงบประมาณเดิม โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะไม่มีการโยกย้ายงบประมาณจากโครงการอื่นมาสนับสนุนการขยายเวลานี้ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีกำหนดจะเสนอข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย การขยายเวลานี้หมายถึงการดำเนินมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจในปัจจุบันต่อไป แม้ว่าการขยายโครงการจะได้รับการยืนยันในระดับคณะกรรมการแล้ว แต่การดำเนินการขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี ผู้ที่ใช้เงินอุดหนุนอยู่ในปัจจุบันควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลหลังการประชุมในวันที่ 22 กันยายน เพื่อยืนยันเงื่อนไขเฉพาะและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการสมัคร เนื่องจากเป็นมาตรการทางนโยบายการคลัง จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อสถานะการเข้าเมืองหรือวีซ่า แต่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของรัฐบาลในการจัดการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:52 UTC

สว.สำรองยื่นศาลฎีกาคัดค้าน กกต. กรณีการเลือก สว. ปี 2567
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว.สำรองยื่นศาลฎีกาคัดค้าน กกต. กรณีการเลือก สว. ปี 2567

กลุ่ม สว.สำรองได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกระบวนการเลือก สว. ปี 2567 โดยเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสอย่างครอบคลุมมากขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว.สำรองยื่นศาลฎีกาคัดค้าน กกต. กรณีการเลือก สว. ปี 2567

แหล่งข่าวเดียว
สว.สำรองยื่นศาลฎีกาคัดค้าน กกต. กรณีการเลือก สว. ปี 2567

กลุ่ม สว.สำรองได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกระบวนการเลือก สว. ปี 2567 โดยเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสอย่างครอบคลุมมากขึ้น

ภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน ให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาบางส่วนจากจำนวน 427 ราย ที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา กลุ่ม สว.สำรองได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

กลุ่มผู้ร้องโต้แย้งว่าแนวทางการดำเนินการของ กกต. ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ โดยเห็นว่าการสอบสวนไม่ควรจำกัดอยู่เพียงแค่หลักฐานทางอาญาที่มุ่งเน้นตัวบุคคลเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงพฤติการณ์และความเชื่อมโยงของกระบวนการเลือกทั้งระบบด้วย กลุ่ม สว.สำรองจึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน โดยอ้างถึงมาตรา 62 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ “หลักฐานอันควรเชื่อได้” ว่าการเลือกนั้นเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของกลไกการคัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติของไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ทาง กกต. จะยืนยันว่ามติได้ผ่านไปแล้วและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่การเข้ามามีบทบาทของศาลฎีกาถือเป็นการเพิ่มระดับการตรวจสอบโดยกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศาลจะตีความขอบเขตของพยานหลักฐานอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การสอบสวนที่กว้างขวางขึ้นหรือกระบวนการทางกฎหมายจะยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบเช่นเดิม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:51 UTC

รัฐบาลไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่ออีก 2 เดือน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่ออีก 2 เดือน

กระทรวงการคลังยืนยันการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน พร้อมชี้แจงว่ากองทุนเงินกู้ด้านพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาทยังไม่ได้ถูกนำมาใช้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่ออีก 2 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่ออีก 2 เดือน

กระทรวงการคลังยืนยันการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน พร้อมชี้แจงว่ากองทุนเงินกู้ด้านพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาทยังไม่ได้ถูกนำมาใช้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการคลัง ประกาศว่ารัฐบาลจะขยายระยะเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินมาตรการสนับสนุนทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของความกังวลเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศ นายเอกนิติชี้แจงว่ารัฐบาลยังไม่ได้ดึงงบประมาณจากกองทุนเงินกู้ด้านพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาทมาใช้แต่อย่างใด กองทุนดังกล่าวซึ่งเดิมถูกจัดสรรไว้สำหรับการแทรกแซงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนั้นยังคงอยู่ครบถ้วนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การขยายเวลาครั้งนี้บ่งชี้ถึงความต่อเนื่องของนโยบายบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในท้องถิ่นและเสถียรภาพของตลาดในระยะสั้น แม้ว่าการขยายเวลาจะช่วยให้เกิดความต่อเนื่องในทันที แต่กลยุทธ์ระยะยาวสำหรับเงินอุดหนุนด้านพลังงานและการนำกองทุนเงินกู้ 2 แสนล้านบาทมาใช้ยังคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาลในอนาคต ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังสำหรับการปรับเปลี่ยนมาตรการทางการคลังเหล่านี้หรือการเปลี่ยนแปลงสถานะของกองทุนเงินกู้ด้านพลังงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:51 UTC

ไทยเปิดตัว 'Data ConneX' มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัว 'Data ConneX' มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิก

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมมือกับ 8 คณะแพทยศาสตร์ เปิดตัวโครงการ 'Data ConneX' เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยทางคลินิกของประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเปิดตัว 'Data ConneX' มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัว 'Data ConneX' มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิก

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมมือกับ 8 คณะแพทยศาสตร์ เปิดตัวโครงการ 'Data ConneX' เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยทางคลินิกของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศความคืบหน้าของโครงการ 'Data ConneX' ซึ่งเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ 8 คณะแพทยศาสตร์และ 6 มหาวิทยาลัย เพื่อนำข้อมูลทางคลินิกมาใช้ในการขับเคลื่อนการวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทย

ตามรายงานของ Khaosod Online โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการวิจัยและทดสอบทางคลินิก ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ การประชุมดังกล่าวมีตัวแทนจากบริษัท คลินิเซอร์ จำกัด คณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูล และเจ้าหน้าที่รัฐหลายท่าน รวมถึงนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ อว. เข้าร่วมด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและระบบนิเวศนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ แม้ว่าโครงการจะเน้นไปที่การวิจัยและการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่อาจนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และบริการด้านสุขภาพที่ดีขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มทดลองทางคลินิกใหม่ๆ หรือผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อการดูแลผู้ป่วยนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในขณะที่โครงการอยู่ในระหว่างการพัฒนาความร่วมมือ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:52 UTC

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 อีก 2 เดือน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 อีก 2 เดือน

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันว่ากระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ออกไปอีก 2 เดือน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเตรียมเสนอขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 อีก 2 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเตรียมเสนอขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 อีก 2 เดือน

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันว่ากระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ออกไปอีก 2 เดือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันว่ากระทรวงการคลังกำลังเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 โดยการขยายเวลาที่เสนอนี้มีกำหนดระยะเวลา 2 เดือน

เอกนิติเน้นย้ำว่าโครงการจะยังคงใช้สูตรการจัดสรรเงินทุนแบบ 60/40 ตามเดิม นอกจากนี้ เขายังชี้แจงว่าไม่มีแผนที่จะโยกย้ายงบประมาณจากส่วนอื่นมาสนับสนุนโครงการนี้ เพื่อเป็นการปฏิเสธกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการเงินดังกล่าว

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในท้องถิ่น การขยายเวลาครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการยืนยันเรื่องการเสนอโครงการแล้ว แต่การดำเนินการอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ในขณะนี้รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเริ่มต้นและขอบเขตที่ชัดเจนของการขยายเวลาหลังจากผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรียังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อยืนยันความชัดเจนของโครงการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:20 UTC

การตรวจสอบทางการเมืองเข้มข้นขึ้นจากปมสินบน 40 ล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การตรวจสอบทางการเมืองเข้มข้นขึ้นจากปมสินบน 40 ล้านบาท

รังสิมันต์ โรม ฝ่ายค้านได้ตั้งคำถามต่อ ไชยชนก ชิดชอบ อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องสินบน 40 ล้านบาท โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการให้ข้อมูลเท็จในสภาและการเพิกเฉยของตำรวจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การตรวจสอบทางการเมืองเข้มข้นขึ้นจากปมสินบน 40 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
การตรวจสอบทางการเมืองเข้มข้นขึ้นจากปมสินบน 40 ล้านบาท

รังสิมันต์ โรม ฝ่ายค้านได้ตั้งคำถามต่อ ไชยชนก ชิดชอบ อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องสินบน 40 ล้านบาท โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการให้ข้อมูลเท็จในสภาและการเพิกเฉยของตำรวจ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 รังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้านได้เพิ่มแรงกดดันต่อ ไชยชนก ชิดชอบ เกี่ยวกับคดีอื้อฉาวเรื่องสินบน 40 ล้านบาท โดยโรมแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่าอาจมีการนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จระหว่างการอภิปรายในสภาเกี่ยวกับเรื่องนี้ นอกจากนี้ เขายังแสดงความกังวลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจกำลังเกียร์ว่างหรือไม่ได้ติดตามคดีอย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลให้คดีหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมือง และเน้นย้ำถึงการตรวจสอบของสาธารณชนในเรื่องความรับผิดชอบของสถาบัน แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองที่เข้มข้นในปัจจุบัน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนระหว่างการกำกับดูแลทางนิติบัญญัติและการบังคับใช้กฎหมายในประเทศ

ยังคงต้องยืนยันว่าตำรวจจะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องสินบนหรือไม่ หรือจะมีการนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติมในสภาเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าวหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคอยว่าทางการจะตอบสนองต่อข้อกังวลที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาหรือไม่ หรือเรื่องนี้จะยังคงเป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมาย และความถูกต้องของข้อกล่าวหาเรื่องสินบนยังไม่ได้รับการพิสูจน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:30 UTC

รัฐสภาไทยกำหนดวันประชุมสมัยวิสามัญในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาไทยกำหนดวันประชุมสมัยวิสามัญในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน

มัลลิกาเป็นประธานการประชุมระหว่างวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านเพื่อสรุปวันสำหรับการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญที่จะถึงนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยกำหนดวันประชุมสมัยวิสามัญในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาไทยกำหนดวันประชุมสมัยวิสามัญในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน

มัลลิกาเป็นประธานการประชุมระหว่างวิปรัฐบาลและฝ่ายค้านเพื่อสรุปวันสำหรับการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญที่จะถึงนี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 มัลลิกาได้เป็นประธานในการประชุมประสานงานซึ่งมีวิปจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเข้าร่วม ผลลัพธ์หลักของการหารือครั้งนี้คือการกำหนดวันสำหรับการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญสองครั้ง

การประชุมเหล่านี้มีกำหนดจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ตุลาคม และ 20 พฤศจิกายน 2026 การประชุมดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับวาระทางนิติบัญญัติระหว่างกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมสำหรับกระบวนการทางรัฐสภาที่จะเกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การประชุมรัฐสภาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากมักเกี่ยวข้องกับการอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายระดับชาติ การจัดสรรงบประมาณ หรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของประเทศ แม้ว่าจะมีการยืนยันวันสำหรับการประชุมเหล่านี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะของวาระการประชุมที่จะหารือในระหว่างการประชุมดังกล่าวยังคงต้องรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อเฉพาะที่จะได้รับการพิจารณาโดยรัฐสภาในวันดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:11 UTC

สธ. แจงค่าป่วยการ อสม. ยังอยู่ในการดูแลของกระทรวงฯ แม้มีการถ่ายโอนภารกิจสู่ท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สธ. แจงค่าป่วยการ อสม. ยังอยู่ในการดูแลของกระทรวงฯ แม้มีการถ่ายโอนภารกิจสู่ท้องถิ่น

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพยืนยันว่าการเบิกจ่ายค่าป่วยการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข แม้จะมีการถ่ายโอนภารกิจบางส่วนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สธ. แจงค่าป่วยการ อสม. ยังอยู่ในการดูแลของกระทรวงฯ แม้มีการถ่ายโอนภารกิจสู่ท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
สธ. แจงค่าป่วยการ อสม. ยังอยู่ในการดูแลของกระทรวงฯ แม้มีการถ่ายโอนภารกิจสู่ท้องถิ่น

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพยืนยันว่าการเบิกจ่ายค่าป่วยการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข แม้จะมีการถ่ายโอนภารกิจบางส่วนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีการเบิกจ่ายค่าป่วยการของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สืบเนื่องจากข้อเสนอของคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุข ที่เสนอให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ถ่ายโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นผู้รับรองผลงาน อสม. เพื่อเบิกจ่ายเงินแทนสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนในกลุ่ม อสม. เกี่ยวกับแนวทางการเบิกจ่ายและการรับรองผลงาน

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพยืนยันว่า การบริหารจัดการและการเบิกจ่ายค่าป่วยการ อสม. ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขอย่างชัดเจน การถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขบางส่วนไปยังท้องถิ่นจะไม่ส่งผลกระทบต่อกรอบการจ่ายเงินหรือสถานะการปฏิบัติงานของ อสม. โดยกระทรวงฯ ยังคงยึดมั่นในหลักการจิตอาสาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทย

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย คำชี้แจงนี้ช่วยยืนยันถึงความมั่นคงของเครือข่ายสุขภาพชุมชน และการทำงานของอาสาสมัครที่ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานระดับชาติ แม้โครงสร้างการบริหารจัดการโรงพยาบาลในท้องถิ่นจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่การกำกับดูแลกลุ่มอาสาสมัครยังคงเป็นส่วนกลาง ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่ถ่ายโอนไปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการสุขภาพท้องถิ่นนั้น จะมีการติดตามและยืนยันความชัดเจนต่อไปในระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:52 UTC