ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด ✦
กีฬา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ✦
การขนส่ง น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ✦
เศรษฐกิจ ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน ✦
ความปลอดภัย กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาอุทกภัย ในขณะที่รัฐบาลเฝ้าระวังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินแผนฉุกเฉิน 3 มาตรการ เพื่อตอบสนองต่อฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและความเสี่ยงจากอุทกภัย ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลกำลังรักษาการระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามรูปแบบสภาพอากาศและระดับน้ำ

กลยุทธ์ 3 มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง การเตรียมความพร้อมของบุคลากร และการระดมเครื่องจักรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมและลดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้หมายถึงสถานะการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน การปิดถนน และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในบริการขนส่ง ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่จังหวัดจัดเตรียมไว้

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละจังหวัดยังคงมีความแตกต่างกัน ขอบเขตของน้ำท่วมและประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้ในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหรือพื้นที่อยู่อาศัยเฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

กีฬา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แหล่งข่าวเดียว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังถูกตรวจสอบจากข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน 114 กระทง โดยโลกฟุตบอลกำลังรอคอยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน (Financial Fair Play) จำนวน 114 กระทง ขณะนี้สโมสรกำลังรอการตัดสินเกี่ยวกับลักษณะและความรุนแรงของบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนฟุตบอลในประเทศไทยที่ติดตามการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจนำไปสู่บทลงโทษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออันดับของสโมสรในลีกหรือการดำเนินงานในอนาคต กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ได้ก่อให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในสื่อกีฬาระหว่างประเทศเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจมีตั้งแต่การปรับเงินจำนวนมหาศาล ไปจนถึงการตัดคะแนนหรือมาตรการทางวินัยอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของคำตัดสินสุดท้ายยังไม่มีการยืนยัน ชุมชนฟุตบอลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน เมื่อคดีมีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างรอคอยประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงว่าจะมีมาตรการทางวินัยรูปแบบใดถูกนำมาใช้กับสโมสรหรือไม่ สำหรับตอนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปในโลกของฟุตบอลอาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:00 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

น้ำท่วมขังส่งผลให้ถนนแจ้งวัฒนะบางช่วงไม่สามารถสัญจรได้สำหรับรถขนาดเล็ก นำไปสู่การปิดการจราจรบางส่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดน้ำท่วมขังสูงบนถนนแจ้งวัฒนะทั้งขาเข้าและขาออก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพถนนในปัจจุบัน

เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น รถขนาดเล็กจึงไม่สามารถสัญจรผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบได้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดการจราจรบางส่วนเพื่อจัดการสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชน คาดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในบริเวณดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังหากจำเป็นต้องเดินทางใกล้บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติเมื่อใด ผู้เดินทางควรติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

เกิดน้ำท่วมขังสูงบริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยระดับน้ำสูงถึงระดับเอวและทำให้รถเมล์หลายคันเสียกลางทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 บริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพมหานครกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยระดับน้ำในพื้นที่สูงถึงระดับเอว ซึ่งสร้างความยากลำบากและอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน น้ำท่วมขังครั้งนี้มีความรุนแรงจนทะลักเข้าสู่ตัวรถโดยสารประจำทาง ส่งผลให้รถหลายคันเกิดเครื่องยนต์ดับและจอดเสียอยู่ทั่วบริเวณแยก

เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนที่ย่ำแย่ สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ โดยแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของจุดเชื่อมต่อการจราจรที่สำคัญในกรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถกลับมาเปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาใด เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าแยกดังกล่าวจะปลอดภัยสำหรับการสัญจรของรถยนต์ทั่วไปเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่บางกะปิหรือมีแผนจะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และควรหาเส้นทางเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะหรือการติดค้างอยู่ในน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือทั่วประเทศเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยทันที

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ารัฐบาลได้สั่งการให้มีการจัดการอุทกภัยเชิงรุก โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัยและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังปฏิบัติงานภายใต้มาตรการประสานงานที่เข้มข้นขึ้น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางและบริการในพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือหยุดชะงักกะทันหัน

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ขอบเขตของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการเดินทาง รัฐบาลเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกลับมาของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังคงมีอุปทานคงค้างจำนวนมากก็ตาม

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยการพัฒนาเมืองขยายตัวตามระบบราง แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ ข้อมูลระบุว่ามีอุปทานคงค้างประมาณ 210,000 ยูนิต มูลค่ารวม 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการระบายสินค้าคงคลังเหล่านี้

ผลการดำเนินงานของตลาดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลและประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ย่านสุขุมวิทกลายเป็นจุดเด่นที่มียอดขายคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาโอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ในทางตรงกันข้าม ตลาดโครงการแนวราบกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการสะสมของสต็อกสินค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสุขภาพตลาด ในขณะที่ภาคคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิทกำลังได้รับแรงหนุน แต่ตลาดในภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากอุปทานส่วนเกินจำนวนมาก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ประกอบการจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อจัดการกับอุปทานคงค้างในโครงการแนวราบ และการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันจะสามารถรักษาโมเมนตัมในระยะยาวได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สั่งการมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน พร้อมเตรียมประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน 7 ประการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยทาง กทม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังในขณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง และมีการเปิดใช้งานบริการฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม แม้ว่า กทม. จะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพพื้นที่กับที่พักของตนและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจมีการปิดถนนและการจราจรติดขัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังร่างประกาศให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตประสบภัยพิบัติ ท่ามกลางความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังขยายตัว

เพื่อบรรเทาผลกระทบ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิ่มการแจกจ่ายกระสอบทราย โดยมีแผนจัดเตรียมไว้ 1 ล้านใบสำหรับประชาชนและพื้นที่เสี่ยงภัย ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ โดยขอให้ติดต่อสายด่วน 1669 หากต้องการความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในการอพยพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการร่างประกาศ แต่กำหนดการที่ชัดเจนในการบังคับใช้และพื้นที่ที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม และควรเก็บหมายเลขฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินความจำเป็นในการออกมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ได้รับการยืนยัน
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

ความเห็นทางการเมืองต่อกรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความเห็นทางการเมืองต่อกรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย

รังสิมันต์ โรม ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำร้ายร่างกาย โดยเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความเห็นทางการเมืองต่อกรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย

แหล่งข่าวเดียว
ความเห็นทางการเมืองต่อกรณีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย

รังสิมันต์ โรม ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำร้ายร่างกาย โดยเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 รังสิมันต์ โรม ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีของเจ้าหน้าที่รัฐชื่อ ชัยชนะ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายบุคคลหนึ่ง โดยโรมเน้นย้ำว่าหากข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายเป็นความจริง คดีนี้จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อเป็นบรรทัดฐาน นอกจากนี้เขายังย้ำว่าเจ้าหน้าที่รัฐควรปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐและความรับผิดชอบของข้าราชการ แม้ว่าคดีนี้จะเป็นประเด็นการอภิปรายทางการเมืองและสาธารณะในขณะนี้ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในประเทศ

ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการทำร้ายร่างกายที่ถูกกล่าวหานั้นจะมีการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือเจ้าหน้าที่จะต้องเผชิญกับมาตรการทางวินัยอย่างไร ในขณะนี้รายละเอียดของเหตุการณ์อ้างอิงจากรายงานและคำแถลงต่อสาธารณะเท่านั้น และการสอบสวนการกระทำของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าทางการจะจัดการกับข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าหลักการไม่เลือกปฏิบัติในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐจะได้รับการรักษาไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:56 UTC

นักวิชาการด้านการศึกษาเสนอปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการด้านการศึกษาเสนอปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เสนอให้ยุบเลิกสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและภาค โดยชี้ว่ามีความซ้ำซ้อนและไม่มีประสิทธิภาพ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิชาการด้านการศึกษาเสนอปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการด้านการศึกษาเสนอปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เสนอให้ยุบเลิกสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและภาค โดยชี้ว่ามีความซ้ำซ้อนและไม่มีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ได้เสนอให้มีการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการครั้งใหญ่ โดยอ้างอิงรายงานจากข่าวสดออนไลน์ว่า โครงสร้างของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ในปัจจุบันมีความซ้ำซ้อนกับภารกิจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และผู้ตรวจราชการกระทรวง

นายสมพงษ์ให้ความเห็นว่า โครงสร้างการบริหารงานเหล่านี้ไม่ได้สร้างคุณูปการต่อระบบการศึกษาของประเทศอย่างคุ้มค่า แต่กลับก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่และการแย่งชิงอำนาจ เขาเสนอว่าระบบปัจจุบันไม่คุ้มค่ากับงบประมาณและไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แต่เดิม จึงเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองดำเนินการปฏิรูปอย่างจริงจังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของระบบการศึกษา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายเรื่องการปฏิรูประบบราชการในประเทศไทย แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางบริหารนี้จะส่งผลกระทบต่อการจัดการภายในของกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลัก แต่การปรับโครงสร้างใดๆ ในอนาคตอาจส่งผลต่อวิธีการให้บริการหรือการจัดการด้านการศึกษาในระดับท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะรับข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูประบบราชการหรือไม่ ปัจจุบันเรื่องนี้ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอจากนักวิชาการ และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการยุบเลิกหน่วยงานดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:57 UTC

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสอบสวนกรณี 'พ่อทิพย์' ในโรงพยาบาลกรุงเทพฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสอบสวนกรณี 'พ่อทิพย์' ในโรงพยาบาลกรุงเทพฯ

คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทยกำลังสอบสวนกรณีการจดทะเบียนเกิดที่น่าสงสัยกว่า 1,000 รายในโรงพยาบาล 8 แห่งในกรุงเทพฯ โดยระบุถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับการตรวจ DNA

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสอบสวนกรณี 'พ่อทิพย์' ในโรงพยาบาลกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการรัฐสภาสอบสวนกรณี 'พ่อทิพย์' ในโรงพยาบาลกรุงเทพฯ

คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทยกำลังสอบสวนกรณีการจดทะเบียนเกิดที่น่าสงสัยกว่า 1,000 รายในโรงพยาบาล 8 แห่งในกรุงเทพฯ โดยระบุถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับการตรวจ DNA

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้เริ่มการสอบสวนกรณีที่เรียกว่า 'พ่อทิพย์' โดยคณะกรรมาธิการพบกรณีการจดทะเบียนเกิดที่น่าสงสัยกว่า 1,000 รายในโรงพยาบาล 8 แห่งในกรุงเทพฯ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องของเอกสารทางกฎหมาย

ในระหว่างการหารือของคณะกรรมาธิการ เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำถึงอุปสรรคสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ โดยส่วนใหญ่เกิดจากการขาดงบประมาณที่จัดสรรไว้สำหรับการตรวจ DNA ที่จำเป็น หากไม่มีการตรวจเหล่านี้ การยืนยันความเป็นพ่อทางชีวภาพยังคงทำได้ยาก ทำให้ความถูกต้องตามกฎหมายของการจดทะเบียนเหล่านี้ยังคงเป็นที่น่าสงสัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทางกฎหมายทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับสูติบัตรและการจดทะเบียนครอบครัว ได้รับการจัดการผ่านช่องทางที่เป็นทางการและผ่านการตรวจสอบแล้ว ความคลาดเคลื่อนในบันทึกดังกล่าวอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางกฎหมายในระยะยาวเกี่ยวกับสัญชาติ มรดก และสิทธิของผู้ปกครอง

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ยังคงต้องยืนยันว่าโรงพยาบาลใดบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ลักษณะที่แท้จริงของขบวนการ 'พ่อทิพย์' เป็นอย่างไร และรัฐบาลจะจัดสรรเงินทุนที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตรวจ DNA เพื่อแก้ไขกรณีเหล่านี้หรือไม่ คณะกรรมาธิการยังไม่ได้ประกาศกำหนดเวลาสำหรับการสรุปผลการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

สส. ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีทำร้ายร่างกายโดยรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีทำร้ายร่างกายโดยรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรม หลังมีข้อกล่าวหาว่านายชัยชนะ เดชเดโช สส. พรรคประชาธิปัตย์ ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีทำร้ายร่างกายโดยรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

แหล่งข่าวเดียว
สส. ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีทำร้ายร่างกายโดยรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายรังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรม หลังมีข้อกล่าวหาว่านายชัยชนะ เดชเดโช สส. พรรคประชาธิปัตย์ ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีคดีความที่เกี่ยวข้องกับนายชัยชนะ เดชเดโช สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาที่ว่านายชัยชนะได้ทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ด้วยการตบหน้าในระหว่างงานศพ

นายรังสิมันต์เน้นย้ำว่ากระบวนการทางกฎหมายจะต้องดำเนินการโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ เพื่อเป็นตัวอย่างของการแสดงความรับผิดชอบโดยไม่คำนึงถึงสถานะทางการเมืองของผู้ถูกกล่าวหา เขาย้ำว่ากฎหมายควรถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อระบบยุติธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักการเมืองและหลักนิติธรรม แม้ว่าคดีนี้จะอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางกฎหมาย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสนใจของสาธารณชนและฝ่ายการเมืองที่มีต่อพฤติกรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และผลสรุปทางกฎหมายหรือมาตรการทางวินัยที่อาจเกิดขึ้นกับนายชัยชนะนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าตำรวจและศาลจะดำเนินการอย่างไรกับข้อกล่าวหาที่มีต่อบุคคลสำคัญทางการเมืองระดับสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:40 UTC

กกต. ชี้แจงธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพนักงาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ชี้แจงธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพนักงาน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโอนเงินที่น่าสงสัยไปยังอดีตพนักงาน โดยระบุว่าเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ไม่ใช่การคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ชี้แจงธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพนักงาน

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ชี้แจงธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพนักงาน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโอนเงินที่น่าสงสัยไปยังอดีตพนักงาน โดยระบุว่าเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ไม่ใช่การคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับอดีตพนักงานสอบสวนของสำนักงาน กกต. ที่ได้รับเงินโอนจำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท โดยธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 22 กรกฎาคม 2567 ซึ่งก่อให้เกิดการคาดเดาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายแสวงชี้แจงว่าจากการตรวจสอบภายในพบว่าเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2566 ในจังหวัดอำนาจเจริญ ไม่ใช่การคัดเลือก สว. ล่าสุด โดยระบุว่าการเลือกตั้ง สส. ปี 2566 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 และมีการรับรองผลเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 โดยเงินโอนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องร้องเรียนในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้ถือเป็นการอัปเดตเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการบริหารจัดการการเลือกตั้ง แม้ว่า กกต. จะยืนยันว่ากิจกรรมทางการเงินเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก สว. ปี 2567 แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ กกต. ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบแล้ว แต่การวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะหรือประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของการจ่ายเงินเหล่านี้อาจดำเนินต่อไป เนื่องจากการสอบสวนการกระทำของอดีตพนักงานรายนี้ยังคงเป็นที่สนใจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:39 UTC

พรรคประชาธิปัตย์สอบสวนกรณี สส. ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์สอบสวนกรณี สส. ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่

พรรคประชาธิปัตย์กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดนครศรีธรรมราช

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์สอบสวนกรณี สส. ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์สอบสวนกรณี สส. ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่

พรรคประชาธิปัตย์กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดนครศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าพรรคจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 วัน เกี่ยวกับกรณีของนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคผู้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

นายสกลธียอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค โดยระบุว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดก่อนดำเนินการตามข้อบังคับของพรรค แม้นายชัยชนะจะได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่พรรคยังคงรอข้อมูลเพิ่มเติมจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ นายสกลธียังได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองที่อาจอยู่เบื้องหลัง โดยตั้งข้อสังเกตว่าทั้งตัว สส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างปฏิเสธในตอนแรกว่าไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น แต่กลับมีการแจ้งความดำเนินคดีในวันต่อมา สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการตรวจสอบภายในทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ขณะนี้จะเป็นเรื่องของขั้นตอนทางกฎหมายและระเบียบพรรค แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของพฤติกรรมนักการเมืองในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์สรุปผลการตรวจสอบภายใน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบกรณีสมาชิกพรรคถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบกรณีสมาชิกพรรคถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย

พรรคประชาธิปัตย์กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่สมาชิกพรรคถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแรงจูงใจทางการเมืองที่อาจอยู่เบื้องหลัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบกรณีสมาชิกพรรคถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบกรณีสมาชิกพรรคถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย

พรรคประชาธิปัตย์กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่สมาชิกพรรคถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแรงจูงใจทางการเมืองที่อาจอยู่เบื้องหลัง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่สมาชิกพรรครายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย นายสกลธี ภัททิยกุล บุคคลสำคัญของพรรคระบุว่าทางพรรคคาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายใน 1-2 วัน

มีรายงานว่าทางพรรคมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ได้รับการยืนยันแล้วว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ไปรับทราบข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่แล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในที่อาจได้รับความสนใจจากสื่อในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า แม้ว่าเหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องทางกฎหมายเฉพาะบุคคล แต่การที่พรรคเข้ามาเกี่ยวข้องอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคได้ ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพรรคจะมีมาตรการทางวินัยต่อสมาชิกรายนี้หรือไม่ หรือจะมีพัฒนาการทางกฎหมายเพิ่มเติมจากการสอบสวนของตำรวจอย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรอฟังแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในกรณีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:36 UTC

นักวิชาการเสนอปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการเสนอปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการไทย

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้ยุบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักงานศึกษาธิการภาค โดยอ้างถึงความซ้ำซ้อนในการบริหารงานและความไม่คุ้มค่าของงบประมาณ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักวิชาการเสนอปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการเสนอปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการไทย

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้ยุบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักงานศึกษาธิการภาค โดยอ้างถึงความซ้ำซ้อนในการบริหารงานและความไม่คุ้มค่าของงบประมาณ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 กลุ่มนักวิชาการได้เสนอให้มีการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อเสนอดังกล่าวเน้นไปที่การยุบสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.)

ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เหตุผลว่าหน่วยงานเหล่านี้สร้างชั้นการบริหารงานที่ไม่จำเป็น นำไปสู่ขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนและการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ นักวิชาการเสนอว่าหากยุบหน่วยงานระดับกลางเหล่านี้ กระทรวงจะสามารถปรับปรุงการดำเนินงานให้คล่องตัวขึ้นและจัดสรรทรัพยากรไปสู่ผลลัพธ์ทางการศึกษาโดยตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อเสนอนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการภายในระบบโรงเรียนรัฐบาลเป็นหลัก แม้ว่าจะยังไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียน หลักสูตร หรือชีวิตประจำวันของครอบครัวในขณะนี้ แต่หากมีการนำข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปปฏิบัติในอนาคตผ่านทางกฎหมาย อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีการจัดการและให้บริการด้านการศึกษาทั่วประเทศ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขณะนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่นำเสนอโดยผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการเท่านั้น ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงศึกษาธิการหรือรัฐบาลว่าจะมีการดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สถานะของหน่วยงานดังกล่าวยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลตัดสินใจที่จะรับข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้างเหล่านี้ไปปฏิบัติหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

กระทรวงศึกษาธิการเสนอระบบ 'บันทึกความดี' สำหรับการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการเสนอระบบ 'บันทึกความดี' สำหรับการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

กระทรวงศึกษาธิการกำลังพิจารณาริเริ่มระบบบันทึกความดีเพื่อนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการเสนอระบบ 'บันทึกความดี' สำหรับการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการเสนอระบบ 'บันทึกความดี' สำหรับการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

กระทรวงศึกษาธิการกำลังพิจารณาริเริ่มระบบบันทึกความดีเพื่อนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศแผนการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือที่เป็นไปได้กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยข้อเสนอดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการนำระบบ 'บันทึกความดี' มาใช้เป็นเกณฑ์หนึ่งในการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในแวดวงการศึกษาของไทย การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การรวมตัวชี้วัดด้านคุณลักษณะควบคู่ไปกับผลการเรียนทางวิชาการแบบดั้งเดิม ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจูงใจให้เกิดการทำประโยชน์ต่อสังคมในกลุ่มนักเรียน ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีการบันทึกและให้คุณค่ากับกิจกรรมนอกหลักสูตรในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน กลไกเฉพาะในการตรวจสอบความดีเหล่านี้ น้ำหนักที่ระบบนี้จะมีต่อกระบวนการคัดเลือกโดยรวม และการที่ระบบนี้จะเป็นส่วนประกอบบังคับหรือทางเลือกสำหรับผู้สมัครนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ในขณะที่กระทรวงศึกษาธิการเตรียมเริ่มการหารืออย่างเป็นทางการกับ อว. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและโครงสร้างทางเทคนิคของระบบที่นำเสนอนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC

กำหนดเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี 20 กันยายนนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กำหนดเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี 20 กันยายนนี้

มีการกำหนดวันเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีใหม่ในวันที่ 20 กันยายน 2569 หลังจากการเสียชีวิตของนายธงชัย สุขโชค

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กำหนดเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี 20 กันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
กำหนดเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี 20 กันยายนนี้

มีการกำหนดวันเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีใหม่ในวันที่ 20 กันยายน 2569 หลังจากการเสียชีวิตของนายธงชัย สุขโชค

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดวันเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแทนที่ตำแหน่งที่ว่างลงจากการเสียชีวิตของนายธงชัย สุขโชค อดีตนายก อบจ.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองท้องถิ่นที่สำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริหารงานระดับจังหวัดและการจัดการบริการสาธารณะ แม้ว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว แต่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความเคลื่อนไหว โดยรายงานล่าสุดระบุว่ากลุ่มการเมืองหลักๆ รวมถึงกลุ่ม 'ผึ้งหลวง' และพรรคประชาชน ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้

ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าจะมีบุคคลใดมาลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการบ้าง สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด แนะนำให้ติดตามประกาศจากท้องถิ่นเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรหรือความหนาแน่นบริเวณใกล้หน่วยเลือกตั้งในวันดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อผู้สมัครและขั้นตอนการลงคะแนนเสียงจะมีการประกาศจากหน่วยงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะดำเนินต่อไปตามแผน โดยรอความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะดำเนินต่อไปตามแผน โดยรอความชัดเจนทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึงยังคงกำหนดไว้ในวันที่ 27 กันยายน แม้จะมีการหารืออย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 12 ล้านคน แต่รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คณะกรรมการประกันสังคมมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกองทุนและสวัสดิการที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานหลายล้านคน ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายประกันสังคมในอนาคต ขณะนี้รัฐบาลกำลังรอคำตัดสินจากศาลเพื่อแก้ไขปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับรองความชอบธรรมของกระบวนการ

แม้ว่าวันเลือกตั้งจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ แต่สถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในขณะที่ศาลตรวจสอบเกณฑ์คุณสมบัติ เจ้าหน้าที่ยังวางแผนที่จะจัดเวทีดีเบตเพื่อให้ผู้สมัครได้นำเสนอนโยบายต่อสาธารณะ ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมสำหรับการอัปเดตหรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นหลังจากคำตัดสินของศาล ณ ปัจจุบัน ฝ่ายบริหารยืนยันว่าตารางการเลือกตั้งยังคงดำเนินไปตามกำหนดการเดิม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC

สวนมังคุดในนครศรีธรรมราชกลายเป็นต้นแบบด้านการเกษตร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สวนมังคุดในนครศรีธรรมราชกลายเป็นต้นแบบด้านการเกษตร

กระทรวงเกษตรฯ ยกย่องแปลงมังคุดในตำบลเกาะขันธ์เป็นต้นแบบด้านนวัตกรรมเกษตรและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สวนมังคุดในนครศรีธรรมราชกลายเป็นต้นแบบด้านการเกษตร

แหล่งข่าวเดียว
สวนมังคุดในนครศรีธรรมราชกลายเป็นต้นแบบด้านการเกษตร

กระทรวงเกษตรฯ ยกย่องแปลงมังคุดในตำบลเกาะขันธ์เป็นต้นแบบด้านนวัตกรรมเกษตรและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้กลุ่มแปลงใหญ่มังคุดตำบลเกาะขันธ์ (ชะอวดพูนผล) ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาการเกษตร โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับคุณภาพการผลิตมังคุดบนพื้นที่บริหารจัดการกว่า 620 ไร่

โครงการดังกล่าวเน้นการบูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต นอกเหนือจากการเพาะปลูกแล้ว กลุ่มยังดำเนินกลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมังคุด สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่เกษตรกรรมท้องถิ่นที่ทันสมัย ซึ่งอาจเพิ่มความพร้อมของสินค้ามังคุดแปรรูปคุณภาพสูงในภูมิภาค

แม้ว่ากระทรวงฯ จะวางตำแหน่งพื้นที่นี้ให้เป็นต้นแบบของความเป็นเลิศทางการเกษตร แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อราคาตลาดท้องถิ่นและกลุ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปใหม่ๆ ที่เฉพาะเจาะจงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวที่สนใจด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรหรือผลผลิตในท้องถิ่นอาจพบว่าพื้นที่นี้มีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อโมเดลนี้ขยายตัวออกไป ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายผลนวัตกรรมเหล่านี้ไปยังภูมิภาคอื่นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

รมว.แรงงาน ยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมตามกำหนดการเดิม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.แรงงาน ยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมตามกำหนดการเดิม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมยังคงดำเนินต่อไปตามแผน แม้จะมีการหารือทางกฎหมายเกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.แรงงาน ยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมตามกำหนดการเดิม

แหล่งข่าวเดียว
รมว.แรงงาน ยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมตามกำหนดการเดิม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมยังคงดำเนินต่อไปตามแผน แม้จะมีการหารือทางกฎหมายเกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม โดยยืนยันที่กระทรวงแรงงานว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ยังไม่มีคำสั่งให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปแต่อย่างใด การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง การจัดเตรียมสถานที่ และการอบรมบุคลากร ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามกำหนดการเดิม

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่มีคำสั่งทุเลาจากศาลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นายจุลพันธ์ระบุว่าขณะนี้กระทรวงกำลังหารือกับศาลเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับผลทางกฎหมายจากคำสั่งดังกล่าว โดยเฉพาะในเรื่องการใช้รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดใด ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลอย่างเคร่งครัดเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งมีความถูกต้องและรัดกุมที่สุด

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ประกันตนและนายจ้างประมาณ 12 ล้านคน เนื่องจากคณะกรรมการที่ได้รับเลือกจะมีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม แม้ว่าวันเลือกตั้งจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ แต่กระทรวงกำลังพิจารณาจัดเวทีดีเบตระหว่างตัวแทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเพื่อสร้างความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนหลักยังคงอยู่ที่การหาข้อสรุปทางกฎหมายเกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งกระทรวงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้เรียบร้อยโดยไม่กระทบต่อความสมบูรณ์ของการเลือกตั้ง โดยจะมีการแจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติมต่อไปในขณะที่กระทรวงประสานงานกับฝ่ายตุลาการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:35 UTC

ออมสินจับมือ SAM เปิดตัวโครงการสร้างความยั่งยืนทางการเงินเพื่อลูกหนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ออมสินจับมือ SAM เปิดตัวโครงการสร้างความยั่งยืนทางการเงินเพื่อลูกหนี้

ธนาคารออมสิน (GSB) และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) ได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือใหม่เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ออมสินจับมือ SAM เปิดตัวโครงการสร้างความยั่งยืนทางการเงินเพื่อลูกหนี้

แหล่งข่าวเดียว
ออมสินจับมือ SAM เปิดตัวโครงการสร้างความยั่งยืนทางการเงินเพื่อลูกหนี้

ธนาคารออมสิน (GSB) และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) ได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือใหม่เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า ธนาคารออมสิน นำโดยนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคาร และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) นำโดยนางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ได้เปิดตัว "โครงการความร่วมมือสร้างความยั่งยืนทางการเงิน"

โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นแนวทางให้ลูกหนี้สามารถสร้างสุขภาพทางการเงินที่ยั่งยืน โดยปัจจุบันโครงการกำลังอยู่ในช่วงนำร่องสำหรับผู้เข้าร่วมจากโครงการเดิมคือ "ปิดหนี้ไว ไปได้ต่อ" การผนึกกำลังระหว่างธนาคารของรัฐและบริษัทบริหารสินทรัพย์นี้มีเป้าหมายเพื่อมอบการสนับสนุนที่เป็นระบบให้กับบุคคลที่กำลังประสบปัญหาหนี้สิน ซึ่งอาจช่วยลดภาระทางการเงินให้กับประชาชนจำนวนมาก

สำหรับชาวต่างชาติและผู้อยู่อาศัยในไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของสถาบันการเงินหลักในไทยในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อของผู้บริโภค

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตทั้งหมดของโครงการ จำนวนผู้ได้รับประโยชน์เป้าหมาย และเกณฑ์การเข้าร่วมในระยะยาวนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารออมสินหรือ SAM เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมว่าโครงการนี้จะขยายตัวหรือส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเงินในวงกว้างอย่างไรต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:02 UTC

ทักษิณ ชินวัตร ร่วมไว้อาลัย จูหรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ทักษิณ ชินวัตร ร่วมไว้อาลัย จูหรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน

อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความเคารพต่อ จูหรงจี ผู้ล่วงลับ โดยยกย่องบทบาทในการพลิกโฉมเศรษฐกิจของจีน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ทักษิณ ชินวัตร ร่วมไว้อาลัย จูหรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน

แหล่งข่าวเดียว
ทักษิณ ชินวัตร ร่วมไว้อาลัย จูหรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีจีน

อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดงความเคารพต่อ จูหรงจี ผู้ล่วงลับ โดยยกย่องบทบาทในการพลิกโฉมเศรษฐกิจของจีน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ได้แสดงความเสียใจและให้ความเคารพอย่างสูงต่อ จูหรงจี อดีตนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนผู้ล่วงลับ โดยนายทักษิณได้ยกย่องบทบาทสำคัญของจูหรงจีในการดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและความสัมพันธ์ส่วนบุคคลที่ต่อเนื่องระหว่างบุคคลสำคัญทางการเมืองของไทยกับผู้นำจีน การยอมรับของนายทักษิณสะท้อนให้เห็นถึงความชื่นชมที่ผู้กำหนดนโยบายของไทยจำนวนมากมีต่อรูปแบบการพัฒนาของจีน ซึ่งมีอิทธิพลต่อวาทกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศมาโดยตลอด

แม้ว่าการแสดงความไว้อาลัยของนายทักษิณจะมุ่งเน้นไปที่มรดกทางประวัติศาสตร์ แต่บริบทเฉพาะของคำกล่าวนี้ นอกเหนือไปจากการแสดงความเสียใจส่วนบุคคล ยังคงต้องรอการตีความผ่านช่องทางการทูตในปัจจุบันต่อไป ผู้สังเกตการณ์อาจตั้งข้อสังเกตว่าคำกล่าวในลักษณะนี้มักมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-จีนที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของนโยบายต่างประเทศของไทย ทั้งนี้ ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดงานรำลึกในระดับรัฐหรือผลกระทบเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงจากคำกล่าวนี้ นักท่องเที่ยวที่สนใจด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคอาจมองว่านี่เป็นตัวบ่งชี้ที่น่าสนใจถึงความสอดคล้องระหว่างวาทกรรมทางการเมืองของไทยกับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของจีน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนยันการหารือกับ ชัยชนะ เดชเดโช เกี่ยวกับเหตุการณ์กระทบกระทั่งทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับรองผู้กำกับการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางการเมืองกรณีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนยันการหารือกับ ชัยชนะ เดชเดโช เกี่ยวกับเหตุการณ์กระทบกระทั่งทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับรองผู้กำกับการ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 อดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมรับว่าได้มีการหารือกับ ชัยชนะ เดชเดโช เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกาย ซึ่งระบุว่าเป็นการตบบ้องหูรองผู้กำกับการท่านหนึ่ง

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเนื่องจากบุคคลทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง อภิสิทธิ์ระบุว่าขณะนี้กำลังให้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสถานการณ์ ในขณะเดียวกัน เลขานุการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้เน้นย้ำว่ากระบวนการจะเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องของการอภิปรายทางการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อเสียงมักจะสร้างความสนใจจากสื่อและการถกเถียงในที่สาธารณะ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสถานการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ การเดินทาง หรือชีวิตประจำวันของผู้ที่มาเยือนหรืออาศัยอยู่ในประเทศ

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือรายละเอียดเฉพาะของเหตุการณ์กระทบกระทั่งที่ถูกกล่าวหาและผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ เนื่องจากสถานการณ์นี้กำลังดำเนินการผ่านช่องทางทางกฎหมาย จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ควรติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวท้องถิ่นเพื่อรับทราบแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

อนุชา สะสมทรัพย์ นักการเมืองไทย เปิดใจเรื่องการสะสมปืน 40 กระบอก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุชา สะสมทรัพย์ นักการเมืองไทย เปิดใจเรื่องการสะสมปืน 40 กระบอก

นักการเมือง อนุชา สะสมทรัพย์ ยืนยันต่อสาธารณะว่าตนครอบครองปืน 40 กระบอก โดยเน้นย้ำว่าเป็นการสะสมเพื่อความสนใจส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อความรุนแรง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุชา สะสมทรัพย์ นักการเมืองไทย เปิดใจเรื่องการสะสมปืน 40 กระบอก

แหล่งข่าวเดียว
อนุชา สะสมทรัพย์ นักการเมืองไทย เปิดใจเรื่องการสะสมปืน 40 กระบอก

นักการเมือง อนุชา สะสมทรัพย์ ยืนยันต่อสาธารณะว่าตนครอบครองปืน 40 กระบอก โดยเน้นย้ำว่าเป็นการสะสมเพื่อความสนใจส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อความรุนแรง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 นักการเมืองไทย อนุชา สะสมทรัพย์ ได้ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับคอลเลกชันปืน 40 กระบอกของเขา โดยอนุชาชี้แจงว่าการครอบครองสิ่งของเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสะสมส่วนตัวและความสนใจทางประวัติศาสตร์เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาเกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด เขายืนยันว่าที่มาของปืนทุกกระบอกในคอลเลกชันของเขานั้นมีเอกสารชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนและความโปร่งใสที่คาดหวังจากบุคคลสาธารณะ แม้ว่าการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทยจะอยู่ภายใต้กฎระเบียบทางกฎหมายที่เข้มงวด แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบที่บุคคลระดับสูงต้องเผชิญในเรื่องทรัพย์สินส่วนตัว

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางการจะมีการดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันเอกสารของคอลเลกชันดังกล่าวหรือไม่ หรือคำแถลงต่อสาธารณะนี้จะเพียงพอต่อการตอบข้อซักถามที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนและการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยนักการเมืองท่านนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:55 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องกรณีตัดสิทธิ์ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องกรณีตัดสิทธิ์ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช

ศาลรัฐธรรมนูญไทยมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของอดีตผู้สมัคร สส. ที่ยื่นคัดค้านการถูกตัดสิทธิ์จากการลงสมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องกรณีตัดสิทธิ์ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องกรณีตัดสิทธิ์ผู้สมัคร สส. นครศรีธรรมราช

ศาลรัฐธรรมนูญไทยมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องของอดีตผู้สมัคร สส. ที่ยื่นคัดค้านการถูกตัดสิทธิ์จากการลงสมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ อดีตผู้สมัคร สส. เขต 7 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม เป็นผู้ร้อง โดยนายก้องเกียรติได้ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 โดยอ้างว่าตนได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

หน่วยงานดังกล่าวได้มีคำสั่งให้ถอนชื่อนายก้องเกียรติออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยอ้างถึงมาตรา 42 (12) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งระบุลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว จึงไม่รับคำร้องไว้พิจารณา นอกจากนี้ ศาลยังปฏิเสธที่จะรับคำร้องกรณีการออกแบบบัตรประชามติที่ไม่มีช่องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำวินิจฉัยนี้ตอกย้ำถึงความเด็ดขาดของคำตัดสินทางกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งในประเทศไทย แม้คดีนี้จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้คุณสมบัติผู้สมัครตาม พ.ร.ป. ปี 2561 อย่างเคร่งครัด ผู้ที่เกี่ยวข้องควรทราบว่าคำตัดสินของศาลยืนยันว่ากรอบกฎหมายปัจจุบันยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนการพัฒนาในอนาคตเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งหรือการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่มีอำนาจต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC