ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย ✦
ความปลอดภัย กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน ✦
วัฒนธรรม รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว. ✦
การเมือง สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย. ✦
กีฬา วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์ ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
ความปลอดภัย

เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและฝนตกหนักใน 12 จังหวัดของไทย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างใน 12 จังหวัด โดยกรุงเทพฯ รายงานจุดน้ำท่วมขัง 67 จุด และมีการออกประกาศเตือนให้เตรียมอพยพในจังหวัดสระบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อ 12 จังหวัดทั่วประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัย 'สีแดง' ซึ่งเป็นระดับการเตือนภัยสูงสุด โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีจุดน้ำท่วมขังรวม 67 จุด ในขณะเดียวกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี กำลังเผชิญกับระดับน้ำท่วมขังในระดับวิกฤต ส่วนที่จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ออกประกาศเร่งด่วนให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและความปลอดภัย ถนนสายหลักอาจไม่สามารถสัญจรได้ และบริการขนส่งสาธารณะอาจได้รับผลกระทบ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าผลกระทบในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนที่จะเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาตามความคืบหน้าของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

ความปลอดภัย

กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย 3 เขต หลังฝนถล่มหนักตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ หนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รวม 13 แขวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือว่ามีความสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง ทางการกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีระดับสูงขึ้นอย่างมากเนื่องจากฝนที่ตกไม่หยุด น้ำท่วมอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด การปิดเส้นทาง และอุปสรรคในการเดินทางในชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่า กทม. จะได้ดำเนินการประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปในเขตเหล่านี้ควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของ กทม. อย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการอพยพหรือผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:31 UTC

วัฒนธรรม

รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รายการโทรทัศน์ไทยนำเสนอเรื่องราวของนวัตกรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมอาหาร

รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยกำลังนำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้ผลิตขนมจากกระบองเพชรและผู้ผลิตคราฟต์โซดาในจังหวัดจันทบุรี

จากรายงานของ Khaosod Online รายการโทรทัศน์ไทยหลายรายการกำลังนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารในท้องถิ่น รายการ 'เกษตรสุข' ทางช่อง 7HD นำเสนอเรื่องราวของผู้ประกอบการที่ปรับตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากกระบองเพชรกินได้ รวมถึงกัมมี่แปรรูป

นอกจากนี้ รายการ 'คนไทยหัวใจไม่ท้อ' ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อนำเสนอเรื่องราวของ 'The Craft : บางสระเก้า' ธุรกิจท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญด้านคราฟต์โซดา โดยเจาะลึกถึงความมุ่งมั่นของคุณต็อก – นิสิต อารีวุฒิ ในการพัฒนาเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในขณะเดียวกัน รายการ 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์' ทางช่อง Workpoint เตรียมพาไปเยือนเพชรบุรีเพื่อชมตำนานวัดดังและชิมอาหารป่ารสเด็ด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายการเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงวิธีการสร้างสรรค์ที่ชุมชนท้องถิ่นนำเกษตรกรรมดั้งเดิมและรสชาติประจำถิ่นมาปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ รายการเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจค้นหาประสบการณ์ทางอาหารที่น่าสนใจและสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในไทย อย่างไรก็ตาม แม้รายการเหล่านี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้ชมควรตรวจสอบเวลาทำการและความพร้อมให้บริการโดยตรงกับทางร้านก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากเนื้อหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผังรายการโทรทัศน์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:30 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. สอบ กกต. ปมคัดเลือก สว.

ณัฐพงษ์ 'เท้ง' เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'เท้ง' ยืนยันว่าพรรคของเขามีหลักฐานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่เพียงพอต่อการขอให้มีการสอบสวนการทำงานของ กกต. ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาสูง สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูงและอาจเกิดความขัดแย้งเชิงสถาบันภายในรัฐบาลไทย แม้ฝ่ายค้านจะผลักดันให้มีการตรวจสอบ แต่ทาง ป.ป.ช. ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือจัดตั้งคณะกรรมการตามที่ร้องขอหรือไม่

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการทางกฎหมายและธุรการ ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความท้าทายนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบันอย่างไร การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการตอบสนองอย่างเป็นทางการของ ป.ป.ช. ต่อหลักฐานที่ยื่นเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

การเมือง

สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมยืนยันกฎการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง 27 ก.ย.

สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าสามารถหาเสียงได้จนถึงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน โดยห้ามทำกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานประกันสังคมได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกฎระเบียบสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าผู้สมัครและผู้สนับสนุนสามารถดำเนินกิจกรรมหาเสียงได้ตามกฎหมายจนถึงช่วงเวลาที่หน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนในวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ เน้นย้ำว่าต้องมีการรักษาขอบเขตที่เข้มงวด โดยห้ามการหาเสียงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ของหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในขณะที่กำลังใช้สิทธิ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมการเลือกตั้งประกันสังคม ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นการเตือนให้ตระหนักถึงความใกล้ชิดของกิจกรรมหาเสียงกับสถานที่ลงคะแนน แม้ว่าสิทธิในการหาเสียงจะยังคงมีผลจนถึงชั่วโมงสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมในการลงคะแนนจะได้รับการคุ้มครองโดยข้อจำกัดเชิงพื้นที่ที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ ในขณะนี้ ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนนของตนและเคารพเขตห้ามหาเสียงที่กำหนดไว้รอบสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งอาจมีการแจ้งจากหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อใกล้วันลงคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

กีฬา

วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
วีรพล ฮีโร่โอลิมปิก และภูริพล นักวิ่งลมกรด เตรียมพร้อมลุยศึกเอเชียนเกมส์

วีรพล ฮีโร่เหรียญรางวัลโอลิมปิกยกน้ำหนัก และภูริพล นักวิ่งลมกรดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วีรพล ฮีโร่โอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักชาวไทย เตรียมตัวขึ้นเวทีการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โดยมีภูริพล นักวิ่งลมกรดชื่อดังร่วมเป็นจุดสนใจในฐานะผู้มีกำหนดการลงแข่งขันในรอบคัดเลือกวิ่ง 200 เมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นักกีฬาเหล่านี้ถือเป็นตัวแทนความมุ่งมั่นทางกีฬาในระดับสูงของประเทศบนเวทีระดับทวีป การเข้าร่วมของบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้มักดึงดูดความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก และอาจนำไปสู่การรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการสนับสนุนจากชุมชนตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของพวกเขา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการแข่งขันที่แน่นอน เวลาในการวิ่งรอบคัดเลือก 200 เมตร และรุ่นน้ำหนักของวีรพลนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาและผู้ชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชียนเกมส์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและรอบชิงเหรียญรางวัล เมื่อใกล้ถึงวันแข่งขัน คาดว่าความตื่นเต้นในท้องถิ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือพื้นที่รับชมสาธารณะในเมืองใหญ่ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:10 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเร่งด่วนสำหรับ 37 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครรวมอยู่ในประกาศเตือนภัยนี้ด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกในพื้นที่สูงถึง 80%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้พื้นที่ภูเขา ทางการแนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่ฝนจะตกสูง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของฝนในแต่ละพื้นที่ยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไกล เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้การจราจรติดขัดกะทันหันและเกิดน้ำท่วมขังในบางจุด ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

เหตุทะเลาะวิวาทในหอพักที่อุดรธานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุทะเลาะวิวาทในหอพักที่อุดรธานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เหตุทะเลาะวิวาทระหว่างพ่อและลูกในหอพักแห่งหนึ่งที่จังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุทะเลาะวิวาทในหอพักที่อุดรธานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุทะเลาะวิวาทในหอพักที่อุดรธานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เหตุทะเลาะวิวาทระหว่างพ่อและลูกในหอพักแห่งหนึ่งที่จังหวัดอุดรธานี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยในจังหวัดอุดรธานีได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงภายในหอพักแห่งหนึ่งในซอยศิลปิน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่พบชายวัย 35 ปี ทราบชื่อคือนายพูนศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะและเสียเลือดมาก นายพูนศักดิ์ซึ่งเป็นผู้พิการประเภท 3 ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานีระบุว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายบุญเพ็ง อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นบิดาของผู้บาดเจ็บ รายงานระบุว่าทั้งสองได้ดื่มสุราด้วยกันก่อนที่จะเกิดการทะเลาะวิวาท โดยผู้เป็นพ่อได้ใช้ขวดตีศีรษะลูกชาย ก่อนจะหลบหนีไปทันทีหลังเกิดเหตุ ญาติและผู้ดูแลหอพักให้ข้อมูลว่าทั้งสองมักมีปากเสียงกันเป็นประจำ ซึ่งมักมีเรื่องของสุราเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ว่าทั้งคู่จะได้รับเบี้ยคนพิการก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความขัดแย้งภายในครอบครัวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนบุคคล แม้เหตุการณ์เช่นนี้มักจะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมในที่พักอาศัย ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันที่อยู่ของผู้ก่อเหตุ และการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของผู้บาดเจ็บในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

ทางการไทยเปิดปฏิบัติการยึดคืนโฉนดที่ดินจากนอมินีผิดกฎหมาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเปิดปฏิบัติการยึดคืนโฉนดที่ดินจากนอมินีผิดกฎหมาย

กระทรวงพาณิชย์เริ่มดำเนินการกวาดล้างการถือครองที่ดินโดยนอมินีและทุนสีเทา พร้อมวางแผนขยายการตรวจสอบไปยังภาคคอนโดมิเนียม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการไทยเปิดปฏิบัติการยึดคืนโฉนดที่ดินจากนอมินีผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเปิดปฏิบัติการยึดคืนโฉนดที่ดินจากนอมินีผิดกฎหมาย

กระทรวงพาณิชย์เริ่มดำเนินการกวาดล้างการถือครองที่ดินโดยนอมินีและทุนสีเทา พร้อมวางแผนขยายการตรวจสอบไปยังภาคคอนโดมิเนียม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ได้ประกาศเปิดปฏิบัติการใหม่เพื่อยึดคืนโฉนดที่ดินที่ปัจจุบันถือครองโดยนอมินีและกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนผิดกฎหมาย ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้โครงสร้างการถือครองที่ดินในทางที่ผิดโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย แม้ว่าในปัจจุบันจะเน้นไปที่ที่ดิน แต่ทางการได้ระบุว่าการตรวจสอบจะขยายไปยังตลาดคอนโดมิเนียมในเร็วๆ นี้ การเปลี่ยนแปลงในการบังคับใช้กฎหมายนี้อาจส่งผลต่อความโปร่งใสของตลาดอสังหาริมทรัพย์และสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินบางรายการ

ในขั้นตอนนี้ ขอบเขตที่แน่ชัดของปฏิบัติการและเกณฑ์เฉพาะในการระบุ 'ทุนสีเทา' ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลตั้งใจจะจัดการกับทรัพย์สินที่พบว่าละเมิดกฎระเบียบการถือครองอย่างไร หรือกรอบเวลาสำหรับระยะการตรวจสอบที่เน้นคอนโดมิเนียมจะเป็นอย่างไร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมว่ามาตรการบังคับใช้เหล่านี้อาจส่งผลต่อสิทธิในทรัพย์สินและความมั่นคงของตลาดอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

ทางการเร่งตรวจสอบ 35 บริษัทต้องสงสัยในสกลนคร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการเร่งตรวจสอบ 35 บริษัทต้องสงสัยในสกลนคร

กระทรวงพาณิชย์กำลังตรวจสอบบริษัท 35 แห่งในจังหวัดสกลนคร ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงสร้างนอมินีที่อาจเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นชาวจีน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการเร่งตรวจสอบ 35 บริษัทต้องสงสัยในสกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งตรวจสอบ 35 บริษัทต้องสงสัยในสกลนคร

กระทรวงพาณิชย์กำลังตรวจสอบบริษัท 35 แห่งในจังหวัดสกลนคร ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงสร้างนอมินีที่อาจเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นชาวจีน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ตรวจพบความผิดปกติของบริษัท 35 แห่งที่จดทะเบียนใน 4 อำเภอของจังหวัดสกลนคร โดยบริษัทเหล่านี้มีรายงานว่ามีผู้ถือหุ้นเป็นชาวจีนทั้งหมด

การสืบสวนพบว่ามีหญิงไทยรายหนึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้า จ่ายเงินให้ชาวบ้านรายละ 500 ถึง 1,000 บาท เพื่อแลกกับสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ก่อนจะส่งเอกสารเหล่านี้ให้กับนายทุนชาวจีน นอกจากนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทเหล่านี้ กลับไม่พบสำนักงานจริงแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการจดทะเบียนธุรกิจและการใช้ 'นอมินี' ซึ่งเป็นการนำชื่อบุคคลในท้องถิ่นมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการถือครองธุรกิจของชาวต่างชาติ แม้ว่าการสอบสวนนี้จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กร แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องของนิติบุคคลในประเทศไทย

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และมาตรการทางกฎหมายที่จะดำเนินการกับบุคคลและนิติบุคคลที่ถูกระบุตัวตน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบโครงสร้างนอมินีเหล่านี้เพื่อพิจารณาว่ามีการละเมิดกฎหมายธุรกิจของไทยเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:39 UTC

การอภิปรายสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับอาวุธปืนในประเทศไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การอภิปรายสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับอาวุธปืนในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online เน้นย้ำถึงบทสนทนาระดับชาติที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนและบทบาทของอาวุธปืนในสังคมไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การอภิปรายสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับอาวุธปืนในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การอภิปรายสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับอาวุธปืนในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online เน้นย้ำถึงบทสนทนาระดับชาติที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนและบทบาทของอาวุธปืนในสังคมไทย

ตามรายงานล่าสุดจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงของการถกเถียงสาธารณะอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับความแพร่หลายและผลกระทบของอาวุธปืน การอภิปรายนี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์อาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อและสาธารณชนทั่วไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว วาทกรรมนี้เน้นย้ำถึงความอ่อนไหวที่เพิ่มขึ้นต่อความปลอดภัยสาธารณะและสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธในประเทศ แม้ว่าประเทศไทยจะยังคงมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืน แต่การรายงานข่าวที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลทางสังคมในวงกว้างว่าเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชุมชนและภาพลักษณ์ของประเทศอย่างไร

ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการอภิปรายสาธารณะและการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ ยังไม่ชัดเจนว่าทางการจะเสนอการปรับเปลี่ยนนโยบายเฉพาะใดๆ หรือไม่เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าการถกเถียงในปัจจุบันจะนำไปสู่การทบทวนทางกฎหมายหรือมาตรการบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้นหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือมาเยือนประเทศไทยได้รับการสนับสนุนให้ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นเพื่อทำความเข้าใจสภาพสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตในนนทบุรีอยู่ระหว่างการสอบสวน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตในนนทบุรีอยู่ระหว่างการสอบสวน

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุไฟไหม้บ้านในจังหวัดนนทบุรี หลังพบหลักฐานเป็นน้ำมันเบนซินในที่เกิดเหตุ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตในนนทบุรีอยู่ระหว่างการสอบสวน

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตในนนทบุรีอยู่ระหว่างการสอบสวน

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุไฟไหม้บ้านในจังหวัดนนทบุรี หลังพบหลักฐานเป็นน้ำมันเบนซินในที่เกิดเหตุ

เมื่อคืนวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้นสองของบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสองรายซึ่งเชื่อว่าเป็นสามีภรรยากัน ตามรายงานของ Khaosod English เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจบางศรีเมืองได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบร่างผู้เสียชีวิต รวมถึงหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของสารเร่งการเผาไหม้

พนักงานสอบสวนพบน้ำมันเบนซินกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงพบถังน้ำมันขนาด 20 ลิตรวางอยู่ใกล้กับบันได แม้ว่าการพบน้ำมันเชื้อเพลิงจะทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ของเหตุเพลิงไหม้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปผลการสอบสวนถึงสาเหตุของไฟไหม้หรือเหตุการณ์ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยจากอัคคีภัยในอาคารที่พักอาศัย เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ สาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการและลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อมีการตรวจสอบหลักฐานที่เก็บรวบรวมจากที่เกิดเหตุเสร็จสิ้น ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังพื้นที่จังหวัดนนทบุรีควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

รวบหนุ่มวัย 22 ปี ใกล้โรงแรมดังจอมบึง คดีข่มขืนเด็กสาววัย 15 ปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบหนุ่มวัย 22 ปี ใกล้โรงแรมดังจอมบึง คดีข่มขืนเด็กสาววัย 15 ปี

ตำรวจไทยจับกุมชายวัย 22 ปี ใกล้โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ตามหมายจับคดีข่มขืนเด็กสาววัย 15 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 22 ปี ใกล้โรงแรมดังจอมบึง คดีข่มขืนเด็กสาววัย 15 ปี

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 22 ปี ใกล้โรงแรมดังจอมบึง คดีข่มขืนเด็กสาววัย 15 ปี

ตำรวจไทยจับกุมชายวัย 22 ปี ใกล้โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ตามหมายจับคดีข่มขืนเด็กสาววัย 15 ปี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.บช.น.) ได้ดำเนินการตามหมายจับเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 จับกุมนายพงสุวรรณ์ อายุ 22 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณใกล้โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากหมายจับของศาลจังหวัดราชบุรี ลงวันที่ 9 เมษายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหาได้ก่อเหตุข่มขืนเด็กสาววัย 15 ปี ภายในห้องพักร้านอาหารก่อนจะหลบหนีไป ข้อหาที่ผู้ต้องหาเผชิญรวมถึงการข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายในภาวะที่เหยื่อไม่สามารถขัดขืนได้ และการพรากผู้เยาว์อายุระหว่าง 15 ถึง 18 ปี ไปเพื่อการอนาจารโดยปราศจากความยินยอม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการจัดการกับอาชญากรรมร้ายแรงต่อเด็กและเยาวชนในพื้นที่ แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพแล้ว แต่คดียังคงอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเป็นคดีความที่กำลังดำเนินอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีและสถานการณ์เฉพาะของเหตุการณ์จะถูกกำหนดโดยศาล ทั้งนี้ ขอให้นักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังในสภาพแวดล้อมรอบตัวและแจ้งเหตุที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:17 UTC

เริ่มการสอบสวนหลังพบยาบ้าในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่เรือนจำขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มการสอบสวนหลังพบยาบ้าในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่เรือนจำขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ในขอนแก่นกำลังสอบสวนกรณีพบยาบ้าจำนวน 30 ถุงในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักสำหรับเจ้าหน้าที่เรือนจำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เริ่มการสอบสวนหลังพบยาบ้าในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่เรือนจำขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มการสอบสวนหลังพบยาบ้าในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่เรือนจำขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ในขอนแก่นกำลังสอบสวนกรณีพบยาบ้าจำนวน 30 ถุงในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักสำหรับเจ้าหน้าที่เรือนจำ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองขอนแก่น พร้อมด้วยศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ได้เริ่มการสอบสวนหลังจากมีการตรวจพบยาบ้าจำนวน 30 ถุงในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักสำหรับเจ้าหน้าที่เรือนจำขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวในปัจจุบันบุคคลภายนอกสามารถเข้าออกได้ง่าย ซึ่งทำให้การระบุตัวเจ้าของยาเสพติดมีความซับซ้อน ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบ เพื่อหาสาเหตุว่ายาเสพติดถูกนำมาวางไว้ในพื้นที่ได้อย่างไร และเพื่อระบุตัวบุคคลที่อาจเข้ามาในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างเฉพาะแห่ง แม้ว่าจะยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อสาธารณะในวงกว้าง แต่การพบยาเสพติดในเขตที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงยังคงเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญ

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป โดยยังต้องรอการยืนยันว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของใครและถูกนำเข้ามาในพื้นที่ได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้มีการจับกุมผู้ใด และทีมพิสูจน์หลักฐานยังคงดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุเพื่อช่วยในการระบุตัวผู้รับผิดชอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC

ตม. บุกค้นบริษัทรับทำวีซ่า หลังพบปลอมแปลงเอกสารยื่นขอวีซ่ายุโรป
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตม. บุกค้นบริษัทรับทำวีซ่า หลังพบปลอมแปลงเอกสารยื่นขอวีซ่ายุโรป

เจ้าหน้าที่บุกค้นบริษัทที่ปรึกษาด้านวีซ่าในกรุงเทพฯ หลังพบพฤติการณ์ปลอมแปลงรายการเดินบัญชีธนาคารเพื่อยื่นขอวีซ่ายุโรป กระทบลูกค้ากว่า 400 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตม. บุกค้นบริษัทรับทำวีซ่า หลังพบปลอมแปลงเอกสารยื่นขอวีซ่ายุโรป

แหล่งข่าวเดียว
ตม. บุกค้นบริษัทรับทำวีซ่า หลังพบปลอมแปลงเอกสารยื่นขอวีซ่ายุโรป

เจ้าหน้าที่บุกค้นบริษัทที่ปรึกษาด้านวีซ่าในกรุงเทพฯ หลังพบพฤติการณ์ปลอมแปลงรายการเดินบัญชีธนาคารเพื่อยื่นขอวีซ่ายุโรป กระทบลูกค้ากว่า 400 ราย

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบสำนักงานบริษัทที่ปรึกษาด้านการยื่นขอวีซ่าแห่งหนึ่งในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร การปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากสถานเอกอัครราชทูตของประเทศในยุโรปแห่งหนึ่งได้ประสานแจ้งข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ หลังพบผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าชาวไทยหลายรายใช้เอกสารรายงานการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ที่มีข้อพิรุธ

ตามรายงานของ Khaosod Online เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสารทางการเงินปลอมกว่า 20 ฉบับ ตรายางปลอมของธนาคารและหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 4 เครื่อง ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าบริษัทดังกล่าวได้ดำเนินการยื่นคำร้องเท็จให้กับลูกค้ากว่า 400 ราย โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 16 ล้านบาท

สำหรับนักเดินทางและผู้พำนักในไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดที่ใช้ยื่นขอวีซ่า การใช้เอกสารทางการเงินปลอมอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายที่รุนแรง รวมถึงการถูกห้ามเข้าประเทศนั้น ๆ อย่างถาวร และอาจเผชิญข้อหาทางอาญาในประเทศไทย

แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและระบุขอบเขตของการกระทำผิดได้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม รวมถึงตัวตนของผู้ดำเนินการบริษัทและระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้าทั้ง 400 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลการสอบสวนเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องดำเนินคดีทางกฎหมายเพิ่มเติมกับผู้ที่ใช้บริการดังกล่าวโดยเจตนาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:57 UTC

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ดในจังหวัดศรีสะเกษ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ดในจังหวัดศรีสะเกษ

ตำรวจศรีสะเกษสกัดจับยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 4 ล้านเม็ดระหว่างการไล่ล่าด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ดในจังหวัดศรีสะเกษ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 4 ล้านเม็ดในจังหวัดศรีสะเกษ

ตำรวจศรีสะเกษสกัดจับยาบ้าล็อตใหญ่จำนวน 4 ล้านเม็ดระหว่างการไล่ล่าด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้มีการจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดศรีสะเกษได้แถลงผลการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 4 ล้านเม็ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด 90 วัน” ตามรายงานของ Khaosod Online เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษและเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 ได้สกัดจับรถกระบะ 2 คันที่ต้องสงสัยว่าขนส่งยาเสพติด

หลังจากการไล่ล่าด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ นายอัศวิน พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 20 กระสอบ รวมถึงรถกระบะ 2 คันและโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง โดยนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้ร่วมกันแถลงข่าวที่สถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์เพื่อเปิดเผยรายละเอียด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ แม้ว่าภัยคุกคามจากยาเสพติดล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนผู้ต้องหาเพื่อขยายผลและกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีผู้ร่วมขบวนการขนส่งอีกกี่ราย และการจับกุมครั้งนี้จะนำไปสู่การจับกุมเพิ่มเติมในจังหวัดใกล้เคียงหรือไม่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรตระหนักว่าอาจมีการตั้งด่านตรวจของตำรวจและการเพิ่มกำลังลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยบ่อยครั้งขึ้นในระหว่างที่แผนปฏิบัติการ 90 วันยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:58 UTC

ตำรวจยังคงหายตัวไปหลังถูกแฉเสพยาขณะอบรมออนไลน์
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจยังคงหายตัวไปหลังถูกแฉเสพยาขณะอบรมออนไลน์

เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดพัทลุงขาดการติดต่อเป็นเวลา 6 วัน หลังจากมีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นพฤติกรรมที่คาดว่าเป็นการเสพยาเสพติดระหว่างการอบรมออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจยังคงหายตัวไปหลังถูกแฉเสพยาขณะอบรมออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจยังคงหายตัวไปหลังถูกแฉเสพยาขณะอบรมออนไลน์

เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดพัทลุงขาดการติดต่อเป็นเวลา 6 วัน หลังจากมีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นพฤติกรรมที่คาดว่าเป็นการเสพยาเสพติดระหว่างการอบรมออนไลน์

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระบุชื่อคือ ด.ต.วีระศักดิ์ หรือ 'ดาบเอ' ได้หายตัวไปเป็นเวลา 6 วันหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ในระหว่างการอบรมหลักสูตรการพัฒนาประสิทธิภาพของข้าราชการตำรวจระดับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวถูกถ่ายภาพขณะที่คาดว่ากำลังเสพยาบ้าผ่านกล้องในระหว่างการประชุมผ่านระบบซูม โดยการอบรมดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมจำนวน 259 นาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับปีงบประมาณ 2569

เจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมการอบรมออนไลน์ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวและรายงานพฤติกรรมต่อผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่รายนี้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานวิทยุที่สถานีตำรวจภูธรทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ไม่สามารถติดต่อได้นับตั้งแต่เหตุการณ์ถูกเปิดเผย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงได้ชี้แจงต่อสาธารณะว่ามีแนวทางในการดำเนินการตามระเบียบวินัยสำหรับกรณีดังกล่าว และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลทางวินัยภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะเป็นเรื่องของการบริหารงานภายในและคดีอาญา แต่ความไม่แน่นอนหลักยังคงอยู่ที่ตำแหน่งปัจจุบันของเจ้าหน้าที่รายนี้และขั้นตอนทางกฎหมายที่จะตามมาหลังจากที่พบตัวแล้ว ทางการยืนยันว่าการสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:38 UTC

ทางการชลบุรีเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการชลบุรีเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืน

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีประกาศปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยเตือนว่าผู้ที่พกพาอาวุธจะถูกจับกุมทันที

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการชลบุรีเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
ทางการชลบุรีเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืน

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีประกาศปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยเตือนว่าผู้ที่พกพาอาวุธจะถูกจับกุมทันที

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีได้ร่วมกันแถลงข่าวประกาศปฏิบัติการกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมายทั่วทั้งจังหวัด ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทางการได้ออกคำเตือนอย่างเข้มงวดต่อสาธารณชนว่า ผู้ใดที่พบว่ามีการพกพาอาวุธปืนจะถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี รวมถึงจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างพัทยา ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธที่มีอยู่อย่างเข้มงวดขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าทางการท้องถิ่นกำลังให้ความสำคัญกับการยึดอาวุธผิดกฎหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสาธารณะ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนเองทราบถึงกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการปฏิบัติตนและสิ่งของต้องห้าม เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะยืนยันถึงนโยบายความอดทนเป็นศูนย์ (Zero Tolerance) ต่อการพกพาอาวุธปืน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน ยังไม่มีการระบุว่าปฏิบัติการนี้จะดำเนินไปนานเท่าใด หรือจะมีการตั้งจุดตรวจเฉพาะในพื้นที่ต่างๆ ทั่วจังหวัดหรือไม่ นอกจากนี้ ทางการยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าการกวาดล้างนี้รวมถึงโครงการนิรโทษกรรมสำหรับผู้ที่ต้องการส่งมอบอาวุธที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมของตำรวจ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดในช่วงที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

สภากรุงเทพมหานครเผชิญความวุ่นวายภายในเรื่องคณะกรรมการสอบสวน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สภากรุงเทพมหานครเผชิญความวุ่นวายภายในเรื่องคณะกรรมการสอบสวน

สภากรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับความขัดแย้งภายในหลังสมาชิกสองคนลาออกจากคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบข้อพิพาทเรื่องการเสียบบัตรลงคะแนน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สภากรุงเทพมหานครเผชิญความวุ่นวายภายในเรื่องคณะกรรมการสอบสวน

แหล่งข่าวเดียว
สภากรุงเทพมหานครเผชิญความวุ่นวายภายในเรื่องคณะกรรมการสอบสวน

สภากรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับความขัดแย้งภายในหลังสมาชิกสองคนลาออกจากคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบข้อพิพาทเรื่องการเสียบบัตรลงคะแนน

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 สภากรุงเทพมหานคร (BMC) กำลังอยู่ในช่วงความไม่มั่นคงภายใน โดยข้อพิพาทมุ่งเน้นไปที่การจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในการเสียบบัตรลงคะแนนภายในสภา

สถานการณ์บานปลายเมื่อสมาชิกสองคนคือ วิพุธ และอนุรักษ์ ได้ถอนตัวออกจากคณะกรรมการสอบสวน เหตุการณ์นี้ทำให้ ดร.จอห์น สมาชิกสภา แสดงความไม่พอใจอย่างมาก โดยเปรียบเทียบสถานะปัจจุบันของสภาว่าเป็น 'สภาโจ๊ก' เนื่องจากความยากลำบากในการสรุปรายชื่อคณะกรรมการ หลังจากมีการลาออกดังกล่าว ดร.จอห์น ได้ตอบรับตำแหน่งเป็นหนึ่งในสามสมาชิกที่เหลือซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลการสอบสวนนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ ข้อพิพาททางปกครองภายในนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายด้านธรรมาภิบาลที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องภายในองค์กรนิติบัญญัติของเมือง ในขณะที่สภากำลังทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาบุคลากรภายใน ความกังวลหลักยังคงอยู่ที่ความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ของกระบวนการทางกฎหมาย ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นใหม่จะดำเนินการสอบสวนอย่างไร และผลการสอบสวนจะนำไปสู่มาตรการทางวินัยอย่างเป็นทางการหรือการปฏิรูปนโยบายหรือไม่ ทั้งนี้ สภายังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการสรุปผลการสอบสวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

เจ้าหน้าที่ศรีสะเกษสกัดจับยาบ้าล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ศรีสะเกษสกัดจับยาบ้าล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด

ตำรวจและตำรวจตระเวนชายแดนในจังหวัดศรีสะเกษยึดยาบ้าได้ 4 ล้านเม็ด ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ศรีสะเกษสกัดจับยาบ้าล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ศรีสะเกษสกัดจับยาบ้าล็อตใหญ่ 4 ล้านเม็ด

ตำรวจและตำรวจตระเวนชายแดนในจังหวัดศรีสะเกษยึดยาบ้าได้ 4 ล้านเม็ด ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดศรีสะเกษได้สกัดจับรถกระบะที่ลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากได้สำเร็จ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการสนธิกำลังระหว่างชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษและกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 ส่งผลให้สามารถยึดยาบ้าได้จำนวน 4 ล้านเม็ด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเพื่อระบุตัวบุคคลและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการขนส่งยาเสพติดในครั้งนี้ โดยรายงานล่าสุดระบุว่าตำรวจกำลังเร่งขยายผลการสอบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดล็อตดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดในจังหวัดชายแดน แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจากยาเสพติดล็อตนี้จะถูกระงับไว้ได้แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยและจุดหมายปลายทางของยาเสพติดดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผย ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ต่อไป ในขณะที่ตำรวจยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:16 UTC

นักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 2.6 ล้านบาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 2.6 ล้านบาท

นักศึกษาปี 1 และผู้ปกครองถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงเป็นเงิน 2.6 ล้านบาท โดยสวมรอยเป็นอาจารย์และเจ้าหน้าที่กงสุล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 2.6 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
นักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 2.6 ล้านบาท

นักศึกษาปี 1 และผู้ปกครองถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงเป็นเงิน 2.6 ล้านบาท โดยสวมรอยเป็นอาจารย์และเจ้าหน้าที่กงสุล

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่านักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งตกเป็นเหยื่อของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีการแจ้งความเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งเป็นกลอุบายที่มีความซับซ้อนหลายขั้นตอน

ในเบื้องต้น คนร้ายได้ติดต่อเหยื่อโดยอ้างว่าบัญชีธนาคารของนักศึกษามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีหมายจับ ทำให้เหยื่อเกิดความหวาดกลัวและถูกบังคับให้ช่วยหลอกลวงผู้ปกครองต่อ โดยคนร้ายสวมรอยเป็นอาจารย์ผ่านแอปพลิเคชัน LINE อ้างว่านักศึกษาได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ และยังปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่กงสุลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนผู้ปกครองหลงเชื่อและโอนเงินจำนวน 2.6 ล้านบาท เพื่อเป็น 'เงินประกันและค่าทำวีซ่า' โดยคนร้ายได้จัดให้มีคนมารับเงินสดถึงที่พักของครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของขบวนการฉ้อโกงในประเทศไทยในปัจจุบัน ที่มีการใช้จิตวิทยาทางสังคมเพื่อควบคุมสถานการณ์ภายในครอบครัว แม้ว่าคดีนี้จะอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ขอเตือนให้ตรวจสอบคำขอทางการเงินที่เร่งด่วนผ่านช่องทางที่เป็นทางการและเชื่อถือได้เสมอ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ที่มารับเงินสดนั้นถูกจับกุมตัวได้แล้วหรือไม่ หรือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:17 UTC

เริ่มการสอบสวนหลังพบยาเสพติดในพื้นที่ก่อสร้างเรือนจำขอนแก่น
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มการสอบสวนหลังพบยาเสพติดในพื้นที่ก่อสร้างเรือนจำขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ในขอนแก่นกำลังสอบสวนกรณีพบยาบ้า 30 ถุงถูกฝังอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่เรือนจำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เริ่มการสอบสวนหลังพบยาเสพติดในพื้นที่ก่อสร้างเรือนจำขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มการสอบสวนหลังพบยาเสพติดในพื้นที่ก่อสร้างเรือนจำขอนแก่น

เจ้าหน้าที่ในขอนแก่นกำลังสอบสวนกรณีพบยาบ้า 30 ถุงถูกฝังอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่เรือนจำ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากเรือนจำกลางขอนแก่น ตำรวจท้องที่ และผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการเรือนจำ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเรือนจำกลางขอนแก่น การตรวจสอบนี้เกิดขึ้นหลังจากคนงานก่อสร้างรายงานว่าพบถุงพลาสติกทึบแสงจำนวน 30 ถุง แบ่งเป็นถุงสีน้ำเงิน 24 ถุง และสีชมพู 6 ถุง ถูกฝังอยู่ใต้ดินขณะใช้รถแบ็คโฮปรับสภาพพื้นที่

จุดที่พบอยู่ห่างจากกำแพงเรือนจำประมาณ 50 เมตร ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ ยาเสพติดอาจติดมากับดินที่นำมาถมพื้นที่ หรือมีผู้นำมาทิ้งไว้โดยเจตนา เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ ฝ่ายบริหารเรือนจำได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยจำกัดการเข้าถึงพื้นที่และแยกโซนก่อสร้างออกจากพื้นที่ที่นักโทษออกมาทำงานบริการสังคมเพื่อป้องกันการติดต่อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติด แม้ว่าพื้นที่โดยรอบเรือนจำจะยังคงมีความปลอดภัย แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกนำมาวางไว้เมื่อใด และมีการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาที่มาของสารเสพติดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่ในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

การสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว 'ฮลุน โซโล่' ยังคงดำเนินต่อไป
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว 'ฮลุน โซโล่' ยังคงดำเนินต่อไป

ทางการไทยกำลังประสานขอความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว 'ฮลุน โซโล่' ที่เสียชีวิตในต่างประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว 'ฮลุน โซโล่' ยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว 'ฮลุน โซโล่' ยังคงดำเนินต่อไป

ทางการไทยกำลังประสานขอความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว 'ฮลุน โซโล่' ที่เสียชีวิตในต่างประเทศ

สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กำลังประสานงานกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อใช้สนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา (MLAT) ในการขอผลชันสูตรพลิกศพครั้งแรกของนายบวรทัต เป็งสุข หรือที่รู้จักกันในชื่อยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว 'ฮลุน โซโล่'

ตามรายงานของ Khaosod Online นายสมศักดิ์ บุตรศรี พี่ชายของผู้เสียชีวิต ได้อัปเดตความคืบหน้าผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าสถานเอกอัครราชทูตไทยได้รับมรณบัตรจากทางการจอร์เจียเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวยังไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจน ขณะนี้ครอบครัวกำลังรอผลการตรวจพิษวิทยาและผลการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจถึงสถานการณ์การเสียชีวิต

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักในต่างประเทศ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกระบวนการทางกฎหมายและการแพทย์ระหว่างประเทศเมื่อเกิดการเสียชีวิตในต่างแดน ครอบครัวได้เรียกร้องต่อสาธารณะให้มีการตรวจสอบที่โปร่งใสและการสื่อสารที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรอบเวลาและสถานะของการสอบสวน จนถึงขณะนี้สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังคงไม่ได้รับการยืนยัน และครอบครัวยังคงต้องการทราบเหตุผลที่ทำให้กระบวนการตรวจสอบมีความล่าช้า ทั้งนี้ รัฐบาลไทยกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าวเพื่อรับรองว่าคดีนี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

วอลโว่ตรวจสอบเหตุไฟไหม้รถยนต์ Volvo S60 Plug-in Hybrid
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

วอลโว่ตรวจสอบเหตุไฟไหม้รถยนต์ Volvo S60 Plug-in Hybrid

วอลโว่ ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้รถยนต์ Volvo S60 Plug-in Hybrid โดยยืนยันว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

วอลโว่ตรวจสอบเหตุไฟไหม้รถยนต์ Volvo S60 Plug-in Hybrid

แหล่งข่าวเดียว
วอลโว่ตรวจสอบเหตุไฟไหม้รถยนต์ Volvo S60 Plug-in Hybrid

วอลโว่ ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้รถยนต์ Volvo S60 Plug-in Hybrid โดยยืนยันว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า วอลโว่ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้รถยนต์ Volvo S60 Plug-in Hybrid โดยบริษัทได้ออกแถลงการณ์ยอมรับเหตุการณ์ดังกล่าวและยืนยันว่าขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความปลอดภัยของยานพาหนะยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล แม้ว่าวอลโว่จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานการณ์ของเหตุการณ์นี้ หรือระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปัญหาทางเทคนิคในวงกว้างหรือไม่ แต่ความมุ่งมั่นของบริษัทในการตรวจสอบอย่างละเอียดถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานในการจัดการความปลอดภัยของยานยนต์

ในขณะนี้ สาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ยังไม่ได้รับการยืนยัน ขอแนะนำให้เจ้าของรถยนต์รุ่นปลั๊กอินไฮบริดที่คล้ายคลึงกันติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากวอลโว่ ประเทศไทย สำหรับการอัปเดตหรือการเรียกคืนเพื่อความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นหลังจากสรุปผลการตรวจสอบ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเชื่อถือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตแทนการคาดเดา นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรหมั่นสังเกตประสิทธิภาพของรถยนต์และปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัยมาตรฐานในระหว่างที่ผู้ผลิตกำลังเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

จี้ปราบปรามขบวนการนายหน้าซื้อขายทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทยให้ชาวต่างชาติ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

จี้ปราบปรามขบวนการนายหน้าซื้อขายทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทยให้ชาวต่างชาติ

พลพีร์ สุวรรณฉวี เรียกร้องให้มีการตรวจสอบกลุ่มนายหน้าที่รับซื้อทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทยเพื่อนำไปขายต่อให้กับชาวต่างชาติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

จี้ปราบปรามขบวนการนายหน้าซื้อขายทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทยให้ชาวต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
จี้ปราบปรามขบวนการนายหน้าซื้อขายทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทยให้ชาวต่างชาติ

พลพีร์ สุวรรณฉวี เรียกร้องให้มีการตรวจสอบกลุ่มนายหน้าที่รับซื้อทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไทยเพื่อนำไปขายต่อให้กับชาวต่างชาติ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 พลพีร์ สุวรรณฉวี ได้ลงพื้นที่จังหวัดสกลนครเพื่อติดตามความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับขบวนการอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้าเอกสารประจำตัวไทยอย่างผิดกฎหมาย พลพีร์ได้เรียกร้องต่อสาธารณะให้เจ้าหน้าที่เร่งระบุตัวและดำเนินคดีกับกลุ่มนายหน้าที่รับซื้อทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนจากคนไทยเพื่อนำไปขายต่อให้กับชาวต่างชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว ประเด็นนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับเอกสารประจำตัวของชาติ การได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าวอย่างผิดกฎหมายโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นสำหรับบริการด้านการบริหาร การธนาคาร และการจดทะเบียนทรัพย์สิน แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังดำเนินการปราบปรามขบวนการเหล่านี้อย่างจริงจัง แต่ขอบเขตที่แท้จริงของการค้าเอกสารและจำนวนตัวตนที่ถูกละเมิดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้มุ่งเน้นไปที่การเรียกร้องทางการเมืองให้มีการบังคับใช้กฎหมายกับนายหน้ากลุ่มนี้ นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนมีเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายติดตัวอยู่เสมอ และควรตระหนักว่าเจ้าหน้าที่กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบันทึกข้อมูลประจำตัว รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของเครือข่ายเหล่านี้และมาตรการเฉพาะที่จะดำเนินการโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคาดว่าจะได้รับการยืนยันเมื่อการสอบสวนมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC