ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ยอดบริจาคพุ่งช่วย รพ.เพชรบูรณ์ หลังพบปัญหาเชื้อราบนเพดาน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ยอดบริจาคพุ่งช่วย รพ.เพชรบูรณ์ หลังพบปัญหาเชื้อราบนเพดาน

โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคกว่า 2 ล้านบาทในคืนเดียว หลังจากภาพเชื้อราบนเพดานกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางการเงินและโครงสร้างของโรงพยาบาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ยอดบริจาคพุ่งช่วย รพ.เพชรบูรณ์ หลังพบปัญหาเชื้อราบนเพดาน

แหล่งข่าวเดียว
ยอดบริจาคพุ่งช่วย รพ.เพชรบูรณ์ หลังพบปัญหาเชื้อราบนเพดาน

โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคกว่า 2 ล้านบาทในคืนเดียว หลังจากภาพเชื้อราบนเพดานกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางการเงินและโครงสร้างของโรงพยาบาล

หลังจากมีการเผยแพร่ภาพเชื้อราบนเพดานของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์จนกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ ประชาชนได้ให้การสนับสนุนอย่างล้นหลามด้วยการบริจาคเงินกว่า 2 ล้านบาทภายในคืนเดียว ผู้บริหารโรงพยาบาลชี้แจงว่าเชื้อราเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างชั้น 3 และชั้น 4 ซึ่งทำให้เกิดความชื้นสะสมในช่องว่างระหว่างฝ้าเพดาน โดยสถานการณ์ดังกล่าวรุนแรงขึ้นจากฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

นอกเหนือจากปัญหาการบำรุงรักษา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยอมรับว่าโรงพยาบาลประสบปัญหาขาดทุนสะสมถึง 170 ล้านบาท นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังกำลังเผชิญกับปัญหาด้านโครงสร้าง โดยอาคารพิเศษอายุ 50 ปีเกิดรอยร้าวและทรุดตัวบางส่วนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ส่งผลให้มีแผนที่จะทุบทำลายอาคารเก่าและก่อสร้างใหม่ เพื่อให้การบริการดำเนินต่อไปได้ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ โรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องย้ายหอผู้ป่วยและจุดให้บริการไปยังอาคารอื่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าการดำเนินงานของโรงพยาบาลกำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง แม้ว่าโรงพยาบาลจะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่ผู้ป่วยควรเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสถานที่ให้บริการ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแผนการก่อสร้างระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อการให้บริการในแผนกต่างๆ อย่างไร และจะมีการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนงบประมาณของโรงพยาบาลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:32 UTC

ไฟไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว อาคารยังแข็งแรงและเปิดให้บริการตามปกติ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว อาคารยังแข็งแรงและเปิดให้บริการตามปกติ

เหตุไฟไหม้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร สร้างความเสียหายประมาณ 27 ล้านบาท แต่โครงสร้างอาคารยังคงแข็งแรงและใช้งานได้ตามปกติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ไฟไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว อาคารยังแข็งแรงและเปิดให้บริการตามปกติ

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว อาคารยังแข็งแรงและเปิดให้บริการตามปกติ

เหตุไฟไหม้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร สร้างความเสียหายประมาณ 27 ล้านบาท แต่โครงสร้างอาคารยังคงแข็งแรงและใช้งานได้ตามปกติ

เมื่อคืนวันที่ 13 กันยายน 2569 เกิดเหตุไฟไหม้อาคารเฉลิมพระเกียรติ 5 ชั้น ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ในจังหวัดสมุทรสาคร ตามรายงานของ Khaosod Online เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมถึงนายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และแพทย์หญิงเสาวนีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุในช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน

การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าต้นเพลิงมาจากบริเวณเคาน์เตอร์ศูนย์กายภาพบำบัดที่ชั้น G ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และหม้อแปลงสำรองไฟฟ้า (UPS) ไฟไหม้ครั้งนี้สร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างมาก โดยประเมินมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 27 ล้านบาท

สำหรับประชาชนและผู้มาใช้บริการ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือแม้ชั้น G จะได้รับความเสียหายหนัก แต่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดได้ยืนยันว่าโครงสร้างหลักของอาคารยังคงมีความแข็งแรงและปลอดภัย ทางโรงพยาบาลระบุว่าพื้นที่ส่วนอื่นของอาคารยังคงเปิดให้บริการได้ตามปกติ

แม้ผลกระทบต่อแผนกกายภาพบำบัดจะชัดเจน แต่สาเหตุทางเทคนิคที่แน่ชัดของไฟฟ้าลัดวงจรยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ผู้ป่วยที่มีนัดหมายกับทางโรงพยาบาลควรติดต่อสอบถามสถานะการให้บริการโดยตรง เนื่องจากทางโรงพยาบาลยังคงดำเนินการจัดการกับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:14 UTC

สสจ.ยโสธรทบทวนมาตรฐานการพยาบาลหลังเกิดกรณีถอดเข็มน้ำเกลือ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

สสจ.ยโสธรทบทวนมาตรฐานการพยาบาลหลังเกิดกรณีถอดเข็มน้ำเกลือ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรกำลังตรวจสอบระเบียบปฏิบัติของโรงพยาบาลหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถอดเข็มน้ำเกลือของผู้ป่วย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

สสจ.ยโสธรทบทวนมาตรฐานการพยาบาลหลังเกิดกรณีถอดเข็มน้ำเกลือ

แหล่งข่าวเดียว
สสจ.ยโสธรทบทวนมาตรฐานการพยาบาลหลังเกิดกรณีถอดเข็มน้ำเกลือ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรกำลังตรวจสอบระเบียบปฏิบัติของโรงพยาบาลหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถอดเข็มน้ำเกลือของผู้ป่วย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร (สสจ.ยโสธร) ได้ชี้แจงถึงกรณีเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่ระบุชื่อว่า 'น้องยูฟ่า' โดยยืนยันว่าการถอดเข็มน้ำเกลือเป็นหน้าที่ที่กำหนดให้เป็นความรับผิดชอบของพยาบาลวิชาชีพโดยเฉพาะ คำชี้แจงนี้มีขึ้นหลังจากเกิดความกังวลในหมู่สาธารณชนเกี่ยวกับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยในระหว่างการรักษา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หน่วยงานสาธารณสุขได้ยอมรับถึงความจำเป็นในการทบทวนมาตรฐานการให้บริการของโรงพยาบาลจากกรณีดังกล่าว การตรวจสอบนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพิจารณาว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่ และจำเป็นต้องมีการปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงานของพยาบาลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคตหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจระเบียบปฏิบัติของสถานพยาบาลในท้องถิ่น แม้ว่าประเทศไทยจะมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง แต่การทบทวนในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่ามาตรฐานด้านการบริหารและทางคลินิกนั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยและลักษณะที่แน่ชัดของความผิดพลาดในขั้นตอนดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ประชาชนกำลังรอผลสรุปเพิ่มเติมจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพื่อชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากความบกพร่องของระบบหรือความผิดพลาดส่วนบุคคล นักท่องเที่ยวควรมีความมั่นใจในการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนทางการแพทย์และตรวจสอบให้แน่ใจว่าการดูแลนั้นดำเนินการโดยบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:56 UTC

เสนอจัดตั้ง พ.ร.บ. มะเร็งแห่งชาติ เพื่อยกระดับการแพทย์แม่นยำในประเทศไทย
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เสนอจัดตั้ง พ.ร.บ. มะเร็งแห่งชาติ เพื่อยกระดับการแพทย์แม่นยำในประเทศไทย

ข้อเสนอทางกฎหมายฉบับใหม่มุ่งจัดตั้ง พ.ร.บ. มะเร็งแห่งชาติ ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมการรักษามะเร็งเต้านมด้วยการแพทย์แม่นยำ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เสนอจัดตั้ง พ.ร.บ. มะเร็งแห่งชาติ เพื่อยกระดับการแพทย์แม่นยำในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
เสนอจัดตั้ง พ.ร.บ. มะเร็งแห่งชาติ เพื่อยกระดับการแพทย์แม่นยำในประเทศไทย

ข้อเสนอทางกฎหมายฉบับใหม่มุ่งจัดตั้ง พ.ร.บ. มะเร็งแห่งชาติ ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมการรักษามะเร็งเต้านมด้วยการแพทย์แม่นยำ

ความเคลื่อนไหวด้านกฎหมายเพื่อการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ขณะนี้กำลังมีการหารือเกี่ยวกับการผลักดัน พ.ร.บ. มะเร็งแห่งชาติ โดยประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาในงานเสวนาหัวข้อ “The End of One-Size-Fits-All: Personalizing Cancer Care” ซึ่งเน้นย้ำถึงศักยภาพของการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ในการปฏิวัติโปรโตคอลการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรคมะเร็งเต้านม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย การพัฒนาทางกฎหมายนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่มาตรฐานการดูแลสุขภาพที่ก้าวหน้าและเฉพาะบุคคลมากขึ้น การแพทย์แม่นยำจะปรับการรักษาให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดผลข้างเคียงเมื่อเทียบกับวิธีการรักษาแบบทั่วไป หากมีการบังคับใช้ กฎหมายนี้อาจช่วยยกระดับแนวทางการรักษาโรคมะเร็งของประเทศให้ทันสมัยขึ้น และอาจช่วยเพิ่มคุณภาพและการเข้าถึงการรักษาเฉพาะทางภายในระบบสาธารณสุขไทย

สถานะและแนวโน้ม

แม้ว่าข้อเสนอนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงเข้าสู่ภาคสาธารณสุข แต่ปัจจุบันยังคงอยู่ในขั้นตอนการหารือ กลไกเฉพาะของร่างกฎหมาย กรอบเวลาในการดำเนินการ และวิธีการบูรณาการเข้ากับระบบประกันสุขภาพที่มีอยู่นั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่ากฎหมายนี้จะถูกจัดโครงสร้างอย่างไรเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานทางคลินิกและการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:58 UTC

โรงพยาบาลศิริราชจับมือ MIT ยกระดับการใช้ AI ทางการแพทย์
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โรงพยาบาลศิริราชจับมือ MIT ยกระดับการใช้ AI ทางการแพทย์

โรงพยาบาลศิริราชร่วมมือกับ MIT จัดเวทีเสวนาเพื่อมุ่งเน้นการบูรณาการและอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ในวงการแพทย์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โรงพยาบาลศิริราชจับมือ MIT ยกระดับการใช้ AI ทางการแพทย์

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลศิริราชจับมือ MIT ยกระดับการใช้ AI ทางการแพทย์

โรงพยาบาลศิริราชร่วมมือกับ MIT จัดเวทีเสวนาเพื่อมุ่งเน้นการบูรณาการและอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ในวงการแพทย์

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 โรงพยาบาลศิริราชได้ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เพื่อจัดเวทีเสวนาที่มุ่งเน้นการสำรวจบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในด้านสาธารณสุข ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในสภาพแวดล้อมทางคลินิก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความร่วมมือนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขให้ทันสมัย เนื่องจากการใช้ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการวินิจฉัยทางการแพทย์และการดูแลผู้ป่วย ความร่วมมือดังกล่าวบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่บริการด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้นภายในสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศ

แม้ว่าเวทีเสวนาดังกล่าวจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนทางปัญญาและการสร้างแนวคิด แต่ผลลัพธ์ระยะยาวที่เฉพาะเจาะจงของความร่วมมือนี้ยังคงต้องได้รับการยืนยันต่อไป ยังไม่ชัดเจนว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทันทีต่อโปรโตคอลการรักษาผู้ป่วยหรือการดำเนินงานของโรงพยาบาลอย่างไร นอกจากนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่าความก้าวหน้าด้าน AI เหล่านี้จะเข้าถึงสาธารณชนทั่วไปหรือถูกบูรณาการเข้ากับการปฏิบัติทางการแพทย์มาตรฐานในโรงพยาบาลอื่นๆ ของไทยได้มากน้อยเพียงใด ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศในอนาคตจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำความเข้าใจว่าการพัฒนาทางเทคโนโลยีเหล่านี้อาจส่งผลต่อคุณภาพและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:36 UTC

รพ.บ้านแพ้ว กลับมาเปิดให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟไหม้
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

รพ.บ้านแพ้ว กลับมาเปิดให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟไหม้

โรงพยาบาลบ้านแพ้วยืนยันว่าบริการทั้งหมดกลับมาดำเนินการตามปกติแล้ว หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้น G ของอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

รพ.บ้านแพ้ว กลับมาเปิดให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟไหม้

แหล่งข่าวเดียว
รพ.บ้านแพ้ว กลับมาเปิดให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟไหม้

โรงพยาบาลบ้านแพ้วยืนยันว่าบริการทั้งหมดกลับมาดำเนินการตามปกติแล้ว หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้น G ของอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ

ภาพรวมของเหตุการณ์

ในช่วงเย็นของวันที่ 13 กันยายน 2026 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้น G ของอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่าฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลได้ดำเนินการจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวในทันที

สถานะปัจจุบัน

ภายหลังเกิดเหตุ โรงพยาบาลได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว โดยฝ่ายบริหารได้ให้ความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานที่ โดยระบุว่าโครงสร้างของอาคารมีความปลอดภัย 100% ผู้ป่วยและผู้มาติดต่อสามารถเข้าใช้บริการทางการแพทย์ได้ตามปกติ

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการยืนยันว่าโรงพยาบาลยังคงเป็นสถานที่ที่ใช้งานได้และปลอดภัยสำหรับการรักษาพยาบาล การแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็วบ่งชี้ว่าโปรโตคอลของโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบระยะยาว

รายละเอียดที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะยืนยันถึงความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้หรือขอบเขตความเสียหายในพื้นที่ชั้น G ต่อสาธารณะ สำหรับผู้ที่มีนัดหมายหรือผู้ที่ต้องการการรักษาฉุกเฉินในบริเวณใกล้เคียง โปรดทราบว่าโรงพยาบาลเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม หากท่านมีข้อกังวลเฉพาะเกี่ยวกับการบำรุงรักษาหรือข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ แนะนำให้ติดต่อทางโรงพยาบาลโดยตรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:58 UTC

ก่อสร้างอาคารทางการแพทย์แห่งใหม่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชฯ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ก่อสร้างอาคารทางการแพทย์แห่งใหม่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชฯ

สมเด็จพระสังฆราชเสด็จเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารใหม่ 2 หลัง ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชฯ จังหวัดราชบุรี โดยมีนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมในพิธี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ก่อสร้างอาคารทางการแพทย์แห่งใหม่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชฯ

แหล่งข่าวเดียว
ก่อสร้างอาคารทางการแพทย์แห่งใหม่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชฯ

สมเด็จพระสังฆราชเสด็จเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารใหม่ 2 หลัง ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชฯ จังหวัดราชบุรี โดยมีนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมในพิธี

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ต.ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และวางศิลาฤกษ์อาคารฉลองสตวัสส์ และอาคารพิพรรธน์ศตพรรษ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างเพื่อขยายศักยภาพด้านการตรวจรักษา การส่งเสริมสุขภาพ และการฟื้นฟูสภาพร่างกาย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธี พร้อมด้วยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ข้าราชการ และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วม โรงพยาบาลแห่งนี้เดิมชื่อโรงพยาบาลดำเนินสะดวก ให้บริการประชาชนในพื้นที่มานานกว่า 6 ทศวรรษ การขยายตัวครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อจำนวนผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น รวมถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่ให้บริการในปัจจุบัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่พำนักระยะยาวในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นความมุ่งมั่นระยะยาวในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น แม้ว่าพิธีดังกล่าวจะเป็นการเริ่มต้นระยะการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ แต่กำหนดการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการก่อสร้างแล้วเสร็จและวันที่อาคารจะเปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างเต็มรูปแบบนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:56 UTC

แพทย์แจ้งความถูกหลอกคบ 6 ปี สูญเงิน 20 ล้านบาท
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

แพทย์แจ้งความถูกหลอกคบ 6 ปี สูญเงิน 20 ล้านบาท

แพทย์ LGBTQ รายหนึ่งได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์โดยอ้างว่าสูญเสียเงิน 20 ล้านบาท หลังจากพบว่าแฟนสาวที่คบหากันมานาน 6 ปีนั้นมีสามีอยู่แล้ว และนำเงินที่ได้ไปปรนเปรอสามีของตนเอง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

แพทย์แจ้งความถูกหลอกคบ 6 ปี สูญเงิน 20 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
แพทย์แจ้งความถูกหลอกคบ 6 ปี สูญเงิน 20 ล้านบาท

แพทย์ LGBTQ รายหนึ่งได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์โดยอ้างว่าสูญเสียเงิน 20 ล้านบาท หลังจากพบว่าแฟนสาวที่คบหากันมานาน 6 ปีนั้นมีสามีอยู่แล้ว และนำเงินที่ได้ไปปรนเปรอสามีของตนเอง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 แพทย์ LGBTQ รายหนึ่งได้ขอความช่วยเหลือหลังจากถูกหลอกลวงเป็นเงินจำนวน 20 ล้านบาท โดยแพทย์อ้างว่าได้คบหากับหญิงสาวคนหนึ่งมาเป็นเวลา 6 ปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีการโอนทรัพย์สินทางการเงินจำนวนมากให้แก่ฝ่ายหญิง

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อแพทย์พบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวมีสามีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างว่าเงินที่แพทย์มอบให้นั้นถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนสามีของหญิงสาวคนนั้น ปัจจุบันแพทย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อจัดการกับเรื่องนี้แล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสทางการเงินและการตรวจสอบความถูกต้องในความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีทรัพย์สินจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ผลกระทบทางอารมณ์และทางการเงินต่อผู้เสียหายจะชัดเจน แต่คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการสอบสวน ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ทางกฎหมายว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการฉ้อโกงทางอาญาหรือเป็นข้อพิพาททางแพ่ง ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามเงินคืนหรือการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อหญิงสาวรายนี้ ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรเฝ้ารอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการจำแนกประเภททางกฎหมายของเหตุการณ์เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:36 UTC

โรงพยาบาลบ้านแพ้วประกาศงดให้บริการตึกผู้ป่วยนอกชั่วคราวหลังเกิดเหตุไฟไหม้
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โรงพยาบาลบ้านแพ้วประกาศงดให้บริการตึกผู้ป่วยนอกชั่วคราวหลังเกิดเหตุไฟไหม้

โรงพยาบาลบ้านแพ้วปิดให้บริการอาคารผู้ป่วยนอกชั่วคราวเนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ โดยประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 27 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โรงพยาบาลบ้านแพ้วประกาศงดให้บริการตึกผู้ป่วยนอกชั่วคราวหลังเกิดเหตุไฟไหม้

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลบ้านแพ้วประกาศงดให้บริการตึกผู้ป่วยนอกชั่วคราวหลังเกิดเหตุไฟไหม้

โรงพยาบาลบ้านแพ้วปิดให้บริการอาคารผู้ป่วยนอกชั่วคราวเนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ โดยประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 27 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โรงพยาบาลบ้านแพ้วได้ประกาศงดให้บริการที่อาคารผู้ป่วยนอกชั่วคราวหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ ขณะนี้ทางโรงพยาบาลกำลังอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย ซึ่งคาดการณ์เบื้องต้นว่ามีมูลค่าสูงกว่า 27 ล้านบาท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การหยุดให้บริการนี้หมายความว่าการตรวจรักษาแบบผู้ป่วยนอกตามปกติและการปรึกษาแพทย์ที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินในอาคารดังกล่าวจะไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ควรติดต่อโรงพยาบาลโดยตรงหรือมองหาทางเลือกอื่นในระหว่างที่ฝ่ายบริหารดำเนินการฟื้นฟูสถานการณ์

ในขณะนี้ ทางโรงพยาบาลยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการกลับมาเปิดให้บริการตามปกติของอาคารดังกล่าว สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้และผลกระทบทั้งหมดต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์และโครงสร้างพื้นฐานยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ผู้ป่วยที่มีนัดหมายเดิมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการนัดหมายใหม่หรือสถานที่ให้บริการทดแทน เนื่องจากสถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่ คาดว่าทางโรงพยาบาลจะมีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:15 UTC

แพทย์ LGBTQ+ ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกหลอกคบ 6 ปี สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

แพทย์ LGBTQ+ ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกหลอกคบ 6 ปี สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท

เจ้าของคลินิก LGBTQ+ ได้ขอความช่วยเหลือจากเพจ 'สายไหมต้องรอด' โดยอ้างว่าถูกหลอกลวงในความสัมพันธ์นาน 6 ปี สูญเสียเงินไปกว่า 20 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

แพทย์ LGBTQ+ ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกหลอกคบ 6 ปี สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
แพทย์ LGBTQ+ ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกหลอกคบ 6 ปี สูญเงินกว่า 20 ล้านบาท

เจ้าของคลินิก LGBTQ+ ได้ขอความช่วยเหลือจากเพจ 'สายไหมต้องรอด' โดยอ้างว่าถูกหลอกลวงในความสัมพันธ์นาน 6 ปี สูญเสียเงินไปกว่า 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 แพทย์ LGBTQ+ รายหนึ่งได้เข้าร้องเรียนกรณีการฉ้อโกงทางการเงินครั้งใหญ่ต่อกลุ่มสนับสนุน 'สายไหมต้องรอด' ตามรายงานจาก Khaosod Online แพทย์รายนี้อ้างว่าอดีตแฟนสาวได้หลอกลวงตนเป็นเวลานานกว่า 6 ปี ส่งผลให้สูญเสียเงินไปประมาณ 20 ล้านบาท

แพทย์ระบุว่าความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นทางออนไลน์ในปี 2562 โดยฝ่ายหญิงยืนยันตลอดมาว่าตนเป็นโสด ผู้เสียหายอ้างว่าได้ให้การสนับสนุนทางการเงินอย่างเต็มที่ รวมถึงการซื้อรถยนต์ BMW หรูให้ โดยเชื่อว่ากำลังสร้างอนาคตร่วมกัน การหลอกลวงถูกเปิดเผยเมื่อแพทย์ชวนฝ่ายหญิงไปจดทะเบียนสมรสหลังจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยมีผลบังคับใช้ แต่ฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธ ทำให้แพทย์สืบทราบความจริงว่าฝ่ายหญิงมีสามีอยู่แล้วและนำเงินที่ได้ไปสนับสนุนสามีของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางออนไลน์และการผูกพันทางการเงิน แม้ว่าแพทย์จะกำลังเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ข้อกล่าวหายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลจากฝ่ายเดียว และสถานะทางกฎหมายของเงินรวมถึงความถูกต้องของข้อกล่าวหายังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานตุลาการ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับภาระผูกพันทางการเงินในความสัมพันธ์ส่วนตัว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:16 UTC

ไทยเผชิญวิกฤตโรคไตพุ่งสูง
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผชิญวิกฤตโรคไตพุ่งสูง

หน่วยงานสาธารณสุขรายงานว่ามีผู้ป่วยโรคไตในไทยถึง 12 ล้านคน นำไปสู่โครงการใหม่ในการมอบเครื่องมือแพทย์และส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ไทยเผชิญวิกฤตโรคไตพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญวิกฤตโรคไตพุ่งสูง

หน่วยงานสาธารณสุขรายงานว่ามีผู้ป่วยโรคไตในไทยถึง 12 ล้านคน นำไปสู่โครงการใหม่ในการมอบเครื่องมือแพทย์และส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพครั้งสำคัญ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคไตพุ่งสูงถึง 12 ล้านคน เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตที่เพิ่มขึ้นนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เริ่มโครงการมอบเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและเพิ่มขีดความสามารถในการวินิจฉัยโรค

แคมเปญภายใต้แนวคิด 'ดูแลสุขภาพไม่ให้ไตตายก่อนตัว' เน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรการป้องกันและการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภาระที่เพิ่มขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมในการให้บริการด้านโรคไตเฉพาะทางในบางพื้นที่

แม้ว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการจัดหาทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อระบบสาธารณสุขยังคงต้องติดตามต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยใส่ใจสุขภาพของตนเองและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่หากมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพไต เนื่องจากสถานการณ์ด้านสาธารณสุขนี้ยังคงดำเนินอยู่ คาดว่าหน่วยงานสาธารณสุขจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระจายเครื่องมือแพทย์และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:55 UTC

HomePro Fun Walk 2026 ระดมทุน 3.3 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศิริราช
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

HomePro Fun Walk 2026 ระดมทุน 3.3 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศิริราช

กิจกรรมเดินการกุศลที่จัดโดยโฮมโปรมีผู้เข้าร่วม 17,000 คน เพื่อสมทบทุนปรับปรุงห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลศิริราช

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

HomePro Fun Walk 2026 ระดมทุน 3.3 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศิริราช

แหล่งข่าวเดียว
HomePro Fun Walk 2026 ระดมทุน 3.3 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศิริราช

กิจกรรมเดินการกุศลที่จัดโดยโฮมโปรมีผู้เข้าร่วม 17,000 คน เพื่อสมทบทุนปรับปรุงห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลศิริราช

ตามรายงานของ Thai Post กิจกรรม 'HomePro Fun Walk 2026' ประสบความสำเร็จในการรวบรวมผู้เข้าร่วมงานจำนวน 17,000 คน โดยความร่วมมือดังกล่าวส่งผลให้เกิดการก้าวเดินรวมกันถึง 7,100 ล้านก้าวในระหว่างกิจกรรม ซึ่งสามารถระดมเงินบริจาคได้ถึง 3.3 ล้านบาท

เงินทุนเหล่านี้ถูกจัดสรรเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นสถาบันทางการแพทย์ที่สำคัญในประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข แม้ว่ากิจกรรมจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มต้นและเสร็จสิ้นการปรับปรุงห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดต่อสาธารณะในรายงานดังกล่าว

โครงการนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความพยายามของชุมชนที่มักเกิดขึ้นในประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างบริการสาธารณะที่จำเป็น ผู้ที่สนใจผลกระทบระยะยาวของการบริจาคดังกล่าวสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตจากโรงพยาบาลศิริราชเกี่ยวกับความคืบหน้าของการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่อไป ณ ปัจจุบัน กิจกรรมนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จของการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจกรรมการกุศลด้านสุขภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:18 UTC

กาญจนบุรีคว้ารางวัลชนะเลิศบนเวที 'Thai Food Good Health'
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

กาญจนบุรีคว้ารางวัลชนะเลิศบนเวที 'Thai Food Good Health'

ร้าน 'ห้องเครื่อง' จากกาญจนบุรีได้รับรางวัลระดับ 5 ดาวจากเมนู 'แกงแคปลาคัง' ในโครงการริเริ่มด้านอาหารเพื่อสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

กาญจนบุรีคว้ารางวัลชนะเลิศบนเวที 'Thai Food Good Health'

แหล่งข่าวเดียว
กาญจนบุรีคว้ารางวัลชนะเลิศบนเวที 'Thai Food Good Health'

ร้าน 'ห้องเครื่อง' จากกาญจนบุรีได้รับรางวัลระดับ 5 ดาวจากเมนู 'แกงแคปลาคัง' ในโครงการริเริ่มด้านอาหารเพื่อสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดงาน 'Thai Food Good Health' ขึ้นที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับภูมิปัญญาไทยให้เข้าสู่มาตรฐานอาหารสุขภาพระดับสากล ในระหว่างการแข่งขัน ตัวแทนจากจังหวัดกาญจนบุรีคือร้าน 'ห้องเครื่อง' (ศรีชัยยะปุระ) ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับ 5 ดาวในประเภทอาหารคาวจากเมนู 'แกงแคปลาคัง'

งานนี้ถือเป็นโครงการนำร่องสำหรับเขตสุขภาพที่ 5 โดยกระทรวงฯ มีแผนที่จะขยายผลโครงการนี้ไปทั่วประเทศ เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบ '77 จังหวัด 770 เมนู' เพื่อสร้างกรอบมาตรฐานสำหรับอาหารไทยเพื่อสุขภาพ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจด้านสุขภาพในการรับประทานอาหารที่เพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศไทย เมื่อโครงการขยายตัวขึ้น ผู้มาเยือนอาจพบเห็นร้านอาหารที่นำเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพเหล่านี้ไปใช้มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยให้การค้นหาอาหารไทยแบบดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางโภชนาการและใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นทำได้ง่ายขึ้น แม้ว่าโครงการนำร่องจะเปิดตัวไปแล้วอย่างประสบความสำเร็จ แต่กำหนดการสำหรับการขยายผลทั่วประเทศและเกณฑ์ทางโภชนาการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการรับรอง '770 เมนู' นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:35 UTC

ดำเนินมาตรการสุขาภิบาลที่สุสานยิวหนองโสน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ดำเนินมาตรการสุขาภิบาลที่สุสานยิวหนองโสน

ทางการได้โรยปูนขาวที่สุสานยิวหนองโสนเพื่อจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ดำเนินมาตรการสุขาภิบาลที่สุสานยิวหนองโสน

แหล่งข่าวเดียว
ดำเนินมาตรการสุขาภิบาลที่สุสานยิวหนองโสน

ทางการได้โรยปูนขาวที่สุสานยิวหนองโสนเพื่อจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขัง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ทางการท้องถิ่นได้เริ่มดำเนินมาตรการสุขาภิบาลที่สุสานยิวหนองโสน โดยมีการโรยปูนขาวรอบพื้นที่เพื่อควบคุมการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในบริเวณหลุมฝังศพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนในพื้นที่ มาตรการนี้ถือเป็นขั้นตอนเชิงรุกเพื่อบรรเทาความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับน้ำขังในบริเวณสุสาน ในระหว่างที่พื้นที่กำลังได้รับการดูแล เจ้าหน้าที่ได้ออกคำแนะนำเฉพาะสำหรับญาติของผู้เสียชีวิต โดยขอให้ญาติประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ก่อนที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายศพหรืออัฐิออกจากสุสาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของท้องถิ่นและมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากน้ำท่วมขังต่อหลุมฝังศพยังคงอยู่ระหว่างการประเมิน และยังไม่มีการยืนยันว่ามาตรการสุขาภิบาลจะดำเนินต่อไปนานเท่าใด หรือจะมีข้อจำกัดเพิ่มเติมในการเข้าถึงพื้นที่หรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังพื้นที่นี้ควรติดตามประกาศจากท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่และแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 01:15 UTC

โรงพยาบาลขอนแก่นลดภาวะขาดดุลทางการเงิน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โรงพยาบาลขอนแก่นลดภาวะขาดดุลทางการเงิน

โรงพยาบาลขอนแก่นประสบความสำเร็จในการลดภาวะขาดดุลทางการเงินจาก 1.2 พันล้านบาท เหลือ 700 ล้านบาท โดยตั้งเป้าฟื้นตัวเต็มที่ภายใน 3 ปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โรงพยาบาลขอนแก่นลดภาวะขาดดุลทางการเงิน

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลขอนแก่นลดภาวะขาดดุลทางการเงิน

โรงพยาบาลขอนแก่นประสบความสำเร็จในการลดภาวะขาดดุลทางการเงินจาก 1.2 พันล้านบาท เหลือ 700 ล้านบาท โดยตั้งเป้าฟื้นตัวเต็มที่ภายใน 3 ปี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โรงพยาบาลขอนแก่นได้ประกาศถึงการปรับปรุงสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยทางสถาบันสามารถลดภาวะขาดดุลสะสมจาก 1.2 พันล้านบาท เหลือ 700 ล้านบาท ขณะนี้ฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลคาดการณ์กรอบเวลาไว้ที่ 2 ถึง 3 ปี เพื่อแก้ไขภาวะขาดดุลที่เหลืออยู่ให้หมดไปและบรรลุเป้าหมายงบประมาณที่สมดุล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่ พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเนื่องจากบ่งชี้ถึงความมั่นคงของขีดความสามารถในการดำเนินงานของโรงพยาบาล สุขภาพทางการเงินของสถานพยาบาลของรัฐมักเชื่อมโยงกับความสม่ำเสมอในการให้บริการ ความพร้อมของเวชภัณฑ์ และการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน การลดหนี้อาจบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพการจัดการที่ดีขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่บริการด้านสุขภาพที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับชุมชนท้องถิ่น

แม้ว่าโรงพยาบาลจะมีความคืบหน้าที่วัดผลได้ในการฟื้นฟูทางการเงิน แต่เส้นทางสู่การปลอดหนี้ยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามดูว่าโรงพยาบาลจะสามารถรักษาแนวโน้มนี้ไว้ได้ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าหรือไม่ ณ ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติการที่เฉพาะเจาะจงซึ่งนำไปสู่การลดลงนี้ยังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน และผลกระทบระยะยาวต่อค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยหรือการขยายบริการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 01:15 UTC

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ชั้น G ของโรงพยาบาลบ้านแพ้วเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ชั้น G ของโรงพยาบาลบ้านแพ้วเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 กันยายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ในจังหวัดสมุทรสาคร รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่างสุด (ชั้น G) ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ ภายในศูนย์กายภาพบำบัด เพลิงได้สร้างความเสียหายอย่างหนักโดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 90% ของชั้นดังกล่าว

ทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉิน รวมถึงหน่วยดับเพลิงในพื้นที่ มูลนิธิกู้ภัย และโรงพยาบาลใกล้เคียง ได้ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงและดูแลความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายในอาคาร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยประมาณ 40 คนจากชั้น 3 ไปยังอาคารรับรองได้อย่างปลอดภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยงาม รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และยืนยันว่าผู้ป่วยทุกคนปลอดภัยและไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

การประเมินเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุของเพลิงไหม้อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรในเครื่องสำรองไฟ (UPS) แม้ว่าอันตรายในทันทีจะถูกระงับแล้ว แต่ทางโรงพยาบาลกำลังเร่งจัดการกับผลกระทบที่เกิดขึ้น สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ แนะนำให้ตรวจสอบสถานะการให้บริการของโรงพยาบาลกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เนื่องจากอาจมีการหยุดชะงักของบริการชั่วคราวจากความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดของไฟฟ้าขัดข้องยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 16:15 UTC

ลูกค้าแห่ร้องเรียนคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ปมปัญหาการขอคืนเงิน
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

ลูกค้าแห่ร้องเรียนคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ปมปัญหาการขอคืนเงิน

เครือคลินิกเสริมความงามชื่อดังกำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชน หลังจากลูกค้าหลายรายรายงานว่าไม่สามารถขอคืนเงินสำหรับคอร์สและผลิตภัณฑ์เสริมความงามราคาแพงได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

ลูกค้าแห่ร้องเรียนคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ปมปัญหาการขอคืนเงิน

แหล่งข่าวเดียว
ลูกค้าแห่ร้องเรียนคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ปมปัญหาการขอคืนเงิน

เครือคลินิกเสริมความงามชื่อดังกำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชน หลังจากลูกค้าหลายรายรายงานว่าไม่สามารถขอคืนเงินสำหรับคอร์สและผลิตภัณฑ์เสริมความงามราคาแพงได้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 กลุ่มลูกค้าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อเครือคลินิกเสริมความงามที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง โดยผู้ร้องเรียนอ้างว่าได้ซื้อคอร์สและผลิตภัณฑ์เสริมความงามในราคาสูง แต่ไม่สามารถขอคืนเงินได้ในภายหลัง

รายงานระบุว่าธุรกิจดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวอิสราเอลที่ได้เช่าพื้นที่สำหรับเปิดคลินิก สถานการณ์บานปลายเมื่อคลินิกเหล่านั้นได้ปิดตัวลงในสาขาเดิม ก่อนที่จะกลับมาเปิดใหม่ภายใต้ชื่อใหม่ในห้างสรรพสินค้าแห่งอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังเมื่อต้องทำสัญญาบริการระยะยาวหรือบริการที่มีมูลค่าสูงกับผู้ให้บริการด้านความงาม ขอแนะนำให้ตรวจสอบชื่อเสียงและความมั่นคงของธุรกิจดังกล่าวก่อนที่จะชำระเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้า

ยังมีหลายประเด็นในกรณีนี้ที่ยังต้องรอการยืนยัน รวมถึงจำนวนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด สถานะทางกฎหมายที่แน่ชัดของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง และการที่หน่วยงานทางการได้เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับพฤติกรรมทางธุรกิจที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่ซื้อบริการจากคลินิกที่เพิ่งปิดตัวหรือเปลี่ยนชื่อไปเมื่อเร็วๆ นี้ ควรเก็บใบเสร็จและเอกสารทั้งหมดไว้เผื่อกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินการเรียกร้องสิทธิ์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 13:55 UTC

โมเดลชุมชนในสุโขทัยสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพและการฝึกอาชีพ
สุขภาพ แหล่งข่าวเดียว

โมเดลชุมชนในสุโขทัยสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพและการฝึกอาชีพ

โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชนในจังหวัดสุโขทัย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กำลังช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในระหว่างการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สังคมผ่านการฝึกทักษะอาชีพ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
สุขภาพ

โมเดลชุมชนในสุโขทัยสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพและการฝึกอาชีพ

แหล่งข่าวเดียว
โมเดลชุมชนในสุโขทัยสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพและการฝึกอาชีพ

โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยชุมชนในจังหวัดสุโขทัย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กำลังช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในระหว่างการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สังคมผ่านการฝึกทักษะอาชีพ

ตามรายงานของ Thai Post โครงการที่นำโดยชุมชนซึ่งรู้จักกันในชื่อ 'บ้านลานทอง' ในจังหวัดสุโขทัย กำลังได้รับความสนใจในแนวทางการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนเพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังฟื้นตัวจากปัญหาการใช้สารเสพติดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้

แทนที่จะพึ่งพาสถานพยาบาลเพียงอย่างเดียว โมเดลบ้านลานทองเน้นการบูรณาการเข้ากับชุมชนและการพัฒนาทักษะอาชีพที่ยั่งยืน ด้วยการจัดหาทรัพยากรสำหรับการฝึกอบรมวิชาชีพ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้เข้าร่วมสามารถหางานที่มั่นคงและบรรลุความเป็นอิสระในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาสังคมในท้องถิ่น โมเดลนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การดูแลโดยชุมชนในภูมิทัศน์ด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับระบบสนับสนุนทางสังคมในฐานะองค์ประกอบสำคัญของการฟื้นฟู

แม้ว่าโครงการนี้จะแสดงให้เห็นถึงกรอบการทำงานที่มีแนวโน้มดีสำหรับการคืนคนสู่สังคม แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราความสำเร็จในระยะยาวของโครงการและศักยภาพในการนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทยนั้นยังไม่ได้มีการประเมินอย่างเต็มรูปแบบ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าแนวทางที่เน้นชุมชนเป็นศูนย์กลางนี้จะได้รับการสนับสนุนหรือขยายผลเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 13:36 UTC