ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด ✦
กีฬา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ✦
การขนส่ง น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ✦
เศรษฐกิจ ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน ✦
ความปลอดภัย กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาอุทกภัย ในขณะที่รัฐบาลเฝ้าระวังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินแผนฉุกเฉิน 3 มาตรการ เพื่อตอบสนองต่อฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและความเสี่ยงจากอุทกภัย ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลกำลังรักษาการระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามรูปแบบสภาพอากาศและระดับน้ำ

กลยุทธ์ 3 มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง การเตรียมความพร้อมของบุคลากร และการระดมเครื่องจักรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมและลดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้หมายถึงสถานะการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน การปิดถนน และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในบริการขนส่ง ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่จังหวัดจัดเตรียมไว้

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละจังหวัดยังคงมีความแตกต่างกัน ขอบเขตของน้ำท่วมและประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้ในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหรือพื้นที่อยู่อาศัยเฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

กีฬา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แหล่งข่าวเดียว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังถูกตรวจสอบจากข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน 114 กระทง โดยโลกฟุตบอลกำลังรอคอยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน (Financial Fair Play) จำนวน 114 กระทง ขณะนี้สโมสรกำลังรอการตัดสินเกี่ยวกับลักษณะและความรุนแรงของบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนฟุตบอลในประเทศไทยที่ติดตามการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจนำไปสู่บทลงโทษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออันดับของสโมสรในลีกหรือการดำเนินงานในอนาคต กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ได้ก่อให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในสื่อกีฬาระหว่างประเทศเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจมีตั้งแต่การปรับเงินจำนวนมหาศาล ไปจนถึงการตัดคะแนนหรือมาตรการทางวินัยอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของคำตัดสินสุดท้ายยังไม่มีการยืนยัน ชุมชนฟุตบอลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน เมื่อคดีมีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างรอคอยประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงว่าจะมีมาตรการทางวินัยรูปแบบใดถูกนำมาใช้กับสโมสรหรือไม่ สำหรับตอนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปในโลกของฟุตบอลอาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:00 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

น้ำท่วมขังส่งผลให้ถนนแจ้งวัฒนะบางช่วงไม่สามารถสัญจรได้สำหรับรถขนาดเล็ก นำไปสู่การปิดการจราจรบางส่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดน้ำท่วมขังสูงบนถนนแจ้งวัฒนะทั้งขาเข้าและขาออก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพถนนในปัจจุบัน

เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น รถขนาดเล็กจึงไม่สามารถสัญจรผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบได้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดการจราจรบางส่วนเพื่อจัดการสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชน คาดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในบริเวณดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังหากจำเป็นต้องเดินทางใกล้บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติเมื่อใด ผู้เดินทางควรติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

เกิดน้ำท่วมขังสูงบริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยระดับน้ำสูงถึงระดับเอวและทำให้รถเมล์หลายคันเสียกลางทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 บริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพมหานครกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยระดับน้ำในพื้นที่สูงถึงระดับเอว ซึ่งสร้างความยากลำบากและอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน น้ำท่วมขังครั้งนี้มีความรุนแรงจนทะลักเข้าสู่ตัวรถโดยสารประจำทาง ส่งผลให้รถหลายคันเกิดเครื่องยนต์ดับและจอดเสียอยู่ทั่วบริเวณแยก

เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนที่ย่ำแย่ สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ โดยแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของจุดเชื่อมต่อการจราจรที่สำคัญในกรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถกลับมาเปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาใด เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าแยกดังกล่าวจะปลอดภัยสำหรับการสัญจรของรถยนต์ทั่วไปเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่บางกะปิหรือมีแผนจะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และควรหาเส้นทางเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะหรือการติดค้างอยู่ในน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือทั่วประเทศเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยทันที

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ารัฐบาลได้สั่งการให้มีการจัดการอุทกภัยเชิงรุก โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัยและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังปฏิบัติงานภายใต้มาตรการประสานงานที่เข้มข้นขึ้น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางและบริการในพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือหยุดชะงักกะทันหัน

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ขอบเขตของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการเดินทาง รัฐบาลเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกลับมาของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังคงมีอุปทานคงค้างจำนวนมากก็ตาม

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยการพัฒนาเมืองขยายตัวตามระบบราง แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ ข้อมูลระบุว่ามีอุปทานคงค้างประมาณ 210,000 ยูนิต มูลค่ารวม 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการระบายสินค้าคงคลังเหล่านี้

ผลการดำเนินงานของตลาดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลและประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ย่านสุขุมวิทกลายเป็นจุดเด่นที่มียอดขายคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาโอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ในทางตรงกันข้าม ตลาดโครงการแนวราบกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการสะสมของสต็อกสินค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสุขภาพตลาด ในขณะที่ภาคคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิทกำลังได้รับแรงหนุน แต่ตลาดในภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากอุปทานส่วนเกินจำนวนมาก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ประกอบการจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อจัดการกับอุปทานคงค้างในโครงการแนวราบ และการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันจะสามารถรักษาโมเมนตัมในระยะยาวได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สั่งการมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน พร้อมเตรียมประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน 7 ประการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยทาง กทม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังในขณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง และมีการเปิดใช้งานบริการฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม แม้ว่า กทม. จะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพพื้นที่กับที่พักของตนและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจมีการปิดถนนและการจราจรติดขัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังร่างประกาศให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตประสบภัยพิบัติ ท่ามกลางความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังขยายตัว

เพื่อบรรเทาผลกระทบ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิ่มการแจกจ่ายกระสอบทราย โดยมีแผนจัดเตรียมไว้ 1 ล้านใบสำหรับประชาชนและพื้นที่เสี่ยงภัย ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ โดยขอให้ติดต่อสายด่วน 1669 หากต้องการความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในการอพยพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการร่างประกาศ แต่กำหนดการที่ชัดเจนในการบังคับใช้และพื้นที่ที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม และควรเก็บหมายเลขฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินความจำเป็นในการออกมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ได้รับการยืนยัน
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

ราคาทองคำในไทยร่วงหนักหลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยร่วงหนักหลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 400 บาทในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยร่วงหนักหลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยร่วงหนักหลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 400 บาทในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ

เมื่อเช้าวันที่ 7 กันยายน 2026 สมาคมค้าทองคำในประเทศไทยได้ประกาศปรับลดราคาทองคำลงอย่างรวดเร็ว โดยราคาทองคำแท่งปรับตัวลดลงถึง 400 บาทในการปรับราคาครั้งเดียว ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ความผันผวนนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลกดดันต่อตลาดทั่วโลก

นักวิเคราะห์ตลาดจาก MTS GOLD ระบุว่าตัวเลขการจ้างงานที่เป็นบวกของสหรัฐฯ ได้เพิ่มความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นนี้ได้สร้างความผันผวนอย่างมากในตลาดทองคำ นำไปสู่การปรับฐานราคาในทันทีที่พบในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย ความผันผวนของราคานี้เน้นย้ำถึงความอ่อนไหวของตลาดทองคำในประเทศต่อตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แม้ว่าการลดลงในปัจจุบันจะมีนัยสำคัญ แต่ผู้เข้าร่วมตลาดกำลังจับตาดูรายงานทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศออกมาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งมีกำหนดประกาศในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ตัวเลขเหล่านี้คาดว่าจะให้ความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในขณะนี้ ตลาดยังคงอยู่ในสภาวะผันผวน และอาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 02:37 UTC

Earthology Studio ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยสู่โมเดลธุรกิจ ESG ที่ยั่งยืน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Earthology Studio ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยสู่โมเดลธุรกิจ ESG ที่ยั่งยืน

Earthology Studio ปรับทิศทางกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อบูรณาการหลักการ ESG เข้ากับโมเดลธุรกิจสิ่งทอที่ขยายผลได้จริง แทนที่จะเป็นเพียงกิจกรรม CSR ระยะสั้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Earthology Studio ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยสู่โมเดลธุรกิจ ESG ที่ยั่งยืน

แหล่งข่าวเดียว
Earthology Studio ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยสู่โมเดลธุรกิจ ESG ที่ยั่งยืน

Earthology Studio ปรับทิศทางกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อบูรณาการหลักการ ESG เข้ากับโมเดลธุรกิจสิ่งทอที่ขยายผลได้จริง แทนที่จะเป็นเพียงกิจกรรม CSR ระยะสั้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ Earthology Studio ได้ประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งเน้นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย โดยบริษัทกำลังปรับตัวออกจากกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) แบบดั้งเดิมในระยะสั้น ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ แต่บริษัทกำลังวางตำแหน่งตนเองเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการบูรณาการเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้าสู่โมเดลธุรกิจที่สามารถขยายผลได้จริงโดยตรง

ด้วยการผสมผสานแนวทางที่ใส่ใจต่อโลกเข้ากับนวัตกรรมทางเทคโนโลยี บริษัทตั้งเป้าที่จะสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์อุตสาหกรรมที่กำลังพัฒนาของประเทศไทย เนื่องจากเป็นสัญญาณของแนวโน้มที่กว้างขึ้นไปสู่การผลิตที่ยั่งยืนภายในภาคสิ่งทอในท้องถิ่น หากประสบความสำเร็จ แนวทางนี้อาจส่งผลต่อวิธีที่ธุรกิจไทยรายอื่นเข้าถึงความยั่งยืน โดยก้าวข้ามการปฏิบัติตามกฎระเบียบแบบผิวเผินไปสู่การบูรณาการเชิงปฏิบัติการในระยะยาว

แม้ว่าบริษัทจะระบุถึงความตั้งใจที่จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับโมเดลธุรกิจใหม่เหล่านี้และผลกระทบที่วัดผลได้ต่อต้นทุนการผลิตยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าโมเดลที่บูรณาการ ESG เหล่านี้จะสามารถขยายขนาดภายในตลาดสิ่งทอโลกที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 02:37 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 650 บาท โดยทองรูปพรรณขายออกที่ราคา 70,600 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 650 บาท โดยทองรูปพรรณขายออกที่ราคา 70,600 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 กันยายน 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย ณ เวลา 09.00 น. ราคาปรับเพิ่มขึ้น 650 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงของตลาดทองคำนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ทางการเงินที่สำคัญ โดยปัจจุบันทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ราคา 70,600 บาทต่อบาททองคำ แม้ว่าการปรับราคาครั้งนี้จะสะท้อนถึงแนวโน้มของตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำในประเทศไทยมีความผันผวนอยู่บ่อยครั้งตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนนี้หมายความว่าต้นทุนในการซื้อเครื่องประดับทองหรือทองคำแท่งเพื่อการลงทุนอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว ผู้ที่วางแผนจะซื้อหรือขายทองคำควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวันเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับข้อมูลราคาที่เป็นปัจจุบันที่สุด ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาเหล่านี้จะมีความเสถียรหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากตลาดยังคงตอบสนองต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อทองคำควรทราบว่าราคาเหล่านี้เป็นราคาเฉพาะสำหรับตลาดในประเทศเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 02:37 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ 5 ปี มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ 5 ปี มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จับมือ 7 หน่วยงานด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม เพื่อบูรณาการพลังงานทดแทนเข้าสู่ภาคการเกษตร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ 5 ปี มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 5 ปี มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จับมือ 7 หน่วยงานด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม เพื่อบูรณาการพลังงานทดแทนเข้าสู่ภาคการเกษตร

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระยะเวลา 5 ปี ร่วมกับ 7 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในภาคเกษตร หน่วยงานที่เข้าร่วมประกอบด้วย 6 กรมภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมการข้าว รวมถึงกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันประเทศไทยไปสู่ "เกษตรคาร์บอนต่ำ" (Low Carbon Agriculture) โดยการนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาใช้ในกระบวนการผลิตทางการเกษตร ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์การใช้พลังงาน การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ และการนำพลังงานทดแทนมาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยรวม รัฐบาลตั้งเป้าที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมเกษตรผ่านการดำเนินงานดังกล่าว

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในภาคเกษตรกรรมของไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนระยะยาวไปสู่การผลิตอาหารที่ยั่งยืนและโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรที่ทันสมัย แม้ว่ากรอบการทำงานของแผน 5 ปีนี้จะถูกกำหนดขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในระดับท้องถิ่นและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับเป้าหมายการลดคาร์บอนนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในขณะที่หน่วยงานต่างๆ เริ่มต้นการทำงานร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 02:15 UTC

คุณค่าเชิงกลยุทธ์ของการสร้างเครือข่ายมืออาชีพที่หลากหลายในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คุณค่าเชิงกลยุทธ์ของการสร้างเครือข่ายมืออาชีพที่หลากหลายในประเทศไทย

งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าการสร้างเครือข่ายมืออาชีพที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตในอาชีพและการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีขึ้นในเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คุณค่าเชิงกลยุทธ์ของการสร้างเครือข่ายมืออาชีพที่หลากหลายในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
คุณค่าเชิงกลยุทธ์ของการสร้างเครือข่ายมืออาชีพที่หลากหลายในประเทศไทย

งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าการสร้างเครือข่ายมืออาชีพที่หลากหลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตในอาชีพและการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีขึ้นในเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ งานวิจัยระบุว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลจากกลุ่มอายุ สายงาน และมุมมองที่แตกต่างกัน เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญสู่ความสำเร็จในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน การศึกษานี้เสนอว่าการก้าวข้าม 'Homophily' หรือแนวโน้มที่จะคบหาเฉพาะกลุ่มคนที่คล้ายคลึงกันนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสุขภาวะส่วนบุคคลและความก้าวหน้าในอาชีพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อค้นพบนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการขยายเครือข่ายทางสังคมและวิชาชีพให้กว้างไกลกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเดิมๆ การบูรณาการมุมมองที่หลากหลายจะช่วยให้มืออาชีพสามารถพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจทางธุรกิจได้ งานวิจัยระบุว่าสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการเติบโต ส่งเสริมเส้นทางอาชีพที่คล่องตัวและยืดหยุ่นมากขึ้น

แม้ว่าประโยชน์ของความหลากหลายในเครือข่ายจะชัดเจน แต่รายงานตั้งข้อสังเกตว่าองค์กรและบุคคลต่างๆ ต้องทำงานเชิงรุกเพื่อทลายอุปสรรคทางสังคมที่มีอยู่เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์เหล่านี้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าวัฒนธรรมองค์กรในประเทศไทยจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสรรหาบุคลากรและการสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมความครอบคลุมนี้อย่างไร สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในประเทศ คำแนะนำคือการแสวงหาปฏิสัมพันธ์ข้ามสายงานเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 01:36 UTC

LO-CARB ขึ้นแท่นพันธมิตรรายแรกในไทยด้านมาตรฐานความยั่งยืน IFRS
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

LO-CARB ขึ้นแท่นพันธมิตรรายแรกในไทยด้านมาตรฐานความยั่งยืน IFRS

บริษัท โล-คาร์บ จำกัด ของไทย ได้ร่วมมือกับมูลนิธิ IFRS เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจในท้องถิ่นนำมาตรฐานสากลด้านการรายงานความยั่งยืนมาใช้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

LO-CARB ขึ้นแท่นพันธมิตรรายแรกในไทยด้านมาตรฐานความยั่งยืน IFRS

แหล่งข่าวเดียว
LO-CARB ขึ้นแท่นพันธมิตรรายแรกในไทยด้านมาตรฐานความยั่งยืน IFRS

บริษัท โล-คาร์บ จำกัด ของไทย ได้ร่วมมือกับมูลนิธิ IFRS เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจในท้องถิ่นนำมาตรฐานสากลด้านการรายงานความยั่งยืนมาใช้

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัท โล-คาร์บ จำกัด (LO-CARB) ได้กลายเป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่ร่วมมือกับมูลนิธิ IFRS อย่างเป็นทางการ ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจไทยนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) มาใช้ในการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน โดยเฉพาะมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 ที่พัฒนาโดยคณะกรรมการมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนระหว่างประเทศ (ISSB)

นางสาวณิชาภัทร รัตนประภาต กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทในท้องถิ่นปรับปรุงการรายงานความยั่งยืนให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก การนำมาตรฐานเหล่านี้มาใช้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถปรับปรุงการบริหารความเสี่ยง ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ให้ความสำคัญกับเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มากขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อกฎระเบียบทางการค้าโลกและความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความโปร่งใสขององค์กรที่มากขึ้นในประเทศไทย แม้ว่าความร่วมมือนี้จะจัดทำกรอบการทำงานให้บริษัทต่างๆ รายงานผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน แต่ยังคงต้องติดตามว่าบริษัทใหญ่ๆ ในไทยจะนำมาตรฐานเหล่านี้มาใช้ได้รวดเร็วเพียงใด และสิ่งนี้จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในวงกว้างอย่างไร เนื่องจากโครงการนี้เน้นไปที่มาตรฐานการรายงานระดับมืออาชีพมากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีต่อชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยหรือนักท่องเที่ยวยังคงไม่ชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 01:35 UTC

แนวโน้มตลาดทองคำ: นักวิเคราะห์แนะระมัดระวังท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดทองคำ: นักวิเคราะห์แนะระมัดระวังท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

Leng Hong Commodities แนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในขณะที่ราคาทองคำอยู่ในช่วงปรับฐานระยะสั้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดทองคำ: นักวิเคราะห์แนะระมัดระวังท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดทองคำ: นักวิเคราะห์แนะระมัดระวังท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

Leng Hong Commodities แนะนำให้นักลงทุนติดตามข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในขณะที่ราคาทองคำอยู่ในช่วงปรับฐานระยะสั้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ ประเมินว่าตลาดทองคำกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานหลังจากราคาปรับตัวขึ้นอย่างมากเมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวภัทริน วชิรคพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ ระบุว่า แม้ราคาทองคำจะได้รับแรงกดดันหลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ภาพรวมของตลาดก็ยังคงเป็นบวก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย สิ่งนี้หมายความว่าตลาดกำลังมีความอ่อนไหวต่อตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในปัจจุบัน และแนะนำให้รอจังหวะย่อตัวลงมาที่ระดับ 4,330–4,350 ดอลลาร์ (ประมาณ 68,000 บาท) เพื่อทยอยสะสม

แม้ว่าแนวโน้มระยะกลางถึงระยะยาวของทองคำจะยังคงเป็นขาขึ้น แต่ผู้ร่วมตลาดกำลังจับตาดูเครื่องมือ FedWatch อย่างใกล้ชิด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผันผวนของความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยที่แกว่งตัวระหว่าง 60% ถึง 70% ในขณะนี้ ตลาดยังคงอยู่ในสถานะรอคอยข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าความผันผวนของราคาทองคำอาจส่งผลกระทบต่อตลาดค้าทองคำในท้องถิ่นและบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเงินตรา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 00:15 UTC

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ

ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญกับปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ

ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับปัจจัยลบหลายประการ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังคงรักษาเกณฑ์ที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาด สภาวะเหล่านี้บีบให้ผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อหาแนวทางใหม่ในการรักษาความอยู่รอดในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แม้ว่ารายงานจะระบุว่าแรงกดดันเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แต่อุตสาหกรรมยังคงพยายามหาวิธีปรับตัวให้เข้ากับข้อจำกัดที่ต่อเนื่องนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อความพร้อมของตัวเลือกที่อยู่อาศัยและพลวัตโดยรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผู้ซื้อที่มีศักยภาพควรตระหนักว่าการจัดหาเงินทุนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญเนื่องจากสภาพแวดล้อมการปล่อยสินเชื่อในปัจจุบัน ในขณะที่ภาคส่วนนี้ยังคงปรับตัวต่อไป ยังคงต้องยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์เหล่านี้จะส่งผลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวและความพร้อมของโครงการใหม่ๆ อย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามดูว่าการปรับตัวเหล่านี้จะเพียงพอที่จะทำให้ตลาดมีเสถียรภาพในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 17:17 UTC

หนุ่มบุรีรัมย์ถูกผู้รับเหมาเชิดเงิน 6 แสนบาทหนี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หนุ่มบุรีรัมย์ถูกผู้รับเหมาเชิดเงิน 6 แสนบาทหนี

แรงงานไทยที่กลับจากเกาหลีใต้ต้องสูญเสียเงินก้อนโตหลังจากผู้รับเหมาหายตัวไปพร้อมกับเงินที่ตั้งใจนำมาสร้างบ้านให้แม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หนุ่มบุรีรัมย์ถูกผู้รับเหมาเชิดเงิน 6 แสนบาทหนี

แหล่งข่าวเดียว
หนุ่มบุรีรัมย์ถูกผู้รับเหมาเชิดเงิน 6 แสนบาทหนี

แรงงานไทยที่กลับจากเกาหลีใต้ต้องสูญเสียเงินก้อนโตหลังจากผู้รับเหมาหายตัวไปพร้อมกับเงินที่ตั้งใจนำมาสร้างบ้านให้แม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ชายชาวจังหวัดบุรีรัมย์รายหนึ่งตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงในโครงการก่อสร้าง โดยชายคนดังกล่าวซึ่งไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้เพื่อเก็บเงินมาสร้างบ้านให้แม่ ได้จ่ายเงินให้กับผู้รับเหมาไปกว่า 600,000 บาท แต่หลังจากนั้นผู้รับเหมาได้ขาดการติดต่อและหายตัวไปพร้อมกับเงินดังกล่าว ทำให้การก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ในการจ้างงานก่อสร้างหรือปรับปรุงบ้าน นี่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติผู้รับเหมาอย่างละเอียด และการตรวจสอบให้แน่ใจว่าการจ่ายเงินนั้นผูกติดอยู่กับความคืบหน้าของงานที่ตรวจสอบได้ แทนที่จะจ่ายเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้า

ณ เวลาที่รายงานนี้เผยแพร่ สถานะของการสอบสวนทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ โดยยังไม่มีการอัปเดตเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้รับเหมาหรือความเป็นไปได้ในการติดตามเงินคืน ผู้ที่วางแผนโครงการในลักษณะเดียวกันควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในพื้นที่หรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อทำความเข้าใจสิทธิของตนและมาตรการป้องกันที่จำเป็นเมื่อต้องทำสัญญาจ้างก่อสร้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 13:55 UTC

โครงการคู่มือทำอาหารใหม่เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้เป็นคุณค่าแก่ชุมชน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โครงการคู่มือทำอาหารใหม่เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้เป็นคุณค่าแก่ชุมชน

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ สวทช. และมูลนิธิ SOS Thailand เปิดตัวคู่มือทำอาหารที่รวบรวมสูตรจากเชฟชื่อดัง เพื่อนำวัตถุดิบส่วนเกินมาใช้ประโยชน์ในครัวกลางและชุมชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โครงการคู่มือทำอาหารใหม่เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้เป็นคุณค่าแก่ชุมชน

แหล่งข่าวเดียว
โครงการคู่มือทำอาหารใหม่เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้เป็นคุณค่าแก่ชุมชน

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับ สวทช. และมูลนิธิ SOS Thailand เปิดตัวคู่มือทำอาหารที่รวบรวมสูตรจากเชฟชื่อดัง เพื่อนำวัตถุดิบส่วนเกินมาใช้ประโยชน์ในครัวกลางและชุมชน

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส ได้ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อจัดการอาหารส่วนเกินในประเทศไทย โดยร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย (SOS Thailand) เปิดตัวคู่มือรวบรวมสูตรอาหารที่คิดค้นโดยเชฟชื่อดังระดับประเทศ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการมอบวิธีการปฏิบัติจริงให้แก่ครัวกลางและชุมชนทั่วประเทศ เพื่อนำวัตถุดิบอาหารส่วนเกินมาปรุงเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การใช้สูตรอาหารระดับมืออาชีพเหล่านี้จะช่วยลดขยะอาหารและสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารในระดับชุมชนไปพร้อมกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวระดับชาติในการจัดการอาหารอย่างยั่งยืนและการลดขยะ แม้ว่าคู่มือดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือการกระจายอาหารในระดับชุมชน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวทางปฏิบัติเหล่านี้จะถูกนำไปใช้โดยผู้ค้ารายย่อยหรือครัวเรือนทั่วไปในวงกว้างเพียงใด นอกจากนี้ ผลกระทบระยะยาวของโครงการต่อสถิติขยะอาหารระดับประเทศยังคงต้องรอการยืนยัน ความพยายามนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันวิจัยในการแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านโลจิสติกส์ของอาหารส่วนเกินในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 14:16 UTC

ร้านโรตีกลายเป็นกระแสไวรัลในอุบลราชธานี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ร้านโรตีกลายเป็นกระแสไวรัลในอุบลราชธานี

แม่ค้าสาวในอุบลราชธานีมียอดขายพุ่งสูงขึ้นหลังจากรับช่วงต่อร้านโรตีแบบดั้งเดิมของครอบครัว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ร้านโรตีกลายเป็นกระแสไวรัลในอุบลราชธานี

แหล่งข่าวเดียว
ร้านโรตีกลายเป็นกระแสไวรัลในอุบลราชธานี

แม่ค้าสาวในอุบลราชธานีมียอดขายพุ่งสูงขึ้นหลังจากรับช่วงต่อร้านโรตีแบบดั้งเดิมของครอบครัว

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ร้านโรตีที่ตลาดสันติสุข 2 ในจังหวัดอุบลราชธานีได้กลายเป็นร้านยอดนิยมในท้องถิ่น ร้านนี้ดำเนินการโดยนางสาวณิชารีย์ ตลอดพงษ์ อายุ 22 ปี ซึ่งรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวมาประมาณ 3-4 เดือน

ร้านได้รับความสนใจอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย ทั้ง TikTok และ Facebook ทำให้มีลูกค้าหลากหลายกลุ่มแวะเวียนมาอุดหนุน ณิชารีย์รายงานว่าสามารถขายโรตีได้ไม่ต่ำกว่า 260 แผ่นต่อวัน เมนูของร้านมีทั้งโรตีธรรมดาในราคา 10 บาท โรตีกรอบกล่องละ 30 บาท และโรตีใส่ไข่ที่เป็นเมนูยอดนิยมในราคา 25 บาท

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่มาเยือนตำบลไร่น้อย ร้านนี้ถือเป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น ความนิยมของร้านมาจากทั้งคุณภาพของแป้งที่กรอบกำลังดีและบรรยากาศที่เป็นกันเองที่แม่ค้าสร้างขึ้น แม้ว่าปัจจุบันร้านจะมีความต้องการสูงและมีคิวรอค่อนข้างยาว แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าระยะเวลาในการรออาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางร้านจะรับมือกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อย่างไรในขณะที่กระแสบนโซเชียลมีเดียยังคงเติบโต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 13:55 UTC

จานนี อินฟานติโน ยืนยันลงสมัครชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่าสมัยที่ 4 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จานนี อินฟานติโน ยืนยันลงสมัครชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่าสมัยที่ 4 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์

จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 ในเดือนมีนาคม 2027 แม้จะเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างหนักจากแผนการลงทุนที่ล้มเหลว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จานนี อินฟานติโน ยืนยันลงสมัครชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่าสมัยที่ 4 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์

แหล่งข่าวเดียว
จานนี อินฟานติโน ยืนยันลงสมัครชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่าสมัยที่ 4 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์

จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 ในเดือนมีนาคม 2027 แม้จะเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างหนักจากแผนการลงทุนที่ล้มเหลว

ตามรายงานจาก Khaosod Online สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ยืนยันว่าประธาน จานนี อินฟานติโน จะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2027 อินฟานติโนซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2016 กำลังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างหนักหลังจากแผนการขายหุ้นสิทธิ์ในการแข่งขันของฟีฟ่าให้กับบริษัทลงทุนเอกชนถูกยกเลิก ข้อเสนอดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก โดยสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ขู่ว่าจะคว่ำบาตรรายการแข่งขันของฟีฟ่า รวมถึงฟุตบอลโลกด้วย

ฟีฟ่าได้ปฏิเสธข้อวิจารณ์ดังกล่าว โดยกล่าวหาว่ายูฟ่ากำลังดำเนินแคมเปญใส่ร้ายป้ายสีต่อองค์กรและผู้นำของฟีฟ่า แถลงการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ยูฟ่าได้ยื่นเอกสารทางกฎหมายในสหรัฐอเมริกาเพื่อขอให้ฟีฟ่าเปิดเผยหลักฐานและเอกสารภายในเกี่ยวกับแผนการลงทุนดังกล่าว การประกาศของฟีฟ่าในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่องค์กรยืนยันอย่างชัดเจนว่าอินฟานติโนจะลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยที่ 4 นับตั้งแต่เกิดเรื่องอื้อฉาวหลังฟุตบอลโลกช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ตามกฎของฟีฟ่า ประธานสามารถดำรงตำแหน่งได้สูงสุด 4 สมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อพิพาทที่กำลังดำเนินอยู่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนภายในองค์กรฟุตบอลระดับโลก แม้ว่าสถานการณ์นี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน แต่ก็อาจส่งผลต่ออนาคตของการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติและลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามผลของกระบวนการทางกฎหมายในสหรัฐฯ และรอดูว่าคำขู่คว่ำบาตรของยูฟ่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่เมื่อใกล้ถึงช่วงการเลือกตั้งในปี 2027

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 13:15 UTC

การเติบโตของ BEANS Coffee Roaster ตอกย้ำโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเติบโตของ BEANS Coffee Roaster ตอกย้ำโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนในประเทศไทย

อดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ยกย่องความสำเร็จของ BEANS Coffee Roaster ในงาน PRACHACHAT ESG FORUM 2026 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อเกษตรกรในท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเติบโตของ BEANS Coffee Roaster ตอกย้ำโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การเติบโตของ BEANS Coffee Roaster ตอกย้ำโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนในประเทศไทย

อดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ยกย่องความสำเร็จของ BEANS Coffee Roaster ในงาน PRACHACHAT ESG FORUM 2026 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อเกษตรกรในท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 อดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการเติบโตของแบรนด์กาแฟไทย BEANS Coffee Roaster ในงาน 'PRACHACHAT ESG FORUM 2026: Beyond ESG: Thailand Transition' โดยมี ชนัญดา ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ ร่วมอภิปรายถึงการขยายตัวของธุรกิจจากจุดเริ่มต้นที่ขายได้เพียง 3 แก้ว สู่การมีสาขาถึง 38 แห่งในเมืองหลักทั่วประเทศ

เศรษฐาย้ำว่าความสำเร็จทางธุรกิจไม่ควรเป็นเพียงเรื่องฉาบฉวย แต่ต้องสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจและความใส่ใจ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในท้องถิ่น เขากล่าวว่าธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงนั้นจะต้องเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชนที่ตนให้บริการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในภาคธุรกิจค้าปลีกและบริการอาหารของไทย การสนับสนุนแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและการพัฒนาเกษตรกรรมในท้องถิ่นกำลังกลายเป็นแนวโน้มที่โดดเด่นในเศรษฐกิจไทย

แม้ว่าการขยายตัวของแบรนด์จะได้รับการบันทึกไว้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของโครงการความยั่งยืนเหล่านี้ต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรที่เกี่ยวข้องนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านรายงานผลการดำเนินงานในอนาคตและการประเมินจากหน่วยงานอิสระต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 12:16 UTC

การประชุมธุรกิจอินเดีย-ไทยสำรวจความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การประชุมธุรกิจอินเดีย-ไทยสำรวจความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใหม่

ผู้นำธุรกิจจากอินเดียและไทยพบปะกันที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การประชุมธุรกิจอินเดีย-ไทยสำรวจความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การประชุมธุรกิจอินเดีย-ไทยสำรวจความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใหม่

ผู้นำธุรกิจจากอินเดียและไทยพบปะกันที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 กรุงเทพมหานครได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมธุรกิจอินเดีย-ไทย (India-Thailand Business Conclave) ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำหรับผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจจากทั้งสองประเทศในการสำรวจกลยุทธ์เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขยายความสัมพันธ์ทางการค้า

ตามรายงานของ Khaosod English ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในวงกว้างของอินเดียในการเสริมสร้างฐานทางธุรกิจในประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้อาจเป็นสัญญาณของการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางธุรกิจข้ามพรมแดนในอนาคต ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้นและสินค้าและบริการที่กว้างขวางขึ้นในตลาดท้องถิ่น นักท่องเที่ยวอาจสังเกตเห็นความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ซึ่งแสดงออกผ่านการเดินทางเพื่อธุรกิจที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองประเทศ

แม้ว่าการประชุมจะเน้นย้ำถึงความปรารถนาร่วมกันในการเติบโต แต่ยังไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทางการค้าที่เป็นรูปธรรมจากการหารือเหล่านี้ ยังคงต้องยืนยันว่าภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญสำหรับการลงทุน และความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบในทันทีหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการทวิภาคีหรือกรอบการค้าที่อาจเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 11:25 UTC

ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืนผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพื้นที่ชุ่มน้ำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืนผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพื้นที่ชุ่มน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดตัวโครงการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนภายในชุมชนพื้นที่ชุ่มน้ำ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืนผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพื้นที่ชุ่มน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืนผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพื้นที่ชุ่มน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดตัวโครงการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนภายในชุมชนพื้นที่ชุ่มน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชน ตามประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน

ด้วยการบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โครงการนี้มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างศักยภาพให้แก่คนในท้องถิ่นในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว การฝึกอบรมนี้ออกแบบมาเพื่อให้ชุมชนมีความรู้ที่จำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสร้างรายได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการท่องเที่ยวโดยชุมชนหรือการพัฒนาท้องถิ่น โครงการนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย โครงการริเริ่มดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ดำเนินการโดยชุมชน ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจได้พบเห็นในอนาคต

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่จัดฝึกอบรมและตัวชี้วัดความสำเร็จในระยะยาวนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ เพื่อดูว่าโครงการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นหรือบริการที่ชุมชนนำเสนออย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ข้อพิพาทในสถานบันเทิงย่านทองหล่อเรื่องยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทในสถานบันเทิงย่านทองหล่อเรื่องยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ

กลุ่มลูกค้าในสถานบันเทิงย่านทองหล่อรายงานว่าถูกบังคับให้จ่ายเงินตามยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 100,000 บาท แม้จะไม่พอใจกับประสบการณ์ที่ได้รับจากโต๊ะ VIP

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อพิพาทในสถานบันเทิงย่านทองหล่อเรื่องยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทในสถานบันเทิงย่านทองหล่อเรื่องยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ

กลุ่มลูกค้าในสถานบันเทิงย่านทองหล่อรายงานว่าถูกบังคับให้จ่ายเงินตามยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 100,000 บาท แม้จะไม่พอใจกับประสบการณ์ที่ได้รับจากโต๊ะ VIP

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กลุ่มลูกค้าได้แชร์ประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจจากการไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ โดยระบุว่าได้จองโต๊ะ VIP จำนวน 2 โต๊ะ ซึ่งแต่ละโต๊ะมีเงื่อนไขยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 100,000 บาท

ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวแสดงความไม่พอใจโดยอ้างว่าประสบการณ์ VIP ที่ได้รับไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เนื่องจากมีโต๊ะทั่วไปมาบังทัศนียภาพทำให้มองไม่เห็นดีเจ หลังจากใช้บริการไปประมาณ 20,000 บาท กลุ่มลูกค้าพยายามจะออกจากร้าน แต่ถูกพนักงานบังคับให้จ่ายเงินให้ครบตามยอดขั้นต่ำ 100,000 บาท ทำให้ต้องจ่ายเพิ่มอีก 79,000 บาทสำหรับรายการที่ไม่ได้สั่งหรือใช้บริการจริง

กลุ่มลูกค้ายังระบุว่าการเจรจากับผู้จัดการร้านไม่เป็นผลเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เป็นมืออาชีพ นอกจากนี้ยังอ้างว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ข่มขู่พวกเขาในระหว่างที่มีการโต้เถียงกัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบนโยบายยอดใช้จ่ายขั้นต่ำและเงื่อนไขการจองให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจจองโต๊ะในสถานบันเทิง เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานของผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่เผยแพร่ผ่านข่าวสด จึงยังต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทางร้านและรายละเอียดของข้อตกลงตามสัญญา ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินทางกฎหมายเกี่ยวกับความถูกต้องในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าวของทางร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 08:56 UTC

หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาผลักดันพื้นที่รองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาผลักดันพื้นที่รองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์

หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาเร่งผลักดันให้จังหวัดเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาผลักดันพื้นที่รองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาผลักดันพื้นที่รองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์

หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาเร่งผลักดันให้จังหวัดเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาได้ยืนยันถึงความพร้อมของจังหวัดในการรองรับโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยหอการค้าเน้นย้ำว่าการลงทุนดังกล่าวมีความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมาก เนื่องจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตทางเทคโนโลยีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ หอการค้ากำลังเตรียมหารือกับกรมชลประทานเพื่อจัดหาแหล่งน้ำที่มั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบบทำความเย็นที่ศูนย์ข้อมูลสมัยใหม่ต้องใช้

แม้ว่าทางหอการค้าจะมีความมั่นใจในความเหมาะสมของจังหวัด แต่โครงการดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนของการวางแผนและการผลักดัน ยังไม่มีการยืนยันว่าบริษัทใดจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ หรือกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำที่นำเสนอจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:36 UTC

ธปท. นำ AI มาใช้กำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. นำ AI มาใช้กำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังใช้ระบบกำกับดูแลด้วย AI สำหรับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารจำนวน 3,624 แห่ง เพื่อจัดการกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรมและกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. นำ AI มาใช้กำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. นำ AI มาใช้กำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังใช้ระบบกำกับดูแลด้วย AI สำหรับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารจำนวน 3,624 แห่ง เพื่อจัดการกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรมและกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังยกระดับกรอบการกำกับดูแลสำหรับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) จำนวน 3,624 แห่งทั่วประเทศ โดยธนาคารกลางวางแผนที่จะใช้การวิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อตรวจสอบหน่วยงานเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับการคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่ซับซ้อนและโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไป ซึ่งอาจเอาเปรียบผู้บริโภค นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลยังพบว่าช่องทางทางการเงินเหล่านี้ถูกกลุ่มทุนสีเทาและธุรกิจการพนันออนไลน์นำไปใช้ในการทำธุรกรรมเป็นครั้งคราว การนำ AI มาใช้จะช่วยให้ ธปท. สามารถปิดช่องโหว่ทางกฎระเบียบเหล่านี้และสร้างความโปร่งใสในภาคส่วน Non-Bank ได้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบนิเวศทางการเงินและปกป้องผู้บริโภคจากการปล่อยสินเชื่อที่ไม่เป็นธรรมหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง แม้ว่าการนำระบบกำกับดูแลด้วย AI มาใช้กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนว่าโปรโตคอลการตรวจสอบใหม่เหล่านี้จะเริ่มใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในสถาบันทั้ง 3,624 แห่งเมื่อใดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่ามาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานประจำวันของผู้ให้สินเชื่อและผู้ให้บริการชำระเงินในท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 07:38 UTC