ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย ✦
ความปลอดภัย กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน ✦
วัฒนธรรม รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว. ✦
การเมือง สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย. ✦
กีฬา วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 12 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ รายงานจุดน้ำท่วมขัง 67 จุด และมีการออกประกาศเตือนให้เตรียมอพยพในจังหวัดสระบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย 'สีแดง' ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีจุดน้ำท่วมขังรวม 67 จุด ในขณะเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี กำลังเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังในระดับวิกฤต ส่วนที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกประกาศเร่งด่วนให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและความปลอดภัย ถนนสายหลักอาจไม่สามารถสัญจรได้ และบริการขนส่งสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนที่จะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามความคืบหน้าของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 13 แขวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง ทางการกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีระดับสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากฝนที่ตกไม่หยุด น้ำท่วมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด การปิดเส้นทาง และอุปสรรคในการเดินทางในชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่า กทม. จะได้ดำเนินการประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปในเขตเหล่านี้ควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. อย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอพยพหรือผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:31 UTC

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้ผลิตขนมจากกระบองเพชรและผู้ผลิตคราฟต์โซดาในจังหวัดจันทบุรี

จากรายงานของ Khaosod Online รายการโทรทัศน์ไทยหลายรายการกำลังนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารในท้องถิ่น รายการ 'เกษตรสุข' ทางช่อง 7HD นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ปรับตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระบองเพชรกินได้ รวมถึงกัมมี่แปรรูป

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อนำเสนอเรื่องราวของ 'The Craft : บางสระเก้า' ธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญด้านคราฟต์โซดา โดยเจาะลึกถึงความมุ่งมั่นของคุณต็อก – นิสิต อารีวุฒิ ในการพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกัน รายการ 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์' ทางช่อง Workpoint เตรียมพาไปเยือนเพชรบุรีเพื่อชมตำนานวัดดังและชิมอาหารป่ารสเด็ด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายการเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงวิธีการสร้างสรรค์ที่ชุมชนท้องถิ่นนำเกษตรกรรมดั้งเดิมและรสชาติประจำถิ่นมาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รายการเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจค้นหาประสบการณ์ทางอาหารที่น่าสนใจและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในไทย อย่างไรก็ตาม แม้รายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชมควรตรวจสอบเวลาทำการและความพร้อมให้บริการโดยตรงกับทางร้านก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผังรายการโทรทัศน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

ณัฐพงษ์ 'เท้ง' เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ยืนยันว่าพรรคของเขามีหลักฐานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เพียงพอต่อการขอให้มีการสอบสวนการทำงานของ กกต. ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจเกิดความขัดแย้งเชิงสถาบันภายในรัฐบาลไทย แม้ฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการตรวจสอบ แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือจัดตั้งคณะกรรมการตามที่ร้องขอหรือไม่

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการทางกฎหมายและธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความท้าทายนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบันอย่างไร การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. ต่อหลักฐานที่ยื่นเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าสามารถหาเสียงได้จนถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน โดยห้ามทำกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้สมัครและผู้สนับสนุนสามารถดำเนินกิจกรรมหาเสียงได้ตามกฎหมายจนถึงช่วงเวลาที่หน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เน้นย้ำว่าต้องมีการรักษาขอบเขตที่เข้มงวด โดยห้ามการหาเสียงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในขณะที่กำลังใช้สิทธิ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการเลือกตั้งประกันสังคม ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นการเตือนให้ตระหนักถึงความใกล้ชิดของกิจกรรมหาเสียงกับสถานที่ลงคะแนน แม้ว่าสิทธิในการหาเสียงจะยังคงมีผลจนถึงชั่วโมงสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในการลงคะแนนจะได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดเชิงพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ ในขณะนี้ ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนนของตนและเคารพเขตห้ามหาเสียงที่กำหนดไว้รอบสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งอาจมีการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้วันลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

กีฬา

วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

วีรพล ฮีโร่เหรียญรางวัลโอลิมปิกยกน้ำหนัก และภูริพล นักวิ่งลมกรดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วีรพล ฮีโร่โอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักชาวไทย เตรียมตัวขึ้นเวทีการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โดยมีภูริพล นักวิ่งลมกรดชื่อดังร่วมเป็นจุดสนใจในฐานะผู้มีกำหนดการลงแข่งขันในรอบคัดเลือกวิ่ง 200 เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นักกีฬาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนความมุ่งมั่นทางกีฬาในระดับสูงของประเทศบนเวทีระดับทวีป การเข้าร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มักดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก และอาจนำไปสู่การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการแข่งขันที่แน่นอน เวลาในการวิ่งรอบคัดเลือก 200 เมตร และรุ่นน้ำหนักของวีรพลนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาและผู้ชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชียนเกมส์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและรอบชิงเหรียญรางวัล เมื่อใกล้ถึงวันแข่งขัน คาดว่าความตื่นเต้นในท้องถิ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือพื้นที่รับชมสาธารณะในเมืองใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเร่งด่วนสำหรับ 37 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครรวมอยู่ในประกาศเตือนภัยนี้ด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกในพื้นที่สูงถึง 80%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้พื้นที่ภูเขา ทางการแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่ฝนจะตกสูง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของฝนในแต่ละพื้นที่ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไกล เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้การจราจรติดขัดกะทันหันและเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

มหาดไทยขีดเส้นตาย 7 วัน เร่งคดีนอมินีทุนจีนย่านห้วยขวาง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

มหาดไทยขีดเส้นตาย 7 วัน เร่งคดีนอมินีทุนจีนย่านห้วยขวาง

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งเร่งรัดความคืบหน้าคดีผู้ประกอบการนอมินีทุนจีนในเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ให้เห็นผลภายในหนึ่งสัปดาห์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

มหาดไทยขีดเส้นตาย 7 วัน เร่งคดีนอมินีทุนจีนย่านห้วยขวาง

แหล่งข่าวเดียว
มหาดไทยขีดเส้นตาย 7 วัน เร่งคดีนอมินีทุนจีนย่านห้วยขวาง

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งเร่งรัดความคืบหน้าคดีผู้ประกอบการนอมินีทุนจีนในเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ให้เห็นผลภายในหนึ่งสัปดาห์

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีการกวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมายที่ใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ห้วยขวาง การสอบสวนนี้สืบเนื่องมาจากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันของกรมการปกครอง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

ตามรายงานของ Khaosod Online สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อบุคคลที่อ้างชื่อว่า “นายโป๊ะ” ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้ดูแลผู้ประกอบการในพื้นที่ ได้พยายามติดต่อรัฐมนตรีช่วยฯ ระหว่างการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เพื่อขอเจรจา นายพลพีร์ได้เปิดเสียงบันทึกการสนทนาดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฟัง ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับรายละเอียดการจ่ายเงินรายเดือนและวิธีการจัดการปัญหาด้านกฎระเบียบ ต่อมาในวันที่ 10 สิงหาคม กรมการปกครองได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ โดยส่งมอบหลักฐานเป็นคลิปเสียงการสนทนาดังกล่าว

นายพลพีร์ได้กำหนดเส้นตาย 7 วันเพื่อให้การสอบสวนมีความคืบหน้าอย่างชัดเจน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนอมินีเหล่านี้ สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดระเบียบการถือครองธุรกิจในพื้นที่ ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ และผลการสอบสวนจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:17 UTC

นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดสงขลา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดสงขลา

นายกรัฐมนตรีไทยมีกำหนดการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายนนี้ โดยเน้นเรื่องการจัดการอุทกภัยและการพัฒนาเศรษฐกิจบริเวณชายแดนภาคใต้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดสงขลา

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดสงขลา

นายกรัฐมนตรีไทยมีกำหนดการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลาในวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายนนี้ โดยเน้นเรื่องการจัดการอุทกภัยและการพัฒนาเศรษฐกิจบริเวณชายแดนภาคใต้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายกรัฐมนตรีไทยมีกำหนดการลงพื้นที่เพื่อประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 31 สิงหาคม และ 1 กันยายนนี้ โดยวาระสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระดับภูมิภาคและการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวชายแดนภาคใต้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ การลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีระดับสูงนี้อาจส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรชั่วคราวหรือมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่จัดงาน แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะมีเป้าหมายเพื่อจัดการกับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เช่น การป้องกันน้ำท่วม แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นการหารือเชิงนโยบาย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานในทันที

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่จัดประชุมคณะรัฐมนตรีหรือการปิดเส้นทางจราจรยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวที่มีแผนจะเดินทางไปจังหวัดสงขลาในช่วงเวลาดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมของรัฐบาลที่อาจส่งผลต่อการเดินทาง เนื่องจากเหตุการณ์นี้เป็นกิจกรรมทางบริหารที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ผลกระทบระยะยาวต่อความปลอดภัยในภูมิภาคหรือสภาวะทางเศรษฐกิจนั้นยังคงต้องรอการยืนยันหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

ครม. สั่งด่วน 300 หน่วยงานรีเซตรหัสผ่าน 3 หมื่นระบบใน 15 วัน เพื่อยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. สั่งด่วน 300 หน่วยงานรีเซตรหัสผ่าน 3 หมื่นระบบใน 15 วัน เพื่อยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์

คณะรัฐมนตรีไทยสั่งการให้ 300 หน่วยงานรัฐรีเซตรหัสผ่านใน 30,000 ระบบภายใน 15 วัน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. สั่งด่วน 300 หน่วยงานรีเซตรหัสผ่าน 3 หมื่นระบบใน 15 วัน เพื่อยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์

แหล่งข่าวเดียว
ครม. สั่งด่วน 300 หน่วยงานรีเซตรหัสผ่าน 3 หมื่นระบบใน 15 วัน เพื่อยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์

คณะรัฐมนตรีไทยสั่งการให้ 300 หน่วยงานรัฐรีเซตรหัสผ่านใน 30,000 ระบบภายใน 15 วัน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์

ตามรายงานจาก Matichon Online คณะรัฐมนตรีไทยได้ออกคำสั่งด่วนให้ 300 หน่วยงานรัฐดำเนินการรีเซตรหัสผ่านในระบบดิจิทัลรวม 30,000 ระบบ โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 15 วัน

นอกเหนือจากการรีเซตรหัสผ่านแล้ว รัฐบาลยังกำหนดให้มีการนำระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) มาใช้ในแพลตฟอร์มเหล่านี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเสี่ยงของการรั่วไหลของข้อมูลและเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภาครัฐ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังของรัฐบาลไทยในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสาธารณะ แม้ว่าการดำเนินการนี้จะเป็นเรื่องภายในของหน่วยงานรัฐ แต่อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักชั่วคราวหรือช่วงเวลาปิดปรับปรุงเว็บไซต์และพอร์ทัลดิจิทัลของรัฐบาลในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยใหม่

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่าแต่ละหน่วยงานจะจัดการกับการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างไร และจะมีบริการสาธารณะใดบ้างที่อาจได้รับผลกระทบหรือหยุดให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการหยุดให้บริการที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

ครม. สั่ง 300 หน่วยงานรัฐยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ เปลี่ยนรหัสผ่านและใช้ MFA ใน 15 วัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. สั่ง 300 หน่วยงานรัฐยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ เปลี่ยนรหัสผ่านและใช้ MFA ใน 15 วัน

คณะรัฐมนตรีไทยสั่งการให้ 300 หน่วยงานรัฐเปลี่ยนรหัสผ่านและบังคับใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ภายใน 15 วัน เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. สั่ง 300 หน่วยงานรัฐยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ เปลี่ยนรหัสผ่านและใช้ MFA ใน 15 วัน

แหล่งข่าวเดียว
ครม. สั่ง 300 หน่วยงานรัฐยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ เปลี่ยนรหัสผ่านและใช้ MFA ใน 15 วัน

คณะรัฐมนตรีไทยสั่งการให้ 300 หน่วยงานรัฐเปลี่ยนรหัสผ่านและบังคับใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ภายใน 15 วัน เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติแนวทางให้ 300 หน่วยงานรัฐปรับปรุงโปรโตคอลความปลอดภัยทางดิจิทัล ตามรายงานจาก Khaosod Online รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเปลี่ยนรหัสผ่านและล้างระบบประมาณ 30,000 ระบบภายในระยะเวลา 15 วัน

โครงการนี้เสนอโดยคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) โดยกำหนดให้มีการบังคับใช้มาตรการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) เช่น ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (ThaID) เพื่อลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้รับมอบอำนาจตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เพื่อกำกับดูแลให้ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยใหม่นี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยของบริการดิจิทัลภาครัฐ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการจัดการข้อมูลสาธารณะ แม้รัฐบาลจะมุ่งหวังให้มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ของไทยทัดเทียมระดับสากล แต่ผลกระทบในระยะสั้นคือการปรับปรุงทางเทคนิคครั้งใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อการเข้าถึงบริการออนไลน์ของรัฐบางประเภทในช่วงระยะเวลา 15 วันของการดำเนินการอย่างไร ผู้ใช้งานควรเตรียมพร้อมรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการชั่วคราวในระหว่างที่หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการตามข้อกำหนดความปลอดภัยใหม่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

ครม. อนุมัติขยายวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปี ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการบีโอไอ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติขยายวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปี ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการบีโอไอ

คณะรัฐมนตรีไทยมีมติอนุมัติอย่างเป็นทางการให้ขยายวาระการดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี สำหรับเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. อนุมัติขยายวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปี ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการบีโอไอ

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติขยายวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปี ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการบีโอไอ

คณะรัฐมนตรีไทยมีมติอนุมัติอย่างเป็นทางการให้ขยายวาระการดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี สำหรับเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการขยายสัญญาจ้างเป็นเวลา 1 ปี ให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงสองท่าน ตามที่นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าวตามข้อเสนอที่กำกับดูแลโดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการขยายวาระคือ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ ซึ่งจะดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีต่อไป และนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ ซึ่งจะยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต่อไป โดยทั้งสองท่านจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปอีกหนึ่งปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การขยายวาระนี้ถือเป็นสัญญาณของความต่อเนื่องในนโยบายด้านการบริหารและการลงทุนในปัจจุบัน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและมาตรการจูงใจสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ ดังนั้นการรักษาเสถียรภาพของผู้นำอาจบ่งชี้ถึงแนวทางที่สอดคล้องกันสำหรับโครงการอุตสาหกรรมและธุรกิจที่กำลังดำเนินอยู่ ในขณะที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรียังคงเป็นศูนย์กลางในการประสานงานนโยบายของรัฐบาล

แม้ว่าจะมีการยืนยันการขยายวาระแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับนโยบายใหม่หรือการปรับเปลี่ยนทิศทางของหน่วยงานเหล่านี้ภายใต้ระยะเวลาที่ขยายออกไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าผู้นำทั้งสองท่านจะมีการนำเสนอโครงการริเริ่มใหม่ๆ ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางเศรษฐกิจในภาพรวมของรัฐบาลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:38 UTC

นายกฯ อนุทิน ยืนยันไม่ก้าวก่ายการปรับย้ายทหาร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ยืนยันไม่ก้าวก่ายการปรับย้ายทหาร

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการแต่งตั้งทหาร โดยเน้นย้ำว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของสภากลาโหม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ยืนยันไม่ก้าวก่ายการปรับย้ายทหาร

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ยืนยันไม่ก้าวก่ายการปรับย้ายทหาร

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการแต่งตั้งทหาร โดยเน้นย้ำว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของสภากลาโหม

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการตอบคำถามถึงรายงานข่าวเรื่องการย้ายนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ในการให้สัมภาษณ์ตามรายงานของ Thai Post นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าตนยังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการปรับย้ายทหาร นายกรัฐมนตรีอนุทินได้เน้นย้ำว่าตนไม่มีเจตนาที่จะเข้าไปก้าวก่ายในกระบวนการเหล่านี้ โดยระบุว่าอำนาจในการบริหารจัดการการแต่งตั้งทหารนั้นเป็นอำนาจของสภากลาโหมโดยตรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำแถลงนี้ถือเป็นการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการบริหารงานในปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนของสถาบันที่วางไว้ แทนที่จะเป็นการแทรกแซงทางการเมืองโดยตรงในกิจการทหาร แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะได้กล่าวถึงข่าวลือเหล่านี้แล้ว แต่การจัดทัพผู้นำทหารขั้นสุดท้ายและการเปลี่ยนแปลงทางบริหารใดๆ ภายใน สมช. ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางข่าวสารของทางการต่อไปเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการแต่งตั้งเหล่านี้ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยสั่งปฏิรูปการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยสั่งปฏิรูปการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งปรับปรุงกฎระเบียบการควบคุมอาวุธปืนของไทยภายใน 60 วัน รวมถึงการควบคุมใบอนุญาตและกระสุนที่เข้มงวดขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยสั่งปฏิรูปการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยสั่งปฏิรูปการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งปรับปรุงกฎระเบียบการควบคุมอาวุธปืนของไทยภายใน 60 วัน รวมถึงการควบคุมใบอนุญาตและกระสุนที่เข้มงวดขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้มีการทบทวนและปรับปรุงระบบการควบคุมอาวุธปืนของประเทศอย่างครอบคลุม ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ระงับการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (ป.3) และโครงการปืนสวัสดิการ เพื่ออุดช่องโหว่ของระบบ

คำสั่งดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการค้าอาวุธปืนผิดกฎหมายและควบคุมการจำหน่ายกระสุนปืนอย่างเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายให้เร่งร่างและสรุปการปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับความปลอดภัยสาธารณะโดยการปิดช่องว่างที่มีอยู่ในกรอบกฎหมายปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจนำไปสู่การตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างจริงจัง แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการปฏิรูประบบ แต่รายละเอียดเฉพาะของกฎระเบียบใหม่และผลกระทบต่อผู้ถือใบอนุญาตในปัจจุบันยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในช่วงสองเดือนข้างหน้า เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร และจะมีผลต่อสถานะทางกฎหมายของการลงทะเบียนอาวุธปืนที่มีอยู่เดิมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

ครม. อนุมัติขยายสัญญา 1 ปี ให้ข้าราชการระดับสูง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติขยายสัญญา 1 ปี ให้ข้าราชการระดับสูง

คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเห็นชอบให้ขยายวาระการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนออกไปอีก 1 ปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. อนุมัติขยายสัญญา 1 ปี ให้ข้าราชการระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติขยายสัญญา 1 ปี ให้ข้าราชการระดับสูง

คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเห็นชอบให้ขยายวาระการดำรงตำแหน่งของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนออกไปอีก 1 ปี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการขยายสัญญาจ้างเป็นเวลา 1 ปี ให้กับข้าราชการระดับสูงสองท่าน โดยนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ จะยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีต่อไป ในขณะที่นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ จะยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ต่อไปเช่นกัน

สำหรับการอยู่อาศัยของประชาชนและชาวต่างชาติ การแต่งตั้งครั้งนี้ช่วยสร้างความต่อเนื่องในการบริหารงานภายในรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงการกำกับดูแลนโยบายและมาตรการจูงใจด้านการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งมักส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสำหรับบริษัทระหว่างประเทศที่ดำเนินงานในไทย การรักษาเสถียรภาพในตำแหน่งผู้นำเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าการขยายวาระดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการดำเนินงานของข้าราชการทั้งสองท่านในช่วงเวลาที่ขยายออกไป ผู้สังเกตการณ์อาจต้องติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนหรือการปฏิรูปการบริหารงานในอนาคต ในขณะนี้รัฐบาลได้ยืนยันระยะเวลาของการขยายวาระดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการวางแผนสืบทอดตำแหน่งในระยะยาวหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายเฉพาะด้านต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยและอดีตผู้นำร่วมชมการแข่งขันมวยไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยและอดีตผู้นำร่วมชมการแข่งขันมวยไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ร่วมชมการแข่งขันมวยไทยที่เวทีราชดำเนิน โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาของกีฬามวยไทยในฐานะซอฟต์พาวเวอร์เพื่อการท่องเที่ยว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยและอดีตผู้นำร่วมชมการแข่งขันมวยไทย

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยและอดีตผู้นำร่วมชมการแข่งขันมวยไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ร่วมชมการแข่งขันมวยไทยที่เวทีราชดำเนิน โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาของกีฬามวยไทยในฐานะซอฟต์พาวเวอร์เพื่อการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถึงการไปร่วมชมการแข่งขันมวยไทยที่เวทีราชดำเนินร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เมื่อเร็วๆ นี้ โดย Khaosod Online รายงานว่านายกรัฐมนตรียืนยันว่าการไปชมมวยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม เป็นเรื่องส่วนตัวและไม่มีการหารือเรื่องการเมืองแต่อย่างใด โดยนายอนุทินระบุว่าตนและนายเศรษฐารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่ต่างประเทศ

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงของสนามมวยที่เปลี่ยนจากสถานที่เน้นการพนันมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากขึ้น เขาสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในปัจจุบันมีความปลอดภัยและน่าดึงดูดใจมากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยให้กีฬามวยไทยกลายเป็น 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ นายอนุทินแสดงความเห็นสนับสนุนข้อเสนอที่จะขยายกิจกรรมดังกล่าวไปยังจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ หากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้การสนับสนุนที่จำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมกีฬาทางวัฒนธรรมให้เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับนัยทางการเมืองของการพบกันครั้งนี้ แต่การขยายกิจกรรมดังกล่าวไปยังจังหวัดอื่นๆ ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องอาศัยการประสานงานเพิ่มเติมกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดขึ้นจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:57 UTC

ครม. อนุมัติงบ 32 ล้านบาท สนับสนุนความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับองค์การอนามัยโลก (WHO)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติงบ 32 ล้านบาท สนับสนุนความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับองค์การอนามัยโลก (WHO)

รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณ 32 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนข้าราชการในการเข้าร่วมโครงการขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขของประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. อนุมัติงบ 32 ล้านบาท สนับสนุนความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับองค์การอนามัยโลก (WHO)

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติงบ 32 ล้านบาท สนับสนุนความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับองค์การอนามัยโลก (WHO)

รัฐบาลไทยอนุมัติงบประมาณ 32 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนข้าราชการในการเข้าร่วมโครงการขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขของประเทศ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 32 ล้านบาทอย่างเป็นทางการ เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของข้าราชการในโครงการความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยเงินทุนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพและความร่วมมือระหว่างประเทศที่จำเป็นต่อการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของรัฐบาลไทยในการปรับระบบสาธารณสุขในท้องถิ่นให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือข้อกำหนดในการเดินทางจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ความร่วมมือดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่การปรับปรุงด้านการเฝ้าระวังโรค การเข้าถึงบริการสาธารณสุข และระเบียบการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ซึ่งการยกระดับเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นโดยรวมของภาคสาธารณสุขของประเทศ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนว่าภาคส่วนสาธารณสุขใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก หรือเงินทุนเหล่านี้จะถูกจัดสรรไปยังหน่วยงานต่างๆ อย่างไร นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความร่วมมือระหว่างประเทศเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมสำหรับประชาชนทั่วไปอย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก WHO ในช่วงเดือนต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

รัฐบาลชี้แจงการยุบธนาคารที่ดินและการยกระดับโฉนดชุมชน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลชี้แจงการยุบธนาคารที่ดินและการยกระดับโฉนดชุมชน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการยุบธนาคารที่ดิน โดยยืนยันว่าสิทธิของประชาชนยังคงได้รับการคุ้มครอง พร้อมเร่งดำเนินการยกระดับโฉนดที่ดินชุมชนให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลชี้แจงการยุบธนาคารที่ดินและการยกระดับโฉนดชุมชน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลชี้แจงการยุบธนาคารที่ดินและการยกระดับโฉนดชุมชน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการยุบธนาคารที่ดิน โดยยืนยันว่าสิทธิของประชาชนยังคงได้รับการคุ้มครอง พร้อมเร่งดำเนินการยกระดับโฉนดที่ดินชุมชนให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้แถลงถึงความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการจัดการที่ดิน โดยเฉพาะในส่วนของโฉนดที่ดินชุมชน ภายหลังการหารือร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐบาลได้ชี้แจงว่าการยุบธนาคารที่ดินจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิทธิของประชาชน

สำหรับประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดินในท้องถิ่น ประกาศนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางการจัดการที่ดินของรัฐ โดยรัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะเร่งกระบวนการยกระดับ 'โฉนดที่ดินชุมชน' ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงสถานะทางกฎหมายของที่ดินที่ชุมชนถือครอง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

แม้ว่ารัฐบาลจะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิที่มีอยู่เดิม แต่การนำไปปฏิบัติจริงยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โฉนดชุมชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงทางปกครองเหล่านี้ส่งผลต่อสถานะที่ดินของตนอย่างไร สำหรับนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายภายในประเทศเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวหรือการพำนักระยะสั้นในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

Real Smart คว้ารางวัลอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจากนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2568
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

Real Smart คว้ารางวัลอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจากนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2568

บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตดีเด่น ประจำปี 2568 จากกระทรวงอุตสาหกรรม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

Real Smart คว้ารางวัลอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจากนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2568

แหล่งข่าวเดียว
Real Smart คว้ารางวัลอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจากนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2568

บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตดีเด่น ประจำปี 2568 จากกระทรวงอุตสาหกรรม

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI และโซลูชันการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วย AI ได้รับรางวัล 'Prime Minister’s Industry Award 2025' ในสาขาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต โดยรางวัลดังกล่าวได้รับมอบจากกระทรวงอุตสาหกรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การยอมรับนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการบูรณาการเทคโนโลยี AI ขั้นสูงเข้าสู่ภาคบริการและอุตสาหกรรม ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลในระดับภูมิภาค ความสำเร็จของบริษัทท้องถิ่นอย่างเรียล สมาร์ท สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัยภายในเศรษฐกิจไทย ซึ่งความก้าวหน้าเหล่านี้อาจส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของบริการดิจิทัลที่มีให้แก่สาธารณชนในอนาคต

แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงสถานะปัจจุบันของบริษัทในภาคส่วน AI แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการยอมรับนี้จะนำไปสู่การนำเสนอบริการใหม่ๆ หรือส่งผลกระทบในระยะยาวต่อภูมิทัศน์ดิจิทัลในท้องถิ่นอย่างไร ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการในอนาคตของบริษัทหรือการนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงหลังจากได้รับรางวัลนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

รัฐบาลไทยเสนอ 6 มาตรการใหม่เพื่อความปลอดภัยในโรงเรียน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเสนอ 6 มาตรการใหม่เพื่อความปลอดภัยในโรงเรียน

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สนับสนุนข้อเสนอของกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนิน 6 มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนเพื่อป้องกันความรุนแรง โดยมุ่งยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเสนอ 6 มาตรการใหม่เพื่อความปลอดภัยในโรงเรียน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเสนอ 6 มาตรการใหม่เพื่อความปลอดภัยในโรงเรียน

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สนับสนุนข้อเสนอของกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนิน 6 มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนเพื่อป้องกันความรุนแรง โดยมุ่งยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงการสนับสนุนความคิดริเริ่มใหม่จากกระทรวงศึกษาธิการ โดยข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อนำ 6 มาตรการความปลอดภัยเฉพาะมาใช้เพื่อป้องกันความรุนแรงภายในสถานศึกษา รัฐบาลตั้งใจที่จะยกระดับโปรโตคอลความปลอดภัยเหล่านี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยในโรงเรียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่มีบุตรหลานในระบบโรงเรียนไทย ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่การกำกับดูแลความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานและเข้มงวดมากขึ้นในห้องเรียน แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของทั้ง 6 มาตรการจะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน แต่ความเคลื่อนไหวนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการปกป้องนักเรียนจากความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ

ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการเมื่อใด และจะมีการนำไปปฏิบัติในเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ อย่างรวดเร็วเพียงใด นอกจากนี้ ลักษณะเฉพาะของทั้ง 6 มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงความปลอดภัยทางกายภาพ นโยบายวินัยใหม่ หรือระบบการตรวจสอบที่ได้รับการปรับปรุง ยังคงรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศจากรัฐบาลในอนาคตเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของโรงเรียนในแต่ละวันและโปรโตคอลความปลอดภัยของนักเรียนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

รองนายกฯ อนุทิน ชี้แจงกรณีปรากฏตัวร่วมกับอดีตนายกฯ เศรษฐา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน ชี้แจงกรณีปรากฏตัวร่วมกับอดีตนายกฯ เศรษฐา

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธกระแสข่าวทางการเมืองหลังปรากฏตัวร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ในงานมวยไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน ชี้แจงกรณีปรากฏตัวร่วมกับอดีตนายกฯ เศรษฐา

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน ชี้แจงกรณีปรากฏตัวร่วมกับอดีตนายกฯ เศรษฐา

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธกระแสข่าวทางการเมืองหลังปรากฏตัวร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ในงานมวยไทย

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่ปรากฏตัวร่วมกับอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ในการแข่งขันมวยไทย โดยอ้างอิงจาก Matichon Online นายอนุทินยืนยันว่าการพบกันดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่มีวาระทางการเมืองแอบแฝง พร้อมระบุว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด

ในระหว่างงาน รองนายกรัฐมนตรีได้แสดงการสนับสนุนให้ผลักดันมวยไทยให้เป็นจุดขายสำคัญในเมืองใหญ่ของประเทศไทย โดยเสนอว่าการบูรณาการกีฬามวยไทยเข้ากับการท่องเที่ยวในเขตเมืองจะช่วยยกระดับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมให้กับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในไทย คำชี้แจงนี้ช่วยลดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองเบื้องหลังระหว่างรัฐบาลชุดปัจจุบันและอดีตผู้นำ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์อย่างมวยไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามในการส่งเสริมนี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นทางการในเขตเมืองอย่างไร ทั้งนี้ ไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือความเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ ในระหว่างการพบปะดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้การพบกันจะได้รับการยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่การส่งเสริมมวยไทยยังคงเป็นประเด็นหลักในกลยุทธ์การท่องเที่ยวของรัฐบาลในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

รัฐบาลไทยประกาศมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยประกาศมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนและกำลังร่างกฎหมายใหม่ที่เข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมการครอบครองอาวุธปืน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนและกำลังร่างกฎหมายใหม่ที่เข้มงวดขึ้นเพื่อควบคุมการครอบครองอาวุธปืน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศมาตรการควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้น โดยระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้สั่งการให้รัฐบาลระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทุกประเภท โดยเฉพาะใบอนุญาต ป.3, ป.4 และ ป.12 ไว้จนกว่าจะมีมติเป็นอย่างอื่น

คำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืนฉบับใหม่ที่มีความเข้มงวดมากขึ้น นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะเพิ่มบทลงโทษสำหรับการฝ่าฝืนให้รุนแรงขึ้น โดยมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายห้ามพกพาอาวุธปืนออกจากบ้านให้ได้ 100% นอกจากนี้ยังระบุว่าแม้แต่การใช้อาวุธปืนยิงโจรภายในบ้านของตนเองก็ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามการตีความในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น ทางรัฐบาลยังวางแผนที่จะสุ่มตรวจภายในทำเนียบรัฐบาลเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่และผู้ใกล้ชิดปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะของกฎหมายฉบับใหม่และกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการระงับการต่อใบอนุญาตยังคงต้องรอการพิจารณาจากมติคณะรัฐมนตรีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC

รัฐบาลไทยยืนยันไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายในโครงการบัตรทอง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยยืนยันไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายในโครงการบัตรทอง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมร่วมจ่ายในโครงการบัตรทอง 30 บาทอย่างเป็นทางการ หลังมีการประท้วงจากกลุ่มประชาชน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยยืนยันไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายในโครงการบัตรทอง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยืนยันไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายในโครงการบัตรทอง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมร่วมจ่ายในโครงการบัตรทอง 30 บาทอย่างเป็นทางการ หลังมีการประท้วงจากกลุ่มประชาชน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงถึงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการ '30 บาทรักษาทุกที่' หรือ 'บัตรทอง' โดยการชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อรัฐบาลเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการปรับโครงสร้างโครงการที่อาจนำไปสู่การให้ประชาชนต้องร่วมจ่ายค่าบริการ

นายจุลพันธ์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีแนวคิดหรือนโยบายที่จะนำระบบร่วมจ่ายมาใช้ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คำชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าโครงสร้างปัจจุบันของโครงการยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจากเป็นการยืนยันถึงการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในรูปแบบเดิมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับบริการมาตรฐาน แม้รัฐบาลจะให้คำมั่นดังกล่าวแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์ระบุว่าประเด็นเรื่องงบประมาณด้านสาธารณสุขยังคงเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนทางการเมืองสูง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเสนอหรือประกาศเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเงินของโครงการแต่อย่างใด ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปสำหรับการอัปเดตเกี่ยวกับนโยบายสาธารณสุข เนื่องจากสถานการณ์ยังคงเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:18 UTC

รมว.มหาดไทยสั่งคุมเข้มห้ามพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.มหาดไทยสั่งคุมเข้มห้ามพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศนโยบายไม่ยอมรับการพกพาอาวุธปืนนอกที่พักอาศัย โดยเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษจำคุก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.มหาดไทยสั่งคุมเข้มห้ามพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ

แหล่งข่าวเดียว
รมว.มหาดไทยสั่งคุมเข้มห้ามพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศนโยบายไม่ยอมรับการพกพาอาวุธปืนนอกที่พักอาศัย โดยเตือนว่าผู้ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษจำคุก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งคุมเข้มห้ามพกพาอาวุธปืนออกจากบ้านโดยเด็ดขาด (100%) โดยรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งนี้จะต้องได้รับโทษจำคุก

ในระหว่างการแถลง นายอนุทินได้ชี้แจงถึงผลทางกฎหมายของการใช้อาวุธปืน โดยระบุว่าแม้แต่การยิงโจรที่บุกรุกเข้ามาในบ้านของตนเองก็อาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายได้ นอกจากนี้ รัฐมนตรียังได้กล่าวถึงเรื่องการครอบครองอาวุธปืนในระดับส่วนตัว โดยระบุว่าเพิ่งทราบว่าภรรยาของตนเองมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองเช่นกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำสั่งนี้ถือเป็นการยกระดับความเข้มงวดด้านกฎระเบียบความปลอดภัยสาธารณะเกี่ยวกับอาวุธอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารัฐมนตรีจะประกาศนโยบายไว้อย่างชัดเจน แต่กลไกการบังคับใช้ที่เฉพาะเจาะจงและผลกระทบต่อใบอนุญาตพกพาอาวุธที่มีอยู่เดิมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรทราบว่ากฎหมายไทยเกี่ยวกับการป้องกันตัวและการครอบครองอาวุธมีการตีความอย่างเคร่งครัด จึงขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการตามนโยบายนี้ทั่วประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

นายกฯ อนุทิน ปัดดีลการเมือง หลังปรากฏตัวชมมวยราชดำเนิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ปัดดีลการเมือง หลังปรากฏตัวชมมวยราชดำเนิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเจรจาทางการเมือง หลังปรากฏตัวร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เวทีราชดำเนิน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ปัดดีลการเมือง หลังปรากฏตัวชมมวยราชดำเนิน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ปัดดีลการเมือง หลังปรากฏตัวชมมวยราชดำเนิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการเจรจาทางการเมือง หลังปรากฏตัวร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เวทีราชดำเนิน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ตนไปชมการแข่งขันมวยไทยที่เวทีราชดำเนินร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งการพบกันดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตจากสื่อมวลชนว่าอาจมีการหารือเรื่องทางการเมืองเป็นการส่วนตัว

ในการให้สัมภาษณ์กับ Thai Post นายอนุทินได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีการตกลงดีลทางการเมืองใดๆ ในระหว่างการไปชมมวยครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็นการไปพักผ่อนเพื่อ "เปิดหูเปิดตา" และชมกีฬาเท่านั้น ไม่ใช่การประชุมเชิงกลยุทธ์แต่อย่างใด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การปรากฏตัวในที่สาธารณะของบุคคลสำคัญทางการเมืองมักได้รับความสนใจจากสื่อและสาธารณชนเป็นอย่างมาก แม้ว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย แต่ก็มักนำไปสู่การคาดเดาเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลหรือการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมือง ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าการพบกันดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือความเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ สถานการณ์นี้ยังคงเป็นเพียงการสังเกตการณ์ของสาธารณชน โดยไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงวาระทางการเมืองอื่นใด นอกเหนือจากความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการไปชมการแข่งขันกีฬาตามที่ได้กล่าวไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:19 UTC