ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่ 'QR มหาเฮง X นกกระซิบ'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่ 'QR มหาเฮง X นกกระซิบ'

ธนาคารออมสินได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ที่ให้วงเงินสูงสุด 50,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่ 'QR มหาเฮง X นกกระซิบ'

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารออมสินเปิดตัวสินเชื่อใหม่ 'QR มหาเฮง X นกกระซิบ'

ธนาคารออมสินได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ที่ให้วงเงินสูงสุด 50,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ธนาคารออมสินได้เปิดตัวสินเชื่อใหม่ภายใต้ชื่อ 'QR มหาเฮง X นกกระซิบ' อย่างเป็นทางการ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินนี้อนุญาตให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถกู้ยืมเงินได้สูงสุด 50,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.75% ต่อเดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการเข้าถึงสภาพคล่องระยะสั้นผ่านธนาคารของรัฐ ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของธนาคารในการให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงได้แก่ประชาชนทั่วไป

แม้ว่าธนาคารจะประกาศความพร้อมของสินเชื่อนี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์คุณสมบัติที่แน่นอน เอกสารที่จำเป็น และขั้นตอนการสมัครยังคงต้องรอการยืนยันจากทางสถาบัน ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ทางการของธนาคารออมสินหรือติดต่อสาขาใกล้บ้านเพื่อตรวจสอบว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดสำหรับโครงการสินเชื่อนี้หรือไม่ เช่นเดียวกับภาระผูกพันทางการเงินอื่นๆ ผู้กู้ที่มีศักยภาพควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนดำเนินการสมัคร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:21 UTC

ไทยเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังถูกปรับขึ้นภาษีจากกรณีการไต่สวนแรงงานบังคับ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังถูกปรับขึ้นภาษีจากกรณีการไต่สวนแรงงานบังคับ

กระทรวงพาณิชย์ไทยกำลังเร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากอัตราภาษี 12.5% ที่ถูกเรียกเก็บหลังจากการไต่สวนเรื่องแรงงานบังคับ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังถูกปรับขึ้นภาษีจากกรณีการไต่สวนแรงงานบังคับ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังถูกปรับขึ้นภาษีจากกรณีการไต่สวนแรงงานบังคับ

กระทรวงพาณิชย์ไทยกำลังเร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากอัตราภาษี 12.5% ที่ถูกเรียกเก็บหลังจากการไต่สวนเรื่องแรงงานบังคับ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงถึงผลกระทบจากการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ ต่อการส่งออกของไทย โดยสหรัฐฯ ได้ประกาศอัตราภาษี 12.5% สำหรับสินค้าไทยบางรายการ เนื่องจากความกังวลเรื่องมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ ในขณะที่ประเทศที่มีมาตรการห้ามนำเข้าดังกล่าวหรือได้ทำข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ จะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าคือ 10%

สำหรับผู้ที่อาศัยและผู้ประกอบการในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์กำลังให้ความสำคัญกับการเร่งสรุปข้อตกลง ART กับสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาอัตราภาษีรวมให้อยู่ในกรอบ 19% เพื่อให้สินค้าไทยยังคงความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งในภูมิภาคได้

แม้ว่าสหรัฐฯ จะได้ประกาศรายการสินค้าบางส่วนที่ได้รับยกเว้นจากภาษีเพิ่มเติมนี้แล้ว แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างยังคงต้องติดตามความคืบหน้าจากการเจรจาทางการทูตต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าการเจรจา ART จะสิ้นสุดลงเมื่อใด หรือจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าที่อาจส่งผลต่อต้นทุนของสินค้าทั้งนำเข้าและส่งออก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:22 UTC

พบรายการซื้อขายหุ้น BEM ล็อตใหญ่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พบรายการซื้อขายหุ้น BEM ล็อตใหญ่

หุ้นของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มีปริมาณการซื้อขายผ่านกระดาน Big Lot จำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 1.3 พันล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พบรายการซื้อขายหุ้น BEM ล็อตใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
พบรายการซื้อขายหุ้น BEM ล็อตใหญ่

หุ้นของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มีปริมาณการซื้อขายผ่านกระดาน Big Lot จำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 1.3 พันล้านบาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มีความเคลื่อนไหวทางการซื้อขายที่สำคัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีการซื้อขายหุ้นผ่านกระดานรายใหญ่ (Big Lot) รวม 8 รายการ จำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.3 พันล้านบาท โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 6.50 บาทต่อหุ้น

รายการซื้อขายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในช่วงเช้าของวันดังกล่าวมีจำนวน 110 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 715 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การทำรายการขนาดใหญ่เช่นนี้มักเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในสัดส่วนการถือหุ้นของสถาบัน หรือการปรับพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แม้ว่าความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามปกติของตลาด แต่บางครั้งอาจนำไปสู่ความผันผวนที่เพิ่มขึ้นหรือความสนใจในผลการดำเนินงานของหุ้นบริษัท

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของผู้ซื้อและผู้ขายที่เกี่ยวข้องกับรายการเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์ตลาดกำลังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าการซื้อขายเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเป็นเจ้าของของบริษัทหรือทิศทางเชิงกลยุทธ์ในระยะยาวหรือไม่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทำรายการเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านเอกสารรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:46 UTC

ธนาคารออมสินคว้ารางวัล CCEO Award ประจำปี 2569 ด้านการบริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นเลิศ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารออมสินคว้ารางวัล CCEO Award ประจำปี 2569 ด้านการบริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นเลิศ

ธนาคารออมสินได้รับรางวัล CCEO Award จากผลงานที่โดดเด่นในการจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารออมสินคว้ารางวัล CCEO Award ประจำปี 2569 ด้านการบริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นเลิศ

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารออมสินคว้ารางวัล CCEO Award ประจำปี 2569 ด้านการบริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์ที่เป็นเลิศ

ธนาคารออมสินได้รับรางวัล CCEO Award จากผลงานที่โดดเด่นในการจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ธนาคารออมสินได้รับการยกย่องในความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้า โดยสถาบันได้รับรางวัล CCEO Award สำหรับการบริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์และข้อร้องเรียนที่เป็นเลิศประจำปี 2569

นางสาววชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นผู้รับมอบรางวัลในนามขององค์กร การยอมรับนี้เน้นย้ำถึงความพยายามของธนาคารในการปรับปรุงกลไกการรับฟังความคิดเห็นและพัฒนากระบวนการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้บริการของธนาคารออมสิน รางวัลนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความสำคัญที่ธนาคารให้กับการตรวจสอบได้ของสถาบันและมาตรฐานการสนับสนุนลูกค้า การจัดการข้อร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพมักเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับความน่าเชื่อถือของบริการในภาคการธนาคาร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถาบันกำลังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้และความโปร่งใสในการดำเนินงาน

แม้ว่ารางวัลนี้จะยืนยันถึงความสำเร็จในปัจจุบันของธนาคารในการจัดการความคิดเห็น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการภายในเหล่านี้จะพัฒนาอย่างไรเพื่อตอบสนองความต้องการทางดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นของภาคการธนาคารไทย ลูกค้าได้รับการสนับสนุนให้ใช้ช่องทางที่เป็นทางการของธนาคารออมสินต่อไปสำหรับข้อซักถามหรือข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อให้มั่นใจว่าความคิดเห็นของท่านจะได้รับการดำเนินการผ่านระบบที่ได้รับการยอมรับเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:01 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย 150 บาทต่อบาททองคำในช่วงสายของวันที่ 24 กันยายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย 150 บาทต่อบาททองคำในช่วงสายของวันที่ 24 กันยายน 2569

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 11.19 น. ราคาทองรูปพรรณอยู่ที่ 68,650 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับลดลง 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกติดตามในฐานะตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันถือเป็นความเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดปกติ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขเหล่านี้เป็นอัตราอย่างเป็นทางการที่สมาคมค้าทองคำประกาศ ณ เวลาที่กำหนด ราคาในตลาดอาจมีความผันผวนตลอดทั้งวันซื้อขาย และร้านค้าปลีกแต่ละแห่งอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่ากำเหน็จที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าหรือความประณีตของชิ้นงาน ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรตรวจสอบราคาปัจจุบันโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตหรือผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของสมาคม เนื่องจากราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:46 UTC

ส.อ.ท. เตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ส.อ.ท. เตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แนะนำให้ภาคธุรกิจเตรียมรับมือกับความผันผวนของต้นทุนพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. เตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

แหล่งข่าวเดียว
ส.อ.ท. เตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แนะนำให้ภาคธุรกิจเตรียมรับมือกับความผันผวนของต้นทุนพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับความไม่แน่นอนสูงของราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยอ้างถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่าแม้ภาครัฐจะมีการบริหารจัดการสำรองพลังงานภายในประเทศ แต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับต้นทุนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากหากราคาน้ำมันดีเซลยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบ การผลิต การก่อสร้าง และโลจิสติกส์ ส.อ.ท. เน้นย้ำว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีอัตรากำไรจำกัดจะเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด ซึ่งต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นนี้อาจส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและกำลังซื้อโดยรวมในประเทศไทย

เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว ส.อ.ท. ได้กระตุ้นให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนภายในองค์กรและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงรักษาความมั่นคงทางพลังงานไว้ได้ แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกยังคงเป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความผันผวนของราคาจะดำเนินไปนานเพียงใดและจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าและบริการสำหรับประชาชนทั่วไปมากน้อยเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:03 UTC

การส่งออกลำไยภาคตะวันออกของไทยเผชิญความท้าทายในฤดูกาล 2569/70
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การส่งออกลำไยภาคตะวันออกของไทยเผชิญความท้าทายในฤดูกาล 2569/70

มาตรการนำเข้าที่เข้มงวดของจีนเกี่ยวกับระดับซัลเฟอร์ไดออกไซด์กำลังสร้างความไม่แน่นอนให้กับอุตสาหกรรมลำไยในภาคตะวันออกของไทย ส่งผลกระทบต่อราคาและความมั่นคงในการส่งออก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การส่งออกลำไยภาคตะวันออกของไทยเผชิญความท้าทายในฤดูกาล 2569/70

แหล่งข่าวเดียว
การส่งออกลำไยภาคตะวันออกของไทยเผชิญความท้าทายในฤดูกาล 2569/70

มาตรการนำเข้าที่เข้มงวดของจีนเกี่ยวกับระดับซัลเฟอร์ไดออกไซด์กำลังสร้างความไม่แน่นอนให้กับอุตสาหกรรมลำไยในภาคตะวันออกของไทย ส่งผลกระทบต่อราคาและความมั่นคงในการส่งออก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ฤดูกาลลำไยปี 2569/70 ในภาคตะวันออกของไทยกำลังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญในการส่งออก ความกังวลหลักมาจากมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ของจีนเกี่ยวกับสารตกค้างซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในผลไม้นำเข้า มาตรฐานที่สูงขึ้นเหล่านี้ได้เพิ่มความเสี่ยงที่ตู้สินค้าส่งออกจะถูกตีกลับที่ชายแดน ซึ่งสร้างภาระหนักให้กับผู้ส่งออก

เพื่อตอบสนองต่อความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ล้งบางแห่งได้เริ่มกดราคารับซื้อลำไยจากสวนเพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน แรงกดดันด้านราคาที่ลดลงนี้กำลังสร้างสภาพแวดล้อมที่ท้าทายสำหรับเกษตรกรในท้องถิ่นในขณะที่เตรียมตัวสำหรับฤดูกาลที่จะมาถึง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการเกษตรในท้องถิ่น สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความผันผวนของการพึ่งพาตลาดส่งออกเฉพาะกลุ่ม และโอกาสที่จะเกิดความผันผวนของราคาผลผลิตในท้องถิ่น แม้ว่าสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจะติดตามสถานการณ์อยู่ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อปริมาณการส่งออกรวมและการปรับตัวเฉพาะที่ล้งจะดำเนินการนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบเหล่านี้ และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเจรจาทางการค้าหรือโปรโตคอลการควบคุมคุณภาพที่ปรับปรุงใหม่เมื่อฤดูกาลดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 03:43 UTC

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 24 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

YLG Bullion รายงานว่าราคาทองคำเผชิญกับแรงต้านในช่วง 4,373–4,403 ดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดแรงขายกลับเข้ามาอีกครั้ง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

YLG Bullion รายงานว่าราคาทองคำเผชิญกับแรงต้านในช่วง 4,373–4,403 ดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดแรงขายกลับเข้ามาอีกครั้ง

ตามรายงานจากบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ตลาดทองคำกำลังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน แม้ว่าเมื่อวานนี้จะมีแรงซื้อเข้ามาผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น แต่ตลาดไม่สามารถผ่านระดับแนวต้านที่ 4,373–4,403 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ การที่ไม่สามารถรักษาเสถียรภาพในระดับที่สูงขึ้นได้ทำให้เกิดแรงขายกดดันกลับเข้ามา ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย บทวิเคราะห์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดโลหะมีค่า แม้ว่าทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่แนวต้านทางเทคนิคในปัจจุบันบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นยังคงมีความอ่อนไหวต่อความเชื่อมั่นของตลาดและการขายทำกำไร ผู้ที่ติดตามตลาดควรทราบว่าการที่ไม่สามารถทะลุผ่านระดับราคาดังกล่าวได้นั้นบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ต้องใช้ความระมัดระวังในระยะอันใกล้

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจระดับโลกจะมีอิทธิพลต่อระดับราคาเหล่านี้อย่างไรในช่วงเวลาที่เหลือของวันซื้อขาย นักลงทุนควรติดตามการอัปเดตเพิ่มเติมจากนักวิเคราะห์ทางการเงินเพื่อทำความเข้าใจว่าแรงขายในปัจจุบันจะนำไปสู่การปรับฐานที่ลึกขึ้นหรือไม่ หรือตลาดจะพยายามทดสอบระดับแนวต้านเหล่านี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และรายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของการวิเคราะห์ทางเทคนิคจาก YLG Bullion เท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 03:44 UTC

ตลาดหุ้นไทยผันผวนท่ามกลางการเจรจาการค้าระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหุ้นไทยผันผวนท่ามกลางการเจรจาการค้าระดับโลก

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,597-1,625 จุดในวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันโลกและการหารือที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทยผันผวนท่ามกลางการเจรจาการค้าระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหุ้นไทยผันผวนท่ามกลางการเจรจาการค้าระดับโลก

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,597-1,625 จุดในวันนี้ โดยได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันโลกและการหารือที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะมีความผันผวนในวันนี้ 24 กันยายน 2569 โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,597 ถึง 1,625 จุด นักวิเคราะห์ระบุว่าตลาดกำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทรงตัวอยู่ในระดับ 102-103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นักลงทุนกำลังจับตาดูการหารือระดับสูงระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ รวมถึงการค้าระหว่างประเทศและปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากมักส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลกและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศไทย โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ได้ระบุว่าหุ้น PTT, KBANK และ AMATA เป็นหุ้นที่น่าจับตามองในช่วงที่มีความผันผวนนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวของตลาดเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่น แม้ว่าการคาดการณ์เหล่านี้จะเป็นเพียงภาพรวมของความเชื่อมั่นของตลาดในปัจจุบัน แต่ผลการดำเนินงานจริงของ SET จะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงความผันผวนเพิ่มเติมในตลาดพลังงานโลก นักลงทุนควรติดตามรายงานทางการเงินอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเจรจาระหว่างประเทศเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 03:44 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 100 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 100 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองคำปรับตัวลดลง 100 บาทในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่ 68,700 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 100 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 100 บาท เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองคำปรับตัวลดลง 100 บาทในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่ 68,700 บาท

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยเมื่อเวลา 09.17 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาขายออกทองรูปพรรณปรับตัวลดลง 100 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า มาอยู่ที่ 68,700 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกจับตามองในฐานะดัชนีชี้วัดความรู้สึกทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนและสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในประเทศ แต่การปรับเปลี่ยนรายวันนี้สะท้อนถึงแนวโน้มของตลาดในวงกว้างมากกว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายเฉพาะในท้องถิ่น

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขเหล่านี้แสดงถึงราคาขายทองรูปพรรณตามที่สมาคมรายงาน ณ เวลาที่ระบุ นักท่องเที่ยวหรือนักลงทุนที่ต้องการซื้อทองคำควรทราบว่าราคาอาจมีความผันผวนตลอดทั้งวันตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากข้อมูลเฉพาะช่วงเวลาของสมาคมค้าทองคำ ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบราคาปัจจุบันโดยตรงกับร้านทองที่ได้รับอนุญาตหรือเว็บไซต์ทางการของสมาคมก่อนทำธุรกรรม ทั้งนี้ ไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มระยะยาวของราคาทองคำในการอัปเดตนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากอิหร่านปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการหยุดชะงักของอุปทาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากอิหร่านปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการหยุดชะงักของอุปทาน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบทั้งเวสต์เทกซัส (WTI) และเบรนต์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ความเคลื่อนไหวของตลาดนี้มีสาเหตุหลักมาจากการที่อิหร่านตัดสินใจต้านทานแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เพิ่มความกังวลไปทั่วโลกเกี่ยวกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นและผลกระทบที่จะตามมาต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากมักเป็นสัญญาณเตือนถึงความผันผวนของราคาน้ำมันในประเทศ ในอดีต ต้นทุนน้ำมันดิบโลกที่สูงขึ้นมักนำไปสู่การปรับราคาที่สถานีบริการน้ำมันในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าขนส่งและราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปทั่วประเทศ

แม้ว่าความผันผวนของตลาดในปัจจุบันจะชัดเจน แต่ผลกระทบในระยะยาวยังคงต้องรอการยืนยัน นักวิเคราะห์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าทางตันทางภูมิรัฐศาสตร์จะทวีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ หรือช่องทางการทูตจะสามารถสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดได้หรือไม่ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศราคาน้ำมันจากผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ในท้องถิ่น เนื่องจากราคาเหล่านี้จะสะท้อนถึงผลกระทบแบบเรียลไทม์ของเหตุการณ์ระหว่างประเทศเหล่านี้ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 02:43 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมากในวันที่ 24 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมากในวันที่ 24 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของราคาทองคำในประเทศ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,600 บาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมากในวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงอย่างมากในวันที่ 24 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของราคาทองคำในประเทศ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,600 บาท

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ประกาศการปรับตัวลดลงของราคาทองคำทั่วประเทศ ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อเวลา 09.08 น. ระบุว่าราคาทองคำปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้าคือวันที่ 23 กันยายน

สำหรับประชาชนและนักลงทุน ราคาตลาดปัจจุบันสำหรับทองรูปพรรณ 96.5% อยู่ที่รับซื้อบาทละ 66,249.20 บาท และขายออกบาทละ 68,600 บาท ในขณะที่ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,600 บาท และขายออกบาทละ 67,800 บาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงการประกาศครั้งแรกของวัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มตลาดโลกที่ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,277.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้มาตรฐานของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีความสำคัญสำหรับผู้ที่ซื้อขายหรือซื้อเครื่องประดับ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจในท้องถิ่นควรทราบว่าราคาเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันตามความผันผวนของตลาดระหว่างประเทศ สมาคมค้าทองคำจะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับเสถียรภาพของตลาดหรือการปรับราคาในลำดับต่อไปในขณะที่การซื้อขายยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 02:21 UTC

นายกฯ มั่นใจการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ มั่นใจการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจต่อการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกาในระหว่างการเยือนนครนิวยอร์ก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ มั่นใจการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ มั่นใจการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจต่อการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกาในระหว่างการเยือนนครนิวยอร์ก

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 81 ณ นครนิวยอร์ก นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับการเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยกล่าวที่วัดพุทธไทยถาวรวนารามว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำลังดำเนินการเจรจาอยู่ และเชื่อมั่นว่าการเจรจาจะต้องประสบความสำเร็จ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจว่า ไทยส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 1.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และได้ดุลการค้าเกือบ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยระบุว่าไทยไม่สามารถเลือกข้างใดข้างหนึ่งระหว่างจีนหรือสหรัฐฯ ได้ แต่ต้องรักษาจุดยืนทางการทูตและเศรษฐกิจที่สมดุลเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่มั่นคงกับมหาอำนาจโลก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แม้นายกรัฐมนตรีจะมีความมั่นใจ แต่รายละเอียดเฉพาะของข้อตกลงภาษียังคงต้องรอการสรุปผลอย่างเป็นทางการ โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตจากกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 02:01 UTC

อนุทินโชว์วิสัยทัศน์เศรษฐกิจไทยในนิวยอร์ก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อนุทินโชว์วิสัยทัศน์เศรษฐกิจไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประสบความสำเร็จในการจัดโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนที่นิวยอร์ก โดยมีเป้าหมายยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อนุทินโชว์วิสัยทัศน์เศรษฐกิจไทยในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินโชว์วิสัยทัศน์เศรษฐกิจไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประสบความสำเร็จในการจัดโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนที่นิวยอร์ก โดยมีเป้าหมายยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580

ตามรายงานจาก Thai Post นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้เสร็จสิ้นการจัดโรดโชว์เพื่อดึงดูดการลงทุนระดับสูงที่นครนิวยอร์ก โดยกิจกรรมดังกล่าวเน้นกลุ่มตัวแทนตลาดทุนและกองทุนการเงินของสหรัฐฯ เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจระยะยาวและศักยภาพในการเติบโตของประเทศไทย

ผู้นำภาคเอกชนและผู้เข้าร่วมในตลาดทุนต่างแสดงความพึงพอใจต่อการนำเสนอในครั้งนี้ โดยเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2580 การเข้าถึงนักลงทุนระหว่างประเทศโดยตรงมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งและดึงดูดเงินทุนที่จำเป็นต่อการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาประเทศที่สำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวและการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก แม้ว่าการตอบรับเบื้องต้นจากกองทุนในสหรัฐฯ จะดูเป็นไปในเชิงบวก แต่กลไกเชิงนโยบายและการปรับปรุงกฎหมายที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2580 นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือในระดับนานาชาตินี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร และเส้นทางการเติบโตที่คาดการณ์ไว้นั้นจะเป็นไปตามแผนหรือไม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 02:03 UTC

นายกฯ มั่นใจการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ มั่นใจการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจต่อการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่สมดุล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ มั่นใจการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ มั่นใจการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจต่อการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่สมดุล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวว่าการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นภาษีกับสหรัฐอเมริกากำลังใกล้จะบรรลุผลสำเร็จ โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าการหารือดังกล่าวจะส่งผลดีต่อประเทศไทย

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในการค้าระหว่างประเทศ โดยระบุว่าไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งทั้งกับจีนและสหรัฐอเมริกา และย้ำว่าไทยไม่สามารถเลือกข้างในความขัดแย้งทางการค้าระดับโลกได้ เนื่องจากประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีกับทั้งสองมหาอำนาจเพื่อรักษาการเติบโตของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศท่ามกลางนโยบายการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การบรรลุข้อตกลงในการเจรจาภาษีนี้อาจส่งผลต่อราคาสินค้านำเข้าและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวมในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะของข้อตกลงทางภาษีและกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการดำเนินการยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่าพลวัตทางการค้าเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดท้องถิ่นและบรรยากาศการลงทุนระหว่างประเทศอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 02:00 UTC

เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.33 ต่อดอลลาร์สหรัฐ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.33 ต่อดอลลาร์สหรัฐ

เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 กันยายน 2569 สะท้อนถึงการอ่อนค่าเล็กน้อย ขณะที่นักวิเคราะห์จับตาระดับแนวรับและแนวต้าน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.33 ต่อดอลลาร์สหรัฐ

แหล่งข่าวเดียว
เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 33.33 ต่อดอลลาร์สหรัฐ

เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 กันยายน 2569 สะท้อนถึงการอ่อนค่าเล็กน้อย ขณะที่นักวิเคราะห์จับตาระดับแนวรับและแนวต้าน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เงินบาทเปิดตลาดในวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี ระบุว่าค่าเงินบาทกำลังเผชิญกับช่วงที่อ่อนค่าในช่วงเปิดตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้านำเข้าและอำนาจซื้อของเงินตราต่างประเทศ นักวิเคราะห์ได้กำหนดระดับแนวรับของเงินบาทไว้ที่ 33.20 บาท ในขณะที่ระดับแนวต้านคาดการณ์ไว้ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นภาพรวมของสภาวะตลาดในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามว่าค่าเงินจะมีทิศทางอย่างไรในช่วงที่เหลือของวันทำการ ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดควรติดตามข่าวสารทางการเงินอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้า เนื่องจากค่าเงินมีความผันผวนตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกและสภาวะตลาดในประเทศ ข้อมูลนี้มีไว้เพื่อการรับทราบทั่วไปและไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 02:06 UTC

นายกฯ อนุทิน มั่นใจการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน มั่นใจการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจต่อการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำถึงจุดยืนทางการค้าที่สมดุลของประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน มั่นใจการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน มั่นใจการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจต่อการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำถึงจุดยืนทางการค้าที่สมดุลของประเทศไทย

ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับภาษีการค้าของสหรัฐฯ โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีความมั่นใจว่าการเจรจาเกี่ยวกับภาษีเหล่านี้จะประสบความสำเร็จ

นายอนุทินเน้นย้ำถึงตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งทั้งกับจีนและสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าไทยไม่สามารถเลือกข้างใดข้างหนึ่งได้ และรัฐบาลกำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อรับมือกับความซับซ้อนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของไทย นายกรัฐมนตรียังระบุด้วยว่าการหารือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญ รวมถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย แม้นายกรัฐมนตรีจะยังคงมีความมั่นใจ แต่รายละเอียดเฉพาะของข้อตกลงทางการค้าหรือการปรับเปลี่ยนภาษีศุลกากรยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่นโยบายการค้าที่เป็นรูปธรรมระหว่างกรุงเทพฯ และวอชิงตันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 01:46 UTC

รัฐบาลไทยโต้กลับคำวิจารณ์เรื่องการวิเคราะห์นโยบายภาษีสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยโต้กลับคำวิจารณ์เรื่องการวิเคราะห์นโยบายภาษีสหรัฐฯ

รองโฆษกรัฐบาล ลลิดา ได้โต้แย้งการประเมินของอดีตทูต พิศาล เกี่ยวกับอัตราภาษีของสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้มองภาพรวมของความสามารถในการแข่งขันทางการค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยโต้กลับคำวิจารณ์เรื่องการวิเคราะห์นโยบายภาษีสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยโต้กลับคำวิจารณ์เรื่องการวิเคราะห์นโยบายภาษีสหรัฐฯ

รองโฆษกรัฐบาล ลลิดา ได้โต้แย้งการประเมินของอดีตทูต พิศาล เกี่ยวกับอัตราภาษีของสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้มองภาพรวมของความสามารถในการแข่งขันทางการค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

รองโฆษกรัฐบาล ลลิดา ได้ออกมาตอบโต้ความคิดเห็นของอดีตทูต พิศาล เกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยข้อพิพาทนี้มุ่งเน้นไปที่การตีความตัวเลขภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอัตรา 12.5% ที่พิศาลได้กล่าวถึง ลลิดาโต้แย้งว่าการมุ่งเน้นไปที่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์เพียงจุดเดียวทำให้เห็นภาพรวมทางเศรษฐกิจที่ไม่สมบูรณ์ เธอเน้นย้ำว่าการวิเคราะห์ที่เหมาะสมจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบสะสมของภาษีตามมาตรา 301 และเปรียบเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาคของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ปัจจุบันรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการสรุปข้อตกลง ART (การวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูง) ซึ่งเจ้าหน้าที่มองว่าเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนและการเติบโตทางอุตสาหกรรม

แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ากลยุทธ์ทางเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง แต่การถกเถียงนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการสรุปข้อตกลง ART จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างไร และจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าเพิ่มเติมเพื่อชดเชยการเปลี่ยนแปลงทางภาษีระดับโลกหรือไม่ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาของข้อตกลง ART

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 00:46 UTC