ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่ ✦
วัฒนธรรม TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
การเมือง นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ ✦
เศรษฐกิจ เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ✦
ทั่วไป ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569 ✦
ทั่วไป 7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi ✦
ความปลอดภัย สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026 ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
การเมือง

คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่

คณะผู้แทนหลายสิบคนเดินออกจากห้องประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนิวยอร์ก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กำลังกล่าวปกป้องปฏิบัติการทางทหารของประเทศในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 81 ณ กรุงนิวยอร์ก ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ซึ่งเน้นไปที่การปกป้องปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในภูมิภาค คณะผู้แทนจำนวนมากได้เดินออกจากห้องประชุมเพื่อเป็นการประท้วง ตามรายงานจาก Khaosod English เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบจากนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้นต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความขัดแย้งทางการทูตนี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติที่ผันผวนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน แม้ว่าการประท้วงดังกล่าวที่ UN จะเป็นเชิงสัญลักษณ์เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระดับโลกที่ฝังรากลึก ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การประท้วงในท้องถิ่นหรือการตระหนักถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในศูนย์กลางระหว่างประเทศที่สำคัญ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่น เนื่องจากเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองขนาดใหญ่อาจขัดขวางการขนส่งสาธารณะหรือนำไปสู่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเมืองใหญ่ได้

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความขัดแย้งทางการทูตนี้จะส่งผลต่อมติของ UN ในอนาคตหรือความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอิสราเอลและประเทศที่คณะผู้แทนได้เดินออกไปอย่างไร ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อบุคคลทั่วไป แต่ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:30 UTC

วัฒนธรรม

TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ได้รับการยืนยัน
TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ภายหลังช่วงเวลาไว้ทุกข์ครบ 100 วัน

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

การดำเนินการนี้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ภาคเอกชนร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคเอกชนเริ่มเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ของพระองค์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ของชาติและความสำคัญทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของพระราชพิธีบำเพ็ญกุศล ผู้มาเยือนควรทราบว่าพิธีดังกล่าวเป็นวาระอันศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย แม้ว่าตารางการเป็นเจ้าภาพของภาคเอกชนจะมีการจัดการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ แต่ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ อาจสังเกตเห็นกิจกรรมหรือการจัดเตรียมสถานที่อย่างเป็นทางการใกล้กับพื้นที่พระราชพิธีสำคัญ

เนื่องจากเป็นพิธีทางศาสนาที่เป็นทางการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเฉพาะของ TOA หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้เคียงนั้น ขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวัง ขอความร่วมมือผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้สำรวมกิริยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

การเมือง

นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบว่าการที่นักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้ตรวจสอบนักการเมืองระดับสูงรายหนึ่ง กรณีการรับนาฬิกาที่ได้รับมอบจากนายกรัฐมนตรี

แม้ว่าสิ่งของดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท แต่นายศรีสุวรรณโต้แย้งว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่าของขวัญชิ้นนี้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ โดยเขาระบุว่าแม้จะมีมูลค่าทางการเงินต่ำ แต่การรับของขวัญดังกล่าวอาจส่งผลต่อความเป็นกลางของนักการเมืองหรือรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการได้ นักเคลื่อนไหวรายนี้ยืนยันว่าการกระทำใดๆ ที่บั่นทอนความซื่อสัตย์สุจริตของหน้าที่ทางการเมืองหรือการบริหารงานถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ตามมาตรฐานจริยธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบจริยธรรมทางการเมืองและความโปร่งใสในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองท้องถิ่น และเป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะรับคำร้องเพื่อดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือของขวัญดังกล่าวจะถูกตัดสินว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากนายกรัฐมนตรีหรือนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:05 UTC

เศรษฐกิจ

เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

เมืองไทยประกันภัย นำโดย นวลพรรณ ล่ำซำ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ CARRO เพื่อให้บริการที่ครบวงจรสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของซีอีโอ นวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการกับ CARRO ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายรถยนต์ระดับภูมิภาค ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศการบริการที่ครบวงจรสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ครอบครองหรือกำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการบูรณาการโซลูชันด้านประกันภัยเข้ากับการบำรุงรักษารถยนต์และบริการตลาดรถยนต์มือสอง โดยการรวมความเชี่ยวชาญด้านการประกันภัยของเมืองไทยประกันภัยเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลของ CARRO ทั้งสองบริษัทตั้งใจที่จะปรับปรุงประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ให้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยแก้ไขข้อกังวลทั่วไปเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้าและราคาขายต่อในตลาดท้องถิ่น

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในรูปแบบการบริการที่ครบวงจร แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับแพ็กเกจประกันภัย ขอบเขตของการสนับสนุนทางเทคนิค และกำหนดการเปิดตัวบริการแบบบูรณาการเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทั้งเมืองไทยประกันภัยและ CARRO เพื่อทำความเข้าใจว่าข้อเสนอการบริการใหม่เหล่านี้จะสามารถนำไปใช้กับรุ่นรถยนต์และความต้องการด้านประกันภัยของตนได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ทั่วไป

ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

สลากกินแบ่งรัฐบาล สปป.ลาว หรือ 'หวยพัฒนา' ได้ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการสำหรับงวดวันที่ 25 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กระทรวงการเงินของ สปป.ลาว ได้ดำเนินการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ 'หวยพัฒนา' ประจำงวดวันที่ 25 กันยายน 2569 อย่างเป็นทางการ

ผลรางวัลครอบคลุมระดับรางวัลต่างๆ รวมถึงเลข 6 ตัว, 5 ตัว, 4 ตัว, 3 ตัว และ 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการออกรางวัลในรูปแบบหวยพัฒนา 5/45 ซึ่งมีการสุ่มเลือกตัวเลขจำนวน 5 หมายเลข

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ผลรางวัลเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจเนื่องจากเป็นการออกรางวัลอย่างเป็นทางการล่าสุดภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบสลากของตนผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อให้แน่ใจในความถูกต้อง

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ตัวเลขรางวัลที่ระบุในแหล่งข้อมูลต้นฉบับนั้นเป็นเพียงตัวเลขสมมติ (XXXXXX) ดังนั้น ผู้ที่ต้องการยืนยันผลรางวัลที่ถูกต้องควรตรวจสอบผ่านพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของกระทรวงการเงิน สปป.ลาว หรือจุดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อรับตัวเลขที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสำหรับงวดนี้ ทั้งนี้ SawaLife ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการเงินหรือการพนัน และขอสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:58 UTC

ทั่วไป

7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi

แหล่งข่าวเดียว
7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi

7-Eleven ประเทศไทย ได้เปิดตัวสินค้าชุดใหม่ในธีม Monchhichi พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมโปรแกรม ALL member

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 7-Eleven ประเทศไทย ได้เปิดตัวคอลเลกชันสินค้าพรีเมียมชุดใหม่ที่มีตัวละครยอดนิยมอย่าง Monchhichi แคมเปญนี้จัดทำขึ้นเพื่อดึงดูดนักสะสมและแฟนคลับของแบรนด์ตุ๊กตาชื่อดัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โปรโมชันนี้มีความเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้บริการร้าน 7-Eleven เป็นประจำ แคมเปญนี้มาพร้อมกับสิทธิพิเศษและแรงจูงใจที่ผูกกับโปรแกรมสมาชิก 'ALL member' โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมโปรโมชันเพื่อรับสินค้าลิมิเต็ดอิดิชันเหล่านี้ ซึ่งมักเป็นที่ต้องการในฐานะของที่ระลึกหรือของสะสม

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันถึงการมีอยู่ของสินค้าใหม่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการแลกรับ ระยะเวลาของโปรโมชัน และรายการสินค้าทั้งหมดในคอลเลกชันนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางร้านค้าอีกครั้ง ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้าน 7-Eleven สาขาใกล้บ้าน หรือผ่านแอปพลิเคชัน ALL member เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับวิธีการได้รับสินค้าเหล่านี้ เช่นเดียวกับโปรโมชันค้าปลีกทั่วไปในประเทศไทย สินค้าอาจมีจำนวนจำกัดและขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา โดยปกติสินค้าจะจำหน่ายจนกว่าของจะหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ความปลอดภัย

สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม

สส.พรรคภูมิใจไทยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มแจกจ่ายแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากพรรคภูมิใจไทย ได้เริ่มดำเนินการแจกจ่ายแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่ มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในจังหวัดประวัติศาสตร์แห่งนี้

สส.ท่านดังกล่าวระบุว่าการแจกจ่ายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความมั่นใจว่าชุมชนจะได้รับการสนับสนุนในช่วงฤดูมรสุม โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงมีอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์และสภาพอากาศตามฤดูกาลของพื้นที่ แม้ว่าการแจกจ่ายวัสดุจะเป็นมาตรการเชิงรุก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่อยู่ในจังหวัดหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับระดับน้ำและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการแจกจ่ายนี้จะครอบคลุมเพียงใด และหน่วยงานท้องถิ่นจะมีกลยุทธ์ในการรับมือกับน้ำท่วมอย่างไรหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:56 UTC

เหตุการณ์

เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026

บริษัท เจียไต๋ จำกัด เข้าร่วมงาน FARM EXPO 2026 โดยนำเสนอเมล็ดพันธุ์ ผลผลิตคุณภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรล่าสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรของไทย ได้นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดภายในงาน FARM EXPO 2026 โดยบริษัทได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงและผลผลิตสดใหม่ ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีทางการเกษตรต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำฟาร์มให้ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาคการเกษตรของไทย งานนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในการสังเกตจุดเชื่อมโยงระหว่างการเกษตรแบบดั้งเดิมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ ผู้เข้าร่วมงานสามารถสำรวจว่าความก้าวหน้าเหล่านี้มีส่วนช่วยในการกำหนดทิศทางของห่วงโซ่อุปทานอาหารและผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นได้อย่างไร นิทรรศการนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและสาธารณชนในการมีส่วนร่วมกับแนวโน้มล่าสุดในภาคส่วนนี้

แม้ว่านิทรรศการจะเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมในปัจจุบันของเจียไต๋ที่มีต่ออุตสาหกรรม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการสาธิตทั้งหมดหรือระยะเวลาของการจัดแสดงเฉพาะของพวกเขายังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมงานควรตรวจสอบตารางเวลาอย่างเป็นทางการของ FARM EXPO 2026 เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวันและนิทรรศการที่จัดแสดง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:56 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องวงเงินในวันที่ 22 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยืนยันเดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ยืนยันการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องวงเงินในวันที่ 22 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ในเฟสที่ 2 ต่อไป โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนทางการเงินแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตและจำนวนเงินที่จะจัดสรรให้แก่แต่ละบุคคลนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ประกาศนี้ถือเป็นสัญญาณถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีการยืนยันการดำเนินโครงการต่อ แต่ผลกระทบทางการเงินที่แน่ชัดสำหรับแต่ละบุคคลยังไม่มีการสรุป โดยรัฐบาลมีกำหนดการที่จะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระดับการสนับสนุนทางการเงินในวันที่ 22 กันยายน 2569

ในขณะนี้ สาธารณชนกำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจว่าการดำเนินงานในเฟสที่ 2 จะมีรูปแบบอย่างไรและใครจะมีสิทธิ์เข้าร่วม ผู้ที่สนใจในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลหรือข่าวสารท้องถิ่นหลังจากวันที่ 22 กันยายน เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงาน ในขั้นตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะหรือวงเงินงบประมาณรวมสำหรับเฟสนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 13:16 UTC

กนอ. จับมือ GULF1 และ GPSC พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในนิคมฯ มาบตาพุด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กนอ. จับมือ GULF1 และ GPSC พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในนิคมฯ มาบตาพุด

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยลงนามในสัญญาจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กนอ. จับมือ GULF1 และ GPSC พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในนิคมฯ มาบตาพุด

แหล่งข่าวเดียว
กนอ. จับมือ GULF1 และ GPSC พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในนิคมฯ มาบตาพุด

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยลงนามในสัญญาจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้เข้าทำสัญญาร่วมทุนอย่างเป็นทางการกับบริษัท กัลฟ์1 จำกัด (GULF1) ในเครือบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online ทั้งสามองค์กรได้ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้นเพื่อจัดตั้ง 'บริษัท รีเนอร์จี จำกัด'

วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือนี้คือการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนพื้นที่เก็บกักตะกอนดินเลน (Silt Pond) ภายในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ความคิดริเริ่มนี้ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระดับชาติในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่มีอยู่เพื่อพลังงานหมุนเวียนมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางอุตสาหกรรมในระยะยาวพร้อมกับการจัดการข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม

แม้ว่าการลงนามในสัญญาจะเป็นการแสดงความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการต่อโครงการ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด กำหนดการก่อสร้าง และวันที่คาดว่าจะแล้วเสร็จนั้นยังไม่มีการยืนยันต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:21 UTC

เอกนิติผนึก กกร. เปิดตัว 'Reinvent Thailand' เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เอกนิติผนึก กกร. เปิดตัว 'Reinvent Thailand' เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย

ทางการไทยและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand' โดยตั้งเป้าผลักดันการเติบโตของ GDP ไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เอกนิติผนึก กกร. เปิดตัว 'Reinvent Thailand' เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย

แหล่งข่าวเดียว
เอกนิติผนึก กกร. เปิดตัว 'Reinvent Thailand' เร่งเครื่องเศรษฐกิจไทย

ทางการไทยและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand' โดยตั้งเป้าผลักดันการเติบโตของ GDP ไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ร่วมมือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อเปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand' โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่าความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจหลัก 7 กลุ่ม เพื่อเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายให้กลายเป็นกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีเป้าหมายหลักคือการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี

นอกเหนือจากเป้าหมายด้าน GDP แล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในประเทศให้แตะระดับ 30% ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้ติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลก โครงการนี้ตั้งใจที่จะปลดล็อกอุปสรรคด้านกฎระเบียบสำหรับภาคธุรกิจและปูทางไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ โครงการนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการลงทุนใหม่ๆ และการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางอุตสาหกรรม แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งเป้าหมายไว้สูง แต่รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและกรอบเวลาในการปฏิรูปกฎระเบียบเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าเป้าหมายเชิงนโยบายระดับสูงเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการปรับปรุงที่เป็นรูปธรรมต่อบรรยากาศทางธุรกิจในท้องถิ่นและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:02 UTC

ไทยเผชิญวิกฤตราคาพลังงานรอบใหม่ หลังกองทุนน้ำมันฯ ติดลบหนัก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผชิญวิกฤตราคาพลังงานรอบใหม่ หลังกองทุนน้ำมันฯ ติดลบหนัก

รัฐบาลไทยกำลังรับมือกับวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยยอดติดลบของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้แตะระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและการผลิตสินค้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญวิกฤตราคาพลังงานรอบใหม่ หลังกองทุนน้ำมันฯ ติดลบหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญวิกฤตราคาพลังงานรอบใหม่ หลังกองทุนน้ำมันฯ ติดลบหนัก

รัฐบาลไทยกำลังรับมือกับวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยยอดติดลบของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้แตะระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและการผลิตสินค้า

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมียอดติดลบสะสมสูงถึงประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกิดจากการอุดหนุนราคาน้ำมันและก๊าซ LPG วันละประมาณ 770 ล้านบาท หรือกว่า 2.3 หมื่นล้านบาทต่อเดือน โดยมีการคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ ยอดติดลบอาจพุ่งสูงถึง 1 แสนล้านบาทภายในเดือนตุลาคมนี้

ราคาพลังงานโลกยังคงมีความผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน ทำให้ต้นทุนการขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการผลิต และกำลังซื้อของประชาชนได้รับผลกระทบตามไปด้วย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การปรับราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น แม้รัฐบาลจะพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้น เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ยอมรับว่าวิกฤตรอบนี้อาจรุนแรงกว่าครั้งก่อนๆ

สิ่งที่ยังต้องติดตามคือกลยุทธ์ระยะยาวของรัฐบาลในการบริหารจัดการกองทุนโดยไม่ให้เกิดการปรับขึ้นราคาอย่างกะทันหันและรุนแรงต่อประชาชน ขณะนี้ทางการกำลังพิจารณาการทยอยลดการอุดหนุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อปกป้องกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และภาคขนส่ง พร้อมทั้งหาแนวทางลดการพึ่งพาตลาดก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีความผันผวนสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:22 UTC

ผลสำรวจ มช. ชี้ โครงการอุดหนุนของรัฐไม่สามารถกระตุ้นการใช้จ่ายใหม่ได้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผลสำรวจ มช. ชี้ โครงการอุดหนุนของรัฐไม่สามารถกระตุ้นการใช้จ่ายใหม่ได้

ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า แม้โครงการอุดหนุนของรัฐจะช่วยให้ประชาชนจัดการค่าครองชีพได้ แต่ยังไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคทางเศรษฐกิจได้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผลสำรวจ มช. ชี้ โครงการอุดหนุนของรัฐไม่สามารถกระตุ้นการใช้จ่ายใหม่ได้

แหล่งข่าวเดียว
ผลสำรวจ มช. ชี้ โครงการอุดหนุนของรัฐไม่สามารถกระตุ้นการใช้จ่ายใหม่ได้

ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า แม้โครงการอุดหนุนของรัฐจะช่วยให้ประชาชนจัดการค่าครองชีพได้ แต่ยังไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคทางเศรษฐกิจได้

ผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ประเมินประสิทธิภาพของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของรัฐบาล ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแม้โครงการเหล่านี้จะช่วยให้ประชาชนจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้สำเร็จ แต่ยังไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายของผู้บริโภครายใหม่ได้

ตามรายงานระบุว่า ประชาชนได้เข้าสู่ “โหมดป้องกันตัว” โดยให้ความสำคัญกับการออมเงินที่จำเป็นมากกว่าการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเน้นย้ำถึงความกังวลในกลุ่มธุรกิจ โดยพบว่าผู้ค้าที่เข้าร่วมโครงการถึง 56% มีความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง นักวิเคราะห์จากภาคเอกชนยังได้วิพากษ์วิจารณ์งบประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาทที่จัดสรรให้กับโครงการเหล่านี้ โดยโต้แย้งว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 10 วันเท่านั้น ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รัฐบาลปรับปรุงกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายที่ยั่งยืนมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ผลการสำรวจนี้สะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจที่ระมัดระวัง ซึ่งการสนับสนุนจากรัฐบาลถูกมองว่าเป็นเพียงการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวมากกว่าจะเป็นตัวเร่งการเติบโต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะปรับเปลี่ยนนโยบายการคลังหรือออกมาตรการใหม่เพื่อแก้ไขข้อกังวลที่ประชาชนและภาคเอกชนหยิบยกขึ้นมาเกี่ยวกับความโปร่งใสทางภาษีและการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:02 UTC

ปรับแผนเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน มุ่งสนับสนุน SME
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปรับแผนเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน มุ่งสนับสนุน SME

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานประกาศปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยยกเลิกการดูงานต่างประเทศและหันมาเน้นการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) แทน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปรับแผนเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน มุ่งสนับสนุน SME

แหล่งข่าวเดียว
ปรับแผนเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน มุ่งสนับสนุน SME

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานประกาศปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยยกเลิกการดูงานต่างประเทศและหันมาเน้นการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) แทน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ปรับปรุงแผนการดำเนินงาน โดยมีการปรับเปลี่ยนงบประมาณครั้งสำคัญคือการยกเลิกโครงการดูงานในต่างประเทศ เพื่อนำงบประมาณดังกล่าวไปจัดสรรใหม่ในการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ให้สามารถปรับตัวเข้าสู่แนวทางการใช้พลังงานที่ยั่งยืนได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินนโยบายพลังงานที่เน้นการสนับสนุนภายในประเทศมากขึ้น การให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือ SME แทนการไปศึกษาดูงานต่างประเทศมีเป้าหมายเพื่อมอบความช่วยเหลือทางการเงินโดยตรงแก่ธุรกิจท้องถิ่นที่กำลังปรับตัวตามมาตรฐานพลังงานใหม่ ซึ่งอาจช่วยลดอุปสรรคสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการนำเทคโนโลยีสีเขียวหรือโครงสร้างพื้นฐานที่ประหยัดพลังงานมาใช้

แม้ว่าคณะอนุกรรมการจะยืนยันการปรับเปลี่ยนงบประมาณดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขั้นตอนการขอรับเงินสนับสนุนสำหรับ SME และกำหนดการที่ชัดเจนในการเริ่มใช้มาตรการช่วยเหลือใหม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:56 UTC

แผนเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงานชะงัก หลังปรับงบประมาณใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แผนเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงานชะงัก หลังปรับงบประมาณใหม่

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานรายงานความล่าช้าในการดำเนินโครงการ หลังจากมีคำสั่งให้ตัดงบดูงานต่างประเทศและปรับแผนไปสนับสนุนกลุ่ม SME แทน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แผนเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงานชะงัก หลังปรับงบประมาณใหม่

แหล่งข่าวเดียว
แผนเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงานชะงัก หลังปรับงบประมาณใหม่

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานรายงานความล่าช้าในการดำเนินโครงการ หลังจากมีคำสั่งให้ตัดงบดูงานต่างประเทศและปรับแผนไปสนับสนุนกลุ่ม SME แทน

ตามรายงานจาก Matichon Online คณะอนุกรรมการที่รับผิดชอบการกลั่นกรองเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ประกาศว่าโครงการกำลังประสบความล่าช้า โดยความหยุดชะงักนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากคำสั่งที่ส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ตัดงบประมาณที่เคยจัดสรรไว้สำหรับการดูงานในต่างประเทศ

แทนที่จะเป็นการดูงานในต่างประเทศ คณะกรรมการได้กำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในงบประมาณ โดยกำหนดให้ต้องนำทรัพยากรไปสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในการปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน การปรับเปลี่ยนนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดลำดับความสำคัญให้กับการสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศมากกว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางเชิงบริหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีการจัดสรรเงินทุนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากภาครัฐ แม้ว่าการมุ่งเน้นไปที่กลุ่ม SME อาจเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ธุรกิจท้องถิ่นเข้าถึงเงินทุนสำหรับการปรับปรุงเพื่อความยั่งยืน แต่กรอบเวลาโดยรวมสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานในวงกว้างยังคงมีความไม่แน่นอน

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการปรับงบประมาณเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายเฉพาะของแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร หรือเมื่อใดที่กรอบโครงการที่ปรับปรุงใหม่จะเริ่มดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงมหาดไทยและคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับเกณฑ์การสมัครที่อัปเดตและความพร้อมของเงินทุน ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการกลับมาดำเนินโครงการเงินกู้ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:40 UTC

ตลาดบ้านมือสองในไทยพบยอดธนาคารประกาศขายพุ่งสูงขึ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดบ้านมือสองในไทยพบยอดธนาคารประกาศขายพุ่งสูงขึ้น

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์รายงานยอดบ้านมือสองที่ธนาคารนำออกมาประกาศขายเพิ่มขึ้น 122.9% ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีความต้องการที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในแต่ละภูมิภาค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดบ้านมือสองในไทยพบยอดธนาคารประกาศขายพุ่งสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดบ้านมือสองในไทยพบยอดธนาคารประกาศขายพุ่งสูงขึ้น

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์รายงานยอดบ้านมือสองที่ธนาคารนำออกมาประกาศขายเพิ่มขึ้น 122.9% ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยมีความต้องการที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในแต่ละภูมิภาค

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่าตลาดบ้านมือสองของไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยธนาคารพาณิชย์ได้เพิ่มจำนวนการประกาศขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ขึ้นถึง 122.9% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

การวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่าบ้านหรูที่มีราคาตั้งแต่ 7.5 ถึง 10 ล้านบาท กำลังเผชิญกับอัตราการขายที่ช้าที่สุดในขณะนี้ ผลการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยนครราชสีมา (โคราช) มียอดการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงตลาดท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ภูเก็ตกำลังแสดงสัญญาณของการชะลอตัวของตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มีศักยภาพ แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของการชะลอตัวสำหรับสินทรัพย์ที่อยู่อาศัยระดับบน และอาจเพิ่มจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่มีให้เลือกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้าน การเพิ่มขึ้นของยอดประกาศขายจากธนาคารมักสะท้อนถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อหนี้ครัวเรือนและการผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของยอดประกาศขายจากธนาคารนี้จะดำเนินต่อไปตลอดช่วงที่เหลือของปีหรือไม่ หรือเป็นเพียงการปรับตัวชั่วคราวในภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้ที่สนใจซื้อควรติดตามสภาวะตลาดในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความแตกต่างระหว่างจังหวัดอย่างโคราชและภูเก็ตชี้ให้เห็นว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศอาจไม่สะท้อนความเป็นจริงของย่านหรือประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่เฉพาะเจาะจง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:02 UTC

Zeekr Thailand แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ภายใต้กลยุทธ์ “One Geely”
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Zeekr Thailand แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ภายใต้กลยุทธ์ “One Geely”

Zeekr Thailand ได้แต่งตั้ง Erwin Ye เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่เพื่อนำการบูรณาการการดำเนินธุรกิจของ Geely Auto Group ในประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Zeekr Thailand แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ภายใต้กลยุทธ์ “One Geely”

แหล่งข่าวเดียว
Zeekr Thailand แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ภายใต้กลยุทธ์ “One Geely”

Zeekr Thailand ได้แต่งตั้ง Erwin Ye เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่เพื่อนำการบูรณาการการดำเนินธุรกิจของ Geely Auto Group ในประเทศ

ตามรายงานจาก Prachachat Business บริษัท Zeekr Thailand ได้แต่งตั้ง Erwin Ye เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่อย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มระดับองค์กรที่กว้างขึ้นภายใต้กลยุทธ์ “One Geely” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Geely Auto Group ในตลาดไทยผ่านการประสานโมเดลธุรกิจสองรูปแบบเข้าด้วยกัน ได้แก่ การดำเนินงานของบริษัทลูกโดยตรงและเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการรวมศูนย์เชิงกลยุทธ์ของแบรนด์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ การบูรณาการโมเดลการดำเนินงานเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างโครงสร้างการขายและการบริการที่แข็งแกร่งและเป็นเอกภาพมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การสนับสนุนลูกค้าที่ดีขึ้น ความพร้อมของรถยนต์ที่สม่ำเสมอ และประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ราบรื่นยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์

แม้ว่าการแต่งตั้ง Erwin Ye จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการดำเนินการบูรณาการ “One Geely” อย่างเต็มรูปแบบ หรือผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ต่อศูนย์บริการที่มีอยู่และโปรโตคอลการรับประกันสำหรับเจ้าของรถยนต์ในปัจจุบัน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าแนวทางโมเดลคู่แบบนี้จะพัฒนาไปอย่างไร ในขณะที่บริษัทพยายามสร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการแข่งขันในภาคส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:03 UTC

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดตัวโครงการสีเขียวสำหรับ SMEs
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดตัวโครงการสีเขียวสำหรับ SMEs

กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมมือกับ SME D Bank และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในการปรับตัวสู่แนวทาง 'อุตสาหกรรมสีเขียว' ที่ยั่งยืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดตัวโครงการสีเขียวสำหรับ SMEs

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดตัวโครงการสีเขียวสำหรับ SMEs

กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมมือกับ SME D Bank และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในการปรับตัวสู่แนวทาง 'อุตสาหกรรมสีเขียว' ที่ยั่งยืน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เปิดตัวโครงการความร่วมมือกับ SME D Bank และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืน โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมแนวคิด 'อุตสาหกรรมสีเขียว' (Green Industry) ซึ่งให้ความสำคัญกับการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

เพื่ออำนวยความสะดวกในการปรับตัวนี้ โครงการได้จัดเตรียมแหล่งเงินทุนให้กับ SMEs ที่เข้าร่วมผ่านสินเชื่อพิเศษที่มีอัตราดอกเบี้ย 3% นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านการเงินแล้ว โครงการยังรวมถึงการจัดกิจกรรมแบ่งปันความรู้เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถบูรณาการแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานของตน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวในตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย โครงการนี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างไปสู่ห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและบริการในท้องถิ่นที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น แม้ว่าโครงการจะให้แรงจูงใจทางการเงินในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดในท้องถิ่นและเกณฑ์เฉพาะสำหรับธุรกิจที่จะได้รับสินเชื่อเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงอุตสาหกรรมหรือ SME D Bank เพื่อดูรายละเอียดแนวทางการสมัครและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:20 UTC

ไทยเร่งเจรจาการค้ากับ USTR เพื่อคงอัตราภาษีศุลกากร
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเร่งเจรจาการค้ากับ USTR เพื่อคงอัตราภาษีศุลกากร

เจ้าหน้าที่ไทยกำลังสรุปกรอบการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราภาษีปัจจุบันจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเร่งเจรจาการค้ากับ USTR เพื่อคงอัตราภาษีศุลกากร

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งเจรจาการค้ากับ USTR เพื่อคงอัตราภาษีศุลกากร

เจ้าหน้าที่ไทยกำลังสรุปกรอบการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราภาษีปัจจุบันจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำลังนำความพยายามในการสรุปกรอบการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการหารือคือการรักษาอัตราภาษีที่มีอยู่เดิมให้อยู่ในกรอบที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ความมั่นคงในโครงสร้างภาษีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าและบริการ ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าครองชีพในท้องถิ่นและต้นทุนการดำเนินงานสำหรับธุรกิจที่พึ่งพาการค้าระหว่างประเทศ หากการเจรจาเหล่านี้ประสบความสำเร็จ อาจสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้ามพรมแดนได้

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของกรอบการเจรจายังคงอยู่ระหว่างการพัฒนา ยังไม่มีการยืนยันว่า USTR จะยอมรับเงื่อนไขที่เสนอหรือไม่ หรือจะมีการปรับเปลี่ยนข้อตกลงภาษีปัจจุบันหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาเหล่านี้ เนื่องจากผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นตัวกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:21 UTC

NETBAY แต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี เป็นซีอีโอคนใหม่
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

NETBAY แต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี เป็นซีอีโอคนใหม่

คณะกรรมการบริษัท NETBAY ได้แต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของบริษัทอย่างเป็นทางการ โดยเข้ามารับช่วงต่อจากผู้บริหารชุดเดิม

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

NETBAY แต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี เป็นซีอีโอคนใหม่

ได้รับการยืนยัน
NETBAY แต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี เป็นซีอีโอคนใหม่

คณะกรรมการบริษัท NETBAY ได้แต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของบริษัทอย่างเป็นทางการ โดยเข้ามารับช่วงต่อจากผู้บริหารชุดเดิม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 คณะกรรมการของ NETBAY ได้อนุมัติการแต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ โดย ดร.ฉัตรชัย จะเข้ามารับผิดชอบภารกิจในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อไป

ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำครั้งนี้ คุณกอบกาญจนาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัท เพื่อให้มั่นใจถึงความต่อเนื่องในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับบริษัทซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านโซลูชันธุรกิจดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจในประเทศไทย การแต่งตั้งครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณของช่วงเวลาใหม่ในกลยุทธ์องค์กรและการให้บริการของบริษัท แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเฉพาะเจาะจงในด้านการดำเนินงานหรือข้อเสนอการบริการในอนาคตนั้น ยังคงต้องรอการชี้แจงจากทีมบริหารชุดใหม่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัทเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพันธมิตรทางธุรกิจหรือความพร้อมในการให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ไทยเร่งปิดดีลข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาษี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเร่งปิดดีลข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาษี

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำลังเร่งสรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ ก่อนที่สหรัฐฯ จะตัดสินใจเรื่องภาษีส่วนเกินกำลังการผลิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเร่งปิดดีลข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาษี

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งปิดดีลข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาษี

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำลังเร่งสรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ ก่อนที่สหรัฐฯ จะตัดสินใจเรื่องภาษีส่วนเกินกำลังการผลิต

ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 58 ณ กรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 19–20 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ยืนยันความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐอเมริกา หลังจากที่มีการเจรจาเบื้องต้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังตรวจสอบรายละเอียดและถ้อยคำทางกฎหมายของข้อตกลงเพื่อให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกัน

นางศุภจี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่วมคณะของนายกรัฐมนตรีที่ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่ารัฐบาลตั้งเป้าที่จะประกาศผลการเจรจาให้ได้ก่อนที่สหรัฐฯ จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับภาษีส่วนเกินกำลังการผลิต ทั้งนี้ คณะผู้แทนยังมีกำหนดการเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และภาคเอกชนรายสำคัญ เพื่อผลักดันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจดังกล่าวต่อไป

สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการในประเทศไทย ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการค้าและต้นทุนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการนำเข้าของสหรัฐฯ แม้ว่ากรอบของ ART จะถูกกำหนดไว้แล้ว แต่เงื่อนไขสุดท้ายและกำหนดเวลาที่ชัดเจนของการตัดสินใจเรื่องภาษีของสหรัฐฯ ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในขณะที่ทีมงานของนายกรัฐมนตรียังคงดำเนินการหารือระดับสูงนี้ต่อไปในสหรัฐอเมริกา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:42 UTC

คณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชมสถาบัน SIMTEC เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

คณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชมสถาบัน SIMTEC เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล (SIMTEC) เพื่อติดตามโครงการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

คณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชมสถาบัน SIMTEC เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคน

แหล่งข่าวเดียว
คณะผู้บริหารระดับสูงเยี่ยมชมสถาบัน SIMTEC เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล (SIMTEC) เพื่อติดตามโครงการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายณฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เข้าเยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล (SIMTEC) ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง โดยเน้นย้ำถึงโครงการ 'Skill Bridge' ซึ่งเป็นมาตรการยกระดับทักษะบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่

ในระหว่างการเยี่ยมชม นายนริศได้กล่าวถึงบทบาทของจังหวัดชลบุรีในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยระบุว่าความสำเร็จของการลงทุนในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ผู้บริหารของ SIMTEC ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง พร้อมรายงานความคืบหน้าการขอรับการส่งเสริมจาก BOI ภายใต้มาตรการ Skill Bridge เพื่อสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมขั้นสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเยี่ยมชมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเสริมสร้างระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก แม้ว่าโครงการนี้จะมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการ Skill Bridge อย่างเต็มรูปแบบและผลกระทบต่ออัตราการจ้างงานในพื้นที่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:42 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานว่าราคาทองคำมีการปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดย ณ เวลา 13.32 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,450 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกจับตามองในฐานะดัชนีชี้วัดความรู้สึกทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะมักถูกซื้อเพื่อเป็นการลงทุนแบบดั้งเดิมหรือเพื่อเป็นเครื่องประดับส่วนตัว แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างมีนัยสำคัญอาจส่งผลกระทบต่อตลาดค้าปลีกในท้องถิ่นและกิจกรรมการค้าในอุตสาหกรรมอัญมณี

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับปรุงข้อมูลบ่อยครั้งตลอดทั้งวันตามแนวโน้มของตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตัวเลขที่ระบุนี้สะท้อนถึงข้อมูลที่มีอยู่ในขณะที่สมาคมค้าทองคำออกรายงาน ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมหรือติดต่อร้านทองที่ได้รับอนุญาตเพื่อรับราคาที่เป็นปัจจุบันที่สุด เนื่องจากสภาวะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่เฉพาะเจาะจงซึ่งส่งผลให้เกิดการปรับตัวลดลงในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:04 UTC

ไทยตอกย้ำผู้นำอาหารทะเลโลก ดันยอดส่งออกพุ่งแตะ 6.7 พันล้านดอลลาร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยตอกย้ำผู้นำอาหารทะเลโลก ดันยอดส่งออกพุ่งแตะ 6.7 พันล้านดอลลาร์

ไทยรายงานยอดส่งออกอาหารทะเลมูลค่า 6.7 พันล้านดอลลาร์ พร้อมชูบทบาทผู้นำด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนในงาน GSA Responsible Seafood Summit 2026

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยตอกย้ำผู้นำอาหารทะเลโลก ดันยอดส่งออกพุ่งแตะ 6.7 พันล้านดอลลาร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตอกย้ำผู้นำอาหารทะเลโลก ดันยอดส่งออกพุ่งแตะ 6.7 พันล้านดอลลาร์

ไทยรายงานยอดส่งออกอาหารทะเลมูลค่า 6.7 พันล้านดอลลาร์ พร้อมชูบทบาทผู้นำด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนในงาน GSA Responsible Seafood Summit 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า ประเทศไทยได้ตอกย้ำสถานะการเป็นมหาอำนาจด้านอาหารทะเลของโลกด้วยยอดส่งออกสูงถึง 6.7 พันล้านดอลลาร์ ในระหว่างการประชุม GSA Responsible Seafood Summit 2026 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ นางสาวอิงอร ปัญญากิจ ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ของประเทศ จากการเป็นเพียงศูนย์กลางการแปรรูปไปสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการปกป้องระบบนิเวศชายฝั่ง การฟื้นฟูป่าชายเลน และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ความพยายามเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่าอาหารทะเลทุกชิ้นที่ส่งออกได้มาตรฐานสากล ทั้งในด้านความปลอดภัยของอาหาร ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกและความผันผวนของตลาด โดยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและวิธีการผลิตที่ยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของไทยต่อความมั่นคงทางอาหารและการดูแลสิ่งแวดล้อม แม้ตัวเลขการส่งออกจะแสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ความสำเร็จในระยะยาวของโครงการเหล่านี้ยังคงขึ้นอยู่กับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศโลกและการนำระบบติดตามดิจิทัลมาใช้ในอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎระเบียบและผลกระทบต่อราคาในตลาดท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:43 UTC

กระทรวงการคลังผนึก กกร. เปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการคลังผนึก กกร. เปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand'

กระทรวงการคลังและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand' เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังผนึก กกร. เปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand'

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังผนึก กกร. เปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand'

กระทรวงการคลังและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการ 'Reinvent Thailand' เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงการคลังได้ร่วมมือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อผลักดันโครงการ 'Reinvent Thailand' โดยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยมุ่งเน้นไปที่ 7 ภาคส่วนหลักที่ถูกระบุว่าเป็นกลไกสำคัญสำหรับการเติบโตในอนาคต

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างกรอบเศรษฐกิจใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้กำหนดกรอบเวลา 1 เดือนในการสรุปกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการสำหรับทั้ง 7 ภาคส่วนดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ โอกาสในการลงทุน และสภาวะตลาดในท้องถิ่นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แม้ว่าจะมีการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อ 7 ภาคส่วนที่ได้รับเลือกสำหรับโครงการนี้อย่างเป็นทางการ รวมถึงยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการจูงใจหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่จะตามมา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอผลสรุปจากช่วงเวลาการวางแผน 1 เดือนนี้ เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรและจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:41 UTC

Proud Real Estate คว้า 4 รางวัลใหญ่ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีเพื่อสุขภาพ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Proud Real Estate คว้า 4 รางวัลใหญ่ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีเพื่อสุขภาพ

Proud Real Estate ได้รับการยอมรับด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ 4 รางวัล ตอกย้ำบทบาทผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีเพื่อสุขภาพในประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Proud Real Estate คว้า 4 รางวัลใหญ่ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีเพื่อสุขภาพ

แหล่งข่าวเดียว
Proud Real Estate คว้า 4 รางวัลใหญ่ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีเพื่อสุขภาพ

Proud Real Estate ได้รับการยอมรับด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ 4 รางวัล ตอกย้ำบทบาทผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีเพื่อสุขภาพในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 บริษัท Proud Real Estate ได้รับรางวัลสำคัญในอุตสาหกรรมถึง 4 รางวัล รางวัลเหล่านี้เป็นการยอมรับสถานะของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในกลุ่มลักชัวรีเพื่อสุขภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการยกระดับมาตรฐานอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่ระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การยอมรับนี้เน้นย้ำถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการรวมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เน้นสุขภาพเข้ากับโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ในประเทศไทย การพัฒนาเช่นนี้มักให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นสุขภาพ ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์และคุณภาพชีวิตในพื้นที่เมืองและแหล่งท่องเที่ยวระดับพรีเมียม สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู การที่บริษัทให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เน้นสุขภาพอาจแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวทางที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ความสำคัญกับมูลค่าระยะยาวและการบูรณาการวิถีชีวิต

แม้ว่ารางวัลเหล่านี้จะยืนยันถึงสถานะปัจจุบันของบริษัทในตลาดระดับหรู แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์การตัดสินของแต่ละรางวัลและผลกระทบระยะยาวต่อโครงการในอนาคตของบริษัทยังคงต้องรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัทเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่ารางวัลเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาโครงการและบริการในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:21 UTC