ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส ✦
การเมือง ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่ ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
กีฬา เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน ✦
การเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ✦
กีฬา บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กีฬา

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แฟนบอลในประเทศไทยสามารถติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 คืนนี้ โดยมีคู่สำคัญระหว่างอิตาลีกับเบลเยียม และตุรกีกับฝรั่งเศส

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 จะดำเนินต่อในคืนนี้ วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีแมตช์สำคัญสองคู่ในเวลา 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในกลุ่ม 1 อิตาลีจะเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของเบลเยียม ในเชิงสถิติอิตาลีมีผลงานที่แข็งแกร่งเมื่อพบกับเบลเยียม โดยไม่เคยแพ้เลยในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 4 เสมอ 1) ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่เกมนี้ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผลการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน ตุรกีจะพบกับฝรั่งเศสในอีกคู่ของกลุ่ม 1 แม้ว่าตุรกีจะถูกมองว่าเป็นรอง แต่ก็หวังที่จะสร้างความท้าทายให้กับทีมฝรั่งเศส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง MonoMax โดยคู่ระหว่างอิตาลีและเบลเยียมจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 ด้วย การแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เนื่องจากทั้งสองคู่เป็นการประเดิมสนามของโค้ชใหม่ กลยุทธ์การเล่นจึงยังคงต้องรอติดตามเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผู้ชมควรตรวจสอบตารางการออกอากาศในพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

ชาวบ้านในบางศรีเมืองยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดการปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการดูแลเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไร จ.นนทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำเทศบาล ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเครื่องสูบน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก ชาวบ้านอ้างว่าเนื่องจากงบประมาณของเทศบาลไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตำหนิผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อนุญาตให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีรายงานว่ามีการปะทะคารมและใช้ถ้อยคำรุนแรง ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารท้องถิ่นและชุมชนหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยของภาคประชาชน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และจะมีการจัดตั้งกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความเห็นต่างในการปฏิบัติงานระหว่างเทศบาลและชุมชนวัดป่าเรไรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกควบคุมตัวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายคนงานสวนวัย 67 ปีจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีทำร้ายร่างกายชายวัย 67 ปี ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนลำไยจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Khaosod Online

ในระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ใช้ด้ามมีดอีโต้ตีเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง โดยอ้างว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายเข้ามาขโมยฟักทองในสวนจำนวน 3 ลูก ผู้ต้องหาระบุว่าได้ลากร่างผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ทุ่งนาใกล้เคียง โดยเข้าใจว่าผู้ตายเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ถึงแก่ความตาย และยืนยันว่าใช้เพียงด้ามมีดในการก่อเหตุ ไม่ได้ใช้คมมีด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทในท้องถิ่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งการตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กีฬา

เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการและพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ได้ผ่านขั้นตอนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพบกับผู้ท้าชิงจากประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการมวยอาชีพในประเทศไทย การแข่งขันในระดับนี้มักดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานที่จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมชมหรือเดินทางใกล้สถานที่จัดงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมที่หนาแน่นและการจราจรที่อาจติดขัด

แม้ว่าการชั่งน้ำหนักจะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องรอติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าเพชรโกศลจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานที่ชัดเจนหรือข้อมูลการถ่ายทอดสด ดังนั้นผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันควรติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:15 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

เกิดเหตุรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนชนกับขบวนรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในย่านพหลโยธิน ส่งผลให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานเหตุการณ์รถจักรดีเซลสับเปลี่ยน หมายเลข 4025 เคลื่อนเข้าชนชุดรถพ่วงโดยสารของขบวนรถที่ 32 (เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ซึ่งจอดอยู่ภายในย่านรถไฟทางไกล (ย่านพหลโยธิน) ส่งผลให้ตู้รถโดยสารได้รับความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพนักงานรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและ รฟท. กำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า รฟท. ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้รถโดยสารที่เสียหายเพื่อให้การปฏิบัติงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน สภาพของรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของย่านรถไฟทางไกลและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถหรือการเดินทางของผู้โดยสารแต่อย่างใด รฟท. ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

สส. พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครองเกี่ยวกับการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องส่วยที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในภูเก็ต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครอง (DOPA) อย่างเปิดเผย โดยความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยในภาคธุรกิจสถานบันเทิงของจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์แสดงความไม่พอใจต่อการตอบสนองของกรมฯ ต่อหลักฐานที่เขานำเสนอเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเขาระบุว่าท่าทีของหน่วยงานเป็นการปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนที่จะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลภายในโดยตรง สส. ผู้นี้โต้แย้งว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลีกเลี่ยงปัญหาของระบบราชการที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานบันเทิงยามค่ำคืนในภูเก็ต แม้ว่าข้อกล่าวหาจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกรมการปกครองจะให้คำตอบที่ละเอียดขึ้นต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือการดำเนินการทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาชาวไทย ภูริพล บุญสอน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลก หลังทำสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี สร้างผลงานครั้งสำคัญด้วยการขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลกในการจัดอันดับวิ่ง 100 เมตรชาย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมทำสถิติใหม่ของรายการด้วยเวลา 9.90 วินาที

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกรีฑาไทย เนื่องจากเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10.44 วินาที ผลงานของภูริพลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากการที่เขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรอบเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างกระแสความสนใจในวงการกีฬาไทย และอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกิจกรรมกรีฑาและสถานที่ฝึกซ้อมในท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าเวลา 9.90 วินาทีจะได้รับการยืนยันว่าเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์แล้ว แต่ผู้ติดตามวงการกีฬายังคงจับตามองว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับโลกของเขาในการแข่งขันระดับนานาชาติรายการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการลงแข่งขันในรายการระดับโลกในอนาคต ยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอนของเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมทำลายสถิติเดิมของตนเองด้วยเวลา 9.90 วินาที

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ภูริพล 'บิว' บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า ภูริพลทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันรายการเดียวกัน

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลยอมรับว่าตนรู้สึกตื่นเต้นในช่วงออกตัว ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ โดยเขาได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับครอบครัว สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวชที่คอยดูแลร่างกายมาโดยตลอด

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย ภูริพลได้กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรต่อไป แม้ว่าเหรียญทองในรายการ 100 เมตรจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงรอติดตามผลงานของเขาในการแข่งขันรอบถัดไป ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการแข่งขันที่เหลือของเขาเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ภูริพล บุญสอน ยอดนักวิ่งลมกรดชาวไทย สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่จัดขึ้น ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ตามรายงานของ Khaosod English ภูริพลทำเวลาได้น่าประทับใจที่ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้

ผลงานของภูริพลถือเป็นการทำลายสถิติ โดยเขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึงสองครั้งภายในวันเดียวกัน ก่อนหน้านี้ในรอบรองชนะเลิศ เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยเวลา 9.91 วินาที ก่อนที่จะทำเวลาได้ดียิ่งขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติและตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาภายในประเทศ ในขณะที่การเฉลิมฉลองในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้สังเกตการณ์ต่างเฝ้ารอชมผลงานของภูริพลในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไป และรอดูว่าความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงการกรีฑาของไทยหรือไม่ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่การสรุปตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ในปัจจุบันและการรับรองสถิติใหม่เหล่านี้อย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:45 UTC

สำมะโนประชากรภาคอีสานเผยการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างประชากร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สำมะโนประชากรภาคอีสานเผยการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างประชากร

ข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2568 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของสังคมเมืองและรูปแบบการย้ายถิ่นฐานของแรงงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเขตเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) เป็นจุดหมายสำคัญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สำมะโนประชากรภาคอีสานเผยการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างประชากร

แหล่งข่าวเดียว
สำมะโนประชากรภาคอีสานเผยการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างประชากร

ข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2568 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของสังคมเมืองและรูปแบบการย้ายถิ่นฐานของแรงงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีเขตเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) เป็นจุดหมายสำคัญ

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) ที่เปิดเผยในงานแถลงผลระดับภูมิภาคที่จังหวัดขอนแก่น ระบุว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางประชากรอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา สำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ชี้ให้เห็นว่าความเป็นเมืองในภูมิภาคนี้ขยายตัวขึ้นถึง 29.1% ในขณะที่ขนาดครัวเรือนเฉลี่ยลดลงเหลือ 3.0 คนต่อครัวเรือน และสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 23.3%

รูปแบบการเคลื่อนย้ายแรงงานก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน แม้กรุงเทพมหานครจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทาง แต่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าแรงงานจากภาคอีสานกำลังมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรีและเขตเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) มากขึ้น นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับภาคเอกชนในการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจระดับภูมิภาค แนวโน้มเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการแรงงานและความต้องการของผู้บริโภค ข้อมูลดังกล่าวเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจว่าเศรษฐกิจระดับภูมิภาคกำลังเชื่อมโยงกับ EEC อย่างไร อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะยาวของรูปแบบการย้ายถิ่นฐานเหล่านี้ต่อความพร้อมของแรงงานในท้องถิ่นภาคอีสานและผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจงสำหรับ EEC นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากการวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:13 UTC

กขค. หารือแพลตฟอร์ม Ride-hailing เรื่องมาตรฐานการให้บริการ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กขค. หารือแพลตฟอร์ม Ride-hailing เรื่องมาตรฐานการให้บริการ

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กำลังหารือร่วมกับแพลตฟอร์ม Ride-hailing และบริการจัดส่ง เพื่อกำหนดมาตรฐานการให้บริการใหม่และแก้ไขข้อกังวลด้านกฎระเบียบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กขค. หารือแพลตฟอร์ม Ride-hailing เรื่องมาตรฐานการให้บริการ

แหล่งข่าวเดียว
กขค. หารือแพลตฟอร์ม Ride-hailing เรื่องมาตรฐานการให้บริการ

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กำลังหารือร่วมกับแพลตฟอร์ม Ride-hailing และบริการจัดส่ง เพื่อกำหนดมาตรฐานการให้บริการใหม่และแก้ไขข้อกังวลด้านกฎระเบียบ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น (Focus Group) ร่วมกับตัวแทนจากแพลตฟอร์ม Ride-hailing และบริการจัดส่งออนดีมานด์ การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการหารือกับกลุ่มไรเดอร์และร้านอาหารพันธมิตรก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการที่มุ่งสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในอุตสาหกรรม

ในระหว่างการหารือ ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มเน้นย้ำว่าค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งรายได้ (GP) ที่เรียกเก็บจากพันธมิตรนั้นไม่ใช่กำไรสุทธิทั้งหมด เนื่องจากเงินส่วนนี้ถูกนำไปใช้ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน นอกจากนี้ ตัวแทนจากภาคธุรกิจยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลลดความซ้ำซ้อนของกฎระเบียบที่มีอยู่ โดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่ทับซ้อนกันซึ่งทำให้การดำเนินธุรกิจมีความซับซ้อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อโครงสร้างราคาและความพร้อมในการให้บริการของแอปพลิเคชันยอดนิยมที่ใช้สำหรับการเดินทางและสั่งอาหารในชีวิตประจำวัน แม้ว่า กขค. จะมุ่งหวังที่จะสร้างระบบนิเวศที่สมดุลมากขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะของมาตรฐานการให้บริการที่จะเกิดขึ้นยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา ยังไม่มีการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของผู้ใช้บริการหรือรูปแบบการดำเนินงานของแพลตฟอร์มอย่างไร คณะกรรมการยังคงรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้แน่ใจว่าแนวปฏิบัติสุดท้ายจะมีความครอบคลุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:55 UTC

แสนสิริจับมือ RH Contract เปิดตัวบ้านหรูระดับอัลตราลักเซอรี่มูลค่า 198 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริจับมือ RH Contract เปิดตัวบ้านหรูระดับอัลตราลักเซอรี่มูลค่า 198 ล้านบาท

แสนสิริร่วมมือกับบริษัทดีไซน์ระดับโลก RH เปิดตัวบ้านหรูหลังเดียวในโลกในย่านกรุงเทพกรีฑา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แสนสิริจับมือ RH Contract เปิดตัวบ้านหรูระดับอัลตราลักเซอรี่มูลค่า 198 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริจับมือ RH Contract เปิดตัวบ้านหรูระดับอัลตราลักเซอรี่มูลค่า 198 ล้านบาท

แสนสิริร่วมมือกับบริษัทดีไซน์ระดับโลก RH เปิดตัวบ้านหรูหลังเดียวในโลกในย่านกรุงเทพกรีฑา

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แสนสิริได้ร่วมมือกับแบรนด์ดีไซน์ระดับโลก RH เพื่อเปิดตัวโครงการที่พักอาศัยระดับอัลตราลักเซอรี่ที่มีเพียงหลังเดียวในโลกในชื่อ “Narasiri Victoire Krungthep Kreetha” โดยตั้งอยู่ใจกลางย่านกรุงเทพกรีฑา และมีการตั้งราคาขายไว้ที่ 198 ล้านบาท

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับพอร์ตโฟลิโอแบรนด์อัลตราลักเซอรี่ของแสนสิริ โดยการนำความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ รสนิยม และการคัดสรรไลฟ์สไตล์ของ RH มาใช้ในโครงการ โครงการนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตอบโจทย์ตลาดระดับบน โดยนำเสนอที่พักอาศัยที่เน้นมาตรฐานความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์และอิทธิพลด้านการออกแบบระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ การพัฒนานี้ตอกย้ำถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของย่านกรุงเทพกรีฑาในฐานะศูนย์กลางของโครงการที่พักอาศัยระดับพรีเมียม การมุ่งเน้นไปที่อสังหาริมทรัพย์ที่มีความเฉพาะตัวและออกแบบมาเป็นพิเศษนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของพื้นที่อยู่อาศัยที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟและได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีในเมืองหลวง

แม้ว่าจะมีการประกาศเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลจำเพาะทางสถาปัตยกรรม คุณสมบัติภายใน และกำหนดการสำหรับการเข้าชมหรือการโอนกรรมสิทธิ์ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากแสนสิริเพื่อรับการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการระดับอัลตราลักเซอรี่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:51 UTC

หน่วยงานเกษตรไทยจับมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หน่วยงานเกษตรไทยจับมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และธนาคาร EXIM ลงนาม MOU เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและบริการทางการเงินสำหรับเกษตรกรไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หน่วยงานเกษตรไทยจับมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก

แหล่งข่าวเดียว
หน่วยงานเกษตรไทยจับมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และธนาคาร EXIM ลงนาม MOU เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและบริการทางการเงินสำหรับเกษตรกรไทย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรเข้ากับข้อมูลเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) สิทธิประโยชน์ทางภาษี และกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ

การนำข้อมูลเหล่านี้มาผนวกกับบริการทางการเงินเฉพาะทางมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนการผลิตและเลือกตลาดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ความร่วมมือนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถรับมือกับความซับซ้อนของการค้าโลกและเตรียมพร้อมรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อยกระดับภาคเกษตรกรรมของไทย ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจท้องถิ่น แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นไปที่ประสิทธิภาพการส่งออก แต่อาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้าเกษตรคุณภาพสูงในตลาดภายในประเทศในอนาคต ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าบริการที่บูรณาการเหล่านี้จะเข้าถึงเกษตรกรรายย่อยได้รวดเร็วเพียงใด และเครื่องมือทางการเงินใดที่จะได้รับความสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงทางการค้า โดยคาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงานและภาคเกษตรที่จะได้รับการสนับสนุนในระยะแรกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:51 UTC

ttb และ ttb wealth จัดสัมมนาเรื่องการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ttb และ ttb wealth จัดสัมมนาเรื่องการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) และ ttb wealth ได้จัดสัมมนาที่มุ่งเน้นเรื่องความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกและสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ttb และ ttb wealth จัดสัมมนาเรื่องการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

แหล่งข่าวเดียว
ttb และ ttb wealth จัดสัมมนาเรื่องการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) และ ttb wealth ได้จัดสัมมนาที่มุ่งเน้นเรื่องความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกและสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) และหน่วยงานบริหารความมั่งคั่ง ttb wealth ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ "How to Survive Global Turbulence and Thailand’s Lost Decade" (วิธีเอาตัวรอดจากความผันผวนของโลกและทศวรรษที่สูญหายของไทย) งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการความมั่นคงทางการเงินในช่วงที่เศรษฐกิจระหว่างประเทศมีความผันผวน และเพื่อรับมือกับความท้าทายเฉพาะที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสถาบันการเงินท้องถิ่นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ การทำความเข้าใจว่าธนาคารขนาดใหญ่มองสถานการณ์ "ทศวรรษที่สูญหาย" ในปัจจุบันอย่างไร อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่จัดการการลงทุนส่วนบุคคล ทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจภายในราชอาณาจักร งานสัมมนาสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของภาคธนาคารในการให้คำแนะนำแก่ลูกค้าท่ามกลางสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน

แม้ว่างานสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการอภิปรายของผู้เชี่ยวชาญ แต่กลยุทธ์เฉพาะหรือการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจที่แบ่งปันในระหว่างการประชุมยังคงเป็นข้อมูลภายในของกรอบการให้คำปรึกษาของธนาคาร ยังไม่มีความชัดเจนว่า ttb จะเผยแพร่สรุปประเด็นสำคัญต่อสาธารณะหรือไม่ หรือจะมีกิจกรรมให้ความรู้ในลักษณะเดียวกันนี้สำหรับสาธารณชนทั่วไปในอนาคตหรือไม่ ผู้ที่สนใจมุมมองเฉพาะของธนาคารเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยอาจจำเป็นต้องปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลหรือติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการจาก ttb เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:50 UTC

กระทรวงเกษตรฯ เสนองบกลาง 350 ล้านบาท เดินหน้า 7 มาตรการกำจัดปลาหมอคางดำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงเกษตรฯ เสนองบกลาง 350 ล้านบาท เดินหน้า 7 มาตรการกำจัดปลาหมอคางดำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมของบกลาง 350 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 7 มาตรการในการกำจัดและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกราน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงเกษตรฯ เสนองบกลาง 350 ล้านบาท เดินหน้า 7 มาตรการกำจัดปลาหมอคางดำ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงเกษตรฯ เสนองบกลาง 350 ล้านบาท เดินหน้า 7 มาตรการกำจัดปลาหมอคางดำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมของบกลาง 350 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 7 มาตรการในการกำจัดและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกราน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังเดินหน้าแผนงานแบบบูรณาการเพื่อตัดวงจรการขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำซึ่งเป็นสายพันธุ์รุกราน โดยขณะนี้กระทรวงฯ กำลังทบทวนข้อเสนอการใช้งบกลางประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อประสานความร่วมมือระหว่าง 29 หน่วยงาน ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงการปฏิบัติงานในพื้นที่จริง

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 7 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การกำจัด การควบคุม การวิจัย และการหาแนวทางใช้ประโยชน์จากปลาที่จับได้ กรมประมงระบุว่าได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 และจะดำเนินการต่อไปจนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2569

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากปลาหมอคางดำได้สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำหลายแห่ง แม้ว่ารัฐบาลจะยกระดับการตอบสนองต่อปัญหา แต่ประสิทธิภาพในระยะยาวของทั้ง 7 มาตรการดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรทราบว่าข้อเสนองบประมาณดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการจัดสรรงบประมาณทั้งหมด ความพยายามที่กำลังดำเนินอยู่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากสายพันธุ์รุกรานนี้ทั่วประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:51 UTC

ส่งออกทุเรียนไทยไปจีนพุ่งสูงในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ส่งออกทุเรียนไทยไปจีนพุ่งสูงในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยการส่งออกทุเรียนไปยังจีนแตะระดับ 1.005 ล้านตัน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ส่งออกทุเรียนไทยไปจีนพุ่งสูงในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ส่งออกทุเรียนไทยไปจีนพุ่งสูงในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยการส่งออกทุเรียนไปยังจีนแตะระดับ 1.005 ล้านตัน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจากกรมการค้าต่างประเทศ การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 212,314 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% ในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 124,916 ล้านบาท เติบโตขึ้น 35.5% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 37,518 ล้านบาท

ตัวเลขที่โดดเด่นในผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจนี้คือการส่งออกทุเรียนไทย ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการค้าผ่านแดนของผลไม้ชนิดนี้แตะระดับ 1.005 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 124,000 ล้านบาท ในขณะที่การค้าชายแดนเติบโตขึ้น 22.8% โดยนำโดยการค้ากับมาเลเซียที่พุ่งสูงขึ้น 55% ส่วนการค้าผ่านแดนมีการเติบโตโดยรวม 31.3% โดยจีนยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลเหล่านี้เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของภาคการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจระดับชาติ ปริมาณทุเรียนจำนวนมากที่ขนส่งผ่านช่องทางผ่านแดนแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเส้นทางโลจิสติกส์ในปัจจุบันที่มุ่งหน้าสู่จีน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าปริมาณการค้าเหล่านี้จะมีความผันผวนอย่างไรในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ในปัจจุบันจะยังคงรองรับความต้องการที่สูงนี้ได้หรือไม่เมื่อรูปแบบการเก็บเกี่ยวตามฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:52 UTC

อนุทินเดินหน้าทวงถามภาษีพิเศษสหรัฐฯ พร้อมแจงกรณีรายชื่อคว่ำบาตร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อนุทินเดินหน้าทวงถามภาษีพิเศษสหรัฐฯ พร้อมแจงกรณีรายชื่อคว่ำบาตร

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังติดตามความคืบหน้าข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อนุทินเดินหน้าทวงถามภาษีพิเศษสหรัฐฯ พร้อมแจงกรณีรายชื่อคว่ำบาตร

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินเดินหน้าทวงถามภาษีพิเศษสหรัฐฯ พร้อมแจงกรณีรายชื่อคว่ำบาตร

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังติดตามความคืบหน้าข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศความตั้งใจที่จะติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการทวงถามสถานะของข้อตกลงภาษีพิเศษที่เคยมีการหารือในแถลงการณ์ร่วมกับรัฐบาลทรัมป์

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ อนุทินยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีชื่อของ 'วรภัค' ปรากฏอยู่ในรายชื่อ 28 บุคคลที่อาจถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการสอบสวนกลุ่มสแกมเมอร์ โดยอนุทินชี้แจงว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคลและไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการหารือทางการทูตและเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินอยู่ระหว่างไทยและสหรัฐฯ แม้ว่าการหารือเรื่องภาษีอาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าบางประเภทหรือความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในอนาคต แต่ข่าวเรื่องการคว่ำบาตรดูเหมือนจะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเท่านั้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะตอบสนองต่อคำขอของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับข้อตกลงภาษีพิเศษอย่างไร นอกจากนี้ ขอบเขตของการสอบสวนบุคคลทั้ง 28 รายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ในวงกว้าง ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:35 UTC

เจ้าหน้าที่ไทยบุกยึดเครื่องสำอางปลอมมูลค่า 6 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ไทยบุกยึดเครื่องสำอางปลอมมูลค่า 6 ล้านบาท

ตำรวจสมุทรปราการบุกทลายโกดัง 2 แห่ง ยึดเครื่องสำอางปลอมกว่า 52,000 ชิ้นที่วางจำหน่ายทางออนไลน์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เจ้าหน้าที่ไทยบุกยึดเครื่องสำอางปลอมมูลค่า 6 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยบุกยึดเครื่องสำอางปลอมมูลค่า 6 ล้านบาท

ตำรวจสมุทรปราการบุกทลายโกดัง 2 แห่ง ยึดเครื่องสำอางปลอมกว่า 52,000 ชิ้นที่วางจำหน่ายทางออนไลน์

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นโกดัง 2 แห่งในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ปฏิบัติการดังกล่าวส่งผลให้มีการยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางปลอมจำนวนประมาณ 52,000 ชิ้น ซึ่งมีมูลค่าตลาดประเมินไว้ที่ 6 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการตรวจค้นหลังจากได้รับรายงานว่าสถานที่เหล่านี้เป็นแหล่งจำหน่ายเครื่องสำอางปลอมทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในราคาที่ต่ำผิดปกติ สินค้าที่ยึดได้ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้กับใบหน้าและร่างกาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าสินค้าเหล่านี้อาจมีการปนเปื้อนสารอันตราย ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการซื้อผลิตภัณฑ์ความงามจากแหล่งออนไลน์ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังเมื่อพบเห็นเครื่องสำอางแบรนด์หรูหรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงวางจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมาก เนื่องจากอาจเป็นสินค้าลอกเลียนแบบที่ผิดกฎหมาย

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายธนัตชัย อายุ 27 ปี เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของเครือข่ายการจัดจำหน่ายและองค์ประกอบทางเคมีที่แน่ชัดของผลิตภัณฑ์ที่ยึดได้นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากการทดสอบทางห้องปฏิบัติการและการสืบสวนของตำรวจที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:31 UTC

อุตสาหกรรมปลานิลไทยเผชิญความท้าทายด้านตลาดและราคาตกต่ำ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อุตสาหกรรมปลานิลไทยเผชิญความท้าทายด้านตลาดและราคาตกต่ำ

สมาคมปลานิลรายงานว่าแม้ระดับการผลิตจะคงที่ แต่ปัญหาด้านตลาดส่งผลให้ราคาดิ่งลง 30-40%

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมปลานิลไทยเผชิญความท้าทายด้านตลาดและราคาตกต่ำ

แหล่งข่าวเดียว
อุตสาหกรรมปลานิลไทยเผชิญความท้าทายด้านตลาดและราคาตกต่ำ

สมาคมปลานิลรายงานว่าแม้ระดับการผลิตจะคงที่ แต่ปัญหาด้านตลาดส่งผลให้ราคาดิ่งลง 30-40%

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สมาคมปลานิลได้ระบุถึงความท้าทายสำคัญทางด้านตลาดที่กำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม แม้ว่าผลผลิตต่อปีจะยังคงทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 260,000 ถึง 270,000 ตัน แต่ภาคส่วนนี้กำลังเผชิญกับราคาที่ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 30% ถึง 40%

สมาคมฯ ชี้ว่าภาวะขาลงนี้เกิดจากปัจจัยหลักสองประการ ได้แก่ การปิดด่านชายแดนซึ่งขัดขวางการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และการเดินทางกลับประเทศของแรงงานกัมพูชาหลายแสนคน เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้ความต้องการในประเทศลดลง นำไปสู่การสะสมของสต็อกปลาที่ยังไม่ได้จำหน่าย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานอาหารในท้องถิ่นและพลวัตของตลาด แม้ว่าปริมาณสินค้าที่ล้นตลาดอาจนำไปสู่ราคาที่ถูกลงในตลาดท้องถิ่น แต่ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อสรุปเหล่านี้อ้างอิงจากการประเมินสภาวะตลาดในปัจจุบันของสมาคมฯ ส่วนการพัฒนาในอนาคตเกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนหรือการเปลี่ยนแปลงด้านความพร้อมของแรงงานนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดการฟื้นตัวของราคาปลานิลและความมั่นคงของตลาดในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:52 UTC

ธปท. เตรียมเข้มงวดการกำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. เตรียมเข้มงวดการกำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังเริ่มกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารอย่างเข้มงวดขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่แนวทางการคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล นาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. เตรียมเข้มงวดการกำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. เตรียมเข้มงวดการกำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังเริ่มกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารอย่างเข้มงวดขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่แนวทางการคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล นาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังเตรียมยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) โดยธนาคารกลางมีแผนที่จะดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจและวิธีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล นาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถอย่างละเอียด

ความเคลื่อนไหวด้านกฎระเบียบนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน หลังจากพบว่าภาคธุรกิจ Non-bank มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ประกอบการบางรายถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สอดคล้องกับประเภทใบอนุญาตของตน เพื่อตอบสนองต่อประกาศดังกล่าว บริษัท MTC ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมได้แสดงความพร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายใหม่ โดยส่งสัญญาณสนับสนุนความพยายามของธนาคารกลางในการสร้างความโปร่งใสให้กับภาคส่วนนี้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้บริการทางการเงินเหล่านี้ การพัฒนานี้อาจนำไปสู่แนวทางการให้สินเชื่อที่เป็นมาตรฐานมากขึ้นและอาจมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่โปร่งใสขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการตรวจสอบเหล่านี้และลักษณะที่แน่ชัดของมาตรการบังคับใช้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่พึ่งพาสินเชื่อจาก Non-bank ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบเหล่านี้อาจส่งผลต่อข้อตกลงทางการเงินที่มีอยู่หรือในอนาคตของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:52 UTC

อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ สำหรับนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
อสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการอยู่อาศัยและการลงทุน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ สำหรับนักลงทุนและผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ตยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 โดยเกาะแห่งนี้ได้ตอกย้ำตำแหน่งในการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกชั้นนำ ทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและโอกาสในการลงทุน

ความน่าสนใจที่ยั่งยืนนี้มาจากโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครันของเกาะ ซึ่งรวมถึงสนามบินนานาชาติภูเก็ต สนามกอล์ฟระดับไฮเอนด์ และโรงแรมระดับ 5 ดาวจำนวนมาก นอกจากนี้ การมีโรงเรียนนานาชาติ สถานพยาบาลที่ทันสมัย และแหล่งไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจของเกาะให้กับทั้งชาวต่างชาติและนักลงทุนทั่วโลก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงตลาดที่เติบโตเต็มที่ซึ่งให้บริการและการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพสูง การมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ช่วยสนับสนุนไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้มาเยือนระยะสั้นและผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่มองหาสภาพแวดล้อมที่มั่นคง

แม้ว่าข้อมูลปัจจุบันจะเน้นย้ำถึงตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งของเกาะ แต่นักลงทุนและผู้ที่สนใจจะย้ายมาอยู่อาศัยควรทราบว่าแนวโน้มตลาดเฉพาะด้าน เช่น ความผันผวนของราคาหรือการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงหรือโครงการพัฒนาในอนาคตในพื้นที่เฉพาะของเกาะในขณะนี้ เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่สนใจในภูมิภาคนี้ควรติดตามข่าวสารทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:52 UTC

การปรับเปลี่ยนการส่งออกน้ำมันของตะวันออกกลางท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การปรับเปลี่ยนการส่งออกน้ำมันของตะวันออกกลางท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

กลุ่มประเทศตะวันออกกลางกำลังเร่งปรับเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การปรับเปลี่ยนการส่งออกน้ำมันของตะวันออกกลางท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

แหล่งข่าวเดียว
การปรับเปลี่ยนการส่งออกน้ำมันของตะวันออกกลางท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

กลุ่มประเทศตะวันออกกลางกำลังเร่งปรับเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ กลุ่มประเทศตะวันออกกลางกำลังเร่งหาเส้นทางการส่งออกน้ำมันทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางหลักเดิม การปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่วิกฤตการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อและไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็วๆ นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน แม้ว่าจะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันในท้องถิ่นหรือห่วงโซ่อุปทาน แต่ความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นในจุดยุทธศาสตร์พลังงานที่สำคัญของโลกอาจส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดพลังงานได้ การหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกมาโดยตลอด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในประเทศไทย

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพในระยะยาวของเส้นทางการส่งออกใหม่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปรับเปลี่ยนด้านโลจิสติกส์เหล่านี้จะส่งผลต่อสมดุลอุปสงค์และอุปทานของโลก หรือโครงสร้างราคาสำหรับการนำเข้าพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าเส้นทางทางเลือกเหล่านี้จะสามารถบรรเทาความเสี่ยงจากความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยืดเยื้อได้เพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:53 UTC

คู่สามีภรรยาชาวโคราชเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คู่สามีภรรยาชาวโคราชเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้านบาท

คู่สามีภรรยาซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปในจังหวัดนครราชสีมาถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาล รับเงินรางวัลรวม 12 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คู่สามีภรรยาชาวโคราชเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
คู่สามีภรรยาชาวโคราชเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้านบาท

คู่สามีภรรยาซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปในจังหวัดนครราชสีมาถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาล รับเงินรางวัลรวม 12 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 คู่สามีภรรยาที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ได้กลายเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย ทั้งคู่ซึ่งประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปได้ซื้อสลากจำนวน 2 ใบที่มีหมายเลข 640 ซึ่งตรงกับรางวัลที่ออก ทำให้ได้รับเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 12 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เรื่องราวเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของสลากกินแบ่งรัฐบาลในประเทศไทย ซึ่งผู้ขายสลากเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปในแทบทุกเมือง แม้เหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของคู่สามีภรรยา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงบทบาทของสลากกินแบ่งที่มีต่อชุมชนท้องถิ่น

ในขณะนี้ คู่สามีภรรยาได้เปิดเผยความรู้สึกตื่นเต้นต่อการถูกรางวัลต่อสาธารณะแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับแผนการใช้เงินหรือกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการนอกเหนือจากรายงานเบื้องต้นยังคงเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าซื้อสลากมาจากผู้ขายรายใด หรือคู่สามีภรรยามีแผนที่จะประกอบอาชีพเดิมต่อไปหรือไม่ รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจากมติชนออนไลน์และสะท้อนรายละเอียดที่มีอยู่ในขณะที่เผยแพร่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:10 UTC

CIMB ไทย เตือนรับมือภาวะดอกเบี้ยโลก ‘สูงและนาน’ กว่าที่คาดการณ์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

CIMB ไทย เตือนรับมือภาวะดอกเบี้ยโลก ‘สูงและนาน’ กว่าที่คาดการณ์

หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี นักวิเคราะห์จาก CIMB ไทย เตือนว่าอัตราดอกเบี้ยโลกอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดไว้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

CIMB ไทย เตือนรับมือภาวะดอกเบี้ยโลก ‘สูงและนาน’ กว่าที่คาดการณ์

แหล่งข่าวเดียว
CIMB ไทย เตือนรับมือภาวะดอกเบี้ยโลก ‘สูงและนาน’ กว่าที่คาดการณ์

หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี นักวิเคราะห์จาก CIMB ไทย เตือนว่าอัตราดอกเบี้ยโลกอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดไว้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ดร.อมรเทพ จาวลา จาก CIMB ไทย ได้ออกมาเตือนถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกภายหลังการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี นักวิเคราะห์มองว่าตลาดมีความกังขาว่านี่จะเป็นการปรับขึ้นเพียงครั้งเดียว โดยมีบางการคาดการณ์ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยอาจพุ่งสูงถึง 4.75% ภายในช่วงกลางปีหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งสัญญาณถึงช่วงเวลาที่อาจเกิดความผันผวนทางการเงิน ดร.อมรเทพ ได้เน้นย้ำถึงประเด็นที่ต้องระวัง 4 ด้าน โดยมุ่งเน้นไปที่ความเสี่ยงจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและความผันผวนของค่าเงินที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ การกู้ยืม และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเริ่มการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้แล้ว แต่ทิศทางในระยะยาวยังคงเป็นเรื่องของการคาดการณ์ในตลาด สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการคาดการณ์เหล่านี้อ้างอิงจากมุมมองของนักวิเคราะห์ในปัจจุบัน ไม่ใช่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่ยืนยันแล้วในอนาคต ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารทางการเงินในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงระดับโลกเหล่านี้อาจส่งผลต่อค่าเงินบาทและอัตราดอกเบี้ยธนาคารในประเทศอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:53 UTC

Bolt ประเทศไทย เร่งผลักดันคนขับให้มีใบอนุญาตสาธารณะครบ 100% ภายในกันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Bolt ประเทศไทย เร่งผลักดันคนขับให้มีใบอนุญาตสาธารณะครบ 100% ภายในกันยายน 2569

Bolt ประเทศไทย ทุ่มงบ 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้คนขับทุกคนได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Bolt ประเทศไทย เร่งผลักดันคนขับให้มีใบอนุญาตสาธารณะครบ 100% ภายในกันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
Bolt ประเทศไทย เร่งผลักดันคนขับให้มีใบอนุญาตสาธารณะครบ 100% ภายในกันยายน 2569

Bolt ประเทศไทย ทุ่มงบ 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้คนขับทุกคนได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาด

จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ Bolt ประเทศไทย กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้คนขับในระบบทั้งหมดเข้าสู่กรอบกฎหมายสำหรับการให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าบริษัทได้ลงทุน 30 ล้านบาทผ่านโครงการ 'Bolt Sure' และ 'Booster Week' เพื่อช่วยเหลือคนขับในการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะให้ครบถ้วนภายในกำหนดวันที่ 30 กันยายน 2569

ความพยายามในการสร้างความถูกต้องนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตลาด Ride-hailing ในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่หันมาใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มมากขึ้น โดย Bolt รายงานการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักต่อปีในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และมีแผนขยายบริการให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย ทั้งนี้ คาดการณ์อุตสาหกรรมระบุว่าตลาดอาจเติบโตเฉลี่ย 9-10% ต่อปีจนถึงปี 2573 และอาจมีมูลค่าสูงถึง 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ความคิดริเริ่มนี้อาจนำไปสู่ประสบการณ์การใช้บริการรถรับจ้างที่เป็นมาตรฐานและมีการกำกับดูแลมากขึ้นทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อจำนวนคนขับหรือราคาค่าบริการอย่างไรเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตายในเดือนกันยายน 2569 ผู้ใช้ควรติดตามการอัปเดตผ่านแอปพลิเคชันเพื่อรับทราบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงในการให้บริการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:52 UTC

ทางการเมียนมาทำลายเนื้อสัตว์นำเข้าผิดกฎหมายจากไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทางการเมียนมาทำลายเนื้อสัตว์นำเข้าผิดกฎหมายจากไทย

เมียนมาตรวจยึดและฝังกลบเนื้อไก่ เนื้อหมู และลูกชิ้นแช่แข็งจำนวนมากที่ลักลอบนำเข้าจากไทย ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ในท้องถิ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทางการเมียนมาทำลายเนื้อสัตว์นำเข้าผิดกฎหมายจากไทย

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเมียนมาทำลายเนื้อสัตว์นำเข้าผิดกฎหมายจากไทย

เมียนมาตรวจยึดและฝังกลบเนื้อไก่ เนื้อหมู และลูกชิ้นแช่แข็งจำนวนมากที่ลักลอบนำเข้าจากไทย ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ในท้องถิ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

ตามรายงานจาก Matichon Online ทางการเมียนมาได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แช่แข็งผิดกฎหมายจากประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจยึดและฝังกลบเนื้อไก่ เนื้อหมู และลูกชิ้นแปรรูปแช่แข็งจำนวนมากที่ถูกลักลอบนำเข้ามาตามแนวชายแดน

การปราบปรามครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่เข้มข้นขึ้นของเมียนมาในการสกัดกั้นการค้าผิดกฎหมาย ผลกระทบโดยตรงจากการตรวจยึดและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานส่งผลให้ราคาอาหารเหล่านี้ในเมียนมาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่าราคาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในบางพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดอาหารท้องถิ่นและห่วงโซ่อุปทานใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา แม้ว่าการปราบปรามในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่การค้าข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมาย แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังจังหวัดชายแดนควรตระหนักถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในด้านความพร้อมจำหน่ายและราคาของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการบังคับใช้ที่เข้มงวดนี้จะดำเนินต่อไปนานเพียงใด และจะนำไปสู่การหยุดชะงักเพิ่มเติมในการค้าอาหารระดับภูมิภาคหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาวะตลาดในพื้นที่ชายแดน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:51 UTC

สภากทม. ปัดตกโครงการเช่ารถขยะอีวี 6 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภากทม. ปัดตกโครงการเช่ารถขยะอีวี 6 พันล้านบาท

สภากรุงเทพมหานครมีมติไม่เห็นชอบโครงการเช่ารถขยะไฟฟ้าวงเงิน 6 พันล้านบาท โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภากทม. ปัดตกโครงการเช่ารถขยะอีวี 6 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
สภากทม. ปัดตกโครงการเช่ารถขยะอีวี 6 พันล้านบาท

สภากรุงเทพมหานครมีมติไม่เห็นชอบโครงการเช่ารถขยะไฟฟ้าวงเงิน 6 พันล้านบาท โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สภากรุงเทพมหานครได้มีมติปัดตกข้อเสนอโครงการเช่ารถขยะไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งมีมูลค่าโครงการประมาณ 6 พันล้านบาท ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นจากการลงมติของสมาชิกสภากทม. ส่วนใหญ่ที่แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

สมาชิกสภาฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าข้อกำหนดของโครงการอาจถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่มโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่าการ "ล็อกสเปก" เพื่อให้กลุ่มทุนดังกล่าวได้รับประโยชน์จากการประมูล การที่สภาฯ ปัดตกข้อเสนอนี้ถือเป็นการระงับโครงการในรูปแบบปัจจุบัน โดยอ้างถึงความจำเป็นในการตรวจสอบความรับผิดชอบและการแข่งขันที่เป็นธรรมในการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อการปรับปรุงระบบจัดการขยะของเมืองและการใช้งบประมาณแผ่นดินในโครงการด้านสิ่งแวดล้อม แม้ว่ากรุงเทพฯ จะมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่การปฏิเสธโครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการดำเนินโครงการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ขาดกระบวนการประมูลที่ชัดเจนและมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) จะมีการปรับปรุงข้อกำหนดของโครงการและนำเสนอใหม่เพื่อพิจารณาในอนาคต หรือจะดำเนินกลยุทธ์อื่นในการปรับปรุงกองรถเก็บขยะของเมือง ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ปรับปรุงใหม่หรือวิธีการจัดซื้อจัดจ้างทางเลือกอื่นในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 14:00 UTC