ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

กฎหมาย

ผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรมคดีลักทรัพย์ หลังต้องควักเงินกว่า 4 แสนไถ่ทรัพย์สินคืนเอง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เสียหายร้องขอความเป็นธรรมคดีลักทรัพย์ หลังต้องควักเงินกว่า 4 แสนไถ่ทรัพย์สินคืนเอง

ผู้เสียหายจากคดีลักทรัพย์เข้าร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดตนจึงต้องจ่ายเงินถึง 450,000 บาท เพื่อไถ่ถอนเครื่องประดับที่ถูกขโมยไปจากโรงรับจำนำ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ผู้เสียหายพร้อมด้วยทนายความได้เข้ายื่นหนังสือต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอให้มีการตรวจสอบและขยายผลคดีลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ผู้เสียหายระบุว่าทรัพย์สินประเภททองรูปพรรณและเครื่องประดับถูกคนในบ้านขโมยไป แต่การสอบสวนของตำรวจดูเหมือนจะสิ้นสุดลงเพียงแค่การจับกุมผู้ต้องหาเพียงรายเดียว ทั้งที่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงเครือข่ายที่กว้างขวางกว่านั้น

ประเด็นสำคัญที่ผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตคือภาระทางการเงินที่ตนต้องแบกรับ หลังจากพบว่าทรัพย์สินบางส่วนถูกนำไปจำนำ ผู้เสียหายจำเป็นต้องใช้เงินส่วนตัวประมาณ 450,000 บาท เพื่อไถ่ถอนทรัพย์สินเหล่านั้นกลับคืนมา ทนายความของผู้เสียหายชี้ให้เห็นว่า รายการเดินบัญชีของคนร้ายมีการหมุนเวียนเงินสูงกว่าเดือนละหนึ่งล้านบาท ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงไม่ดำเนินการสอบสวนทางการเงินเพิ่มเติม หรือติดตามเงินที่ได้จากการนำทรัพย์สินไปจำนำมาคืนให้แก่ผู้เสียหาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในการติดตามทรัพย์สินคืนจากคดีอาชญากรรมในประเทศไทย แม้ว่าทางตำรวจจะได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลจะขยายผลการสอบสวนไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเงินกับผู้ต้องหา หรือจะดำเนินการอย่างไรต่อคำร้องขอความเป็นธรรมของผู้เสียหายในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เสียไปในการไถ่ถอนทรัพย์สิน