ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต ✦
การเมือง บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ✦
ทั่วไป กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent ✦
การเมือง ‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร ✦
ความปลอดภัย ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร ✦
ความปลอดภัย รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร ✦
การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ความปลอดภัย

เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำปืนประจำกายลั่นใส่แม่เสียชีวิตภายในบ้านพักที่จังหวัดภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามรายงานจาก Thai Post โดยพันตำรวจโทสากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านพักซอยเกาะแก้ว 3 ถนนเทพกระษัตรี เมื่อเวลาประมาณ 21.45 น.

รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโทกำลังตรวจสอบปืนประจำกาย Glock 19 ภายในบ้านพัก ปืนได้เกิดลั่นขึ้น ส่งผลให้กระสุนถูกมารดาที่อยู่ในเหตุการณ์จนเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัย และไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างของจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการอาวุธปืน เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดทั้งในที่เกิดเหตุและตัวอาวุธปืนเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะถูกดำเนินการโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตตามกระบวนการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:38 UTC

การเมือง

บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวเดียว
บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online รายงานถึงอิทธิพลทางการทูตของเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่สำคัญของจีนระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานเน้นย้ำถึงบทบาทของเธอในการทูตระหว่างประเทศและการแสดงออกถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมของจีนบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การเยือนครั้งนี้ตอกย้ำถึงการมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าการเยือนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเป็นหลัก แต่ก็มักส่งผลต่อบรรยากาศทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และบรรยากาศทั่วไปสำหรับชาวต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในภูมิภาคนี้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทวิภาคีในระยะยาวอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการที่จีนใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรมเพื่อจัดการภาพลักษณ์ในระดับสากลหรือไม่ ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงสัญลักษณ์จากการปรากฏตัวของเธอมากกว่าผลลัพธ์ทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจง นักเดินทางควรติดตามช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างสองประเทศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ทั่วไป

กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงการย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ในกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการได้อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่

โครงการที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ การย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทองและการบูรณะพื้นที่สะพานเทเวศร์ โครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของย่านประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งปรับปรุงการเข้าถึงของสาธารณะและความปลอดภัย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและการบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จะช่วยปรับปรุงความสวยงามและการไหลเวียนของการจราจรในเขตเมืองเก่าของเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่การก่อสร้างชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจราจรหรือเส้นทางเดินเท้าใกล้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การบูรณะสะพานเทเวศร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเยือนพื้นที่นี้เนื่องจากบรรยากาศริมน้ำและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

แม้ว่าคณะกรรมการจะอนุมัติโครงการทั้ง 5 โครงการแล้ว แต่กำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างและสถานที่ตั้งใหม่ของสถานีดับเพลิงยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเกาะรัตนโกสินทร์อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่รอบเมืองเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ผู้ชนะการประกวด America’s Got Talent ซีซั่นที่ 21

จังหวัดภูเก็ตกำลังเตรียมจัดขบวนแห่เพื่อเป็นเกียรติแก่ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ซึ่งเป็นชาวภูเก็ตที่เพิ่งชนะการประกวดรายการโทรทัศน์ 'America’s Got Talent' ซีซั่นที่ 21 ตามรายงานของ Khaosod Online นายรอมดอน หะยีอาเแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าทางจังหวัดตั้งใจจะจัดขบวนรถแห่ไปรอบเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับศิลปินรุ่นเยาว์ผู้นี้

ในส่วนของการเตรียมการ มีรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดเตรียมชุดไทยเพื่อให้เนเน่สวมใส่ในระหว่างงานต้อนรับ ทางการมองว่าชัยชนะของเธอเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทั้งชาวภูเก็ตและชาวไทย โดยมุ่งหวังที่จะใช้ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่กล้าทำตามความฝันของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น แม้ว่าเส้นทางของขบวนแห่และกำหนดการที่ชัดเจนกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับทีมงานของเนเน่ แต่ทางจังหวัดยืนยันว่ากำลังมีการวางแผนต้อนรับอย่างสมเกียรติ รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยและกำหนดการสุดท้ายของขบวนแห่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขณะนี้ศิลปินยังมีภารกิจที่ต่างประเทศ โดยจะมีการแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ทราบอีกครั้งเมื่อกำหนดการชัดเจนแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การเมือง

‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร นักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้รับคำอวยพรจากพระสงฆ์ในพื้นที่ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสกลนคร บุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งในพื้นที่ได้ให้พรต่อหน้าสาธารณชนว่าขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นักการเมืองกำลังพบปะกับชุมชนท้องถิ่น ท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะทำให้นักการเมืองประหลาดใจจนแสดงอาการเขินอายต่อการสนับสนุนที่ไม่คาดคิดนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างวัฒนธรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิมกับภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าการให้พรจากพระสงฆ์จะเป็นวิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในไทย แต่การที่คำอวยพรนี้เกิดขึ้นในบริบททางการเมืองและมีการกล่าวถึงตำแหน่งระดับสูงจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลและไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นทางการหรือการรับรองจากสถาบันทางศาสนาแต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคำอวยพรนี้มีน้ำหนักทางกฎหมายหรือส่งผลต่อทิศทางการหาเสียงของนักการเมืองแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์ควรพิจารณาเรื่องนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของนักการเมืองหรือบริบทเฉพาะของการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของทีมหาเสียงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ความปลอดภัย

ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้คาเฟ่ชื่อดังในเขาใหญ่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเขตเขาใหญ่ โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคาเฟ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ต้องปิดให้บริการเนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วมฉับพลัน

นายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดมีสภาพอากาศมืดครึ้มและมีปริมาณฝนตกในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีปริมาณฝนตกหนัก โดยที่อำเภอปากช่องวัดได้ 160 มิลลิเมตร ตามด้วยอำเภอพระทองคำ (56.5 มม.) อำเภอวังน้ำเขียว (55 มม.) และอำเภอครบุรี (25 มม.)

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แม้สถานการณ์จะสร้างความเดือดร้อน แต่สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาได้ให้ข้อมูลเพื่อความมั่นใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัด ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแชะ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันไม่ถึง 50% ของความจุ ซึ่งหมายความว่ายังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกมากเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อน

เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปเขาใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากผลกระทบจากฝนตกยังคงเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดมาตรการฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่ง 8 ข้อเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

คำสั่งหลักมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยสถานพยาบาลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจะต้องสำรองไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้โครงสร้างพื้นฐานจะได้รับผลกระทบชั่วคราวจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ของน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีความเสี่ยงควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นการป้องกันล่วงหน้า แต่ความรุนแรงที่แท้จริงของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการหยุดชะงักของบริการในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

เหตุการณ์

มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

แหล่งข่าวเดียว
มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

มะลิ โคทส์ นักแสดงสาวชาวไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากคบหาดูใจกันมา 7 ปี

มะลิ โคทส์ นักแสดงและนางแบบสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่ม ระหว่างงานเปิดตัวแพลตฟอร์มความงามแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การขอแต่งงานเกิดขึ้นริมทะเลในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของมะลิ ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาที่อั้มเคยให้ไว้ว่าจะขอแต่งงานก่อนที่เธอจะอายุครบ 35 ปี

ทั้งคู่ซึ่งคบหากันมานานถึง 7 ปี ได้แบ่งปันความตื่นเต้นระหว่างงานเปิดตัว Premium Beauty Booking Platform ที่ The Corner House ถนนเจริญกรุง มะลิบรรยายถึงช่วงเวลานั้นว่าตื่นเต้นจนหูดับและมือไม้สั่น ส่วนอั้มซึ่งมาร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจให้แฟนสาว ได้แสดงความมุ่งมั่นและชื่นชมในบุคลิกที่ตรงไปตรงมาของมะลิ พร้อมกล่าวติดตลกว่า "ลูกผู้ชายตัวจริงต้องกลัวแฟน"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการบันเทิงไทย ข่าวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง แม้ว่าทั้งคู่จะยืนยันเรื่องการหมั้นหมายและตั้งใจจะแต่งงานกันแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันหรือสถานที่จัดงานแต่งงาน แฟนๆ ต่างรอคอยการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของทั้งคู่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

แหล่งข่าวเดียว
รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

เทศบาลนครรังสิตประกาศเตือนภัยระดับธงแดงเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เทศบาลนครรังสิตได้ขึ้นธงแดงอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในระดับสูง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระดับน้ำในพื้นที่ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 1.81 เมตร ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำท้องถิ่นรวมถึง 'บิ๊กแจ๊ส' (คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ได้ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองและประสานงานการเฝ้าระวัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ธงแดงทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการว่าสภาพการณ์มีความเสี่ยงและควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งคลองควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของเทศบาลอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทาง

แม้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ในเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานะธงแดงจะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีการอพยพหรือใช้มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หรือคำแนะนำใหม่จากเทศบาลนครรังสิต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ส.ส. ฝ่ายค้านจ่อเอาผิด กกต. ปมความไม่เป็นกลางทางการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. ฝ่ายค้านจ่อเอาผิด กกต. ปมความไม่เป็นกลางทางการเมือง

รังสิมันต์ โรม ประกาศแผนดำเนินคดีทางกฎหมายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. ฝ่ายค้านจ่อเอาผิด กกต. ปมความไม่เป็นกลางทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. ฝ่ายค้านจ่อเอาผิด กกต. ปมความไม่เป็นกลางทางการเมือง

รังสิมันต์ โรม ประกาศแผนดำเนินคดีทางกฎหมายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง

รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ยืนยันความตั้งใจที่จะยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในช่วงที่ผ่านมาและประเด็นความไม่เป็นกลางทางการเมือง

รังสิมันต์แสดงความสงสัยว่า กกต. กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางหรือไม่ หรือการกระทำดังกล่าวมีแรงจูงใจมาจากการแก้แค้นทางการเมือง ข้อขัดแย้งนี้สืบเนื่องมาจากการอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับวุฒิสภา โดยรังสิมันต์ได้เตือนถึงการเกิดขึ้นของ กกต. «สีน้ำเงิน» ซึ่งเป็นคำที่มักใช้ในบริบทการเมืองไทยเพื่อสื่อถึงการฝักใฝ่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางกลุ่ม เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ สว. «สีส้ม»

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในองค์กรกำกับดูแลทางการเมืองของไทย แม้ว่าการท้าทายทางกฎหมายนี้จะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ แต่ยังคงต้องติดตามว่าระบบตุลาการจะดำเนินการอย่างไรกับคำร้องดังกล่าว และ กกต. จะออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ เนื่องจากเป็นประเด็นทางการเมืองที่กำลังพัฒนา ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อดูความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:53 UTC

พรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นในนครราชสีมา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นในนครราชสีมา

พรรคประชาชน (PP) ได้เริ่มกลยุทธ์การหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมาอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นไปที่การคว้าที่นั่งในระดับเทศบาล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนเปิดตัวแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นในนครราชสีมา

พรรคประชาชน (PP) ได้เริ่มกลยุทธ์การหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมาอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นไปที่การคว้าที่นั่งในระดับเทศบาล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 พรรคประชาชน (PP) ได้เริ่มแคมเปญหาเสียงทางการเมืองในจังหวัดนครราชสีมา โดยพรรคกำลังเตรียมความพร้อมอย่างจริงจังสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมาถึง โดยมุ่งเน้นไปที่การชนะตำแหน่งในระดับเทศบาลเป็นหลัก

ในส่วนหนึ่งของโครงการนี้ พรรคได้จัดการฝึกอบรมเชิงเข้มข้นให้กับสมาชิกและผู้สมัครของพรรค โดยการฝึกอบรมเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การหาเสียงและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพรรคในการบริหารงานส่วนท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของพรรคในการขยายอิทธิพลออกไปนอกเหนือจากการเมืองระดับชาติและสร้างฐานที่มั่นคงในการบริหารระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พัฒนาการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่คึกคักขึ้น คาดว่าจะมีการทำกิจกรรมหาเสียงเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า รวมถึงการจัดปราศรัยสาธารณะ การติดป้ายหาเสียง และการลงพื้นที่พบปะประชาชนเมื่อใกล้วันเลือกตั้ง

แม้ว่าพรรคจะประกาศเจตจำนงในการลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายชื่อผู้สมัครที่ชัดเจนและกำหนดการเลือกตั้งเทศบาลที่แน่นอนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของประเทศไทย ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่ากลยุทธ์ในระดับท้องถิ่นเหล่านี้จะส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในจังหวัดอย่างไร ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับตารางการหาเสียงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการจราจรหรือการรวมตัวในที่สาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:53 UTC

นักการเมืองร่วมสะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักการเมืองร่วมสะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และรังสิมันต์ โรม ร่วมรำลึกวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบระยะยาวที่มีต่อระบบการเมืองและกฎหมายของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักการเมืองร่วมสะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

แหล่งข่าวเดียว
นักการเมืองร่วมสะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และรังสิมันต์ โรม ร่วมรำลึกวาระครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบระยะยาวที่มีต่อระบบการเมืองและกฎหมายของไทย

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และรังสิมันต์ โรม ได้ร่วมกันอภิปรายสะท้อนมุมมองในวาระครบรอบ 20 ปี ของเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ผู้ร่วมอภิปรายได้วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนาของประเทศไทย โดยโต้แย้งว่าการแทรกแซงทางการเมืองโดยกองทัพได้ทำให้นิติรัฐอ่อนแอลงและส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐศาสตร์การเมืองของประเทศ

ธนาธรเน้นย้ำว่าช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาแห่งการสูญเสียโอกาสของประเทศ ในขณะที่รังสิมันต์ โรม ได้วิพากษ์วิจารณ์มรดกของการรัฐประหาร โดยยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวได้บ่อนทำลายสถาบันทางกฎหมาย และเรียกร้องให้มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาเชิงระบบเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงวาทกรรมที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยและการถกเถียงเรื่องบทบาทของกองทัพในการบริหารประเทศ แม้ว่าการอภิปรายในลักษณะนี้จะเป็นเรื่องปกติในช่วงวันครบรอบเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกทางอุดมการณ์ที่ฝังรากลึกซึ่งยังคงกำหนดทิศทางของประเทศอยู่ในปัจจุบัน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความไม่สงบหรือเหตุการณ์รบกวนใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับแถลงการณ์รำลึกดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าความคิดเห็นเหล่านี้สะท้อนมุมมองของกลุ่มการเมืองเฉพาะกลุ่ม และผลกระทบระยะยาวของข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปยังคงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:55 UTC

เกิดข้อพิพาททางการเมืองกรณีพยานให้การต่อวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อพิพาททางการเมืองกรณีพยานให้การต่อวุฒิสภา

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของพยานที่ให้การต่อวุฒิสภาในช่วงที่อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดข้อพิพาททางการเมืองกรณีพยานให้การต่อวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อพิพาททางการเมืองกรณีพยานให้การต่อวุฒิสภา

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของพยานที่ให้การต่อวุฒิสภาในช่วงที่อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับความสอดคล้องของคำให้การของพยานที่ให้ไว้ต่อวุฒิสภา โดยข้อพิพาทนี้มุ่งเน้นไปที่พยานที่กลับคำให้การเดิมในช่วงที่อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ยิ่งชีพยังได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกล่าวหาว่าหน่วยงานดังกล่าวเพิกเฉยต่อหลักฐานเกี่ยวกับการติดต่อทางโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนวิน ชิดชอบ เขาเสนอว่าการจัดการเรื่องเหล่านี้ของ กกต. ได้ช่วยปกป้องพรรคภูมิใจไทยจากการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น ข้อกล่าวหาเหล่านี้บ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใสในการกำกับดูแลกระบวนการทางการเมืองและความซื่อสัตย์ในการจัดตั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าข้อพิพาททางการเมืองภายในเหล่านี้มักไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยวโดยตรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความรับผิดชอบของสถาบันรัฐ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมจากฝ่ายค้านหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความไม่สอดคล้องในคำให้การของพยานจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับพฤติกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:55 UTC

พรรคเพื่อไทยชี้แจงกรณีร่าง พ.ร.บ. THACCA ไม่เข้าสู่สภาฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคเพื่อไทยชี้แจงกรณีร่าง พ.ร.บ. THACCA ไม่เข้าสู่สภาฯ

พรรคเพื่อไทยแสดงความเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ. THACCA ไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ พร้อมยืนยันเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่อไป

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคเพื่อไทยชี้แจงกรณีร่าง พ.ร.บ. THACCA ไม่เข้าสู่สภาฯ

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยชี้แจงกรณีร่าง พ.ร.บ. THACCA ไม่เข้าสู่สภาฯ

พรรคเพื่อไทยแสดงความเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ. THACCA ไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ พร้อมยืนยันเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่อไป

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้กล่าวถึงสถานะของร่างพระราชบัญญัติองค์การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แห่งประเทศไทย (THACCA) โดยระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ จะยังไม่ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้

นายศึกษิษฏ์ระบุว่า แม้พรรคจะเคารพการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความคืบหน้าของร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ก็มีความรู้สึกเสียดายที่ข้อเสนอนี้ยังไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงยืนยันในความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยรัฐบาลตั้งใจที่จะมุ่งเน้นไปที่โครงการพัฒนาทักษะและมาตรการคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าอุตสาหกรรมนี้จะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางทางกฎหมายสำหรับอุตสาหกรรมวัฒนธรรม แม้ว่ากรอบการทำงานเฉพาะของ THACCA จะหยุดชะงักลงในขณะนี้ แต่ความตั้งใจของรัฐบาลในการสนับสนุนด้านแรงงานและทักษะบ่งชี้ว่าความพยายามเชิงนโยบายจะยังคงดำเนินต่อไปผ่านช่องทางอื่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลไกการสนับสนุนทางเลือกเหล่านี้จะมีโครงสร้างอย่างไร และจะมีการนำร่างกฎหมายฉบับปรับปรุงเข้าสู่การพิจารณาในสมัยประชุมหน้าหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:08 UTC

ความโปร่งใสในการเลือก สว. ของไทยถูกตั้งคำถาม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความโปร่งใสในการเลือก สว. ของไทยถูกตั้งคำถาม

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการหลักฐานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความโปร่งใสในการเลือก สว. ของไทยถูกตั้งคำถาม

แหล่งข่าวเดียว
ความโปร่งใสในการเลือก สว. ของไทยถูกตั้งคำถาม

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการหลักฐานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ได้ออกมาตั้งคำถามต่อมติเสียงข้างมากของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกล่าวหาว่า กกต. ขัดขวางการยื่นหลักฐานทางการเงินที่อาจเชื่อมโยง สว. จำนวน 138 คน ในข้อหาฮั้วเลือกตั้งในกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.คำรบ โต้แย้งว่าความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงทางการเมือง โดยชี้ว่าการกระทำของ กกต. เป็นการปกป้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทั้งนี้มีรายงานว่าเขาได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้ถอดถอน สว. ทั้ง 138 คนดังกล่าว โดยอ้างถึงความจำเป็นในการสร้างความรับผิดชอบในระบบการคัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย และการตรวจสอบที่เข้มข้นเกี่ยวกับการจัดตั้งวุฒิสภา แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมีนัยสำคัญ แต่ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการทางกฎหมาย ยังไม่มีการยืนยันว่าศาลฎีกาจะรับคำร้องหรือไม่ หรือจะมีผลกระทบอย่างไรต่อองค์ประกอบของวุฒิสภาหากคดีดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าฝ่ายตุลาการจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเรื่องการขัดขวางกระบวนการและการทุจริตเลือกตั้งนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:56 UTC

ผบ.ทบ. ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 4 เสือทหารบกและรองเสธ.ทบ.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ทบ. ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 4 เสือทหารบกและรองเสธ.ทบ.

พล.อ. 'บิ๊กปู' ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งอย่างเป็นทางการเพื่อแบ่งมอบความรับผิดชอบให้กับนายทหารระดับสูงทั้ง 4 นาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผบ.ทบ. ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 4 เสือทหารบกและรองเสธ.ทบ.

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ทบ. ลงนามคำสั่งแบ่งงาน 4 เสือทหารบกและรองเสธ.ทบ.

พล.อ. 'บิ๊กปู' ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งอย่างเป็นทางการเพื่อแบ่งมอบความรับผิดชอบให้กับนายทหารระดับสูงทั้ง 4 นาย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 พล.อ. 'บิ๊กปู' ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งทางธุรการอย่างเป็นทางการเพื่อแบ่งมอบหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับนายทหารระดับสูง 4 นาย ซึ่งมักถูกเรียกว่า '4 เสือทหารบก' รวมถึงรองเสนาธิการทหารบก

การปรับโครงสร้างภายในครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนทางธุรการตามปกติภายในกองทัพบกไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการบังคับบัญชาและสร้างความชัดเจนในด้านการกำกับดูแลของฝ่ายบริหารระดับสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นเรื่องภายในของกองทัพเป็นหลัก และไม่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยโดยรวม

แม้ว่าจะมีการลงนามในคำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมายให้กับนายทหารแต่ละนายยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจว่าการปรับเปลี่ยนความรับผิดชอบเหล่านี้อาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินงานของกองทัพอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากเป็นการปรับปรุงภายในองค์กร จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนทั่วไปหรือกิจกรรมการท่องเที่ยว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:57 UTC

นายกฯ เดินทางไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 81
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ เดินทางไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 81

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปวัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อรับพรทางจิตวิญญาณก่อนออกเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 81 ที่นิวยอร์ก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ เดินทางไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 81

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เดินทางไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 81

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปวัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อรับพรทางจิตวิญญาณก่อนออกเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 81 ที่นิวยอร์ก

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ได้เดินทางไปที่วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิม รวมถึงการสักการะพระพุทธชินราชและรับการลงยันต์ฝ่ามือจากหลวงพ่อสำลี

การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 โดยนายกรัฐมนตรีได้โพสต์ภาพและรายละเอียดเกี่ยวกับการไปเยือนวัดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเดินทางไปเยือนวัดประวัติศาสตร์อย่างวัดราชบูรณะของบุคคลสำคัญสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลึกซึ้งของประเพณีพุทธศาสนาในวิถีชีวิตทางการเมืองของไทย แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะมีลักษณะทางวัฒนธรรมและส่วนบุคคลเป็นหลัก แต่ก็มักจะดึงดูดความสนใจของสาธารณชนไปยังวัดที่เกี่ยวข้อง ในขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวาระการประชุมหรือเป้าหมายทางการทูตของนายกรัฐมนตรีในการประชุม UNGA81 นอกเหนือจากการเข้าร่วมประชุม ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลการเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติดังกล่าวได้จากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:04 UTC

สว.นันทนา ท้าทาย กกต. กรณีดำเนินคดีกับ 26 สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว.นันทนา ท้าทาย กกต. กรณีดำเนินคดีกับ 26 สว.

สว.นันทนา นันทวโรภาส วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ดำเนินคดีกับ สว. 26 คน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าจะส่งผลกระทบต่อขั้วการเมืองในปัจจุบัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว.นันทนา ท้าทาย กกต. กรณีดำเนินคดีกับ 26 สว.

แหล่งข่าวเดียว
สว.นันทนา ท้าทาย กกต. กรณีดำเนินคดีกับ 26 สว.

สว.นันทนา นันทวโรภาส วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ดำเนินคดีกับ สว. 26 คน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าจะส่งผลกระทบต่อขั้วการเมืองในปัจจุบัน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 สว.นันทนา นันทวโรภาส ได้วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการตัดสินใจดำเนินคดีทางกฎหมายกับ สว. 26 คน โดยนันทนามองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นความพยายามที่มุ่งเป้าเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของสมาชิกวุฒิสภาบางกลุ่ม

ในการตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการมีส่วนร่วมในการหารือที่ 'ห้องจูปิเตอร์' นันทนายืนยันว่าการกระทำของเธอมีความโปร่งใส และปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการสมคบคิดหรือการจัดตั้งโหวตล่วงหน้า เธอแสดงความไม่เกรงกลัวต่อความพยายามที่จะทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยยืนยันว่าเธอไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อการตรวจสอบดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในฝ่ายนิติบัญญัติภายหลังกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองเหล่านี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความผันผวนของสภาพแวดล้อมทางรัฐสภาในปัจจุบัน

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะดำเนินการอย่างไรกับคดีความของ สว. ทั้ง 26 คน และจะมีหลักฐานเฉพาะเจาะจงใดบ้างที่จะถูกนำเสนอต่อศาล ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความท้าทายทางกฎหมายเหล่านี้จะนำไปสู่การตัดสิทธิ์หรือไม่ หรือจะถูกยกฟ้องเนื่องจากถูกมองว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง สถานการณ์ยังคงพัฒนาต่อไปในขณะที่วุฒิสภากำลังจัดการกับข้อพิพาทภายในเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:57 UTC

ผบ.ทบ. ลงนามจัดระเบียบหน้าที่ระดับสูงในกองทัพ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ทบ. ลงนามจัดระเบียบหน้าที่ระดับสูงในกองทัพ

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ได้ลงนามในคำสั่งอย่างเป็นทางการเพื่อแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในระดับผู้นำของกองทัพบกไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผบ.ทบ. ลงนามจัดระเบียบหน้าที่ระดับสูงในกองทัพ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ทบ. ลงนามจัดระเบียบหน้าที่ระดับสูงในกองทัพ

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ได้ลงนามในคำสั่งอย่างเป็นทางการเพื่อแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในระดับผู้นำของกองทัพบกไทย

ตามรายงานจาก Thai Post พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกคำสั่งกองทัพบกที่ 1508/69 ซึ่งเป็นการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการระหว่างผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เสนาธิการทหารบก และรองเสนาธิการทหารบก

การปรับโครงสร้างการบริหารนี้เป็นขั้นตอนปกติภายในของกองทัพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการบังคับบัญชาและสร้างความชัดเจนในบทบาทของนายทหารระดับสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นการปรับปรุงทางธุรการตามปกติภายในลำดับชั้นของกองทัพ และโดยทั่วไปแล้วไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยของพลเรือน

แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะได้รับการลงนามและบันทึกอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมายให้แก่นายทหารแต่ละนายยังไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองและการทหารของไทยจะยังคงเฝ้าสังเกตว่าการปรับเปลี่ยนภายในเหล่านี้อาจส่งผลต่อนโยบายของสถาบันหรือการบริหารงานทหารในอนาคตอย่างไร เนื่องจากเป็นเรื่องของการจัดการภายในองค์กร จึงไม่มีผลกระทบต่อสาธารณะเพิ่มเติมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:06 UTC

นักวิชาการวิจารณ์ กกต. เลือกปฏิบัติ พร้อมเตือนการแก้รัฐธรรมนูญเรื่อง สว. อาจทำให้การควบคุมทางการเมืองแย่ลง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการวิจารณ์ กกต. เลือกปฏิบัติ พร้อมเตือนการแก้รัฐธรรมนูญเรื่อง สว. อาจทำให้การควบคุมทางการเมืองแย่ลง

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีการบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ พร้อมเตือนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ สว. อาจส่งผลให้การควบคุมทางการเมืองแย่ลงกว่าเดิม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิชาการวิจารณ์ กกต. เลือกปฏิบัติ พร้อมเตือนการแก้รัฐธรรมนูญเรื่อง สว. อาจทำให้การควบคุมทางการเมืองแย่ลง

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการวิจารณ์ กกต. เลือกปฏิบัติ พร้อมเตือนการแก้รัฐธรรมนูญเรื่อง สว. อาจทำให้การควบคุมทางการเมืองแย่ลง

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีการบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ พร้อมเตือนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ สว. อาจส่งผลให้การควบคุมทางการเมืองแย่ลงกว่าเดิม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกล่าวหาว่า กกต. มีการบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ ซึ่งเปรียบเปรยว่าเป็นการ "ฟ้องแต่มด แต่ไม่ฟ้องช้าง" โดยระบุว่าหน่วยงานกำกับดูแลมุ่งเน้นไปที่ความผิดเล็กน้อยแต่กลับละเลยความผิดปกติทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ พิชายยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยโต้แย้งว่าความพยายามในการปฏิรูปที่มาของ สว. ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดระบบที่อาจแย่กว่าเดิม พร้อมเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สร้างช่องโหว่ที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มการเมืองที่มีการจัดตั้งอย่างดี ทำให้กลุ่มเหล่านั้นสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมทางนิติบัญญัติได้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยและธรรมชาติของการกำกับดูแลการเลือกตั้งที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าการถกเถียงเหล่านี้จะเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารประเทศ แต่ก็เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของกรอบกฎหมายของไทย ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอนั้นจะผ่านกระบวนการทางรัฐสภาตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:57 UTC

สว.นันทนา วิจารณ์การใช้อำนาจในวุฒิสภาท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว.นันทนา วิจารณ์การใช้อำนาจในวุฒิสภาท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง

สว.นันทนา นันทวโรภาส ได้ออกมาตั้งคำถามต่อเสียงข้างมากในวุฒิสภาปัจจุบัน โดยกล่าวหาว่ามีการทุจริตเชิงระบบและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว.นันทนา วิจารณ์การใช้อำนาจในวุฒิสภาท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
สว.นันทนา วิจารณ์การใช้อำนาจในวุฒิสภาท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง

สว.นันทนา นันทวโรภาส ได้ออกมาตั้งคำถามต่อเสียงข้างมากในวุฒิสภาปัจจุบัน โดยกล่าวหาว่ามีการทุจริตเชิงระบบและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 สว.นันทนา นันทวโรภาส ได้เข้าร่วมงานเสวนาในหัวข้อ 'โกง สว. จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ' ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมแบงค็อก มิดทาวน์ โดยงานดังกล่าวจัดโดยสมัชชาสภาเที่ยงธรรมและเครือข่ายปฏิรูปต่างๆ โดยมีบุคคลสำคัญทางการเมืองเข้าร่วม เช่น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน และนายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในระหว่างการอภิปราย สว.นันทนา ได้กล่าวถึงข้อกล่าวหาเรื่องการรวมตัวกันที่ 'ห้องจูปีเตอร์' โดยยืนยันว่าการรวมตัวของกลุ่มตนมีความโปร่งใสและไม่ได้เป็นการสมคบคิดแต่อย่างใด ทั้งนี้ เธอได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ดำเนินการกับ สว. เพียง 26 คน โดยโต้แย้งว่าการกระทำดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขปัญหาอิทธิพลของเสียงข้างมากในวุฒิสภาปัจจุบันได้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการสืบสวนเชิงลึกเพื่อระบุตัวผู้ที่เธอเรียกว่า 'บอสใหญ่' ผู้อยู่เบื้องหลังการบงการเลือกตั้งที่ถูกกล่าวหา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติของไทย แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการภายในรัฐสภาและความโปร่งใสในการเลือกตั้ง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของการถกเถียงทางการเมืองที่เข้มข้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างไร และข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในโครงสร้างการดำเนินงานหรือองค์ประกอบของวุฒิสภาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:04 UTC

สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์

สหรัฐอเมริกาและเดนมาร์กประกาศข้อตกลงด้านความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์ เพื่อยุติความตึงเครียดทางการทูตหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ซ้ำๆ ว่าจะเข้ายึดครองดินแดนดังกล่าว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์

สหรัฐอเมริกาและเดนมาร์กประกาศข้อตกลงด้านความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์ เพื่อยุติความตึงเครียดทางการทูตหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ซ้ำๆ ว่าจะเข้ายึดครองดินแดนดังกล่าว

ตามรายงานจาก Khaosod Online และ BBC สหรัฐอเมริกาและเดนมาร์กได้สรุปข้อตกลงด้านความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์แล้ว ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากความขัดแย้งทางการทูตนานหลายเดือน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอซ้ำๆ ว่าจะเข้ายึดครองดินแดนนี้ โดยอ้างถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อการป้องกันประเทศและทรัพยากรแร่ธาตุอันมั่งคั่ง

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลว่า ข้อตกลงนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับสหรัฐฯ และมอบอำนาจให้สหรัฐฯ ในการรับรองความมั่นคงของกรีนแลนด์ ข้อกำหนดสำคัญรวมถึงการห้ามไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพหรือลงทุนในกิจการที่ละเอียดอ่อนโดยไม่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากวอชิงตัน นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก ยืนยันว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสมัยที่ 81 ที่นิวยอร์กในสัปดาห์หน้า โดยเน้นย้ำว่าข้อตกลงนี้เคารพอธิปไตยของราชอาณาจักรเดนมาร์กและสิทธิในการกำหนดเจตจำนงของชาวกรีนแลนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อตกลงนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังไม่ถือว่าเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากยังต้องผ่านการอนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติและกระบวนการทางรัฐสภาในทั้งสองประเทศก่อนที่จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าสภานิติบัญญัติของทั้งสองฝ่ายจะตอบสนองต่อเงื่อนไขเฉพาะของข้อตกลงนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:05 UTC

ณัฐพงษ์ย้อนรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ณัฐพงษ์ย้อนรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ร่วมรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหารปี 2549 พร้อมเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสะท้อนถึงสองทศวรรษที่สูญเสียไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ณัฐพงษ์ย้อนรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ณัฐพงษ์ย้อนรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ร่วมรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหารปี 2549 พร้อมเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสะท้อนถึงสองทศวรรษที่สูญเสียไป

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ร่วมรำลึกครบรอบ 20 ปี ของเหตุการณ์รัฐประหารโดยทหารในปี 2549 ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ณัฐพงษ์ได้กล่าวถึงช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความหยุดชะงักของประเทศไทย โดยบรรยายว่าเป็น "ทศวรรษที่สูญหาย" สำหรับการพัฒนาประเทศ

ในระหว่างการปราศรัย ณัฐพงษ์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการก้าวข้ามโครงสร้างทางการเมืองที่ถูกจัดตั้งขึ้นภายหลังเหตุการณ์ปี 2549 โดยเขาระบุว่าภารกิจของพรรคคือการทวงคืนอนาคตของประเทศ พร้อมอ้างถึงเสียงสนับสนุนจากประชาชน 21 ล้านเสียงว่าเป็นอาณัติสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ วาทกรรมของเขามุ่งเน้นไปที่การรื้อถอนสิ่งที่เขาเรียกว่า "ระบอบสีน้ำเงิน" ซึ่งส่งสัญญาณถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปฏิรูปประชาธิปไตยและการออกจากสถานะทางการเมืองเดิมที่คงอยู่มาตั้งแต่การแทรกแซงของทหารเมื่อสองทศวรรษก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศไทยเกี่ยวกับมรดกของการแทรกแซงโดยทหาร แม้ว่าการรำลึกจะเป็นไปอย่างสงบ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความแตกแยกทางการเมืองที่ฝังรากลึกซึ่งบางครั้งอาจปรากฏให้เห็นในการชุมนุมสาธารณะ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้ณัฐพงษ์จะนำเสนอวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับการปฏิรูป แต่แนวทางทางกฎหมายเฉพาะที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันในรัฐสภาต่อไป ทั้งนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางหรือชีวิตประจำวัน แต่ผู้ที่อยู่ในประเทศควรตระหนักถึงความเป็นไปได้ของการชุมนุมทางการเมืองในเขตเมืองใหญ่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:58 UTC

นายกฯ อนุทิน เยือนพิษณุโลกเพื่อรับพรทางจิตวิญญาณ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เยือนพิษณุโลกเพื่อรับพรทางจิตวิญญาณ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปวัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อประกอบพิธีทางจิตวิญญาณก่อนช่วงสุดสัปดาห์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เยือนพิษณุโลกเพื่อรับพรทางจิตวิญญาณ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เยือนพิษณุโลกเพื่อรับพรทางจิตวิญญาณ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางไปวัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อประกอบพิธีทางจิตวิญญาณก่อนช่วงสุดสัปดาห์

ตามรายงานจาก Thai Post นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปที่วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ร่วมเดินทางไปด้วย นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีทางจิตวิญญาณซึ่งรวมถึงการลงยันต์ฝ่ามือโดยหลวงพ่อสำลี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเยือนเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการอย่างลึกซึ้งของแนวปฏิบัติทางพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมเข้ากับชีวิตส่วนตัวของผู้นำทางการเมืองของไทย แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นการปฏิบัติทางศาสนาส่วนบุคคลเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมในการแสวงหาคำแนะนำทางจิตวิญญาณในวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปของชาวไทยหลายคนก่อนถึงวันสำคัญหรือช่วงเวลาการทำงาน วัดราชบูรณะเป็นสถานที่สำคัญในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมักได้รับความสนใจจากผู้ที่สนใจในมรดกทางศาสนาของภูมิภาค

ในขณะนี้ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการเยือนครั้งนี้มีวาระทางการเมืองหรือนัยสำคัญทางการเมืองใดๆ เป็นพิเศษ โดยยังคงเป็นกิจกรรมส่วนตัวที่ดำเนินการในช่วงวันหยุดของนายกรัฐมนตรี ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการปรากฏตัวดังกล่าวสอดคล้องกับภาพลักษณ์สาธารณะของนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเดินทางหรือเจตนาที่แน่ชัดเบื้องหลังการเยือนครั้งนี้จากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:07 UTC

โค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี

นายนฤพนธ์ จากกลุ่มผึ้งหลวง ได้เริ่มการหาเสียงโค้งสุดท้ายในจังหวัดนนทบุรี ก่อนการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่กำลังจะมาถึง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
โค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี

นายนฤพนธ์ จากกลุ่มผึ้งหลวง ได้เริ่มการหาเสียงโค้งสุดท้ายในจังหวัดนนทบุรี ก่อนการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายนฤพนธ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ในนามกลุ่มผึ้งหลวง ได้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง โดยผู้สมัครได้จัดขบวนรถแห่หาเสียงไปรอบเมืองนนทบุรีเพื่อพบปะและสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนนทบุรี เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงท้ายของการแข่งขันทางการเมืองระดับท้องถิ่น การเลือกตั้ง อบจ. มีความสำคัญเนื่องจากเป็นผู้กำหนดผู้นำที่รับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับจังหวัด บริการสาธารณะ และการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น แม้ว่ากิจกรรมการหาเสียงกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ แต่วันเลือกตั้งที่แน่ชัดและรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดที่ลงแข่งขันยังคงเป็นรายละเอียดที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรตรวจสอบผ่านประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทย

ในขณะที่การหาเสียงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ผู้อยู่อาศัยอาจพบกับการจราจรที่หนาแน่นขึ้นหรือเสียงรบกวนในพื้นที่ที่มีขบวนหาเสียงเคลื่อนที่ผ่าน ขอแนะนำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดหรือผู้ที่มาเยือนติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปิดถนนหรือการรวมตัวของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมืองเหล่านี้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการบริหารงานของจังหวัดในวาระต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 10:59 UTC

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สะท้อนภาพสองทศวรรษหลังรัฐประหาร 2549
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สะท้อนภาพสองทศวรรษหลังรัฐประหาร 2549

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นักการเมืองชื่อดัง ปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบระยะยาวที่มีต่อพัฒนาการทางการเมืองไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สะท้อนภาพสองทศวรรษหลังรัฐประหาร 2549

แหล่งข่าวเดียว
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สะท้อนภาพสองทศวรรษหลังรัฐประหาร 2549

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นักการเมืองชื่อดัง ปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบระยะยาวที่มีต่อพัฒนาการทางการเมืองไทย

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นักการเมืองคนสำคัญ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านเว็บไซต์ 'คนเสื้อแดง' เพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 20 ปี ของเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ณัฐวุฒิได้ใช้โอกาสนี้สะท้อนภาพเหตุการณ์ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยให้ความเห็นว่ารัฐประหารครั้งนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความก้าวหน้าและพัฒนาการของภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักในไทยมานาน เหตุการณ์นี้ถือเป็นการย้ำเตือนถึงความขัดแย้งทางการเมืองในอดีตที่หล่อหลอมโครงสร้างการปกครองในปัจจุบัน แม้ว่าการปาฐกถาจะเป็นการวิเคราะห์ย้อนหลังถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับพัฒนาการทางประชาธิปไตยในประเทศ

เนื่องจากเป็นการกล่าวปาฐกถาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในทันทีหรือผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัย ผลกระทบระยะยาวจากการสะท้อนภาพประวัติศาสตร์เหล่านี้ต่อเสถียรภาพทางการเมืองในปัจจุบันยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่ารายงานนี้อ้างอิงจากเนื้อหาการปาฐกถาตามที่มติชนออนไลน์ได้นำเสนอ ส่วนความเคลื่อนไหวหรือปฏิกิริยาจากกลุ่มการเมืองอื่นๆ เกี่ยวกับวาระครบรอบนี้ยังไม่มีการยืนยันเพิ่มเติมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:00 UTC

ร่าง พ.ร.บ. THACCA ถูกปัดตก: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ร่าง พ.ร.บ. THACCA ถูกปัดตก: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย

รัฐมนตรีจิราพรแสดงความเสียดายหลังจากรองนายกรัฐมนตรีอนุทินปัดตกร่าง พ.ร.บ. THACCA ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการสำหรับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ร่าง พ.ร.บ. THACCA ถูกปัดตก: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ร่าง พ.ร.บ. THACCA ถูกปัดตก: ผลกระทบต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย

รัฐมนตรีจิราพรแสดงความเสียดายหลังจากรองนายกรัฐมนตรีอนุทินปัดตกร่าง พ.ร.บ. THACCA ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการสำหรับอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 ข้อเสนอกฎหมายสำคัญที่รู้จักกันในชื่อร่าง พ.ร.บ. THACCA ได้ถูกปัดตกโดยรองนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ร่างกฎหมายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรมของไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการสนับสนุนศิลปะท้องถิ่น สื่อ และการส่งออกทางวัฒนธรรม

จิราพร สินธุไพร หนึ่งในผู้ผลักดันหลักของโครงการนี้ ได้แสดงความเสียดายต่อการตัดสินใจดังกล่าว โดยระบุว่ากฎหมายนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างกรอบการทำงานที่เป็นระบบเพื่อให้รัฐบาลสามารถสนับสนุนและขยายธุรกิจสร้างสรรค์ได้ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีที่รัฐบาลจะจัดลำดับความสำคัญหรือให้ทุนสนับสนุนโครงการทางวัฒนธรรมในระยะสั้น แม้ว่าร่างกฎหมายนี้จะมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่การถูกปัดตกหมายความว่าระบบสนับสนุนแบบรวมศูนย์ที่เสนอไว้จะไม่ถูกนำมาใช้ตามแผนที่วางไว้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะนำเสนอมาตรการทางเลือกหรือร่างกฎหมายฉบับแก้ไขเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคส่วนสร้างสรรค์หรือไม่ สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมศิลปะและวัฒนธรรมของไทย อนาคตของการสนับสนุนจากภาครัฐยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ของรัฐบาลสำหรับภาคส่วนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 05:21 UTC