ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก ✦
กีฬา ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส ✦
การเมือง ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่ ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
กีฬา เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน ✦
การเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ✦
กีฬา บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที ✦
กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' ตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญโอลิมปิก

ภูริพล 'บิว' บุญสอน ดาวรุ่งนักกรีฑาไทย ประกาศมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าทำลายสถิติเอเชียและคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจาก Matichon Online นักวิ่งลมกรดชาวไทย ภูริพล 'บิว' บุญสอน กำลังมุ่งเน้นไปที่แผนการพัฒนาอย่างเข้มงวดเพื่อยกระดับผลงานของตนในเวทีระดับนานาชาติ นักกีฬาดาวรุ่งรายนี้ได้ประกาศความมุ่งมั่นต่อสาธารณะว่าต้องการทำลายสถิติเอเชียในรายการที่ตนลงแข่งขัน และคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกให้ได้ในที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย 'บิว' ได้กลายเป็นบุคคลสำคัญในวงการกีฬาของชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนของความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศในด้านกรีฑา ความทุ่มเทในการฝึกซ้อมของเขาถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติ และเน้นย้ำถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนานักกีฬามืออาชีพภายในราชอาณาจักร

แม้ว่าเป้าหมายของเขาจะชัดเจน แต่กรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับความสำเร็จเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบจะคอยจับตาดูว่าโปรแกรมการฝึกซ้อมของเขาจะส่งผลต่อผลการแข่งขันในรายการระดับภูมิภาคและระดับโลกที่จะถึงนี้อย่างไร ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันวันที่สำหรับการพยายามทำลายสถิติครั้งใหญ่ครั้งต่อไปของเขา แต่ความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ระดับมืออาชีพของเขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:30 UTC

กีฬา

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แฟนบอลในประเทศไทยสามารถติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 คืนนี้ โดยมีคู่สำคัญระหว่างอิตาลีกับเบลเยียม และตุรกีกับฝรั่งเศส

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 จะดำเนินต่อในคืนนี้ วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีแมตช์สำคัญสองคู่ในเวลา 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในกลุ่ม 1 อิตาลีจะเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของเบลเยียม ในเชิงสถิติอิตาลีมีผลงานที่แข็งแกร่งเมื่อพบกับเบลเยียม โดยไม่เคยแพ้เลยในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 4 เสมอ 1) ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่เกมนี้ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผลการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน ตุรกีจะพบกับฝรั่งเศสในอีกคู่ของกลุ่ม 1 แม้ว่าตุรกีจะถูกมองว่าเป็นรอง แต่ก็หวังที่จะสร้างความท้าทายให้กับทีมฝรั่งเศส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง MonoMax โดยคู่ระหว่างอิตาลีและเบลเยียมจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 ด้วย การแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เนื่องจากทั้งสองคู่เป็นการประเดิมสนามของโค้ชใหม่ กลยุทธ์การเล่นจึงยังคงต้องรอติดตามเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผู้ชมควรตรวจสอบตารางการออกอากาศในพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

ชาวบ้านในบางศรีเมืองยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดการปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการดูแลเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไร จ.นนทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำเทศบาล ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเครื่องสูบน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก ชาวบ้านอ้างว่าเนื่องจากงบประมาณของเทศบาลไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตำหนิผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อนุญาตให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีรายงานว่ามีการปะทะคารมและใช้ถ้อยคำรุนแรง ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารท้องถิ่นและชุมชนหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยของภาคประชาชน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และจะมีการจัดตั้งกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความเห็นต่างในการปฏิบัติงานระหว่างเทศบาลและชุมชนวัดป่าเรไรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกควบคุมตัวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายคนงานสวนวัย 67 ปีจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีทำร้ายร่างกายชายวัย 67 ปี ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนลำไยจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Khaosod Online

ในระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ใช้ด้ามมีดอีโต้ตีเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง โดยอ้างว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายเข้ามาขโมยฟักทองในสวนจำนวน 3 ลูก ผู้ต้องหาระบุว่าได้ลากร่างผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ทุ่งนาใกล้เคียง โดยเข้าใจว่าผู้ตายเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ถึงแก่ความตาย และยืนยันว่าใช้เพียงด้ามมีดในการก่อเหตุ ไม่ได้ใช้คมมีด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทในท้องถิ่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งการตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กีฬา

เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการและพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ได้ผ่านขั้นตอนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพบกับผู้ท้าชิงจากประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการมวยอาชีพในประเทศไทย การแข่งขันในระดับนี้มักดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานที่จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมชมหรือเดินทางใกล้สถานที่จัดงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมที่หนาแน่นและการจราจรที่อาจติดขัด

แม้ว่าการชั่งน้ำหนักจะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องรอติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าเพชรโกศลจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานที่ชัดเจนหรือข้อมูลการถ่ายทอดสด ดังนั้นผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันควรติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:15 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

เกิดเหตุรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนชนกับขบวนรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในย่านพหลโยธิน ส่งผลให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานเหตุการณ์รถจักรดีเซลสับเปลี่ยน หมายเลข 4025 เคลื่อนเข้าชนชุดรถพ่วงโดยสารของขบวนรถที่ 32 (เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ซึ่งจอดอยู่ภายในย่านรถไฟทางไกล (ย่านพหลโยธิน) ส่งผลให้ตู้รถโดยสารได้รับความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพนักงานรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและ รฟท. กำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า รฟท. ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้รถโดยสารที่เสียหายเพื่อให้การปฏิบัติงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน สภาพของรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของย่านรถไฟทางไกลและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถหรือการเดินทางของผู้โดยสารแต่อย่างใด รฟท. ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

สส. พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครองเกี่ยวกับการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องส่วยที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในภูเก็ต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครอง (DOPA) อย่างเปิดเผย โดยความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยในภาคธุรกิจสถานบันเทิงของจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์แสดงความไม่พอใจต่อการตอบสนองของกรมฯ ต่อหลักฐานที่เขานำเสนอเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเขาระบุว่าท่าทีของหน่วยงานเป็นการปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนที่จะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลภายในโดยตรง สส. ผู้นี้โต้แย้งว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลีกเลี่ยงปัญหาของระบบราชการที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานบันเทิงยามค่ำคืนในภูเก็ต แม้ว่าข้อกล่าวหาจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกรมการปกครองจะให้คำตอบที่ละเอียดขึ้นต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือการดำเนินการทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาชาวไทย ภูริพล บุญสอน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลก หลังทำสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี สร้างผลงานครั้งสำคัญด้วยการขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลกในการจัดอันดับวิ่ง 100 เมตรชาย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมทำสถิติใหม่ของรายการด้วยเวลา 9.90 วินาที

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกรีฑาไทย เนื่องจากเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10.44 วินาที ผลงานของภูริพลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากการที่เขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรอบเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างกระแสความสนใจในวงการกีฬาไทย และอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกิจกรรมกรีฑาและสถานที่ฝึกซ้อมในท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าเวลา 9.90 วินาทีจะได้รับการยืนยันว่าเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์แล้ว แต่ผู้ติดตามวงการกีฬายังคงจับตามองว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับโลกของเขาในการแข่งขันระดับนานาชาติรายการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการลงแข่งขันในรายการระดับโลกในอนาคต ยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอนของเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมทำลายสถิติเดิมของตนเองด้วยเวลา 9.90 วินาที

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ภูริพล 'บิว' บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า ภูริพลทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันรายการเดียวกัน

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลยอมรับว่าตนรู้สึกตื่นเต้นในช่วงออกตัว ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ โดยเขาได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับครอบครัว สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวชที่คอยดูแลร่างกายมาโดยตลอด

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย ภูริพลได้กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรต่อไป แม้ว่าเหรียญทองในรายการ 100 เมตรจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงรอติดตามผลงานของเขาในการแข่งขันรอบถัดไป ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการแข่งขันที่เหลือของเขาเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

ดร.ณัฐวุฒิ จี้ ผบ.ตร. โอนคดีฉ้อโกงให้กองปราบฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ดร.ณัฐวุฒิ จี้ ผบ.ตร. โอนคดีฉ้อโกงให้กองปราบฯ

ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอโอนสำนวนคดีฉ้อโกงและฟอกเงินจาก สน.ทองหล่อ ไปยังกองบังคับการปราบปราม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ดร.ณัฐวุฒิ จี้ ผบ.ตร. โอนคดีฉ้อโกงให้กองปราบฯ

แหล่งข่าวเดียว
ดร.ณัฐวุฒิ จี้ ผบ.ตร. โอนคดีฉ้อโกงให้กองปราบฯ

ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอโอนสำนวนคดีฉ้อโกงและฟอกเงินจาก สน.ทองหล่อ ไปยังกองบังคับการปราบปราม

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวันที่ 14 กันยายน โดยคำร้องดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อขอโอนสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนายสมชัย นายปริญญา นายยิ่งชีพ และพวก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน จากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ไปยังกองบังคับการปราบปราม (CSD)

ดร.ณัฐวุฒิ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ในการทำคดีนี้ โดยอ้างถึงความล่าช้าในการสอบสวน นอกจากนี้ เขายังตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงยังไม่มีการขอออกหมายจับผู้ที่ถูกกล่าวหา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพของกระบวนการทางกฎหมายในคดีสำคัญอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมทางการเงิน แต่ยังคงเป็นข้อพิพาททางกฎหมายภายในประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น และการขอโอนย้ายเขตอำนาจศาลเป็นขั้นตอนทางธุรการที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะอนุมัติการโอนคดีหรือไม่ หรือคดีจะยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของ สน.ทองหล่อต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 06:16 UTC

ตำรวจโชคชัยลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการยามค่ำคืน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจโชคชัยลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการยามค่ำคืน

ตำรวจ สน.โชคชัย ในกรุงเทพฯ เข้าตรวจสอบสถานบันเทิง 8 แห่ง เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและกฎหมายอย่างเคร่งครัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจโชคชัยลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการยามค่ำคืน

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจโชคชัยลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการยามค่ำคืน

ตำรวจ สน.โชคชัย ในกรุงเทพฯ เข้าตรวจสอบสถานบันเทิง 8 แห่ง เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย นำโดย พ.ต.อ. พรทวี สมวงค์ ผู้กำกับการ สน.โชคชัย ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการและสถานบริการจำนวน 8 แห่งในพื้นที่รับผิดชอบ การปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุอาชญากรรม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานทางกฎหมายที่กำหนดไว้

ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้มุ่งเน้นประเด็นสำคัญหลายประการ ได้แก่ การตรวจสอบผู้ใช้บริการที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี การมั่วสุมหรือเสพยาเสพติด การพกพาอาวุธปืน และการค้าประเวณี ตามรายงานจาก Khaosod Online การตรวจสอบเสร็จสิ้นโดยไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย สถานประกอบการทั้ง 8 แห่งดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงการปิดให้บริการตามเวลาที่กำหนด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบตามปกติเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการควบคุมความปลอดภัยในยามค่ำคืนและรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าการตรวจสอบเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนมาตรฐาน แต่ก็เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านอายุและความปลอดภัยสาธารณะอย่างเข้มงวดในกรุงเทพฯ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานมาตรการบังคับใช้เพิ่มเติม และยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการตรวจสอบในลักษณะนี้จะขยายไปยังพื้นที่อื่นของเมืองในสัปดาห์ต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 06:15 UTC

ตำรวจวังทองหลางลุยตรวจสถานบันเทิง 8 แห่ง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจวังทองหลางลุยตรวจสถานบันเทิง 8 แห่ง

เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ เข้าตรวจสอบสถานบันเทิงยอดนิยม 8 แห่ง เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบสังคม โดยไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือการใช้สารเสพติด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจวังทองหลางลุยตรวจสถานบันเทิง 8 แห่ง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจวังทองหลางลุยตรวจสถานบันเทิง 8 แห่ง

เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ เข้าตรวจสอบสถานบันเทิงยอดนิยม 8 แห่ง เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบสังคม โดยไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือการใช้สารเสพติด

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลางได้เปิดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมโดยเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงชื่อดัง 8 แห่งในพื้นที่รับผิดชอบ ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผู้กำกับการ สน.วังทองหลาง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้าร่วม รวมถึงสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน และชุดปฏิบัติการพิเศษ S.W.A.T. จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 4

เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกเป็น 3 ชุดปฏิบัติการเพื่อเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายพร้อมกันทั้ง 3 โซน ตามรายงานของ Khaosod Online การตรวจสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการจัดระเบียบสังคมเพื่อให้มั่นใจว่าสถานประกอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่น ในระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบผู้ใช้บริการและพนักงานเพื่อหาสิ่งผิดกฎหมายและสารเสพติด ทั้งนี้ ตำรวจรายงานว่าไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือการใช้สารเสพติดในสถานบันเทิงทั้ง 8 แห่ง ซึ่งรวมถึงร้านพริ้มคลับและร้านเดอะกาแลคซี่คลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามตามปกติของทางการไทยในการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและบังคับใช้มาตรฐานการออกใบอนุญาตในย่านสถานบันเทิง แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะไม่พบการกระทำความผิด แต่การตรวจสอบเช่นนี้เป็นเรื่องปกติในกรุงเทพฯ เพื่อให้มั่นใจว่าสถานประกอบการปฏิบัติตามเวลาเปิด-ปิดและระเบียบความปลอดภัย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นหรือจะนำไปสู่การกำกับดูแลสถานบันเทิงในพื้นที่อย่างเข้มงวดขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 05:56 UTC

ETDA เผยสถิติเรื่องร้องเรียนออนไลน์พุ่งสูงขึ้นในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ETDA เผยสถิติเรื่องร้องเรียนออนไลน์พุ่งสูงขึ้นในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ของไทยได้รับเรื่องร้องเรียนกว่า 23,000 เรื่องผ่านสายด่วน 1212 โดยเว็บไซต์ผิดกฎหมายกลายเป็นสาเหตุหลักของการร้องเรียน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ETDA เผยสถิติเรื่องร้องเรียนออนไลน์พุ่งสูงขึ้นในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ETDA เผยสถิติเรื่องร้องเรียนออนไลน์พุ่งสูงขึ้นในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ของไทยได้รับเรื่องร้องเรียนกว่า 23,000 เรื่องผ่านสายด่วน 1212 โดยเว็บไซต์ผิดกฎหมายกลายเป็นสาเหตุหลักของการร้องเรียน

ตามรายงานจาก Thai Post สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้เปิดเผยสถิติการรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1212 ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว หน่วยงานได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมากกว่า 23,000 เรื่อง

ข้อมูลระบุว่าการร้องเรียนเกี่ยวกับเว็บไซต์ผิดกฎหมายได้แซงหน้าหมวดหมู่อื่นๆ จนกลายเป็นปัญหาที่หน่วยงานต้องจัดการบ่อยที่สุด นอกจากนี้ สถิติยังชี้ให้เห็นว่ากลุ่มคนในวัยทำงาน Gen X และ Gen Y เป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อของกิจกรรมออนไลน์เหล่านี้มากที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงความแพร่หลายของความเสี่ยงทางดิจิทัลและความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังเมื่อใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ การเข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการที่ไม่ได้รับการตรวจสอบอาจเพิ่มความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของกิจกรรมฉ้อโกงหรือการดำเนินการทางดิจิทัลที่ผิดกฎหมาย

แม้ว่า ETDA จะระบุแนวโน้มเหล่านี้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงลักษณะเฉพาะของเว็บไซต์ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบทางการเงินหรือส่วนบุคคลที่แน่ชัดต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ หน่วยงานยังคงติดตามภัยคุกคามทางดิจิทัลเหล่านี้อย่างต่อเนื่องตามภารกิจในการกำกับดูแลธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้งานควรเพิ่มความระมัดระวังและใช้ช่องทางที่เป็นทางการ เช่น สายด่วน 1212 หากพบกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 05:36 UTC

กองทัพภาคที่ 2 สอบสวนกรณีพลทหารเสียชีวิตในค่ายสุรธรรมพิทักษ์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองทัพภาคที่ 2 สอบสวนกรณีพลทหารเสียชีวิตในค่ายสุรธรรมพิทักษ์

กองทัพภาคที่ 2 ได้เริ่มการสอบสวนหลังพบร่างพลทหารวัย 20 ปี ปลิดชีพตนเองภายในค่ายทหารสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองทัพภาคที่ 2 สอบสวนกรณีพลทหารเสียชีวิตในค่ายสุรธรรมพิทักษ์

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพภาคที่ 2 สอบสวนกรณีพลทหารเสียชีวิตในค่ายสุรธรรมพิทักษ์

กองทัพภาคที่ 2 ได้เริ่มการสอบสวนหลังพบร่างพลทหารวัย 20 ปี ปลิดชีพตนเองภายในค่ายทหารสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า กองทัพภาคที่ 2 กำลังสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของพลทหารฐิติกร อายุ 20 ปี ในค่ายทหารสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ตามคำแถลงอย่างเป็นทางการ ร่างของพลทหารดังกล่าวถูกพบเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. โดยกำลังพลจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 23 ซึ่งเข้าไปหาของป่าบริเวณด้านหลังร้านสวัสดิการกาแฟของกองพันเสนารักษ์ที่ 3

รายงานเบื้องต้นระบุว่า พลทหารรายนี้อยู่ในระหว่างการลากิจและไม่ได้กลับเข้าหน่วยเมื่อครบกำหนดลา แม้ว่าพลทหารจะแจ้งทางครอบครัวว่าได้กลับเข้าค่ายแล้ว แต่ต่อมาพบร่างของเขาเสียชีวิตในพื้นที่ทหาร กองทัพได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุและหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ควบคุมของหน่วยทหารและไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของสาธารณชน อย่างไรก็ตาม กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสวัสดิภาพและสุขภาพจิตของทหารกองประจำการในระบบกองทัพไทย เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ปัจจัยเฉพาะที่นำไปสู่การตัดสินใจของพลทหารรายนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 04:35 UTC

สถานบันเทิงในอยุธยาเสี่ยงถูกสั่งปิด 5 ปี หลังบุกตรวจพบยาเสพติดและนักเที่ยวฉี่ม่วง 20 ราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สถานบันเทิงในอยุธยาเสี่ยงถูกสั่งปิด 5 ปี หลังบุกตรวจพบยาเสพติดและนักเที่ยวฉี่ม่วง 20 ราย

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เริ่มกระบวนการสั่งปิดสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง หลังจากการบุกตรวจค้นพบการใช้ยาเสพติดในกลุ่มนักเที่ยวและมีการร้องเรียนเรื่องการเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สถานบันเทิงในอยุธยาเสี่ยงถูกสั่งปิด 5 ปี หลังบุกตรวจพบยาเสพติดและนักเที่ยวฉี่ม่วง 20 ราย

แหล่งข่าวเดียว
สถานบันเทิงในอยุธยาเสี่ยงถูกสั่งปิด 5 ปี หลังบุกตรวจพบยาเสพติดและนักเที่ยวฉี่ม่วง 20 ราย

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เริ่มกระบวนการสั่งปิดสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง หลังจากการบุกตรวจค้นพบการใช้ยาเสพติดในกลุ่มนักเที่ยวและมีการร้องเรียนเรื่องการเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 กองกำลังร่วมซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และอาสารักษาดินแดนประมาณ 40 นาย ได้เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามรายงานของ Khaosod English ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีข้อร้องเรียนจากประชาชนว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดและมีข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมยาเสพติด

ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดจากนักเที่ยวที่อยู่ในร้าน ผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้มีผลเป็นบวกต่อสารเสพติดจำนวน 20 ราย ส่งผลให้สถานประกอบการแห่งนี้กำลังเผชิญกับคำสั่งปิดให้บริการเป็นเวลา 5 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการบังคับใช้กฎระเบียบสถานบันเทิงและปราบปรามการใช้ยาเสพติดในสถานที่ท่องเที่ยว แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเพื่อสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปีแล้ว แต่ผลทางกฎหมายขั้นสุดท้ายและขั้นตอนทางปกครองที่จำเป็นในการสั่งปิดอย่างเป็นทางการนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรทราบว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังตรวจสอบสถานบันเทิงอย่างเข้มงวดเพื่อให้เป็นไปตามเวลาเปิด-ปิดและมาตรฐานความปลอดภัยสาธารณะ โดยการอัปเดตสถานะของสถานประกอบการแห่งนี้จะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายที่เจ้าหน้าที่เขตได้ดำเนินการไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 04:10 UTC

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายวิเคราะห์ผลกระทบของ 'พยานกลับคำ' ในกระบวนการยุติธรรมของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายวิเคราะห์ผลกระทบของ 'พยานกลับคำ' ในกระบวนการยุติธรรมของไทย

นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อภิปรายถึงน้ำหนักทางกฎหมายของพยานที่เปลี่ยนคำให้การในบริบทของคดีฮั้วการเลือก สว.

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายวิเคราะห์ผลกระทบของ 'พยานกลับคำ' ในกระบวนการยุติธรรมของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายวิเคราะห์ผลกระทบของ 'พยานกลับคำ' ในกระบวนการยุติธรรมของไทย

นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อภิปรายถึงน้ำหนักทางกฎหมายของพยานที่เปลี่ยนคำให้การในบริบทของคดีฮั้วการเลือก สว.

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 Thai Post รายงานว่า นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระและอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ได้แสดงมุมมองทางกฎหมายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ 'พยานกลับคำ' โดยบทวิเคราะห์ของเขาที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้กล่าวถึงน้ำหนักของพยานหลักฐานในกรณีดังกล่าวภายใต้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายพยานหลักฐานของไทย

บทวิเคราะห์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นที่จับตามองเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มุมมองของนายวัสมุ่งเน้นไปที่วิธีการที่ศาลประเมินคำให้การเมื่อพยานกลับคำหรือเปลี่ยนแปลงคำให้การเดิมในระหว่างการพิจารณาคดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของระบบยุติธรรมไทย โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนทางการเมืองหรือการบริหารที่มีความสำคัญสูง การทำความเข้าใจว่าพยานหลักฐานถูกชั่งน้ำหนักอย่างไรอาจช่วยให้เห็นภาพรวมว่าคดีดังกล่าวอาจดำเนินไปอย่างไร รวมถึงโอกาสที่จะเกิดความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงทิศทางของคดี

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทางกฎหมายเหล่านี้จะถูกนำมาปรับใช้โดยศาลในคดีฮั้ว สว. ปัจจุบันอย่างไร ในขณะที่กระบวนการพิจารณายังคงดำเนินต่อไป ผลกระทบของการกลับคำให้การเหล่านี้ต่อคำพิพากษาขั้นสุดท้ายยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและแวดวงกฎหมาย ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากศาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 04:36 UTC

ตำรวจบุกค้นผับดังอยุธยา พบนักเที่ยวฉี่ม่วง 20 ราย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจบุกค้นผับดังอยุธยา พบนักเที่ยวฉี่ม่วง 20 ราย

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีการควบคุมตัวนักเที่ยวเกือบ 200 คน และพบสารเสพติดภายในร้าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจบุกค้นผับดังอยุธยา พบนักเที่ยวฉี่ม่วง 20 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจบุกค้นผับดังอยุธยา พบนักเที่ยวฉี่ม่วง 20 ราย

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีการควบคุมตัวนักเที่ยวเกือบ 200 คน และพบสารเสพติดภายในร้าน

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เข้าตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ปิดทางเข้าออกทั้ง 3 ประตูเพื่อควบคุมตัวนักเที่ยวเกือบ 200 คนที่อยู่ในร้านขณะปฏิบัติการ

ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวทุกคน ผลปรากฏว่ามีผู้ที่มีผลปัสสาวะเป็นสีม่วงจำนวน 20 ราย นอกจากนี้ยังพบสารเสพติดหลายชนิดกระจายอยู่ภายในร้าน หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แสดงเจตจำนงที่จะเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งปิดสถานบันเทิงแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการบังคับใช้กฎระเบียบสถานบันเทิงและนโยบายควบคุมยาเสพติด แม้ว่าการบุกค้นจะนำไปสู่การควบคุมตัวและการยึดของกลางในทันที แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการปิดสถานประกอบการในระยะยาวนั้นขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสถานประกอบการดังกล่าวจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตอย่างถาวรหรือจะมีคำสั่งพักใบอนุญาตเป็นเวลา 5 ปีตามที่เสนอหรือไม่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรทราบว่ากฎหมายไทยมีบทลงโทษที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองและใช้สารเสพติดในที่สาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 03:35 UTC

อาร์เตต้าวิจารณ์การตัดสินจุดโทษแม้ทีมอาร์เซนอลจะคว้าชัยชนะ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อาร์เตต้าวิจารณ์การตัดสินจุดโทษแม้ทีมอาร์เซนอลจะคว้าชัยชนะ

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล แสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินจุดโทษที่เสียให้กับทีม แม้จะยังคงรู้สึกโล่งใจที่สโมสรยังคงรักษาฟอร์มการชนะต่อเนื่องไว้ได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อาร์เตต้าวิจารณ์การตัดสินจุดโทษแม้ทีมอาร์เซนอลจะคว้าชัยชนะ

แหล่งข่าวเดียว
อาร์เตต้าวิจารณ์การตัดสินจุดโทษแม้ทีมอาร์เซนอลจะคว้าชัยชนะ

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล แสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินจุดโทษที่เสียให้กับทีม แม้จะยังคงรู้สึกโล่งใจที่สโมสรยังคงรักษาฟอร์มการชนะต่อเนื่องไว้ได้

ภายหลังการแข่งขันนัดล่าสุด มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินจุดโทษที่เสียให้กับทีมของเขาอย่างเปิดเผย ตามรายงานจาก Matichon Online แม้อาร์เตต้าจะวิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในจังหวะดังกล่าว แต่เขาก็แสดงความโล่งใจอย่างมากที่ทีมสามารถคว้าชัยชนะมาได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นการรักษาโมเมนตัมการชนะในปัจจุบันไว้ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศ ข่าวนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงความเข้มข้นของการแข่งขันในพรีเมียร์ลีก แม้ผลการแข่งขันจะออกมาเป็นบวกสำหรับอาร์เซนอล แต่ความคิดเห็นหลังเกมของผู้จัดการทีมก็สะท้อนให้เห็นถึงความกดดันของการตัดสินในฟุตบอลระดับสูงและผลกระทบที่มีต่อขวัญกำลังใจของทีม

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าองค์กรผู้ตัดสินของลีกจะมีท่าทีอย่างไรต่อคำวิจารณ์ดังกล่าว หรือจะมีการตรวจสอบเหตุการณ์จุดโทษที่ผู้จัดการทีมกล่าวถึงอย่างเป็นทางการหรือไม่ ทั้งนี้ แฟนบอลและผู้ติดตามยังคงเฝ้าดูแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากลีกเกี่ยวกับมาตรฐานการตัดสินต่อไปในระหว่างที่ฤดูกาลยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 04:55 UTC

บุกตรวจผับดังอยุธยา พบเปิดเกินเวลาและมีสารเสพติด เตรียมเสนอสั่งปิด 5 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

บุกตรวจผับดังอยุธยา พบเปิดเกินเวลาและมีสารเสพติด เตรียมเสนอสั่งปิด 5 ปี

เจ้าหน้าที่ในอยุธยาบุกตรวจสถานบันเทิงชื่อดังหลังพบเปิดเกินเวลาและมีผู้ใช้สารเสพติด นำไปสู่การจับกุม 20 ราย และเตรียมเสนอผู้ว่าฯ พิจารณาสั่งปิด 5 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

บุกตรวจผับดังอยุธยา พบเปิดเกินเวลาและมีสารเสพติด เตรียมเสนอสั่งปิด 5 ปี

แหล่งข่าวเดียว
บุกตรวจผับดังอยุธยา พบเปิดเกินเวลาและมีสารเสพติด เตรียมเสนอสั่งปิด 5 ปี

เจ้าหน้าที่ในอยุธยาบุกตรวจสถานบันเทิงชื่อดังหลังพบเปิดเกินเวลาและมีผู้ใช้สารเสพติด นำไปสู่การจับกุม 20 ราย และเตรียมเสนอผู้ว่าฯ พิจารณาสั่งปิด 5 ปี

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดและตำรวจ สภ.อุทัย รวมประมาณ 40 นาย เข้าตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลคานหาม ตามรายงานจาก Khaosod Online การปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดและมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ในระหว่างการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ปิดทางเข้า-ออกทั้ง 3 จุดเพื่อควบคุมสถานการณ์ แม้จะมีนักท่องเที่ยวบางส่วนพยายามหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้ จากการตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวเกือบ 200 คน พบผู้มีสารเสพติดในร่างกายจำนวน 20 ราย แบ่งเป็นหญิง 9 ราย และชาย 11 ราย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายสถานบันเทิงและการควบคุมยาเสพติดในพื้นที่ ขณะนี้ทางอำเภอกำลังเตรียมรายงานเพื่อเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาสั่งปิดสถานบันเทิงดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี โดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการพิจารณาอย่างเป็นทางการจากผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวทราบว่าสถานบันเทิงในประเทศไทยมีกฎระเบียบเรื่องเวลาเปิด-ปิดที่เคร่งครัดและมีนโยบายไม่ยอมรับการใช้สารเสพติดทุกชนิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 02:55 UTC

โพลนิด้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการปฏิบัติตามกฎหมายของชาวอิสราเอล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

โพลนิด้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการปฏิบัติตามกฎหมายของชาวอิสราเอล

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ระบุว่าประชาชนในกรุงเทพฯ และจังหวัดภาคตะวันออกสนับสนุนให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับชาวอิสราเอลที่กระทำผิดกฎหมายไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

โพลนิด้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการปฏิบัติตามกฎหมายของชาวอิสราเอล

แหล่งข่าวเดียว
โพลนิด้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการปฏิบัติตามกฎหมายของชาวอิสราเอล

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ระบุว่าประชาชนในกรุงเทพฯ และจังหวัดภาคตะวันออกสนับสนุนให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับชาวอิสราเอลที่กระทำผิดกฎหมายไทย

ตามรายงานของ Thai Post สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “ชาวยิว” โดยการสำรวจจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2569 กลุ่มเป้าหมายคือประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีสิทธิเลือกตั้งที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรี

ผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ไทยดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่กับชาวอิสราเอลที่กระทำความผิดในประเทศ ความรู้สึกนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่เพิ่มขึ้นต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักในไทย ผลสำรวจนี้เน้นย้ำถึงระดับการตรวจสอบจากสาธารณะที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย แม้ว่าผลสำรวจจะเป็นเพียงภาพสะท้อนความคิดเห็นในขณะนั้น แต่ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลหรือกฎระเบียบใหม่แต่อย่างใด ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความคิดเห็นของสาธารณชนเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการดำเนินการทางปกครองหรือลำดับความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายต่อชาวต่างชาติในอนาคตอย่างไร ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นและกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องของความคิดเห็นของประชาชน ผลกระทบระยะยาวต่อขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองหรือการปฏิบัติงานของตำรวจจึงยังคงมีความไม่แน่นอน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 02:35 UTC

จับกุมผู้ประท้วงกว่า 280 คนระหว่างการรำลึกถึงระบอบปิโนเชต์ในชิลี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จับกุมผู้ประท้วงกว่า 280 คนระหว่างการรำลึกถึงระบอบปิโนเชต์ในชิลี

ทางการชิลีรายงานการจับกุมบุคคล 284 คนหลังจากการประท้วงเนื่องในวันครบรอบการปกครองแบบเผด็จการทหารภายใต้ออกุสโต ปิโนเชต์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จับกุมผู้ประท้วงกว่า 280 คนระหว่างการรำลึกถึงระบอบปิโนเชต์ในชิลี

แหล่งข่าวเดียว
จับกุมผู้ประท้วงกว่า 280 คนระหว่างการรำลึกถึงระบอบปิโนเชต์ในชิลี

ทางการชิลีรายงานการจับกุมบุคคล 284 คนหลังจากการประท้วงเนื่องในวันครบรอบการปกครองแบบเผด็จการทหารภายใต้ออกุสโต ปิโนเชต์

ตามรายงานจาก Thai Post รัฐบาลชิลียืนยันเมื่อวันเสาร์ว่ามีผู้ถูกควบคุมตัว 284 คนระหว่างการชุมนุมเพื่อรำลึกถึงเหยื่อของระบอบเผด็จการทหารของออกุสโต ปิโนเชต์ การประท้วงซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศนี้ มีการแทรกแซงจากตำรวจอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ผู้เข้าร่วมรวมตัวกันเพื่อประณามมรดกของอดีตระบอบการปกครองดังกล่าว

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในชิลีขณะนี้ การชุมนุมประท้วงมักนำไปสู่ความไม่สะดวกในพื้นที่ รวมถึงการปิดถนน การเพิ่มกำลังของตำรวจ และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการขนส่งสาธารณะ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ก็สามารถบานปลายได้อย่างรวดเร็ว จึงแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีฝูงชนจำนวนมากรวมตัวกันเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยส่วนบุคคล

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาเฉพาะที่ตั้งต่อผู้ถูกควบคุมตัวยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีการวางแผนการประท้วงเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่ หรือรัฐบาลจะดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองต่อขนาดของการจับกุมเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่อยู่ในภูมิภาคควรระมัดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 02:35 UTC

เริ่มการสอบสวนหลังครูดนตรีถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนักเรียนในอยุธยา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มการสอบสวนหลังครูดนตรีถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนักเรียนในอยุธยา

นักเรียน 4 คนพร้อมผู้ปกครองได้แจ้งความดำเนินคดีกับครูดนตรีในพระนครศรีอยุธยา โดยกล่าวหาว่ามีการทำร้ายร่างกายและข่มขู่ด้วยมีด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เริ่มการสอบสวนหลังครูดนตรีถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนักเรียนในอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มการสอบสวนหลังครูดนตรีถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนักเรียนในอยุธยา

นักเรียน 4 คนพร้อมผู้ปกครองได้แจ้งความดำเนินคดีกับครูดนตรีในพระนครศรีอยุธยา โดยกล่าวหาว่ามีการทำร้ายร่างกายและข่มขู่ด้วยมีด

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 นักเรียนชาย 4 คนพร้อมด้วยผู้ปกครองและตัวแทนในพื้นที่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา ตามรายงานของ Khaosod Online กลุ่มผู้เสียหายกล่าวหาว่าครูดนตรีของโรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ได้ทำร้ายร่างกายนักเรียนและข่มขู่ด้วยมีด หลังจากที่นักเรียนไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาสีของโรงเรียน

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนหลังจากที่ผู้ปกครองทราบเรื่องและมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มีรายงานว่าครูคนดังกล่าวได้ขอโทษผู้ปกครองโดยอ้างว่าความเครียดเป็นสาเหตุของพฤติกรรมดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรวมถึงนายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส. กำลังให้ความช่วยเหลือครอบครัวในการดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงเรียนและแนวทางการลงโทษทางวินัยในสถาบันการศึกษาท้องถิ่น แม้ว่าครูจะยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการกล่าวคำขอโทษ แต่กระบวนการทางกฎหมายยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายและการใช้อาวุธจะนำไปสู่การตั้งข้อหาทางอาญาอย่างเป็นทางการหรือไม่ โดยทางโรงเรียนและหน่วยงานเทศบาลยังไม่ได้ประกาศมาตรการทางวินัยที่เฉพาะเจาะจงต่อครูคนดังกล่าวในระหว่างที่รอผลการสอบสวนของตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 02:15 UTC

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองชี้แจงสถานะของผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิตในภาคใต้ของไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองชี้แจงสถานะของผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิตในภาคใต้ของไทย

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองปฏิเสธการเรียกผู้ต้องสงสัยที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมว่าเป็น 'ผู้พลีชีพ' โดยเน้นย้ำว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองชี้แจงสถานะของผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิตในภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองชี้แจงสถานะของผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิตในภาคใต้ของไทย

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองปฏิเสธการเรียกผู้ต้องสงสัยที่ถูกวิสามัญฆาตกรรมว่าเป็น 'ผู้พลีชีพ' โดยเน้นย้ำว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำศัพท์ที่ใช้เรียกผู้ต้องสงสัยที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในพื้นที่ภาคใต้ของไทย โดยบางกลุ่มได้เรียกบุคคลดังกล่าวว่าเป็น 'ซาฮิต' (ผู้พลีชีพ) ซึ่งเป็นคำที่มักเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางศาสนา

นายนันทิวัฒน์ได้ปฏิเสธคำเรียกดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่มีหมายจับและไม่ยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ เขายังโต้แย้งการเรียกสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ว่าเป็น 'ดินแดนสงคราม' โดยชี้ว่าวาทกรรมดังกล่าวเป็นการบิดเบือนลักษณะของการปฏิบัติการด้านความมั่นคงที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำชี้แจงนี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างมุมมองของคนในพื้นที่และมุมมองอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าปฏิบัติการเหล่านี้เป็นการดำเนินการตามกฎหมายปกติเพื่อจัดการกับกลุ่มอาชญากร แต่การใช้คำศัพท์ทางศาสนาหรือการเมืองโดยกลุ่มคนในพื้นที่บ่งชี้ถึงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างต่อเนื่องในการรับรู้เหตุการณ์เหล่านี้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการตีความที่แตกต่างกันเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายความมั่นคงในอนาคตหรือความสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่อย่างไร นักท่องเที่ยวในภูมิภาคควรตระหนักถึงสภาพแวดล้อมทางสังคมและการเมืองที่ซับซ้อน แม้ว่าจุดยืนอย่างเป็นทางการจะยังคงระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเพียงคดีอาญาที่แยกส่วน ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสภาวะสงครามในวงกว้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 01:35 UTC

ประกาศรายชื่อแต่งตั้งตำรวจประจำปี 2569
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศรายชื่อแต่งตั้งตำรวจประจำปี 2569

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2569 โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวน 281 นาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ประกาศรายชื่อแต่งตั้งตำรวจประจำปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศรายชื่อแต่งตั้งตำรวจประจำปี 2569

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สรุปการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2569 โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวน 281 นาย

ตามรายงานของ Thai Post สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยการปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางบริหารครั้งนี้ครอบคลุมตำแหน่งต่างๆ จำนวน 281 ตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ ลงไปจนถึงระดับผู้บังคับการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การแต่งตั้งระดับสูงเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นผู้กำหนดนโยบาย ลำดับความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย และการกำกับดูแลงานด้านบริหารทั่วประเทศ การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บังคับการมักส่งผลต่อวิธีการที่สถานีตำรวจท้องที่จัดการความสัมพันธ์กับชุมชนและการบังคับใช้กฎระเบียบในแต่ละจังหวัดหรือเขตพื้นที่

แม้ว่าจะมีการเผยแพร่รายชื่อออกมาแล้ว แต่ผลกระทบในทางปฏิบัติของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เช่น การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือขั้นตอนการบริหารงาน ยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังตรวจสอบการมอบหมายงานเฉพาะด้านเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างผู้นำใหม่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจการปฏิบัติงานเฉพาะสำหรับผู้บังคับการเหล่านี้จะปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 17:16 UTC

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุมหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงิน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุมหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงิน

ตำรวจจับกุมเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในข้อหายักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท หลังมีรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสมและการตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุมหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงิน

แหล่งข่าวเดียว
อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ถูกจับกุมหลังมีข้อกล่าวหายักยอกเงิน

ตำรวจจับกุมเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในข้อหายักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท หลังมีรายงานพฤติกรรมไม่เหมาะสมและการตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เข้าจับกุมเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งระบุชื่อว่าหลวงพ่อโชติ พร้อมกับสีกาคนสนิท การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหายักยอกเงินวัดจำนวน 92 ล้านบาท ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจได้ตรวจยึดทรัพย์สินของทั้งคู่ที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโออื้อฉาวของบุคคลทั้งสองภายในบริเวณวัด

ภายหลังการจับกุม อดีตพระที่เคยบวชที่วัดแห่งนี้ ซึ่งระบุตัวตนบนเฟซบุ๊กว่า "Pro Prom" ได้ออกมาเปิดเผยพฤติกรรมไม่เหมาะสม 10 ประการของเจ้าอาวาส โดยระบุว่าเจ้าอาวาสไม่เคยปฏิบัติกิจของสงฆ์ที่สำคัญ เช่น การออกบิณฑบาต หรือการทำวัตรเช้า-เย็น รวมถึงการขาดความเคารพต่อผู้อาวุโสในวัด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นความขัดแย้งครั้งสำคัญในสถานที่ทางศาสนาที่มีชื่อเสียง แม้ว่าตำรวจจะเริ่มดำเนินคดีทางกฎหมายเกี่ยวกับการยักยอกเงินและการยึดทรัพย์สินแล้ว แต่ข้อกล่าวหาในวงกว้างเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาสยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ ควรทราบว่าแม้การจับกุมและการยึดทรัพย์สินจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะของคดีความและขอบเขตทั้งหมดของพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหายังคงอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 17:15 UTC

เหตุชายคลุ้มคลั่งจากยาเสพติดบุกบ้านในอุดรธานี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุชายคลุ้มคลั่งจากยาเสพติดบุกบ้านในอุดรธานี

ชายวัย 30 ปีในจังหวัดอุดรธานีบุกรุกบ้านเพื่อนบ้านขณะมีอาการหลอนจากยาเสพติด นำไปสู่การเผชิญหน้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุชายคลุ้มคลั่งจากยาเสพติดบุกบ้านในอุดรธานี

แหล่งข่าวเดียว
เหตุชายคลุ้มคลั่งจากยาเสพติดบุกบ้านในอุดรธานี

ชายวัย 30 ปีในจังหวัดอุดรธานีบุกรุกบ้านเพื่อนบ้านขณะมีอาการหลอนจากยาเสพติด นำไปสู่การเผชิญหน้า

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญในพื้นที่หมู่ 7 ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยชายวัย 30 ปีที่ระบุชื่อว่า 'นายโอ' ได้บุกรุกเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้านในคืนวันที่ 9 กันยายน 2569 ขณะที่มีอาการหลอนจากยาเสพติด

ข่าวสดรายงานว่าผู้ก่อเหตุกล่าวหาว่าเจ้าของบ้านทำคุณไสยใส่ตน นางเจตุ เจ้าของบ้านวัย 65 ปี เล่าว่าชายคนดังกล่าวได้ข่มขู่ครอบครัวของเธอมาก่อนหน้านี้ในช่วงกลางวัน ในระหว่างเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ถือมีดและพยายามทำร้ายคนในบ้านจนเกิดการไล่จับกัน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะวิ่งหนีกลับไปที่บ้านของตนเองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งนี้มีการระบุว่าบุคคลดังกล่าวเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาได้ 3 เดือน หลังจากรับโทษจำคุก 7 เดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่ไม่สามารถคาดเดาได้อันเนื่องมาจากการใช้สารเสพติด แม้ว่าสถานการณ์จะถูกควบคุมได้โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย แต่เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการระมัดระวังสิ่งรอบข้าง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่ามีการแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือมีการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเพื่อประเมินทางจิตเวชหรือดำเนินการตามกฎหมายต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ยึดยาเสพติดกว่า 400 กก. ในการบุกค้นย่านดอนเมือง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ยึดยาเสพติดกว่า 400 กก. ในการบุกค้นย่านดอนเมือง

ทางการไทยจับกุมชายวัย 28 ปี หลังพบยาไอซ์และเคตามีนจำนวนมากในบ้านพักย่านดอนเมือง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ยึดยาเสพติดกว่า 400 กก. ในการบุกค้นย่านดอนเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ยึดยาเสพติดกว่า 400 กก. ในการบุกค้นย่านดอนเมือง

ทางการไทยจับกุมชายวัย 28 ปี หลังพบยาไอซ์และเคตามีนจำนวนมากในบ้านพักย่านดอนเมือง

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงเทพมหานครได้เข้าตรวจค้นบ้านพักในย่านดอนเมือง ส่งผลให้มีการจับกุมชายวัย 28 ปี ชื่อ นายธนาดล ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ตำรวจได้ยึดของกลางเป็นยาไอซ์น้ำหนัก 315 กิโลกรัม และยาเค (เคตามีน) น้ำหนัก 108 กิโลกรัม ที่พบภายในบ้าน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ในระหว่างการปฏิบัติการ

ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างให้เฝ้ายาเสพติดดังกล่าวโดยได้รับค่าจ้าง 20,000 บาท โดยยาเสพติดถูกวางทิ้งไว้ในที่เปิดเผยบริเวณหน้าประตูบ้านในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ในพื้นที่พักอาศัยของกรุงเทพฯ แม้ว่าภัยคุกคามในทันทีจะถูกระงับลงด้วยการจับกุมแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการปฏิบัติการนี้หรือจุดหมายปลายทางของยาเสพติดที่ยึดได้ ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอให้ประชาชนในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาและแหล่งที่มาของยาเสพติดในระหว่างการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 14:16 UTC