ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย ✦
ความปลอดภัย กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน ✦
วัฒนธรรม รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว. ✦
การเมือง สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย. ✦
กีฬา วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 12 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ รายงานจุดน้ำท่วมขัง 67 จุด และมีการออกประกาศเตือนให้เตรียมอพยพในจังหวัดสระบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย 'สีแดง' ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีจุดน้ำท่วมขังรวม 67 จุด ในขณะเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี กำลังเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังในระดับวิกฤต ส่วนที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกประกาศเร่งด่วนให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและความปลอดภัย ถนนสายหลักอาจไม่สามารถสัญจรได้ และบริการขนส่งสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนที่จะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามความคืบหน้าของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 13 แขวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง ทางการกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีระดับสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากฝนที่ตกไม่หยุด น้ำท่วมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด การปิดเส้นทาง และอุปสรรคในการเดินทางในชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่า กทม. จะได้ดำเนินการประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปในเขตเหล่านี้ควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. อย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอพยพหรือผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:31 UTC

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้ผลิตขนมจากกระบองเพชรและผู้ผลิตคราฟต์โซดาในจังหวัดจันทบุรี

จากรายงานของ Khaosod Online รายการโทรทัศน์ไทยหลายรายการกำลังนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารในท้องถิ่น รายการ 'เกษตรสุข' ทางช่อง 7HD นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ปรับตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระบองเพชรกินได้ รวมถึงกัมมี่แปรรูป

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อนำเสนอเรื่องราวของ 'The Craft : บางสระเก้า' ธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญด้านคราฟต์โซดา โดยเจาะลึกถึงความมุ่งมั่นของคุณต็อก – นิสิต อารีวุฒิ ในการพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกัน รายการ 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์' ทางช่อง Workpoint เตรียมพาไปเยือนเพชรบุรีเพื่อชมตำนานวัดดังและชิมอาหารป่ารสเด็ด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายการเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงวิธีการสร้างสรรค์ที่ชุมชนท้องถิ่นนำเกษตรกรรมดั้งเดิมและรสชาติประจำถิ่นมาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รายการเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจค้นหาประสบการณ์ทางอาหารที่น่าสนใจและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในไทย อย่างไรก็ตาม แม้รายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชมควรตรวจสอบเวลาทำการและความพร้อมให้บริการโดยตรงกับทางร้านก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผังรายการโทรทัศน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

ณัฐพงษ์ 'เท้ง' เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ยืนยันว่าพรรคของเขามีหลักฐานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เพียงพอต่อการขอให้มีการสอบสวนการทำงานของ กกต. ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจเกิดความขัดแย้งเชิงสถาบันภายในรัฐบาลไทย แม้ฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการตรวจสอบ แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือจัดตั้งคณะกรรมการตามที่ร้องขอหรือไม่

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการทางกฎหมายและธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความท้าทายนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบันอย่างไร การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. ต่อหลักฐานที่ยื่นเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าสามารถหาเสียงได้จนถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน โดยห้ามทำกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้สมัครและผู้สนับสนุนสามารถดำเนินกิจกรรมหาเสียงได้ตามกฎหมายจนถึงช่วงเวลาที่หน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เน้นย้ำว่าต้องมีการรักษาขอบเขตที่เข้มงวด โดยห้ามการหาเสียงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในขณะที่กำลังใช้สิทธิ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการเลือกตั้งประกันสังคม ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นการเตือนให้ตระหนักถึงความใกล้ชิดของกิจกรรมหาเสียงกับสถานที่ลงคะแนน แม้ว่าสิทธิในการหาเสียงจะยังคงมีผลจนถึงชั่วโมงสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในการลงคะแนนจะได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดเชิงพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ ในขณะนี้ ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนนของตนและเคารพเขตห้ามหาเสียงที่กำหนดไว้รอบสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งอาจมีการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้วันลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

กีฬา

วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

วีรพล ฮีโร่เหรียญรางวัลโอลิมปิกยกน้ำหนัก และภูริพล นักวิ่งลมกรดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วีรพล ฮีโร่โอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักชาวไทย เตรียมตัวขึ้นเวทีการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โดยมีภูริพล นักวิ่งลมกรดชื่อดังร่วมเป็นจุดสนใจในฐานะผู้มีกำหนดการลงแข่งขันในรอบคัดเลือกวิ่ง 200 เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นักกีฬาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนความมุ่งมั่นทางกีฬาในระดับสูงของประเทศบนเวทีระดับทวีป การเข้าร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มักดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก และอาจนำไปสู่การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการแข่งขันที่แน่นอน เวลาในการวิ่งรอบคัดเลือก 200 เมตร และรุ่นน้ำหนักของวีรพลนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาและผู้ชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชียนเกมส์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและรอบชิงเหรียญรางวัล เมื่อใกล้ถึงวันแข่งขัน คาดว่าความตื่นเต้นในท้องถิ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือพื้นที่รับชมสาธารณะในเมืองใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเร่งด่วนสำหรับ 37 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครรวมอยู่ในประกาศเตือนภัยนี้ด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกในพื้นที่สูงถึง 80%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้พื้นที่ภูเขา ทางการแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่ฝนจะตกสูง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของฝนในแต่ละพื้นที่ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไกล เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้การจราจรติดขัดกะทันหันและเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

ราชกิจจานุเบกษาประกาศปรับปรุงบัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่ส่งคืน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ราชกิจจานุเบกษาประกาศปรับปรุงบัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่ส่งคืน

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่บัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฉบับใหม่ สำหรับผู้ที่ไม่ส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ราชกิจจานุเบกษาประกาศปรับปรุงบัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่ส่งคืน

แหล่งข่าวเดียว
ราชกิจจานุเบกษาประกาศปรับปรุงบัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่ส่งคืน

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่บัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฉบับใหม่ สำหรับผู้ที่ไม่ส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่บัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฉบับปรับปรุงใหม่ สำหรับกรณีที่ผู้ได้รับไม่ส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามข้อกำหนดทางกฎหมาย การปรับปรุงระเบียบนี้เป็นการกำหนดมูลค่าเงินที่ต้องชำระเป็นค่าชดใช้ในกรณีที่ไม่ได้ส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องระบุไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นการย้ำเตือนถึงกรอบกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศชั้นสูง แม้ว่าการปรับปรุงนี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แต่ก็เป็นการเน้นย้ำถึงขั้นตอนการบริหารจัดการทรัพย์สินของทางราชการและเครื่องหมายเกียรติยศอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวเป็นเรื่องทางธุรการที่เกี่ยวข้องกับภาระผูกพันทางกฎหมายของผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เท่านั้น

ในขณะนี้ มูลค่าเงินสำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แต่ละชั้นได้ระบุไว้ในบัญชีแนบท้ายที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือกรอบเวลาในการบังคับใช้ราคาใหม่เหล่านี้ และจะมีระยะเวลาผ่อนผันสำหรับผู้ที่ถือครองเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ต้องส่งคืนหรือไม่ ผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบรายละเอียดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อดูโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องสำหรับสถานการณ์ของตน การปรับปรุงนี้ไม่มีผลกระทบต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการรักษามาตรฐานของระเบียบปฏิบัติทางราชการอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 03:15 UTC

พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เดินหน้าปราบปรามการสตรีมมิ่งเถื่อนในไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เดินหน้าปราบปรามการสตรีมมิ่งเถื่อนในไทย

พรีเมียร์ลีกอังกฤษร่วมมือกับ JAS และหน่วยงานภาครัฐของไทยในการปราบปรามเครือข่ายสตรีมมิ่งละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สูงขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เดินหน้าปราบปรามการสตรีมมิ่งเถื่อนในไทย

แหล่งข่าวเดียว
พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เดินหน้าปราบปรามการสตรีมมิ่งเถื่อนในไทย

พรีเมียร์ลีกอังกฤษร่วมมือกับ JAS และหน่วยงานภาครัฐของไทยในการปราบปรามเครือข่ายสตรีมมิ่งละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สูงขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 พรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ร่วมมือกับ JAS และรัฐบาลไทยเพื่อทลายเครือข่ายสตรีมมิ่งละเมิดลิขสิทธิ์ที่ดำเนินการอยู่ในประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่ 6 จุดทั่วประเทศและสามารถทลายเครือข่าย “Doopenteam” ได้สำเร็จ

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นคำเตือนถึงอันตรายจากการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ใช้งานเว็บไซต์สตรีมมิ่งเถื่อนในประเทศไทยมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงกว่าผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มที่ถูกกฎหมายถึง 6 เท่า ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้รวมถึงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ มัลแวร์ และอาชญากรรมทางไซเบอร์รูปแบบต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้บริการสตรีมมิ่งอย่างเป็นทางการและได้รับอนุญาตเพื่อความปลอดภัยทางดิจิทัล แม้ว่า DSI จะได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับเครือข่ายใหญ่ไปแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อการเข้าถึงเว็บไซต์เถื่อนอื่นๆ ยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ใช้งานควรระมัดระวังช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินการในอนาคตของเจ้าหน้าที่ต่อไปในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 03:37 UTC

ตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทองหล่อหลังเกิดเหตุต่อหน้าเจ้าหน้าที่
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทองหล่อหลังเกิดเหตุต่อหน้าเจ้าหน้าที่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้ตั้งคำถามต่อมาตรฐานความปลอดภัยของตำรวจทองหล่อ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุในทันที

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทองหล่อหลังเกิดเหตุต่อหน้าเจ้าหน้าที่

แหล่งข่าวเดียว
ตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทองหล่อหลังเกิดเหตุต่อหน้าเจ้าหน้าที่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้ตั้งคำถามต่อมาตรฐานความปลอดภัยของตำรวจทองหล่อ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุในทันที

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทองหล่อ กรุงเทพมหานคร โดยนายสมชัยได้ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ หลังจากเกิดเหตุการณ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับไม่มีการดำเนินการช่วยเหลือหรือเข้าแทรกแซงในทันทีตามที่มีรายงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับความรวดเร็วในการตอบสนองของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน ย่านทองหล่อเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับทั้งชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว ทำให้คุณภาพของการรักษาความปลอดภัยเป็นประเด็นที่ผู้ที่สัญจรในย่านนี้ให้ความสนใจ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของเหตุการณ์ รวมถึงลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ยังคงต้องรอการตรวจสอบให้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อหรือกองบัญชาการตำรวจนครบาลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอนี้หรือไม่ จนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 02:35 UTC

อดีตผู้พิพากษาวิจารณ์ กสทช. ปมการสื่อสารคำสั่งศาล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตผู้พิพากษาวิจารณ์ กสทช. ปมการสื่อสารคำสั่งศาล

อดีตผู้พิพากษาได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับการจัดการคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับ ดร.สรณ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตผู้พิพากษาวิจารณ์ กสทช. ปมการสื่อสารคำสั่งศาล

แหล่งข่าวเดียว
อดีตผู้พิพากษาวิจารณ์ กสทช. ปมการสื่อสารคำสั่งศาล

อดีตผู้พิพากษาได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับการจัดการคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับ ดร.สรณ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 อดีตผู้พิพากษา วาสนา ติงสมิตร ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับกลยุทธ์การสื่อสารในประเด็นคำสั่งศาลปกครองสูงสุด โดยข้อพิพาทมุ่งเน้นไปที่การเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะของ กสทช. เกี่ยวกับ ดร.สรณ ซึ่งต่อมาศาลได้ชี้ว่าข้อความดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง

วาสนา ติงสมิตร เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกแยะระหว่างคำสั่งศาลที่แท้จริงกับเนื้อหาที่คณะกรรมการนำเสนอ โดยชี้ว่าแนวทางของ กสทช. ในการเผยแพร่ความคืบหน้าทางกฎหมายนั้นเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของศาล การตำหนิในที่สาธารณะนี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสและความถูกต้องของข้อมูลที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการบริหารและบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าข้อพิพาททางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ดร.สรณ จะยังคงเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่คำวิจารณ์จากอดีตสมาชิกฝ่ายตุลาการได้ตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของการสื่อสารอย่างเป็นทางการจาก กสทช. ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่า กสทช. จะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเรื่องการบิดเบือนข้อมูลนี้อย่างไร และจะมีมาตรการแก้ไขอย่างเป็นทางการเพื่อจัดการกับความคลาดเคลื่อนที่ศาลระบุไว้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 01:15 UTC

พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 รายจากเหตุขโมยน้ำมันดิบในไนจีเรีย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 รายจากเหตุขโมยน้ำมันดิบในไนจีเรีย

ทางการไนจีเรียกำลังสอบสวนเหตุการณ์เสียชีวิตในรัฐริเวอร์ส ซึ่งกลุ่มคนที่พยายามขโมยน้ำมันดิบได้รับอันตรายจากไอสารเคมีที่เป็นพิษ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 รายจากเหตุขโมยน้ำมันดิบในไนจีเรีย

แหล่งข่าวเดียว
พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 รายจากเหตุขโมยน้ำมันดิบในไนจีเรีย

ทางการไนจีเรียกำลังสอบสวนเหตุการณ์เสียชีวิตในรัฐริเวอร์ส ซึ่งกลุ่มคนที่พยายามขโมยน้ำมันดิบได้รับอันตรายจากไอสารเคมีที่เป็นพิษ

ตามรายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าว AP ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 รายในรัฐริเวอร์ส ประเทศไนจีเรีย หลังจากสูดดมไอสารเคมีที่เป็นพิษขณะพยายามขโมยน้ำมันดิบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ขณะที่กลุ่มผู้เสียชีวิตกำลังลักลอบดูดน้ำมันจากท่อส่งในจุดเจาะน้ำมันผิดกฎหมาย ศูนย์เยาวชนและรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมรายงานว่าไอสารเคมีที่มีแรงดันสูงส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้นเสียชีวิต และยังมีอีกหลายคนที่ยังคงสูญหาย

แม้ว่ากองบัญชาการตำรวจรัฐริเวอร์สจะยืนยันการเสียชีวิตและลักษณะของเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่โฆษกตำรวจยังไม่ได้ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัด โดยระบุว่ากำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน การขโมยน้ำมันยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังในภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของทวีปแอฟริกา รัฐบาลไนจีเรียระบุว่ากิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้สร้างความสูญเสียหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และกำลังพยายามดำเนินมาตรการปราบปรามที่เข้มงวดขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าไอระเหยจากน้ำมันดิบประกอบด้วยสารไฮโดรคาร์บอนและก๊าซพิษที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและระบบประสาทอย่างเฉียบพลันและเรื้อรัง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจำนวนผู้สูญหายที่แน่ชัดและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จะนำมาใช้เพื่อป้องกันการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงสูงเหล่านี้โดยไม่ได้รับอนุญาต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 00:55 UTC

เสร็จสิ้นการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจประจำปี 2569
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เสร็จสิ้นการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจประจำปี 2569

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสร็จสิ้นกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2569 ครอบคลุมตำแหน่งตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจนถึงผู้บังคับการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เสร็จสิ้นการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจประจำปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
เสร็จสิ้นการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจประจำปี 2569

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสร็จสิ้นกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2569 ครอบคลุมตำแหน่งตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจนถึงผู้บังคับการ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงประจำปีของประเทศไทยได้เสร็จสิ้นลงอย่างเป็นทางการแล้ว การปรับเปลี่ยนทางบริหารนี้ครอบคลุมตำแหน่งตั้งแต่ระดับพลตำรวจเอก (รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือเทียบเท่า) ลงไปจนถึงระดับพลตำรวจตรี (ผู้บังคับการ)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การแต่งตั้งประจำปีเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากมักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการภายในของตำรวจ ลำดับความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย และความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคทั่วประเทศ แม้ว่ากระบวนการทางบริหารจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงของการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเหล่านี้ต่อการปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือกลยุทธ์การตำรวจชุมชนนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป

ในขณะนี้ สาธารณชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมอบหมายหน้าที่เฉพาะสำหรับนายตำรวจแต่ละนาย และวิธีที่การเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำเหล่านี้อาจส่งผลต่อการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยติดตามข่าวสารท้องถิ่นสำหรับการอัปเดตใดๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำของสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือการเปลี่ยนแปลงในจุดเน้นของการบังคับใช้กฎหมายที่อาจตามมาหลังจากการแต่งตั้งระดับสูงเหล่านี้ ประกาศอย่างเป็นทางการถือเป็นการสิ้นสุดรอบการคัดเลือกอย่างเป็นทางการสำหรับปีงบประมาณ 2569

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 17:16 UTC

ไทยขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ไทยขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์

ทางการไทยประกาศกรอบเวลา 1 เดือนในการกำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อป้องกันการดำเนินงานที่ไม่ได้รับอนุญาต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ไทยขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์

ทางการไทยประกาศกรอบเวลา 1 เดือนในการกำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อป้องกันการดำเนินงานที่ไม่ได้รับอนุญาต

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการกระชับการกำกับดูแลอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลของประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันการดำเนินงานที่ผิดกฎหมาย โดยยืนยันว่ามาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน ไม่ใช่เพื่อขัดขวาง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้รับมอบหมายให้จัดทำกรอบการกำกับดูแลใหม่ภายในระยะเวลา 1 เดือน วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการจัดระเบียบภาคส่วนดังกล่าวและกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้าและการปฏิบัติตามกฎระเบียบในการดำเนินงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพแวดล้อมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นทางการมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อบรรยากาศการลงทุน แต่ข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะสำหรับผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลยังคงต้องรอการสรุปผล ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามาตรฐานใหม่เหล่านี้อาจส่งผลต่อต้นทุนหรือความพร้อมใช้งานของบริการดิจิทัลในระยะยาวอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับมาตรฐานการใช้ไฟฟ้าหลังจากครบกำหนดระยะเวลา 1 เดือน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 17:16 UTC

ทางการไทยจัดการข้อกล่าวหาทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยจัดการข้อกล่าวหาทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่น

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครท้องถิ่น 99 ราย ในขณะที่ตำรวจชี้แจงว่ายังไม่มีนักการเมืองระดับชาติเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นในขณะนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยจัดการข้อกล่าวหาทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยจัดการข้อกล่าวหาทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่น

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครท้องถิ่น 99 ราย ในขณะที่ตำรวจชี้แจงว่ายังไม่มีนักการเมืองระดับชาติเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นในขณะนี้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จำนวน 99 ราย บุคคลเหล่านี้เผชิญกับข้อหาทางอาญาเนื่องจากลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติที่จำเป็น

ในขณะเดียวกัน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของนักการเมืองในการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยระบุว่าการสืบสวนในปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานที่เชื่อมโยงนักการเมืองระดับชาติเข้ากับความไม่ปกติในระดับท้องถิ่นเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความสงสัยและระบุว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับตัวการใหญ่ที่อาจอยู่เบื้องหลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการรักษาความโปร่งใสของธรรมาภิบาลท้องถิ่นและกระบวนการทางปกครอง แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันจะมีน้อย แต่สถานการณ์นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบพฤติกรรมทางการเมืองท้องถิ่นอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ของพรรคประชาธิปัตย์จะนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ หรือผลการตรวจสอบของ บก.ปปป. ในปัจจุบันจะเป็นข้อสรุปสุดท้ายของขอบเขตการสอบสวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 17:16 UTC

ศาลปกครองตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลปกครองตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช.

ศาลปกครองได้ออกคำเตือนไปยังสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองในทันที

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลปกครองตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงาน กสทช.

ศาลปกครองได้ออกคำเตือนไปยังสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองในทันที

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ศาลปกครองได้ส่งสัญญาณถึงแนวทางการกำกับดูแลที่เข้มงวดต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยนายปกรณ์ ซึ่งเป็นตัวแทนมุมมองของศาล ได้ระบุประเด็นทางกฎหมายสำคัญ 11 ข้อ โดยเน้นย้ำว่าคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยหน่วยงานนั้นมีผลผูกพันทางกฎหมายและต้องมีการบังคับใช้ในทันที

ศาลได้เตือน กสทช. ไม่ให้ใช้โวหารที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดของสาธารณชนหรือการรับรู้ที่บิดเบือนเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของการตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นภายในภาคโทรคมนาคมของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการเชื่อมต่อดิจิทัลและบริการสื่อในประเทศ แม้ว่าศาลจะยืนยันถึงลักษณะการบังคับใช้ในทันทีของคำสั่งทางปกครองเหล่านี้ แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อโครงการโทรคมนาคมที่กำลังดำเนินอยู่หรือการหยุดชะงักของบริการที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่า กสทช. จะตอบสนองต่อคำสั่งทางกฎหมายเหล่านี้อย่างไร และการแทรกแซงนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารหรือการดำเนินการตามคำสั่งทางปกครองหรือไม่ การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการจาก กสทช. และคำวินิจฉัยใดๆ ที่ตามมาจากศาลปกครอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 17:17 UTC

รวบแล้วชายชาวคูเวต ก่อเหตุฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกรในร้านขายยาที่ภูเก็ต
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบแล้วชายชาวคูเวต ก่อเหตุฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกรในร้านขายยาที่ภูเก็ต

ตำรวจป่าตองจับกุมชายชาวคูเวตผู้ต้องหาฉีดสารไม่ทราบชนิดใส่เภสัชกร ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบแล้วชายชาวคูเวต ก่อเหตุฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกรในร้านขายยาที่ภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
รวบแล้วชายชาวคูเวต ก่อเหตุฉีดสเปรย์ใส่เภสัชกรในร้านขายยาที่ภูเก็ต

ตำรวจป่าตองจับกุมชายชาวคูเวตผู้ต้องหาฉีดสารไม่ทราบชนิดใส่เภสัชกร ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้จับกุมชายชาวคูเวตรายหนึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้าน 'มุกดาฟาร์มาซี' บนถนนพระบารมี ต.ป่าตอง จ.ภูเก็ต เมื่อกลางดึกวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยผู้ต้องหาได้ทำทีเข้ามาขอซื้อยาภายในร้าน ก่อนจะใช้สเปรย์ที่บรรจุในขวดลักษณะคล้ายน้ำหอมฉีดใส่เภสัชกรโดยตรง

ภายหลังการสัมผัสสารดังกล่าว ผู้เสียหายมีอาการผิดปกติทางร่างกายอย่างรุนแรง เช่น ลิ้นแข็งพูดไม่เป็นประโยค ทรงตัวไม่ได้ หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก และมีอาการคล้ายจะวูบ จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าตองเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้ติดตามตัวผู้ต้องหาและยึดขวดสเปรย์ที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงประเด็นความปลอดภัยในร้านค้าท้องถิ่น แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ชนิดของสารเคมีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ต้องหารายนี้เคยมีพฤติกรรมก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่อื่นหรือไม่ แม้รายงานเบื้องต้นจะระบุว่าอาจมีพฤติกรรมซ้ำซาก เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหลักฐานเพื่อระบุองค์ประกอบทางเคมีที่แน่ชัดของสเปรย์ดังกล่าว ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่สาธารณะและแจ้งเหตุหากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 15:55 UTC

รวบชายวัย 35 ปี ก่อเหตุเผารถแบคโฮ หลังหลอนยาคิดว่าเพื่อนบ้านจะมาทุบบ้านที่ลำปลายมาศ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบชายวัย 35 ปี ก่อเหตุเผารถแบคโฮ หลังหลอนยาคิดว่าเพื่อนบ้านจะมาทุบบ้านที่ลำปลายมาศ

ชายวัย 35 ปีถูกจับกุมในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังก่อเหตุเผารถแบคโฮ โดยอ้างว่าเกิดอาการหลอนยาและเข้าใจผิดว่าเพื่อนบ้านจ้างรถมาเพื่อทุบบ้านของตน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบชายวัย 35 ปี ก่อเหตุเผารถแบคโฮ หลังหลอนยาคิดว่าเพื่อนบ้านจะมาทุบบ้านที่ลำปลายมาศ

แหล่งข่าวเดียว
รวบชายวัย 35 ปี ก่อเหตุเผารถแบคโฮ หลังหลอนยาคิดว่าเพื่อนบ้านจะมาทุบบ้านที่ลำปลายมาศ

ชายวัย 35 ปีถูกจับกุมในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังก่อเหตุเผารถแบคโฮ โดยอ้างว่าเกิดอาการหลอนยาและเข้าใจผิดว่าเพื่อนบ้านจ้างรถมาเพื่อทุบบ้านของตน

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ควบคุมตัวนายฉัตรชัย อายุ 35 ปี หลังจากก่อเหตุวางเพลิงรถแบคโฮที่จอดอยู่ใกล้บ้านพักเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความเสียหายประมาณ 200,000 บาท ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์

นายฉัตรชัยให้การว่า ตนมีความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านเรื่องน้ำเสียและการใช้ยาฆ่าแมลงมาเป็นเวลานาน ในช่วงเกิดเหตุ ตนได้เสพยาบ้า 2 เม็ดและดื่มสุราขาวไป 1 ขวด ทำให้เกิดอาการหวาดระแวงเมื่อเห็นรถแบคโฮมาจอดหน้าบ้าน โดยเชื่อว่าเพื่อนบ้านจ้างรถมาเพื่อทุบบ้านของตน จึงตัดสินใจงัดฝาถังน้ำมันและใช้ผ้าชุบน้ำมันจุดไฟเผาห้องเครื่องยนต์เพื่อไม่ให้ใช้งานได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในพื้นที่ซึ่งมีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวและถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่แน่นอนของพฤติกรรมที่เกิดจากยาเสพติดในพื้นที่พักอาศัย ทั้งนี้ ยังต้องติดตามผลทางกฎหมายต่อไปว่าเจ้าของรถแบคโฮจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติมหรือไม่ นอกเหนือจากการดำเนินคดีอาญาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 15:55 UTC

จับกุมการลักลอบขนส่งปูทะเลผิดกฎหมายในระนอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมการลักลอบขนส่งปูทะเลผิดกฎหมายในระนอง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดระนองสกัดจับปูทะเลน้ำหนัก 570 กิโลกรัมที่ลักลอบนำเข้าจากเมียนมา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมการลักลอบขนส่งปูทะเลผิดกฎหมายในระนอง

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมการลักลอบขนส่งปูทะเลผิดกฎหมายในระนอง

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดระนองสกัดจับปูทะเลน้ำหนัก 570 กิโลกรัมที่ลักลอบนำเข้าจากเมียนมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในจังหวัดระนองได้สกัดจับการลักลอบนำเข้าปูทะเลผิดกฎหมายได้สำเร็จ โดยปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการยึดตะกร้าบรรจุปูจำนวน 30 ตะกร้า รวมน้ำหนัก 570 กิโลกรัม ซึ่งรายงานระบุว่าเป็นการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเมียนมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการควบคุมการค้าข้ามพรมแดนและบังคับใช้มาตรฐานสุขอนามัยสำหรับสินค้าอาหารนำเข้า การนำเข้าสินค้าเกษตรและสัตว์น้ำอย่างผิดกฎหมายอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการควบคุมโรคและความปลอดภัยทางอาหาร เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มักหลีกเลี่ยงการตรวจสอบตามข้อบังคับของกรมประมง

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความพยายามลักลอบขนส่งหรือจุดหมายปลายทางที่แน่ชัดของสินค้าดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่มีการยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายลักลอบขนส่งขนาดใหญ่หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง ทางการยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายที่จะดำเนินการกับผู้รับผิดชอบในการขนส่งครั้งนี้ ผู้ที่สนใจข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอาหารในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานจังหวัดระนอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 15:35 UTC

รวบเจ้าของล้งทุเรียนในจันทบุรี หลังถูกกล่าวหาว่าแสวงหาประโยชน์จากเด็ก
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบเจ้าของล้งทุเรียนในจันทบุรี หลังถูกกล่าวหาว่าแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

ตำรวจจันทบุรีจับกุมเจ้าของล้งทุเรียนตามหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์จากลูกจ้างวัย 15 ปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบเจ้าของล้งทุเรียนในจันทบุรี หลังถูกกล่าวหาว่าแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
รวบเจ้าของล้งทุเรียนในจันทบุรี หลังถูกกล่าวหาว่าแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

ตำรวจจันทบุรีจับกุมเจ้าของล้งทุเรียนตามหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์จากลูกจ้างวัย 15 ปี

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดจันทบุรีได้ดำเนินการตามหมายจับชายที่ระบุชื่อว่า 'แมน' ซึ่งเป็นเจ้าของล้งทุเรียนในพื้นที่ โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวหลังจากมีข้อกล่าวหาร้ายแรงเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์จากลูกจ้างวัย 15 ปี

รายงานระบุว่าผู้ต้องหาได้บังคับให้เยาวชนรายดังกล่าวเข้าไปในม่านรูด การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากเนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการจัดการกับการละเมิดกฎหมายแรงงานและการคุ้มครองเด็กในภาคเกษตรกรรม แม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาจะอยู่ในการควบคุมของตำรวจแล้ว แต่คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการยุติธรรม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลเหล่านี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น ผู้ต้องหามีสิทธิ์ได้รับกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย และรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักฐานและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนดำเนินไปตามระบบกฎหมายของไทย ทั้งนี้ยังไม่มีการสรุปรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของเหยื่อหรือข้อหาทางกฎหมายที่แน่ชัดในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 14:15 UTC

ผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรมคดีลักทรัพย์ หลังต้องควักเงินกว่า 4 แสนไถ่ทรัพย์สินคืนเอง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรมคดีลักทรัพย์ หลังต้องควักเงินกว่า 4 แสนไถ่ทรัพย์สินคืนเอง

ผู้เสียหายจากคดีลักทรัพย์เข้าร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดตนจึงต้องจ่ายเงินถึง 450,000 บาท เพื่อไถ่ถอนเครื่องประดับที่ถูกขโมยไปจากโรงรับจำนำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรมคดีลักทรัพย์ หลังต้องควักเงินกว่า 4 แสนไถ่ทรัพย์สินคืนเอง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรมคดีลักทรัพย์ หลังต้องควักเงินกว่า 4 แสนไถ่ทรัพย์สินคืนเอง

ผู้เสียหายจากคดีลักทรัพย์เข้าร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดตนจึงต้องจ่ายเงินถึง 450,000 บาท เพื่อไถ่ถอนเครื่องประดับที่ถูกขโมยไปจากโรงรับจำนำ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ผู้เสียหายพร้อมด้วยทนายความได้เข้ายื่นหนังสือต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอให้มีการตรวจสอบและขยายผลคดีลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ผู้เสียหายระบุว่าทรัพย์สินประเภททองรูปพรรณและเครื่องประดับถูกคนในบ้านขโมยไป แต่การสอบสวนของตำรวจดูเหมือนจะสิ้นสุดลงเพียงแค่การจับกุมผู้ต้องหาเพียงรายเดียว ทั้งที่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงเครือข่ายที่กว้างขวางกว่านั้น

ประเด็นสำคัญที่ผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตคือภาระทางการเงินที่ตนต้องแบกรับ หลังจากพบว่าทรัพย์สินบางส่วนถูกนำไปจำนำ ผู้เสียหายจำเป็นต้องใช้เงินส่วนตัวประมาณ 450,000 บาท เพื่อไถ่ถอนทรัพย์สินเหล่านั้นกลับคืนมา ทนายความของผู้เสียหายชี้ให้เห็นว่า รายการเดินบัญชีของคนร้ายมีการหมุนเวียนเงินสูงกว่าเดือนละหนึ่งล้านบาท ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงไม่ดำเนินการสอบสวนทางการเงินเพิ่มเติม หรือติดตามเงินที่ได้จากการนำทรัพย์สินไปจำนำมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการติดตามทรัพย์สินคืนจากคดีอาชญากรรมในประเทศไทย แม้ว่าทางตำรวจจะได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลจะขยายผลการสอบสวนไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเงินกับผู้ต้องหา หรือจะดำเนินการอย่างไรต่อคำร้องขอความเป็นธรรมของผู้เสียหายในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เสียไปในการไถ่ถอนทรัพย์สิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 13:56 UTC

เจ้าหน้าที่พบศพ 4 รายในพื้นที่สุสานยิว
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่พบศพ 4 รายในพื้นที่สุสานยิว

เจ้าหน้าที่ไทยเริ่มดำเนินการสอบสวนหลังพบศพ 4 รายในพื้นที่สุสานยิว นำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายและเตรียมมาตรการผลักดันออกนอกประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่พบศพ 4 รายในพื้นที่สุสานยิว

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่พบศพ 4 รายในพื้นที่สุสานยิว

เจ้าหน้าที่ไทยเริ่มดำเนินการสอบสวนหลังพบศพ 4 รายในพื้นที่สุสานยิว นำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายและเตรียมมาตรการผลักดันออกนอกประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กว่า 40 นายได้เข้าตรวจสอบพื้นที่สุสานยิวแห่งหนึ่ง ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้พบศพจำนวน 4 รายถูกซ่อนอยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าว

ภายหลังการค้นพบ เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานที่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ากำลังเตรียมมาตรการผลักดันออกนอกประเทศที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แม้ว่าการสอบสวนในปัจจุบันจะมุ่งเน้นไปที่สถานะทางกฎหมายของผู้ที่เกี่ยวข้องและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับศพ แต่พื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบของทางการ

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงอัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต ข้อหาทางกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ระบุ และกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการพัฒนา ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรทราบว่าอาจมีการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่องในระหว่างการสอบสวน SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีนี้ต่อไปเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 13:55 UTC

กสทช. ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กสทช. ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกคำชี้แจงหลังจากมีข้อกล่าวหาว่าสำนักงานบิดเบือนคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในคดีของหมอสรณ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กสทช. ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

แหล่งข่าวเดียว
กสทช. ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกคำชี้แจงหลังจากมีข้อกล่าวหาว่าสำนักงานบิดเบือนคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในคดีของหมอสรณ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชน แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีข้อกล่าวหาว่าสำนักงาน กสทช. ได้บิดเบือนหรือตีความคำสั่งล่าสุดที่ออกโดยศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับคดีของหมอสรณ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ภายในหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ แม้ว่า กสทช. จะกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียง แต่ข้อพิพาททางกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางครั้งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการกำกับดูแลหรือความล่าช้าในการบริหารงาน การทำความเข้าใจพัฒนาการเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ติดตามเสถียรภาพของการกำกับดูแลสื่อและโทรคมนาคมในท้องถิ่น

ในขั้นตอนนี้ กสทช. ได้ให้มุมมองของตนเพื่อชี้แจงการตีความคำสั่งศาล อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าคำชี้แจงนี้จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่อย่างไร หรือจำเป็นต้องมีการตรวจสอบทางตุลาการเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าศาลจะออกแถลงการณ์เพิ่มเติมหรือไม่ หรือคำอธิบายของ กสทช. จะเพียงพอต่อการตอบข้อกังวลของสาธารณชนและนักวิจารณ์ทางกฎหมายหรือไม่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของคำสั่งศาลหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 13:55 UTC

ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสำนักงานศาลปกครองและ กสทช. เกี่ยวกับกระบวนการสรรหา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสำนักงานศาลปกครองและ กสทช. เกี่ยวกับกระบวนการสรรหา

สำนักงานศาลปกครองได้โต้แย้งสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับความถูกต้องของเอกสารข่าวที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งศาลเมื่อเร็วๆ นี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสำนักงานศาลปกครองและ กสทช. เกี่ยวกับกระบวนการสรรหา

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสำนักงานศาลปกครองและ กสทช. เกี่ยวกับกระบวนการสรรหา

สำนักงานศาลปกครองได้โต้แย้งสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับความถูกต้องของเอกสารข่าวที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งศาลเมื่อเร็วๆ นี้

เกิดข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสำนักงานศาลปกครองและสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ความขัดแย้งนี้มุ่งเน้นไปที่การตีความคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เกี่ยวกับคดีที่ นพ. สรณ ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.

สำนักงานศาลปกครองได้วิพากษ์วิจารณ์ กสทช. ต่อสาธารณะ โดยกล่าวหาว่าเอกสารข่าวของคณะกรรมการขัดกับเนื้อหาจริงของคำสั่งศาล โดยศาลระบุว่าอาจมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับ กสทช. เนื่องจากความคลาดเคลื่อนดังกล่าว ประเด็นสำคัญคือการที่ศาลตัดสินใจรับคำฟ้องที่เคยถูกศาลชั้นต้นปฏิเสธไปก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อพิพาทนี้เน้นให้เห็นถึงความตึงเครียดด้านการบริหารที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมของไทย แม้ว่าความขัดแย้งทางกฎหมายนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อบริการอินเทอร์เน็ตหรือมือถือในชีวิตประจำวัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงที่อาจเกิดขึ้นในการบริหารงานของ กสทช. ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าศาลจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรกับ กสทช. หรือความขัดแย้งนี้จะส่งผลต่อกระบวนการสรรหากรรมการอย่างไร คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อทั้งสองฝ่ายชี้แจงจุดยืนของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 13:36 UTC

กัน จอมพลัง ตอบโต้ข้อสงสัยทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของมูลนิธิ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กัน จอมพลัง ตอบโต้ข้อสงสัยทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของมูลนิธิ

กัน จอมพลัง ได้ออกมาตอบโต้การตรวจสอบจากทนายตั้ม โดยยืนยันถึงความโปร่งใสของเอกสารทางการเงินของมูลนิธิ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กัน จอมพลัง ตอบโต้ข้อสงสัยทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของมูลนิธิ

แหล่งข่าวเดียว
กัน จอมพลัง ตอบโต้ข้อสงสัยทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของมูลนิธิ

กัน จอมพลัง ได้ออกมาตอบโต้การตรวจสอบจากทนายตั้ม โดยยืนยันถึงความโปร่งใสของเอกสารทางการเงินของมูลนิธิ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 กัน จอมพลัง บุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาจากทนายตั้ม (นายษิทรา เบี้ยบังเกิด) เกี่ยวกับการดำเนินงานทางการเงินของมูลนิธิ โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า กัน จอมพลัง เลือกที่จะใช้เวลาและพลังงานไปกับการช่วยเหลือสังคมมากกว่าการโต้เถียงกับทนายความผ่านสื่อ

กัน จอมพลัง ยืนยันว่าการยื่นเอกสารทางการเงินทั้งหมดของมูลนิธิมีความถูกต้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย เขามีความมั่นใจในความโปร่งใสขององค์กร โดยระบุว่าการตรวจสอบกิจกรรมของเขาจะยิ่งช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างบุคคลที่มีอิทธิพลสองฝ่ายซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านการเคลื่อนไหวทางสังคมและกฎหมาย แม้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะเป็นเพียงประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือสถานะทางกฎหมายของชาวต่างชาติ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีหน่วยงานกำกับดูแลเข้ามาตรวจสอบอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือความขัดแย้งนี้จะบานปลายไปในทิศทางใด ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของมูลนิธิและผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 12:35 UTC