ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ✦
กีฬา เพชรโกศล นักชกไทยป้องกันแชมป์ IBF สำเร็จที่ญี่ปุ่น ✦
ความปลอดภัย สำนักงานเขตราชเทวีเตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วม ✦
การขนส่ง กทม. ประสานเอกชนจัดจุดจอดรถฟรีรองรับการจัดงานใหญ่ ✦
การขนส่ง บางกอกแอร์เวย์สเสนอความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนตั๋วเนื่องจากน้ำท่วม ✦
กีฬา นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มอเมริกันคาบ้านพักพัทยา ลักลอบเปิดแล็บผลิตยาอี ✦
ความปลอดภัย ฝนตกหนักต่อเนื่องในปากช่อง หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลาก ✦
การเมือง เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ เหตุอุทกภัย ✦
เศรษฐกิจ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน รวมถึงการพักชำระหนี้และลดอัตราดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้เปิดตัวมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

มาตรการเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินให้กับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของทรัพย์สินที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรง แพ็คเกจความช่วยเหลือประกอบด้วยทางเลือกในการพักชำระหนี้ การลดจำนวนเงินงวด และการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ธนาคารยังได้จัดตั้งกระบวนการพิจารณาเคลมสินไหมทดแทนอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของทรัพย์สินในประเทศไทย มาตรการเหล่านี้อาจช่วยให้มีสภาพคล่องทางการเงินที่จำเป็นในช่วงระยะเวลาฟื้นฟูหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม หากคุณเป็นลูกค้าของ ธอส. ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในช่วงที่ผ่านมา ขอแนะนำให้ติดต่อธนาคารโดยตรงเพื่อตรวจสอบสิทธิ์และทำความเข้าใจข้อกำหนดเฉพาะในการสมัครเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเหล่านี้

แม้ว่าธนาคารจะประกาศโครงการเหล่านี้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาที่แน่นอนของการพักชำระหนี้และเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยยังคงขึ้นอยู่กับนโยบายภายในของธนาคาร ลูกค้าควรติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ ธอส. เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับบัญชีส่วนบุคคลของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:23 UTC

กีฬา

เพชรโกศล นักชกไทยป้องกันแชมป์ IBF สำเร็จที่ญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศล นักชกไทยป้องกันแชมป์ IBF สำเร็จที่ญี่ปุ่น

เพชรโกศล กรีนซึดะ แชมป์ชาวไทย ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์ฟลายเวตของ IBF ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ มาร์ก วิเซลเลส ที่เมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เพชรโกศล กรีนซึดะ (ทนงศักดิ์ สิมศิริ) นักชกชาวไทย ประสบความสำเร็จในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์ฟลายเวตของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) โดยการแข่งขันจัดขึ้นที่เมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเพชรโกศลได้พบกับ มาร์ก วิเซลเลส ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์

หลังจากยกแรกที่เน้นดูเชิง เพชรโกศลได้เดินหน้าบุกในยกที่ 2 โดยปล่อยหมัดขวาตรงเข้าเป้าจนกรรมการต้องนับ 8 ก่อนจะตามด้วยชุดใหญ่จนวิเซลเลสลงไปกองอีกครั้ง ทำให้กรรมการต้องยุติการชกและตัดสินให้เพชรโกศลชนะทีเคโอ (TKO) ไปได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 และเพิ่มสถิติการชกอาชีพเป็น 42 ไฟต์ ชนะน็อก 36 ครั้ง

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยว ชัยชนะครั้งนี้ช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งของนักกีฬาไทยในวงการมวยสากลระดับนานาชาติ และแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของนักชกไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคทั่วเอเชีย แม้ผลการแข่งขันในครั้งนี้จะชัดเจนแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผู้ท้าชิงคนต่อไปและสถานที่สำหรับการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3 ของเพชรโกศล ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการชกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:22 UTC

ความปลอดภัย

สำนักงานเขตราชเทวีเตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานเขตราชเทวีเตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วม

สำนักงานเขตราชเทวีกำลังแจกจ่ายกระสอบทรายและจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินเพื่อปกป้องประชาชนจากน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย สำนักงานเขตราชเทวีได้เริ่มดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันน้ำท่วม โดยเจ้าหน้าที่กำลังบรรจุและแจกจ่ายกระสอบทรายให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยป้องกันทรัพย์สินจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกเหนือจากมาตรการป้องกันเหล่านี้ ทางเขตได้กำหนดศูนย์พักพิงฉุกเฉินไว้ 5 แห่ง โดยสถานที่เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรองรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะ โดยเน้นไปที่ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้คลองซึ่งมักประสบปัญหาน้ำล้นตลิ่งเป็นประจำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ มาตรการเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมตามฤดูกาล แม้ว่าทางเขตจะกำลังดำเนินการจัดการสถานการณ์ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศูนย์พักพิงเหล่านี้จะเปิดดำเนินการนานเท่าใด และจะมีเขตอื่นๆ ดำเนินมาตรการที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ในขณะที่ฤดูฝนยังคงดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบเส้นทางของตนเพื่อดูว่าอาจมีการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับน้ำหรือไม่ และปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:20 UTC

การขนส่ง

กทม. ประสานเอกชนจัดจุดจอดรถฟรีรองรับการจัดงานใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประสานเอกชนจัดจุดจอดรถฟรีรองรับการจัดงานใหญ่

กทม. ร่วมมือกับภาคเอกชนจัดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจรในช่วงที่มีการจัดงานสำคัญ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนหลายแห่งเพื่อจัดเตรียมพื้นที่จอดรถฟรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานสำคัญต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

สถานที่ที่เข้าร่วมโครงการนี้ ได้แก่ วัดพระธรรมกาย รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่ง และศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งได้เปิดลานจอดรถเพื่อรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น ความพยายามนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นในช่วงที่มีผู้คนหนาแน่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป โครงการนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเนื่องจากมีทางเลือกในการจอดรถที่เชื่อถือได้และไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจช่วยลดความกังวลในการหาที่จอดรถในพื้นที่ที่มีการจราจรคับคั่ง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วางแผนจะใช้บริการควรทราบว่าเวลาทำการ ขีดความสามารถในการรองรับ และระยะเวลาของข้อเสนอจอดรถฟรีในแต่ละสถานที่นั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของหน่วยงานเอกชนแต่ละแห่ง ขอแนะนำให้ตรวจสอบสถานะปัจจุบันและเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละจุดผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ กทม. หรือสถานที่นั้นๆ ก่อนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:20 UTC

การขนส่ง

บางกอกแอร์เวย์สเสนอความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนตั๋วเนื่องจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
บางกอกแอร์เวย์สเสนอความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนตั๋วเนื่องจากน้ำท่วม

บางกอกแอร์เวย์สยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตั๋วสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้ออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินดอนเมืองได้ทันเวลา เนื่องจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสายการบินตระหนักว่าสภาพอากาศในปัจจุบันส่งผลกระทบอย่างมากต่อการจราจรและการเดินทาง

สำหรับผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 25–27 กันยายน 2569 และไม่สามารถเดินทางมาถึงสนามบินได้ตามกำหนด สายการบินได้จัดเตรียมทางเลือกไว้ 2 ประการ ได้แก่ ประการแรก ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางในเส้นทางเดิมได้ 1 ครั้ง โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่นั่งว่างในแต่ละเที่ยวบินและต้องเดินทางภายในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 หรือประการที่สอง ผู้โดยสารสามารถเลือกรับ Travel Voucher เพื่อใช้ในการเดินทางในภายหลัง โดยมีอายุการใช้งาน 1 ปีนับจากวันที่ออกเอกสาร

นโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ประสบปัญหาในการเดินทางในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมนี้ ขอแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสภาพการจราจรและสถานะเที่ยวบินอย่างใกล้ชิดก่อนออกเดินทาง และควรเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบินมากกว่าปกติ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ผู้โดยสารสามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าได้ที่หมายเลข 1771 ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีเที่ยวบินจำนวนเท่าใดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการล่าช้าหรือการยกเลิก และผู้โดยสารควรตรวจสอบสถานะเที่ยวบินของตนโดยตรงกับสายการบินอีกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:22 UTC

กีฬา

นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักกีฬาไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทอง บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย เอเชียนเกมส์ 2026

นักปั่นชาวไทย 'เต๋า' และ 'ตาม' ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ บีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักกีฬาชาวไทยสองคนซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อเล่น 'เต๋า' และ 'ตาม' สามารถคว้าสิทธิ์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันบีเอ็มเอ็กซ์ฟรีสไตล์ชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของทีมจักรยานไทยในกีฬาประเภทนี้ที่มีความตื่นเต้นสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข่าวนี้นับเป็นการตอกย้ำถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกีฬาเอ็กซ์ตรีมในวงการกีฬาของประเทศ ความสำเร็จของนักกีฬาทั้งสองคนนี้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติ และอาจช่วยกระตุ้นความสนใจในระดับท้องถิ่นต่อสนามบีเอ็มเอ็กซ์และกิจกรรมการปั่นจักรยานในชุมชน ในขณะที่กีฬานี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แฟนกีฬาอาจคาดหวังได้ว่าจะมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมากขึ้น รวมถึงโอกาสในการรับชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในพื้นที่สาธารณะ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาที่แน่นอนของรอบชิงชนะเลิศและรายชื่อคู่แข่งจากนานาชาติยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สนับสนุนสามารถติดตามการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการชิงเหรียญรางวัล ผลงานของเต๋าและตามในรอบชิงชนะเลิศที่จะถึงนี้จะเป็นตัวตัดสินอันดับของพวกเขาในการแข่งขัน ซึ่งคนทั้งประเทศต่างเฝ้ารอผลการแข่งขันรอบสุดท้ายของพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:21 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

ได้รับการยืนยัน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ระดมกำลังและเครื่องจักรเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดระดมกำลังและเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วไทย

ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้มีการระดมทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากที่กำลังส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยอ้างอิงจาก Thai Post รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดทั่วทุกภูมิภาค ทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก และภูมิภาคอื่นๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในทันที

การดำเนินการนี้รวมถึงการส่งเครื่องจักรหนักและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทางจราจร หรือการจำกัดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบางแห่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังประสานงานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 2 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 08:42 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มอเมริกันคาบ้านพักพัทยา ลักลอบเปิดแล็บผลิตยาอี

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มอเมริกันคาบ้านพักพัทยา ลักลอบเปิดแล็บผลิตยาอี

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกค้นบ้านพักในพัทยา จับกุมชายชาวอเมริกันวัย 42 ปี ข้อหาผลิตและจำหน่ายยาอี (MDMA)

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่งในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้สามารถจับกุมนายหลิว (Mr. Liu) ชายสัญชาติอเมริกันเชื้อสายจีน อายุ 42 ปี

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบห้องลับที่ถูกปิดผนึกอย่างมิดชิดภายในบ้าน ซึ่งใช้เป็นห้องปฏิบัติการผลิตยาเสพติด โดยตรวจยึดของกลางเป็นยาอี (MDMA) น้ำหนักเกือบ 60 กรัม พร้อมอุปกรณ์การผสมและบรรจุรวม 27 รายการ เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนหลังจากได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับชาวต่างชาติทั้งในและต่างประเทศ แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าผลิตไว้เพื่อเสพเอง แต่จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือพบหลักฐานเป็นบันทึกสูตรเคมีและวิธีการผสมยาเสพติด

สำหรับชาวต่างชาติและผู้อยู่อาศัยในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดของประเทศไทย ซึ่งมีบทลงโทษรุนแรงต่อการผลิตและจำหน่ายสารเสพติด กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในกลุ่มชาวต่างชาติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลการสอบสวนเพื่อตรวจสอบเครือข่ายการจำหน่ายทั้งหมด และพิจารณาข้อหาเพิ่มเติมจากความผิดฐานครอบครองและผลิตยาเสพติด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:22 UTC

ความปลอดภัย

ฝนตกหนักต่อเนื่องในปากช่อง หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลาก

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องในปากช่อง หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลาก

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในอำเภอปากช่องทำให้เกิดความกังวลเรื่องน้ำป่าไหลหลาก โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 อำเภอปากช่องกำลังเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง ความรุนแรงของสภาพอากาศทำให้เกิดความกังวลในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำ

สมจิตร เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความแรงของกระแสน้ำ โดยมีความกังวลเพิ่มขึ้นว่าโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันและความสามารถในการรองรับของริมฝั่งน้ำอาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันหากฝนยังคงตกในระดับนี้ต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่พักอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับน้ำจะเกินเกณฑ์วิกฤตหรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีการสั่งอพยพหรือไม่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปปากช่องควรตรวจสอบสภาพถนนและพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง เนื่องจากฝนที่ตกหนักมักนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังและการเดินทางที่ติดขัด SawaLife จะคอยติดตามรายงานอย่างเป็นทางการต่อไปในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:21 UTC

การเมือง

เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ เหตุอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ เหตุอุทกภัย

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมทั่วประเทศออกไปเป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติให้เลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมทั่วประเทศออกไป โดยตารางเวลาเดิมได้ถูกปรับเปลี่ยนเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการเลือกตั้งตามกำหนดการเดิม

วันเลือกตั้งใหม่ถูกกำหนดเป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2569 การเปลี่ยนแปลงทางธุรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการเลือกตั้งจะยังคงเข้าถึงได้และปลอดภัยสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน แม้จะมีความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนในระบบประกันสังคมของไทย การเลื่อนครั้งนี้หมายความว่ากิจกรรมการลงคะแนนเสียงจะไม่เกิดขึ้นในวันที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ สิ่งสำคัญคือผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งสำหรับการอัปเดตเพิ่มเติมหรือคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้งและขั้นตอนต่างๆ ในขณะนี้ ทางการได้ยืนยันวันใหม่แล้ว แต่ผู้อยู่อาศัยควรตระหนักว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมหากสภาพอากาศไม่ดีขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเลือกตั้งทางธุรการนี้ แม้อาจยังคงมีการจราจรติดขัดหรือการหยุดชะงักของบริการสาธารณะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 09:21 UTC

ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถขนสุราเถื่อนล็อตใหญ่บนมอเตอร์เวย์ M6
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถขนสุราเถื่อนล็อตใหญ่บนมอเตอร์เวย์ M6

เจ้าหน้าที่ยึดสุราขาวหนีภาษีกว่า 3,400 ขวดบนมอเตอร์เวย์ M6 โดยมีค่าปรับที่อาจสูงถึง 1.8 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถขนสุราเถื่อนล็อตใหญ่บนมอเตอร์เวย์ M6

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถขนสุราเถื่อนล็อตใหญ่บนมอเตอร์เวย์ M6

เจ้าหน้าที่ยึดสุราขาวหนีภาษีกว่า 3,400 ขวดบนมอเตอร์เวย์ M6 โดยมีค่าปรับที่อาจสูงถึง 1.8 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ตำรวจทางหลวงได้สกัดจับรถยนต์ที่ลักลอบขนสุราหนีภาษีจำนวนมากบนมอเตอร์เวย์ M6 ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบและยึดสุราขาวจำนวน 3,408 ขวด

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ขับขี่จะต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายที่รุนแรง โดยมีค่าปรับที่คาดการณ์ไว้สูงถึง 1.8 ล้านบาท เนื่องจากการหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิต การจับกุมครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นการกระจายสินค้าผิดกฎหมายบนเส้นทางคมนาคมสายหลัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดในการขนส่งและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าหนีภาษีโดยเฉพาะ แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายสรรพสามิตในท้องถิ่น

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับที่มาของสินค้าและตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายขั้นสุดท้ายและการแจกแจงค่าปรับอย่างเป็นทางการจะได้รับการยืนยันเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 12:30 UTC

กสม. คัดค้านการนำประวัติอาชญากรรมของครอบครัวมาใช้ในการตรวจสอบบุคคล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กสม. คัดค้านการนำประวัติอาชญากรรมของครอบครัวมาใช้ในการตรวจสอบบุคคล

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไทยออกแถลงการณ์คัดค้านการนำประวัติการต้องโทษของสมาชิกในครอบครัวมาใช้เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของบุคคลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยรัฐ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กสม. คัดค้านการนำประวัติอาชญากรรมของครอบครัวมาใช้ในการตรวจสอบบุคคล

แหล่งข่าวเดียว
กสม. คัดค้านการนำประวัติอาชญากรรมของครอบครัวมาใช้ในการตรวจสอบบุคคล

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไทยออกแถลงการณ์คัดค้านการนำประวัติการต้องโทษของสมาชิกในครอบครัวมาใช้เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของบุคคลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยรัฐ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการนำประวัติการต้องโทษของสมาชิกในครอบครัวมาใช้เพื่อลดทอนหรือทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคลที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบหรือการสอบสวนของรัฐ

กสม. ระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นปัญหาเนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงบุคคลเข้ากับการกระทำของญาติอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเบี่ยงเบนการตรวจสอบที่ชอบธรรม หรือลดทอนความน่าเชื่อถือของผู้ที่กำลังถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานรัฐ คณะกรรมการฯ โต้แย้งว่ากลยุทธ์ดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนที่เน้นความรับผิดชอบส่วนบุคคลมากกว่าความผิดแบบกลุ่ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใส ความเป็นส่วนตัว และวิธีการที่หน่วยงานรัฐใช้ในระหว่างการสอบสวน แม้ว่าแถลงการณ์นี้จะสะท้อนถึงจุดยืนของคณะกรรมการฯ ในเรื่องความรับผิดชอบทางบริหารและการเมือง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงขั้นตอนทางกฎหมายหรือการตรวจคนเข้าเมืองสำหรับชาวต่างชาติโดยตรง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าหน่วยงานรัฐจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อข้อวิจารณ์นี้ และจุดยืนดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการในวิธีการสอบสวนของรัฐหรือการใช้ข้อมูลสาธารณะในระหว่างกระบวนการเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 12:30 UTC

ทนายความ BWG จี้ 'พูนศักดิ์' ถอนตัวจากการตรวจสอบ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ทนายความ BWG จี้ 'พูนศักดิ์' ถอนตัวจากการตรวจสอบ

ทนายความตัวแทนของบริษัท Better World Green (BWG) ได้เรียกร้องให้พูนศักดิ์ถอนตัวจากการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่ โดยอ้างถึงผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของภรรยา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ทนายความ BWG จี้ 'พูนศักดิ์' ถอนตัวจากการตรวจสอบ

แหล่งข่าวเดียว
ทนายความ BWG จี้ 'พูนศักดิ์' ถอนตัวจากการตรวจสอบ

ทนายความตัวแทนของบริษัท Better World Green (BWG) ได้เรียกร้องให้พูนศักดิ์ถอนตัวจากการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่ โดยอ้างถึงผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานของภรรยา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ตัวแทนทางกฎหมายของบริษัท Better World Green (BWG) ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการให้พูนศักดิ์ถอนตัวจากการทำหน้าที่กำกับดูแลการตรวจสอบบริษัท คำร้องดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากภรรยาของพูนศักดิ์มีรายงานว่าดำรงตำแหน่งผู้บริหารด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในบริษัทคู่แข่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่องในภาคส่วนการจัดการขยะอุตสาหกรรม แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นเรื่องขององค์กรและการบริหารจัดการเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมในประเทศ ความโปร่งใสในการตรวจสอบดังกล่าวเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ เนื่องจากอาจส่งผลต่อมาตรฐานอุตสาหกรรมและนโยบายการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่าพูนศักดิ์จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร และหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องจะยอมรับคำร้องขอให้ถอนตัวหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในคณะกรรมการตรวจสอบ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าความท้าทายนี้จะนำไปสู่การทบทวนความเป็นกลางของการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ หรือกระบวนการปัจจุบันจะดำเนินต่อไปตามแผนที่วางไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 12:11 UTC

กองทัพปฏิเสธข้อกล่าวหายิงจากเฮลิคอปเตอร์ในนราธิวาส
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองทัพปฏิเสธข้อกล่าวหายิงจากเฮลิคอปเตอร์ในนราธิวาส

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าทหารยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นจากเฮลิคอปเตอร์ ส่งผลให้มีการเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองทัพปฏิเสธข้อกล่าวหายิงจากเฮลิคอปเตอร์ในนราธิวาส

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพปฏิเสธข้อกล่าวหายิงจากเฮลิคอปเตอร์ในนราธิวาส

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าทหารยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นจากเฮลิคอปเตอร์ ส่งผลให้มีการเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ในอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่และชาวบ้าน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิงที่ว่าทหารใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นจากเฮลิคอปเตอร์

กองทัพชี้แจงว่าเฮลิคอปเตอร์กำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางอากาศและตรวจการณ์ตามปกติเพื่อตอบโต้เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัด เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่ากำลังพล 4 นายบนเครื่อง ซึ่งประกอบด้วยนักบิน นักบินผู้ช่วย ช่างเครื่อง และฝ่ายอำนวยการ ไม่ได้นำอาวุธขึ้นไปเพื่อปฏิบัติการยิง และทำหน้าที่เพียงประสานงานกับกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น

ในทางกลับกัน รายงานในพื้นที่ระบุว่าผู้ได้รับบาดเจ็บยืนยันว่าถูกยิงจากอากาศยาน นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. พรรคประชาชน ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อมูลที่ขัดแย้งกันและได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้นายกรัฐมนตรีจัดตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระ เขาแสดงความกังวลว่าหากไม่มีการสอบสวนที่โปร่งใส ความแตกต่างระหว่างคำชี้แจงของทางการและคำบอกเล่าของประชาชนอาจทำให้ความตึงเครียดและความไม่ไว้วางใจในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ สถานการณ์นี้ตอกย้ำถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาค แม้กองทัพจะยืนยันความบริสุทธิ์ แต่การเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเป็นทางการบ่งชี้ว่าข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้ยังคงต้องได้รับการตรวจสอบต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 12:11 UTC

อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ถูกตัดสินจำคุกคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ถูกตัดสินจำคุกคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล

ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกนางสมหญิง บัวบุตร อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ถูกตัดสินจำคุกคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล

แหล่งข่าวเดียว
อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ถูกตัดสินจำคุกคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล

ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกนางสมหญิง บัวบุตร อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกนางสมหญิง บัวบุตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน โดยศาลไม่รอลงอาญา ซึ่งหมายความว่าอดีตนักการเมืองผู้นี้จะต้องรับโทษจำคุกจริง

คำพิพากษาดังกล่าวสืบเนื่องมาจากความเกี่ยวข้องของเธอในคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างสนามฟุตซอล ความคืบหน้าทางกฎหมายนี้ถือเป็นการปิดฉากการสอบสวนที่ยาวนานเกี่ยวกับการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในทางที่ผิด ซึ่งจัดสรรไว้สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของกระบวนการยุติธรรมไทยในการจัดการกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ แม้ว่าคำพิพากษานี้จะเกี่ยวข้องกับอดีตนักการเมืองโดยเฉพาะ แต่ก็เน้นย้ำถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ ยังคงต้องยืนยันว่าจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีกหรือไม่ หรือคำพิพากษานี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานทันทีเกี่ยวกับสถานที่คุมขังหรือผลกระทบทางการเมืองเพิ่มเติมต่อพรรคเพื่อไทยภายหลังคำตัดสินนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 11:52 UTC

สงขลาเริ่มปลดข้าราชการท้องถิ่นหลังพบทุจริตสอบบรรจุ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

สงขลาเริ่มปลดข้าราชการท้องถิ่นหลังพบทุจริตสอบบรรจุ

ทางการจังหวัดสงขลากำลังดำเนินการปลดข้าราชการท้องถิ่น 67 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบบรรจุเข้ารับราชการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

สงขลาเริ่มปลดข้าราชการท้องถิ่นหลังพบทุจริตสอบบรรจุ

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเริ่มปลดข้าราชการท้องถิ่นหลังพบทุจริตสอบบรรจุ

ทางการจังหวัดสงขลากำลังดำเนินการปลดข้าราชการท้องถิ่น 67 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบบรรจุเข้ารับราชการ

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า ทางการจังหวัดสงขลาได้เริ่มกระบวนการปลดข้าราชการท้องถิ่น 67 ราย ซึ่งคณะกรรมการกลางขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ได้ระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบบรรจุ โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่ความผิดปกติของคะแนนที่พบในระหว่างกระบวนการคัดเลือก ทั้งนี้ ทางจังหวัดคาดว่ากระบวนการปลดข้าราชการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและส่วนกลาง โดยผู้นำ อบต. หลายแห่งแสดงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการปลดข้าราชการ เนื่องจากมองว่ากระบวนการสอบ คัดเลือก และบรรจุแต่งตั้งนั้นดำเนินการโดยส่วนกลาง ภาระในการปลดจึงไม่ควรตกอยู่ที่หน่วยงานท้องถิ่นเพียงฝ่ายเดียว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้ดำเนินการตามขั้นตอนหากคณะกรรมการกลางมีหลักฐานการทุจริตที่ชัดเจน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดต่อใช้บริการของหน่วยงานท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาความโปร่งใสในการบริหารงาน แม้ผลกระทบในทันทีคือการปลดบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ผลกระทบในระยะยาวต่อประสิทธิภาพของการบริหารงานท้องถิ่นนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันว่าข้าราชการจำนวน 114 รายที่ถูกตรวจสอบจากการสอบทั้ง 2 รอบนั้น จะถูกปลดทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนอย่างมากต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับความรับผิดชอบของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยในการแก้ไขคะแนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 12:11 UTC

รวบพนักงานไปรษณีย์ในปทุมธานีหลังพบพัวพันยาเสพติด
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

รวบพนักงานไปรษณีย์ในปทุมธานีหลังพบพัวพันยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมพนักงานไปรษณีย์ในจังหวัดปทุมธานี หลังผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

รวบพนักงานไปรษณีย์ในปทุมธานีหลังพบพัวพันยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
รวบพนักงานไปรษณีย์ในปทุมธานีหลังพบพัวพันยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมพนักงานไปรษณีย์ในจังหวัดปทุมธานี หลังผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 1 ได้เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ตำบลบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเบาะแสที่ได้รับผ่านสายด่วน 1386 ซึ่งระบุว่าพนักงานไปรษณีย์รายหนึ่งชื่อนายชัชชัย มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายและมั่วสุมยาเสพติดที่บ้านพักใกล้กับวัดเขียนเขต

เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับหัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์ย่านรังสิตเพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่และดำเนินการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลปรากฏว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย นายชัชชัยให้การรับสารภาพว่าได้เสพยาบ้าจำนวน 2 เม็ดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม โดยอ้างว่าซื้อมาจากบุคคลที่ชื่อว่า 'ปู' ซึ่งนำยามาส่งให้ถึงบ้านพัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับปัญหายาเสพติดผ่านการแจ้งเบาะแสจากชุมชน แม้ผู้ต้องหาจะยอมรับว่าเสพเพื่อใช้ส่วนตัว แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ ที่ทำการไปรษณีย์ย่านรังสิตได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเพื่อดำเนินการภายในแล้ว ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ยังต้องรอการยืนยันว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติดจริงตามที่ได้รับแจ้งมาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 11:51 UTC

อดีตข้าราชการบำนาญสูญเงิน 1.6 ล้านบาท หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

อดีตข้าราชการบำนาญสูญเงิน 1.6 ล้านบาท หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

อดีตข้าราชการบำนาญวัย 63 ปีในประเทศไทยถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินจำนวน 1.6 ล้านบาท โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

อดีตข้าราชการบำนาญสูญเงิน 1.6 ล้านบาท หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
อดีตข้าราชการบำนาญสูญเงิน 1.6 ล้านบาท หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

อดีตข้าราชการบำนาญวัย 63 ปีในประเทศไทยถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินจำนวน 1.6 ล้านบาท โดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 อดีตข้าราชการบำนาญวัย 63 ปีตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางการเงิน เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหายติดต่อหน่วยงานเพื่อขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มเติม หลังจากนั้นไม่นานก็มีบุคคลติดต่อเข้ามาโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

กลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้กลอุบายแอบอ้างเรื่องการดำเนินการทางราชการ หลอกล่อให้ผู้เสียหายโอนเงินเก็บทั้งหมดที่ตั้งใจจะนำไปสร้างบ้านใหม่เข้าบัญชีของคนร้าย ส่งผลให้สูญเงินไปถึง 1.6 ล้านบาท ผู้เสียหายระบุว่าเงินในบัญชีถูกถอนออกไปจนหมดสิ้นระหว่างการทำธุรกรรมดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐหรือผู้ให้บริการสาธารณูปโภค สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบตัวตนของบุคคลที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานราชการหรือผู้ให้บริการเสมอ การติดต่อราชการควรทำผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น เช่น การไปติดต่อที่สำนักงานด้วยตนเอง หรือใช้ข้อมูลติดต่อที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้นๆ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้หรือไม่ หรือมีความเป็นไปได้เพียงใดในการติดตามเงินคืน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 11:51 UTC

แม่ค้าส้มตำวอนโจรคืนไหปลาร้าเก่าแก่ 30 ปี หลังถูกงัดร้านเป็นครั้งที่ 4
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

แม่ค้าส้มตำวอนโจรคืนไหปลาร้าเก่าแก่ 30 ปี หลังถูกงัดร้านเป็นครั้งที่ 4

แม่ค้าส้มตำในจังหวัดนนทบุรีเข้าแจ้งความหลังถูกงัดร้านเป็นครั้งที่ 4 โดยขอความเห็นใจให้โจรคืนไหปลาร้าเก่าแก่ที่นำมาจากบ้านเกิดซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

แม่ค้าส้มตำวอนโจรคืนไหปลาร้าเก่าแก่ 30 ปี หลังถูกงัดร้านเป็นครั้งที่ 4

แหล่งข่าวเดียว
แม่ค้าส้มตำวอนโจรคืนไหปลาร้าเก่าแก่ 30 ปี หลังถูกงัดร้านเป็นครั้งที่ 4

แม่ค้าส้มตำในจังหวัดนนทบุรีเข้าแจ้งความหลังถูกงัดร้านเป็นครั้งที่ 4 โดยขอความเห็นใจให้โจรคืนไหปลาร้าเก่าแก่ที่นำมาจากบ้านเกิดซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นางสาวบุญเทียญ อายุ 55 ปี แม่ค้าส้มตำ ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี หลังจากร้านของเธอที่ตั้งอยู่ในซอยรัตนาธิเบศร์ 18 ถูกคนร้ายงัดแงะและขโมยทรัพย์สิน ข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นการถูกงัดร้านครั้งที่ 4 แล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะเลือกไม่แจ้งความใน 3 ครั้งแรก แต่ครั้งล่าสุดนี้ทำให้เธอตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

คนร้ายได้ทำลายกุญแจตู้เก็บของและลังน้ำแข็งเพื่อขโมยเครื่องปรุงอาหารอีสานหลายรายการ เช่น พริก น้ำปลา เกลือ ถ่าน และปลาร้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แม่ค้าให้ความสำคัญที่สุดคือ 'ไหปลาร้า' แบบโอ่งมังกรที่มีอายุเก่าแก่กว่า 30 ปี ซึ่งเธอหอบหิ้วมาจากบ้านเกิดเพื่อใช้ทำมาหากินและมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก เธอระบุว่าหากคนร้ายอยากได้ปลาร้าก็สามารถเอาไปได้ แต่ขอความเห็นใจให้ช่วยนำไหปลาร้ามาคืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมเล็กน้อยและความปลอดภัยของทรัพย์สินสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวน และยังต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุหรือนำทรัพย์สินกลับคืนมาได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 11:31 UTC

ตำรวจรวบชายครอบครองอาวุธและยาเสพติดผิดกฎหมายในกรุงเทพฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจรวบชายครอบครองอาวุธและยาเสพติดผิดกฎหมายในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ จับกุมชายวัย 39 ปี หลังจากการสืบสวนคดีลักทรัพย์ตามบ้านและการขายอาวุธผิดกฎหมาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจรวบชายครอบครองอาวุธและยาเสพติดผิดกฎหมายในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบชายครอบครองอาวุธและยาเสพติดผิดกฎหมายในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ จับกุมชายวัย 39 ปี หลังจากการสืบสวนคดีลักทรัพย์ตามบ้านและการขายอาวุธผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจพลับพลาไชย 2 และสถานีตำรวจจักรวรรดิ ได้จับกุมชายวัย 39 ปี ชื่อ 'ชาติ' บริเวณลานจอดรถบนถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการล่อซื้อที่ดำเนินการหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของผู้ต้องหาในการก่อเหตุลักทรัพย์ตามบ้านเรือนและการขายวัตถุระเบิดผิดกฎหมาย

ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจได้ยึดของกลางเป็นระเบิดขว้างชนิด MK2 จำนวน 1 ลูก ยาไอซ์ 1 ถุง และเงินสด 800 บาท การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง รวมถึง พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ซึ่งดูแลคณะทำงานร่วม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านเจริญกรุง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของตำรวจในการปราบปรามกิจกรรมทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับอาวุธและยาเสพติด แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ต้องหาลงมือเพียงลำพังหรือมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการจำหน่ายอาวุธผิดกฎหมายขนาดใหญ่หรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังสิ่งรอบตัวและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาต่อไปในขณะที่การสืบสวนดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 11:31 UTC

ญี่ปุ่นประกาศยืนหยัดสนับสนุนศาลอาญาระหว่างประเทศ ท่ามกลางการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ญี่ปุ่นประกาศยืนหยัดสนับสนุนศาลอาญาระหว่างประเทศ ท่ามกลางการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

ซานาเอะ ทาคาอิจิ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่น ให้คำมั่นว่าจะปกป้องศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หลังจากรัฐบาลทรัมป์ประกาศคว่ำบาตรประธานศาลดังกล่าว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ญี่ปุ่นประกาศยืนหยัดสนับสนุนศาลอาญาระหว่างประเทศ ท่ามกลางการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ญี่ปุ่นประกาศยืนหยัดสนับสนุนศาลอาญาระหว่างประเทศ ท่ามกลางการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

ซานาเอะ ทาคาอิจิ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่น ให้คำมั่นว่าจะปกป้องศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) หลังจากรัฐบาลทรัมป์ประกาศคว่ำบาตรประธานศาลดังกล่าว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ประกาศว่าญี่ปุ่นจะยืนหยัดเคียงข้างศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) คำประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ตัดสินใจคว่ำบาตรประธานศาล ICC ท่าทีของทาคาอิจิถือเป็นสัญญาณของความขัดแย้งทางการทูตที่สำคัญระหว่างโตเกียวและวอชิงตัน เกี่ยวกับความชอบธรรมและการคุ้มครององค์กรตุลาการระหว่างประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก แม้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยว หรือกฎระเบียบในท้องถิ่น แต่สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกที่เพิ่มขึ้นในนโยบายระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดวางตำแหน่งทางการทูตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นความเห็นต่างทางการเมืองระดับสูงระหว่างสองมหาอำนาจโลก

ในขณะนี้ ขอบเขตที่แน่ชัดของการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และมาตรการเฉพาะที่ญี่ปุ่นตั้งใจจะนำมาใช้เพื่อ 'ปกป้อง' ศาลนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าความตึงเครียดทางการทูตนี้จะพัฒนาไปอย่างไร หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายในวงกว้างที่ส่งผลต่อความร่วมมือระหว่างประเทศหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเหล่านี้อาจส่งผลต่อเสถียรภาพในภูมิภาคหรือนโยบายการเดินทางในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ขอโทษผู้เสียหายจากกรณีตำรวจทุ่งลุงกระทำอนาจาร
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ขอโทษผู้เสียหายจากกรณีตำรวจทุ่งลุงกระทำอนาจาร

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ได้เข้าพบและขอโทษผู้เสียหาย 6 ราย หลังมีข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทุ่งลุงกระทำอนาจาร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ขอโทษผู้เสียหายจากกรณีตำรวจทุ่งลุงกระทำอนาจาร

แหล่งข่าวเดียว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ขอโทษผู้เสียหายจากกรณีตำรวจทุ่งลุงกระทำอนาจาร

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ได้เข้าพบและขอโทษผู้เสียหาย 6 ราย หลังมีข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทุ่งลุงกระทำอนาจาร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ได้ลงพื้นที่ติดตามคดีที่เกี่ยวข้องกับดาบตำรวจนายหนึ่งในพื้นที่ทุ่งลุง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแยกตัวผู้หญิงออกมาในระหว่างการตรวจค้นและบังคับให้ถ่ายคลิปอนาจาร

ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้เข้าพบผู้เสียหายทั้ง 6 รายเพื่อกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการ และยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนคดีนี้อย่างจริงจังที่สุด โดยให้คำมั่นว่าจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของระดับผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการจัดการกับปัญหาการประพฤติมิชอบภายในองค์กรและรักษามาตรฐานวิชาชีพของเจ้าหน้าที่ แม้ว่าทางผู้บัญชาการจะยอมรับในความร้ายแรงของสถานการณ์และให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใส แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับมาตรการทางวินัยและกรอบเวลาในการดำเนินคดีอาญานั้นยังคงต้องรอการยืนยันในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ทางการได้เน้นย้ำว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ถือเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ และผู้เสียหายจะได้รับความช่วยเหลือในระหว่างที่คดีมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 11:11 UTC

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมคนขับรถของรัฐบาลฐานปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่โดยใช้ภาพจาก AI
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมคนขับรถของรัฐบาลฐานปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่โดยใช้ภาพจาก AI

คนขับรถของรัฐบาลวัย 29 ปีถูกจับกุมในกรุงเทพฯ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าใช้เทคโนโลยี AI เพื่อปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบนโลกออนไลน์

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมคนขับรถของรัฐบาลฐานปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่โดยใช้ภาพจาก AI

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจท่องเที่ยวจับกุมคนขับรถของรัฐบาลฐานปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่โดยใช้ภาพจาก AI

คนขับรถของรัฐบาลวัย 29 ปีถูกจับกุมในกรุงเทพฯ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าใช้เทคโนโลยี AI เพื่อปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบนโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้ประกาศการจับกุมคนขับรถของรัฐบาลวัย 29 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ตามรายงานของ Khaosod English ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าใช้ซอฟต์แวร์แก้ไขภาพและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างภาพของตนเองในลักษณะที่ดูเหมือนกำลังปฏิบัติหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการ

พล.ต.ท. ศักดิ์ศิริ เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และรองผู้บัญชาการ พล.ต.ต. พงษ์สยาม ได้ยืนยันการจับกุมดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดเพื่อหลอกลวงประชาชน สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบตัวตนของบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ แม้ว่าผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้ แต่ขอบเขตที่แท้จริงของกิจกรรมของเขาและข้อเท็จจริงที่ว่าเขาได้หลอกลวงบุคคลใดไปแล้วหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังเกี่ยวกับเนื้อหาดิจิทัล และควรติดต่อเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบที่ระบุตัวตนได้ชัดเจนในสถานที่ราชการเท่านั้น ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป คาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาเฉพาะและระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการปลอมตัวดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:50 UTC

ศาลสั่งจำคุก 'เจ๊หนิง' และสามีคดีหมิ่นประมาท
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ศาลสั่งจำคุก 'เจ๊หนิง' และสามีคดีหมิ่นประมาท

ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกโดยรอลงอาญาและสั่งปรับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังและสามี หลังมีคดีหมิ่นประมาทภรรยาของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ศาลสั่งจำคุก 'เจ๊หนิง' และสามีคดีหมิ่นประมาท

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสั่งจำคุก 'เจ๊หนิง' และสามีคดีหมิ่นประมาท

ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกโดยรอลงอาญาและสั่งปรับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังและสามี หลังมีคดีหมิ่นประมาทภรรยาของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีหมิ่นประมาทที่เกี่ยวข้องกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'เจ๊หนิง' และสามี โดยศาลสั่งจำคุกจำเลยทั้งสองเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีคำสั่งให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี พร้อมทั้งสั่งปรับเป็นเงิน 150,000 บาท

การดำเนินคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากความคิดเห็นสาธารณะที่ทั้งคู่ได้แสดงออกเกี่ยวกับภรรยาของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งสื่อมักเรียกกันว่า 'บิ๊กโจ๊ก' โดยศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎหมายว่าด้วยการหมิ่นประมาทและความผิดทางคอมพิวเตอร์ที่เข้มงวดของประเทศ การแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับบุคคลทั่วไปหรือบุคคลสาธารณะอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายที่สำคัญ รวมถึงการถูกดำเนินคดีอาญา แม้ว่าในกรณีนี้โทษจำคุกจะถูกรอลงอาญา แต่โทษปรับทางการเงินและประวัติอาชญากรรมยังคงเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลหรือไม่ หรือจะมีคดีความทางแพ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรทราบว่ากฎหมายหมิ่นประมาทของไทยมักถูกนำมาใช้กับเนื้อหาบนโลกออนไลน์ จึงควรใช้ความระมัดระวังในการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นในที่สาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 11:12 UTC

ตำรวจไทยสรุปการแต่งตั้งนายพลประจำปี
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจไทยสรุปการแต่งตั้งนายพลประจำปี

พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ยืนยันการเสร็จสิ้นกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลประจำปี 2569 จำนวน 163 ตำแหน่ง โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและเป็นธรรม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

ตำรวจไทยสรุปการแต่งตั้งนายพลประจำปี

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจไทยสรุปการแต่งตั้งนายพลประจำปี

พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ยืนยันการเสร็จสิ้นกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลประจำปี 2569 จำนวน 163 ตำแหน่ง โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงการสรุปกระบวนการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพลจำนวน 163 ตำแหน่ง โดยระบุว่าคณะกรรมการคัดเลือกได้ใช้เวลาพิจารณากว่า 10 ชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจเป็นไปอย่างยุติธรรมและรอบคอบที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนตำแหน่งในระดับผู้บริหารของตำรวจมีความสำคัญเนื่องจากมักสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในลำดับความสำคัญด้านการบริหาร กลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมาย และการดำเนินนโยบายในระดับท้องถิ่น แม้ว่าการแต่งตั้งเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนทางธุรการภายในตามปกติ แต่การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บังคับบัญชาอาจส่งผลต่อแนวทางการบังคับใช้กฎระเบียบในระดับจังหวัดหรือเขตได้ในบางกรณี

ในขณะนี้ รายละเอียดการมอบหมายหน้าที่เฉพาะสำหรับนายตำรวจทั้ง 163 นายยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างการบริหารงานใหม่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเป็นเรื่องของการบริหารจัดการภายใน จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือข้อกำหนดในการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทและพื้นที่ปฏิบัติงานของนายตำรวจเหล่านี้ผ่านช่องทางของรัฐบาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 10:32 UTC

กองทัพไทยและลาวเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

กองทัพไทยและลาวเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เยือนนครหลวงเวียงจันทน์เพื่อหารือความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงปัญหายาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

กองทัพไทยและลาวเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยและลาวเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เยือนนครหลวงเวียงจันทน์เพื่อหารือความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงปัญหายาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้นำคณะผู้แทนด้านความมั่นคงของไทยเดินทางเยือนนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อพบปะกับ พลตรี วันทอง บุดตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว ตามรายงานของ Khaosod Online การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีและสร้างความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างหน่วยงานทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

การหารือมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาความมั่นคงร่วมกันตามแนวชายแดนไทย-ลาว ประเด็นสำคัญครอบคลุมถึงกลยุทธ์ในการรับมือกับปัญหายาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สินค้าหนีภาษี และการกระทำผิดของแก๊งมิจฉาชีพและสแกมเมอร์ ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การพบปะดังกล่าวยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ส่วนบุคคลระหว่างผู้นำหน่วยทหารและชุดประสานงานชายแดน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนและลดกิจกรรมทางอาชญากรรม แม้ว่าการประชุมจะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด แต่รายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติการหรือมาตรการบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการข้ามพรมแดนหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากความพยายามทางการทูตเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 10:32 UTC

DSI เดินหน้าคดีฟอกเงินหุ้น STARK ภาค 2
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

DSI เดินหน้าคดีฟอกเงินหุ้น STARK ภาค 2

ทางการไทยส่งสำนวนคดีฟอกเงินหุ้น STARK ภาค 2 ให้อัยการสูงสุดพิจารณา โดยมีอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินตกเป็นผู้ต้องหา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

DSI เดินหน้าคดีฟอกเงินหุ้น STARK ภาค 2

แหล่งข่าวเดียว
DSI เดินหน้าคดีฟอกเงินหุ้น STARK ภาค 2

ทางการไทยส่งสำนวนคดีฟอกเงินหุ้น STARK ภาค 2 ให้อัยการสูงสุดพิจารณา โดยมีอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินตกเป็นผู้ต้องหา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ส่งสำนวนคดีหุ้น STARK ภาคที่ 2 ให้กับสำนักงานอัยการสูงสุด (OAG) แล้ว การสอบสวนครั้งใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับบุคคล 8 ราย รวมถึงนายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินของบริษัท STARK Corporation

นายศรัทธา ซึ่งเคยเป็นจำเลยที่ 3 ในคดี STARK ชุดแรก ขณะนี้ถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องหาหลักในการสอบสวนครั้งที่สองนี้ โดย DSI กล่าวหาว่าเขามีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเทเงินออกจากบัญชีของบริษัท กระบวนการทางกฎหมายในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดว่าคดีนี้ควรถูกจัดเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความคืบหน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับอื้อฉาวทางการเงินของ STARK ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในภาคธุรกิจของไทย แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะยังคงดำเนินต่อไป แต่การจัดประเภทคดีว่าเป็น 'คดีนอกราชอาณาจักร' ยังคงต้องรอการยืนยันจากอัยการสูงสุด ซึ่งการตัดสินใจนี้จะเป็นตัวกำหนดแนวทางของกระบวนการดำเนินคดีต่อไป ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการดำเนินการทางกฎหมายที่แยกต่างหากจากคดีแรก และคาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลและสถานะของผู้ต้องหาทั้ง 8 รายในขณะที่ OAG พิจารณาสำนวนของ DSI

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 10:12 UTC

เจ้าหน้าที่บุกตรวจร้านค้าออนไลน์ย่านคลอง 8 ปทุมธานี ปมสินค้าไร้ อย. และฉลากภาษาไทย
กฎหมาย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกตรวจร้านค้าออนไลน์ย่านคลอง 8 ปทุมธานี ปมสินค้าไร้ อย. และฉลากภาษาไทย

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของไทยเข้าตรวจสอบร้านค้าที่ไลฟ์สดขายสินค้าในจังหวัดปทุมธานี หลังมีรายงานการจำหน่ายซอสและเครื่องปรุงที่อาจหมดอายุหรือไม่ได้มาตรฐาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
กฎหมาย

เจ้าหน้าที่บุกตรวจร้านค้าออนไลน์ย่านคลอง 8 ปทุมธานี ปมสินค้าไร้ อย. และฉลากภาษาไทย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกตรวจร้านค้าออนไลน์ย่านคลอง 8 ปทุมธานี ปมสินค้าไร้ อย. และฉลากภาษาไทย

หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของไทยเข้าตรวจสอบร้านค้าที่ไลฟ์สดขายสินค้าในจังหวัดปทุมธานี หลังมีรายงานการจำหน่ายซอสและเครื่องปรุงที่อาจหมดอายุหรือไม่ได้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่น ได้เข้าตรวจสอบร้าน 'สมปรารถนา' ย่านคลอง 8 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับร้านค้าออนไลน์ที่ไลฟ์สดจำหน่ายซอสและเครื่องปรุงรสในราคาที่ถูกผิดปกติ โดยมีข้อสงสัยว่าสินค้าบางส่วนเป็นสินค้าที่บริษัทต้นทางกำหนดให้ทำลายทิ้ง

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากพบว่าสินค้าดังกล่าวไม่มีเลข อย. และไม่มีฉลากภาษาไทยที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และเทศบาลตำบลธัญบุรี ได้เข้าตรวจยึดของกลางและดำเนินคดีกับร้านดังกล่าวไปแล้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความถูกต้องและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารที่ซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สินค้าที่ไม่มีฉลากหรือการรับรองจาก อย. อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ แม้ทางร้านจะชี้แจงว่าไม่มีเจตนาจำหน่ายสินค้าหมดอายุ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดสินค้าทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำกว่าราคาตลาดอย่างผิดปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 10:12 UTC