ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในไทยผ่านระบบทางไกลจากลอนดอน ✦
ความปลอดภัย เหตุอาคารถล่มในกรุงเอเธนส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหาย 5 ราย ✦
การขนส่ง AOT เปิดพื้นที่จอดรถฟรีสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
สุขภาพ กรมอนามัยออกแนวทางสุขาภิบาลท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม: 26 กันยายน 2026 ✦
กีฬา นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026 ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ ปรับแผนเดินรถสายเหนือหลังน้ำท่วมย่านสถานีหัวงิ้ว ✦
การขนส่ง น้ำท่วมแท็กซี่เวย์สนามบินดอนเมือง ยืนยันการบินยังปกติ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการให้เฝ้าระวังน้ำท่วมและวางแผนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มงวด ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง ✦
ความปลอดภัย

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในไทยผ่านระบบทางไกลจากลอนดอน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในไทยผ่านระบบทางไกลจากลอนดอน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้จัดการประชุมทางไกลจากกรุงลอนดอนเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดการประชุมผ่านระบบทางไกลในระหว่างการปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรับฟังข้อมูลอัปเดตและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงผลกระทบอย่างต่อเนื่องของสภาพอากาศตามฤดูกาลที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทางในภูมิภาค แม้ว่ารัฐบาลจะประสานงานความช่วยเหลือจากต่างประเทศอย่างแข็งขัน แต่ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และระวังการหยุดชะงักของเครือข่ายการขนส่งในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับความรุนแรงของน้ำท่วมในแต่ละจังหวัดและมาตรการบรรเทาทุกข์ที่ได้รับอนุมัติระหว่างการประชุมนี้ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นและตรวจสอบสถานะเส้นทางการเดินทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงฤดูมรสุม การกำกับดูแลจากระยะไกลของนายกรัฐมนตรีแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อวิกฤตการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีภารกิจในต่างประเทศก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:03 UTC

ความปลอดภัย

เหตุอาคารถล่มในกรุงเอเธนส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหาย 5 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุอาคารถล่มในกรุงเอเธนส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหาย 5 ราย

เกิดเหตุอาคารถล่มในกรุงเอเธนส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหายอีก 5 ราย ตามรายงานจาก Matichon Online

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 เกิดเหตุอาคารถล่มในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ตามรายงานที่อ้างถึงโดย Matichon Online เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 1 ราย ขณะนี้หน่วยบริการฉุกเฉินกำลังเร่งดำเนินการค้นหาและกู้ภัย เนื่องจากยังมีบุคคลอีก 5 รายที่ยังคงสูญหายภายหลังจากการพังทลายของโครงสร้างอาคาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเอเธนส์ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินในพื้นที่และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการปฏิบัติงานกู้ภัย แม้ว่าสาเหตุของการถล่มจะยังไม่ได้รับการระบุอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการสอบสวนความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารดังกล่าวอย่างละเอียด

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งที่แน่ชัดของอาคารและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ประสบเหตุยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากปัจจัยภายนอกหรือปัญหาด้านโครงสร้างภายใน ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:01 UTC

การขนส่ง

AOT เปิดพื้นที่จอดรถฟรีสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
AOT เปิดพื้นที่จอดรถฟรีสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดพื้นที่จอดรถที่กำหนดไว้ให้ใช้บริการฟรีสำหรับผู้ที่ต้องการนำรถมาจอดเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม

ตามประกาศจากกรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ท่าอากาศยานไทย (AOT) ได้เริ่มมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน โดยหน่วยงานได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถฟรีสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถนำรถไปจอดในพื้นที่ที่สูงและปลอดภัยกว่าได้

มาตรการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เนื่องจากเป็นการจัดหาสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษารถยนต์เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำ การใช้บริการพื้นที่ที่ AOT กำหนดไว้จะช่วยให้เจ้าของรถลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงหรือการสูญเสียรถยนต์จากเหตุการณ์น้ำท่วมได้

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันถึงความพร้อมของพื้นที่จอดรถ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอน ระยะเวลาสูงสุดในการจอดฟรี และเอกสารที่จำเป็นสำหรับการเข้าใช้บริการยังไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในรายงานเบื้องต้น ผู้ที่สนใจใช้บริการนี้ควรติดตามช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ AOT หรือติดต่อเจ้าหน้าที่สนามบินโดยตรงเพื่อยืนยันความพร้อมของพื้นที่และขั้นตอนการเข้าใช้บริการก่อนเดินทางไปถึง เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบว่าพื้นที่จอดรถเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้จากตำแหน่งปัจจุบันของตนหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจเคลื่อนย้ายรถยนต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:00 UTC

สุขภาพ

กรมอนามัยออกแนวทางสุขาภิบาลท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กรมอนามัยออกแนวทางสุขาภิบาลท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม

หน่วยงานสาธารณสุขไทยเร่งแจกชุดสุขาภิบาลฉุกเฉินและแนะนำให้ใช้ส้วมกระดาษเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่น้ำท่วม

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมยังคงส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทย กรมอนามัยได้เปิดตัวโครงการเร่งด่วนเพื่อรักษามาตรฐานสุขาภิบาลและความปลอดภัยของน้ำ ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่กำลังเร่งแจกจ่ายชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินกว่า 3,000 ชุด ซึ่งประกอบด้วยถุงดำและปูนขาว เพื่อช่วยให้ประชาชนจัดการกับขยะในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขัง

หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำให้ประชาชนใช้ 'ส้วมกระดาษ' เป็นทางเลือกชั่วคราวในกรณีที่ห้องน้ำปกติไม่สามารถใช้งานได้หรือได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงของโรคที่มากับน้ำและการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นข้อกังวลทั่วไปในช่วงที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ แนวทางเหล่านี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำท่วมขังซึ่งอาจปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลหรือขยะอันตราย แม้ว่ามาตรการเหล่านี้กำลังถูกนำไปปฏิบัติ แต่ขอบเขตผลกระทบด้านสุขาภิบาลและระยะเวลาของคำแนะนำเหล่านี้ยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์น้ำท่วม นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:01 UTC

ความปลอดภัย

อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม: 26 กันยายน 2026

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม: 26 กันยายน 2026

Matichon Online รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย พร้อมให้คำแนะนำแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในการรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สถานการณ์น้ำท่วมปัจจุบัน

ณ วันที่ 26 กันยายน 2026 Matichon Online ได้เผยแพร่อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รายงานดังกล่าวเน้นย้ำถึงความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และให้คำแนะนำที่จำเป็นแก่สาธารณชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างปลอดภัย

ผลกระทบและคำแนะนำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีความตระหนักรู้เพิ่มมากขึ้น ทางการแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รายงานเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อม โดยแนะนำให้บุคคลทั่วไปติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานจัดการภัยพิบัติระดับภูมิภาคเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่ารายงานจะให้ภาพรวมของสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการขนส่งเฉพาะจุดยังคงอยู่ระหว่างการประเมินอย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบสถานะของจุดหมายปลายทางและเส้นทางการเดินทางของตนกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการ เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและความสามารถในการระบายน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ SawaLife จะยังคงติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดทันทีที่มีข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:02 UTC

กีฬา

นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026

นักปั่นชาวไทย 'เต๋า' และ 'ตาม' ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักกีฬาชาวไทยสองคนซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อเล่น 'เต๋า' และ 'ตาม' สามารถคว้าสิทธิ์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของทีมจักรยานไทยในกีฬาประเภทนี้ที่มีความตื่นเต้นสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกีฬาเอ็กซ์ตรีมในวงการกีฬาของประเทศ ความสำเร็จของนักกีฬาทั้งสองคนนี้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติ และอาจช่วยกระตุ้นความสนใจในระดับท้องถิ่นต่อสนามบีเอ็มเอ็กซ์และกิจกรรมการปั่นจักรยานในชุมชน ในขณะที่กีฬานี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แฟนกีฬาอาจคาดหวังได้ว่าจะมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมากขึ้น รวมถึงโอกาสในการรับชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในพื้นที่สาธารณะ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาที่แน่นอนของรอบชิงชนะเลิศและรายชื่อคู่แข่งจากนานาชาติยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สนับสนุนสามารถติดตามการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการชิงเหรียญรางวัล ผลงานของเต๋าและตามในรอบชิงชนะเลิศที่จะถึงนี้จะเป็นตัวตัดสินอันดับของพวกเขาในการแข่งขัน ซึ่งคนทั้งประเทศต่างเฝ้ารอผลการแข่งขันรอบสุดท้ายของพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:21 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ ปรับแผนเดินรถสายเหนือหลังน้ำท่วมย่านสถานีหัวงิ้ว

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ ปรับแผนเดินรถสายเหนือหลังน้ำท่วมย่านสถานีหัวงิ้ว

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับแผนการเดินรถสายเหนือเนื่องจากน้ำท่วมบริเวณสถานีหัวงิ้ว ส่งผลให้มีการงดเดินรถบางขบวนและจัดรถยนต์รับส่งผู้โดยสาร

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประกาศเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่าได้ปรับแผนการเดินรถในเส้นทางสายเหนือเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อรางรถไฟบริเวณสถานีหัวงิ้ว

ผลกระทบต่อการเดินทาง

เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว รฟท. ได้จัดระบบรถยนต์รับส่งผู้โดยสารสำหรับช่วงที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังได้งดเดินขบวนรถทางไกลจำนวน 9 ขบวนจากต้นทางโดยมีผลทันที มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและความต่อเนื่องในการให้บริการในขณะที่เส้นทางยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

สิ่งที่ผู้โดยสารควรทราบ

หากท่านมีแผนการเดินทางด้วยรถไฟไปยังหรือออกจากภาคเหนือของประเทศไทย โปรดคาดการณ์ว่าจะเกิดความล่าช้าและอาจมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทาง ขอแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะการเดินทางโดยตรงกับการรถไฟฯ ก่อนเดินทางไปที่สถานี เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สถานะการดำเนินงาน

แม้ว่าการรถไฟฯ จะกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ยังไม่มีการระบุระยะเวลาที่แน่ชัดสำหรับการปรับแผนการเดินรถนี้ ผู้เดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมประชาสัมพันธ์หรือการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาให้บริการตามปกติ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและเส้นทางจะสามารถเปิดใช้งานได้อย่างปลอดภัยอีกครั้งเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:00 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมแท็กซี่เวย์สนามบินดอนเมือง ยืนยันการบินยังปกติ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมแท็กซี่เวย์สนามบินดอนเมือง ยืนยันการบินยังปกติ

ฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณแท็กซี่เวย์ของสนามบินดอนเมือง แต่ยังไม่กระทบต่อตารางการบิน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณแท็กซี่เวย์ (ทางขับ) ด้านใต้ของสนามบินดอนเมือง นายภิเษก ชยาภิวุฒ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำยังทำได้จำกัดเนื่องจากระดับน้ำในคลองโดยรอบ เช่น คลองบางบัว คลอง 2 และคลองเปรมประชากร ยังคงมีระดับสูง

แม้จะมีน้ำท่วมขัง แต่ทางสนามบินยืนยันว่าเที่ยวบินยังคงขึ้น-ลงได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องปรับตารางเวลาหรือเลื่อนเที่ยวบิน โดยได้แจ้งให้สายการบินหลีกเลี่ยงการใช้ทางขับในส่วนที่ได้รับผลกระทบแล้ว

สำหรับผู้โดยสารและประชาชนทั่วไป สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบหลักในด้านการเดินทางบนภาคพื้นดิน แม้การบินจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบิน เนื่องจากสภาพน้ำท่วมในพื้นที่โดยรอบทำให้การจราจรติดขัด ทั้งนี้ ยังต้องรอติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระดับน้ำในคลองจะลดลงจนสามารถระบายน้ำออกจากแท็กซี่เวย์ได้เต็มที่เมื่อใด ผู้โดยสารควรตรวจสอบรายงานสภาพการจราจรและข้อมูลจากสายการบินอย่างใกล้ชิดก่อนออกเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:02 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการให้เฝ้าระวังน้ำท่วมและวางแผนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มงวด

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการให้เฝ้าระวังน้ำท่วมและวางแผนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มงวด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สั่งการให้กรมชลประทานประสานงานกับกรุงเทพมหานครเพื่อเร่งระบายน้ำและป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยประกาศว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กรมชลประทานเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อเร่งการระบายน้ำ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงของน้ำท่วมขังในเขตเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อเครือข่ายการคมนาคมและกิจกรรมประจำวันในเมืองหลวง ในขณะที่รัฐบาลกำลังมุ่งเน้นไปที่การระบายน้ำในระยะสั้น กลยุทธ์ระยะยาวรวมถึงโครงการ 'คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก' ซึ่งรัฐมนตรีสุริยะตั้งใจที่จะเสนอโครงการโครงสร้างพื้นฐานนี้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติ โดยหวังว่าจะสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำอย่างถาวรในภูมิภาค

ในขณะนี้ ผลกระทบต่อการเดินทางยังคงจำกัดอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการสะสมของน้ำตามฤดูกาล นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพการจราจรและเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาโครงการคลองระบายน้ำหลากเมื่อใด และจะกำหนดกรอบเวลาในการก่อสร้างอย่างไร รัฐบาลยังคงติดตามสภาพอากาศและปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:01 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ ประกาศหยุดเดินรถสายตะวันออกชั่วคราวจากเหตุน้ำท่วมราง

การรถไฟแห่งประเทศไทยประกาศหยุดให้บริการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเป็นการชั่วคราว เนื่องจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสันราง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ประกาศหยุดให้บริการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเป็นการชั่วคราว สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นเหนือสันราง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการเดินรถ

สำหรับผู้โดยสารและประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าว การหยุดเดินรถนี้ส่งผลให้ตารางเวลาปัจจุบันไม่สามารถใช้งานได้ โดยการรถไฟฯ ระบุว่ากำลังเร่งปรับแผนการเดินรถเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

แม้ว่าทางการรถไฟฯ จะกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ระยะเวลาในการหยุดให้บริการที่แน่ชัดนั้นยังไม่มีการยืนยัน ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการและทางเลือกในการเดินทางอื่น ๆ ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจำเป็นต้องมีการตรวจสอบโครงสร้างทางรถไฟก่อนที่จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางในเส้นทางสายตะวันออกควรพิจารณาหาวิธีการเดินทางอื่นทดแทน จนกว่าการรถไฟฯ จะประกาศยืนยันว่าเส้นทางมีความปลอดภัยสำหรับการเดินรถอีกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 10:01 UTC

นายกฯ อนุทิน เผยวิสัยทัศน์จุดยืนความเป็นกลางของไทยบนเวที Lowy Institute
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เผยวิสัยทัศน์จุดยืนความเป็นกลางของไทยบนเวที Lowy Institute

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวสุนทรพจน์ที่ Lowy Institute ในซิดนีย์ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาความเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งระดับโลก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เผยวิสัยทัศน์จุดยืนความเป็นกลางของไทยบนเวที Lowy Institute

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เผยวิสัยทัศน์จุดยืนความเป็นกลางของไทยบนเวที Lowy Institute

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวสุนทรพจน์ที่ Lowy Institute ในซิดนีย์ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาความเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งระดับโลก

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่ Lowy Institute ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ตามรายงานของ Thai Post นายกรัฐมนตรีได้อธิบายถึงวิสัยทัศน์ด้านนโยบายต่างประเทศของไทยในยุคที่โลกมีความแตกแยกเพิ่มมากขึ้น

นายอนุทินเน้นย้ำว่าประเทศไทยไม่มีเจตนาที่จะเลือกข้างในความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ แต่ในทางกลับกัน เขาให้เหตุผลว่าประเทศต้องมุ่งเน้นไปที่การรักษาทางเลือกที่หลากหลายและความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ การวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่เป็นกลางนั้น รัฐบาลมีเป้าหมายที่จะนำทางผ่านพลวัตของโลกที่ซับซ้อนโดยไม่กระทบต่อความเป็นอิสระทางการทูตของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นโยบายนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มั่นคง ซึ่งโดยทั่วไปจะช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับการท่องเที่ยวและธุรกิจ การเน้นย้ำเรื่อง 'การมีทางเลือก' บ่งชี้ถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเปิดประเทศให้กับการค้าและการเดินทางทั่วโลก โดยไม่คำนึงถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง

แม้ว่าสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีจะช่วยให้ปรัชญาทางการทูตของรัฐบาลปัจจุบันมีความชัดเจนขึ้น แต่การนำกลยุทธ์ 'ไม่เลือกข้าง' นี้ไปปฏิบัติจริงในข้อตกลงทางการค้าหรือความมั่นคงเฉพาะเจาะจงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าวิสัยทัศน์นี้จะถูกนำไปใช้ในการเจรจาทวิภาคีในอนาคตอย่างไร ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

เรียกร้องให้ตรวจสอบการจัดเสวนาการเมืองที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เรียกร้องให้ตรวจสอบการจัดเสวนาการเมืองที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ทางการกำลังตรวจสอบว่ากิจกรรมของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเชิญ สส. พรรคประชาชนมาร่วมเสวนา เป็นไปตามระเบียบกิจกรรมของมหาวิทยาลัยหรือไม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เรียกร้องให้ตรวจสอบการจัดเสวนาการเมืองที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

แหล่งข่าวเดียว
เรียกร้องให้ตรวจสอบการจัดเสวนาการเมืองที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ทางการกำลังตรวจสอบว่ากิจกรรมของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเชิญ สส. พรรคประชาชนมาร่วมเสวนา เป็นไปตามระเบียบกิจกรรมของมหาวิทยาลัยหรือไม่

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ยศชนันได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกิจกรรมที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี

ประเด็นความขัดแย้งอยู่ที่การจัดเสวนาซึ่งมี สส. จากพรรคประชาชนได้รับเชิญให้เข้าร่วม รายงานระบุว่ามีการสนับสนุนให้นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวเพื่อแลกกับชั่วโมงกิจกรรม ประเด็นสำคัญของการตรวจสอบคือการพิจารณาว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยในการเชิญนักการเมืองรายนี้มาบรรยายและให้หน่วยกิตกิจกรรมแก่นักศึกษานั้น สอดคล้องกับระเบียบของสถาบันและแนวทางปฏิบัติทางบริหารที่กำหนดไว้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างเสรีภาพทางวิชาการและวาทกรรมทางการเมืองในมหาวิทยาลัยไทย แม้ว่าการเสวนาในลักษณะนี้จะเป็นเรื่องปกติในหลักสูตรรัฐศาสตร์ แต่การมีส่วนร่วมของนักการเมืองที่ยังดำรงตำแหน่งมักถูกจับตามองในเรื่องความเป็นกลางและการใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัย

ในขณะนี้ เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่มีการยืนยันว่ากิจกรรมดังกล่าวละเมิดนโยบายเฉพาะของมหาวิทยาลัยหรือไม่ หรือกระทรวงจะพิจารณาว่าการกระทำของคณะขัดต่อมาตรฐานการบริหารหรือไม่ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวง อว. ยังไม่ได้ออกคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ และทางมหาวิทยาลัยยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความถูกต้องของกิจกรรมดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

กระทรวง อว. สั่งตรวจสอบการนับชั่วโมงกิจกรรมนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวง อว. สั่งตรวจสอบการนับชั่วโมงกิจกรรมนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สั่งตรวจสอบกรณีการจัดเสวนาการเมืองที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบการนับชั่วโมงกิจกรรมนักศึกษาอย่างถูกต้องหรือไม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวง อว. สั่งตรวจสอบการนับชั่วโมงกิจกรรมนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวง อว. สั่งตรวจสอบการนับชั่วโมงกิจกรรมนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สั่งตรวจสอบกรณีการจัดเสวนาการเมืองที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบการนับชั่วโมงกิจกรรมนักศึกษาอย่างถูกต้องหรือไม่

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศสั่งการให้ตรวจสอบกรณีการจัดกิจกรรมเสวนาที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งมีการเชิญบุคลากรจากพรรคประชาชนมาร่วมเสวนาและระบุว่านักศึกษาที่เข้าร่วมจะได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมง

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รัฐมนตรีระบุว่าได้สั่งการให้ปลัดกระทรวง อว. ตรวจสอบว่ากระบวนการจัดงานและการนับชั่วโมงกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยหรือไม่ แม้นายยศชนันจะย้ำว่าเสรีภาพทางความคิดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถจำกัดได้ แต่ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาคือเรื่องของระเบียบปฏิบัติ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการจัดเสวนาทางการเมืองเข้ากับชั่วโมงกิจกรรมบังคับว่าสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทางวิชาการที่กำหนดไว้หรือไม่

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการแสดงออกทางการเมืองและข้อกำหนดทางวิชาการในมหาวิทยาลัยไทย ทั้งนี้ รัฐมนตรีชี้แจงว่าแม้ทางมหาวิทยาลัยจะมีอิสระในการจัดกิจกรรม แต่กฎเกณฑ์เฉพาะเกี่ยวกับการนับชั่วโมงกิจกรรมนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ากระบวนการภายในของมหาวิทยาลัยในกรณีนี้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานของกระทรวงอย่างครบถ้วนหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมหลังจากที่กระทรวงได้รับข้อมูลจากทางสถาบันแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:18 UTC

กระทรวงศึกษาธิการยืนยันคงกฎระเบียบทรงผมนักเรียน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการยืนยันคงกฎระเบียบทรงผมนักเรียน

กระทรวงศึกษาธิการของไทยยืนยันว่าจะไม่มีการยกเลิกกฎระเบียบเรื่องทรงผมนักเรียน แต่จะมอบอำนาจให้สถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นผู้กำหนด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการยืนยันคงกฎระเบียบทรงผมนักเรียน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการยืนยันคงกฎระเบียบทรงผมนักเรียน

กระทรวงศึกษาธิการของไทยยืนยันว่าจะไม่มีการยกเลิกกฎระเบียบเรื่องทรงผมนักเรียน แต่จะมอบอำนาจให้สถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นผู้กำหนด

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการของไทยได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการว่าจะไม่มีการยกเลิกข้อจำกัดเรื่องทรงผมนักเรียนในระดับประเทศ แทนที่จะใช้นโยบายเปลี่ยนแปลงแบบเหมารวม กระทรวงฯ เลือกที่จะคงกรอบการทำงานปัจจุบันไว้ ซึ่งให้อำนาจแก่สถานศึกษาแต่ละแห่งในการกำหนดมาตรฐานการแต่งกายของตนเอง

ตามที่กระทรวงฯ ระบุ แนวทางนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ร่วมมือกัน ซึ่งโรงเรียนและนักเรียนสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายทรงผมในระดับท้องถิ่นได้ การกระจายอำนาจการตัดสินใจนี้มีเป้าหมายเพื่อให้กฎระเบียบสะท้อนถึงบริบทและวัฒนธรรมเฉพาะของแต่ละชุมชนโรงเรียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและครอบครัวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ข้อมูลนี้ชี้แจงว่ามาตรฐานรูปลักษณ์ของนักเรียนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ ผู้ปกครองและนักเรียนควรตรวจสอบคู่มือหรือติดต่อฝ่ายบริหารของโรงเรียนเพื่อทำความเข้าใจข้อกำหนดเรื่องทรงผมที่ใช้กับสถาบันของตน เนื่องจากกฎระเบียบอาจมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละโรงเรียน

แม้ว่ากระทรวงฯ จะชี้แจงจุดยืนเรื่องการมอบอำนาจแล้ว แต่กลไกเฉพาะที่จะอำนวยความสะดวกให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบายเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่โรงเรียนในพื้นที่ของตนตั้งใจจะนำแนวทางเหล่านี้ไปปฏิบัติ ควรติดต่อฝ่ายบริหารของโรงเรียนโดยตรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ปราจีนบุรีรับฟังปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ปราจีนบุรีรับฟังปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ที่คัดค้านการขยายตัวทางอุตสาหกรรมและนโยบายการจัดการขยะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ปราจีนบุรีรับฟังปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ปราจีนบุรีรับฟังปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ที่คัดค้านการขยายตัวทางอุตสาหกรรมและนโยบายการจัดการขยะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อพบปะกับสมาชิกในชุมชน โดยมีประเด็นหลักคือการรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และความกังวลเรื่องมลพิษจากขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่

ในระหว่างการหารือ ณัฐพงษ์เน้นย้ำว่าแม้การพัฒนาเศรษฐกิจจะเป็นวาระสำคัญของชาติ แต่ต้องมีความสมดุลกับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเสนอว่าการเติบโตทางอุตสาหกรรมไม่ควรแลกมาด้วยการสูญเสียคุณภาพชีวิตของชุมชนหรือระบบนิเวศในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหรือใกล้เขตอุตสาหกรรม การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กับการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่น การหารือเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงข้อถกเถียงในระดับชาติเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของ EEC ต่อสุขภาพของคนในภูมิภาคและการใช้ประโยชน์ที่ดิน

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกังวลของประชาชนเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้ในนโยบายในอนาคตอย่างไร หรือจะมีการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนเพื่อตอบสนองต่อการคัดค้านของคนในพื้นที่หรือไม่ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายอุตสาหกรรมของไทยกับสิทธิของชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

กระทรวงมหาดไทยไทยเสนอมาตรการนิรโทษกรรมปืนเถื่อน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยไทยเสนอมาตรการนิรโทษกรรมปืนเถื่อน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระทรวงมหาดไทยกำลังร่างข้อเสนอเพื่อเปิดโอกาสให้มีการส่งมอบอาวุธปืนผิดกฎหมายโดยไม่ต้องรับโทษทางกฎหมาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยไทยเสนอมาตรการนิรโทษกรรมปืนเถื่อน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยเสนอมาตรการนิรโทษกรรมปืนเถื่อน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระทรวงมหาดไทยกำลังร่างข้อเสนอเพื่อเปิดโอกาสให้มีการส่งมอบอาวุธปืนผิดกฎหมายโดยไม่ต้องรับโทษทางกฎหมาย

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการเกี่ยวกับข้อเสนอใหม่ในการควบคุมอาวุธปืนในประเทศไทย ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ให้มีการปรับปรุงกฎระเบียบด้านอาวุธปืนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงได้เสนอแผนงานที่จะอนุญาตให้ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมายสามารถนำมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ได้โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดีอาญา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการลดจำนวนอาวุธที่ไม่ได้จดทะเบียนซึ่งหมุนเวียนอยู่ในประเทศ แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสาธารณะโดยการเปิดช่องทางในการกำจัดอาวุธผิดกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงมาตรการที่อยู่ในขั้นตอนการเสนอเท่านั้น

รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการ ขั้นตอนที่แน่นอนในการส่งมอบอาวุธ และกรอบทางกฎหมายสำหรับการนิรโทษกรรมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่สถานการณ์มีความคืบหน้า ผู้ที่สนใจในนโยบายนี้ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการเมื่อใดและอย่างไร SawaLife จะยังคงติดตามความคืบหน้าเหล่านี้ต่อไปเมื่อมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:18 UTC

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจสอบปัญหาโรงงานอุตสาหกรรม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจสอบปัญหาโรงงานอุตสาหกรรม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อรับฟังข้อร้องเรียนของชาวบ้านเกี่ยวกับกิจการโรงงานที่ผิดกฎหมายและปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจสอบปัญหาโรงงานอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจสอบปัญหาโรงงานอุตสาหกรรม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อรับฟังข้อร้องเรียนของชาวบ้านเกี่ยวกับกิจการโรงงานที่ผิดกฎหมายและปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อตรวจสอบรายงานการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานท้องถิ่นและตัวแทนชุมชนเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

ในระหว่างการประชุม นายสุนทร คมคาย ผู้ประสานงานกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ได้สะท้อนปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค รวมถึงการลักลอบทิ้งขยะอันตรายและน้ำมันเสีย รวมถึงการมีอยู่ของโรงงานทั้งที่มีใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาต ซึ่งบางแห่งเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการต่างชาติที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแสดงความคัดค้านการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องมลพิษและความปลอดภัยสาธารณะ ในระหว่างการประชุม นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.พรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีว่าขาดการวางแผนเชิงรุกและล้มเหลวในการจัดการกับรายงานด้านความปลอดภัยสาธารณะอย่างเพียงพอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมในจังหวัด แม้ว่าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจะระบุว่ากำลังดำเนินการตามกฎหมายในทุกกรณี แต่ประสิทธิภาพของมาตรการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียง ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลจะปรับแนวทางการกำกับดูแลอย่างไร หรือการตรวจสอบเหล่านี้จะส่งผลต่ออนาคตของโครงการอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC

ครม. ไทยอนุมัติกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ 4 ฉบับ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. ไทยอนุมัติกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ 4 ฉบับ

รัฐบาลไทยอนุมัติการแก้ไขกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ เพื่อยกระดับการคุ้มครองคนประจำเรือ แรงงานที่ทำงานที่บ้าน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. ไทยอนุมัติกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ 4 ฉบับ

แหล่งข่าวเดียว
ครม. ไทยอนุมัติกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ 4 ฉบับ

รัฐบาลไทยอนุมัติการแก้ไขกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ เพื่อยกระดับการคุ้มครองคนประจำเรือ แรงงานที่ทำงานที่บ้าน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติมาตรการทางกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและขยายสิทธิความคุ้มครองให้ครอบคลุมแรงงานกลุ่มต่างๆ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่าการปฏิรูปครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานสวัสดิการให้ทันต่อรูปแบบการจ้างงานในยุคปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญรวมถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล ซึ่งกำหนดให้นายจ้างต้องนำคนประจำเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณีและสิทธิคุ้มครองจากอุบัติเหตุจากการทำงานเช่นเดียวกับแรงงานบนบก นอกจากนี้ กฎระเบียบใหม่ยังห้ามเจ้าของเรือจ้างงานบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ในช่วงเวลา 22.00 – 06.00 น. เพื่อคุ้มครองสุขภาพของเยาวชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานในหลายภาคส่วน นอกจากนี้ยังมีการขยายสิทธิสมรสเท่าเทียมให้กับพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยมีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมประกาศใช้ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นความก้าวหน้าทางนโยบายที่สำคัญ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงแรงงาน นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าการอัปเดตนี้ส่งผลต่อกฎระเบียบแรงงานภายในประเทศและสัญญาจ้างงานเป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องของนโยบายการท่องเที่ยวหรือวีซ่า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

ดัชนี SME ไทยฟื้นตัวรับเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้างใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ดัชนี SME ไทยฟื้นตัวรับเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้างใหม่

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยดัชนี SME ปรับตัวดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมเตรียมปรับเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใหม่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ดัชนี SME ไทยฟื้นตัวรับเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้างใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ดัชนี SME ไทยฟื้นตัวรับเกณฑ์จัดซื้อจัดจ้างใหม่

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยดัชนี SME ปรับตัวดีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมเตรียมปรับเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใหม่

ตามรายงานจาก Thai Post สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่าดัชนี SME แตะระดับ 50.8 ในเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนที่ดัชนีปรับตัวสูงกว่าค่าฐาน ส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ

นอกจากการอัปเดตทางเศรษฐกิจนี้ สสว. ยังได้ร่วมมือกับกรมบัญชีกลางเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง 'THAI SME GP' ใหม่ โดยมุ่งเน้นใน 3 ด้านสำคัญ ซึ่งมีกำหนดเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจะเข้าถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตัวจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยมากขึ้นสำหรับธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งมักเป็นหัวใจสำคัญของภาคบริการและค้าปลีกที่ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวใช้บริการ แม้ว่าดัชนีจะแสดงแนวโน้มที่เป็นบวก แต่ผลกระทบระยะยาวของกฎเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่ปรับปรุงใหม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกเฉพาะของการปรับเกณฑ์ทั้ง 3 ด้าน เพื่อทำความเข้าใจว่าจะส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดและการดำเนินธุรกิจในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

ซีรีส์วายไทยได้รับความสนใจในระดับการทูต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ซีรีส์วายไทยได้รับความสนใจในระดับการทูต

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของซีรีส์วาย (Boys' Love) ของไทยได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน ตามรายงานของมติชนออนไลน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ซีรีส์วายไทยได้รับความสนใจในระดับการทูต

แหล่งข่าวเดียว
ซีรีส์วายไทยได้รับความสนใจในระดับการทูต

ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของซีรีส์วาย (Boys' Love) ของไทยได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน ตามรายงานของมติชนออนไลน์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมของซีรีส์วาย (Boys' Love) ของไทยได้ก้าวข้ามขอบเขตของความบันเทิงไปสู่การเป็นหัวข้อสนทนาในแวดวงการทูตไทย-จีน ความนิยมอย่างมหาศาลของผลงานเหล่านี้ในประเทศจีนได้เน้นย้ำถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ของไทยในภูมิภาคนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย พัฒนาการนี้ตอกย้ำถึงการมองเห็นสื่อไทยในระดับสากลที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ซีรีส์เหล่านี้ยังคงดึงดูดผู้ชมจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้อาจส่งผลต่อโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและแนวโน้มการท่องเที่ยว ซึ่งอาจนำไปสู่โครงการสื่อร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศมากขึ้น ความสนใจที่เพิ่มขึ้นนี้บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมบันเทิงไทยกำลังกลายเป็นเสาหลักสำคัญของภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของไทย

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายแง่มุมของสถานการณ์นี้ที่ยังต้องรอการยืนยัน แม้ว่ารายงานจะระบุถึงความสนใจทางการทูตที่เกี่ยวข้องกับซีรีส์เหล่านี้ แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของข้อตกลงที่เป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากแนวโน้มทางวัฒนธรรมนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลทั้งสองจะจัดการกับจุดตัดระหว่างความบันเทิงยอดนิยมและความสัมพันธ์ทวิภาคีในอนาคตอย่างไร แนวโน้มนี้จะนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยหรือการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเฉพาะเจาะจงหรือไม่นั้น ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

รัฐมนตรีพลังงานแจงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีพลังงานแจงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีพลังงานแจงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีพลังงานแจงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ชี้แจงถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับเหตุผลในการเลือกนายฉันทานนท์ วรรณเขจร ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ โดยปฏิเสธกระแสข่าวที่เชื่อมโยงว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสายสัมพันธ์ทางการเมืองกับนายเนวิน ชิดชอบ โดยยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้พิจารณาจากความเหมาะสมทางวิชาชีพและความสามารถในการแก้ไขปัญหาของกระทรวงพลังงานในปัจจุบันเป็นหลัก

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รัฐมนตรีระบุว่ากระทรวงพลังงานมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานที่สำคัญ และนายฉันทานนท์มีประสบการณ์ที่เหมาะสมในการนำการเปลี่ยนแปลงนี้ นายเอกนัฏกล่าวเสริมว่า แม้จะมีข้าราชการที่มีความสามารถท่านอื่นในกระทรวง แต่หลายคนยังมีอายุราชการเหลืออีกหลายปีก่อนเกษียณอายุหลังปี 2575 ซึ่งยังมีโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถในอนาคต ทั้งนี้ รัฐมนตรีได้ยืนยันว่าเป็นผู้เสนอชื่อด้วยตนเองตามขั้นตอนปกติ โดยได้ขอตัวจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย การแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับผู้นำในกระทรวงที่มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายพลังงานและราคาพลังงานของประเทศ แม้การเปลี่ยนแปลงทางบริหารจะเป็นทางการแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อกฎระเบียบด้านพลังงานและค่าครองชีพยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่ปลัดกระทรวงคนใหม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

รัฐมนตรีเอกนัฏยืนยันแต่งตั้ง ฉันทานนท์ นั่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีเอกนัฏยืนยันแต่งตั้ง ฉันทานนท์ นั่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ปฏิเสธกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีเอกนัฏยืนยันแต่งตั้ง ฉันทานนท์ นั่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีเอกนัฏยืนยันแต่งตั้ง ฉันทานนท์ นั่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ปฏิเสธกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ฉันทานนท์ วรรณเขจร เป็นปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ชี้แจงต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนเกี่ยวกับการแต่งตั้งนายฉันทานนท์ วรรณเขจร ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน โดยมีผู้วิจารณ์ว่าการคัดเลือกดังกล่าวอาจได้รับอิทธิพลจากความสัมพันธ์ทางการเมืองกับนายเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองชื่อดัง

รัฐมนตรีเอกนัฏได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่าการแต่งตั้งนี้พิจารณาจากความรู้ความสามารถและความเหมาะสมกับตำแหน่งเป็นหลัก เขาระบุว่านายฉันทานนท์เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุดในการบริหารงานภายในกระทรวงอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐมนตรีเน้นย้ำว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามคุณสมบัติทางวิชาชีพ ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันทางการเมืองภายนอกหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การแต่งตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากกระทรวงพลังงานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า และกลยุทธ์ความยั่งยืนด้านพลังงานในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงระดับผู้นำในส่วนนี้มักส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการเงินอุดหนุนด้านพลังงานและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพและค่าสาธารณูปโภค

แม้รัฐมนตรีจะยืนยันการคัดเลือกดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งอย่างเป็นทางการและนโยบายเฉพาะที่นายฉันทานนท์จะดำเนินการภายใต้วาระใหม่นั้นยังคงต้องรอความชัดเจนต่อไป ผู้สังเกตการณ์ต่างจับตามองว่าปลัดกระทรวงคนใหม่จะดำเนินนโยบายด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศอย่างไร และวาระการดำรงตำแหน่งของเขาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกรอบราคาพลังงานในปัจจุบันหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

รัฐบาลไทยเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายแรงงานเพื่อกลุ่มลูกเรือ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายแรงงานเพื่อกลุ่มลูกเรือ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศความคืบหน้าของร่างกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ เพื่อนำกลุ่มลูกเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมและได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายแรงงานเพื่อกลุ่มลูกเรือ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายแรงงานเพื่อกลุ่มลูกเรือ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศความคืบหน้าของร่างกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ เพื่อนำกลุ่มลูกเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมและได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กำลังเดินหน้าผลักดันการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับที่มุ่งเน้นด้านสิทธิแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการนำกลุ่มลูกเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคม เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองอย่างครอบคลุม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ทำงานในภาคส่วนทางทะเลหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีการบังคับใช้ความคุ้มครองแรงงานสำหรับผู้ที่เคยประสบปัญหาในการเข้าถึงระบบประกันสังคมแบบเป็นทางการมาก่อน หากมีการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ อาจช่วยสร้างมาตรฐานเงื่อนไขการจ้างงานและปรับปรุงตาข่ายรองรับทางสังคมสำหรับผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมทางทะเลของไทย

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและขอบเขตของสิทธิประโยชน์สำหรับลูกเรือในแต่ละประเภทนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป รัฐบาลระบุว่าร่างกฎหมายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับปรุงกฎระเบียบด้านแรงงานให้ทันสมัย แต่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังคงต้องรอขั้นตอนทางกฎหมายเพิ่มเติมก่อนที่ผลกระทบที่ชัดเจนต่ออุตสาหกรรมจะปรากฏออกมา เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นนโยบายที่กำลังพัฒนา ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเหล่านี้อาจส่งผลต่อสถานะการจ้างงานหรือสิทธิ์ในการได้รับประโยชน์ของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชายของธงชัย เย็นประเสริฐ ได้ลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชายของธงชัย เย็นประเสริฐ ได้ลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ได้ยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้งในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างเป็นทางการ นฤพนธ์ซึ่งเป็นหลานชายของธงชัย เย็นประเสริฐ ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน ได้ประกาศเจตนารมณ์อย่างเปิดเผยว่าพร้อมที่จะสานต่องานด้านการบริหารที่ได้วางรากฐานไว้โดยผู้ดำรงตำแหน่งคนก่อน

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการบริหารท้องถิ่นของจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงจะเป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเดิมกับพรรคประชาชน (ปชน.) สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดผู้นำที่จะรับผิดชอบด้านโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น บริการสาธารณะ และโครงการพัฒนาจังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันและการบริหารงานระดับภูมิภาค

แม้ว่านฤพนธ์จะประกาศความพร้อมในการนำองค์กรแล้ว แต่รายชื่อผู้สมัครขั้นสุดท้ายและนโยบายเฉพาะของทุกพรรคการเมืองที่ลงแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการหาเสียงอย่างเป็นทางการและรายชื่อผู้ท้าชิงทั้งหมดที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ. ในขณะที่กระบวนการเลือกตั้งดำเนินต่อไป ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงทางการบริหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อนโยบายของจังหวัดอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

รัฐมนตรี ‘ภราดร’ ชี้แจงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรี ‘ภราดร’ ชี้แจงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

รัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกุล ตอบโต้ความตั้งใจของฝ่ายค้านที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยชี้แจงลำดับเวลาของประเด็นทางกฎหมายในอดีต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรี ‘ภราดร’ ชี้แจงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรี ‘ภราดร’ ชี้แจงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

รัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกุล ตอบโต้ความตั้งใจของฝ่ายค้านที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยชี้แจงลำดับเวลาของประเด็นทางกฎหมายในอดีต

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงรายงานเกี่ยวกับการเตรียมการของฝ่ายค้านสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการถูกตรวจสอบ รัฐมนตรีระบุว่าเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับกลยุทธ์ของฝ่ายค้าน

ในส่วนของข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจง รัฐมนตรีภราดรได้ชี้แจงลำดับเวลาของเหตุการณ์ โดยระบุว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาเกิดขึ้นในปี 2567 ในทางตรงกันข้าม เขาชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือที่เรียกว่ารัฐบาล 'หนู 1' นั้น เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในปี 2568 การเน้นย้ำถึงความแตกต่างทางลำดับเวลานี้ รัฐมนตรีได้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อขัดแย้งเฉพาะที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของกิจกรรมทางการเมืองที่ดำเนินอยู่ภายในระบบรัฐสภา แม้ว่าการอภิปรายดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งตามปกติของกระบวนการประชาธิปไตย แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือการเดินทาง ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อใด และจะให้ความสำคัญกับประเด็นใดเป็นพิเศษระหว่างการอภิปราย สถานการณ์นี้ยังคงเป็นเรื่องของกระบวนการทางรัฐสภา และผู้สังเกตการณ์กำลังรอคอยว่าฝ่ายค้านจะตอบสนองต่อคำชี้แจงของรัฐมนตรีเกี่ยวกับลำดับเวลาของคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:37 UTC

รัฐบาลไทยพิจารณาโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยพิจารณาโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดโครงการ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' ซึ่งคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้ถึง 5 พันล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยพิจารณาโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยพิจารณาโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดโครงการ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' ซึ่งคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้ถึง 5 พันล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'

ขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐกำลังอยู่ในระหว่างการสรุปเงื่อนไขและกรอบการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงสำหรับโครงการดังกล่าว โดยคาดการณ์ว่าโครงการนี้จะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินประมาณ 5 พันล้านบาทเข้าสู่เศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ว่าอาจมีการเปิดตัวมาตรการจูงใจหรือแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้เพื่อสนับสนุนการเดินทางภายในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ วันที่เริ่มต้น และรายละเอียดของสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เข้าร่วมยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ในขณะที่รัฐบาลยังคงปรับปรุงนโยบายให้มีความชัดเจน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างรอคอยประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC

เกาหลีใต้ชี้แจงการซ้อมรบร่วมท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการทูต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกาหลีใต้ชี้แจงการซ้อมรบร่วมท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการทูต

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ระบุว่าการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุกคามเกาหลีเหนือ ในขณะที่มีรายงานเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม จอง อึน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกาหลีใต้ชี้แจงการซ้อมรบร่วมท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการทูต

แหล่งข่าวเดียว
เกาหลีใต้ชี้แจงการซ้อมรบร่วมท่ามกลางความเคลื่อนไหวทางการทูต

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ระบุว่าการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุกคามเกาหลีเหนือ ในขณะที่มีรายงานเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และคิม จอง อึน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ทางการเกาหลีใต้ได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการซ้อมรบดังกล่าวมีลักษณะเป็นการป้องกันตนเองและไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นภัยคุกคามต่อเกาหลีเหนือ

ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เกิดความเคลื่อนไหวใหม่ เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ได้เริ่มติดต่อมา ข้อมูลนี้เพิ่มความซับซ้อนให้กับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการทูต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่แน่นอนของความมั่นคงในภูมิภาค ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางหรือชีวิตประจำวันในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่ารายละเอียดที่ครบถ้วนและเนื้อหาของการสื่อสารระหว่างทรัมป์และคิมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่สนใจในเสถียรภาพของภูมิภาคควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสถานทูตของตนและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงทางการทูตเหล่านี้อาจส่งผลต่อพลวัตความมั่นคงในวงกว้างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

รมว.ยุติธรรม ย้ำความโปร่งใสในการสอบสวนคดียิง สส.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.ยุติธรรม ย้ำความโปร่งใสในการสอบสวนคดียิง สส.

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรียกร้องให้มีการสอบสวนคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อย่างโปร่งใส เพื่อคืนความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.ยุติธรรม ย้ำความโปร่งใสในการสอบสวนคดียิง สส.

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ยุติธรรม ย้ำความโปร่งใสในการสอบสวนคดียิง สส.

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรียกร้องให้มีการสอบสวนคดียิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อย่างโปร่งใส เพื่อคืนความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ระหว่างการลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ในจังหวัดยะลา โดย พ.ต.อ.ทวี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนด้วยความตรงไปตรงมาและเคร่งครัด โดยเฉพาะการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาวุธปืนที่ใช้ในเหตุการณ์ให้ชัดเจน

ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการลงพื้นที่ศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ พ.ต.อ.ทวี ระบุว่าแม้รัฐบาลจะมีเป้าหมายสร้างสันติสุขในพื้นที่ภายในปี 2570 แต่เจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มเปราะบางยังคงตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรง พร้อมเตือนให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังและไม่โยนความผิดเรื่องความไม่ปลอดภัยให้กับประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ และการให้ความสำคัญของรัฐบาลต่อความรับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรมสำหรับคดีสำคัญ แม้การสอบสวนจะยังดำเนินอยู่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอาวุธและผู้ก่อเหตุยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งคดีนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและเสถียรภาพในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 สิงหาคม 2026, 05:17 UTC