ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ✦
ความปลอดภัย ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
เทคโนโลยี กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI ✦
กีฬา การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ✦
การเมือง พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991 ✦
เทคโนโลยี โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง ✦
กีฬา

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงินรางวัล 20 ล้านบาทแก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อฉลองความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และการผ่านเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ไทยเบฟและเอสโคล่าได้มอบเงินรางวัลจำนวน 20 ล้านบาทให้แก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 ซึ่งทำให้ทีมได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในกีฬานี้ นอกจากนี้ ทีมยังได้รับรางวัลจากการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ 2026 ณ เมืองไอจิ – นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาสำหรับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 60 ปีของทีม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกีฬาไทยในระดับโลกและการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีต่อโครงการกีฬาของชาติ

แม้ว่าเงินรางวัลและการผ่านเข้าสู่โอลิมปิกจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการเตรียมความพร้อมของทีมสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสยังไม่มีการประกาศออกมา แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอคอยที่จะเห็นว่าทีมจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อพัฒนาผลงานในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:56 UTC

ความปลอดภัย

ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชายอมรับว่าประเทศไม่ได้เป็นเพียงฐานที่มั่นของขบวนการฉ้อโกงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนในประเทศตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาได้ออกมายอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวลในสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ภายในประเทศ แม้ว่ากัมพูชาจะถูกระบุในระดับสากลว่าเป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงมานาน แต่ขณะนี้ทางการยืนยันว่าประชาชนในท้องถิ่นกำลังตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลทางการที่อ้างโดยผู้บัญชาการตำรวจระบุว่า ความสูญเสียทางการเงินรวมของเหยื่อชาวกัมพูชาสูงถึงประมาณ 875 ล้านบาท การยอมรับนี้เน้นย้ำว่าภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายชาวต่างชาติหรือปฏิบัติการภายนอกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัญหาความปลอดภัยภายในประเทศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชากรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวตอกย้ำถึงลักษณะที่แพร่หลายขององค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ แม้ว่ารายงานจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบภายในกัมพูชา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนและขอบเขตของปฏิบัติการฉ้อโกงที่กำลังดำเนินอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อยับยั้งกิจกรรมภายในประเทศเหล่านี้ และความพยายามดังกล่าวจะนำไปสู่การลดขีดความสามารถในการปฏิบัติการโดยรวมของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หรือไม่ ทางการยังคงแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์และคำขอทางการเงินที่น่าสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปน ซึ่งมีความผิดในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบียบนเกาะพะงัน

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมากเนื่องจากลักษณะของอาชญากรรมและสัญชาติของผู้เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้คดีได้ผ่านกระบวนการอุทธรณ์และศาลยังคงยืนตามคำตัดสินเดิม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงจุดยืนที่เข้มงวดของกระบวนการยุติธรรมไทยต่ออาชญากรรมรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในประเทศ กระบวนการทางกฎหมายนี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีที่มีความผิดร้ายแรง

แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะยืนโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าจะมีการยื่นคำร้องทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ คดีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงจากการกระทำความผิดในประเทศไทย และขอแนะนำให้ผู้ที่พำนักหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศควรตระหนักถึงกฎหมายท้องถิ่นและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

เทคโนโลยี

กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งจัดทำกรอบกฎหมายสำหรับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเทคโนโลยีและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรเริ่มวางกรอบกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอ้างอิงจากรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายพชรเน้นย้ำว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (data center) จำนวนมาก โดยระบุว่าการมีหรือไม่มีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนจะมีผลโดยตรงต่อความสามารถของประเทศในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนเหล่านี้

นายพชรได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายหลัก 3 ประการที่ไทยต้องเผชิญเช่นเดียวกับทั่วโลก ประการแรกคือเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่ากฎระเบียบในยุคอุตสาหกรรมเดิมมาก ประการที่สองคือการใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกกรณีนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก AI มีการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่เกมทั่วไปไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การกำกับดูแลที่อิงตามระดับความเสี่ยง ประการที่สามคือรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพในการกำกับดูแล หรือเครื่องมือทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น การออกใบอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ดิจิทัล แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายเฉพาะเจาะจง แต่การเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลบ่งชี้ว่าการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจต้องเผชิญกับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานรัฐใดจะเป็นผู้นำในโครงการนี้ และจะมีกลไกทางกฎหมายใดบ้างที่ถูกเสนอเพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

กีฬา

การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

การท่าเรือ เอฟซี ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่างเป็นทางการ แทนที่ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ก่อนการแข่งขัน Shopee Cup

การท่าเรือ เอฟซี ได้ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรอย่างเป็นทางการ โดยเข้ามารับหน้าที่แทน สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กุนซือวัย 57 ปี ผู้ถือใบอนุญาต ยูฟ่า โปร ไลเซนส์ และมีประสบการณ์คุมทีมในไทยลีกกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาก่อน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 26 กันยายน 2569 โดยจะมี ซึรดัน สตอยเชฟสกี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เดินทางตามมาสมทบในวันที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนบอลในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารทีมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยบททดสอบแรกของ บันโดวิช คือการคุมทีมลงเล่นในศึกชิงแชมป์สโมสรอาเซียน 2026/27 (Shopee Cup) รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก พบกับ เปอร์ซิบ บันดุง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ สนามเหย้าของการท่าเรือ เอฟซี

แม้ว่าจะมีการยืนยันการแต่งตั้งแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงกุนซือครั้งนี้ต่อฟอร์มการเล่นของทีมในไทยลีกยังคงต้องติดตามกันต่อไป แฟนบอลต่างจับตามองว่าทีมงานสต๊าฟโค้ชชุดใหม่จะสามารถปรับจูนแท็กติกได้รวดเร็วเพียงใดก่อนการแข่งขันระดับทวีปจะเริ่มขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาของสัญญาหรือเป้าหมายผลงานที่ชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

การเมือง

พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านจากกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยอาจเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV 1991 ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการจากองค์กรต่างๆ ที่แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญาของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV) ฉบับปี 1991 โดยผู้ประท้วงได้แสดงความกังวลว่าข้อตกลงระหว่างประเทศนี้อาจส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมในท้องถิ่นและอธิปไตยทางเมล็ดพันธุ์

ในการตอบรับหนังสือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของพรรคระบุว่าพรรคพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยพรรคเน้นย้ำว่าข้อกังวลที่สาธารณชนหยิบยกขึ้นมานั้นกำลังถูกนำไปพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาด้านการเกษตรและการกำกับดูแลพันธุ์พืช แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความเต็มใจที่จะเปิดรับการเจรจา แต่ยังคงต้องยืนยันว่าหนังสือคัดค้านนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงท่าทีของรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกระบวนการเข้าเป็นภาคีจะดำเนินต่อไปตามที่ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเชิงนโยบายขั้นสุดท้าย และรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนุสัญญาดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เทคโนโลยี

โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

โครงการที่นำโดยชุมชนในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังสร้างรูปแบบการตรวจสอบร่วมกันเพื่อจัดการการบูรณาการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้เข้ากับชุมชนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังริเริ่มกรอบการทำงานใหม่ภายใต้ชื่อ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เพื่อรับมือกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 6 ประเด็นร้อนที่ชาวบ้านในพื้นที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยการนำระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์เทคโนโลยีเหล่านี้จะดำเนินงานอย่างโปร่งใสและสามารถอยู่ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ รูปแบบนี้เน้นย้ำถึงการสื่อสารเชิงรุกและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาโครงการและชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การวางแผนอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับชุมชนมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตในภูมิภาคนี้อาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณะและการกำกับดูแลแบบร่วมมือที่เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' นี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมายเพียงใด หรือจะเป็นเพียงกรอบการทำงานโดยสมัครใจสำหรับผู้พัฒนา นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบนี้จะถูกนำไปปรับใช้กับเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่ประเทศยังคงเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:16 UTC

รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและจุดเสี่ยงน้ำท่วมโรงพยาบาลเทพา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและจุดเสี่ยงน้ำท่วมโรงพยาบาลเทพา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและจุดเสี่ยงน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและจุดเสี่ยงน้ำท่วมโรงพยาบาลเทพา

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและจุดเสี่ยงน้ำท่วมโรงพยาบาลเทพา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและจุดเสี่ยงน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามและประเมินปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โดยเน้นไปที่สองประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณจุดพักรถริมทางหลวงหมายเลข 43 และความเสี่ยงจากอุทกภัยที่คุกคามโรงพยาบาลเทพา

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยชายฝั่งบางช่วงมีการถอยร่นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งความเสื่อมโทรมทางสิ่งแวดล้อมนี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมในบริเวณใกล้เคียง ในขณะเดียวกัน การลงพื้นที่โรงพยาบาลเทพาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยงของสถานพยาบาลต่อการเกิดน้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อการให้บริการสาธารณสุขและการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ปัญหาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทางและความเชื่อมั่นในบริการสาธารณสุขที่จำเป็นในภูมิภาค รองนายกรัฐมนตรีได้หารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดและหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลดความเสี่ยงดังกล่าว แม้ว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับโครงการก่อสร้างหรือมาตรการป้องกัน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานท้องถิ่นประสานงานเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 08:00 UTC

ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตโดยมีแพทย์เกี่ยวข้องที่เชียงราย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตโดยมีแพทย์เกี่ยวข้องที่เชียงราย

ญาติของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เรียกร้องให้ตำรวจเร่งสรุปสำนวนคดีการชนที่มีแพทย์เป็นคู่กรณี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตโดยมีแพทย์เกี่ยวข้องที่เชียงราย

แหล่งข่าวเดียว
ครอบครัวเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตโดยมีแพทย์เกี่ยวข้องที่เชียงราย

ญาติของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน เรียกร้องให้ตำรวจเร่งสรุปสำนวนคดีการชนที่มีแพทย์เป็นคู่กรณี

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่มีแพทย์จากโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งเป็นผู้ขับขี่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าฝ่าไฟแดงและพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษา

นางสาวศิริวรรณ ณ น่าน น้าสาวของนางสาวนิชาภา พรมตอง นักศึกษาวิชานิติศาสตร์วัย 19 ปี ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ได้ออกมาเรียกร้องต่อสาธารณะให้มีการสอบสวนของตำรวจที่โปร่งใสและรวดเร็ว เธอแสดงความกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมและเน้นย้ำถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุ โดยระบุว่าผู้เสียชีวิตสวมหมวกกันน็อกในขณะเกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนและความสำคัญของการปฏิบัติตามสัญญาณจราจร แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับความรับผิดชอบ แต่คดียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับความเร็วของรถและขั้นตอนทางกฎหมายต่อผู้ขับขี่ยังคงต้องรอการสรุปจากเจ้าหน้าที่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายงานสรุปจากตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 07:45 UTC

แพทย์หญิงสหรัฐฯ เผยเหตุระทึก เจอ ‘ค้างคาว’ พยายามมุดเข้าปากขณะนอนหลับ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

แพทย์หญิงสหรัฐฯ เผยเหตุระทึก เจอ ‘ค้างคาว’ พยายามมุดเข้าปากขณะนอนหลับ

แพทย์ระบบทางเดินอาหารในรัฐเวอร์จิเนียเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หลังตื่นมาพบค้างคาวพยายามมุดเข้าปาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

แพทย์หญิงสหรัฐฯ เผยเหตุระทึก เจอ ‘ค้างคาว’ พยายามมุดเข้าปากขณะนอนหลับ

แหล่งข่าวเดียว
แพทย์หญิงสหรัฐฯ เผยเหตุระทึก เจอ ‘ค้างคาว’ พยายามมุดเข้าปากขณะนอนหลับ

แพทย์ระบบทางเดินอาหารในรัฐเวอร์จิเนียเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หลังตื่นมาพบค้างคาวพยายามมุดเข้าปาก

ตามรายงานจาก Khaosod Online ดร. คริสตา เอเดลแมน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาและพบว่ามีค้างคาวกำลังสัมผัสริมฝีปากของเธอ ในตอนแรก ดร. เอเดลแมนคิดว่าเธอกำลังฝันถึงหนู แต่เมื่อตื่นเต็มตาจึงพบว่าเป็นค้างคาวที่พยายามมุดเข้าปาก เธอสามารถปัดค้างคาวออกไปได้และสามีของเธอได้เข้ามาช่วยจัดการกับสัตว์ตัวดังกล่าว

ด้วยความรู้ทางการแพทย์ ดร. เอเดลแมนได้เก็บค้างคาวตัวนั้นไว้เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อ แม้ผลตรวจจะออกมาว่า “ไม่พบเชื้อพิษสุนัขบ้า” แต่แพทย์หญิงรายนี้ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากมีการสัมผัสโดยตรง

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากค้างคาว ซึ่งเป็นพาหะของโรคพิษสุนัขบ้า ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระบุว่ารอยกัดของค้างคาวอาจมีขนาดเล็กมากจนสังเกตเห็นได้ยาก ทำให้การตรวจทางการแพทย์เป็นสิ่งจำเป็นหลังจากการสัมผัสโดยตรง สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังสิ่งแวดล้อมรอบตัว และควรขอคำแนะนำจากแพทย์ทันทีหากพบค้างคาวในที่พักอาศัย โดยเฉพาะหากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการสัมผัสทางร่างกาย ทั้งนี้ ควรปรึกษาหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติเฉพาะสำหรับการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าในแต่ละภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 สิงหาคม 2026, 07:45 UTC

โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชยื่นมือช่วยอินฟลูเอนเซอร์หลังศัลยกรรมจมูกผิดพลาด
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชยื่นมือช่วยอินฟลูเอนเซอร์หลังศัลยกรรมจมูกผิดพลาด

โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในการผ่าตัดแก้ไขให้กับอินฟลูเอนเซอร์วัย 25 ปี ที่ประสบปัญหาภาวะแทรกซ้อนระยะยาวจากการทำศัลยกรรมจมูกครั้งก่อน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชยื่นมือช่วยอินฟลูเอนเซอร์หลังศัลยกรรมจมูกผิดพลาด

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชยื่นมือช่วยอินฟลูเอนเซอร์หลังศัลยกรรมจมูกผิดพลาด

โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในการผ่าตัดแก้ไขให้กับอินฟลูเอนเซอร์วัย 25 ปี ที่ประสบปัญหาภาวะแทรกซ้อนระยะยาวจากการทำศัลยกรรมจมูกครั้งก่อน

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2026 โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เพื่อช่วยเหลือ "น้องแอมป์-อธิชา" อินฟลูเอนเซอร์วัย 25 ปี ซึ่งได้ร้องทุกข์ผ่านสื่อมานานกว่า 2 ปี หลังจากเข้ารับการศัลยกรรมจมูกแล้วเกิดปัญหาจมูกเบี้ยวผิดรูป ส่งผลกระทบต่อการหายใจและความมั่นใจในการใช้ชีวิต

หลังจากพยายามแก้ไขปัญหาจากที่อื่นมาหลายครั้งโดยไม่ประสบความสำเร็จ อธิชาได้เข้าปรึกษากับ "หมอเต๋า" แพทย์เฉพาะทางของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช โดยบริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำศัลยกรรม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำศัลยกรรมความงาม แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะให้คำมั่นในการดูแลรักษา แต่ผลลัพธ์ระยะยาวของการผ่าตัดแก้ไขยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่กำลังพิจารณาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์หรือการทำศัลยกรรมความงามในภูมิภาคนี้ควรตรวจสอบคุณสมบัติของแพทย์และสถานพยาบาลด้วยตนเอง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการทางการแพทย์หรือแผนการแก้ไขโดยละเอียดในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 14:30 UTC

กทม. ปรับแผนจัดการจุดความร้อนที่คลองถมเซ็นเตอร์
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กทม. ปรับแผนจัดการจุดความร้อนที่คลองถมเซ็นเตอร์

ทางการกำลังปรับปรุงโปรโตคอลความปลอดภัยที่คลองถมเซ็นเตอร์เนื่องจากความกังวลด้านโครงสร้าง โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนและการสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กทม. ปรับแผนจัดการจุดความร้อนที่คลองถมเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ปรับแผนจัดการจุดความร้อนที่คลองถมเซ็นเตอร์

ทางการกำลังปรับปรุงโปรโตคอลความปลอดภัยที่คลองถมเซ็นเตอร์เนื่องจากความกังวลด้านโครงสร้าง โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนและการสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ทางการกรุงเทพมหานครได้ประกาศปรับปรุงแผนการจัดการจุดความร้อนโดยมุ่งเน้นไปที่คลองถมเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการตรวจพบความเสี่ยงด้านโครงสร้างในพื้นที่ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาคารอาจถล่มลงมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงการกำกับดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นในหนึ่งในย่านการค้าที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ขณะนี้ทางการกำลังสร้างสมดุลระหว่างมาตรการความปลอดภัยทางโครงสร้างเหล่านี้กับโครงการริเริ่มที่มุ่งปกป้องสุขภาพของประชาชนและให้การสนับสนุนที่จำเป็นแก่บุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของพื้นที่ดังกล่าว

แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันถึงความจำเป็นในการปรับปรุงความปลอดภัยเหล่านี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอบเขตทั้งหมดของความเสี่ยงด้านโครงสร้างและกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการปิดพื้นที่หรือการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวต่อผู้ค้าและผู้ซื้อที่คลองถมเซ็นเตอร์ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานครเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 23:50 UTC

คำเตือนด้านสุขภาพ: ถั่วและเมล็ดพืช 4 ประเภทที่ควรระวังเพื่อสุขภาพตับ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

คำเตือนด้านสุขภาพ: ถั่วและเมล็ดพืช 4 ประเภทที่ควรระวังเพื่อสุขภาพตับ

ข่าวสดออนไลน์รายงานถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคถั่วและเมล็ดพืชบางชนิด โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการแปรรูปที่เหมาะสมเพื่อปกป้องการทำงานของตับ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

คำเตือนด้านสุขภาพ: ถั่วและเมล็ดพืช 4 ประเภทที่ควรระวังเพื่อสุขภาพตับ

แหล่งข่าวเดียว
คำเตือนด้านสุขภาพ: ถั่วและเมล็ดพืช 4 ประเภทที่ควรระวังเพื่อสุขภาพตับ

ข่าวสดออนไลน์รายงานถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภคถั่วและเมล็ดพืชบางชนิด โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการแปรรูปที่เหมาะสมเพื่อปกป้องการทำงานของตับ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้ออกมาเตือนให้ระมัดระวังการบริโภคถั่วและเมล็ดพืชบางชนิดเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพตับ แม้ว่าโดยทั่วไปถั่วจะถือเป็นของว่างที่ดีต่อสุขภาพ แต่รายงานระบุว่าการแปรรูปที่ไม่เหมาะสม คุณภาพที่ต่ำ หรือการบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปอาจนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบต่อร่างกายได้

ข้อกังวลหลักที่ระบุคือถั่วและเมล็ดพืชดิบที่อาจมีสารพิษตามธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น พืชบางชนิด เช่น อัลมอนด์ขม อาจปลดปล่อยไซยาไนด์ในระหว่างกระบวนการย่อยอาหารหากไม่ผ่านการแปรรูปอย่างถูกต้อง รายงานระบุว่าตับจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อกำจัดสารพิษเหล่านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการต่างๆ ตั้งแต่ปวดศีรษะและเวียนศีรษะ ไปจนถึงปัญหาทางระบบประสาทที่รุนแรงขึ้นในกรณีที่ได้รับสารพิษในปริมาณมาก นอกจากนี้ เมล็ดพืชดิบบางชนิดอาจมีสารประกอบที่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหารหรืออาการแพ้ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนและการแปรรูปที่เหมาะสม รายงานแนะนำว่าผู้บริโภคควรระมัดระวังเมล็ดพืชดิบที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูปและไม่ทราบแหล่งที่มา แม้ว่าคำเตือนนี้จะเน้นไปที่สุขภาพตับ แต่ยังคงต้องมีการยืนยันว่าแบรนด์สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในตลาดท้องถิ่นใดบ้างที่อาจเป็นข้อกังวลเป็นพิเศษ ผู้บริโภคควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าของว่างที่เลือกซื้อมาจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 08:30 UTC

นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเยี่ยมชมนวัตกรรมทางการแพทย์
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเยี่ยมชมนวัตกรรมทางการแพทย์

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เยี่ยมชมคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อติดตามความก้าวหน้าด้านสุขภาพดิจิทัลและการวิจัยทางการแพทย์ด้วยปัญญาประดิษฐ์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเยี่ยมชมนวัตกรรมทางการแพทย์

แหล่งข่าวเดียว
นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเยี่ยมชมนวัตกรรมทางการแพทย์

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เยี่ยมชมคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อติดตามความก้าวหน้าด้านสุขภาพดิจิทัลและการวิจัยทางการแพทย์ด้วยปัญญาประดิษฐ์

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เข้าเยี่ยมชมคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้การต้อนรับ

จุดประสงค์หลักของการเยี่ยมชมคือการติดตามนวัตกรรมทางการแพทย์ล่าสุดของสถาบัน โดยคณะผู้บริหารได้นำเสนอความคืบหน้าของโครงการนวัตกรรมสุขภาพดิจิทัลและศูนย์ตรวจสอบความถูกต้องของปัญญาประดิษฐ์ (AI Validation Center) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการปฏิบัติงานทางคลินิกให้ทันสมัย นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของแพลตฟอร์มสุขภาพโรงเรียนและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อขยายขอบเขตทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยในระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเยี่ยมชมครั้งนี้เน้นย้ำถึงการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่องภายในสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของไทย ความก้าวหน้าดังกล่าวบ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวในการปรับปรุงความแม่นยำในการวินิจฉัยและการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพในกรุงเทพฯ แม้ว่าการพัฒนาเหล่านี้จะเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการวิจัยทางการแพทย์ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเครื่องมือตรวจสอบความถูกต้องของ AI เหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยประจำวันที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อย่างไร หรือเมื่อใดที่บริการสุขภาพดิจิทัลเหล่านี้จะเปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้อย่างเต็มรูปแบบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 05:50 UTC

เหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์: อัปเดตสถานการณ์
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์: อัปเดตสถานการณ์

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงที่คลองถมเซ็นเตอร์ได้แล้ว ขณะนี้กำลังเร่งระบายความร้อนและจัดการกับความเสี่ยงจากควันและสารเคมี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์: อัปเดตสถานการณ์

แหล่งข่าวเดียว
เหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์: อัปเดตสถานการณ์

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงที่คลองถมเซ็นเตอร์ได้แล้ว ขณะนี้กำลังเร่งระบายความร้อนและจัดการกับความเสี่ยงจากควันและสารเคมี

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ แม้ว่าจะสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ทีมฉุกเฉินยังคงอยู่ในพื้นที่เพื่อฉีดน้ำลดความร้อนและระบายควัน เจ้าหน้าที่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของควันและสารเคมีที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าว ขอให้ใช้ความระมัดระวัง โดยเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ตำรวจเฝ้าระวังทรัพย์สินของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. กำลังดำเนินการวางแนวทางเพื่อช่วยเหลือและชดเชยบางส่วนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

ในขณะนี้ สาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุของต้นเพลิง จนกว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการเคลียร์และประกาศให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยโดยหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณคลองถมเซ็นเตอร์เพื่อป้องกันการสูดดมควันหรืออันตรายจากโครงสร้างอาคาร ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการสอบสวนและความคืบหน้าในการฟื้นฟูต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

กรมควบคุมโรครายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 ต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กรมควบคุมโรครายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 ต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม

กรมควบคุมโรคของไทยได้ออกคำแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันสุขภาพ เนื่องจากยังคงพบผู้ป่วยโควิด-19 อย่างต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กรมควบคุมโรครายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 ต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมโรครายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 ต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม

กรมควบคุมโรคของไทยได้ออกคำแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันสุขภาพ เนื่องจากยังคงพบผู้ป่วยโควิด-19 อย่างต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม

ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 กรมควบคุมโรคยืนยันว่ายังคงมีการตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศตลอดเดือนสิงหาคม

เพื่อตอบสนองต่อการแพร่ระบาดที่ยังคงมีอยู่ หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค โดยคำแนะนำหลักสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยคือให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านและลดการใกล้ชิดกับผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าโควิด-19 ยังคงมีอยู่ในสังคม แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ได้ประกาศข้อบังคับใหม่ แต่การรักษาความสะอาดส่วนบุคคลและการเฝ้าระวังสุขภาพของตนเองยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานสำหรับผู้ที่ต้องอยู่ในพื้นที่สาธารณะหรือวางแผนการเดินทางภายในประเทศ

ในขณะนี้ กรมควบคุมโรคยังไม่ได้ให้ข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความรุนแรงของสถานการณ์ปัจจุบันหรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในระเบียบการด้านสาธารณสุข ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มดังกล่าวจะนำไปสู่การปรับปรุงคำแนะนำสำหรับกลุ่มเสี่ยงหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการรับผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลหรือไม่ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ทางระบาดวิทยาในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

อุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์หลายคันในบางพลี สมุทรปราการ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์หลายคันในบางพลี สมุทรปราการ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

รถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ 9 คันในจังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 7 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

อุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์หลายคันในบางพลี สมุทรปราการ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์หลายคันในบางพลี สมุทรปราการ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

รถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ 9 คันในจังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 7 ราย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งรุนแรงในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถเก๋งคันหนึ่งได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์จำนวน 9 คันที่จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อภายในซอยมหาชัย ตำบลบางพลีใหญ่

หน่วยกู้ชีพจากศูนย์สั่งการกู้ชีพปราการและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีหลังจากได้รับแจ้งผ่านสายด่วน 1669 เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ได้เร่งปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 รายในที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น หน้าร้านสะดวกซื้อหรือวินรถจักรยานยนต์ ซึ่งมักจะมีรถจอดรวมตัวกัน แม้ว่าการช่วยเหลือฉุกเฉินเบื้องต้นจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่การสอบสวนหาสาเหตุของการชนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคนขับรถเก๋งหรือสถานการณ์ที่แน่ชัดที่ทำให้รถเสียหลัก คาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

ต้า เฟ็ดเฟ่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้รับการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลจากนักธุรกิจ กฤษณ์ ศรีชวาลา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ต้า เฟ็ดเฟ่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้รับการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลจากนักธุรกิจ กฤษณ์ ศรีชวาลา

ต้า เฟ็ดเฟ่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้โพสต์ขอบคุณนักธุรกิจ กฤษณ์ ศรีชวาลา ที่มอบเงินก้อนใหญ่เพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลของคุณพ่อ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ต้า เฟ็ดเฟ่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้รับการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลจากนักธุรกิจ กฤษณ์ ศรีชวาลา

แหล่งข่าวเดียว
ต้า เฟ็ดเฟ่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้รับการสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลจากนักธุรกิจ กฤษณ์ ศรีชวาลา

ต้า เฟ็ดเฟ่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้โพสต์ขอบคุณนักธุรกิจ กฤษณ์ ศรีชวาลา ที่มอบเงินก้อนใหญ่เพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลของคุณพ่อ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ต้า เฟ็ดเฟ่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความขอบคุณต่อคุณกฤษณ์ ศรีชวาลา นักธุรกิจชื่อดัง ที่ได้มอบเงินสดก้อนใหญ่เพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่าดูแลคุณพ่อของต้า โดยมีแจ็ค แฟนฉัน เป็นผู้ประสานงานให้ทั้งสองฝ่ายได้พบกัน

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ต้าได้กล่าวถึงความเมตตาของนักธุรกิจท่านนี้ว่าเป็นบุญคุณครั้งใหญ่ของชีวิตจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน โดยต้าตั้งใจจะตอบแทนด้วยการเป็นคนดีของสังคมและตั้งใจทำมาหากินเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาชีวิต นอกจากนี้ ต้ายังระบุว่าแม้ปัจจุบันตนจะยังคงมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการต่อ แต่กำลังใจจากทุกคนและจากนักธุรกิจท่านนี้ถือเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายสังคมออนไลน์และบุคคลที่มีชื่อเสียงในการระดมความช่วยเหลือส่วนบุคคลให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ แม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับการยืนยันจากผู้เกี่ยวข้องแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายที่ต้ากล่าวถึงนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ โปรดทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือภาคเอกชน และไม่ได้สะท้อนถึงนโยบายทางเศรษฐกิจหรือการเปลี่ยนแปลงด้านสาธารณสุขในระดับประเทศแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 02:30 UTC

การระบาดของอีโบลาขยายตัวในดีอาร์คองโก ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งเกิน 5,700 ราย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

การระบาดของอีโบลาขยายตัวในดีอาร์คองโก ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งเกิน 5,700 ราย

ไวรัสอีโบลาได้แพร่ระบาดไปยังเขตสุขภาพใหม่อีก 2 แห่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยมีผู้ติดเชื้อยืนยันรวม 5,794 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,786 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

การระบาดของอีโบลาขยายตัวในดีอาร์คองโก ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งเกิน 5,700 ราย

แหล่งข่าวเดียว
การระบาดของอีโบลาขยายตัวในดีอาร์คองโก ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งเกิน 5,700 ราย

ไวรัสอีโบลาได้แพร่ระบาดไปยังเขตสุขภาพใหม่อีก 2 แห่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยมีผู้ติดเชื้อยืนยันรวม 5,794 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2,786 ราย

ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงจากสำนักข่าว AP การระบาดของโรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ได้ขยายตัวไปยังเขตสุขภาพใหม่อีก 2 แห่ง ได้แก่ เขตเบียนาและเขตมังกูเรดจิปา ในจังหวัดกีวูเหนือ ส่งผลให้จำนวนเขตสุขภาพที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเป็น 60 แห่ง

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรายงานว่าไวรัสกำลังแพร่ระบาดในอัตราที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ข้อมูลปัจจุบันระบุว่ามีผู้ติดเชื้อยืนยันอย่างน้อย 5,794 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2,786 ราย แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะยังคงอยู่ในจังหวัดอิตูรี แต่จังหวัดกีวูเหนือมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงเกือบร้อยละ 69 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่ร้อยละ 48 อย่างมีนัยสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายลงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตอบสนองที่ล่าช้า

เพื่อเป็นการตอบโต้ องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) ได้จัดตั้งศูนย์รักษาแห่งใหม่ในเขตเบียนาเพื่อปรับปรุงการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามผู้สัมผัสโรค และสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นในความพยายามควบคุมการแพร่ระบาด

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญต่อสาธารณสุข ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศูนย์รักษาแห่งใหม่จะมีประสิทธิภาพเพียงใดในการยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบใหม่เหล่านี้ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศด้านสุขภาพอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเมื่อเดินทางหรือพำนักอยู่ในจังหวัดทางตะวันออกของดีอาร์คองโก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 01:50 UTC

รพ.สุรินทร์ปลดป้ายภาษาเขมรออกแล้ว
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รพ.สุรินทร์ปลดป้ายภาษาเขมรออกแล้ว

โรงพยาบาลสุรินทร์ได้เปลี่ยนป้ายใหม่โดยนำตัวอักษรภาษาเขมรออกหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อกัมพูชา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รพ.สุรินทร์ปลดป้ายภาษาเขมรออกแล้ว

แหล่งข่าวเดียว
รพ.สุรินทร์ปลดป้ายภาษาเขมรออกแล้ว

โรงพยาบาลสุรินทร์ได้เปลี่ยนป้ายใหม่โดยนำตัวอักษรภาษาเขมรออกหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อกัมพูชา

โรงพยาบาลสุรินทร์ในประเทศไทยได้ดำเนินการนำข้อความภาษาเขมรออกจากป้ายของโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 ระบุว่าทางโรงพยาบาลได้เปลี่ยนป้ายเดิมเป็นป้ายใหม่ที่ไม่มีภาษาของประเทศเพื่อนบ้านปรากฏอยู่

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก โดยสื่อกัมพูชาได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้และตั้งคำถามถึงการตัดสินใจดังกล่าว ในส่วนของคนในพื้นที่ ชาวบ้านบางส่วนได้แสดงการสนับสนุนการนำป้ายออก โดยให้ความเห็นว่าโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องมีป้ายภาษาดังกล่าว

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในจังหวัดสุรินทร์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะดำเนินการนำป้ายออกไปแล้ว แต่เหตุผลทางบริหารที่เฉพาะเจาะจงเบื้องหลังการตัดสินใจนี้ยังคงเป็นประเด็นที่มีการพูดถึงในที่สาธารณะ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่านโยบายนี้จะขยายไปยังสถานที่สาธารณะอื่นๆ ในภูมิภาคหรือไม่ หรือจะมีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การสื่อสารของโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ใช้ภาษาไทยหรือไม่ ผู้มาเยือนควรทราบว่าป้ายในพื้นที่อาจจำกัดอยู่เพียงภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจส่งผลต่อการนำทางสำหรับผู้ที่เคยพึ่งพาป้ายภาษาเขมรมาก่อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 23:50 UTC

เตรียมผ่าตัดนำชิ้นส่วนกระสุนออกจากร่างผู้บาดเจ็บจากเหตุยิงกันในนราธิวาส
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เตรียมผ่าตัดนำชิ้นส่วนกระสุนออกจากร่างผู้บาดเจ็บจากเหตุยิงกันในนราธิวาส

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสประกาศเตรียมผ่าตัดนำชิ้นส่วนกระสุนออกจากร่างของผู้ป่วยชื่อ ซอและ หลังเกิดเหตุยิงกัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เตรียมผ่าตัดนำชิ้นส่วนกระสุนออกจากร่างผู้บาดเจ็บจากเหตุยิงกันในนราธิวาส

แหล่งข่าวเดียว
เตรียมผ่าตัดนำชิ้นส่วนกระสุนออกจากร่างผู้บาดเจ็บจากเหตุยิงกันในนราธิวาส

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสประกาศเตรียมผ่าตัดนำชิ้นส่วนกระสุนออกจากร่างของผู้ป่วยชื่อ ซอและ หลังเกิดเหตุยิงกัน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสยืนยันว่าทีมแพทย์กำลังเตรียมการผ่าตัดเพื่อนำชิ้นส่วนกระสุนออกจากร่างของผู้ป่วยที่ระบุชื่อว่า ซอและ โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลระบุว่าวิถีกระสุนบ่งชี้ว่าเข้าจากด้านหน้าและทะลุออกทางด้านหลังของร่างกายผู้บาดเจ็บ

เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้น ชิ้นส่วนกระสุนที่นำออกมาได้จะถูกส่งมอบให้กับกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจเพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ความคืบหน้านี้แสดงให้เห็นถึงการสืบสวนที่ยังคงดำเนินอยู่โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะให้รายละเอียดทางการแพทย์เกี่ยวกับลักษณะของการบาดเจ็บแล้ว แต่สถานการณ์โดยรวมที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงกันยังคงอยู่ภายใต้การสอบสวนของตำรวจ สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและข่าวท้องถิ่น ในขณะนี้ แรงจูงใจที่แน่ชัดของเหตุยิงกันและตัวตนของผู้ก่อเหตุยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมปรากฏขึ้นหลังจากผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของหลักฐานที่เก็บได้เสร็จสิ้นลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 15:10 UTC

กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์เสด็จสวรรคตในพระชนมพรรษา 89 พรรษา
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์เสด็จสวรรคตในพระชนมพรรษา 89 พรรษา

กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์เสด็จสวรรคตในพระชนมพรรษา 89 พรรษา ส่งผลให้พระราชโอรสขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์โฮกุนที่ 8

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์เสด็จสวรรคตในพระชนมพรรษา 89 พรรษา

แหล่งข่าวเดียว
กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์เสด็จสวรรคตในพระชนมพรรษา 89 พรรษา

กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์เสด็จสวรรคตในพระชนมพรรษา 89 พรรษา ส่งผลให้พระราชโอรสขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์โฮกุนที่ 8

ตามรายงานจาก Khaosod English ซึ่งอ้างอิงจากสำนักข่าว AP กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์เสด็จสวรรคตในพระชนมพรรษา 89 พรรษา พระองค์ทรงใช้ชีวิตในวัยเด็กระหว่างการลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาในช่วงที่นอร์เวย์ถูกนาซีเข้ายึดครอง และเป็นที่รู้จักจากความมั่นคงในชีวิตสมรส พระองค์เสด็จสวรรคตที่โรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงออสโล หลังจากนั้นพระราชโอรสได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์โฮกุนที่ 8

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ข่าวต่างประเทศนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสถาบันกษัตริย์ของนอร์เวย์ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องของกิจการภายในของยุโรปเป็นหลัก แต่ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับนอร์เวย์หรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในระเบียบการทางการทูตหรือช่วงเวลาไว้ทุกข์อย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจส่งผลต่อบริการด้านกงสุลหรือกิจกรรมสาธารณะ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเตรียมการจัดงานพระราชพิธีศพและกำหนดการอย่างเป็นทางการสำหรับการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์โฮกุนที่ 8 ยังคงต้องรอการยืนยันจากสำนักพระราชวังนอร์เวย์ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านอำนาจและผลกระทบใดๆ ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:50 UTC

กรุงเทพฯ เตรียมเปิดสกายวอล์กราชวิถีเฟสแรก ต.ค. นี้
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพฯ เตรียมเปิดสกายวอล์กราชวิถีเฟสแรก ต.ค. นี้

กรุงเทพมหานครเตรียมเปิดใช้งานทางเดินลอยฟ้าราชวิถีเฟสแรก เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งสาธารณะและย่านการแพทย์ใจกลางเมือง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กรุงเทพฯ เตรียมเปิดสกายวอล์กราชวิถีเฟสแรก ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เตรียมเปิดสกายวอล์กราชวิถีเฟสแรก ต.ค. นี้

กรุงเทพมหานครเตรียมเปิดใช้งานทางเดินลอยฟ้าราชวิถีเฟสแรก เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งสาธารณะและย่านการแพทย์ใจกลางเมือง

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดใช้งานทางเดินลอยฟ้าราชวิถีเฟสแรกในเดือนตุลาคมนี้ โครงการนี้ถือเป็นการปรับโฉมโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญของพื้นที่ ซึ่งเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี

ทางเดินลอยฟ้านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างการเชื่อมต่อเป็นวงกลมรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมต่อระหว่างระบบรถไฟฟ้า BTS กับย่านการแพทย์ที่หนาแน่นใจกลางเมือง สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คาดว่าโครงการนี้จะช่วยให้การเข้าถึงโรงพยาบาลหลักหลายแห่งสะดวกยิ่งขึ้น และลดความจำเป็นในการเดินเท้าบนพื้นถนนในหนึ่งในโซนที่มีการจราจรหนาแน่นที่สุดของกรุงเทพฯ

แม้ว่าการเปิดใช้งานเฟสแรกจะมีกำหนดการในเดือนตุลาคม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเปิดใช้งานที่แน่นอนและขอบเขตทั้งหมดของเส้นทางวงกลมที่สมบูรณ์นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวและประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางเดินเท้าบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเมื่อทางเดินลอยฟ้าเปิดให้บริการ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจาก กทม. เมื่อใกล้ถึงกำหนดการเปิดโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 13:15 UTC

ชาวบ้านเรียกร้องความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุฉีดพ่นยาฆ่ายุงโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่นนทบุรี
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ชาวบ้านเรียกร้องความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุฉีดพ่นยาฆ่ายุงโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่นนทบุรี

เจ้าของสุนัขในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีเรียกร้องคำตอบ หลังจากมีการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งส่งผลให้สุนัขของพวกเขาป่วยหนัก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ชาวบ้านเรียกร้องความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุฉีดพ่นยาฆ่ายุงโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ชาวบ้านเรียกร้องความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุฉีดพ่นยาฆ่ายุงโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าที่นนทบุรี

เจ้าของสุนัขในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีเรียกร้องคำตอบ หลังจากมีการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งส่งผลให้สุนัขของพวกเขาป่วยหนัก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านหรูย่านราชพฤกษ์-พระราม 5 จังหวัดนนทบุรี ได้ร้องเรียนผ่านเพจ “สายไหมต้องรอด” โดยตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ น.ส.ภัทรสุดา หนุเจริญกล และคุณกัณต์กณิษฐ ชูพินิจวงศ์ เปิดเผยว่าสุนัขของพวกเขารวม 5 ตัว แบ่งเป็นสุนัขสูงวัย 2 ตัว และสุนัขเด็ก 3 ตัว เกิดอาการป่วยหนักหลังจากมีการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม

ผู้อยู่อาศัยกล่าวหาว่าทีมงานของนักการเมืองชื่อดังได้เข้ามาดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงภายในหมู่บ้าน โดยอ้างว่าได้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นแล้ว แต่เจ้าของบ้านยืนยันว่าไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างทั่วถึง เนื่องจากหน้าต่างบ้านเปิดทิ้งไว้ สารเคมีจึงลอยเข้าไปภายในบ้านขณะที่เจ้าของออกไปทำงาน เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังจึงพบเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรร เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบตารางการบำรุงรักษาและนโยบายการใช้สารเคมีในพื้นที่ แม้ว่าเจ้าของบ้านจะพยายามเรียกร้องความรับผิดชอบ แต่สถานการณ์ยังคงไม่มีความคืบหน้า โดยมีการรายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างโยนความรับผิดชอบกันไปมา ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามีการใช้สารเคมีชนิดใด และทีมงานฉีดพ่นได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเทศบาลให้ดำเนินการภายในหมู่บ้านส่วนบุคคลหรือไม่ โดยยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทีมงานของนักการเมืองหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความประมาทเลินเล่อนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

พบข้อมูลคลาดเคลื่อนในระบบ 'หมอพร้อม'
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

พบข้อมูลคลาดเคลื่อนในระบบ 'หมอพร้อม'

กระทรวงสาธารณสุขไทยกำลังตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูลจำนวน 24,346 รายการในระบบสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม' รวมถึงกรณีการเบิกจ่ายเท็จ 5 รายการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

พบข้อมูลคลาดเคลื่อนในระบบ 'หมอพร้อม'

แหล่งข่าวเดียว
พบข้อมูลคลาดเคลื่อนในระบบ 'หมอพร้อม'

กระทรวงสาธารณสุขไทยกำลังตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูลจำนวน 24,346 รายการในระบบสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม' รวมถึงกรณีการเบิกจ่ายเท็จ 5 รายการ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงเกี่ยวกับรายงานความไม่ถูกต้องของข้อมูลในระบบสุขภาพดิจิทัล 'หมอพร้อม' โดยอ้างอิงจาก Matichon Online เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรายการข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันจำนวน 24,346 รายการ

ประเด็นที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือ กระทรวงยืนยันว่ามีบันทึกข้อมูล 5 รายการที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ที่ไม่มีการให้บริการจริง ขณะนี้กระทรวงกำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนเหล่านี้และรับรองความถูกต้องของฐานข้อมูลในระบบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ใช้ระบบ 'หมอพร้อม' เพื่อตรวจสอบประวัติสุขภาพหรือติดตามบริการ ข่าวนี้นับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อหาความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่ากระทรวงจะรับทราบปัญหาและเริ่มดำเนินการสอบสวนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบทั้งหมดของความผิดพลาดของข้อมูลยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผู้ใช้งานควรตรวจสอบประวัติการรับบริการสุขภาพของตนเองภายในแอปพลิเคชัน ในขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าการตรวจสอบจะใช้เวลานานเท่าใด หรือจะมีการพบกรณีการเบิกจ่ายที่ไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติมในระหว่างการสอบสวนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 10:51 UTC