ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ✦
กีฬา เพชรโกศล นักชกไทยป้องกันแชมป์ IBF สำเร็จที่ญี่ปุ่น ✦
ความปลอดภัย สำนักงานเขตราชเทวีเตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วม ✦
การขนส่ง กทม. ประสานเอกชนจัดจุดจอดรถฟรีรองรับการจัดงานใหญ่ ✦
การขนส่ง บางกอกแอร์เวย์สเสนอความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนตั๋วเนื่องจากน้ำท่วม ✦
กีฬา นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มอเมริกันคาบ้านพักพัทยา ลักลอบเปิดแล็บผลิตยาอี ✦
ความปลอดภัย ฝนตกหนักต่อเนื่องในปากช่อง หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลาก ✦
การเมือง เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ เหตุอุทกภัย ✦
เศรษฐกิจ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน รวมถึงการพักชำระหนี้และลดอัตราดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้เปิดตัวมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

มาตรการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินให้กับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของทรัพย์สินที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรง แพ็คเกจความช่วยเหลือประกอบด้วยทางเลือกในการพักชำระหนี้ การลดจำนวนเงินงวด และการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จัดตั้งกระบวนการพิจารณาเคลมสินไหมทดแทนอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของทรัพย์สินในประเทศไทย มาตรการเหล่านี้อาจช่วยให้มีสภาพคล่องทางการเงินที่จำเป็นในช่วงระยะเวลาฟื้นฟูหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม หากคุณเป็นลูกค้าของ ธอส. ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในช่วงที่ผ่านมา ขอแนะนำให้ติดต่อธนาคารโดยตรงเพื่อตรวจสอบสิทธิ์และทำความเข้าใจข้อกำหนดเฉพาะในการสมัครเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเหล่านี้

แม้ว่าธนาคารจะประกาศโครงการเหล่านี้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาที่แน่นอนของการพักชำระหนี้และเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยยังคงขึ้นอยู่กับนโยบายภายในของธนาคาร ลูกค้าควรติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ ธอส. เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับบัญชีส่วนบุคคลของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:23 UTC

กีฬา

เพชรโกศล นักชกไทยป้องกันแชมป์ IBF สำเร็จที่ญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศล นักชกไทยป้องกันแชมป์ IBF สำเร็จที่ญี่ปุ่น

เพชรโกศล กรีนซึดะ แชมป์ชาวไทย ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์ฟลายเวตของ IBF ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ มาร์ก วิเซลเลส ที่เมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เพชรโกศล กรีนซึดะ (ทนงศักดิ์ สิมศิริ) นักชกชาวไทย ประสบความสำเร็จในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์ฟลายเวตของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) โดยการแข่งขันจัดขึ้นที่เมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเพชรโกศลได้พบกับ มาร์ก วิเซลเลส ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์

หลังจากยกแรกที่เน้นดูเชิง เพชรโกศลได้เดินหน้าบุกในยกที่ 2 โดยปล่อยหมัดขวาตรงเข้าเป้าจนกรรมการต้องนับ 8 ก่อนจะตามด้วยชุดใหญ่จนวิเซลเลสลงไปกองอีกครั้ง ทำให้กรรมการต้องยุติการชกและตัดสินให้เพชรโกศลชนะทีเคโอ (TKO) ไปได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 และเพิ่มสถิติการชกอาชีพเป็น 42 ไฟต์ ชนะน็อก 36 ครั้ง

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยว ชัยชนะครั้งนี้ช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของนักกีฬาไทยในวงการมวยสากลระดับนานาชาติ และแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของนักชกไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคทั่วเอเชีย แม้ผลการแข่งขันในครั้งนี้จะชัดเจนแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผู้ท้าชิงคนต่อไปและสถานที่สำหรับการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3 ของเพชรโกศล ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการชกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:22 UTC

ความปลอดภัย

สำนักงานเขตราชเทวีเตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานเขตราชเทวีเตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วม

สำนักงานเขตราชเทวีกำลังแจกจ่ายกระสอบทรายและจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินเพื่อปกป้องประชาชนจากน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย สำนักงานเขตราชเทวีได้เริ่มดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยเจ้าหน้าที่กำลังบรรจุและแจกจ่ายกระสอบทรายให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยป้องกันทรัพย์สินจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกเหนือจากมาตรการป้องกันเหล่านี้ ทางเขตได้กำหนดศูนย์พักพิงฉุกเฉินไว้ 5 แห่ง โดยสถานที่เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรองรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะ โดยเน้นไปที่ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้คลองซึ่งมักประสบปัญหาน้ำล้นตลิ่งเป็นประจำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ มาตรการเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมตามฤดูกาล แม้ว่าทางเขตจะกำลังดำเนินการจัดการสถานการณ์ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศูนย์พักพิงเหล่านี้จะเปิดดำเนินการนานเท่าใด และจะมีเขตอื่นๆ ดำเนินมาตรการที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ในขณะที่ฤดูฝนยังคงดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบเส้นทางของตนเพื่อดูว่าอาจมีการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับน้ำหรือไม่ และปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:20 UTC

การขนส่ง

กทม. ประสานเอกชนจัดจุดจอดรถฟรีรองรับการจัดงานใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประสานเอกชนจัดจุดจอดรถฟรีรองรับการจัดงานใหญ่

กทม. ร่วมมือกับภาคเอกชนจัดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจรในช่วงที่มีการจัดงานสำคัญ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนหลายแห่งเพื่อจัดเตรียมพื้นที่จอดรถฟรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานสำคัญต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

สถานที่ที่เข้าร่วมโครงการนี้ ได้แก่ วัดพระธรรมกาย รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่ง และศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งได้เปิดลานจอดรถเพื่อรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น ความพยายามนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นในช่วงที่มีผู้คนหนาแน่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป โครงการนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเนื่องจากมีทางเลือกในการจอดรถที่เชื่อถือได้และไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจช่วยลดความกังวลในการหาที่จอดรถในพื้นที่ที่มีการจราจรคับคั่ง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วางแผนจะใช้บริการควรทราบว่าเวลาทำการ ขีดความสามารถในการรองรับ และระยะเวลาของข้อเสนอจอดรถฟรีในแต่ละสถานที่นั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของหน่วยงานเอกชนแต่ละแห่ง ขอแนะนำให้ตรวจสอบสถานะปัจจุบันและเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละจุดผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ กทม. หรือสถานที่นั้นๆ ก่อนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:20 UTC

การขนส่ง

บางกอกแอร์เวย์สเสนอความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนตั๋วเนื่องจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
บางกอกแอร์เวย์สเสนอความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนตั๋วเนื่องจากน้ำท่วม

บางกอกแอร์เวย์สยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตั๋วสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้ออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินดอนเมืองได้ทันเวลา เนื่องจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสายการบินตระหนักว่าสภาพอากาศในปัจจุบันส่งผลกระทบอย่างมากต่อการจราจรและการเดินทาง

สำหรับผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 25–27 กันยายน 2569 และไม่สามารถเดินทางมาถึงสนามบินได้ตามกำหนด สายการบินได้จัดเตรียมทางเลือกไว้ 2 ประการ ได้แก่ ประการแรก ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางในเส้นทางเดิมได้ 1 ครั้ง โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่นั่งว่างในแต่ละเที่ยวบินและต้องเดินทางภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 หรือประการที่สอง ผู้โดยสารสามารถเลือกรับ Travel Voucher เพื่อใช้ในการเดินทางในภายหลัง โดยมีอายุการใช้งาน 1 ปีนับจากวันที่ออกเอกสาร

นโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ประสบปัญหาในการเดินทางในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมนี้ ขอแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสภาพการจราจรและสถานะเที่ยวบินอย่างใกล้ชิดก่อนออกเดินทาง และควรเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบินมากกว่าปกติ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ผู้โดยสารสามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าได้ที่หมายเลข 1771 ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีเที่ยวบินจำนวนเท่าใดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการล่าช้าหรือการยกเลิก และผู้โดยสารควรตรวจสอบสถานะเที่ยวบินของตนโดยตรงกับสายการบินอีกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:22 UTC

กีฬา

นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026

นักปั่นชาวไทย 'เต๋า' และ 'ตาม' ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักกีฬาชาวไทยสองคนซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อเล่น 'เต๋า' และ 'ตาม' สามารถคว้าสิทธิ์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของทีมจักรยานไทยในกีฬาประเภทนี้ที่มีความตื่นเต้นสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกีฬาเอ็กซ์ตรีมในวงการกีฬาของประเทศ ความสำเร็จของนักกีฬาทั้งสองคนนี้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติ และอาจช่วยกระตุ้นความสนใจในระดับท้องถิ่นต่อสนามบีเอ็มเอ็กซ์และกิจกรรมการปั่นจักรยานในชุมชน ในขณะที่กีฬานี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แฟนกีฬาอาจคาดหวังได้ว่าจะมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมากขึ้น รวมถึงโอกาสในการรับชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในพื้นที่สาธารณะ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาที่แน่นอนของรอบชิงชนะเลิศและรายชื่อคู่แข่งจากนานาชาติยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สนับสนุนสามารถติดตามการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการชิงเหรียญรางวัล ผลงานของเต๋าและตามในรอบชิงชนะเลิศที่จะถึงนี้จะเป็นตัวตัดสินอันดับของพวกเขาในการแข่งขัน ซึ่งคนทั้งประเทศต่างเฝ้ารอผลการแข่งขันรอบสุดท้ายของพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:21 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

ได้รับการยืนยัน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดระดมกำลังและเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วไทย

ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้มีการระดมทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากที่กำลังส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยอ้างอิงจาก Thai Post รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดทั่วทุกภูมิภาค ทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก และภูมิภาคอื่นๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในทันที

การดำเนินการนี้รวมถึงการส่งเครื่องจักรหนักและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทางจราจร หรือการจำกัดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบางแห่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังประสานงานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 2 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:42 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มอเมริกันคาบ้านพักพัทยา ลักลอบเปิดแล็บผลิตยาอี

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มอเมริกันคาบ้านพักพัทยา ลักลอบเปิดแล็บผลิตยาอี

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกค้นบ้านพักในพัทยา จับกุมชายชาวอเมริกันวัย 42 ปี ข้อหาผลิตและจำหน่ายยาอี (MDMA)

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่งในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้สามารถจับกุมนายหลิว (Mr. Liu) ชายสัญชาติอเมริกันเชื้อสายจีน อายุ 42 ปี

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบห้องลับที่ถูกปิดผนึกอย่างมิดชิดภายในบ้าน ซึ่งใช้เป็นห้องปฏิบัติการผลิตยาเสพติด โดยตรวจยึดของกลางเป็นยาอี (MDMA) น้ำหนักเกือบ 60 กรัม พร้อมอุปกรณ์การผสมและบรรจุรวม 27 รายการ เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนหลังจากได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับชาวต่างชาติทั้งในและต่างประเทศ แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าผลิตไว้เพื่อเสพเอง แต่จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือพบหลักฐานเป็นบันทึกสูตรเคมีและวิธีการผสมยาเสพติด

สำหรับชาวต่างชาติและผู้อยู่อาศัยในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดของประเทศไทย ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงต่อการผลิตและจำหน่ายสารเสพติด กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในกลุ่มชาวต่างชาติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลการสอบสวนเพื่อตรวจสอบเครือข่ายการจำหน่ายทั้งหมด และพิจารณาข้อหาเพิ่มเติมจากความผิดฐานครอบครองและผลิตยาเสพติด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:22 UTC

ความปลอดภัย

ฝนตกหนักต่อเนื่องในปากช่อง หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลาก

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องในปากช่อง หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลาก

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในอำเภอปากช่องทำให้เกิดความกังวลเรื่องน้ำป่าไหลหลาก โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 อำเภอปากช่องกำลังเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง ความรุนแรงของสภาพอากาศทำให้เกิดความกังวลในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำ

สมจิตร เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความแรงของกระแสน้ำ โดยมีความกังวลเพิ่มขึ้นว่าโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันและความสามารถในการรองรับของริมฝั่งน้ำอาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันหากฝนยังคงตกในระดับนี้ต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่พักอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับน้ำจะเกินเกณฑ์วิกฤตหรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีการสั่งอพยพหรือไม่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปปากช่องควรตรวจสอบสภาพถนนและพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง เนื่องจากฝนที่ตกหนักมักนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังและการเดินทางที่ติดขัด SawaLife จะคอยติดตามรายงานอย่างเป็นทางการต่อไปในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:21 UTC

การเมือง

เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ เหตุอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ เหตุอุทกภัย

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมทั่วประเทศออกไปเป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติให้เลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมทั่วประเทศออกไป โดยตารางเวลาเดิมได้ถูกปรับเปลี่ยนเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการเลือกตั้งตามกำหนดการเดิม

วันเลือกตั้งใหม่ถูกกำหนดเป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2569 การเปลี่ยนแปลงทางธุรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเลือกตั้งจะยังคงเข้าถึงได้และปลอดภัยสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน แม้จะมีความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนในระบบประกันสังคมของไทย การเลื่อนครั้งนี้หมายความว่ากิจกรรมการลงคะแนนเสียงจะไม่เกิดขึ้นในวันที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ สิ่งสำคัญคือผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งสำหรับการอัปเดตเพิ่มเติมหรือคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้งและขั้นตอนต่างๆ ในขณะนี้ ทางการได้ยืนยันวันใหม่แล้ว แต่ผู้อยู่อาศัยควรตระหนักว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมหากสภาพอากาศไม่ดีขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเลือกตั้งทางธุรการนี้ แม้อาจยังคงมีการจราจรติดขัดหรือการหยุดชะงักของบริการสาธารณะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:21 UTC

พนักงานสาวจีนถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยภาวะกล้ามเนื้อสลาย หลังถูกทำโทษที่ทำงาน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พนักงานสาวจีนถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยภาวะกล้ามเนื้อสลาย หลังถูกทำโทษที่ทำงาน

ที่ปรึกษาด้านการเงินในหางโจวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยภาวะกล้ามเนื้อสลาย หลังจากถูกบังคับให้ทำสควอต 200 ครั้งเพื่อเป็นการลงโทษที่ทำยอดงานไม่ถึงเป้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พนักงานสาวจีนถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยภาวะกล้ามเนื้อสลาย หลังถูกทำโทษที่ทำงาน

แหล่งข่าวเดียว
พนักงานสาวจีนถูกหามส่งโรงพยาบาลด้วยภาวะกล้ามเนื้อสลาย หลังถูกทำโทษที่ทำงาน

ที่ปรึกษาด้านการเงินในหางโจวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยภาวะกล้ามเนื้อสลาย หลังจากถูกบังคับให้ทำสควอต 200 ครั้งเพื่อเป็นการลงโทษที่ทำยอดงานไม่ถึงเป้า

ตามรายงานจาก Khaosod Online หญิงสาวนามสกุลหยาง ซึ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินในเมืองหางโจว ประเทศจีน ได้รับความทุกข์ทรมานจากภาวะกล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) ซึ่งเป็นภาวะร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการสลายตัวของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ หลังจากถูกลงโทษทางวินัยในที่ทำงาน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม หลังจากที่หยางไม่สามารถทำยอดงานตามเป้าหมายรายวันได้ หัวหน้าทีมของเธอซึ่งมีนามสกุลจาง ได้ให้ทางเลือกว่าจะจ่ายค่าปรับหรือทำสควอต 100 ครั้งต่องานแต่ละรายการที่ทำไม่สำเร็จ

หยางเลือกรับการลงโทษทางร่างกายจนครบ 200 ครั้ง หลังจากนั้นไม่นาน เธอมีอาการผิดปกติทางร่างกายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถเดินหรือยืนได้ ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในที่ทำงาน โดยมีรายงานว่าหยางกำลังเรียกร้องค่าเสียหายกว่า 70,000 หยวน

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเอเชีย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของวัฒนธรรมการลงโทษในองค์กรบางแห่ง แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในประเทศจีน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงแนวปฏิบัติด้านแรงงานและความคาดหวังในที่ทำงานในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องทางกฎหมายอย่างไร และจะมีมาตรการกำกับดูแลต่อฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ผู้อ่านควรทราบว่ารายงานนี้อ้างอิงจากสื่อภายนอกและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือทางกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:13 UTC

รัฐมนตรีสั่งดำเนินคดีโรงงานในชลบุรีฐานลักลอบฝังกากอุตสาหกรรม
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีสั่งดำเนินคดีโรงงานในชลบุรีฐานลักลอบฝังกากอุตสาหกรรม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สั่งการให้หน่วยงานระดับจังหวัดดำเนินคดีกับโรงงานในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี กรณีลักลอบฝังกากอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รัฐมนตรีสั่งดำเนินคดีโรงงานในชลบุรีฐานลักลอบฝังกากอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีสั่งดำเนินคดีโรงงานในชลบุรีฐานลักลอบฝังกากอุตสาหกรรม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สั่งการให้หน่วยงานระดับจังหวัดดำเนินคดีกับโรงงานในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี กรณีลักลอบฝังกากอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สั่งการอย่างเป็นทางการให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายกับโรงงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อทอง โดยคำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องมาจากข้อกล่าวหาว่าโรงงานแห่งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบฝังกากอุตสาหกรรมอย่างผิดกฎหมาย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการจัดการกับการละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการอุตสาหกรรมที่ไม่เหมาะสม แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนหรือการท่องเที่ยวในท้องถิ่นจะยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่การค้นพบกากอุตสาหกรรมที่ถูกฝังมักก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหามลพิษในดินและน้ำบาดาลในพื้นที่โดยรอบ

ในขณะที่คดีกำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการชี้แจง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอบเขตของความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ระยะเวลาของการลักลอบทิ้งขยะ และประเภทของกากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ประชาชนควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมหรือประกาศเตือนภัยจากทางจังหวัดในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:53 UTC

รวบพนักงานขับรถแอบอ้างเป็นตำรวจโดยใช้ภาพตัดต่อ AI
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบพนักงานขับรถแอบอ้างเป็นตำรวจโดยใช้ภาพตัดต่อ AI

พนักงานขับรถของหน่วยงานรัฐถูกจับกุมที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลังใช้ AI ตัดต่อภาพตนเองเป็นตำรวจเพื่อโพสต์อวดสาวบนโซเชียลมีเดีย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบพนักงานขับรถแอบอ้างเป็นตำรวจโดยใช้ภาพตัดต่อ AI

แหล่งข่าวเดียว
รวบพนักงานขับรถแอบอ้างเป็นตำรวจโดยใช้ภาพตัดต่อ AI

พนักงานขับรถของหน่วยงานรัฐถูกจับกุมที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลังใช้ AI ตัดต่อภาพตนเองเป็นตำรวจเพื่อโพสต์อวดสาวบนโซเชียลมีเดีย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ตำรวจท่องเที่ยวได้จับกุมชายวัย 29 ปี ชื่อ นายยืนยง หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ตามรายงานของ Khaosod Online ผู้ต้องหาซึ่งทำงานเป็นพนักงานขับรถของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง ได้แสดงพฤติกรรมแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโท

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า นายยืนยงใช้เทคโนโลยี AI และโปรแกรมตัดต่อภาพเพื่อสร้างภาพปลอมของตนเองในขณะปฏิบัติหน้าที่ เช่น ภาพขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาและภาพที่ยืนร่วมกับชุดจับกุมจริง โดยนำไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่ออวดสาว การสืบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะรายงานพฤติกรรมที่น่าสงสัย เนื่องจากเขามักปรากฏตัวในที่สาธารณะด้วยการแต่งกายคล้ายกับเจ้าหน้าที่สืบสวนของตำรวจท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างตัวตนทางดิจิทัลและการใช้ AI ในทางที่ผิดเพื่อสร้างเนื้อหาที่หลอกลวง แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่ขอบเขตของการกระทำผิดทั้งหมดและประเด็นที่ว่าเขาได้ใช้ตัวตนนี้ในการก่ออาชญากรรมอื่นหรือไม่นั้นยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อหาทางอาญาที่แน่ชัดนอกเหนือจากการจับกุมในข้อหาแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลประจำตัวของบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะเมื่อพบพฤติกรรมที่น่าสงสัยในพื้นที่สาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:13 UTC

หัวหน้าพรรคประชาชนเตือน DSI กรณีขู่ดำเนินคดีผู้เปิดเผยเอกสารเลือกตั้ง สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

หัวหน้าพรรคประชาชนเตือน DSI กรณีขู่ดำเนินคดีผู้เปิดเผยเอกสารเลือกตั้ง สว.

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ขู่จะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่เปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

หัวหน้าพรรคประชาชนเตือน DSI กรณีขู่ดำเนินคดีผู้เปิดเผยเอกสารเลือกตั้ง สว.

แหล่งข่าวเดียว
หัวหน้าพรรคประชาชนเตือน DSI กรณีขู่ดำเนินคดีผู้เปิดเผยเอกสารเลือกตั้ง สว.

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ขู่จะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่เปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับท่าทีล่าสุดต่อกรณีเอกสารรั่วไหล โดยก่อนหน้านี้ DSI ได้ประกาศว่าอาจดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่เปิดเผยไฟล์การสอบสวนภายในที่เกี่ยวข้องกับข้อสงสัยเรื่องการฮั้วกันในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567

ณัฐพงษ์ได้เตือน DSI ไม่ให้ใช้มาตรการทางกฎหมายเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการปิดปากผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ที่นำเอกสารดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเขากังวลว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการลดทอนความโปร่งใสเกี่ยวกับความถูกต้องของกระบวนการคัดเลือก สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นเรื่องของการกำกับดูแลทางการเมืองภายในและกระบวนการทางกฎหมาย แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐบาลอย่างเข้มข้น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า DSI จะดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมายต่อผู้ที่ปล่อยเอกสารอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือพรรคประชาชนจะดำเนินการทางรัฐสภาเพิ่มเติมเพื่อปกป้องการเปิดเผยเอกสารเหล่านี้อย่างไร ตามรายงานของ Khaosod English สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า DSI จะตอบสนองต่อคำเตือนของหัวหน้าพรรคประชาชนอย่างไร ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าประเด็นทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยสาธารณะของผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:30 UTC

ศาลอุทธรณ์ยืนโทษจำคุกอดีต ผอ.พศจ.พิจิตร คดีหมิ่นประมาทไวยาวัจกรวัดบางคลาน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลอุทธรณ์ยืนโทษจำคุกอดีต ผอ.พศจ.พิจิตร คดีหมิ่นประมาทไวยาวัจกรวัดบางคลาน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุกอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร เป็นเวลา 16 เดือน ในคดีหมิ่นประมาทอดีตไวยาวัจกรวัดบางคลาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ยืนโทษจำคุกอดีต ผอ.พศจ.พิจิตร คดีหมิ่นประมาทไวยาวัจกรวัดบางคลาน

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ยืนโทษจำคุกอดีต ผอ.พศจ.พิจิตร คดีหมิ่นประมาทไวยาวัจกรวัดบางคลาน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุกอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร เป็นเวลา 16 เดือน ในคดีหมิ่นประมาทอดีตไวยาวัจกรวัดบางคลาน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีที่อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตรตกเป็นจำเลย โดยศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 16 เดือน ในคดีหมิ่นประมาทอดีตไวยาวัจกรวัดบางคลาน

ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับการบริหารจัดการและข้อพิพาทภายในวัดบางคลาน ซึ่งเป็นวัดสำคัญในจังหวัดพิจิตร สำหรับประชาชนในพื้นที่และผู้ที่สนใจติดตามสถานการณ์ คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางกระบวนการยุติธรรมที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของวัดและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่กำกับดูแลสถาบันทางศาสนาในภูมิภาค

แม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีนี้แล้ว แต่บริบทที่กว้างขึ้นของความขัดแย้งที่วัดบางคลานยังคงมีความซับซ้อน โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือไม่ หรือจะมีผลกระทบอย่างไรต่อการกำกับดูแลการบริหารงานของวัดในระยะสั้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวควรทราบว่าข้อพิพาทในลักษณะนี้อาจนำไปสู่การประท้วงในพื้นที่หรือการจำกัดการเข้าถึงบางส่วนของวัดเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงความกังวลด้านความปลอดภัยในวงกว้างสำหรับสาธารณชนทั่วไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:11 UTC

ทางการทลายขบวนการออกบัตรหัว 0 เถื่อนในอำเภอไชยปราการ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทางการทลายขบวนการออกบัตรหัว 0 เถื่อนในอำเภอไชยปราการ

ปฏิบัติการของรัฐบาลเปิดโปงเครือข่ายทุจริตบัตรประจำตัวประชาชนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลประมาณ 5,000 รายในอำเภอไชยปราการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทางการทลายขบวนการออกบัตรหัว 0 เถื่อนในอำเภอไชยปราการ

แหล่งข่าวเดียว
ทางการทลายขบวนการออกบัตรหัว 0 เถื่อนในอำเภอไชยปราการ

ปฏิบัติการของรัฐบาลเปิดโปงเครือข่ายทุจริตบัตรประจำตัวประชาชนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลประมาณ 5,000 รายในอำเภอไชยปราการ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ทางการไทยได้สรุปผลปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” โดยการสอบสวนเปิดเผยถึงขบวนการที่เป็นระบบซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหาว่าออกบัตรประจำตัวประชาชนประเภท “หัว 0” ซึ่งเป็นสถานะที่ปกติสงวนไว้สำหรับกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ให้กับบุคคลประมาณ 5,000 ราย

พนักงานสอบสวนพบว่าผู้กระทำความผิดได้จงใจบันทึกลายนิ้วมือที่ไม่สมบูรณ์หรือผิดพลาดในระหว่างขั้นตอนการลงทะเบียน โดยมีรายงานว่าเทคนิคนี้ถูกนำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบและป้องกันไม่ให้หน่วยงานส่วนกลางดำเนินการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด การจัดการกับข้อมูลไบโอเมตริกซ์เหล่านี้ทำให้เครือข่ายสามารถช่วยให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตได้รับเอกสารประจำตัวโดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยทางทะเบียนและจัดการกับการทุจริตภายในสำนักงานทะเบียนท้องถิ่น แม้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะสามารถระบุขนาดของการทุจริตได้สำเร็จ แต่ขอบเขตที่แท้จริงของเครือข่ายและตัวตนที่แน่ชัดของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทางการยังไม่ได้เปิดเผยถึงผลกระทบระยะยาวสำหรับผู้ที่ถือครองเอกสารปลอมเหล่านี้ในปัจจุบัน หรือขั้นตอนทางกฎหมายที่จะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการยุติธรรมยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:12 UTC

ข้อกังวลทางกฎหมายเกี่ยวกับการเปิดเผยเอกสารการสอบสวนคดีเลือก สว.
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลทางกฎหมายเกี่ยวกับการเปิดเผยเอกสารการสอบสวนคดีเลือก สว.

ดร.ณัฏฐ์ เตือนว่าการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีเลือก สว. ต่อสาธารณะอาจนำไปสู่ความผิดทางอาญา พร้อมโต้แย้งถึงน้ำหนักของหลักฐานจากข้อมูลสัญญาณมือถือ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อกังวลทางกฎหมายเกี่ยวกับการเปิดเผยเอกสารการสอบสวนคดีเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลทางกฎหมายเกี่ยวกับการเปิดเผยเอกสารการสอบสวนคดีเลือก สว.

ดร.ณัฏฐ์ เตือนว่าการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนคดีเลือก สว. ต่อสาธารณะอาจนำไปสู่ความผิดทางอาญา พร้อมโต้แย้งถึงน้ำหนักของหลักฐานจากข้อมูลสัญญาณมือถือ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ดร.ณัฏฐ์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับการสอบสวนกรณีการฮั้วเลือก สว. ที่กำลังดำเนินอยู่ ประเด็นสำคัญเกี่ยวข้องกับ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ซึ่งมีรายงานว่าได้เปิดเผยสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนดังกล่าว ดร.ณัฏฐ์ เตือนว่าการนำเอกสารเหล่านี้ออกมาเปิดเผยในขณะที่คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนอาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา

นอกจากนี้ ดร.ณัฏฐ์ ยังได้โต้แย้งถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลสัญญาณมือถือ (ข้อมูลตำแหน่งเสาสัญญาณ) ว่าเป็นเครื่องมือหลักในการพิสูจน์การทุจริตในคดีนี้หรือไม่ โดยเขาระบุว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะสรุปความผิดได้อย่างชัดเจน และชี้ว่าหลักฐานที่นำเสนอมาจนถึงขณะนี้ยังขาดน้ำหนักที่จำเป็นในการเอาผิดฐานทุจริต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่รอบกระบวนการเลือก สว. แม้สถานการณ์จะยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบทางกฎหมายและบริหาร แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของกระแสสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสของรัฐบาล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางการจะมีท่าทีอย่างไรต่อการเปิดเผยเอกสารโดยไม่ได้รับอนุญาต และการสอบสวนจะสามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการฮั้วได้หรือไม่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์ต่างรอคอยดูว่ามาตรฐานการพิสูจน์ในปัจจุบันจะถูกยึดถือต่อไปหรือไม่ หรือจะต้องมีการจัดหาเอกสารเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องการกระทำผิดดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:14 UTC

ขอนแก่นเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 43 ราย ปมทุจริตสอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ขอนแก่นเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 43 ราย ปมทุจริตสอบ

ทางการจังหวัดขอนแก่นกำลังดำเนินการเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 43 ราย หลังจากการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ขอนแก่นเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 43 ราย ปมทุจริตสอบ

แหล่งข่าวเดียว
ขอนแก่นเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 43 ราย ปมทุจริตสอบ

ทางการจังหวัดขอนแก่นกำลังดำเนินการเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 43 ราย หลังจากการตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือก

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ฝ่ายบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นได้เริ่มดำเนินการเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 43 ราย โดยการดำเนินการนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการตรวจสอบที่พบหลักฐานการทุจริตในระหว่างกระบวนการสอบคัดเลือก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่ากระบวนการเพิกถอนดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ โดยมีกำหนดการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ไขปัญหาความโปร่งใสภายในระบบการสรรหาบุคลากรของหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานระดับจังหวัดในประเทศไทยในการรักษามาตรฐานการบริหารงาน และสร้างความมั่นใจว่าตำแหน่งในหน่วยงานราชการจะได้รับการบรรจุผ่านกระบวนการที่โปร่งใสและยึดถือระบบคุณธรรม แม้ว่าผลกระทบโดยตรงจะจำกัดอยู่เพียงการจัดการบุคลากรภายในสำนักงานส่วนท้องถิ่น แต่การปรับเปลี่ยนทางปกครองดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลการบริหารงานในจังหวัด

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีการเปิดการสอบสวนเพิ่มเติมในรอบการสรรหาอื่นๆ หรือจะมีเจ้าหน้าที่รายอื่นที่ต้องเผชิญกับมาตรการทางวินัยในลักษณะเดียวกันหรือไม่ โดยสาธารณชนกำลังรอรายงานสรุปจากฝ่ายบริหารส่วนจังหวัดเมื่อกระบวนการเพิกถอนเสร็จสิ้นในช่วงสิ้นเดือนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:11 UTC

ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสมาชิก FEDFE 'ต้า' และ 'ยัต' มีแนวโน้มไปสู่การแก้ไข
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสมาชิก FEDFE 'ต้า' และ 'ยัต' มีแนวโน้มไปสู่การแก้ไข

ทนายความของสมาชิก FEDFE 'ต้า' และ 'ยัต' กำลังหารือเพื่อแก้ไขข้อพิพาทสาธารณะเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ใช้ร่วมกันและธุรกรรมทางธุรกิจในอดีต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสมาชิก FEDFE 'ต้า' และ 'ยัต' มีแนวโน้มไปสู่การแก้ไข

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสมาชิก FEDFE 'ต้า' และ 'ยัต' มีแนวโน้มไปสู่การแก้ไข

ทนายความของสมาชิก FEDFE 'ต้า' และ 'ยัต' กำลังหารือเพื่อแก้ไขข้อพิพาทสาธารณะเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ใช้ร่วมกันและธุรกรรมทางธุรกิจในอดีต

ความขัดแย้งต่อสาธารณะระหว่างสมาชิกกลุ่มตลก FEDFE ที่รู้จักกันในชื่อ 'ต้า' และ 'ยัต' กำลังแสดงสัญญาณของการแก้ไขที่เป็นไปได้ ตามรายงานของ Khaosod Online ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อต้าโพสต์คลิปเสียงสนทนาทางโทรศัพท์เกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินที่ใช้ร่วมกัน โดยอ้างว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ต่อมาต้าได้ไปออกรายการทอล์กโชว์ยอดนิยม 'โหนกระแส' เพื่อนำเสนอเรื่องราวในมุมของเขา

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 'ทนายอาร์ม' ซึ่งเป็นตัวแทนของยัต กล่าวว่าเขาได้ติดต่อกับที่ปรึกษาทางกฎหมายของต้า คือทนายไข่มุก โดยทนายความทั้งสองฝ่ายแสดงความเต็มใจที่จะเจรจา หากมีการตรวจสอบรายละเอียดบัญชีรายรับและรายจ่ายในช่วงที่ต้าและยัตทำงานร่วมกันอย่างละเอียด ทนายอาร์มตั้งข้อสังเกตว่าทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อกันหลายคดีก่อนหน้านี้ และมีคดีเฉพาะ 3 คดีที่เกี่ยวข้องกับยัตซึ่งยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความตึงเครียดทางกฎหมายที่ดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามข่าว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของความร่วมมือทางวิชาชีพในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย แม้ว่าทีมกฎหมายกำลังหาทางออกร่วมกัน แต่ขอแนะนำให้สาธารณชนรอความชัดเจนเพิ่มเติม โดยยัตมีกำหนดจะไปออกรายการ 'โหนกระแส' ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เพื่อชี้แจงมุมมองของเขา จนกว่าบันทึกทางการเงินจะได้รับการตรวจสอบและกระบวนการทางกฎหมายจะได้รับการจัดการ ผลลัพธ์สุดท้ายของข้อพิพาทนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:12 UTC

ขอนแก่นเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 43 ราย หลังพบทุจริตสอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ขอนแก่นเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 43 ราย หลังพบทุจริตสอบ

จังหวัดขอนแก่นได้เพิกถอนการบรรจุบุคคล 43 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันของท้องถิ่นอย่างเป็นทางการ พร้อมปรับปรุงสถานะของอีก 2 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ขอนแก่นเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 43 ราย หลังพบทุจริตสอบ

แหล่งข่าวเดียว
ขอนแก่นเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 43 ราย หลังพบทุจริตสอบ

จังหวัดขอนแก่นได้เพิกถอนการบรรจุบุคคล 43 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันของท้องถิ่นอย่างเป็นทางการ พร้อมปรับปรุงสถานะของอีก 2 ราย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดขอนแก่น โดยมีนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน ได้ประกาศมาตรการทางปกครองครั้งสำคัญเกี่ยวกับการบรรจุบุคลากรในท้องถิ่น ภายหลังการตรวจสอบผลการสอบแข่งขันใหม่เนื่องจากพบการทุจริต จังหวัดได้มีมติเพิกถอนการบรรจุบุคคลจำนวน 43 รายที่พบว่ามีชื่ออยู่ในบัญชีผู้ได้รับการบรรจุอย่างไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 รายที่จะได้รับการแก้ไขวันบรรจุใหม่โดยยังคงสังกัดหน่วยงานเดิม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการสอบแข่งขันของท้องถิ่นในวงกว้าง ในจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้น มี 36 รายที่ถูกระบุว่าได้รับการบรรจุทั้งที่สอบไม่ผ่านในครั้งแรก โดยมีการแก้ไขคะแนนเพื่อให้มีชื่อได้รับการบรรจุ คณะกรรมการได้กำหนดให้ดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ก่อนที่จะส่งรายงานกลับไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการสร้างความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในระบบราชการ แม้ว่าการปรับปรุงทางปกครองนี้จะส่งผลกระทบต่อบุคลากรภายในเป็นหลัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการกับการทุจริตในการสรรหาบุคลากรภาครัฐ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงบุคลากรเหล่านี้จะส่งผลต่อการให้บริการของเทศบาลในพื้นที่อย่างไรในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ในขณะที่จังหวัดกำลังดำเนินการปรับปรุงทางปกครองให้เสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:13 UTC

ตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมผู้อาศัยในวัดฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางการเมือง
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมผู้อาศัยในวัดฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางการเมือง

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้อาศัยในวัดสวนแก้วฐานเผยแพร่คลิปวิดีโอการประท้วงเก่าเพื่อปลุกปั่นกระแสทางการเมืองบนโลกออนไลน์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมผู้อาศัยในวัดฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไซเบอร์บุกจับกุมผู้อาศัยในวัดฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางการเมือง

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้อาศัยในวัดสวนแก้วฐานเผยแพร่คลิปวิดีโอการประท้วงเก่าเพื่อปลุกปั่นกระแสทางการเมืองบนโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้เข้าปฏิบัติการที่วัดสวนแก้ว ส่งผลให้มีการจับกุมผู้อาศัยในวัดรายหนึ่ง โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่าบุคคลดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าสร้างและเผยแพร่ข่าวปลอมด้วยการนำคลิปวิดีโอการประท้วงทางการเมืองเก่ามาโพสต์เพื่อสร้างกระแสในสังคม

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการ สอท.1 ยืนยันถึงการปฏิบัติการดังกล่าว โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการนำคลิปเก่ามาตัดต่อบริบทใหม่และนำเสนอว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันเพื่อหวังผลทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการกวดขันอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลต่อปัญหาข้อมูลบิดเบือนบนโลกดิจิทัล แม้ว่าพื้นที่วัดโดยทั่วไปจะมีความสงบ แต่การที่ผู้อาศัยในวัดมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อย่างเคร่งครัด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนขยายผลว่าผู้ต้องหามีเครือข่ายร่วมขบวนการหรือไม่ และมีผู้อื่นเกี่ยวข้องในการประสานงานโพสต์เหล่านี้หรือไม่ ในระหว่างที่การสอบสวนยังดำเนินอยู่ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องหาลงมือทำโดยลำพังหรือได้รับคำสั่งจากกลุ่มการเมืองภายนอก นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าการแชร์เนื้อหาทางการเมืองที่ไม่ได้รับการตรวจสอบบนโลกออนไลน์อาจนำไปสู่การตรวจสอบทางกฎหมายตามระเบียบข้อบังคับในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:11 UTC

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีการวิจัยกรณีเสียชีวิตกะทันหันระหว่างนอนหลับและออกกำลังกาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีการวิจัยกรณีเสียชีวิตกะทันหันระหว่างนอนหลับและออกกำลังกาย

ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างวัคซีน mRNA กับกรณีการเสียชีวิตกะทันหันระหว่างการนอนหลับหรือการออกกำลังกาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีการวิจัยกรณีเสียชีวิตกะทันหันระหว่างนอนหลับและออกกำลังกาย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้มีการวิจัยกรณีเสียชีวิตกะทันหันระหว่างนอนหลับและออกกำลังกาย

ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างวัคซีน mRNA กับกรณีการเสียชีวิตกะทันหันระหว่างการนอนหลับหรือการออกกำลังกาย

ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้มีการวิจัยอย่างเข้มงวดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตกะทันหันที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับหรือขณะออกกำลังกาย

ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ซึ่งรายงานโดย Thai Post ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงทางคลินิกใดๆ ระหว่างเหตุการณ์หัวใจหยุดเต้นกะทันหันเหล่านี้กับการได้รับวัคซีน mRNA หรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบทางการแพทย์อย่างละเอียดเพื่อระบุปัจจัยกระตุ้นหรือปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเรียกร้องให้มีการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายทางวิชาการและการแพทย์ที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพหลังการฉีดวัคซีน แม้ว่าเหตุการณ์หัวใจหยุดเต้นกะทันหันอาจเกิดจากสภาวะสุขภาพเดิม ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ หรือพันธุกรรมที่หลากหลาย แต่ข้อเรียกร้องของศาสตราจารย์มุ่งเน้นไปที่ความจำเป็นของหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อสร้างความชัดเจนในประเด็นเหล่านี้

ในขณะนี้ ยังไม่มีการสรุปความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุที่แน่ชัดระหว่างวัคซีน mRNA กับกรณีการเสียชีวิตกะทันหันเหล่านี้ เรื่องนี้ยังคงเป็นหัวข้อของการสอบสวนทางวิทยาศาสตร์และจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจน ผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพส่วนบุคคลหรือประวัติการฉีดวัคซีนควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:54 UTC

รวบตัวโชเฟอร์รถบรรทุกหัวร้อน ชักปืนขู่คู่กรณีบนถนนบายพาสชลบุรี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวโชเฟอร์รถบรรทุกหัวร้อน ชักปืนขู่คู่กรณีบนถนนบายพาสชลบุรี

ตำรวจชลบุรีจับกุมโชเฟอร์รถบรรทุกวัย 64 ปี หลังก่อเหตุขับรถไล่ตามและใช้อาวุธปืนข่มขู่คู่กรณีบนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบตัวโชเฟอร์รถบรรทุกหัวร้อน ชักปืนขู่คู่กรณีบนถนนบายพาสชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวโชเฟอร์รถบรรทุกหัวร้อน ชักปืนขู่คู่กรณีบนถนนบายพาสชลบุรี

ตำรวจชลบุรีจับกุมโชเฟอร์รถบรรทุกวัย 64 ปี หลังก่อเหตุขับรถไล่ตามและใช้อาวุธปืนข่มขู่คู่กรณีบนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้เข้าควบคุมตัวโชเฟอร์รถบรรทุกวัย 64 ปี หลังได้รับแจ้งเหตุการณ์ความรุนแรงบนท้องถนน (Road Rage) บนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตามรายงานจาก Khaosod Online เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายอาทิตย์ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี คนขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ แจ้งว่าถูกคนขับรถบรรทุกอีกคันขับรถไล่ติดตามและใช้อาวุธปืนข่มขู่หลังจากมีปากเสียงกันบนท้องถนน

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับรถบรรทุก 6 ล้อของผู้ก่อเหตุได้บริเวณถนนสุขประยูร ต.นาป่า ในระหว่างการเข้าตรวจสอบ ผู้ก่อเหตุพยายามขับรถหลบหนีและโยนวัตถุบางอย่างทิ้งข้างทาง ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและพบอาวุธปืนขนาด .22 คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ นายกำจัด (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าได้นำอาวุธปืนออกมาข่มขู่คู่กรณีจริง แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะยิง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ก้าวร้าวบนเส้นทางหลัก แม้ผู้ก่อเหตุจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่คดียังอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแทนการเผชิญหน้าด้วยตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:52 UTC

นักกฎหมายเรียกร้องให้เด็กในค่ายผู้ลี้ภัยที่ตากได้รับสิทธิเข้าถึงการศึกษา
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

นักกฎหมายเรียกร้องให้เด็กในค่ายผู้ลี้ภัยที่ตากได้รับสิทธิเข้าถึงการศึกษา

นักกฎหมายวิพากษ์วิจารณ์การกีดกันเด็กผู้ลี้ภัยออกจากโรงเรียนนอกศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ โดยอ้างถึงนโยบายรัฐบาลที่มีมาอย่างยาวนาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

นักกฎหมายเรียกร้องให้เด็กในค่ายผู้ลี้ภัยที่ตากได้รับสิทธิเข้าถึงการศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
นักกฎหมายเรียกร้องให้เด็กในค่ายผู้ลี้ภัยที่ตากได้รับสิทธิเข้าถึงการศึกษา

นักกฎหมายวิพากษ์วิจารณ์การกีดกันเด็กผู้ลี้ภัยออกจากโรงเรียนนอกศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ โดยอ้างถึงนโยบายรัฐบาลที่มีมาอย่างยาวนาน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายสุรพงษ์ กองจันทึก นักกฎหมายและผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดำเนินการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย กระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงกรณีเด็กนักเรียนที่ถูกสั่งให้พ้นจากสถานศึกษาที่อยู่นอกศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ จ.ตาก โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ได้สั่งให้เด็กกลุ่มนี้ออกจากโรงเรียนโดยอ้างว่าการที่มีชื่ออยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวทำให้ไม่สามารถออกมาเรียนภายนอกได้

นายสุรพงษ์เน้นย้ำว่าเด็กทุกคนไม่ว่าจะมีสถานะอย่างไรหรืออาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือไม่ ต่างมีสิทธิได้รับการศึกษาตามกฎหมายและนโยบายของไทยที่มีอยู่ โดยอ้างถึงมติสภาความมั่นคงแห่งชาติและมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2548 ซึ่งกำหนดให้จัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร เขาระบุว่าเจ้าหน้าที่ละเลยแนวทางปฏิบัตินี้มานานกว่าสองทศวรรษ ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าสองยางได้แสดงความเห็นสนับสนุนให้เด็กเหล่านี้สามารถเรียนต่อในโรงเรียนภายนอกได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการบูรณาการและสิทธิของประชากรพลัดถิ่นในจังหวัดชายแดน แม้นักกฎหมายจะยืนยันว่านโยบายปัจจุบันสนับสนุนสิทธิในการเข้าเรียนของเด็ก แต่ยังคงต้องติดตามว่าหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้อย่างไร และคำสั่งให้พ้นจากสถานศึกษาจะถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:53 UTC

การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

สุโรจน์ แสงสนิท ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมเสนอการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบที่สำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

แหล่งข่าวเดียว
การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

สุโรจน์ แสงสนิท ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมเสนอการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบที่สำคัญ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 สุโรจน์ แสงสนิท ได้ตั้งข้อสังเกตว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยยังคงแสดงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาคส่วนนี้กำลังเติบโตเต็มที่ สุโรจน์ได้เสนอข้อเสนอแนะเฉพาะเพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนนี้และจัดการกับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน

ข้อเสนอสำคัญรวมถึงการทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ สุโรจน์ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเร่งขยายเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศเพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านความพร้อมและความคุ้มค่าของตัวเลือกการขนส่งด้วยไฟฟ้าในประเทศไทย โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่แข็งแกร่งขึ้นอาจทำให้การเช่าหรือการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ามีความสะดวกมากขึ้นสำหรับผู้ที่เดินทางในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่ารัฐบาลจะยอมรับการแก้ไขภาษีเหล่านี้หรือไม่ หรือการขยายสถานีชาร์จที่เสนอนั้นจะดำเนินการได้รวดเร็วเพียงใด ในขณะนี้ ข้อเสนอแนะเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงคำแนะนำจากภาคอุตสาหกรรม ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ประกาศใช้จริง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังคงติดตามว่าการอภิปรายเหล่านี้อาจส่งผลต่อกฎระเบียบด้านยานยนต์ในอนาคตและการเข้าถึงการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:51 UTC

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ดในหนองคาย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ดในหนองคาย

หน่วยเฉพาะกิจในหนองคายตรวจพบยาเสพติดจำนวนมากถูกทิ้งไว้ใกล้ร้านอาหารท้องถิ่น โดยยังไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ดในหนองคาย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้า 2 แสนเม็ดในหนองคาย

หน่วยเฉพาะกิจในหนองคายตรวจพบยาเสพติดจำนวนมากถูกทิ้งไว้ใกล้ร้านอาหารท้องถิ่น โดยยังไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติด (นบ.ยส.24) รายงานการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ดในจังหวัดหนองคาย ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ยาเสพติดดังกล่าวถูกพบอยู่ภายในกระเป๋าสีดำปริศนาที่ถูกซุกซ่อนไว้ใกล้ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าวหลังจากได้รับเบาะแส แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของกระเป๋าตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน ไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ และยังไม่ทราบตัวบุคคลที่นำยาเสพติดมาทิ้งไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ในความควบคุมแล้ว แต่การที่ยังไม่มีผู้ต้องสงสัยบ่งชี้ว่าการสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุจุดหมายปลายทางของยาเสพติดชุดนี้หรือเครือข่ายที่รับผิดชอบในการนำมาวางทิ้งไว้

ผู้ที่เดินทางผ่านจังหวัดหนองคายควรทราบว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยและการเฝ้าระวังที่เข้มงวดเป็นเรื่องปกติในจังหวัดชายแดน ในขณะที่การสืบสวนดำเนินต่อไป คาดว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อระบุตัวผู้เกี่ยวข้อง ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการตรวจยึดในครั้งนี้ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดอย่างเข้มงวดในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:10 UTC

กระทรวงยุติธรรมขีดเส้นตายให้ DSI ชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงยุติธรรมขีดเส้นตายให้ DSI ชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหล

ปลัดกระทรวงยุติธรรมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รายงานข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลภายในวันศุกร์นี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กระทรวงยุติธรรมขีดเส้นตายให้ DSI ชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหล

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงยุติธรรมขีดเส้นตายให้ DSI ชี้แจงกรณีข้อมูลรั่วไหล

ปลัดกระทรวงยุติธรรมสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รายงานข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลภายในวันศุกร์นี้

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกระทรวง ในระหว่างการกล่าวปราศรัยเปิดตัว เขาได้ประกาศนโยบายใหม่ที่มุ่งเน้นการคืนความสุขและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสภายในหน่วยงาน

ประเด็นสำคัญประการหนึ่งในคำสั่งเริ่มต้นของเขาคือการกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยปลัดกระทรวงได้กำหนดเส้นตายที่ชัดเจนให้ DSI ต้องจัดทำคำชี้แจงที่ครอบคลุมเกี่ยวกับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับความปลอดภัยภายในและความสมบูรณ์ของข้อมูลภายในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย แม้ว่ากระทรวงจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของสาธารณชน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะของข้อมูลที่รั่วไหลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้ที่สนใจในเสถียรภาพด้านการบริหารของประเทศควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงยุติธรรม คาดว่ารายงานจาก DSI ที่กำลังจะมาถึงจะช่วยชี้แจงขอบเขตของการละเมิดข้อมูลและมาตรการที่กำลังดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต สำหรับตอนนี้ กระทรวงยังคงมุ่งเน้นไปที่กระบวนการตรวจสอบภายในและการดำเนินงานตามกรอบนโยบายใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

อธิบดีดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีเอกสารการคัดเลือก สว. รั่วไหล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อธิบดีดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีเอกสารการคัดเลือก สว. รั่วไหล

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบที่มาของเอกสารที่รั่วไหลเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อธิบดีดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีเอกสารการคัดเลือก สว. รั่วไหล

แหล่งข่าวเดียว
อธิบดีดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีเอกสารการคัดเลือก สว. รั่วไหล

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบที่มาของเอกสารที่รั่วไหลเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อตรวจสอบที่มาของเอกสารที่รั่วไหลเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ขณะนี้ดีเอสไอกำลังตรวจสอบว่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างไร

ในการตอบสนองต่อข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของเอกสาร อธิบดีดีเอสไอยืนยันว่าการดำเนินการทางกฎหมายไม่ได้มีเจตนาเพื่อปิดปากผู้วิจารณ์หรือปิดกั้นข้อมูลแต่อย่างใด ในทางกลับกัน ทางหน่วยงานยืนยันว่าการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การละเมิดขั้นตอนและการเผยแพร่บันทึกทางราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ของกระบวนการคัดเลือก สว. อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าดีเอสไอจะชี้แจงจุดยืนเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว แต่การสอบสวนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ยังคงต้องยืนยันว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อการรั่วไหลของเอกสาร และผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องเผชิญกับผลกระทบอย่างไรในขณะที่คณะกรรมการยังคงดำเนินการสอบสวนต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าดีเอสไอจะสร้างสมดุลระหว่างความจำเป็นด้านความมั่นคงของสถาบันกับความสนใจของสาธารณชนต่อกระบวนการคัดเลือกนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:31 UTC