ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง การเข้าร่วมประชุม UNGA81 ของนายกฯ อนุทิน ถูกมองว่าเป็นแรงหนุนต่อสถานะระดับโลกของไทย ✦
ความปลอดภัย หน่วยทหารเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ✦
การขนส่ง ระงับการเดินรถโดยสาร 5 เส้นทางในภาคตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมหนัก ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติสาธารณะ ✦
ความปลอดภัย กรมการปกครองสั่งด่วน! ทุกอำเภอเฝ้าระวังภัย 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในบางละมุง จ.ชลบุรี ✦
ความปลอดภัย ไทยรายงานสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด ✦
ความปลอดภัย การนิคมฯ เร่งจัดการผลกระทบจากน้ำท่วม ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดังไทยแจงดราม่าคอมเมนต์เดือดบนโซเชียลมีเดีย ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม ✦
การเมือง

การเข้าร่วมประชุม UNGA81 ของนายกฯ อนุทิน ถูกมองว่าเป็นแรงหนุนต่อสถานะระดับโลกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
การเข้าร่วมประชุม UNGA81 ของนายกฯ อนุทิน ถูกมองว่าเป็นแรงหนุนต่อสถานะระดับโลกของไทย

นักวิชาการ โอฬาร ถิ่นบางเตียว ชี้ว่าการปรากฏตัวของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 เป็นความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ตามรายงานจาก Thai Post รองศาสตราจารย์ ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้กล่าวชื่นชมการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล โดย ดร.โอฬาร ระบุว่าการมีส่วนร่วมของนายกรัฐมนตรีบนเวทีโลกช่วยยกระดับภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของไทยและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเสถียรภาพของประเทศ

ดร.โอฬาร ได้ชื่นชมแนวทางของนายกรัฐมนตรีในการใช้การทูตและกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อจัดการและแก้ไขข้อพิพาท สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กิจกรรมทางการทูตนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาบรรยากาศที่มั่นคงและมีกฎเกณฑ์ ซึ่งมักเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการวางแผนเศรษฐกิจระยะยาวและการดำเนินธุรกิจภายในประเทศ

แม้ว่ามุมมองทางวิชาการจะชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสภาพเศรษฐกิจของไทย แต่ผลกระทบระยะยาวของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ต่อภาคการลงทุนเฉพาะด้านยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าพันธกรณีระหว่างประเทศเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่ผลลัพธ์ทางนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไร และจะสามารถดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศได้ตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่ภารกิจทางการทูตของนายกรัฐมนตรีที่สหประชาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:23 UTC

ความปลอดภัย

หน่วยทหารเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
หน่วยทหารเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

มณฑลทหารบกที่ 19 กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสระแก้วจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของและอพยพกลุ่มเปราะบางไปยังพื้นที่ปลอดภัย

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี มณฑลทหารบกที่ 19 (มทบ.19) ได้ระดมกำลังพลเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชนในจังหวัดสระแก้ว หลังจากเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ โดยหน่วยทหารกำลังเร่งช่วยชาวบ้านขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมถึงอำนวยความสะดวกในการอพยพกลุ่มเปราะบางไปยังสถานที่ที่ปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการสัญจรบนท้องถนนและผลกระทบต่อการเดินทาง แม้ว่าขณะนี้กำลังทหารจะเข้าให้การสนับสนุนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนแล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่อยู่ในจังหวัดสระแก้วหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ที่ระบุว่าเป็นจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วม ทั้งนี้ คาดว่าหน่วยงานระดับจังหวัดจะมีการรายงานสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ให้ทราบเป็นระยะต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:20 UTC

การขนส่ง

ระงับการเดินรถโดยสาร 5 เส้นทางในภาคตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ระงับการเดินรถโดยสาร 5 เส้นทางในภาคตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมหนัก

บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ประกาศระงับการเดินรถโดยสาร 5 เส้นทางในภาคตะวันออกชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ประกาศระงับการเดินรถโดยสารชั่วคราวใน 5 เส้นทางที่ให้บริการในภาคตะวันออกของประเทศไทย การตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและสภาพถนนในพื้นที่ ทำให้การเดินทางในเส้นทางเหล่านี้ไม่ปลอดภัยหรือไม่สามารถสัญจรได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การหยุดให้บริการนี้หมายความว่าการเดินทางที่วางแผนไว้ผ่านเส้นทางในภาคตะวันออกจะเกิดความล่าช้าหรือถูกยกเลิก ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือมีแผนจะเดินทางไปยังภาคตะวันออกควรตรวจสอบสถานะของรถโดยสารแต่ละสายโดยตรงกับศูนย์บริการลูกค้าของ บขส. หรือสถานีขนส่งในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง

ในขณะนี้ ระยะเวลาในการระงับการเดินรถยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด เนื่องจากขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ลดลงและการประเมินความปลอดภัยของถนนที่ได้รับผลกระทบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการกลับมาให้บริการตามปกติ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการกลับมาเปิดเส้นทางและทางเลือกในการเดินทางอื่นๆ ขอแนะนำให้มองหาทางเลือกในการเดินทางอื่นหากมีความจำเป็นต้องเดินทาง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสภาพถนนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเพื่อความปลอดภัยก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:21 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติสาธารณะ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติสาธารณะ

รัฐมนตรีศุภมาส อิศรภักดี สั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์ปรับปรุงโปรโตคอลการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยประกาศว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ออกคำสั่งให้ยกระดับระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายข้อมูลที่บูรณาการมากขึ้น เพื่อให้ข้อมูลที่ทันท่วงทีแก่ประชาชนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุฉุกเฉิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงการมุ่งสู่การสื่อสารในภาวะฉุกเฉินที่เชื่อถือได้และรวมศูนย์มากขึ้น การเฝ้าระวังที่ได้รับการปรับปรุงอาจนำไปสู่การเผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศหรือภัยคุกคามด้านความปลอดภัยอื่นๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้มีการเตรียมตัวที่ดีขึ้นและการวางแผนการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในช่วงที่มีสภาวะไม่แน่นอน

แม้ว่ารัฐบาลจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับนี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินการทางเทคนิคหรือกรอบเวลาที่แน่นอนว่าระบบแจ้งเตือนที่ปรับปรุงใหม่เหล่านี้จะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบเมื่อใดนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน คำสั่งดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่สำคัญจะเข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสำหรับการอัปเดตเกี่ยวกับโปรโตคอลการแจ้งเตือนใหม่หรือขั้นตอนการแจ้งเหตุฉุกเฉินในขณะที่โครงการนี้ดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมการปกครองสั่งด่วน! ทุกอำเภอเฝ้าระวังภัย 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองสั่งด่วน! ทุกอำเภอเฝ้าระวังภัย 24 ชั่วโมง

กรมการปกครองสั่งการให้ทุกอำเภอทั่วประเทศเฝ้าระวังภัยตลอด 24 ชั่วโมง และเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ทันที

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า อธิบดีกรมการปกครองได้ออกคำสั่งด่วนไปยังทุกอำเภอทั่วประเทศ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถตอบสนองและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางสิ่งแวดล้อมหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้บ่งชี้ว่าหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นกำลังอยู่ในสถานะเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่กำลังประสบกับสภาพอากาศรุนแรงหรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ คุณอาจสังเกตเห็นการปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้นของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่

แม้ว่าคำสั่งจะกำหนดให้มีการเตรียมพร้อม แต่ประกาศเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะของภัยพิบัติ เช่น เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม หรือภัยคุกคามอื่นๆ ในภูมิภาค นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่กำลังเผชิญกับระดับความเสี่ยงสูงสุด และจะมีมาตรการสนับสนุนระยะยาวอย่างไรนอกเหนือจากการบรรเทาทุกข์เบื้องต้น โปรดติดตามข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพื้นที่ที่คุณอยู่ผ่านช่องทางของทางราชการอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:20 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในบางละมุง จ.ชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในบางละมุง จ.ชลบุรี

คลองบางละมุงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 30 ปี กระทบกว่า 250 ครัวเรือน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 พื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี วิกฤตการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากคลองบางละมุง ซึ่งเป็นทางระบายน้ำหลักออกสู่ทะเลอ่าวไทย มีปริมาณน้ำสูงประกอบกับระดับน้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

น้ำเริ่มท่วมตั้งแต่ช่วงกลางดึก และเมื่อถึงเวลาเที่ยงวันของวันที่ 26 กันยายน ระดับน้ำในพื้นที่ได้รับผลกระทบสูงถึง 1.5 เมตร มีชุมชนใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ ชุมชนท่ากระดาน (50 ครัวเรือน) และชุมชนหนองสะเดา (20 ครัวเรือน) โดยมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบรวมกว่า 250 หลังคาเรือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงอย่างมากต่อความเสียหายของทรัพย์สินและการเดินทาง การเข้าถึงถนนในตำบลที่ได้รับผลกระทบอาจถูกจำกัดหรือเป็นอันตรายเนื่องจากระดับน้ำท่วมขังลึก ผู้ที่อยู่ในบางละมุงหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำสั่งอพยพหรือการปิดเส้นทางจราจร แม้ว่าสาเหตุเบื้องต้นจะระบุว่าเกิดจากน้ำในคลองเอ่อล้นร่วมกับน้ำทะเลหนุน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมและขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:22 UTC

ความปลอดภัย

ไทยรายงานสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรายงานสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำลังจัดการรับมืออุทกภัยใน 21 จังหวัด โดยระดมเครื่องจักรกลและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นใน 21 จังหวัด โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมเครื่องจักรกลหนักและอุปกรณ์ฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวัง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ เนื่องจากสภาพถนนและบริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่กำลังจัดการสถานการณ์อย่างแข็งขัน

แม้ว่า ปภ. จะกำลังดำเนินการช่วยเหลือและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบกับผู้ให้บริการขนส่งหรือที่พักเกี่ยวกับความล่าช้าในการเดินทางหรือการปิดสถานที่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจาก ปภ. ตามระดับน้ำที่ผันผวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:20 UTC

ความปลอดภัย

การนิคมฯ เร่งจัดการผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
การนิคมฯ เร่งจัดการผลกระทบจากน้ำท่วม

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบสามารถควบคุมได้แล้ว 80% แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับฝนที่อาจตกลงมาเพิ่ม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสถานการณ์ในขณะนี้สามารถควบคุมได้แล้วประมาณ 80%

แม้จะมีความคืบหน้าดังกล่าว แต่ทางการยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีฝนตกลงมาเพิ่มในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากเกรงว่าปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงงานและชุมชนโดยรอบอีกครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรม สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความล่าช้าในการจราจรในพื้นที่ การหยุดชะงักของสาธารณูปโภค หรือการจำกัดการเข้าถึงบางพื้นที่หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพอากาศและสถานะของโครงสร้างพื้นฐาน

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อการผลิตและนิคมอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงสุดยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ทางการยังคงเฝ้าระวังรูปแบบสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความเสียหายเพิ่มเติม ผู้ที่วางแผนจะเดินทางหรือพักอาศัยใกล้พื้นที่อุตสาหกรรมควรใช้ความระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:21 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดังไทยแจงดราม่าคอมเมนต์เดือดบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดังไทยแจงดราม่าคอมเมนต์เดือดบนโซเชียลมีเดีย

นักแสดงสาว พรชิตา 'เบนซ์' ณ สงขลา และสามี บรมวุฒิ 'มิค' หิรัณยัษฐิติ ได้ชี้แจงถึงเหตุการณ์การโต้ตอบบนโซเชียลมีเดียที่มีชื่อของ หนิง ปณิตา เข้ามาเกี่ยวข้อง

คนบันเทิงไทย พรชิตา 'เบนซ์' ณ สงขลา และสามี บรมวุฒิ 'มิค' หิรัณยัษฐิติ ได้ออกมาพูดถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคอมเมนต์เดือดบนโซเชียลมีเดีย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนอินสตาแกรมและมีการพาดพิงถึง หนิง ปณิตา จนนำไปสู่การพูดคุยในวงกว้างบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับความหึงหวงที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของมิคในช่วงที่ผ่านมา

ในระหว่างงานแถลงข่าว 'Dr.Master: Your Next Transformation Chapter' ที่จัดขึ้น ณ EMSPHERE ทั้งคู่ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยเบนซ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าคอมเมนต์นั้นเป็นการสร้างกระแส พร้อมอธิบายว่าปฏิกิริยาของเธอเกิดจากความหงุดหงิดที่สามีกลับบ้านดึก ส่วนมิค ซึ่งเพิ่งผ่านการลดน้ำหนักครั้งใหญ่ ได้แสดงความประหลาดใจและซาบซึ้งในความหวงของภรรยา โดยระบุว่าหลังจากอยู่ด้วยกันมา 23 ปี นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ที่เขาได้รับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมป๊อปของไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของคนดังในประเทศไทย แม้ว่าทั้งคู่จะให้มุมมองของตนเองต่อเหตุการณ์นี้แล้ว แต่บทสนทนาในสังคมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนดังมักจะดำเนินต่อไปบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติม และเรื่องนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจหลักในแวดวงบันเทิงท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:22 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ สั่งปิดโรงเรียนและให้ทำงานจากที่บ้านรับมือน้ำท่วม

ทางการกรุงเทพฯ ประกาศปิดโรงเรียนและกำหนดนโยบายทำงานจากที่บ้านสำหรับเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ขณะที่เมืองหลวงกำลังรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในเมือง แม้ว่าผู้ว่าฯ จะระบุว่าระดับน้ำเริ่มทรงตัวและอาจเริ่มลดลงภายในเย็นวันเสาร์หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติม แต่ทางเมืองยังคงดำเนินมาตรการป้องกันไว้ก่อน

เพื่อจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้สั่งปิดโรงเรียนในสังกัด กทม. ทั้งหมดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ พนักงาน กทม. ที่หน้าที่การงานไม่จำเป็นต้องเข้าปฏิบัติงานในสถานที่จริง ได้รับคำสั่งให้ทำงานจากที่บ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสัญจรบนถนนที่มีน้ำท่วมขัง แม้ว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะเริ่มทรงตัว แต่ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงสุดสัปดาห์เป็นสำคัญ ยังคงต้องยืนยันว่าโรงเรียนเอกชนหรือหน่วยงานสาธารณะอื่นๆ จะดำเนินการปิดทำการในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาที่นี่ ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:10 UTC

บริบททางประวัติศาสตร์: รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

บริบททางประวัติศาสตร์: รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

Thai Post ตรวจสอบการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

บริบททางประวัติศาสตร์: รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

แหล่งข่าวเดียว
บริบททางประวัติศาสตร์: รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

Thai Post ตรวจสอบการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

ตามรายงานของ Thai Post ภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19 ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ถึง 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 โดยมีนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และกรมขุนชัยนาทนเรนทร ประธานอภิรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ไทย การทำความเข้าใจการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในอดีตเหล่านี้ให้บริบทที่สำคัญต่อวิวัฒนาการของการปกครองและกรอบรัฐธรรมนูญของประเทศ รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ตามมายังคงเป็นบทสำคัญในการศึกษาพัฒนาการทางการเมืองของไทย

แม้ว่าบันทึกทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวาระของคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19 จะได้รับการบันทึกไว้อย่างดี แต่การอภิปรายทางวิชาการที่กำลังดำเนินอยู่ยังคงวิเคราะห์ผลกระทบระยะยาวของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2490 ที่มีต่อโครงสร้างทางการเมืองไทยสมัยใหม่ ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหอจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับรายละเอียดของการดำเนินการทางนิติบัญญัติเฉพาะในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:59 UTC

ชัยชนก ชิดชอบ ตอบโต้ประเด็นการถูกตรวจสอบทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชัยชนก ชิดชอบ ตอบโต้ประเด็นการถูกตรวจสอบทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรี

รัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ชัยชนก ชิดชอบ ระบุว่าเขาไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านหรือประเด็นความเชื่อมโยงทางการเมืองเกี่ยวกับภูมิหลังครอบครัว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชัยชนก ชิดชอบ ตอบโต้ประเด็นการถูกตรวจสอบทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรี

แหล่งข่าวเดียว
ชัยชนก ชิดชอบ ตอบโต้ประเด็นการถูกตรวจสอบทางการเมืองในฐานะรัฐมนตรี

รัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ชัยชนก ชิดชอบ ระบุว่าเขาไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านหรือประเด็นความเชื่อมโยงทางการเมืองเกี่ยวกับภูมิหลังครอบครัว

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ชัยชนก ชิดชอบ ได้ออกมากล่าวถึงบทบาทใหม่ในฐานะรัฐมนตรีของรัฐบาล ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับตำแหน่งระดับสูงของเขา ชัยชนกแสดงความเห็นว่าเขาไม่กังวลกับการตกเป็นเป้าของพรรคฝ่ายค้านในการอภิปรายในสภาหรือการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธข้อกังวลที่ว่ากิจกรรมทางการเมืองของเขาจะถูกเชื่อมโยงกับมรดกทางการเมืองของบิดาอย่างไม่เป็นธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันในขณะที่รัฐบาลชุดใหม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งตามปกติของกระบวนการรัฐสภาไทย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบอย่างเข้มข้นที่สมาชิกคณะรัฐมนตรีต้องเผชิญ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศ การติดตามพลวัตทางการเมืองเหล่านี้มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายของรัฐบาลหรือทิศทางการบริหารงาน

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือ ฝ่ายค้านจะวางแผนงานด้านนิติบัญญัติอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และความท้าทายทางการเมืองที่เฉพาะเจาะจงจะนำไปสู่การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่รัฐมนตรีกล่าวถึงจริงหรือไม่ ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องของการวางท่าทีทางการเมืองภายในฝ่ายนิติบัญญัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:35 UTC

การยกระดับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ธัญบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การยกระดับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ธัญบุรี

กระทรวงมหาดไทยติดตามการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในธัญบุรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความต้องการและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงน้ำประปาของประชาชน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การยกระดับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ธัญบุรี

แหล่งข่าวเดียว
การยกระดับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ธัญบุรี

กระทรวงมหาดไทยติดตามการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในธัญบุรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความต้องการและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงน้ำประปาของประชาชน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่อำเภอธัญบุรีเพื่อติดตามแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยมีเป้าหมายหลักในการติดตามความคืบหน้าของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ในการเสริมสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของภูมิภาคให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ตามรายงานอย่างเป็นทางการ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบประปาให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และเพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่จะสามารถเข้าถึงน้ำประปาได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาวในพื้นที่ธัญบุรี การปรับปรุงระบบนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพของแรงดันน้ำและปรับปรุงความสม่ำเสมอในการให้บริการสาธารณูปโภค

แม้ว่ารัฐบาลจะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการแล้วเสร็จของโครงการและขอบเขตที่แน่ชัดของการขยายบริการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักชั่วคราวในระหว่างที่ กปภ. ดำเนินการเชื่อมต่อระบบใหม่ ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการขยายการเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคให้แก่ประชาชนตามยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:55 UTC

กระทรวงพาณิชย์ไทยตรวจสอบฐานข้อมูลการถือครองที่ดินของต่างชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์ไทยตรวจสอบฐานข้อมูลการถือครองที่ดินของต่างชาติ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบข้อมูลนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนกว่า 36,000 รายที่ถือครองที่ดิน พร้อมเริ่มกระบวนการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงนอมินี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงพาณิชย์ไทยตรวจสอบฐานข้อมูลการถือครองที่ดินของต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์ไทยตรวจสอบฐานข้อมูลการถือครองที่ดินของต่างชาติ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบข้อมูลนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนกว่า 36,000 รายที่ถือครองที่ดิน พร้อมเริ่มกระบวนการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงนอมินี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ โดยจากการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับกรมที่ดิน พบว่ามีนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนจำนวน 36,277 ราย ที่ถือครองโฉนดที่ดินอยู่ทั่วประเทศไทย

ในจำนวนนี้มี 31,516 ราย ที่จัดเป็นนิติบุคคลไทย เนื่องจากสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทเหล่านี้ไม่เกิน 49% ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำลังดำเนินการคัดกรองเพื่อเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่อาจเข้าข่าย 'นอมินี' ซึ่งเป็นกรณีที่ผลประโยชน์ต่างชาติอาจใช้นิติบุคคลท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการถือครองที่ดิน โดยการตรวจสอบนี้ครอบคลุม 16 จังหวัดที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเพิ่มความโปร่งใสในการถือครองอสังหาริมทรัพย์และการปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กร แม้ว่านิติบุคคลส่วนใหญ่จะดำเนินงานภายใต้เกณฑ์การถือหุ้นต่างชาติไม่เกิน 49% แต่การตรวจสอบโครงสร้างนอมินีที่เข้มงวดขึ้นอาจนำไปสู่การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นสำหรับธุรกิจที่มีเงินทุนจากต่างชาติ

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดบ้างที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มข้นที่สุด และจะมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างต่อองค์กรที่พบว่าละเมิดกฎหมายการถือครองที่ดินที่มีอยู่ โดยรัฐบาลยังไม่ได้ประกาศกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการคัดกรองนี้ให้แล้วเสร็จ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:39 UTC

รองนายกฯ พิพัฒน์ พร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ พิพัฒน์ พร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แสดงความพร้อมที่จะชี้แจงต่อการอภิปรายของฝ่ายค้าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ พิพัฒน์ พร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ พิพัฒน์ พร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แสดงความพร้อมที่จะชี้แจงต่อการอภิปรายของฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตนมีความพร้อมหากฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand นายพิพัฒน์ระบุว่ากระทรวงคมนาคมมักตกเป็นเป้าในการอภิปรายไม่ว่ารัฐบาลชุดใดจะเข้ามาบริหารประเทศ โดยตนพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านสงสัย

ในส่วนของประเด็นทางการเมือง นายพิพัฒน์ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วการเลือก สว. โดยระบุว่าชื่อของตนไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 229 คนที่กำลังถูกตรวจสอบ นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงถึงประเด็นการกำกับดูแลกระทรวงพลังงานว่าตนไม่ได้ดูแลแล้ว และโครงการแลนด์บริดจ์ก็ได้มีการยกเลิกไปแล้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการตรวจสอบทางการเมืองภายในรัฐบาลไทย แม้ว่าการอภิปรายในสภาจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติ แต่ก็มักจะนำไปสู่การนำเสนอข่าวของกระทรวงต่างๆ มากขึ้น ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายในประเด็นใดบ้าง เนื่องจากรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ยืนยันว่าตนไม่ได้มีความกังวลต่อการถูกอภิปรายแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:58 UTC

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมปัดฝุ่นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเพื่อประเมินใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมปัดฝุ่นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเพื่อประเมินใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ประกาศแผนเตรียมเสนอให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ใหม่สำหรับนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา โดยอ้างถึงปัญหาความแออัดของท่าเรือในปัจจุบัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมปัดฝุ่นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเพื่อประเมินใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีพิพัฒน์เตรียมปัดฝุ่นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเพื่อประเมินใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ ประกาศแผนเตรียมเสนอให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ใหม่สำหรับนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา โดยอ้างถึงปัญหาความแออัดของท่าเรือในปัจจุบัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ กำลังเตรียมที่จะรื้อฟื้นการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ในจังหวัดสงขลา โครงการนี้ซึ่งเคยมีการหารือในสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังถูกนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาค

รัฐมนตรีพิพัฒน์ระบุว่าท่าเรือสงขลาในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาความแออัดอย่างมาก และมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถขุดลอกให้มีความลึกมากขึ้นได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการรองรับเรือขนาดใหญ่ การมอบหมายให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดำเนินการศึกษาใหม่นี้ รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อประเมินว่าโครงการจะนะยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการบรรเทาข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลเหล่านี้หรือไม่

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในการวางแผนอุตสาหกรรมสำหรับภาคใต้ของไทย แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาขีดความสามารถของท่าเรือที่มีมาอย่างยาวนาน แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่า สศช. จะอนุมัติการศึกษาดังกล่าวหรือไม่ หรือโครงการจะเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณะและด้านสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีตหรือไม่ โดยในขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการเริ่มศึกษาหรือการอนุมัติโครงการขั้นสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:35 UTC

พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครชิงนายก อบจ.นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครชิงนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนได้เสนอชื่อนายเดชรัต สุขกำเนิด อย่างเป็นทางการเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครชิงนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครชิงนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนได้เสนอชื่อนายเดชรัต สุขกำเนิด อย่างเป็นทางการเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้แถลงเปิดตัวนายเดชรัต สุขกำเนิด เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี

นายณัฐพงษ์ระบุว่า พรรคจะส่งผู้สมัครไปลงทะเบียนในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เพื่อเป็นการให้เกียรติช่วงเวลาไว้ทุกข์หลังการจากไปของอดีตผู้นำ นายเดชรัต ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตของพรรคประชาชน ได้นำเสนอนโยบาย 20 ข้อเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่นนทบุรี โดยพรรคได้ชูจุดขายในการรณรงค์หาเสียงภายใต้แนวคิด 'นิวนนท์' (New Nonthaburi)

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากจะเป็นการกำหนดผู้นำที่จะเข้ามาดูแลการบริหารงานส่วนจังหวัด โครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะ แม้ว่าพรรคจะประกาศความตั้งใจและตัวผู้สมัครแล้ว แต่รายชื่อผู้สมัครทั้งหมดและวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประชาชนควรติดตามประกาศในพื้นที่เกี่ยวกับกระบวนการลงคะแนนและรายชื่อผู้สมัครทั้งหมด เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้อาจส่งผลต่อนโยบายระดับจังหวัดและการบริหารงานท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

รัฐมนตรีพิพัฒน์พร้อมรับการตรวจสอบจากสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีพิพัฒน์พร้อมรับการตรวจสอบจากสภา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แสดงความพร้อมที่จะชี้แจงต่อข้อซักถามของฝ่ายค้านเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง พร้อมทั้งชี้แจงจุดยืนเกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอดีต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีพิพัฒน์พร้อมรับการตรวจสอบจากสภา

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีพิพัฒน์พร้อมรับการตรวจสอบจากสภา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แสดงความพร้อมที่จะชี้แจงต่อข้อซักถามของฝ่ายค้านเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง พร้อมทั้งชี้แจงจุดยืนเกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอดีต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่าตนมีความพร้อมหากถูกฝ่ายค้านยื่นซักฟอก โดยกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลกระทรวงคมนาคมว่า กระทรวงมักตกเป็นเป้าการตรวจสอบภายใต้รัฐบาลหลายชุด

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ รัฐมนตรีได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วประมูลที่เชื่อมโยงกับวุฒิสภาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ เขายืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ที่เป็นประเด็นถกเถียงได้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำแถลงเหล่านี้ช่วยสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในประเทศไทย การยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในนโยบายการพัฒนาประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการขนส่งในระยะยาวและการวางแผนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

แม้ว่ารัฐมนตรีจะได้ชี้แจงประเด็นเฉพาะเหล่านี้แล้ว แต่ขอบเขตที่กว้างขึ้นของการตรวจสอบจากฝ่ายค้านยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าจะมีการขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานในอดีตของกระทรวงระหว่างการประชุมสภาอย่างเป็นทางการหรือไม่ ในขณะนี้ รัฐมนตรียืนยันว่าการกระทำของตนมีความโปร่งใสและไม่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมายที่ถูกกล่าวถึงในที่สาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

‘ไชยชนก’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมรับมือหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘ไชยชนก’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมรับมือหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยืนยันความพร้อมในการรับมือกับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน โดยไม่กังวลหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘ไชยชนก’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมรับมือหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แหล่งข่าวเดียว
‘ไชยชนก’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมรับมือหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยืนยันความพร้อมในการรับมือกับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน โดยไม่กังวลหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายไชยชนกยอมรับว่าตนเองเป็นเป้าหมายทางการเมือง แต่ยืนยันว่าไม่มีความกังวลหากถูกซักฟอกในสภา

ตามรายงานระบุว่า รัฐมนตรีเน้นย้ำว่าทุกกระทรวงมีการเตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการทางรัฐสภาอยู่แล้ว โดยทีมงานของเขากำลังติดตามและรวบรวมประเด็นที่ฝ่ายค้านอาจหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในอนาคต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางการเมืองภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน แม้ว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นกลไกปกติในระบอบประชาธิปไตยของไทย ซึ่งมักนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองและการถกเถียงในที่สาธารณะ แต่ในขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติดังกล่าวอย่างเป็นทางการหรือไม่ และจะมีประเด็นใดที่มุ่งเน้นเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการเตรียมความพร้อมทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:39 UTC

คำชี้แจงทางการเมืองจาก รักชนก ศรีนอก เกี่ยวกับการอ้างถึง 'ข้างบน'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คำชี้แจงทางการเมืองจาก รักชนก ศรีนอก เกี่ยวกับการอ้างถึง 'ข้างบน'

รักชนก ศรีนอก สส. ฝ่ายค้าน ได้ชี้แจงต่อสาธารณะถึงความหมายของคำว่า 'ข้างบน' ในการอภิปรายทางการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ โดยระบุว่าเป็นคำที่หมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คำชี้แจงทางการเมืองจาก รักชนก ศรีนอก เกี่ยวกับการอ้างถึง 'ข้างบน'

แหล่งข่าวเดียว
คำชี้แจงทางการเมืองจาก รักชนก ศรีนอก เกี่ยวกับการอ้างถึง 'ข้างบน'

รักชนก ศรีนอก สส. ฝ่ายค้าน ได้ชี้แจงต่อสาธารณะถึงความหมายของคำว่า 'ข้างบน' ในการอภิปรายทางการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ โดยระบุว่าเป็นคำที่หมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 รักชนก ศรีนอก สส. ฝ่ายค้าน ได้ออกมากล่าวถึงความสับสนของสาธารณชนเกี่ยวกับคำว่า 'ข้างบน' ซึ่งปรากฏในการอภิปรายทางการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ โดยรักชนกได้ระบุอย่างชัดเจนว่าในบริบทของคำพูดของเธอนั้น คำดังกล่าวหมายถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ในระหว่างการชี้แจง รักชนกได้แสดงความประหลาดใจต่อการตีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคำดังกล่าว เธอได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อผู้ที่นำคำนี้ไปตีความในเชิงอื่นที่มีความขัดแย้งมากกว่า โดยระบุว่าการตีความเหล่านั้นไม่มีมูลความจริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำชี้แจงนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่ตึงเครียดของการเมืองท้องถิ่น แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องของวาทศิลป์ทางการเมือง แต่ก็เน้นย้ำให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องที่มีต่อองค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อการถูกระบุชื่ออย่างชัดเจนในลักษณะนี้ หรือคำชี้แจงนี้จะสามารถยุติการคาดเดาเกี่ยวกับความคิดเห็นเดิมของเธอได้หรือไม่ เนื่องจากวาทกรรมทางการเมืองในประเทศไทยมักมีความหมายซับซ้อน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทั้งนักการเมืองและสถาบันของรัฐต่อไป เพื่อทำความเข้าใจถึงภูมิทัศน์ของการบริหารจัดการในระดับท้องถิ่นที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

รัฐมนตรีพิพัฒน์แจงกรณีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีพิพัฒน์แจงกรณีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้นำเสนอรายชื่อการแต่งตั้งข้าราชการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะยืนยันว่าตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรมจะถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมในวันพรุ่งนี้หรือไม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีพิพัฒน์แจงกรณีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีพิพัฒน์แจงกรณีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้นำเสนอรายชื่อการแต่งตั้งข้าราชการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะยืนยันว่าตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรมจะถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมในวันพรุ่งนี้หรือไม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะถึงนี้ โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้นำเสนอรายชื่อการแต่งตั้งข้าราชการเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว

เมื่อถูกถามว่าการแต่งตั้งตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานและปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมจะถูกนำเสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้หรือไม่ นายพิพัฒน์ปฏิเสธที่จะให้คำตอบที่ชัดเจน โดยระบุว่าต้องรอดูวาระการประชุมสุดท้ายอีกครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การแต่งตั้งทางบริหารเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อความเป็นผู้นำและทิศทางนโยบายของภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ กระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลค่าสาธารณูปโภค มาตรฐานอุตสาหกรรม และนโยบายพลังงานของชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อค่าครองชีพและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสำหรับนักลงทุนและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทย

ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าตำแหน่งระดับสูงเหล่านี้จะได้รับการสรุปผลในการประชุมคณะรัฐมนตรีรอบที่จะถึงนี้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการประชุมอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้นำใดบ้างที่จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

กระบวนการปรับย้ายนายทหารประจำปีของไทยกำลังดำเนินอยู่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระบวนการปรับย้ายนายทหารประจำปีของไทยกำลังดำเนินอยู่

กระทรวงกลาโหมกำลังสรุปการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี โดยคาดว่าจะมีการนำรายชื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระบวนการปรับย้ายนายทหารประจำปีของไทยกำลังดำเนินอยู่

แหล่งข่าวเดียว
กระบวนการปรับย้ายนายทหารประจำปีของไทยกำลังดำเนินอยู่

กระทรวงกลาโหมกำลังสรุปการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี โดยคาดว่าจะมีการนำรายชื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กระทรวงกลาโหมของไทยกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการจัดทำโผทหารประจำปี โดยมีการนัดประชุมสภากลาโหมในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ซึ่งมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธาน เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล

หลังจากผ่านการพิจารณาภายในแล้ว รายชื่อดังกล่าวจะถูกส่งให้กรมเสมียนตราตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนที่จะส่งต่อนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อเข้าสู่กระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป สำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจคือ พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ ที่คาดว่าจะได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญในกองทัพภาคต่างๆ เช่น กองทัพภาคที่ 4

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กระบวนการนี้ถือเป็นขั้นตอนทางธุรการตามปกติของรัฐบาล แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีความสำคัญต่อโครงสร้างภายในของกองทัพ แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในประเทศขณะนี้ ทั้งนี้ รายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งในกองทัพชุดสุดท้ายยังคงต้องรอการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการและกระบวนการโปรดเกล้าฯ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:38 UTC

นักเคลื่อนไหวร้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักเคลื่อนไหวร้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกล่าวหาว่าพรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัครที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนลงชิงตำแหน่ง สส. นครศรีธรรมราช

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักเคลื่อนไหวร้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวร้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกล่าวหาว่าพรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัครที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนลงชิงตำแหน่ง สส. นครศรีธรรมราช

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการสรรหาของพรรคกล้าธรรม กรณีให้การรับรองนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดนครศรีธรรมราช

ตามคำร้องระบุว่า นายก้องเกียรติเคยต้องคำพิพากษาในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ซึ่งนายศรีสุวรรณอ้างว่าเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 (12) ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. แต่พรรคกล้าธรรมกลับมีมติส่งลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งในปี 2568 และ 2569 นายศรีสุวรรณจึงขอให้ กกต. ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หรือไม่ เนื่องจากเป็นการรับรองผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติทางกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสทางการเมืองและการบังคับใช้มาตรฐานการเลือกตั้งในประเทศ แม้กรณีนี้จะเน้นไปที่การบริหารจัดการภายในพรรคและการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร แต่ก็แสดงให้เห็นถึงบทบาทของภาคประชาชนในการติดตามกระบวนการประชาธิปไตย ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่า กกต. จะดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อพรรคกล้าธรรมหรือไม่ และผู้สมัครรายดังกล่าวจะต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายเพิ่มเติมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:38 UTC

Thai Post รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในเดือนสิงหาคม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

Thai Post รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในเดือนสิงหาคม

Thai Post ได้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มข้นในประเทศไทย ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

Thai Post รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในเดือนสิงหาคม

แหล่งข่าวเดียว
Thai Post รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นในเดือนสิงหาคม

Thai Post ได้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มข้นในประเทศไทย ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 สื่อมวลชน Thai Post ได้รายงานถึงบรรยากาศของความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นภายในประเทศ ผ่านทางแพลตฟอร์มข่าวออนไลน์ โดยสื่อดังกล่าวได้ระบุว่าเดือนปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่มีพัฒนาการทางการเมืองที่ "ร้อนแรง" หรือเข้มข้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย รายงานเกี่ยวกับความเข้มข้นทางการเมืองเช่นนี้มักเป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นอยู่เสมอ เนื่องจากการชุมนุมสาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงในวาทกรรมทางการเมืองอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการจราจร การรวมตัวในที่สาธารณะ หรือบรรยากาศทั่วไปในศูนย์กลางเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร แม้ว่ารายงานจะระบุว่าบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันมีความเคลื่อนไหว แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์เฉพาะ การประท้วง หรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทาง

ในขั้นตอนนี้ ปัจจัยเฉพาะที่อยู่เบื้องหลังช่วงเวลาทางการเมืองที่ "เข้มข้น" นี้ยังคงต้องรอการยืนยัน รายงานนี้ทำหน้าที่เป็นเพียงการอัปเดตสถานะเกี่ยวกับอารมณ์ทางการเมืองระดับชาติมากกว่าจะเป็นคำเตือนถึงความไม่มั่นคงเฉพาะเจาะจง ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนได้รับการสนับสนุนให้ติดตามแหล่งข่าวท้องถิ่นเพื่อรับทราบพัฒนาการเพิ่มเติม และใช้ความระมัดระวังตามปกติเมื่ออยู่ใกล้กับอาคารรัฐบาลหรือพื้นที่ที่ทราบกันว่ามีการรวมตัวทางการเมือง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับการหยุดชะงักในวงกว้าง และสถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการเฝ้าสังเกตการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:17 UTC

กรมทรัพยากรน้ำเปิดอบรมหลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี” รุ่นที่ 54
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำเปิดอบรมหลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี” รุ่นที่ 54

กรมทรัพยากรน้ำของไทยได้เปิดหลักสูตรการอบรมรุ่นที่ 54 โดยมุ่งเน้นด้านจริยธรรมและจิตสำนึกในการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมทรัพยากรน้ำเปิดอบรมหลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี” รุ่นที่ 54

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเปิดอบรมหลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี” รุ่นที่ 54

กรมทรัพยากรน้ำของไทยได้เปิดหลักสูตรการอบรมรุ่นที่ 54 โดยมุ่งเน้นด้านจริยธรรมและจิตสำนึกในการปฏิบัติราชการสำหรับข้าราชการ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เปิดการอบรมหลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี” รุ่นที่ 54 อย่างเป็นทางการ ตามประกาศอย่างเป็นทางการของกรมฯ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานทางศีลธรรม จริยธรรมในวิชาชีพ และจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บุคลากรภาครัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของระบบราชการไทยในการปรับปรุงคุณภาพการบริการสาธารณะ แม้ว่าการอบรมนี้จะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพภายในสำหรับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำ แต่โครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์รัฐบาลที่กว้างขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสของหน่วยงานรัฐที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงทรัพยากรน้ำ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของหลักสูตรนอกเหนือจากการมุ่งเน้นด้านจริยธรรมและจิตสำนึกในการปฏิบัติราชการยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการฝึกอบรมภายในเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการปรับปรุงที่วัดผลได้ในการบริการประชาชนหรือโครงการจัดการน้ำในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร ทั้งนี้ กรมฯ ยังคงเน้นย้ำว่าการส่งเสริมความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:21 UTC

ครม. เตรียมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงและผลการศึกษาท่าเรือน้ำลึกจะนะ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. เตรียมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงและผลการศึกษาท่าเรือน้ำลึกจะนะ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้รับมอบหมายให้นำเสนอการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงต่อคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งเริ่มดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. เตรียมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงและผลการศึกษาท่าเรือน้ำลึกจะนะ

แหล่งข่าวเดียว
ครม. เตรียมพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงและผลการศึกษาท่าเรือน้ำลึกจะนะ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้รับมอบหมายให้นำเสนอการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงต่อคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งเริ่มดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้นำในการหารือเกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะถึงนี้ โดยนายพิพัฒน์ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้นำเสนอรายชื่อดังกล่าวเพื่อพิจารณาแล้ว

เมื่อถูกถามถึงรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานและปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายพิพัฒน์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายชื่อ โดยผลสรุปของการแต่งตั้งฝ่ายบริหารนี้จะต้องรอการยืนยันหลังจากการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคใต้ โดยนายพิพัฒน์ประกาศแผนที่จะมอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งโครงการนี้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาผ่านการลงทุนจากภาคเอกชน สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ การศึกษาดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญสู่การขยายตัวทางอุตสาหกรรมในภาคใต้ของไทย ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการศึกษาและกรอบเวลาสำหรับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อโครงการมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:40 UTC

ความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุม 'ม็อบส้ม'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุม 'ม็อบส้ม'

กวีออนไลน์ชื่อดังได้วิพากษ์วิจารณ์วาทกรรมทางการเมืองล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ 'ม็อบส้ม' โดยกล่าวหาว่ามีการนำเนื้อหาเก่ามาใช้ซ้ำ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุม 'ม็อบส้ม'

แหล่งข่าวเดียว
ความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุม 'ม็อบส้ม'

กวีออนไลน์ชื่อดังได้วิพากษ์วิจารณ์วาทกรรมทางการเมืองล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ 'ม็อบส้ม' โดยกล่าวหาว่ามีการนำเนื้อหาเก่ามาใช้ซ้ำ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 สื่อไทยโพสต์ได้รายงานถึงโพสต์บนเฟซบุ๊กของผู้ใช้ที่รู้จักกันในชื่อ 'พี่คนดี' ซึ่งเป็นกวีสมัครเล่นที่มักจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองไทย ในโพสต์ล่าสุด กวีผู้นี้ได้กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกว่า 'ม็อบส้ม' โดยระบุว่าวาทกรรมของฝ่ายตรงข้ามในปัจจุบันขาดเนื้อหาใหม่ๆ

ตามรายงานระบุว่า พี่คนดีกล่าวหาว่าผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ขบวนการดังกล่าวอาศัยคลิปวิดีโอเก่าและข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเพื่อสนับสนุนข้อโต้แย้งของตน ซึ่งบ่งชี้ถึงการขาดแคลนข้อมูลใหม่ในการท้าทายกลุ่มดังกล่าว กวีผู้นี้ได้แสดงทัศนะผ่านบทกลอน ซึ่งได้รับความสนใจในแวดวงการเมืองท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความเข้มข้นของการถกเถียงทางการเมืองในโลกดิจิทัล แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติในสื่อสังคมออนไลน์ของไทย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการอภิปรายทางการเมืองอาจมีความแตกแยกสูง นักท่องเที่ยวควรวางตัวเป็นกลางและหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองในท้องถิ่นหรือการโต้เถียงที่รุนแรงบนโลกออนไลน์เพื่อให้การพักผ่อนเป็นไปอย่างราบรื่น ณ ขณะนี้ ผลกระทบที่แน่ชัดของความคิดเห็นนี้ต่อบรรยากาศทางการเมืองในวงกว้างยังคงต้องติดตามต่อไป และยังไม่ชัดเจนว่าข้อกล่าวหาเรื่องการนำเนื้อหาเก่ามาใช้ซ้ำนี้จะมีอิทธิพลต่อการรับรู้ของสาธารณชนต่อการชุมนุมในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:17 UTC

พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เสนอชื่อ เดชรัต สุขกำเนิด อย่างเป็นทางการเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เสนอชื่อ เดชรัต สุขกำเนิด อย่างเป็นทางการเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) ได้เปิดตัว เดชรัต สุขกำเนิด เป็นผู้สมัครอย่างเป็นทางการสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ที่กำลังจะมาถึง

เดชรัต สุขกำเนิด จะลงแข่งขันกับกลุ่มการเมืองเดิม โดยท้าชนกับผู้สมัครจากกลุ่ม 'ผึ้งหลวง' ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลธงชัย ความเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในรอบการเลือกตั้งท้องถิ่นของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดปริมณฑลที่ติดกับกรุงเทพมหานครและเป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมที่สำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจาก อบจ. มีบทบาทสำคัญในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น สาธารณูปโภค และโครงการพัฒนาจังหวัด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวันและการบริหารจัดการในระดับภูมิภาค การที่พรรคประชาชนลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้บ่งชี้ถึงการแข่งขันที่เข้มข้นเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำท้องถิ่น

ในขณะนี้ วันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและรายชื่อผู้สมัครทั้งหมดที่ลงแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทย ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการท้าทายกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเดิมนี้จะส่งผลต่อทิศทางการหาเสียงและลำดับความสำคัญในการบริหารงานของจังหวัดในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:16 UTC