ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา 6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย ✦
กีฬา GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3 ✦
การเมือง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย ✦
ความปลอดภัย ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ ✦
กีฬา ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก ✦
การเมือง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน ✦
ทั่วไป ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี ✦
กีฬา

6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชน GLO STAR 2026 ออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นเพื่อฝึกซ้อม

นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมเข้มข้นเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยกลุ่มนักเตะมีกำหนดเข้ารับการฝึกซ้อมฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรที่แข่งขันในเจลีก 1

โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนที่จะได้สัมผัสมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติและพัฒนาทักษะในสภาพแวดล้อมของสโมสรฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ติดตามวงการกีฬาไทย โครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและเปิดโอกาสให้นักเตะท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกซ้อม แต่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกซ้อมที่เฉพาะเจาะจงและแผนการสนับสนุนนักเตะเหล่านี้หลังจากเดินทางกลับประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ติดตามวงการกีฬาจะคอยจับตาดูว่าประสบการณ์นี้จะส่งผลต่อพัฒนาการและการมีส่วนร่วมในวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอย่างไร โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับร่องมรสุมกำลังแรงที่กำลังพาดผ่านประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติเหล่านี้ ความรุนแรงของฝนอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่และกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุถึงภัยคุกคามโดยรวมแล้ว แต่จังหวัดหรือเขตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่าน ทั้งนี้ ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวขึ้นอยู่กับการประกาศเพิ่มเติมจากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

กีฬา

GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

แหล่งข่าวเดียว
GULF และ AIS จับมือยกระดับวงการฟุตบอลไทย มอบทุนสนับสนุนเยาวชนไทยลีก 3

GULF และ AIS เปิดตัวโครงการใหม่เพื่อมอบทุนสนับสนุนทางการเงินแก่นักฟุตบอลเยาวชนในทุกสโมสรของไทยลีก 3

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน GULF และผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการที่มุ่งยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การมอบทุนสนับสนุนทางการเงินให้กับนักฟุตบอลเยาวชนที่สังกัดสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ

โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักกีฬาในระดับรากหญ้า เพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาเยาวชนจะมีทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็นมืออาชีพภายใต้โครงสร้างของลีกในประเทศ การมุ่งเน้นไปที่ไทยลีก 3 ซึ่งถือเป็นระดับการพัฒนาที่สำคัญสำหรับนักเตะดาวรุ่ง ความร่วมมือครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศโดยรวมของกีฬาฟุตบอลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่มีต่อวงการกีฬาในประเทศมากขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ทีมเยาวชนในทันที แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครขอรับทุนและผลกระทบระยะยาวต่อการรักษาตัวผู้เล่นในลีกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่ติดตามวงการฟุตบอลไทยคงต้องจับตาดูกันว่าเงินทุนสนับสนุนนี้จะส่งผลต่อผลงานและความมั่นคงของสโมสรในระดับภูมิภาคอย่างไรในฤดูกาลต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:20 UTC

การเมือง

เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

แหล่งข่าวเดียว
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม: ชี้แจงกฎระเบียบเรื่องการแต่งกาย

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสงสัยของประชาชนว่าสามารถสวมเสื้อที่มีชื่อหรือหมายเลขผู้สมัครเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าใกล้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับมารยาทในการเข้าคูหาเลือกตั้ง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ได้มีคำถามทั่วไปเกิดขึ้นว่าอนุญาตให้บุคคลสวมเสื้อที่แสดงชื่อหรือหมายเลขของผู้สมัครเฉพาะรายเข้าคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่เข้าร่วมในระบบประกันสังคม การทำความเข้าใจกฎระเบียบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้กระบวนการลงคะแนนเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้น ณ หน่วยเลือกตั้ง โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจะบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสื่อรณรงค์หาเสียงและการแสดงออกทางการเมืองในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ลงคะแนน เพื่อรักษาความเป็นกลางและป้องกันการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของคำถามนี้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง แต่ขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ความระมัดระวัง โดยทั่วไปแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่อาจถูกตีความว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองหรือการสนับสนุนผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการเลือกตั้ง ในขณะนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อรับคำแนะนำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งของต้องห้าม การปฏิบัติตามมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

ความปลอดภัย

ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านศิลปินโนราชื่อดังในพัทลุง เสียหายหนัก

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านชั้นเดียวในจังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ทรัพย์สินและอุปกรณ์ของศิลปินโนราชื่อดังได้รับความเสียหายอย่างมาก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในจังหวัดพัทลุงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักในตำบลควนมะพร้าว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มควันและเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้านชั้นเดียว

ต้นเพลิงเกิดขึ้นในห้องกลางซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยภายในมีสิ่งของต่าง ๆ เช่น เครื่องบูชา ธูปเทียน ผ้าม่าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงคอมพิวเตอร์ ความรุนแรงของเพลิงทำให้ฝ้าเพดานพังถล่มลงมาและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สิน รวมถึงเครื่องปรับอากาศและสิ่งของอื่น ๆ ที่เก็บไว้ภายใน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หลังจากใช้เวลาดำเนินการไประยะหนึ่ง

การประเมินเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความสูญเสียและผลกระทบอย่างมากต่อผู้อยู่อาศัยซึ่งเป็นศิลปินโนราที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในทันที สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัยและการจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ภายในบ้านอย่างเหมาะสม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ซึ่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณเขตดอนเมืองและถนนพหลโยธิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสาย ฝนที่ตกลงมาทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางอย่างมากสำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรไปมาในเมือง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ บริเวณเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง รวมถึงตลอดแนวถนนพหลโยธิน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับการจราจรที่เคลื่อนตัวได้ช้าและอาจเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทางเนื่องจากสภาพน้ำท่วมขัง ฝนที่ตกหนักส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งสาธารณะและการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือกำลังเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางหากต้องมุ่งหน้าไปยังเขตดอนเมือง แม้ว่าผลกระทบในเบื้องต้นจะชัดเจน แต่ระยะเวลาของน้ำท่วมขังและกำหนดการที่แน่ชัดในการระบายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้เดินทางตรวจสอบแอปพลิเคชันรายงานสภาพจราจรแบบเรียลไทม์หรือประกาศจากทางเทศบาลก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายน้ำและสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:00 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนทั่วประเทศ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เผยแพร่รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในปัจจุบันของประเทศไทย พร้อมระบุพื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง

ณ เวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศไทย รายงานดังกล่าวซึ่งอ้างอิงโดย Thai Post ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณฝนในปัจจุบันและระบุภูมิภาคเฉพาะที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำและสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามสภาพการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลหรือฝนตกหนัก การติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนเส้นทางการเดินทางและรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงที่มีกิจกรรมทางน้ำสูง

แม้ว่า สทนช. จะให้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของสถานการณ์น้ำในระดับประเทศ ณ เวลาที่เผยแพร่ การพัฒนาในอนาคต รวมถึงคำเตือนเฉพาะสำหรับแต่ละจังหวัดหรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะขึ้นอยู่กับการติดตามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดทั้งวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

กีฬา

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
ชาบี้ เอร์นานเดซ ประเดิมคุมทีมไม่แพ้ในนัดแรก

ชาบี้ เอร์นานเดซ ประสบความสำเร็จในการประเดิมคุมทีมในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยไม่แพ้ใคร หลังจากเนเธอร์แลนด์ตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม

ในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้ประเดิมการทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนนัดแรกด้วยผลเสมอ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าเนเธอร์แลนด์สามารถทำประตูตีเสมอเยอรมนีได้ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมภายใต้การนำของชาบี้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของการเปลี่ยนผ่านอดีตตำนานนักเตะบาร์เซโลน่าเข้าสู่เวทีการเป็นโค้ชระดับนานาชาติ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม แต่การที่ทีมสามารถเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีสำหรับวาระการทำงานของเขา

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของแนวทางการทำทีมของชาบี้ต่อประสิทธิภาพของทีมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างรอดูว่าทีมจะมีการพัฒนาอย่างไรภายใต้การดูแลของเขาในนัดต่อๆ ไป ผลการแข่งขันนี้เป็นเพียงตัวบ่งชี้เบื้องต้นถึงอิทธิพลของเขาเท่านั้น โดยจำเป็นต้องมีการแข่งขันอีกหลายนัดเพื่อประเมินความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพของสไตล์การทำทีมของเขาในระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

การเมือง

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เสนอ 3 หลักการเพื่ออนาคตของอาเซียน

อดีตนักการทูต สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้นำเสนอกลยุทธ์ 3 ประการเพื่อรักษาบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียนท่ามกลางความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์โลก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตนักการทูตไทย ได้เสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อรักษาอิทธิพลของอาเซียนในโลกที่กำลังแตกแยกมากขึ้น กลยุทธ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่กลุ่มอาเซียนต้องรักษาความเป็นอิสระและกำหนดอนาคตของตนเอง แทนที่จะถูกชักจูงโดยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของประเทศต่อการทูตระดับภูมิภาคและความปรารถนาที่จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่มีเสถียรภาพในกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระดับสูง แต่ก็เน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ของไทยในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่คาดการณ์ได้สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหลักการทั้ง 3 ประการนี้จะถูกบูรณาการเข้ากับนโยบายอย่างเป็นทางการของอาเซียนอย่างไร หรือจะได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกอื่นๆ หรือไม่ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวทำหน้าที่เป็นวิสัยทัศน์ทางการทูตสำหรับการนำทางผ่านความซับซ้อนของการเมืองโลกสมัยใหม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าหลักการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแนวทางการต่างประเทศของไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

ทั่วไป

ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

แหล่งข่าวเดียว
ดิว อริสรา ประกาศข่าวดีหมั้นหมายที่อิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้แชร์ข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ หลังจากได้รับการขอแต่งงานสุดโรแมนติกที่เมืองโคโม่ ประเทศอิตาลี

ดิว อริสรา นักแสดงสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ วู้ดดี้ ล่ำซำ แฟนหนุ่ม ผ่านทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทริปท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ทะเลสาบโคโม่ ประเทศอิตาลี ซึ่งฝ่ายชายได้มอบแหวนเพชรเม็ดโตเพื่อขอแต่งงาน

ดิว อริสรา ได้แชร์ความรู้สึกผ่านโพสต์ดังกล่าว โดยแสดงความขอบคุณต่อความสัมพันธ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ ข่าวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและสื่อมวลชนที่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นข่าวการหมั้นหมายของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงไทย แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาสุดพิเศษนี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการแต่งงานหรือแผนการในอนาคตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข่าวบันเทิงทั่วไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานวิวาห์ของทั้งคู่คาดว่าจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของทั้งสองคนในเวลาที่เหมาะสมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:01 UTC

นักวิชาการเตือนความเสี่ยงภาษีสูงสุด 31.5% ในการเจรจา ART ระหว่างสหรัฐฯ และไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นักวิชาการเตือนความเสี่ยงภาษีสูงสุด 31.5% ในการเจรจา ART ระหว่างสหรัฐฯ และไทย

การวิเคราะห์ทางวิชาการชี้ให้เห็นว่าการเจรจาข้อตกลงทางการค้า (ART) ระหว่างสหรัฐฯ และไทยที่กำลังดำเนินอยู่อาจนำไปสู่การปรับขึ้นภาษีศุลกากรสำหรับการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นักวิชาการเตือนความเสี่ยงภาษีสูงสุด 31.5% ในการเจรจา ART ระหว่างสหรัฐฯ และไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักวิชาการเตือนความเสี่ยงภาษีสูงสุด 31.5% ในการเจรจา ART ระหว่างสหรัฐฯ และไทย

การวิเคราะห์ทางวิชาการชี้ให้เห็นว่าการเจรจาข้อตกลงทางการค้า (ART) ระหว่างสหรัฐฯ และไทยที่กำลังดำเนินอยู่อาจนำไปสู่การปรับขึ้นภาษีศุลกากรสำหรับการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ตามรายงานจาก Matichon Online นักวิชาการไทยได้สรุปฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ 3 ประการเกี่ยวกับการเจรจาข้อตกลงทางการค้า (ART) ระหว่างสหรัฐฯ และไทยที่กำลังดำเนินอยู่ การวิเคราะห์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญว่าสินค้าส่งออกของไทยอาจต้องเผชิญกับอัตราภาษีศุลกากรสูงถึง 31.5% ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการหารือเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เป็นสิ่งที่น่าจับตามองเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในท้องถิ่น ความพร้อมของสินค้าที่นำเข้า และเสถียรภาพโดยรวมของเศรษฐกิจไทย การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้ามักส่งผลกระทบต่อตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวจะมีจำกัด แต่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในความสัมพันธ์ทางการค้าบางครั้งอาจส่งผลต่อสภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวมภายในประเทศได้

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อค้นพบเหล่านี้อ้างอิงจากการคาดการณ์ทางวิชาการ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สรุปผลแล้ว เงื่อนไขเฉพาะของการเจรจา ART ยังคงดำเนินอยู่ และอัตราภาษีที่แท้จริง (หากมี) ยังไม่ได้รับการยืนยัน ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าฉากทัศน์ใดใน 3 ฉากทัศน์นี้จะเกิดขึ้นจริงในขณะที่การเจรจาดำเนินต่อไป จำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวสำหรับประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:41 UTC

โรดโชว์เศรษฐกิจไทยในนิวยอร์กได้รับความสนใจจากนักลงทุนระดับโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โรดโชว์เศรษฐกิจไทยในนิวยอร์กได้รับความสนใจจากนักลงทุนระดับโลก

งานโรดโชว์การลงทุนในนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ มีกองทุนระดับโลก 25 แห่งแสดงความสนใจในตลาดไทย ซึ่งเป็นสัญญาณของการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โรดโชว์เศรษฐกิจไทยในนิวยอร์กได้รับความสนใจจากนักลงทุนระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
โรดโชว์เศรษฐกิจไทยในนิวยอร์กได้รับความสนใจจากนักลงทุนระดับโลก

งานโรดโชว์การลงทุนในนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ มีกองทุนระดับโลก 25 แห่งแสดงความสนใจในตลาดไทย ซึ่งเป็นสัญญาณของการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติ

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ งาน 'Thailand Roadshow' ที่จัดขึ้นในนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากกองทุนการลงทุนชั้นนำระดับโลก 25 แห่ง สถาบันเหล่านี้ซึ่งบริหารจัดการสินทรัพย์รวมกันมากกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้มารวมตัวกันเพื่อรับฟังทิศทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ระบุว่า แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะถอนเงินออกจากตลาดหุ้นไทยไปประมาณ 5 แสนล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ทิศทางได้เริ่มเปลี่ยนไป ข้อมูลบ่งชี้ว่าเงินทุนประมาณ 10% ของจำนวนดังกล่าวได้เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดในปีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่นี้อาจบ่งชี้ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพมากขึ้นและการเติบโตที่อาจเกิดขึ้นในตลาดการเงินท้องถิ่น แม้ว่าการไหลเข้าของเงินทุนจะเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาด แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของแนวโน้มนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการฟื้นตัวเบื้องต้น 10% นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการไหลกลับของเงินลงทุนต่างชาติเข้าสู่ตลาดทุนของไทยอย่างกว้างขวางและยั่งยืนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:48 UTC

ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ เผชิญภาวะหดตัวอย่างหนักในโครงการใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ เผชิญภาวะหดตัวอย่างหนักในโครงการใหม่

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ระบุว่ามีการหดตัวอย่างมีนัยสำคัญของโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ เผชิญภาวะหดตัวอย่างหนักในโครงการใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ เผชิญภาวะหดตัวอย่างหนักในโครงการใหม่

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ระบุว่ามีการหดตัวอย่างมีนัยสำคัญของโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ตามรายงานจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลประสบภาวะชะลอตัวอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ลดลงถึง 50.7% ในขณะที่จำนวนหน่วยรวมลดลง 37.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

การหดตัวนี้มีสาเหตุหลักมาจากเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารและต้นทุนการก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งบีบให้ผู้ประกอบการต้องหันไปเน้นการระบายสต็อกเดิมมากกว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ เพียงแค่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินสำหรับโครงการใหม่ลดลง 45% ในด้านจำนวนโครงการ และลดลง 32.2% ในด้านจำนวนหน่วย นอกจากนี้ ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยยังลดลงถึง 47.3%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มีศักยภาพ แนวโน้มนี้บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของอุปทานใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมของที่อยู่อาศัยและพลวัตของราคาในเขตเมืองหลวงในอนาคต แม้ว่าจำนวนหน่วยที่เปิดขายใหม่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.8% แต่มูลค่ารวมของโครงการเหล่านี้กลับลดลงถึง 25.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในทางกลับกัน ข้อมูลระบุว่าจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 29.6% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าในขณะที่การพัฒนาโครงการใหม่กำลังชะลอตัว แต่การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ ต้องติดตามต่อไปว่าข้อจำกัดด้านอุปทานเหล่านี้จะส่งผลต่อราคาเช่าและราคาซื้อในระยะยาวในเขตปริมณฑลอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:43 UTC

ไทยหารือ OIC ยกระดับความร่วมมือด้านแรงงาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยหารือ OIC ยกระดับความร่วมมือด้านแรงงาน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง หารือร่วมกับองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงาน การพัฒนาทักษะ และการคุ้มครองสิทธิ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยหารือ OIC ยกระดับความร่วมมือด้านแรงงาน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยหารือ OIC ยกระดับความร่วมมือด้านแรงงาน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง หารือร่วมกับองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) เพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงาน การพัฒนาทักษะ และการคุ้มครองสิทธิ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับตัวแทนจากองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศไทยและประเทศสมาชิก โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่สองเสาหลักสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาทักษะวิชาชีพและการเสริมสร้างการคุ้มครองสิทธิแรงงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความคิดริเริ่มนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการนโยบายแรงงานสำหรับแรงงานจากประเทศสมาชิก OIC ที่ทำงานในประเทศไทย รวมถึงแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยการปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รัฐบาลมุ่งหวังที่จะปรับปรุงคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในการทำงานของแรงงาน

แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวที่เป็นทางการไปสู่ความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่หรือข้อตกลงทวิภาคียังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือการปรับปรุงกฎหมายอย่างไร ในขณะนี้การหารือยังคงอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาหารือ และยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงกฎหมายแรงงานหรือข้อกำหนดการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับวีซ่าในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:21 UTC

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'เสริมกล้า' แก้ปัญหานมล้นตลาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'เสริมกล้า' แก้ปัญหานมล้นตลาด

รัฐบาลไทยกำลังแก้ไขปัญหาภาวะนมล้นตลาดในประเทศด้วยการรับซื้อนมส่วนเกินจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'เสริมกล้า' แก้ปัญหานมล้นตลาด

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'เสริมกล้า' แก้ปัญหานมล้นตลาด

รัฐบาลไทยกำลังแก้ไขปัญหาภาวะนมล้นตลาดในประเทศด้วยการรับซื้อนมส่วนเกินจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายเศรษฐา ทวีสิน กำลังผลักดันโครงการ 'เสริมกล้า' เพื่อบรรเทาภาวะนมล้นตลาดอย่างมีนัยสำคัญในประเทศไทย โครงการนี้เกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลรับซื้อนมส่วนเกินจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อนำไปแจกจ่ายเป็นโภชนาการเสริมให้กับเด็กและผู้พิการ

นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานในทันทีแล้ว โครงการนี้ยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอนและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาสำหรับกลุ่มดังกล่าว โครงการนี้ยังชูโมเดลของแสนสิริที่รับผู้พิการเข้าทำงานจริง เพื่อส่งเสริมแนวทางการจ้างงานที่ยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรพร้อมไปกับการตอบสนองความต้องการด้านสวัสดิการสังคม แม้ว่าโครงการนี้จะมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาวะล้นตลาด แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานในระยะยาวจะถูกจัดการอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะล้นตลาดในอนาคต ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดของการจัดซื้อและช่องทางการกระจายความช่วยเหลือด้านโภชนาการให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:48 UTC

ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวเตรียมห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวเตรียมห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล

ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าอาจมีการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเพื่อควบคุมราคาในประเทศที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวเตรียมห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล

แหล่งข่าวเดียว
ทำเนียบขาวปฏิเสธข่าวเตรียมห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล

ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าอาจมีการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเพื่อควบคุมราคาในประเทศที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ตามรายงานจาก Matichon Online ทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการเตรียมห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล โดยข่าวลือดังกล่าวระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาเชื้อเพลิงในประเทศที่เพิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากตลาดพลังงานโลกมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ความผันผวนของนโยบายเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ มักส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง โลจิสติกส์ และราคาสินค้าภายในเศรษฐกิจไทย แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะปฏิเสธแผนการดังกล่าว แต่ปัญหาเรื่องราคาเชื้อเพลิงที่สูงยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลในระดับเศรษฐกิจโลก

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมีแนวทางอย่างไรในการจัดการกับแรงกดดันด้านราคาเชื้อเพลิงในประเทศ หากไม่มีการใช้มาตรการจำกัดการส่งออก ผู้สังเกตการณ์ยังคงเฝ้าติดตามห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดระหว่างประเทศ สำหรับตอนนี้ สถานะปัจจุบันของกฎระเบียบการส่งออกน้ำมันดีเซลยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:21 UTC

Heil Trailer Asia ฉลองครบรอบ 125 ปี พร้อมแผนขยายตลาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Heil Trailer Asia ฉลองครบรอบ 125 ปี พร้อมแผนขยายตลาด

Heil Trailer Asia ฉลองครบรอบ 125 ปี ประกาศแผนขยายตลาดในเอเชียและเตรียมเปิดศูนย์ PSR แห่งใหม่ที่ศรีราชา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Heil Trailer Asia ฉลองครบรอบ 125 ปี พร้อมแผนขยายตลาด

แหล่งข่าวเดียว
Heil Trailer Asia ฉลองครบรอบ 125 ปี พร้อมแผนขยายตลาด

Heil Trailer Asia ฉลองครบรอบ 125 ปี ประกาศแผนขยายตลาดในเอเชียและเตรียมเปิดศูนย์ PSR แห่งใหม่ที่ศรีราชา

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท Heil Trailer Asia (HTA) กำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเติบโตในโอกาสฉลองครบรอบ 125 ปีแห่งประวัติศาสตร์ด้านวิศวกรรม บริษัทได้ประกาศแผนกลยุทธ์เพื่อขยายฐานการตลาดในเอเชียให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักระดับโลก

ส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจนี้ บริษัทกำลังเตรียมเปิดศูนย์ PSR (อะไหล่ บริการ และซ่อมแซม) แห่งใหม่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี การพัฒนาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการดำเนินงานของแบรนด์และสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาวในภูมิภาคนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจในประเทศไทย การขยายตัวนี้เน้นย้ำถึงบทบาทที่ต่อเนื่องของประเทศในฐานะศูนย์กลางสำคัญสำหรับการผลิตทางอุตสาหกรรมและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ การจัดตั้งศูนย์แห่งใหม่ในศรีราชาอาจนำไปสู่การเพิ่มโอกาสในการจ้างงานในท้องถิ่นและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการสำหรับภาคการขนส่ง แม้ว่าบริษัทจะยืนยันถึงความตั้งใจในการเปิดศูนย์แห่งใหม่นี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเปิดทำการอย่างเป็นทางการและขอบเขตการให้บริการทั้งหมดที่ศรีราชา ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:05 UTC

ซีอีโอ ttb เตือนไทยต้องปรับตัวรับโจทย์การค้าโลกที่เปลี่ยนไป
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ซีอีโอ ttb เตือนไทยต้องปรับตัวรับโจทย์การค้าโลกที่เปลี่ยนไป

ปิติ ตัณฑเกษม ซีอีโอธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) เรียกร้องให้ไทยเร่งปรับกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ โดยระบุ 6 อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าโลกที่เพิ่มสูงขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ซีอีโอ ttb เตือนไทยต้องปรับตัวรับโจทย์การค้าโลกที่เปลี่ยนไป

แหล่งข่าวเดียว
ซีอีโอ ttb เตือนไทยต้องปรับตัวรับโจทย์การค้าโลกที่เปลี่ยนไป

ปิติ ตัณฑเกษม ซีอีโอธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) เรียกร้องให้ไทยเร่งปรับกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ โดยระบุ 6 อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าโลกที่เพิ่มสูงขึ้น

ในรายงานล่าสุดจากประชาชาติธุรกิจ ปิติ ตัณฑเกษม ซีอีโอธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ได้ออกมาเตือนว่าประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาบุญเก่าทางเศรษฐกิจได้อีกต่อไป ในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคของการกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น ปิติเน้นย้ำว่าประเทศจำเป็นต้องเร่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ๆ โดยเตือนว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังยืนอยู่บน "ขอบเหว" ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิดอย่างจริงจังเพื่อความอยู่รอดและการเติบโต

จากการประเมินของธนาคาร การดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ปิติเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งต้องสร้างความมั่นใจว่าผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในท้องถิ่นจะสามารถเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนจากต่างชาติได้ เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ttb ได้ชู 6 อุตสาหกรรมเฉพาะที่มีศักยภาพในการประสบความสำเร็จในตลาดโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มการปรับนโยบายเศรษฐกิจไปสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น แม้ว่าธนาคารจะระบุว่าทั้ง 6 ภาคส่วนนี้มีความน่าสนใจ แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าอุตสาหกรรมใดบ้างที่ถูกคัดเลือก รวมถึงกลไกสนับสนุนจากภาครัฐหรือภาคเอกชนที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศนโยบายต่างๆ ในอนาคตเพื่อดูว่าคำแนะนำเชิงกลยุทธ์เหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:48 UTC

SILPIN ประกาศกลยุทธ์ 5 ปี ยกระดับ 'รสชาติไทย' สู่ตลาดโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SILPIN ประกาศกลยุทธ์ 5 ปี ยกระดับ 'รสชาติไทย' สู่ตลาดโลก

แบรนด์ไทย SILPIN ฉลองครบรอบ 9 ปี พร้อมเปิดตัวแผน 5 ปี เพื่อเชื่อมโยงอาหารไทยเข้ากับตลาดไลฟ์สไตล์หรูหราทั่วโลก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SILPIN ประกาศกลยุทธ์ 5 ปี ยกระดับ 'รสชาติไทย' สู่ตลาดโลก

แหล่งข่าวเดียว
SILPIN ประกาศกลยุทธ์ 5 ปี ยกระดับ 'รสชาติไทย' สู่ตลาดโลก

แบรนด์ไทย SILPIN ฉลองครบรอบ 9 ปี พร้อมเปิดตัวแผน 5 ปี เพื่อเชื่อมโยงอาหารไทยเข้ากับตลาดไลฟ์สไตล์หรูหราทั่วโลก

ในโอกาสครบรอบ 9 ปี แบรนด์ไทย SILPIN ได้ประกาศปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยก้าวข้ามบทบาทเดิมจากการเป็นผู้มอบประสบการณ์ด้านรสชาติ ไปสู่การเป็นทูตระดับโลกสำหรับ 'รสชาติไทย' (Thai Flavours) ตามรายงานจาก Thai Post บริษัทได้เปิดเผยแผนงานระยะ 5 ปีที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างอาหารไทยต้นตำรับกับภาคธุรกิจไลฟ์สไตล์หรูหราระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มการมองเห็นและการวางตำแหน่งสินค้าอาหารไทยในระดับพรีเมียมในตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง การยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและเอกลักษณ์ของรสชาติท้องถิ่น SILPIN มุ่งหวังที่จะปรับมรดกทางอาหารของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานความหรูหราระดับโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีการทำตลาดและการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารไทยในธุรกิจบริการและการค้าปลีกระดับนานาชาติ

แม้ว่าบริษัทจะวางวิสัยทัศน์ระยะยาวไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หรือตลาดต่างประเทศที่จะเป็นเป้าหมายในการเปิดตัวช่วงแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการเปลี่ยนผ่านจากองค์กรที่เน้นเรื่องรสชาติไปสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์หรูหรานี้ จะปรากฏออกมาเป็นข้อเสนอที่จับต้องได้สำหรับผู้บริโภคอย่างไรในช่วงปีต่อๆ ไป กลยุทธ์นี้ตอกย้ำแนวโน้มที่กว้างขึ้นของธุรกิจไทยที่พยายามใช้ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ของประเทศในด้านศิลปะการทำอาหาร เพื่อชิงส่วนแบ่งในเศรษฐกิจระดับพรีเมียมของโลกให้มากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:50 UTC

รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหานมล้นตลาดในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหานมล้นตลาดในไทย

นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ผลักดันการรับซื้อนมส่วนเกินจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหานมล้นตลาดในไทย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหานมล้นตลาดในไทย

นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ผลักดันการรับซื้อนมส่วนเกินจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้สั่งการให้โครงการ 'เสริมกล้า' เข้าแทรกแซงตลาดนมภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหานมล้นตลาดที่กำลังส่งผลกระทบต่อองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)

การรับซื้อผลผลิตส่วนเกินนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด พร้อมทั้งนำผลิตภัณฑ์นมไปแจกจ่ายให้กับเด็กและผู้พิการเพื่อเป็นโภชนาการเสริม การดำเนินการนี้ออกแบบมาเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในท้องถิ่นที่กำลังประสบปัญหาจากภาวะสินค้าล้นตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการกับความผันผวนของตลาดเกษตร แม้ว่าโครงการจะมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาความเดือดร้อนในภาคส่วนนมและการกระจายสวัสดิการสังคม แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการแทรกแซงตลาดเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าโครงการ 'เสริมกล้า' จะขยายขอบเขตการดำเนินงานอย่างไร และมาตรการนี้จะสามารถป้องกันภาวะตลาดล้นในอนาคตได้สำเร็จหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณนมที่จะรับซื้อหรือระยะเวลาของโครงการสนับสนุนนี้อย่างเป็นทางการในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:02 UTC

กฟน. ชี้แจงสถานะการจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center)
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กฟน. ชี้แจงสถานะการจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center)

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่เดิมจะยังคงได้รับไฟฟ้าตามปกติ ในขณะที่การยื่นขอใช้ไฟฟ้าสำหรับรายใหม่จะถูกชะลอไว้ชั่วคราว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กฟน. ชี้แจงสถานะการจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
กฟน. ชี้แจงสถานะการจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center)

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่เดิมจะยังคงได้รับไฟฟ้าตามปกติ ในขณะที่การยื่นขอใช้ไฟฟ้าสำหรับรายใหม่จะถูกชะลอไว้ชั่วคราว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ชี้แจงถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในเขตพื้นที่ให้บริการ โดยยืนยันว่าการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันจะยังคงได้รับไฟฟ้าตามปกติและไม่มีแผนการตัดกระแสไฟฟ้าแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กฟน. ได้ดำเนินการชะลอการรับคำขอใช้ไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลรายใหม่ไว้ชั่วคราว เพื่อให้คณะกรรมการได้พิจารณาและกำหนดกฎเกณฑ์รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับการจัดสรรพลังงานให้กับภาคส่วนนี้ในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการบริหารจัดการความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของภาคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แม้ว่าบริการที่มีอยู่จะยังคงมีความเสถียร แต่การหยุดชะงักชั่วคราวสำหรับโครงการใหม่บ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการกำลังการผลิตของโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจถึงความน่าเชื่อถือในระยะยาวสำหรับผู้ใช้ทุกคน

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าคณะกรรมการจะสรุปผลการพิจารณาเมื่อใด และจะกลับมาเปิดรับคำขอใช้ไฟฟ้าสำหรับรายใหม่ได้อีกครั้งเมื่อใด ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กฟน. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกรอบกฎระเบียบใหม่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:42 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนระยะยาวของกองทุนประกันสังคมไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนระยะยาวของกองทุนประกันสังคมไทย

นายธนกร วังบุญคงชนะ นักการเมืองไทย ได้เรียกร้องให้ทางการเปิดเผยการประเมินสถานะทางการเงินระยะยาวของกองทุนประกันสังคม โดยชี้ให้เห็นถึงความไม่สมดุลที่เพิ่มขึ้นระหว่างรายรับและรายจ่าย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนระยะยาวของกองทุนประกันสังคมไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนระยะยาวของกองทุนประกันสังคมไทย

นายธนกร วังบุญคงชนะ นักการเมืองไทย ได้เรียกร้องให้ทางการเปิดเผยการประเมินสถานะทางการเงินระยะยาวของกองทุนประกันสังคม โดยชี้ให้เห็นถึงความไม่สมดุลที่เพิ่มขึ้นระหว่างรายรับและรายจ่าย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยการประเมินสถานะทางการเงินระยะยาวของกองทุนประกันสังคมไทยอย่างครอบคลุม นายธนกรแสดงความกังวลว่าแนวโน้มปัจจุบันของกองทุนกำลังแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่กว้างขึ้น โดยที่รายจ่ายมีแนวโน้มสูงกว่ารายรับมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ส่งเงินสมทบเข้าสู่ระบบประกันสังคม ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการจัดการสิทธิประโยชน์ในอนาคต แม้ว่ากองทุนจะยังคงดำเนินงานอยู่ แต่การเรียกร้องความโปร่งใสชี้ให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายกำลังเผชิญกับแรงกดดันในการแก้ไขปัญหาความท้าทายทางการเงินเชิงโครงสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะยังคงมีความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องในการเปิดเผยข้อมูลนี้อย่างไร และจะมีมาตรการเฉพาะใดบ้างที่อาจถูกนำเสนอเพื่อแก้ไขความไม่สมดุลทางการคลัง ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงอัตราเงินสมทบหรือการจ่ายสิทธิประโยชน์ในทันที ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของกองทุนและการปรับเปลี่ยนนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งเงินสมทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:43 UTC

ไทยเพิ่มสต็อกสำรองเชิงยุทธศาสตร์รับมือความกังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญทั่วโลก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเพิ่มสต็อกสำรองเชิงยุทธศาสตร์รับมือความกังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญทั่วโลก

กรมการค้าภายในของไทยกำลังเพิ่มสต็อกสินค้าจำเป็นระดับประเทศ ท่ามกลางความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเพิ่มสต็อกสำรองเชิงยุทธศาสตร์รับมือความกังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญทั่วโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเพิ่มสต็อกสำรองเชิงยุทธศาสตร์รับมือความกังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญทั่วโลก

กรมการค้าภายในของไทยกำลังเพิ่มสต็อกสินค้าจำเป็นระดับประเทศ ท่ามกลางความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 กรมการค้าภายในของไทยได้ประกาศแผนการเพิ่มปริมาณสำรองเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งเพิ่มสต็อกสินค้าเพื่อรับมือกับความกังวลเกี่ยวกับปรากฏการณ์สภาพอากาศเอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและผลผลิตทางการเกษตรทั่วโลก

ประเทศไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มปริมาณสำรองข้าวสาร ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลัง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ากลยุทธ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศและลดความผันผวนของราคาที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะขาดแคลนอันเนื่องมาจากสภาพอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการกับภาวะเงินเฟ้อหรือข้อจำกัดด้านอุปทานในภาคอาหาร แม้ว่ารัฐบาลจะกำลังดำเนินการเพื่อรักษาความมั่นคงของสินค้าจำเป็นเหล่านี้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาผู้บริโภคยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าการปรับเปลี่ยนปริมาณสำรองเหล่านี้จะส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายของสินค้าในตลาดท้องถิ่นอย่างไร หรือจะมีการเพิ่มสินค้าชนิดอื่นเข้าไปในรายการสต็อกเชิงยุทธศาสตร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถสร้างเสถียรภาพให้กับอุปทานภายในประเทศท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาพอากาศโลกได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:20 UTC

ข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปกลไกราคาพลังงานในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปกลไกราคาพลังงานในประเทศไทย

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการอิงราคาเชื้อเพลิงในประเทศกับดัชนีตลาดสิงคโปร์ โดยระบุว่าทำให้เกิดความบิดเบือนของกลไกตลาด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปกลไกราคาพลังงานในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปกลไกราคาพลังงานในประเทศไทย

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการอิงราคาเชื้อเพลิงในประเทศกับดัชนีตลาดสิงคโปร์ โดยระบุว่าทำให้เกิดความบิดเบือนของกลไกตลาด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกการอิงราคาเชื้อเพลิงในประเทศกับดัชนีตลาดสิงคโปร์ โดยนายอรรถวิชช์ให้เหตุผลว่ากลไกในปัจจุบันมีความผิดเพี้ยนและส่งผลให้ราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายไม่เป็นธรรม

เขาได้เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาแทรกแซงโดยการกำหนดเพดานราคาสูงสุดสำหรับเชื้อเพลิง แทนที่จะปล่อยให้กลไกตลาดกำหนดราคาโดยไม่มีการกำกับดูแล ข้อเสนอดังกล่าวระบุว่าการพึ่งพาเกณฑ์มาตรฐานระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่ภาระทางการเงินที่ไม่จำเป็นสำหรับประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงส่งผลโดยตรงต่อราคาค่าขนส่งสาธารณะ โลจิสติกส์ และค่าครองชีพโดยรวม แม้ว่าข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปนี้จะสะท้อนถึงการถกเถียงที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายพลังงาน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะยอมรับข้อเสนอเหล่านี้หรือจะคงโครงสร้างราคาเดิมไว้ ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการ และกระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้ออกคำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิดสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:20 UTC

ไทย-จีน เสนอกลไกเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อรับมือการนำเข้าสินค้าพุ่งสูง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทย-จีน เสนอกลไกเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อรับมือการนำเข้าสินค้าพุ่งสูง

เจ้าหน้าที่ไทยและจีนได้หารือเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบ 'เตือนภัยล่วงหน้า' เพื่อติดตามการเติบโตอย่างรวดเร็วของการนำเข้าสินค้าและปัญหาการทุ่มตลาดที่อาจเกิดขึ้น หลังจากยอดการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้น 31.55% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทย-จีน เสนอกลไกเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อรับมือการนำเข้าสินค้าพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทย-จีน เสนอกลไกเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อรับมือการนำเข้าสินค้าพุ่งสูง

เจ้าหน้าที่ไทยและจีนได้หารือเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบ 'เตือนภัยล่วงหน้า' เพื่อติดตามการเติบโตอย่างรวดเร็วของการนำเข้าสินค้าและปัญหาการทุ่มตลาดที่อาจเกิดขึ้น หลังจากยอดการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้น 31.55% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้แทนจากกรมการค้าต่างประเทศของไทยได้เข้าพบกับสำนักงานสืบสวนและเยียวยาทางการค้า (TRB) ของจีน ในการประชุมความร่วมมือด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าไทย-จีน ครั้งที่ 8 ในระหว่างการประชุม ฝ่ายไทยได้เสนอแนวคิดกลไก 'เตือนภัยล่วงหน้า' (Early Warning) ซึ่งออกแบบมาเพื่อติดตามการพุ่งสูงขึ้นของการนำเข้าสินค้าและระบุสัญญาณของการทุ่มตลาดก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นข้อพิพาททางการค้าอย่างเป็นทางการ

ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากยอดการนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีมูลค่าประมาณ 2.21 ล้านล้านบาทในช่วงสองไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้น 31.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ผู้ประกอบการไทยได้แสดงความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการไหลทะลักของสินค้าต้นทุนต่ำผ่านทั้งช่องทางการค้าปกติและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ กลไกที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างช่องทางการสื่อสารโดยตรงระหว่างทั้งสองประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้าตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดท้องถิ่นท่ามกลางการไหลทะลักของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับประเด็นทางเทคนิคและกฎหมายของการไต่สวนเพื่อใช้มาตรการเยียวยาทางการค้า รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในกระบวนการดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและโครงสร้างการดำเนินงานที่แน่ชัดของกลไกนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:24 UTC

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คว้า 6 รางวัลจากเวที The Asset Triple A Private Capital Awards 2026
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คว้า 6 รางวัลจากเวที The Asset Triple A Private Capital Awards 2026

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้รับการยอมรับด้วยรางวัล 6 สาขา รวมถึงรางวัล 'Best Wealth Manager' ซึ่งตอกย้ำกลยุทธ์ 'Wealth Your World'

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คว้า 6 รางวัลจากเวที The Asset Triple A Private Capital Awards 2026

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คว้า 6 รางวัลจากเวที The Asset Triple A Private Capital Awards 2026

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้รับการยอมรับด้วยรางวัล 6 สาขา รวมถึงรางวัล 'Best Wealth Manager' ซึ่งตอกย้ำกลยุทธ์ 'Wealth Your World'

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประสบความสำเร็จในการคว้ารางวัล 6 สาขาในหมวด Wealth และ Investment Solutions จากงาน The Asset Triple A Private Capital Awards 2026 โดยหนึ่งในรางวัลที่ได้รับคือรางวัล 'Best Wealth Manager'

ความสำเร็จนี้เป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ 'Wealth Your World' ของธนาคาร ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชันการบริหารจัดการทางการเงินที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงสถานะปัจจุบันของธนาคารในภาคการเงินท้องถิ่นและความมุ่งมั่นในการขยายบริการด้านการลงทุน

แม้ว่ารางวัลเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานของธนาคารในการบริหารความมั่งคั่ง แต่ไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการรับประกันคุณภาพการบริการในอนาคตสำหรับลูกค้าแต่ละราย ผู้ที่สนใจบริการบริหารความมั่งคั่งควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเกี่ยวกับเป้าหมายการลงทุนของตนเอง ทั้งนี้ ธนาคารยังคงเดินหน้าส่งเสริมโครงการ 'Wealth Your World' ในฐานะส่วนประกอบหลักของรูปแบบธุรกิจต่อไป โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์การตัดสินสำหรับรางวัลทั้ง 6 สาขานั้นยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างครบถ้วนในรายงานฉบับแรก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:51 UTC

PTT ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและแผนขายหุ้นซื้อคืน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

PTT ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและแผนขายหุ้นซื้อคืน

บอร์ด PTT อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1.40 บาทต่อหุ้น และแผนจำหน่ายหุ้นซื้อคืนจำนวน 238.66 ล้านหุ้น ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

PTT ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและแผนขายหุ้นซื้อคืน

แหล่งข่าวเดียว
PTT ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและแผนขายหุ้นซื้อคืน

บอร์ด PTT อนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1.40 บาทต่อหุ้น และแผนจำหน่ายหุ้นซื้อคืนจำนวน 238.66 ล้านหุ้น ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ คณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 1.40 บาทต่อหุ้น โดยคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 3.97 หมื่นล้านบาท นักลงทุนควรทราบว่าหุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569

นอกเหนือจากการประกาศจ่ายเงินปันผลแล้ว บริษัทยังได้อนุมัติแผนการจำหน่ายหุ้นซื้อคืนจำนวน 238.66 ล้านหุ้น ซึ่งคิดเป็นไม่เกิน 0.84% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท โดยการขายหุ้นดังกล่าวมีกำหนดดำเนินการผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 12 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ บริษัทระบุว่าหากไม่สามารถจำหน่ายหุ้นได้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนด หุ้นที่เหลือจะถูกนำไปลดทุนด้วยการตัดหุ้นส่วนที่เหลือออก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่สำคัญของหนึ่งในองค์กรด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แม้ว่าเงินปันผลจะเป็นผลตอบแทนโดยตรงแก่ผู้ถือหุ้น แต่การขายหุ้นซื้อคืนถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในตลาดที่อาจส่งผลต่อปริมาณการซื้อขาย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าตลาดจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อการขายหุ้นดังกล่าว และบริษัทจะต้องดำเนินการลดทุนตามแผนหรือไม่หากหุ้นไม่ถูกดูดซับโดยตลาดจนหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:51 UTC

เกษตรกรสวนมะพร้าวในตรังประสบความสำเร็จด้วยเคล็ดลับการปลูกแบบเฉพาะตัว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เกษตรกรสวนมะพร้าวในตรังประสบความสำเร็จด้วยเคล็ดลับการปลูกแบบเฉพาะตัว

เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้รับความนิยมในท้องถิ่นจากการใช้เทคนิคการปลูกด้วยสูตรเกลือเพื่อผลิตมะพร้าวคุณภาพดีและมีรสหวาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เกษตรกรสวนมะพร้าวในตรังประสบความสำเร็จด้วยเคล็ดลับการปลูกแบบเฉพาะตัว

แหล่งข่าวเดียว
เกษตรกรสวนมะพร้าวในตรังประสบความสำเร็จด้วยเคล็ดลับการปลูกแบบเฉพาะตัว

เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้รับความนิยมในท้องถิ่นจากการใช้เทคนิคการปลูกด้วยสูตรเกลือเพื่อผลิตมะพร้าวคุณภาพดีและมีรสหวาน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายนิรุตต์ สุดฉิม เกษตรกรในบ้านหนองหอย จังหวัดตรัง ได้ประสบความสำเร็จในการนำวิธีการปลูกมะพร้าวแบบเฉพาะตัวมาใช้ในสวนของตน โดยการใช้สูตรเกลือใส่บริเวณใบและรากของต้นมะพร้าวจำนวน 120 ต้น ทำให้ได้ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพดี มีน้ำรสชาติหวานและเนื้อสีขาวละเอียด

วิธีการดังกล่าวช่วยให้ต้นมะพร้าวมีความทนทานต่อศัตรูพืชและโรคต่างๆ ส่งผลให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างสม่ำเสมอไม่ต่ำกว่า 50 ลูกต่อสัปดาห์ ปัจจุบันผลผลิตถูกจำหน่ายโดยตรงที่สวนในราคาลูกละ 10 บาท ซึ่งเป็นราคาที่คงที่ตลอดทั้งปี ความต้องการที่สูงทำให้ลูกค้าเดินทางมาซื้อถึงสวนและมีการสั่งจองล่วงหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตรัง สวนแห่งนี้ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จในด้านนวัตกรรมการเกษตร แม้ว่าคุณภาพของมะพร้าวจะได้รับการยอมรับอย่างสูงจากผู้บริโภคในท้องถิ่น แต่ผลกระทบระยะยาวของการใช้เกลือในการปรับสภาพดินต่อพื้นที่สวนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมสวนหรือซื้อผลผลิตสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมของสินค้าได้จากแหล่งจำหน่ายทางการเกษตรในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:04 UTC