ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กนอ. ยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรม หลังกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กนอ. ยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรม หลังกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงและเพิ่มมาตรการป้องกันน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมสำคัญ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กนอ. ยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรม หลังกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กนอ. ยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรม หลังกรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนัก

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงและเพิ่มมาตรการป้องกันน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมสำคัญ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน 2569

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ออกคำสั่งด่วนให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เสี่ยงภัยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเต็มที่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา และสมุทรปราการ ในช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยว่า หน่วยงานให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องฐานการผลิตที่สำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูและกลุ่มนิคมฯ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาตรการที่ดำเนินการประกอบด้วยการคงประสิทธิภาพการระบายน้ำที่ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงในบางปู การขุดลอกรางระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอ และการพร่องน้ำในบ่อรับน้ำฝนให้ต่ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน นอกจากนี้ กนอ. ยังได้นำระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ เช่น กล้อง CCTV ระบบควบคุม SCADA และระบบตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอัตโนมัติมาใช้เพื่อรายงานสถานการณ์ให้ผู้ประกอบการทราบแบบเรียลไทม์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของภาคอุตสาหกรรมและลดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน แม้ กนอ. จะระบุว่าโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมในปัจจุบันมีความแข็งแรง แต่ประสิทธิภาพของระบบในการรับมือกับปริมาณฝนที่คาดการณ์ไว้นั้นยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:21 UTC

G’nite จับมือ 7-Eleven ขยายช่องทางจำหน่าย G’nite Gummy
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

G’nite จับมือ 7-Eleven ขยายช่องทางจำหน่าย G’nite Gummy

G’nite ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ 7-Eleven เพื่อให้ผลิตภัณฑ์กัมมี่ช่วยนอนหลับเข้าถึงผู้บริโภคในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

G’nite จับมือ 7-Eleven ขยายช่องทางจำหน่าย G’nite Gummy

แหล่งข่าวเดียว
G’nite จับมือ 7-Eleven ขยายช่องทางจำหน่าย G’nite Gummy

G’nite ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ 7-Eleven เพื่อให้ผลิตภัณฑ์กัมมี่ช่วยนอนหลับเข้าถึงผู้บริโภคในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 แบรนด์ผลิตภัณฑ์ช่วยนอนหลับ G’nite ได้ร่วมมือกับเครือร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความพร้อมจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ G’nite Gummy เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรก่อนนอนของผู้บริโภคทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ช่วยนอนหลับของ G’nite จะหาซื้อได้ง่ายขึ้นอย่างมาก ด้วยเครือข่ายสาขาของ 7-Eleven ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้กัมมี่เหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับผู้ที่มองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยนอนหลับระหว่างการเดินทางหรือการเข้าพัก

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายปลีกครั้งสำคัญ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการวางจำหน่ายในทุกจังหวัดหรือความแตกต่างของราคาในแต่ละสาขายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้บริโภคควรตรวจสอบความพร้อมจำหน่ายที่ร้าน 7-Eleven ใกล้บ้าน ทั้งนี้ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพอื่นๆ ผู้บริโภคควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต่อความต้องการส่วนบุคคล เนื่องจากรายงานนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 10:57 UTC

ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2569 เป็น 2%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2569 เป็น 2%

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 เป็น 2% โดยอ้างถึงการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2569 เป็น 2%

แหล่งข่าวเดียว
ADB ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2569 เป็น 2%

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 เป็น 2% โดยอ้างถึงการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับปรุงแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีในปี 2569 เป็น 2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การปรับเพิ่มขึ้นนี้ได้รับแรงหนุนส่วนใหญ่จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของภาคการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีของไทย ซึ่งยังคงแสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมเชิงบวก

แม้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ ADB ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยระบุว่าผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญและระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวเลขเหล่านี้ให้ภาพรวมของสุขภาพเศรษฐกิจมหภาคของประเทศ แม้ว่าภาคการส่งออกที่แข็งแกร่งอาจส่งสัญญาณถึงเสถียรภาพในบางอุตสาหกรรม แต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ยังคงเป็นข้อกังวลเชิงโครงสร้างสำหรับเศรษฐกิจภายในประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการคาดการณ์เหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและการตอบสนองเชิงนโยบายในท้องถิ่น ในขณะนี้ การประเมินของ ADB ถือเป็นพื้นฐานสำหรับความคาดหวังทางเศรษฐกิจ แม้ว่าการบรรลุตัวเลขเหล่านี้จริงจะขึ้นอยู่กับว่าประเทศจะจัดการกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเงินที่ระบุไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:01 UTC

ADB ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยสำหรับปี 2026 และ 2027
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ADB ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยสำหรับปี 2026 และ 2027

ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชียได้ปรับปรุงการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ของไทย โดยอ้างถึงการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งในปี 2026 ในขณะที่คาดว่าจะมีการชะลอตัวเล็กน้อยในปี 2027

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ADB ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยสำหรับปี 2026 และ 2027

แหล่งข่าวเดียว
ADB ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยสำหรับปี 2026 และ 2027

ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชียได้ปรับปรุงการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ของไทย โดยอ้างถึงการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่งในปี 2026 ในขณะที่คาดว่าจะมีการชะลอตัวเล็กน้อยในปี 2027

ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย (Asian Development Outlook) ประจำเดือนกันยายน 2026 ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ได้ปรับปรุงการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดย ADB ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของ GDP สำหรับปี 2026 เป็น 2.0% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 1.8% ในเดือนกรกฎาคม การปรับเพิ่มนี้เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การลงทุนภาคเอกชนที่สูงกว่าคาด และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน แนวโน้มสำหรับปี 2027 ได้ถูกปรับลดลงเหลือ 1.9% จากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 2.0% โดย ADB ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการคาดการณ์ว่าความต้องการสินค้าเทคโนโลยีทั่วโลกจะชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยในเวลาต่อมา สำหรับอัตราเงินเฟ้อ ADB ได้ปรับลดการคาดการณ์สำหรับปี 2026 ลงเหลือ 2.5% จาก 2.9% ในเดือนกรกฎาคม โดยระบุว่ามาตรการของภาครัฐได้ช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้บางส่วน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มั่นคงแต่ต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าปีปัจจุบันจะแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น แต่การชะลอตัวที่คาดการณ์ไว้ในปี 2027 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้า ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความผันผวนของตลาดโลกและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กล่าวถึงในรายงานท้องถิ่น จะส่งผลต่อการคาดการณ์เหล่านี้อย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:01 UTC

นักลงทุนสหรัฐฯ เผยความสนใจในนโยบายเศรษฐกิจที่สมดุลของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นักลงทุนสหรัฐฯ เผยความสนใจในนโยบายเศรษฐกิจที่สมดุลของไทย

สถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐฯ กำลังแสดงความสนใจในประเทศไทย โดยระบุว่านโยบายต่างประเทศที่เป็นกลางของประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นักลงทุนสหรัฐฯ เผยความสนใจในนโยบายเศรษฐกิจที่สมดุลของไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักลงทุนสหรัฐฯ เผยความสนใจในนโยบายเศรษฐกิจที่สมดุลของไทย

สถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐฯ กำลังแสดงความสนใจในประเทศไทย โดยระบุว่านโยบายต่างประเทศที่เป็นกลางของประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ และคุณไชยชนก ชิดชอบ ได้เปิดเผยถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากสถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ระบุว่าจุดยืนทางการทูตในปัจจุบันของไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นแนวทางที่สมดุลและไม่เลือกข้างในความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับเงินทุนจากสหรัฐฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและการสร้างงานในภาคส่วนสำคัญ สำหรับนักท่องเที่ยว ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นมักจะสัมพันธ์กับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจและความมั่นคงอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมทางการเงินของประเทศ

แม้ว่าความสนใจจากหน่วยงานของสหรัฐฯ เหล่านี้จะมีนัยสำคัญ แต่ยังคงต้องยืนยันว่าภาคส่วนใดจะได้รับเงินลงทุนมากที่สุดและผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นจะเป็นอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงหรือโครงการเฉพาะที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้ ในขณะนี้ สถานการณ์สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองเชิงบวกต่อการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ของประเทศไทยในตลาดระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:01 UTC

เซ็นทรัลบางนาเผยโฉมใหม่ครั้งใหญ่ หวังชิงส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ตะวันออก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เซ็นทรัลบางนาเผยโฉมใหม่ครั้งใหญ่ หวังชิงส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ตะวันออก

เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ประกาศปรับโฉมเซ็นทรัลบางนาครั้งใหญ่ โดยเตรียมร้านค้ากว่า 300 แบรนด์และจัดอีเวนต์ 200 งานต่อปี เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เซ็นทรัลบางนาเผยโฉมใหม่ครั้งใหญ่ หวังชิงส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ตะวันออก

แหล่งข่าวเดียว
เซ็นทรัลบางนาเผยโฉมใหม่ครั้งใหญ่ หวังชิงส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกกรุงเทพฯ ตะวันออก

เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ประกาศปรับโฉมเซ็นทรัลบางนาครั้งใหญ่ โดยเตรียมร้านค้ากว่า 300 แบรนด์และจัดอีเวนต์ 200 งานต่อปี เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้พัฒนาศูนย์การค้าชั้นนำของไทย ได้เปิดเผยแผนการปรับโฉมครั้งใหญ่ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลบางนา จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ ระบุว่าการปรับปรุงครั้งนี้เน้นดีไซน์แบบ 'Premium Vibe' เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีฐานะ ครอบครัว และคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะ

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับศูนย์การค้าในตลาดค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูง โดยจะรวบรวมร้านค้าแบรนด์ดังกว่า 300 แบรนด์ และจัดอีเวนต์หมุนเวียนถึง 200 งานต่อปี เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ทางศูนย์การค้าได้เตรียมที่จอดรถไว้รองรับถึง 3,500 ช่องจอด ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การดึงดูดกำลังซื้อสูงในย่านบางนา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตทั้งด้านที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาครั้งนี้สะท้อนถึงการยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ในพื้นที่ให้มีความหรูหรามากขึ้น การเพิ่มตัวเลือกของร้านค้าและกิจกรรมต่างๆ อาจเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของผู้ที่อาศัยหรือเดินทางผ่านย่านบางนา แม้ว่าทางผู้พัฒนาจะระบุถึงขอบเขตของการปรับปรุงและกลุ่มเป้าหมายไว้แล้ว แต่รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับวันแล้วเสร็จอย่างเป็นทางการและรายชื่อผู้เช่าพื้นที่ใหม่ทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:25 UTC

Talata รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เดินหน้าพัฒนามาร์เก็ตเพลสออนไลน์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Talata รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เดินหน้าพัฒนามาร์เก็ตเพลสออนไลน์

มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ Talata ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Talata รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เดินหน้าพัฒนามาร์เก็ตเพลสออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
Talata รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เดินหน้าพัฒนามาร์เก็ตเพลสออนไลน์

มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ Talata ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ตามรายงานจาก Thai Post แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ Talata ได้รับสถานะการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยการสนับสนุนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการพัฒนาและขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

Talata ทำหน้าที่เป็นมาร์เก็ตเพลสที่ครอบคลุมซึ่งเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายทั่วประเทศไทย แพลตฟอร์มนี้ช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อ ขาย และเช่าสินค้าและบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์มือสอง มอเตอร์ไซค์มือสอง อสังหาริมทรัพย์ โทรศัพท์มือถือ เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้านและสวน อะไหล่รถยนต์ อาหาร เสื้อผ้ามือสอง ไปจนถึงบริการในท้องถิ่นต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้อาจเป็นสัญญาณของการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและประสบการณ์ผู้ใช้ของแพลตฟอร์มในขณะที่ขยายการดำเนินงาน การส่งเสริมจาก BOI มักมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลภายในประเทศ

แม้ว่าจะมีการยืนยันเรื่องการส่งเสริมการลงทุนแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนเงินทุนรวมหรือกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ผู้ใช้งานควรติดตามการอัปเดตจากแพลตฟอร์มเพื่อดูว่าการปรับปรุงเหล่านี้อาจส่งผลต่อความพร้อมในการให้บริการหรือหมวดหมู่สินค้าและบริการใหม่ๆ ที่จะนำเสนอในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:43 UTC

ทรูจับมือ MEA จัดระเบียบสายสื่อสารในกรุงเทพฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทรูจับมือ MEA จัดระเบียบสายสื่อสารในกรุงเทพฯ

ทรู คอร์ปอเรชั่น และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้เริ่มโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารตามเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ 3 เส้นทางในใจกลางกรุงเทพมหานคร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทรูจับมือ MEA จัดระเบียบสายสื่อสารในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ทรูจับมือ MEA จัดระเบียบสายสื่อสารในกรุงเทพฯ

ทรู คอร์ปอเรชั่น และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้เริ่มโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารตามเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ 3 เส้นทางในใจกลางกรุงเทพมหานคร

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) เพื่อดำเนินโครงการจัดระเบียบสายสื่อสารตามเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ 3 เส้นทางในใจกลางกรุงเทพมหานคร ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มความปลอดภัยรวมถึงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกเนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาเรื้อรังของสายสื่อสารที่รกรุงรัง ห้อยต่ำ หรือไม่เป็นระเบียบ ซึ่งมักจะกีดขวางทางเท้าและลดทอนความสวยงามของเมือง แม้ว่าการจัดระเบียบนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและเป็นระเบียบมากขึ้น แต่ผู้มาเยือนควรทราบว่างานก่อสร้างหรือการบำรุงรักษาอาจทำให้เกิดการหยุดชะงักชั่วคราวต่อการสัญจรของคนเดินเท้าหรือการเข้าถึงทางเท้าตามเส้นทางเหล่านี้

ในขั้นตอนนี้ รายชื่อเฉพาะของเส้นทางเศรษฐกิจทั้ง 3 เส้นทางยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดต่อสาธารณะในรายงานฉบับแรก นอกจากนี้ กำหนดการที่แน่นอนสำหรับการจัดระเบียบสายสื่อสารให้แล้วเสร็จ และการที่โครงการนี้จะขยายไปยังพื้นที่อื่นของเมืองหลวงหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่หากต้องเดินทางผ่านย่านธุรกิจหลักในใจกลางกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:40 UTC

รัฐบาลเผยยอดใช้จ่ายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' พุ่งสูงต่อเนื่อง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเผยยอดใช้จ่ายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' พุ่งสูงต่อเนื่อง

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' (60/40) มียอดใช้จ่ายรวม 827.9 ล้านบาท ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่รัฐ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลเผยยอดใช้จ่ายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' พุ่งสูงต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเผยยอดใช้จ่ายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' พุ่งสูงต่อเนื่อง

โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' (60/40) มียอดใช้จ่ายรวม 827.9 ล้านบาท ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่รัฐ

ตามรายงานจาก Thai Post รัฐบาลไทยได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' (60/40) โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 โครงการมียอดการใช้จ่ายรวมถึง 827.9 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน่าสนใจเนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ซึ่งปกติแล้วจะเป็นช่วงที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคมักจะชะลอตัวลง รัฐบาลมองว่าการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกที่แสดงถึงประสิทธิภาพของโครงการในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านเงินอุดหนุนแบบร่วมจ่าย แม้ว่าโครงการจะยังคงมีปริมาณธุรกรรมสูง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารูปแบบการใช้จ่ายเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อโครงการดำเนินเข้าสู่ระยะถัดไปหรือเมื่อใกล้สิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้การคาดการณ์ระยะยาวเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมหรือระยะเวลาที่ชัดเจนของระดับเงินอุดหนุนในปัจจุบัน ผู้ที่เข้าร่วมโครงการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตเกี่ยวกับสิทธิ์หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการร่วมจ่าย 60/40

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:43 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ณ วันที่ 23 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ณ วันที่ 23 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 50 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,850 บาทในช่วงบ่าย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ณ วันที่ 23 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ณ วันที่ 23 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 50 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,850 บาทในช่วงบ่าย

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ณ วันที่ 23 กันยายน 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยเมื่อเวลา 15.00 น. ราคาปรับเพิ่มขึ้น 50 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ข้อมูลจากสมาคมระบุว่าราคาขายทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,850 บาทต่อบาททองคำ ความผันผวนเล็กน้อยนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่ในตลาดโลหะมีค่าในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้เป็นเพียงภาพรวมของสภาวะตลาดในปัจจุบัน แม้ว่าทองคำจะเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในประเทศไทย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายเครื่องประดับควรทราบว่าราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามแนวโน้มของตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาอย่างเป็นทางการที่สมาคมค้าทองคำประกาศ ณ เวลาที่กำหนด ผู้ที่สนใจทำธุรกรรมควรตรวจสอบราคาล่าสุดโดยตรงกับร้านทองที่ได้รับอนุญาตหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมก่อนตัดสินใจทางการเงิน เนื่องจากสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:25 UTC

ปตท. จับมือ กรุงศรี ลงนามสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนครั้งประวัติศาสตร์ 4.8 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปตท. จับมือ กรุงศรี ลงนามสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนครั้งประวัติศาสตร์ 4.8 พันล้านบาท

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้รับสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนครั้งแรกวงเงิน 4.8 พันล้านบาทจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการศึกษา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปตท. จับมือ กรุงศรี ลงนามสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนครั้งประวัติศาสตร์ 4.8 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ปตท. จับมือ กรุงศรี ลงนามสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนครั้งประวัติศาสตร์ 4.8 พันล้านบาท

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้รับสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนครั้งแรกวงเงิน 4.8 พันล้านบาทจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพื่อสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการศึกษา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ลงนามในข้อตกลงสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability Term Loan) วงเงิน 4.8 พันล้านบาทอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นธุรกรรมครั้งแรกของ ปตท. โดยมีธนาคารกรุงศรีฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ให้สินเชื่อและที่ปรึกษาด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนเพียงรายเดียว

เงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในโครงการด้านความยั่งยืนที่สำคัญ โดยเน้นไปที่การฟื้นฟูพื้นที่ป่าและการพัฒนาการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปตท. มีแผนที่จะใช้เงินทุนนี้สนับสนุนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ซึ่งสอดคล้องกับวาระการฉลองครบรอบ 48 ปีของ ปตท. และกลยุทธ์องค์กรที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับการดำเนินงานขององค์กรขนาดใหญ่ในประเทศ แม้ว่าสินเชื่อนี้จะแสดงถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนด้านนิเวศวิทยาและการศึกษาในระยะยาว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการฟื้นฟูป่าไม้และผลลัพธ์ที่วัดผลได้จากการสนับสนุนด้านการศึกษานั้น ยังคงต้องรอการยืนยันความคืบหน้าต่อไป ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวทางการเงินดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจไทยที่หันมาใช้รูปแบบการเงินที่ยั่งยืนมากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:02 UTC

ไรเดอร์ส่งอาหารไทยเข้าใจผิด รับเงินวอนเกาหลีแทนเงินเยนญี่ปุ่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไรเดอร์ส่งอาหารไทยเข้าใจผิด รับเงินวอนเกาหลีแทนเงินเยนญี่ปุ่น

ไรเดอร์ส่งอาหารในไทยรับธนบัตรเกาหลีใต้โดยเข้าใจผิดว่าเป็นเงินญี่ปุ่นหลังลูกค้าชำระค่าอาหาร

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไรเดอร์ส่งอาหารไทยเข้าใจผิด รับเงินวอนเกาหลีแทนเงินเยนญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
ไรเดอร์ส่งอาหารไทยเข้าใจผิด รับเงินวอนเกาหลีแทนเงินเยนญี่ปุ่น

ไรเดอร์ส่งอาหารในไทยรับธนบัตรเกาหลีใต้โดยเข้าใจผิดว่าเป็นเงินญี่ปุ่นหลังลูกค้าชำระค่าอาหาร

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ไรเดอร์ส่งอาหารชาวไทยได้แชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียหลังจากได้รับธนบัตรต่างประเทศเพื่อชำระค่าอาหาร ตามรายงานของ Khaosod English ไรเดอร์เชื่อว่าเขาได้รับธนบัตร 5,000 เยนญี่ปุ่นสำหรับค่าอาหารที่มียอดรวมกว่า 400 บาท อย่างไรก็ตาม ในภายหลังพบว่าลูกค้าได้ให้ธนบัตรวอนของเกาหลีใต้แทน

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงโอกาสที่จะเกิดความสับสนเมื่อต้องจัดการกับสกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อาจไม่คุ้นเคยกับความแตกต่างทางสายตาของธนบัตรจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นี่เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบสกุลเงินที่แลกเปลี่ยนระหว่างการทำธุรกรรมด้วยเงินสด แม้ว่าเงินเยนญี่ปุ่นและเงินวอนเกาหลีใต้จะเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่รูปลักษณ์ภายนอกอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้หากไม่ระมัดระวัง

ยังคงต้องยืนยันว่าลูกค้าตั้งใจให้สกุลเงินผิดหรือเป็นเพียงความผิดพลาดโดยสุจริต โพสต์ของไรเดอร์รายนี้ได้ดึงดูดความสนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบชนิดและประเภทของสกุลเงินอย่างรอบคอบเมื่อรับชำระเงินสด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบริการที่การทำธุรกรรมมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 07:15 UTC

Grand Asset Hotels เตรียมขายโรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้กับ Rabbit
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Grand Asset Hotels เตรียมขายโรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้กับ Rabbit

บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ เสนอขายโรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้กับ Rabbit ในมูลค่า 494.6 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องและชำระหนี้สินคงค้าง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Grand Asset Hotels เตรียมขายโรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้กับ Rabbit

แหล่งข่าวเดียว
Grand Asset Hotels เตรียมขายโรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้กับ Rabbit

บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ เสนอขายโรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้กับ Rabbit ในมูลค่า 494.6 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องและชำระหนี้สินคงค้าง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแผนการขายโรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ให้กับ Rabbit โดยมีมูลค่าการทำรายการสูงสุด 494.6 ล้านบาท บริษัทกำลังดำเนินการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นสำหรับการขายทรัพย์สินครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสภาพคล่องอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีภาระค้างชำระค่าเช่าที่ดินและมีข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านความเป็นเจ้าของของโรงแรมที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญในย่านสุขุมวิท แม้ว่าโรงแรมจะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่การขายครั้งนี้ถือเป็นมาตรการปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อจัดหาเงินทุนที่จำเป็นสำหรับบริษัทในการชำระหนี้และเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน

ในขณะนี้ การสรุปข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของนี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงแรม มาตรฐานการบริการ หรือแผนการปรับเปลี่ยนแบรนด์ในอนาคตอย่างไร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและแขกที่เข้าพักควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัทเกี่ยวกับกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์และการเปลี่ยนแปลงด้านการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการขาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:26 UTC

อิเกีย ประเทศไทย ประกาศลดราคาสินค้าและเตรียมขยายสาขาไปขอนแก่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อิเกีย ประเทศไทย ประกาศลดราคาสินค้าและเตรียมขยายสาขาไปขอนแก่น

อิเกีย ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญใหม่ลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ และยืนยันแผนการเปิดสโตร์แห่งใหม่ที่จังหวัดขอนแก่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อิเกีย ประเทศไทย ประกาศลดราคาสินค้าและเตรียมขยายสาขาไปขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
อิเกีย ประเทศไทย ประกาศลดราคาสินค้าและเตรียมขยายสาขาไปขอนแก่น

อิเกีย ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญใหม่ลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ และยืนยันแผนการเปิดสโตร์แห่งใหม่ที่จังหวัดขอนแก่น

อิเกีย ประเทศไทย ได้เปิดเผยทิศทางกลยุทธ์สำหรับปีงบประมาณ 2570 โดยมุ่งเน้นไปที่แคมเปญ 'Every Version of You' ซึ่งเน้นแนวคิด 'เก็บบ้านให้เป็นเรา' หรือ 'Make Space for What You Love' โดยให้ความสำคัญกับโซลูชันการจัดเก็บและจัดระเบียบบ้าน เพื่อช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ภายใต้แคมเปญ 'คุ้มค่ากว่าในทุกวัน' (Everyday More Value) ทางอิเกียได้ดำเนินการลดราคาสินค้ากว่า 1,000 รายการ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 19 บาท เพื่อให้โซลูชันการจัดระเบียบบ้านเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การขยายตัวครั้งนี้หมายถึงการเข้าถึงสินค้าตกแต่งบ้านของอิเกียได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้ยืนยันแผนการเปิดสโตร์แห่งใหม่ที่จังหวัดขอนแก่นอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย การพัฒนาครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากช่วงเวลาแห่งการเติบโตของแบรนด์ในตลาดไทย

แม้ว่าบริษัทจะระบุถึงจุดเน้นเชิงกลยุทธ์และยืนยันการขยายสาขาที่ขอนแก่นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเปิดทำการที่แน่นอนของสโตร์แห่งใหม่และรายการสินค้าลดราคาทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้บริโภคควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของอิเกียเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความพร้อมของสินค้าและกำหนดการเปิดสโตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:42 UTC

เจ้าหน้าที่ไทยเดินสายโปรโมทศักยภาพทางเศรษฐกิจต่อนักลงทุนสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ไทยเดินสายโปรโมทศักยภาพทางเศรษฐกิจต่อนักลงทุนสหรัฐฯ

ตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าพบสถาบันการเงินชั้นนำของสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก เพื่อเน้นย้ำถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจและจุดยืนที่เป็นกลางทางการเมืองของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่ไทยเดินสายโปรโมทศักยภาพทางเศรษฐกิจต่อนักลงทุนสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยเดินสายโปรโมทศักยภาพทางเศรษฐกิจต่อนักลงทุนสหรัฐฯ

ตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าพบสถาบันการเงินชั้นนำของสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก เพื่อเน้นย้ำถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจและจุดยืนที่เป็นกลางทางการเมืองของไทย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมหารือกับสถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ณ ตึก Bank of America Tower ในนครนิวยอร์ก ตามรายงานของ Khaosod Online คณะผู้แทนซึ่งเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอพัฒนาการทางเศรษฐกิจและศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในระหว่างการหารือ เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาความเป็นกลางทางเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายเชิงกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเติบโตและดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ การหารือครอบคลุมถึงตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้น และบทบาทของประเทศในฐานะตลาดที่โดดเด่นในเอเชีย มีรายงานว่านักลงทุนให้ความสนใจต่อทิศทางความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจของไทยกับทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพและขยายเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต แม้ว่ารัฐบาลจะนำเสนอแนวโน้มเชิงบวกเกี่ยวกับศักยภาพของตลาดไทย แต่ผลกระทบระยะยาวของการหารือเหล่านี้ต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่แท้จริงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเฉพาะหรือข้อตกลงการลงทุนที่เป็นรูปธรรมจากการหารือดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:43 UTC

ธอส. เผยตลาดบ้านมือสองคึกคัก ยอดโอนพุ่ง 67% พร้อมจัดประมูลทรัพย์ NPA ครั้งใหญ่ ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธอส. เผยตลาดบ้านมือสองคึกคัก ยอดโอนพุ่ง 67% พร้อมจัดประมูลทรัพย์ NPA ครั้งใหญ่ ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานยอดโอนบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 67% และเตรียมจัดประมูลทรัพย์ NPA จำนวน 13,000 รายการ พร้อมโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธอส. เผยตลาดบ้านมือสองคึกคัก ยอดโอนพุ่ง 67% พร้อมจัดประมูลทรัพย์ NPA ครั้งใหญ่ ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ธอส. เผยตลาดบ้านมือสองคึกคัก ยอดโอนพุ่ง 67% พร้อมจัดประมูลทรัพย์ NPA ครั้งใหญ่ ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานยอดโอนบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 67% และเตรียมจัดประมูลทรัพย์ NPA จำนวน 13,000 รายการ พร้อมโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้สังเกตเห็นแนวโน้มที่สำคัญในภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยมียอดการโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองเพิ่มขึ้นถึง 67% การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้ซื้อที่หันมาสนใจที่อยู่อาศัยมือสองมากขึ้น ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารจัดการงบประมาณควบคู่ไปกับความต้องการด้านทำเลและสภาพของทรัพย์สิน

เพื่อตอบสนองต่อกิจกรรมในตลาดดังกล่าว ธอส. ได้ประกาศจัดงานประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ครั้งใหญ่ จำนวน 13,000 รายการ โดยมีโปรโมชั่นพิเศษอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี เพื่อจูงใจผู้ที่สนใจซื้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงตลาดรองที่มีความคึกคักสูง ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่จับต้องได้มากกว่าโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรพิจารณาว่าความเหมาะสมของทรัพย์สินแต่ละรายการขึ้นอยู่กับการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคลและสภาพจริงของทรัพย์สินที่นำมาประมูล เนื่องจากเป็นโครงการส่งเสริมการขายของธนาคารรัฐ ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไข ข้อกำหนด และคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลโดยตรงผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ ธอส. ก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการประมูลและสถานที่ตั้งของทรัพย์สินยังคงต้องรอการยืนยันจากทางธนาคารต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:30 UTC

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี จัดประมูลบ้านมือสองกว่า 1.3 หมื่นรายการพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี จัดประมูลบ้านมือสองกว่า 1.3 หมื่นรายการพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบ 73 ปี ด้วยการนำบ้านมือสองกว่า 13,000 รายการออกประมูล พร้อมเสนอส่วนลดและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี จัดประมูลบ้านมือสองกว่า 1.3 หมื่นรายการพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ

แหล่งข่าวเดียว
ธอส. ฉลองครบรอบ 73 ปี จัดประมูลบ้านมือสองกว่า 1.3 หมื่นรายการพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบ 73 ปี ด้วยการนำบ้านมือสองกว่า 13,000 รายการออกประมูล พร้อมเสนอส่วนลดและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

งานประมูลบ้านมือสองของ ธอส.

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 73 ปี ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ประกาศจัดงานประมูลบ้านมือสองครั้งใหญ่ โดยมีรายการทรัพย์สินให้เลือกมากกว่า 13,000 รายการ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้นผ่านเงื่อนไขทางการเงินที่แข่งขันได้

สิทธิประโยชน์สำคัญ

ธนาคารได้นำเสนอส่วนลดพิเศษสำหรับทรัพย์สินบางรายการสูงสุดถึง 50% จากราคาประเมิน นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี สำหรับผู้ที่ชนะการประมูล มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้นในสภาวะตลาดปัจจุบัน

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ต้องการตั้งรกรากในประเทศไทย งานนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาที่คุ้มค่า รายการทรัพย์สินที่มีให้เลือกหลากหลายครอบคลุมหลายพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยระยะยาวหรือโอกาสในการลงทุน

สิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

แม้ว่าธนาคารจะประกาศสิทธิประโยชน์เหล่านี้ออกมาแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของทรัพย์สินแต่ละรายการ เนื่องจากกฎระเบียบในการประมูลและคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมอาจมีความแตกต่างกัน ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ ธอส. เพื่อยืนยันวันเวลา สถานที่จัดประมูล และเอกสารที่จำเป็นสำหรับการเข้าร่วมกระบวนการประมูล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:20 UTC

ภาคเอกชนกังวลกฎระเบียบอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาคเอกชนกังวลกฎระเบียบอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ในไทย

ตัวแทนภาคเอกชนไทยเรียกร้องให้ลดขั้นตอนทางราชการและเปิดเสรีตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ โดยอ้างความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานที่เข้มงวดเกินไป

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาคเอกชนกังวลกฎระเบียบอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ในไทย

แหล่งข่าวเดียว
ภาคเอกชนกังวลกฎระเบียบอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ในไทย

ตัวแทนภาคเอกชนไทยเรียกร้องให้ลดขั้นตอนทางราชการและเปิดเสรีตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ โดยอ้างความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานที่เข้มงวดเกินไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคเอกชนของไทยได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ในปัจจุบันสำหรับอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ ตัวแทนอุตสาหกรรมโต้แย้งว่ามาตรฐานเหล่านี้อาจเป็นการ 'ล็อกสเปก' โดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจำกัดตลาดไว้เพียงกลุ่มผู้ติดตั้งที่ได้รับอนุญาตจำนวนน้อย และสร้างอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดโดยไม่จำเป็น

เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ภาคเอกชนกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงกระบวนการทางบริหารและลดขั้นตอนทางกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน พวกเขาสนับสนุนให้มีการเปิดเสรีตลาดโซลาร์เซลล์มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมการแข่งขัน ลดต้นทุนสำหรับผู้บริโภค และเร่งการใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจ การพัฒนานี้มีความน่าสนใจเนื่องจากเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการเข้าถึงและราคาของการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้นอาจนำไปสู่ความหลากหลายของผู้ให้บริการและโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ที่อาจมีราคาจับต้องได้มากขึ้นสำหรับครัวเรือนและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อคำขอดังกล่าวอย่างไร และจะมีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะเจาะจงในกระบวนการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือกฎระเบียบของตลาดหรือไม่ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการตอบรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับมาตรการลดกฎระเบียบที่เสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 08:21 UTC