ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ✦
ความปลอดภัย ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ ✦
กฎหมาย ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ ✦
เศรษฐกิจ ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต ✦
ความปลอดภัย กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ ✦
เศรษฐกิจ อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569 ✦
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังโครงข่ายถนน ราง และทางน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกแห่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีคำสั่งให้เฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุมทั้งการเดินทางทางถนน ทางราง และทางน้ำ

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้รับคำสั่งให้เร่งแจ้งเตือนเส้นทางแก่ประชาชนโดยทันที และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อเส้นทางการเดินทางแต่ละจุดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับเส้นทางที่ปิดหรือการหยุดให้บริการของระบบขนส่ง ยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่หรือเส้นทางคมนาคมใดจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ หลังเกิดฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศในเชิงบริหารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากร การบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ประกาศนี้ถือเป็นคำเตือนอย่างเป็นทางการถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจร ไฟฟ้าดับที่อาจเกิดขึ้น และคำแนะนำในการอพยพ แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านแหล่งข่าวท้องถิ่นที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการขยายพื้นที่ประสบภัยเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

แหล่งข่าวเดียว
ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้เรืออพยพประชาชน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอศรีราชาประสบภาวะน้ำท่วมรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในตำบลหนองขามมีรายงานว่าสูงเกินกว่า 1 เมตร ซึ่งสร้างความเสี่ยงและอันตรายให้กับประชาชนในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือในช่วงกลางดึก โดยใช้เรือท้องแบนในการเดินทางเข้าพื้นที่น้ำท่วมเพื่ออพยพชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูง รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การปิดเส้นทางจราจร และการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ผู้ที่อยู่ในศรีราชาหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและข้อจำกัดในการเดินทาง

ในขณะนี้ ความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือมีพื้นที่อื่นในอำเภอที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในลักษณะเดียวกันหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่หากพบว่าตนเองอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนักในย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 ต้องเผชิญกับปัญหารถจมน้ำและระดับน้ำที่สูงถึงหน้าอก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ย่านคลองจั่นในเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังอย่างรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 รายงานว่าตื่นขึ้นมาพบว่ารถยนต์ของตนจมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางคืน

รายงานจากพื้นที่ระบุว่าระดับน้ำท่วมในบางจุดสูงถึงระดับหน้าอก ซึ่งสร้างสภาวะที่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านการเดินทางและมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน การสัญจรบนถนนรอบแฟลตคลองจั่นในขณะนี้มีความเสี่ยงสูง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

แม้ผลกระทบต่ออาคารที่พักอาศัยจะเห็นได้ชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือใกล้เขตบางกะปิควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและพิจารณาใช้เส้นทางอื่นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

กฎหมาย

ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งคำตัดสินของศาลถือเป็นการยืนยันสถานะคุณสมบัติในปัจจุบัน

ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสรณได้แสดงความจำนงที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาล ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารงานและการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและภูมิทัศน์สื่อของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ในหน่วยงานกำกับดูแลของไทย แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในขณะนี้จะยังมีน้อย แต่การจัดตั้งคณะกรรมการ กสทช. อาจส่งผลต่อนโยบายในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมยื่นอุทธรณ์ การตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสรณจึงยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการและการกำหนดกระบวนการทางศาลเพิ่มเติมเพื่อหาข้อยุติในข้อพิพาทนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:31 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเช้าของวันที่ 26 กันยายน 2026

ตามข้อมูลจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ราคาของบิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ณ เวลา 06.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวมีการซื้อขายอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2,806,068.64 บาท

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มโดยรวมของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอยู่ที่ 3.63% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการวางแผนทางการเงินหรือทำธุรกรรมในท้องถิ่น ความผันผวนเหล่านี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเป็นปกติในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นเพียงภาพรวมของมูลค่าตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนสูงและสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาวะตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจดิจิทัลควรตระหนักว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูล ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการปรับตัวรายวันเล็กน้อยนี้ และขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเงินที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อเชิญชวนผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเยือนนิวยอร์กเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณความมุ่งมั่นในการดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในตลาดไทย

นอกเหนือจากภารกิจด้านการเงิน นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำว่าสันติภาพโลกต้องการมากกว่าแค่การปราศจากความขัดแย้ง พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางการทูตในภูมิภาค โดยระบุว่าไทยมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ กับกัมพูชาผ่านการเจรจาทวิภาคี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาคธุรกิจระหว่างประเทศ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเชิญชวนให้มีการลงทุนจากสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีอุตสาหกรรมหรือบริษัทใดบ้างที่จะตกลงลงทุนในโครงการใหม่ๆ ในประเทศไทย โดยนักสังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเดินสายโรดโชว์ทางการทูตและการเงินครั้งนี้จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศในช่วงเดือนต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของหน่วยงานฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรและเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว การประกาศนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เขตอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและบริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบชั่วคราว แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้การตอบสนองของภาครัฐมีความรวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการแก้ไขปัญหายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเขตดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดการที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการขยายเขตพื้นที่ประสบภัยไปยังเขตข้างเคียงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

กองทัพบกกำลังประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ หลังจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพบกได้ยกระดับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 กองทัพกำลังบูรณาการทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักในบางพื้นที่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางจราจร ความล่าช้าของระบบขนส่งสาธารณะ และความยากลำบากในการเข้าถึงบางภูมิภาค ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและประกาศแจ้งเตือนการอพยพหากจำเป็น

แม้ว่าขณะนี้กองทัพจะอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและสภาพอากาศอาจมีการพัฒนาต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเฉพาะหรือพื้นที่ที่น่ากังวลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและให้การสนับสนุนแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันขายปลีกปัจจุบันในประเทศไทยตามข้อมูลจากสถานีบริการน้ำมันบางจาก ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

ตามข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ ราคาน้ำมันขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในประเทศไทยได้รับการอัปเดตสำหรับวันที่ 26 กันยายน 2569

ราคาปัจจุบัน

  • แก๊สโซฮอล์ 95: 39.94 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 39.57 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B7: 41.44 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B20: 36.00 บาทต่อลิตร

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในงบประมาณการเดินทางประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเช่ารถหรือใช้บริการขนส่งส่วนตัว ความผันผวนของราคาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบป้ายราคาที่สถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่ง เนื่องจากราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแบรนด์และสถานที่ตั้ง

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงราคาปัจจุบันที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นราคาเดียวกันทั้งหมดในทุกแบรนด์น้ำมันหรือทุกภูมิภาคของประเทศไทย ผู้ขับขี่ควรทราบว่าราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดโลกและการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ทางการของสถานีบริการน้ำมันเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนวางแผนการเดินทางไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

รวบชาวเกาหลีใต้ในหัวหิน คดีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่าพันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รวบชาวเกาหลีใต้ในหัวหิน คดีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่าพันล้านบาท

ทางการไทยจับกุมชายชาวเกาหลีใต้วัย 67 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าขบวนการฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่หลอกลวงเพื่อนร่วมชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รวบชาวเกาหลีใต้ในหัวหิน คดีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่าพันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รวบชาวเกาหลีใต้ในหัวหิน คดีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่าพันล้านบาท

ทางการไทยจับกุมชายชาวเกาหลีใต้วัย 67 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าขบวนการฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่หลอกลวงเพื่อนร่วมชาติ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ตำรวจไทยนำโดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เข้าจับกุมชายชาวเกาหลีใต้วัย 67 ปี ทราบชื่อคือ นายฮัน ภายในบ้านพักหรูในตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการสอบสวนกลุ่มอาชญากรที่รู้จักกันในชื่อ 'Korea Black Invest'

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2563 นายฮันและพวกได้หลอกลวงชาวเกาหลีใต้ให้ร่วมลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ทั้งที่ดินและโครงการคอนโดมิเนียม โดยมีความเสียหายรวมประเมินว่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญาในข้อหา 'ร่วมกันฉ้อโกง'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน แม้ว่าการจับกุมจะเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการทางกฎหมาย แต่ขอบเขตการดำเนินงานทั้งหมดของเครือข่ายนี้และการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือการดำเนินคดีในประเทศไทย ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 05:39 UTC

เฮียหน่อย ไอคอนหมอลำ เปิดร้านอาหาร 'ส้มตำไอดอล'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เฮียหน่อย ไอคอนหมอลำ เปิดร้านอาหาร 'ส้มตำไอดอล'

สุชาติ อินทร์พรหม หรือ 'เฮียหน่อย' แห่งวงอีสานนครศิลป์ รุกธุรกิจอาหารเปิดร้าน 'ส้มตำไอดอล' ในกรุงเทพฯ โดยให้ลูกชายทั้งสองคนเป็นผู้บริหาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เฮียหน่อย ไอคอนหมอลำ เปิดร้านอาหาร 'ส้มตำไอดอล'

แหล่งข่าวเดียว
เฮียหน่อย ไอคอนหมอลำ เปิดร้านอาหาร 'ส้มตำไอดอล'

สุชาติ อินทร์พรหม หรือ 'เฮียหน่อย' แห่งวงอีสานนครศิลป์ รุกธุรกิจอาหารเปิดร้าน 'ส้มตำไอดอล' ในกรุงเทพฯ โดยให้ลูกชายทั้งสองคนเป็นผู้บริหาร

สุชาติ อินทร์พรหม หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ 'เฮียหน่อย' แห่งวงหมอลำอีสานนครศิลป์ ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ภาคธุรกิจอาหารอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เขาได้เปิดร้านอาหารแห่งใหม่ชื่อ 'ส้มตำไอดอล' ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านโฟล์คพระนคร ย่านรัชดา กรุงเทพฯ

กิจการนี้ถือเป็นสนามฝึกฝนประสบการณ์จริงให้กับลูกชายทั้งสองคน คือ 'แทน' ถิรวัฒน์ และ 'นนท์' อชิระ ซึ่งได้รับมอบหมายให้เข้ามาบริหารร้านด้วยตัวเอง เฮียหน่อยเปิดเผยว่าต้องการให้ลูกชายได้เรียนรู้การบริหารธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งการควบคุมคุณภาพ การบริการลูกค้า และการบริหารต้นทุน โดยเปรียบเปรยว่าเป็นการให้ลูกได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการรับประทานอาหารที่ผสมผสานอาหารอีสานดั้งเดิมเข้ากับความบันเทิง ในอนาคตเฮียหน่อยได้แสดงความตั้งใจที่จะขยายแบรนด์โดยการเปิดสาขาเพิ่มเติมและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารวางจำหน่าย เช่น น้ำส้มตำบรรจุขวดและน้ำปลาร้า แม้ว่าสาขาแรกจะเปิดให้บริการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการขยายสาขาในอนาคตและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 05:16 UTC

แสนสิริเปิดตัวสนามเด็กเล่นรักษ์โลกจากพลาสติกเหลือใช้
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

แสนสิริเปิดตัวสนามเด็กเล่นรักษ์โลกจากพลาสติกเหลือใช้

แสนสิริ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ร่วมมือกับ 4 พันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนฝาขวดพลาสติก 50,000 ฝาให้เป็นสนามเด็กเล่น ถือเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แสนสิริเปิดตัวสนามเด็กเล่นรักษ์โลกจากพลาสติกเหลือใช้

ได้รับการยืนยัน
แสนสิริเปิดตัวสนามเด็กเล่นรักษ์โลกจากพลาสติกเหลือใช้

แสนสิริ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ร่วมมือกับ 4 พันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนฝาขวดพลาสติก 50,000 ฝาให้เป็นสนามเด็กเล่น ถือเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอย่างแสนสิริ ได้ริเริ่มโครงการด้านความยั่งยืนภายใต้ชื่อ “Waste to WORTH” โดยการร่วมมือกับพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม 4 แห่ง เพื่อนำฝาขวดพลาสติกจำนวน 50,000 ฝามาแปรรูปเป็นสนามเด็กเล่นรักษ์โลก ซึ่งได้มีการส่งมอบสนามเด็กเล่น 3 แห่งแรกให้กับโครงการที่อยู่อาศัยในโซนราชพฤกษ์–ตัดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เป็นรูปธรรมในแผนงานของแสนสิริเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในการวางผังเมืองของไทย ที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หันมาบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนมากขึ้น สนามเด็กเล่นเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำการจัดการขยะมาใช้ในพื้นที่อยู่อาศัยจริง

แม้ว่าเฟสแรกจะเสร็จสิ้นในพื้นที่ราชพฤกษ์–ตัดใหม่แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการขยายโครงการนี้ไปยังพื้นที่อื่นหรือโครงการที่อยู่อาศัยในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โครงการนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทต่อความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม แม้ว่าความสามารถในการขยายผลของโครงการรีไซเคิลดังกล่าวในภาพรวมของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดจะยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 07 กันยายน 2026, 07:38 UTC

แสนสิริเปิดตัวสนามเด็กเล่นรักษ์โลกแห่งแรกของไทยที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริเปิดตัวสนามเด็กเล่นรักษ์โลกแห่งแรกของไทยที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล

แสนสิริ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดตัวโครงการสนามเด็กเล่นเพื่อความยั่งยืน โดยนำฝาขวดพลาสติก 50,000 ฝามาแปรรูปเป็นพื้นที่เล่นที่ใช้งานได้จริง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แสนสิริเปิดตัวสนามเด็กเล่นรักษ์โลกแห่งแรกของไทยที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริเปิดตัวสนามเด็กเล่นรักษ์โลกแห่งแรกของไทยที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล

แสนสิริ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดตัวโครงการสนามเด็กเล่นเพื่อความยั่งยืน โดยนำฝาขวดพลาสติก 50,000 ฝามาแปรรูปเป็นพื้นที่เล่นที่ใช้งานได้จริง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ แสนสิริ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ได้เปิดตัวโครงการด้านความยั่งยืนใหม่ภายใต้ชื่อ “Waste to WORTH” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีการนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นสนามเด็กเล่นที่ใช้งานได้จริงและผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย

ในการสร้างโครงสร้างเหล่านี้ บริษัทได้รวบรวมฝาขวดพลาสติกใช้แล้วจำนวน 50,000 ฝา คิดเป็นน้ำหนักรวม 206 กิโลกรัม กระบวนการนี้ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะถูกนำไปฝังกลบได้ถึง 61 กิโลกรัม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 117 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โครงการนำร่องนี้ได้ดำเนินการในโครงการที่อยู่อาศัย 3 แห่งในโซนราชพฤกษ์–ตัดใหม่ ได้แก่ สิริ เพลส, อณาสิริ และ เมเบิล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อมาตรฐานการออกแบบชุมชนในอนาคต โครงการนี้ถือเป็นก้าวที่เป็นรูปธรรมตามแผนงาน Net Zero 2050 ของบริษัท แม้ว่าโครงการนำร่องจะส่งมอบสนามเด็กเล่นเหล่านี้ได้สำเร็จแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทจะขยายรูปแบบการรีไซเคิลนี้ไปยังโครงการอื่นๆ อย่างไร หรือจะมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อื่นๆ นำแนวคิดที่คล้ายคลึงกันไปปรับใช้หรือไม่ โดยปัจจัยเรื่องความทนทานในระยะยาวและการบำรุงรักษาโครงสร้างพลาสติกรีไซเคิลในสภาพอากาศเขตร้อนของไทยจะเป็นสิ่งที่น่าจับตามองต่อไปในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 04:56 UTC

รายได้ภาษีของไทยในช่วง 10 เดือนเกินเป้าหมาย 4.48 หมื่นล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รายได้ภาษีของไทยในช่วง 10 เดือนเกินเป้าหมาย 4.48 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลังรายงานว่าการจัดเก็บรายได้ในช่วงสิบเดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4.48 หมื่นล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รายได้ภาษีของไทยในช่วง 10 เดือนเกินเป้าหมาย 4.48 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รายได้ภาษีของไทยในช่วง 10 เดือนเกินเป้าหมาย 4.48 หมื่นล้านบาท

กระทรวงการคลังรายงานว่าการจัดเก็บรายได้ในช่วงสิบเดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4.48 หมื่นล้านบาท

ตามรายงานจาก Thai Post กระทรวงการคลังของไทยได้ประกาศว่าการจัดเก็บรายได้ในช่วงสิบเดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีมูลค่ารวม 2.36 ล้านล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ถึง 4.48 หมื่นล้านบาท

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผลการดำเนินงานทางการคลังนี้เป็นผลมาจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่มีประสิทธิภาพและผลงานที่แข็งแกร่งของกรมสรรพากร โดยกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นสัญญาณของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านการจัดเก็บภาษี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้สะท้อนถึงสถานะปัจจุบันของเศรษฐกิจในประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะรายงานว่ามีการจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้เน้นเฉพาะช่วงสิบเดือนแรกของปีงบประมาณเท่านั้น ผลกระทบในวงกว้างต่อการใช้จ่ายภาครัฐ การปรับเปลี่ยนนโยบายภาษี หรือโครงการริเริ่มทางเศรษฐกิจในอนาคตนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ

เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานทางการที่ระบุโดย Thai Post ผู้ที่สนใจแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาวควรติดตามประกาศจากรัฐบาลเกี่ยวกับผลสรุปของปีงบประมาณต่อไป ทั้งนี้ รายงานนี้ไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 04:17 UTC

เจ้าหน้าที่ไทยมั่นใจข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ จะได้ข้อสรุปภายในหนึ่งสัปดาห์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ไทยมั่นใจข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ จะได้ข้อสรุปภายในหนึ่งสัปดาห์

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ แสดงความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการสรุปข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ โดยมุ่งหวังที่จะรักษาเงื่อนไขเดิมผ่านการสื่อสารทางการทูตระดับสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่ไทยมั่นใจข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ จะได้ข้อสรุปภายในหนึ่งสัปดาห์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยมั่นใจข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ จะได้ข้อสรุปภายในหนึ่งสัปดาห์

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ แสดงความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการสรุปข้อตกลงภาษีกับสหรัฐฯ โดยมุ่งหวังที่จะรักษาเงื่อนไขเดิมผ่านการสื่อสารทางการทูตระดับสูง

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้แสดงความมั่นใจว่าข้อตกลงภาษีที่ค้างอยู่กับสหรัฐอเมริกาจะได้รับข้อสรุปภายในหนึ่งสัปดาห์ โดยเจ้าหน้าที่ระบุถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเสร็จสิ้นตามเงื่อนไขเดิมที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้

เพื่ออำนวยความสะดวกในการหาข้อยุติ มีรายงานว่ามีการวางแผนประสานงานการสื่อสารระหว่างรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และผู้นำสหรัฐฯ โดยมีการระบุถึงโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อปิดการเจรจา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและกฎระเบียบที่กว้างขึ้นระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับกรอบเวลาและการปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงของการหารือระดับสูงเหล่านี้ยังคงต้องได้รับการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากการสรุปข้อตกลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีและขั้นตอนการบริหารจัดการ ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของเงื่อนไขภาษีและการยืนยันการประชุมทางการทูตที่เสนอยังคงรอการตรวจสอบเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:55 UTC

การเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ใกล้ได้ข้อสรุป
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ใกล้ได้ข้อสรุป

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รายงานความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในหนึ่งสัปดาห์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ใกล้ได้ข้อสรุป

แหล่งข่าวเดียว
การเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ใกล้ได้ข้อสรุป

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รายงานความคืบหน้าเชิงบวกในการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในหนึ่งสัปดาห์

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกากำลังดำเนินไปได้ด้วยดี โดยให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาว่าประเด็นสำคัญทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการสรุปรายละเอียดด้านถ้อยคำและรายละเอียดทางเทคนิคของข้อตกลง

ตามรายงานของ Khaosod Online รองนายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ เมื่อสรุปรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว จะมีการเสนอรายละเอียดไปยังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อนำเสนอต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อไป การเจรจาดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางนโยบายโดยตรงจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งพร้อมที่จะหารือโดยตรงกับผู้นำสหรัฐฯ หากจำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าข้อตกลงจะสำเร็จลุล่วง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงเสถียรภาพในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมักส่งผลต่อราคาสินค้านำเข้าและสภาพเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศไทย แม้รัฐบาลจะยังคงมีความหวังในเชิงบวก แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากทางการสหรัฐฯ ทั้งนี้ ทางกระทรวงไม่ได้แสดงความกังวลเพิ่มเติม และเจ้าหน้าที่คาดว่าเรื่องนี้จะเสร็จสิ้นโดยไม่มีอุปสรรคสำคัญภายในเดือนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:57 UTC

ธนาคารกรุงไทยผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารกรุงไทยผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย

ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารกรุงไทยผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารกรุงไทยผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย

ธนาคารกรุงไทยได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ธนาคารกรุงไทยได้เปิดตัวโครงการความร่วมมืออย่างเป็นทางการโดยมีพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือนี้คือการแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญระดับชาติที่เพิ่มขึ้นในด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมภายในภาคการเงินและภาคธุรกิจของไทย ในขณะที่ประเทศปรับกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศโลก ผู้มาเยือนอาจเริ่มสังเกตเห็นการเพิ่มขึ้นของโครงการสีเขียว แนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืน และโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ ความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการแข่งขันในการเปลี่ยนแปลงระดับโลกสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันการจัดตั้งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์นี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงต่อบริการสำหรับผู้บริโภคหรือกรอบเวลาสำหรับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินสีเขียวใหม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจว่าความร่วมมือระดับสูงเหล่านี้จะส่งผลต่อสาธารณชนและภูมิทัศน์การท่องเที่ยวในวงกว้างอย่างไร โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในวาระการดำเนินงานที่กว้างขึ้นของรัฐบาลในการปรับปรุงเศรษฐกิจให้ทันสมัยพร้อมกับการจัดการกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:55 UTC

ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้าไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้าไทย

วรวงศ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติไทย แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษี และเรียกร้องให้ศุภจีชี้แจงสถานะของการเจรจาทางการค้าให้ชัดเจน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้าไทย

แหล่งข่าวเดียว
ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้าไทย

วรวงศ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติไทย แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะขึ้นภาษี และเรียกร้องให้ศุภจีชี้แจงสถานะของการเจรจาทางการค้าให้ชัดเจน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 วรวงศ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติไทย ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาจะเพิ่มภาษีศุลกากรสำหรับการส่งออกของไทย ความเป็นไปได้ที่จะเกิดอุปสรรคทางการค้าที่สูงขึ้นนี้ได้กระตุ้นให้วรวงศ์ออกมาเรียกร้องต่อศุภจีให้เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของการเจรจาทางการค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เป็นสิ่งที่น่าจับตามองเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการค้าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ต้นทุนสินค้าที่นำเข้า และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวมในประเทศไทย แม้ว่าแนวโน้มการขึ้นภาษีจะยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลสำหรับผู้กำหนดนโยบาย แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีการบรรลุข้อตกลงทางการค้าอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ หรือข้อกังวลที่วรวงศ์หยิบยกขึ้นมาจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายในทันทีหรือไม่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบเฉพาะที่ภาษีเหล่านี้อาจมีต่อราคาผู้บริโภคหรือเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตทั้งหมดของการเจรจาทางการค้าเหล่านี้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:35 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 350 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,700 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 350 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,700 บาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 10.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 350 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงในตลาดทองคำนี้มีความสำคัญเนื่องจากทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์หลักในการเก็บมูลค่าและเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมในประเทศ โดยราคาทองรูปพรรณในปัจจุบันอยู่ที่ 69,700 บาทต่อบาททองคำ

แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นภาพรวมของการประเมินมูลค่าตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือราคาทองคำในประเทศไทยมีความผันผวนสูงและมีการปรับปรุงราคาบ่อยครั้งตลอดวันทำการตามแนวโน้มของตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำหรือปรึกษาร้านทองที่เชื่อถือได้ในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลราคาที่แม่นยำและเป็นปัจจุบันที่สุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มขาขึ้นนี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด เนื่องจากสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามปัจจัยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:36 UTC

ไทยถูกวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางอาเซียนแห่งใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเกิดใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยถูกวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางอาเซียนแห่งใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเกิดใหม่

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ระบุว่าไทยเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับอนาคตของอาเซียนในด้านยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ ฮาลาล ดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยถูกวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางอาเซียนแห่งใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเกิดใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ไทยถูกวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางอาเซียนแห่งใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเกิดใหม่

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ระบุว่าไทยเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับอนาคตของอาเซียนในด้านยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ ฮาลาล ดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ได้จัดงาน 'Trade Intelligence Forum 2026' เมื่อเร็วๆ นี้ โดยงานดังกล่าวได้รวบรวมเครือข่ายทางวิชาการจาก 8 ประเทศในอาเซียนเพื่อจัดทำเอกสารเชิงนโยบายที่มุ่งเน้นเรื่อง 'การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนและดิจิทัลควบคู่กัน' (Twin Green-and-Digital Transition)

ในระหว่างการประชุม ผู้เชี่ยวชาญได้เน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางหลักสำหรับภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมที่กำลังพัฒนาของภูมิภาค ภาคส่วนสำคัญที่ระบุสำหรับการเติบโตนี้ ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), การผลิตเซมิคอนดักเตอร์, อุตสาหกรรมฮาลาล, บริการดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว การอภิปรายชี้ให้เห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านมีความสนใจมากขึ้นในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับไทยเพื่อใช้ประโยชน์จากภาคส่วนที่กำลังเติบโตเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมและจุดเน้นทางเศรษฐกิจของไทย ในขณะที่ประเทศบูรณาการอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ อาจนำไปสู่การเชื่อมต่อในระดับภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่าข้อเสนอนโยบายเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติโดยรัฐบาลอย่างไร และจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนอย่างไรสำหรับการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศของรัฐบาลในอนาคตเพื่อดูว่าข้อเสนอแนะทางวิชาการเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจระดับชาติที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:37 UTC

จังหวัดสระแก้วปิดฉากงานมหกรรมสินค้า “สีสันสระแก้ว 2026”
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดสระแก้วปิดฉากงานมหกรรมสินค้า “สีสันสระแก้ว 2026”

งานมหกรรมสินค้า “สีสันสระแก้ว 2026” ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการในท้องถิ่นและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

จังหวัดสระแก้วปิดฉากงานมหกรรมสินค้า “สีสันสระแก้ว 2026”

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดสระแก้วปิดฉากงานมหกรรมสินค้า “สีสันสระแก้ว 2026”

งานมหกรรมสินค้า “สีสันสระแก้ว 2026” ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการในท้องถิ่นและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานถึงการปิดฉากงานมหกรรมสินค้า “สีสันสระแก้ว 2026” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และสร้างความเชื่อมโยงทางการค้าที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายในเขตพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานลักษณะนี้มักเป็นโอกาสพิเศษในการสัมผัสกับงานฝีมือระดับภูมิภาคและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในท้องถิ่นที่อาจหาไม่ได้ทั่วไปในที่อื่น งานมหกรรมเหล่านี้มักถูกใช้โดยหน่วยงานระดับจังหวัดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และเพิ่มการมองเห็นให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ดำเนินธุรกิจอยู่ใกล้ชายแดน

แม้ว่างานจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่นยังคงต้องติดตามต่อไป รายงานอย่างเป็นทางการได้เน้นย้ำถึงบทบาทของงานในการเสริมสร้างศักยภาพของเศรษฐกิจชายแดน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับปริมาณยอดขายรวมหรือจำนวนธุรกิจที่เข้าร่วม ผู้ที่สนใจโอกาสทางการค้าในระดับภูมิภาคหรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันในจังหวัดสระแก้ว ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดสำหรับกำหนดการในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลยังคงเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:15 UTC

รมว.ท่องเที่ยวไทยเผยกลยุทธ์ไตรมาส 4 เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รมว.ท่องเที่ยวไทยเผยกลยุทธ์ไตรมาส 4 เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ สุรศักดิ์ ประกาศเน้นกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงมูลค่าสูงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้ของประเทศ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รมว.ท่องเที่ยวไทยเผยกลยุทธ์ไตรมาส 4 เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
รมว.ท่องเที่ยวไทยเผยกลยุทธ์ไตรมาส 4 เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ สุรศักดิ์ ประกาศเน้นกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงมูลค่าสูงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้ของประเทศ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า นายสุรศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดการประชุมเชิงกลยุทธ์เพื่อสรุปแผนงานด้านการท่องเที่ยวสำหรับไตรมาสที่ 4 โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมจากการพึ่งพาปริมาณเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้าง 'มูลค่า' เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นายสุรศักดิ์แสดงความมั่นใจว่าการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวบรรลุเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้สำหรับปีนี้ โดยการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูงและการเติบโตที่ยั่งยืน กระทรวงตั้งเป้าที่จะเพิ่มผลกระทบทางเศรษฐกิจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเดือนสุดท้ายของปี 2569 ให้ได้มากที่สุด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มข้อเสนอการท่องเที่ยวระดับพรีเมียมและการมุ่งเน้นบริการที่เน้นคุณภาพทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเฉพาะหรือการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมและกฎระเบียบด้านการท่องเที่ยวยังไม่มีการระบุแน่ชัด ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อความชัดเจนเพิ่มเติมว่าโครงการที่เน้นมูลค่าเหล่านี้จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือประสบการณ์ของผู้มาเยือนอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ กระทรวงยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของโครงการเฉพาะที่จะเปิดตัวเพื่อสนับสนุนเป้าหมายในไตรมาสที่ 4 นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:15 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้รับแรงส่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้รับแรงส่ง

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,630 จุด โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงได้รับความสนใจจากตลาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้รับแรงส่ง

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้รับแรงส่ง

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,630 จุด โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงได้รับความสนใจจากตลาด

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 บริษัทหลักทรัพย์พายได้ประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,610-1,630 จุด ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่มีการเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด

นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI ในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการแนะนำหุ้นอย่าง DELTA, HANA และ KCE สำหรับการเก็งกำไรในระยะสั้น นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นพื้นฐาน เช่น CPALL, CPN, HMPRO และ KBANK

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวของตลาดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการที่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก แม้ว่าความผันผวนของตลาดหุ้นจะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน แต่ก็ถือเป็นตัวบ่งชี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความต้องการชิป AI ในปัจจุบันจะสามารถรักษาแรงส่งให้กับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเหล่านี้ได้นานเพียงใด เนื่องจากสภาวะตลาดยังคงขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาค นักลงทุนควรติดตามการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของตลาดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 03:37 UTC

FETCO มองกฎระเบียบ Data Center ไม่กระทบการลงทุนจากต่างชาติ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

FETCO มองกฎระเบียบ Data Center ไม่กระทบการลงทุนจากต่างชาติ

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ชี้ว่ากฎระเบียบใหม่ของภาครัฐสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะไม่ทำให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติถอนตัว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

FETCO มองกฎระเบียบ Data Center ไม่กระทบการลงทุนจากต่างชาติ

แหล่งข่าวเดียว
FETCO มองกฎระเบียบ Data Center ไม่กระทบการลงทุนจากต่างชาติ

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ชี้ว่ากฎระเบียบใหม่ของภาครัฐสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะไม่ทำให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติถอนตัว

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้แสดงความเห็นต่อข้อกังวลเรื่องผลกระทบของกฎระเบียบภาครัฐชุดใหม่ที่มีต่อการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ FETCO ระบุว่าการกำหนดกติกาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นถือเป็นเรื่องดีสำหรับอุตสาหกรรม

FETCO เชื่อว่าบริษัทต่างชาติที่วางแผนลงทุนในประเทศไทยได้ผ่านการพิจารณาและตรวจสอบอย่างรอบคอบมาแล้ว ดังนั้นการเพิ่มเงื่อนไขทางกฎระเบียบเฉพาะเจาะจงจึงไม่น่าจะเป็นภาระหนักจนถึงขั้นต้องย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น โดยทางสภาฯ ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งในการแข่งขันที่ดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มที่มั่นคงของการเติบโตด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งอาจส่งผลดีต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความน่าเชื่อถือของบริการต่างๆ ในระยะยาว สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ข่าวนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยว แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดระเบียบเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากรอบกฎระเบียบดังกล่าวจะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร และจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่ โดยขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูท่าทีของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต่อแนวทางปฏิบัติที่สรุปออกมา ในขณะที่บริษัทเหล่านั้นยังคงเดินหน้าแผนการขยายธุรกิจในภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 02:36 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 350 บาท เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 350 บาท เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 350 บาท โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 69,700 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 350 บาท เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 350 บาท เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 350 บาท โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 69,700 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ณ วันที่ 8 กันยายน 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อเวลา 09.01 น. ตลาดบันทึกราคาเพิ่มขึ้น 350 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,700 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงสภาวะตลาดในปัจจุบัน ทองคำถือเป็นสินค้าหลักของเศรษฐกิจไทยและเป็นช่องทางการลงทุนที่ได้รับความนิยมสำหรับคนในท้องถิ่น แม้ว่าการปรับขึ้นของราคาจะสะท้อนถึงแนวโน้มตลาดในขณะนั้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกและความต้องการในท้องถิ่น

ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรทราบว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาอย่างเป็นทางการที่สมาคมค้าทองคำประกาศ ณ เวลาที่รายงาน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับราคานี้จะคงอยู่ได้นานเพียงใด เนื่องจากสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อเครื่องประดับทองควรตรวจสอบราคาประจำวันจากร้านทองที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากร้านค้าแต่ละแห่งอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการเพิ่มเติมจากราคาตลาดพื้นฐาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 02:37 UTC

ข้อเสนอระงับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอระงับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

สมาชิกคณะกรรมาธิการวิสามัญเสนอให้ระงับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็นเวลา 1-2 ปี โดยอ้างถึงความจำเป็นในการแสดงความสามัคคีของภาครัฐในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อเสนอระงับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอระงับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

สมาชิกคณะกรรมาธิการวิสามัญเสนอให้ระงับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็นเวลา 1-2 ปี โดยอ้างถึงความจำเป็นในการแสดงความสามัคคีของภาครัฐในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤต

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เสนอให้มีการระงับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็นระยะเวลา 1 ถึง 2 ปี ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ข้อเสนอดังกล่าวถูกนำเสนอเพื่อเป็นมาตรการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

นายวีระให้เหตุผลว่าข้าราชการควรแบ่งเบาภาระร่วมกับประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ โดยเปรียบเทียบกับภาคเอกชนที่หลายบริษัทได้ระงับการขึ้นเงินเดือนพนักงานไปแล้ว เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการรักษาความอยู่รอดและเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทในระยะยาว เขาเสนอว่าหากรัฐบาลใช้วิธีการที่คล้ายคลึงกัน ก็จะเป็นการแสดงความสามัคคีกับประชาชนที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับข้อจำกัดทางการคลังท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง แม้ว่าในขณะนี้จะเป็นเพียงข้อเสนอจากสมาชิกคณะกรรมาธิการและยังไม่ใช่การดำเนินนโยบายอย่างเป็นทางการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางเศรษฐกิจที่ตึงเครียดซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายภาครัฐและการตัดสินใจด้านการบริหารในอนาคต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อเสนอนี้จะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ หรือรัฐบาลจะพิจารณานำมาตรการระงับการขึ้นเงินเดือนนี้มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจในภาพรวมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 02:37 UTC

คิวบาเผชิญภาวะเศรษฐกิจตึงตัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คิวบาเผชิญภาวะเศรษฐกิจตึงตัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

รายงานจากรัฐบาลล่าสุดเน้นย้ำถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่มีต่อคิวบามาอย่างยาวนาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คิวบาเผชิญภาวะเศรษฐกิจตึงตัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
คิวบาเผชิญภาวะเศรษฐกิจตึงตัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

รายงานจากรัฐบาลล่าสุดเน้นย้ำถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่มีต่อคิวบามาอย่างยาวนาน

ตามรายงานที่อ้างถึงโดย Thai Post เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 รัฐบาลคิวบาระบุว่าประเทศกำลังประสบกับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ รายงานดังกล่าวระบุว่าความตึงเครียดทางการเงินในปัจจุบันถือเป็นความเสียหายที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์แห่งนี้กับสหรัฐอเมริกา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความผันผวนอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจคิวบา ผู้ที่เดินทางมาเยือนเกาะแห่งนี้อาจพบกับปัญหาการขาดแคลนสินค้าจำเป็น ความผันผวนในการให้บริการ และความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในการทำธุรกรรมทางการเงินเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เข้มงวด การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นอาจมีความซับซ้อนมากขึ้นจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้

แม้ว่ารายงานของรัฐบาลจะเน้นย้ำถึงความลึกซึ้งของวิกฤตการณ์ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสภาวะทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หรือจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายเฉพาะเจาะจงใดๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจในท้องถิ่นก่อนวางแผนการเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์นี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและนโยบายภายในประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลทางการเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญอยู่อย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 08 กันยายน 2026, 00:56 UTC