ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ✦
ทั่วไป โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ ✦
กฎหมาย รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ✦
การเมือง หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
การขนส่ง ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้ ✦
การขนส่ง พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม. ✦
สุขภาพ จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ. ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำของเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คลองประเวศบุรีรมย์ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลที่สุดสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการสูบระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่ง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าสถานีสูบน้ำของเมืองยังคงทำงานได้ตามปกติและสามารถรับมือกับปริมาณน้ำในขณะนี้ได้ เพื่อป้องกันปัญหาเพิ่มเติม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำบริเวณรอยต่อจังหวัดและเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามพยากรณ์อากาศในพื้นที่และรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลอง แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันจะยังคงรับมือได้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าการระบายน้ำอย่างเข้มข้นนี้จะต้องดำเนินต่อไปนานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่หากปริมาณฝนเพิ่มความรุนแรงขึ้น ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและผลกระทบต่อการเดินทางในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

ทั่วไป

โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

แหล่งข่าวเดียว
โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

โป๊ปเลโอได้ยืนยันต่อสาธารณะถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยยินดีต้อนรับนักข่าวให้เข้ามาทำข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของท่าน หลังจากมีคำถามเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านสื่อทั่วโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online โป๊ปเลโอได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงความเต็มใจที่จะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามาทำข่าวการทำงานของท่าน คำประกาศนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อคำถามเกี่ยวกับจุดยืนของท่านต่อเสรีภาพของสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการอภิปรายระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการที่นักการเมืองอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนนักข่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแถลงนี้ถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจในการสนทนาระดับโลกที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสาธารณะและสื่อมวลชน แม้ว่าความคิดเห็นของโป๊ปจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ชมทั่วโลก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและบทบาทของสื่อในการบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านโยบายนี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไรในระหว่างการปรากฏตัวต่อสาธารณะในอนาคต หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเฉพาะเจาะจงในระเบียบการเข้าถึงสื่อหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าจุดยืนนี้จะมีอิทธิพลต่อวิธีที่ผู้นำทางศาสนาและนักการเมืองมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อในอนาคตอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กำลังพัฒนา ผู้ที่สนใจในกิจการระหว่างประเทศควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำหลักการเปิดกว้างเหล่านี้ไปใช้ในเขตอำนาจศาลต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

กฎหมาย

รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ทางการไทยได้จับกุมชายที่รู้จักกันในชื่อ 'ว่างฝือ' ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ในป่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายที่ระบุชื่อว่า 'ว่างฝือ' ผู้นำลัทธิทางศาสนาที่ไม่ได้รับอนุญาต หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่าล่อลวงเหยื่อเข้าไปในพื้นที่ป่า โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ทางจิตวิญญาณ

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายงานที่ระบุว่ามีสาวกบางส่วนของผู้ต้องหาได้รวมตัวกันเพื่อแสดงความสนับสนุนในระหว่างกระบวนการจับกุม เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนอกรีตที่ดำเนินงานอยู่นอกเหนือการกำกับดูแลทางศาสนาในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับกลุ่มทางจิตวิญญาณที่ไม่เป็นทางการ หรือบุคคลที่อ้างว่าให้บริการทางศาสนาแบบพิเศษในพื้นที่ห่างไกล แม้ว่าจะมีการยืนยันการจับกุมแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและตรวจสอบขอบเขตกิจกรรมทั้งหมดของลัทธินี้ ยังคงต้องยืนยันว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้อีกบ้าง และจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับสถานะของการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

การเมือง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ในสัปดาห์หน้า โดยจับตาดูการเข้าร่วมประชุม กสทช. ที่กำหนดไว้ในวันที่ 28 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หมอสรณกำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการตรวจสอบสถานะทางบริหารและจุดยืนทางวิชาชีพของเขาอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ความสนใจของสาธารณชนมุ่งไปที่การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 กันยายนนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมตามกำหนดการหรือไม่ เนื่องจากความท้าทายทางกฎหมายหรือทางบริหารที่เขากำลังเผชิญอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และการดำเนินงานของสื่อ ความไม่มั่นคงในระดับผู้นำหรือการเปลี่ยนแปลงภายในคณะกรรมการอาจส่งผลต่อนโยบายการกำกับดูแลหรือความเร็วในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลในการยื่นอุทธรณ์ต่อสาธารณะ และยังคงต้องยืนยันว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมวันที่ 28 กันยายนนี้ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กสทช. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและกำหนดการดำเนินงานของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

จิราพัชร ขานอ่อนตา และ สุกานดา เพชรรักษา สองนักกรีฑาไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม นักวิ่งสาวไทย “เบลล์” จิราพัชร ขานอ่อนตา และ “ถู” สุกานดา เพชรรักษา สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิงได้สำเร็จ ในการแข่งขันกรีฑาวันที่ 2 ของมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่านักกีฬาทั้งสองคนทำผลงานได้ดีในรอบรองชนะเลิศ โดยกติกาการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะคัดเอาอันดับ 1-3 ของแต่ละฮีต รวมกับนักวิ่งที่ทำเวลาดีที่สุดอีก 2 คน รวมเป็น 8 คนเข้าสู่รอบสุดท้าย ทั้งนี้ จิราพัชรสามารถทำลายสถิติส่วนตัวได้ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นของทีมกรีฑาไทยในเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเอเชียนเกมส์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรและการขนส่งสาธารณะในบริเวณใกล้เคียงสนามแข่งขัน บรรยากาศในเมืองนาโกยายังคงเต็มไปด้วยความคึกคักตลอดช่วงการแข่งขัน

แม้ว่านักกีฬาทั้งสองจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแล้ว แต่เวลาที่แน่นอนของการแข่งขันรอบชิงเหรียญรางวัลและผลการแข่งขันสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาควรติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของเอเชียนเกมส์เพื่อตรวจสอบตารางการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

การขนส่ง

ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

กรมการขนส่งทางบกเตรียมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Thai Post กรมการขนส่งทางบก (DLT) ได้ประกาศว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่กำกับดูแลแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทยอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนจากกระทรวงยืนยันว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลและสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในภาคส่วนการขนส่งดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมให้บริการ ราคา หรือมาตรฐานการดำเนินงานของบริการเรียกรถยอดนิยมที่ใช้กันทั่วประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับภูมิทัศน์การขนส่งดิจิทัล และปรับปรุงคุณภาพการบริการและความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร

แม้ว่ารัฐบาลจะระบุวันที่เริ่มต้นที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้กฎหมายนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่ามาตรการที่เข้มงวดขึ้นเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานประจำวันของคนขับและประสบการณ์ของผู้โดยสารอย่างไร ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแอปพลิเคชันบางตัวจะประสบปัญหาการหยุดชะงักของบริการหรือไม่ หรือการบังคับใช้กฎหมายใหม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตหรือการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเรียกรถที่ตนใช้งานเป็นประจำเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตายวันที่ 1 ตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

การขนส่ง

พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

แหล่งข่าวเดียว
พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

พาวเวอร์แบงก์เกิดไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Matichon Online เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญบนเที่ยวบินของสายการบินแอร์โซล เมื่อพาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารเกิดไฟไหม้ขณะอยู่บนเครื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการตอบสนองอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมเพลิง ส่งผลให้ตารางการบินต้องหยุดชะงักอย่างมาก โดยผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมงจากเหตุฉุกเฉินนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสายการบินเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สายการบินระหว่างประเทศและในประเทศส่วนใหญ่มีข้อบังคับที่เข้มงวดว่าต้องพกพาพาวเวอร์แบงก์ไว้ในสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องแทนการโหลดใต้ท้องเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเรือจะสามารถจัดการกับเหตุไฟไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

แม้ว่าเพลิงจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับยี่ห้อของพาวเวอร์แบงก์หรือว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้งานอยู่ในขณะที่เกิดไฟไหม้หรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักเดินทางควรตรวจสอบนโยบายของสายการบินเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาก่อนการเดินทางเสมอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ สายการบินแอร์โซลยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของเหตุการณ์นี้ต่อโปรโตคอลความปลอดภัยของสายการบิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

สุขภาพ

จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางมาศึกษาดูงานที่บุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้ระบบการบำบัดยาเสพติดและการคืนคนดีสู่สังคมแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกว่า 80 คนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ 'ลำปลายมาศโมเดล' ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่วงจรการบำบัด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการฝึกทักษะอาชีพอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและไม่หวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการปัญหาด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยทางสังคมผ่านโมเดลที่เน้นชุมชนเป็นฐาน คณะศึกษาดูงานซึ่งประกอบด้วยสาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลต่างๆ ได้เลือกศึกษาโมเดลนี้หลังจากประเมินโครงการในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งเป้าขยายผลแนวทางนี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าวิธีการเหล่านี้จะถูกปรับใช้ให้เข้ากับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

รัฐบาลไทยยืนยันว่ามีงบกลางเพียงพอสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งดำเนินการโครงการประกันภัยสำหรับ 30 ล้านครัวเรือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายภราดร ปริศนานันทกุล ยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีงบกลางเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนัก โดยรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ในส่วนที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งลงนามในกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อคุ้มครองครัวเรือนจำนวน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างตาข่ายรองรับความปลอดภัยให้กับประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูทางการเงิน แม้ว่าจะมีการยืนยันความพร้อมของงบกลางสำหรับการช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มโครงการประกันภัย 30 ล้านครัวเรือนและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับสิทธิ์ของแต่ละบุคคลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจาก คปภ. ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและกรมธรรม์ประกันภัยเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศไทย โดยรายงานระบุว่ากองทุนกำลังเผชิญกับปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอ

เพื่อสร้างความมั่นใจในการปล่อยกู้และช่วยเหลือผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้ยืนยันการจัดสรรงบกลางจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุน การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักเรียนที่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพื่อการศึกษา

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการรับประกันว่าระบบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจะยังคงดำเนินต่อไปได้ กองทุน กยศ. ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบสวัสดิการสังคมของไทย และเสถียรภาพของกองทุนมักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา

แม้ว่าปัญหาการขาดแคลนเงินทุนในระยะสั้นจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างในระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของกองทุนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรของกองทุนในรอบปีงบประมาณถัดไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:38 UTC

รัฐบาลไทยปิดฉากสอบโกงท้องถิ่น เตรียมส่งเรื่องให้ 'นายกฯ' จัดการข้าราชการระดับสูง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยปิดฉากสอบโกงท้องถิ่น เตรียมส่งเรื่องให้ 'นายกฯ' จัดการข้าราชการระดับสูง

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ประกาศผลการสอบสวนการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสร็จสิ้นแล้ว เตรียมส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการทางวินัยต่อไป

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยปิดฉากสอบโกงท้องถิ่น เตรียมส่งเรื่องให้ 'นายกฯ' จัดการข้าราชการระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยปิดฉากสอบโกงท้องถิ่น เตรียมส่งเรื่องให้ 'นายกฯ' จัดการข้าราชการระดับสูง

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ประกาศผลการสอบสวนการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสร็จสิ้นแล้ว เตรียมส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการทางวินัยต่อไป

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ประกาศว่ารัฐบาลได้ดำเนินการสอบสวนกรณีการทุจริตในหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นเสร็จสิ้นแล้ว โดยระบุว่าผลการสอบสวนพบความเกี่ยวข้องของข้าราชการระดับสูง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการกับปัญหาการทุจริตเชิงระบบ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ผลการสอบสวนกำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมส่งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัยและกฎหมายในขั้นตอนต่อไป นายปกรณ์เน้นย้ำว่าแม้การสอบสวนเบื้องต้นจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่กระบวนการตรวจสอบความรับผิดชอบในภาพรวมยังคงดำเนินต่อไป โดยระบุว่านี่เป็นความพยายามระยะยาวในการกู้คืนภาพลักษณ์ของข้าราชการ และยืนยันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องได้รับผลจากการกระทำของตน โดยรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในมาตรฐานการบริหารงานท้องถิ่นและการกำกับดูแล แม้รัฐบาลจะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต แต่รายชื่อข้าราชการที่เกี่ยวข้องและรายละเอียดของมาตรการลงโทษยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าผลการสอบสวนนี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่นและการให้บริการสาธารณะอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:18 UTC

นักวิเคราะห์การเมืองเตือนพรรคประชาชนระวังการจับมือตั้งรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิเคราะห์การเมืองเตือนพรรคประชาชนระวังการจับมือตั้งรัฐบาล

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล เตือนว่าพรรคประชาชนอาจสูญเสียความน่าเชื่อถือหากร่วมมือกับกลุ่มการเมืองเดิม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิเคราะห์การเมืองเตือนพรรคประชาชนระวังการจับมือตั้งรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
นักวิเคราะห์การเมืองเตือนพรรคประชาชนระวังการจับมือตั้งรัฐบาล

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล เตือนว่าพรรคประชาชนอาจสูญเสียความน่าเชื่อถือหากร่วมมือกับกลุ่มการเมืองเดิม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชน โดยการอภิปรายดังกล่าวสืบเนื่องมาจากความเห็นของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน เกี่ยวกับสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลที่อาจเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย

ดร.ธนพร ชี้ให้เห็นว่าหากพรรคประชาชนเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มการเมืองเหล่านี้ ซึ่งมักถูกเรียกในวาทกรรมท้องถิ่นว่ากลุ่ม 'แดง' และ 'เขียว' อาจถูกมองว่าเป็นการผิดคำพูดที่ให้ไว้กับผู้สนับสนุนพรรค โดยเขาระบุว่าการจับมือดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออัตลักษณ์ทางการเมืองและความน่าเชื่อถือของพรรคเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การวิเคราะห์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของภูมิทัศน์ทางการเมืองระดับชาติ แม้ว่าการหารือเหล่านี้จะยังจำกัดอยู่เพียงการเคลื่อนไหวทางการเมืองและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงพันธมิตรที่อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายในอนาคต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพรรคประชาชนจะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบดังกล่าวหรือจะยังคงจุดยืนในการเป็นฝ่ายค้านต่อไป ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงทางการเมืองภายใน และยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือบริการสาธารณะในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:18 UTC

ข้อพิพาททางการเมืองเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางการเมืองเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

นายศุภชัย ใจสมุทร ที่ปรึกษากฎหมายพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาท้าทายสมาชิกวุฒิสภา นันทนา นันทวโรภาส เกี่ยวกับการประสานงานที่ถูกกล่าวหาในกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา 'สีส้ม'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อพิพาททางการเมืองเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางการเมืองเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

นายศุภชัย ใจสมุทร ที่ปรึกษากฎหมายพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาท้าทายสมาชิกวุฒิสภา นันทนา นันทวโรภาส เกี่ยวกับการประสานงานที่ถูกกล่าวหาในกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา 'สีส้ม'

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 นายศุภชัย ใจสมุทร หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้สมาชิกวุฒิสภา นันทนา นันทวโรภาส เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตามรายงานของ Thai Post นายศุภชัยได้กล่าวถึงข้ออ้างเกี่ยวกับการประชุมผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา 'สีส้ม' ที่จัดขึ้น ณ ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี

นายศุภชัยกล่าวหาว่าค่าใช้จ่ายในการประชุมไม่ได้มีการแชร์กันระหว่างผู้เข้าร่วม โดยอ้างว่ามีหลักฐานว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ 'หิรัญ' และ 'ฟ้าเดียวกัน' เป็นผู้รับผิดชอบในการจองและจ่ายค่าสถานที่ เขาเสนอว่าสมาชิกวุฒิสภา นันทนา ไม่จำเป็นต้องร้อนตัวหากการกระทำของเธอมีความโปร่งใส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่าข้อพิพาทดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติในวาทกรรมทางการเมืองของไทย แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มข้นที่ล้อมรอบกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเร็วๆ นี้

ยังคงต้องยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่การสอบสวนทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือการตรวจสอบโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทยหรือไม่ ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อกล่าวหาระหว่างบุคคลทางการเมือง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงทางการเมืองและยังไม่ได้รับการตัดสินโดยองค์กรตุลาการใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:18 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอม “องค์กรคุ้มครองประชาชน” หลอกเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอม “องค์กรคุ้มครองประชาชน” หลอกเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกประกาศเตือนภัยเพจโซเชียลมีเดียปลอมที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เสียหายจากแก๊งมิจฉาชีพ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอม “องค์กรคุ้มครองประชาชน” หลอกเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ เตือนภัยเพจปลอม “องค์กรคุ้มครองประชาชน” หลอกเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกประกาศเตือนภัยเพจโซเชียลมีเดียปลอมที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เสียหายจากแก๊งมิจฉาชีพ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนเกี่ยวกับกรณีมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมบนโซเชียลมีเดีย โดยอ้างชื่อเป็นหน่วยงานทางการ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ในชื่อ “องค์กรคุ้มครองประชาชน” ตามรายงานจาก Thai Post

เพจปลอมเหล่านี้อ้างว่าสามารถช่วยเหลือผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพออนไลน์ได้ โดยชักชวนให้ผู้เสียหายส่งหลักฐานและข้อมูลส่วนบุคคลให้ กระทรวงฯ เตือนว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อขโมยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน และอาจทำให้ผู้เสียหายที่ตกอยู่ในสถานการณ์เปราะบางต้องสูญเสียทรัพย์สินเพิ่มเติม ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยทางสังคมภายใต้การกำกับดูแลของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นี่เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ตรวจสอบความถูกต้องของเพจโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐก่อนที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ ช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลมักใช้บัญชีที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว หากพบเพจที่ขอข้อมูลสำคัญโดยอ้างเรื่อง “การคุ้มครองประชาชน” โปรดอย่าหลงเชื่อหรือให้ข้อมูลใดๆ ขณะนี้กระทรวงฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อระบุตัวผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลังเพจปลอมเหล่านี้ โปรดใช้ช่องทางเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานรัฐในการแจ้งเบาะแสหรือขอความช่วยเหลือเสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:18 UTC

ฟีฟ่าปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า จานนี อินฟานติโน พยายามขอการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ฟีฟ่าปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า จานนี อินฟานติโน พยายามขอการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ

ฟีฟ่าได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการที่ว่าประธาน จานนี อินฟานติโน กำลังล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อรักษาตำแหน่งของตนก่อนการเลือกตั้งในปี 2027

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ฟีฟ่าปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า จานนี อินฟานติโน พยายามขอการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฟีฟ่าปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า จานนี อินฟานติโน พยายามขอการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ

ฟีฟ่าได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการที่ว่าประธาน จานนี อินฟานติโน กำลังล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อรักษาตำแหน่งของตนก่อนการเลือกตั้งในปี 2027

ตามรายงานจาก Khaosod Online ฟีฟ่าได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่าประธาน จานนี อินฟานติโน กำลังแสวงหาการสนับสนุนจากรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำของตน ข่าวลือเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงต่อแผนการขายหุ้นการแข่งขันฟุตบอลโลกที่อินฟานติโนเสนอ ซึ่งในที่สุดแผนดังกล่าวก็ได้ถูกพับเก็บไป

ขณะนี้อินฟานติโนกำลังเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18 มีนาคม 2027 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นและรายงานที่ว่าสมาคมฟุตบอลแห่งชาติหลายแห่งกำลังถอนการสนับสนุน ทำให้เกิดการคาดเดาว่าอินฟานติโนกำลังพยายามใช้ความสัมพันธ์ภายในรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างสถานะของตน แม้ว่าบางรายงานจะอ้างว่าการหารือเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาตำแหน่งของเขา แต่ฟีฟ่าได้ชี้แจงกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่าประธานฟีฟ่าไม่ได้ติดต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือเจ้าหน้าที่รัฐบาลคนใดเลย โดยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการกุเรื่องขึ้นทั้งหมด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการฟุตบอลระดับโลก แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อแฟนกีฬาในท้องถิ่นจะมีน้อย แต่ผลการเลือกตั้งในปี 2027 ที่จะถึงนี้อาจส่งผลต่อเหตุการณ์และนโยบายฟุตบอลระหว่างประเทศในอนาคต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแรงกดดันภายในจากสมาคมฟุตบอลแห่งชาติต่างๆ จะนำไปสู่ความท้าทายเพิ่มเติมต่อการลงสมัครรับเลือกตั้งของอินฟานติโนหรือไม่เมื่อใกล้วันเลือกตั้งเข้ามา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:16 UTC

รัฐบาลไทยแจงขั้นตอนทางกฎหมายกรณีถอดถอนประธาน กสทช.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยแจงขั้นตอนทางกฎหมายกรณีถอดถอนประธาน กสทช.

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับการถอดถอน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช.

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยแจงขั้นตอนทางกฎหมายกรณีถอดถอนประธาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยแจงขั้นตอนทางกฎหมายกรณีถอดถอนประธาน กสทช.

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเกี่ยวกับการถอดถอน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กสทช.

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการถอดถอน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยอ้างอิงรายงานจากประชาชาติธุรกิจว่า รัฐบาลกำลังปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้อง

นายปกรณ์ชี้แจงว่าบทบาทของนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้จำกัดอยู่เพียงการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุมัติเท่านั้น พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาในตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่ต้น และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลจงใจดึงเรื่องหรือมีเจตนากลั่นแกล้ง โดยระบุว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดทางขั้นตอนซ้ำรอยเดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียงที่สำคัญ ซึ่งส่งผลต่อบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมาย แต่ผลสรุปสุดท้ายของกระบวนการถอดถอนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมการกำกับดูแลสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมอย่างไร และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบริการหรือการบังคับใช้นโยบายในทันทีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:19 UTC

รัฐบาลไทยยืนยันยุบธนาคารที่ดินภายในวันที่ 30 กันยายนนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยยืนยันยุบธนาคารที่ดินภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ชี้แจงว่าธนาคารที่ดิน (บจธ.) จะถูกยุบภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการบริหารงาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยยืนยันยุบธนาคารที่ดินภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยืนยันยุบธนาคารที่ดินภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ชี้แจงว่าธนาคารที่ดิน (บจธ.) จะถูกยุบภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการบริหารงาน

รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการยุบธนาคารที่ดิน (บจธ.) ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การตัดสินใจครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขจัดความซ้ำซ้อนทางธุรการและปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของรัฐบาลผ่านกรอบกฎหมายที่มีอยู่

ในการตอบสนองต่อข้อกังวลของสาธารณชน ปกรณ์เน้นย้ำว่าการยุบธนาคารที่ดินเป็นคนละประเด็นกับโครงการ "โฉนดชุมชน" โดยขอให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลีกเลี่ยงการใช้กำลังกดดันเพื่อโน้มน้าวการตัดสินใจของรัฐบาล และยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการขยายกำหนดเวลาในการยุบหน่วยงานดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในนโยบายการจัดการที่ดิน แม้ว่าการยุบหน่วยงานจะมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของรัฐให้คล่องตัวขึ้น แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่ดินหรือโครงการพัฒนาชุมชนอาจพบกับการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการโอนย้ายสินทรัพย์ที่มีอยู่และความรับผิดชอบที่ค้างคาจะได้รับการจัดการอย่างไรหลังจากกำหนดการในเดือนกันยายน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรหน้าที่เหล่านี้ใหม่และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกฎระเบียบการใช้ที่ดิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:19 UTC

Maspion Bank รีแบรนด์เป็น PT Bank Kasikorn Indonesia
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

Maspion Bank รีแบรนด์เป็น PT Bank Kasikorn Indonesia

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เข้าร่วมพิธีเปลี่ยนชื่อ Maspion Bank เป็น PT Bank Kasikorn Indonesia อย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ทางการเงินที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างไทยและอินโดนีเซีย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

Maspion Bank รีแบรนด์เป็น PT Bank Kasikorn Indonesia

แหล่งข่าวเดียว
Maspion Bank รีแบรนด์เป็น PT Bank Kasikorn Indonesia

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เข้าร่วมพิธีเปลี่ยนชื่อ Maspion Bank เป็น PT Bank Kasikorn Indonesia อย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ทางการเงินที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างไทยและอินโดนีเซีย

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้เป็นประธานในพิธีเปลี่ยนชื่อ Maspion Bank เป็น PT Bank Kasikorn Indonesia Tbk อย่างเป็นทางการ ตามที่นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุ การเข้าร่วมของนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน และบริการทางการเงินระหว่างไทยและอินโดนีเซีย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นของสถาบันการเงินไทยในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าการรีแบรนด์จะเป็นก้าวสำคัญขององค์กร แต่ยังคงต้องติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อบริการธนาคารรายย่อยอย่างไร เช่น ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน หรือความพร้อมของผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ สำหรับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวที่ทำธุรกรรมระหว่างสองประเทศ

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกนำเสนอว่าเป็นความพยายามร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการบัญชีหรือการเข้าถึงบริการธนาคารดิจิทัลสำหรับลูกค้าต่างชาติ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรนี้อาจส่งผลต่อการทำธุรกรรมทางการเงินในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในภูมิภาคนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:58 UTC

สคส. เร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลภาครัฐหลุดบนโลกออนไลน์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สคส. เร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลภาครัฐหลุดบนโลกออนไลน์

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กำลังเร่งตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความดูแลของภาครัฐผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สคส. เร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลภาครัฐหลุดบนโลกออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
สคส. เร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลภาครัฐหลุดบนโลกออนไลน์

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กำลังเร่งตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความดูแลของภาครัฐผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ประกาศเร่งตรวจสอบกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายติดบัตรของประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยรวมถึงข้อมูลของประชาชนทั่วไป ตลอดจนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูง

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. เปิดเผยว่ากรณีนี้ไม่ใช่การหลุดของข้อมูลทั่วไป แต่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นชี้ว่าเครือข่ายมิจฉาชีพได้ใช้วิธีการเข้าถึงโดยมิชอบหรือลิงก์โปรแกรมเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ปกป้องฐานข้อมูลภาครัฐ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 7 ซึ่งว่าด้วยการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยเฉพาะโดยมิชอบ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บอยู่ในระบบของรัฐ ขณะนี้ สคส. กำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อระบุแหล่งที่มาของการรั่วไหลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายข้อมูลดังกล่าว ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิร้องเรียนต่อ สคส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ ในระหว่างที่การสอบสวนยังดำเนินอยู่ ขอบเขตของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบและความเปราะบางของระบบที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:17 UTC

ไทยระงับการส่งแรงงานไปอิหร่านและอิรักท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยระงับการส่งแรงงานไปอิหร่านและอิรักท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

กรมการจัดหางานได้ระงับการส่งแรงงานไปยังอิหร่านและอิรัก ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตือนให้คนไทยในตะวันออกกลางใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยระงับการส่งแรงงานไปอิหร่านและอิรักท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยระงับการส่งแรงงานไปอิหร่านและอิรักท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

กรมการจัดหางานได้ระงับการส่งแรงงานไปยังอิหร่านและอิรัก ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตือนให้คนไทยในตะวันออกกลางใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 กรมการจัดหางาน (กกจ.) ประกาศระงับการส่งแรงงานไปยังประเทศอิหร่านและอิรักอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจนี้เป็นผลมาจากการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงเกี่ยวกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายสนธยา กาลาศรี โฆษกกรมการจัดหางาน ยืนยันว่าหน่วยงานกำลังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องโดยประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตไทยในภูมิภาคดังกล่าว

ในขณะเดียวกัน กรมการกงสุลได้ออกประกาศแจ้งเตือนความปลอดภัยสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในหลายประเทศในตะวันออกกลาง ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ โอมาน จอร์แดน อิสราเอล คูเวต ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และอียิปต์ ทางการได้แนะนำให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวัง ติดตามข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่หากรู้สึกว่าความปลอดภัยของตนถูกคุกคามเนื่องจากอาจเกิดการโจมตีในพื้นที่

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอาศัย สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ใกล้ที่สุด แม้ว่าการระงับการส่งแรงงานจะจำกัดเฉพาะอิหร่านและอิรัก แต่คำเตือนในวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวาง ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อจำกัดเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใดและจะมีประเทศอื่นถูกเพิ่มเข้าไปในรายการระงับหรือไม่ ขอแนะนำให้คนไทยปฏิบัติตามคำเตือนและข้อมูลอัปเดตจากทางการอย่างเคร่งครัดในขณะที่สถานการณ์ความมั่นคงยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:57 UTC

‘ไอติม’ แจงข่าวลือตั้งรัฐบาลและย้ำจุดยืนสัญญาประชาคม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘ไอติม’ แจงข่าวลือตั้งรัฐบาลและย้ำจุดยืนสัญญาประชาคม

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปฏิเสธกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่าเป็นเพียงการคาดเดา พร้อมยืนยันว่าพรรคยังคงยึดมั่นในสัญญาประชาคมที่เคยให้ไว้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘ไอติม’ แจงข่าวลือตั้งรัฐบาลและย้ำจุดยืนสัญญาประชาคม

แหล่งข่าวเดียว
‘ไอติม’ แจงข่าวลือตั้งรัฐบาลและย้ำจุดยืนสัญญาประชาคม

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ปฏิเสธกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่าเป็นเพียงการคาดเดา พร้อมยืนยันว่าพรรคยังคงยึดมั่นในสัญญาประชาคมที่เคยให้ไว้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีการพูดถึงการรวมตัวกันของขั้วการเมืองต่างๆ หลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้กล่าวถึงการลืมคำสัญญาเดิมอย่าง “มีเราไม่มีเทา” จนเกิดการตั้งคำถามถึงโอกาสในการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาชน

นายพริษฐ์ชี้แจงว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังคงอยู่บนสมมติฐานหลายประการและยังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายใดทั้งสิ้น โดยย้ำว่าพรรคประชาชนยังคงยึดมั่นในสัญญาประชาคมและจุดยืนทางการเมืองเดิมของพรรค พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวในแวดวงการเมืองไทยที่ยังคงมีความไม่แน่นอน แม้เหตุการณ์นี้จะยังไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือกฎระเบียบการเดินทาง แต่ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติของการเมืองแบบรัฐบาลผสมที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังคงเป็นเพียงประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ โดยต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:58 UTC

กระทรวงทรัพยากรฯ สั่ง 8 จังหวัดภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง
การเมือง ได้รับการยืนยัน

กระทรวงทรัพยากรฯ สั่ง 8 จังหวัดภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ 8 จังหวัดในภาคตะวันออกดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงทรัพยากรฯ สั่ง 8 จังหวัดภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

ได้รับการยืนยัน
กระทรวงทรัพยากรฯ สั่ง 8 จังหวัดภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ 8 จังหวัดในภาคตะวันออกดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมเพื่อจัดการปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยปฏิบัติตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งได้สั่งการให้ 8 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และนครนายก จัดทำแผนเผชิญเหตุอย่างครอบคลุม

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ มาตรการดังกล่าวเน้นย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่นยกระดับระบบเฝ้าระวัง พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และจัดตั้งทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉิน รัฐบาลได้สั่งการให้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการและระบุพื้นที่ศูนย์พักพิงเพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วหากเกิดภัยพิบัติ สำหรับปัญหาภัยแล้ง กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการวางแผนทรัพยากรน้ำในระยะยาว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ คำสั่งนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมุ่งลดผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว แต่ช่วงเวลาและความรุนแรงของน้ำท่วมหรือการขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้นยังคงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม นักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดติดต่อฉุกเฉินหรือเส้นทางอพยพจะถูกกำหนดโดยศูนย์บัญชาการของแต่ละจังหวัดต่อไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

สคส. เร่งสอบสวนกรณีข้อมูลภาครัฐรั่วไหลครั้งใหญ่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สคส. เร่งสอบสวนกรณีข้อมูลภาครัฐรั่วไหลครั้งใหญ่

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กำลังเร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน รวมถึงนายกรัฐมนตรี ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สคส. เร่งสอบสวนกรณีข้อมูลภาครัฐรั่วไหลครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
สคส. เร่งสอบสวนกรณีข้อมูลภาครัฐรั่วไหลครั้งใหญ่

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กำลังเร่งตรวจสอบกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน รวมถึงนายกรัฐมนตรี ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนกรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลครั้งใหญ่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนบนช่องทางออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงภาพถ่ายติดบัตรประชาชนที่ละเอียดอ่อน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าข้อมูลที่รั่วไหลรวมถึงข้อมูลของนายกรัฐมนตรีด้วย

ขณะนี้ สคส. กำลังประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การสอบสวนมีเป้าหมายเพื่อระบุตัวผู้รับผิดชอบต่อการรั่วไหล ดำเนินการกับหน่วยงานผู้ดูแลฐานข้อมูลที่บกพร่องในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และทลายเครือข่ายมิจฉาชีพที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างผิดกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บในฐานข้อมูลของรัฐ แม้ว่า สคส. จะกำลังเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ขอบเขตที่แท้จริงของข้อมูลที่ถูกบุกรุกและช่องโหว่เฉพาะที่ทำให้เกิดการรั่วไหลนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขอแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังเกี่ยวกับการพยายามขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการรั่วไหลและมาตรการเฉพาะที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของระบบที่ได้รับผลกระทบในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

สคส. เร่งจัดการปัญหาข้อมูลภาครัฐรั่วไหล ยกระดับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สคส. เร่งจัดการปัญหาข้อมูลภาครัฐรั่วไหล ยกระดับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กำลังดำเนินกลยุทธ์แบบครบวงจรเพื่อจัดการกับการซื้อขายข้อมูลผิดกฎหมาย หลังจากมีรายงานข้อมูลภาครัฐปรากฏบนอินเทอร์เน็ต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สคส. เร่งจัดการปัญหาข้อมูลภาครัฐรั่วไหล ยกระดับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

แหล่งข่าวเดียว
สคส. เร่งจัดการปัญหาข้อมูลภาครัฐรั่วไหล ยกระดับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กำลังดำเนินกลยุทธ์แบบครบวงจรเพื่อจัดการกับการซื้อขายข้อมูลผิดกฎหมาย หลังจากมีรายงานข้อมูลภาครัฐปรากฏบนอินเทอร์เน็ต

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายงานกรณีข้อมูลภาครัฐรั่วไหลบนอินเทอร์เน็ต โดยอ้างอิงจากรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ทางหน่วยงานระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การรั่วไหลของข้อมูลทั่วไป แต่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงที่เข้มงวดและครอบคลุมในหลายระดับ

เพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว สคส. กำลังดำเนินมาตรการคุ้มครองข้อมูลแบบครบวงจรตลอดวงจรชีวิตของข้อมูล ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ เพื่อปิดช่องโหว่ที่เอื้อต่อการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างผิดกฎหมาย ขณะนี้หน่วยงานกำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมสร้างโปรโตคอลความปลอดภัยและป้องกันการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐที่ละเอียดอ่อนโดยไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการยกระดับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัล แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ แต่ประชาชนควรระมัดระวังเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนและติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการอัปเดตมาตรการความปลอดภัยของข้อมูล

ในขณะนี้ ขอบเขตของข้อมูลที่ได้รับผลกระทบและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ประชาชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจาก สคส. เกี่ยวกับกรอบเวลาของมาตรการความปลอดภัยใหม่เหล่านี้ และว่าประชาชนจำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติมเพื่อปกป้องตัวตนทางดิจิทัลของตนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:18 UTC

ก.ล.ต. ไทยเสนอเพิ่มสลากออมทรัพย์ ธอส. เป็นสินทรัพย์ลงทุนในกองทุน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ก.ล.ต. ไทยเสนอเพิ่มสลากออมทรัพย์ ธอส. เป็นสินทรัพย์ลงทุนในกองทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเพื่ออนุญาตให้กองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถลงทุนในสลากออมทรัพย์ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ก.ล.ต. ไทยเสนอเพิ่มสลากออมทรัพย์ ธอส. เป็นสินทรัพย์ลงทุนในกองทุน

แหล่งข่าวเดียว
ก.ล.ต. ไทยเสนอเพิ่มสลากออมทรัพย์ ธอส. เป็นสินทรัพย์ลงทุนในกองทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเพื่ออนุญาตให้กองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถลงทุนในสลากออมทรัพย์ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศเกี่ยวกับการเพิ่มสลากออมทรัพย์ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (สลาก ธอส.) ให้เป็นสินทรัพย์ที่กองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถลงทุนได้ ความเคลื่อนไหวนี้เป็นผลสืบเนื่องจากมติของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่เห็นชอบให้กองทุนรวมทั่วไป กองทุนสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถลงทุนในสลากดังกล่าวได้

ก.ล.ต. ระบุว่าข้อเสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตการลงทุนและสภาพคล่องให้กับผู้จัดการกองทุน โดยในร่างประกาศได้กำหนดมาตรการจำกัดการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินทรัพย์ ซึ่งเป็นการปรับหลักเกณฑ์การลงทุนในสลากของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นทางเลือกใหม่ในการกระจายความเสี่ยงผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินในกองทุนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังคงเป็นเพียงร่างข้อเสนอเท่านั้น โดย ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 2 กันยายน 2569 การบังคับใช้กฎระเบียบฉบับสมบูรณ์ รวมถึงมาตรการควบคุมความเสี่ยงและวันที่มีผลบังคับใช้จริง จะขึ้นอยู่กับผลสรุปจากการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ โดยจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC

กระทรวงศึกษาธิการไทยเตรียมเปิดตัวระบบรับเรื่องร้องเรียน Traffy Fondue
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการไทยเตรียมเปิดตัวระบบรับเรื่องร้องเรียน Traffy Fondue

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่สำหรับการร้องเรียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนจะพร้อมใช้งานภายในเดือนกันยายนนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการไทยเตรียมเปิดตัวระบบรับเรื่องร้องเรียน Traffy Fondue

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการไทยเตรียมเปิดตัวระบบรับเรื่องร้องเรียน Traffy Fondue

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่สำหรับการร้องเรียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนจะพร้อมใช้งานภายในเดือนกันยายนนี้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพของกระทรวงฯ ได้ประกาศความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา ขณะนี้กระทรวงกำลังพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม 'Traffy Fondue' (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) โดยมีกำหนดการพัฒนาและทดสอบระบบให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online เครื่องมือดิจิทัลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา สามารถส่งเรื่องร้องเรียน แจ้งปัญหาความเดือดร้อน หรือขอความช่วยเหลือมายังกระทรวงศึกษาธิการได้โดยตรง โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน การปรับปรุงกระบวนการสื่อสารให้มีความคล่องตัวจะช่วยให้กระทรวงสามารถตอบสนองต่อปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนการศึกษาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาไทย การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสู่ความรับผิดชอบในรูปแบบดิจิทัล แม้ว่าระบบจะสัญญาว่าจะสร้างช่องทางการสื่อสารที่ตรงไปตรงมามากขึ้น แต่ขอบเขตที่ชัดเจนของปัญหาที่สามารถแจ้งได้และระเบียบปฏิบัติในการจัดการข้อร้องเรียนเหล่านั้นยังคงต้องรอการยืนยันเมื่อระบบเปิดใช้งานจริง คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานและความสามารถในการเข้าถึงแพลตฟอร์มหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการทดสอบในเดือนกันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณเผยพบคำของบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ผิดปกติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณเผยพบคำของบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ผิดปกติ

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ตรวจพบคำของบประมาณที่น่าสงสัยจากหลายกระทรวง รวมถึงการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของหน่วยงาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณเผยพบคำของบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ผิดปกติ

แหล่งข่าวเดียว
คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณเผยพบคำของบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ผิดปกติ

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ตรวจพบคำของบประมาณที่น่าสงสัยจากหลายกระทรวง รวมถึงการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของหน่วยงาน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ณ รัฐสภาไทย นายธีระชาติ ต่อตระกูล อนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT และทุนหมุนเวียน ได้แถลงถึงความผิดปกติในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คณะอนุกรรมาธิการพบว่ามีหลายหน่วยงานรัฐเสนอโครงการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ไม่สอดคล้องกับภารกิจหลัก ตัวอย่างที่โดดเด่น ได้แก่ กระทรวงพลังงานเสนอซื้อเครื่องอบกล้วยตาก และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เสนอของบประมาณสำหรับเครื่องทำลูกชิ้นและเครื่องตัดตะไคร้

นอกจากนี้ นายธีระชาติยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการสืบราคากลาง โดยระบุว่ามีการสืบราคาระบบสารสนเทศจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์หรือบริษัทที่มีรายได้เป็นศูนย์ นอกจากนี้ยังพบปัญหาความไม่โปร่งใสในโครงการระบบดับเพลิงของกระทรวงมหาดไทยใน 77 จังหวัด ซึ่งขาดรายละเอียดทางเทคนิคเฉพาะสำหรับแต่ละพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงเรื่องความโปร่งใสของรัฐบาลและการใช้เงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าคำของบประมาณเหล่านี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่ารายการเหล่านี้จะถูกตัดออกจากงบประมาณฉบับสุดท้ายหรือไม่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถชี้แจงความจำเป็นได้หรือไม่ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการยังคงเผชิญกับความขัดแย้งภายใน โดยมีรายงานถึงการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดในระหว่างกระบวนการพิจารณา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

พรรคฝ่ายค้านแสดงความกังวลต่อกระบวนการพิจารณางบประมาณ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคฝ่ายค้านแสดงความกังวลต่อกระบวนการพิจารณางบประมาณ

สมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยระหว่างการประชุมคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคฝ่ายค้านแสดงความกังวลต่อกระบวนการพิจารณางบประมาณ

แหล่งข่าวเดียว
พรรคฝ่ายค้านแสดงความกังวลต่อกระบวนการพิจารณางบประมาณ

สมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) ได้วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยระหว่างการประชุมคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 สมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์และสินทรัพย์คงทน ได้แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณางบประมาณ โดยตัวแทนพรรคกล่าวหาว่ารองปลัดกระทรวงมหาดไทยมีพฤติกรรมก้าวร้าวระหว่างการประชุม โดยมีการตบโต๊ะและชี้หน้าสมาชิกคณะกรรมการ

ข้อพิพาทเกิดขึ้นเมื่อคณะอนุกรรมาธิการขอเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนองบประมาณบางรายการ สมาชิกฝ่ายค้านแสดงความสับสนเกี่ยวกับความแตกต่างในการจัดการโครงการของรัฐบาลต่างๆ โดยตั้งข้อสังเกตว่าข้อเสนอที่รัฐบาลสนับสนุนบางโครงการได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว โดยชื่อโครงการแทบจะไม่ได้ถูกอ่านออกเสียง ในขณะที่โครงการอื่นๆ กลับต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในกระบวนการตรวจสอบงบประมาณของรัฐสภา แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องของขั้นตอนทางการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติตนไม่เหมาะสมนี้อย่างไร และคณะอนุกรรมาธิการจะปรับเปลี่ยนระเบียบการตรวจสอบสำหรับการประชุมงบประมาณในอนาคตหรือไม่ ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณของรัฐ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC