ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การเมือง คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่ ✦
วัฒนธรรม TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
การเมือง นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ ✦
เศรษฐกิจ เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ✦
ทั่วไป ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569 ✦
ทั่วไป 7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi ✦
ความปลอดภัย สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026 ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
การเมือง

คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
คณะผู้แทน UN เดินออกจากห้องประชุมระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของเนทันยาฮูในการประชุมสมัชชาใหญ่

คณะผู้แทนหลายสิบคนเดินออกจากห้องประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในนิวยอร์ก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กำลังกล่าวปกป้องปฏิบัติการทางทหารของประเทศในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 81 ณ กรุงนิวยอร์ก ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ซึ่งเน้นไปที่การปกป้องปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในภูมิภาค คณะผู้แทนจำนวนมากได้เดินออกจากห้องประชุมเพื่อเป็นการประท้วง ตามรายงานจาก Khaosod English เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบจากนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้นต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความขัดแย้งทางการทูตนี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติที่ผันผวนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน แม้ว่าการประท้วงดังกล่าวที่ UN จะเป็นเชิงสัญลักษณ์เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดระดับโลกที่ฝังรากลึก ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การประท้วงในท้องถิ่นหรือการตระหนักถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นในศูนย์กลางระหว่างประเทศที่สำคัญ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่น เนื่องจากเหตุการณ์ประท้วงทางการเมืองขนาดใหญ่อาจขัดขวางการขนส่งสาธารณะหรือนำไปสู่การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเมืองใหญ่ได้

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความขัดแย้งทางการทูตนี้จะส่งผลต่อมติของ UN ในอนาคตหรือความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอิสราเอลและประเทศที่คณะผู้แทนได้เดินออกไปอย่างไร ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อบุคคลทั่วไป แต่ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศติดตามสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:30 UTC

วัฒนธรรม

TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ได้รับการยืนยัน
TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ภายหลังช่วงเวลาไว้ทุกข์ครบ 100 วัน

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท TOA ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

การดำเนินการนี้เป็นไปตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ภาคเอกชนร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาคเอกชนเริ่มเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ของพระองค์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ของชาติและความสำคัญทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของพระราชพิธีบำเพ็ญกุศล ผู้มาเยือนควรทราบว่าพิธีดังกล่าวเป็นวาระอันศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย แม้ว่าตารางการเป็นเจ้าภาพของภาคเอกชนจะมีการจัดการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ แต่ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ อาจสังเกตเห็นกิจกรรมหรือการจัดเตรียมสถานที่อย่างเป็นทางการใกล้กับพื้นที่พระราชพิธีสำคัญ

เนื่องจากเป็นพิธีทางศาสนาที่เป็นทางการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเฉพาะของ TOA หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้เคียงนั้น ขึ้นอยู่กับการประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวัง ขอความร่วมมือผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงให้สำรวมกิริยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

การเมือง

นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบนักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกฯ

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบว่าการที่นักการเมืองรับนาฬิกาจากนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้ตรวจสอบนักการเมืองระดับสูงรายหนึ่ง กรณีการรับนาฬิกาที่ได้รับมอบจากนายกรัฐมนตรี

แม้ว่าสิ่งของดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท แต่นายศรีสุวรรณโต้แย้งว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่าของขวัญชิ้นนี้ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ โดยเขาระบุว่าแม้จะมีมูลค่าทางการเงินต่ำ แต่การรับของขวัญดังกล่าวอาจส่งผลต่อความเป็นกลางของนักการเมืองหรือรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการได้ นักเคลื่อนไหวรายนี้ยืนยันว่าการกระทำใดๆ ที่บั่นทอนความซื่อสัตย์สุจริตของหน้าที่ทางการเมืองหรือการบริหารงานถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ตามมาตรฐานจริยธรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบจริยธรรมทางการเมืองและความโปร่งใสในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์ทางการเมืองท้องถิ่น และเป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลที่เข้มงวดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะรับคำร้องเพื่อดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือของขวัญดังกล่าวจะถูกตัดสินว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากนายกรัฐมนตรีหรือนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:05 UTC

เศรษฐกิจ

เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เมืองไทยประกันภัย จับมือ CARRO ยกระดับบริการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

เมืองไทยประกันภัย นำโดย นวลพรรณ ล่ำซำ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ CARRO เพื่อให้บริการที่ครบวงจรสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของซีอีโอ นวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการกับ CARRO ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายรถยนต์ระดับภูมิภาค ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศการบริการที่ครบวงจรสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ครอบครองหรือกำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการบูรณาการโซลูชันด้านประกันภัยเข้ากับการบำรุงรักษารถยนต์และบริการตลาดรถยนต์มือสอง โดยการรวมความเชี่ยวชาญด้านการประกันภัยของเมืองไทยประกันภัยเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลของ CARRO ทั้งสองบริษัทตั้งใจที่จะปรับปรุงประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ให้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยแก้ไขข้อกังวลทั่วไปเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้าและราคาขายต่อในตลาดท้องถิ่น

แม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในรูปแบบการบริการที่ครบวงจร แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับแพ็กเกจประกันภัย ขอบเขตของการสนับสนุนทางเทคนิค และกำหนดการเปิดตัวบริการแบบบูรณาการเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทั้งเมืองไทยประกันภัยและ CARRO เพื่อทำความเข้าใจว่าข้อเสนอการบริการใหม่เหล่านี้จะสามารถนำไปใช้กับรุ่นรถยนต์และความต้องการด้านประกันภัยของตนได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ทั่วไป

ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศผลหวยลาวประจำวันที่ 25 กันยายน 2569

สลากกินแบ่งรัฐบาล สปป.ลาว หรือ 'หวยพัฒนา' ได้ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการสำหรับงวดวันที่ 25 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กระทรวงการเงินของ สปป.ลาว ได้ดำเนินการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ 'หวยพัฒนา' ประจำงวดวันที่ 25 กันยายน 2569 อย่างเป็นทางการ

ผลรางวัลครอบคลุมระดับรางวัลต่างๆ รวมถึงเลข 6 ตัว, 5 ตัว, 4 ตัว, 3 ตัว และ 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการออกรางวัลในรูปแบบหวยพัฒนา 5/45 ซึ่งมีการสุ่มเลือกตัวเลขจำนวน 5 หมายเลข

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค ผลรางวัลเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจเนื่องจากเป็นการออกรางวัลอย่างเป็นทางการล่าสุดภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบสลากของตนผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อให้แน่ใจในความถูกต้อง

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ตัวเลขรางวัลที่ระบุในแหล่งข้อมูลต้นฉบับนั้นเป็นเพียงตัวเลขสมมติ (XXXXXX) ดังนั้น ผู้ที่ต้องการยืนยันผลรางวัลที่ถูกต้องควรตรวจสอบผ่านพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของกระทรวงการเงิน สปป.ลาว หรือจุดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต เพื่อรับตัวเลขที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสำหรับงวดนี้ ทั้งนี้ SawaLife ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการเงินหรือการพนัน และขอสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมทุกท่านเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:58 UTC

ทั่วไป

7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi

แหล่งข่าวเดียว
7-Eleven ประเทศไทย เปิดตัวสินค้าพรีเมียมคอลเลกชันใหม่ Monchhichi

7-Eleven ประเทศไทย ได้เปิดตัวสินค้าชุดใหม่ในธีม Monchhichi พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมโปรแกรม ALL member

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 7-Eleven ประเทศไทย ได้เปิดตัวคอลเลกชันสินค้าพรีเมียมชุดใหม่ที่มีตัวละครยอดนิยมอย่าง Monchhichi แคมเปญนี้จัดทำขึ้นเพื่อดึงดูดนักสะสมและแฟนคลับของแบรนด์ตุ๊กตาชื่อดัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โปรโมชันนี้มีความเกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้บริการร้าน 7-Eleven เป็นประจำ แคมเปญนี้มาพร้อมกับสิทธิพิเศษและแรงจูงใจที่ผูกกับโปรแกรมสมาชิก 'ALL member' โดยลูกค้าสามารถเข้าร่วมโปรโมชันเพื่อรับสินค้าลิมิเต็ดอิดิชันเหล่านี้ ซึ่งมักเป็นที่ต้องการในฐานะของที่ระลึกหรือของสะสม

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันถึงการมีอยู่ของสินค้าใหม่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการแลกรับ ระยะเวลาของโปรโมชัน และรายการสินค้าทั้งหมดในคอลเลกชันนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางร้านค้าอีกครั้ง ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้าน 7-Eleven สาขาใกล้บ้าน หรือผ่านแอปพลิเคชัน ALL member เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับวิธีการได้รับสินค้าเหล่านี้ เช่นเดียวกับโปรโมชันค้าปลีกทั่วไปในประเทศไทย สินค้าอาจมีจำนวนจำกัดและขึ้นอยู่กับแต่ละสาขา โดยปกติสินค้าจะจำหน่ายจนกว่าของจะหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ความปลอดภัย

สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย แจกโฟมให้ประชาชนเตรียมรับมือน้ำท่วม

สส.พรรคภูมิใจไทยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเริ่มแจกจ่ายแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากพรรคภูมิใจไทย ได้เริ่มดำเนินการแจกจ่ายแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่ มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในจังหวัดประวัติศาสตร์แห่งนี้

สส.ท่านดังกล่าวระบุว่าการแจกจ่ายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความมั่นใจว่าชุมชนจะได้รับการสนับสนุนในช่วงฤดูมรสุม โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงมีอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์และสภาพอากาศตามฤดูกาลของพื้นที่ แม้ว่าการแจกจ่ายวัสดุจะเป็นมาตรการเชิงรุก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าสถานการณ์น้ำท่วมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่อยู่ในจังหวัดหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับระดับน้ำและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการแจกจ่ายนี้จะครอบคลุมเพียงใด และหน่วยงานท้องถิ่นจะมีกลยุทธ์ในการรับมือกับน้ำท่วมอย่างไรหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:56 UTC

เหตุการณ์

เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจียไต๋โชว์นวัตกรรมการเกษตรในงาน FARM EXPO 2026

บริษัท เจียไต๋ จำกัด เข้าร่วมงาน FARM EXPO 2026 โดยนำเสนอเมล็ดพันธุ์ ผลผลิตคุณภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรล่าสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมการเกษตรของไทย ได้นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดภายในงาน FARM EXPO 2026 โดยบริษัทได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงและผลผลิตสดใหม่ ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีทางการเกษตรต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำฟาร์มให้ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาคการเกษตรของไทย งานนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษในการสังเกตจุดเชื่อมโยงระหว่างการเกษตรแบบดั้งเดิมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ ผู้เข้าร่วมงานสามารถสำรวจว่าความก้าวหน้าเหล่านี้มีส่วนช่วยในการกำหนดทิศทางของห่วงโซ่อุปทานอาหารและผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นได้อย่างไร นิทรรศการนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและสาธารณชนในการมีส่วนร่วมกับแนวโน้มล่าสุดในภาคส่วนนี้

แม้ว่านิทรรศการจะเน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมในปัจจุบันของเจียไต๋ที่มีต่ออุตสาหกรรม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตารางการสาธิตทั้งหมดหรือระยะเวลาของการจัดแสดงเฉพาะของพวกเขายังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมงานควรตรวจสอบตารางเวลาอย่างเป็นทางการของ FARM EXPO 2026 เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวันและนิทรรศการที่จัดแสดง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:56 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเพิ่มเงินสวัสดิการรัฐ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเพิ่มเงินสวัสดิการรัฐ

รัฐบาลไทยอนุมัติขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อีก 2 เดือน พร้อมเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐชั่วคราวสำหรับเดือนตุลาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเพิ่มเงินสวัสดิการรัฐ

แหล่งข่าวเดียว
ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' และเพิ่มเงินสวัสดิการรัฐ

รัฐบาลไทยอนุมัติขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อีก 2 เดือน พร้อมเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐชั่วคราวสำหรับเดือนตุลาคม 2569

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน ครอบคลุมเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569 ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มอบวงเงินใช้จ่ายครั้งเดียวจำนวน 1,000 บาท ให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยแหล่งเงินทุนมาจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน พ.ศ. 2569

นอกจากการขยายโครงการดังกล่าวแล้ว คณะรัฐมนตรียังอนุมัติการเพิ่มวงเงินชั่วคราวสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยในเดือนตุลาคม 2569 ผู้ที่มีคุณสมบัติจะได้รับวงเงินเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ได้รับ 300 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอีก 700 บาทสำหรับเดือนดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว มาตรการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันทีท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะยืนยันการขยายเวลาและการเพิ่มวงเงินดังกล่าวแล้ว แต่ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกและกำหนดการจ่ายเงินที่ชัดเจน เนื่องจากโครงการเหล่านี้อยู่ภายใต้กรอบงบประมาณเฉพาะ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะต่อไปหรือการปรับเปลี่ยนในระยะยาวจึงยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 06:02 UTC

ครม. มีมติขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ครม. มีมติขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติการขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยมอบวงเงินเครดิต 1,000 บาท ให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ครม. มีมติขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

แหล่งข่าวเดียว
ครม. มีมติขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

คณะรัฐมนตรีไทยอนุมัติการขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยมอบวงเงินเครดิต 1,000 บาท ให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้มีมติอนุมัติการขยายระยะเวลาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อย่างเป็นทางการ โดยโครงการนี้จะมอบวงเงินเครดิตจำนวน 1,000 บาท เพื่อสนับสนุนผู้เข้าร่วมโครงการเป็นระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 2 เดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่นและบรรเทาภาระทางการเงิน แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการขยายระยะเวลาและการจัดสรรงบประมาณแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเริ่มต้นที่แน่นอนของระยะใหม่นี้ เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วม และวิธีการใช้งานเครดิตยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในการประกาศเบื้องต้น

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการควรติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการลงทะเบียนหรือการใช้สิทธิ์ เนื่องจากเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล รายละเอียดการดำเนินงานจึงอาจมีการชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยตรวจสอบสิทธิ์ของตนผ่านช่องทางหลักของรัฐบาลเมื่อมีการประกาศแนวทางปฏิบัติฉบับสมบูรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าตนมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับช่วงเวลาที่ขยายออกไปนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:41 UTC

ถกเถียงเรื่องการลดภาษีน้ำมัน: E20-B20 กับ ดีเซล B7
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ถกเถียงเรื่องการลดภาษีน้ำมัน: E20-B20 กับ ดีเซล B7

ตรีรัตน์ ศิริพรรณ วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาลที่ลดภาษีน้ำมัน E20 และ B20 โดยโต้แย้งว่าการให้ความสำคัญกับดีเซล B7 จะมีประสิทธิภาพมากกว่าในการลดต้นทุนการขนส่ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ถกเถียงเรื่องการลดภาษีน้ำมัน: E20-B20 กับ ดีเซล B7

แหล่งข่าวเดียว
ถกเถียงเรื่องการลดภาษีน้ำมัน: E20-B20 กับ ดีเซล B7

ตรีรัตน์ ศิริพรรณ วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาลที่ลดภาษีน้ำมัน E20 และ B20 โดยโต้แย้งว่าการให้ความสำคัญกับดีเซล B7 จะมีประสิทธิภาพมากกว่าในการลดต้นทุนการขนส่ง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 ได้เกิดการถกเถียงทางการเมืองเกี่ยวกับกลยุทธ์การลดภาษีน้ำมันของรัฐบาล โดยตรีรัตน์ ศิริพรรณ ได้ตั้งคำถามต่อแนวทางของเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โดยเฉพาะการตัดสินใจมุ่งเน้นการลดภาษีไปที่น้ำมันประเภท E20 และ B20

ตรีรัตน์โต้แย้งว่าการลดภาษีดังกล่าวไม่สามารถตอบโจทย์แรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันได้เพียงพอ เขาเสนอว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการลดภาษีน้ำมันดีเซล B7 มากกว่า เนื่องจากดีเซล B7 เป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับภาคโลจิสติกส์และการขนส่ง ดังนั้นการลดต้นทุนในส่วนนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการลดราคาสินค้าและค่าบริการขนส่งในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การถกเถียงนี้มีความสำคัญเนื่องจากราคาน้ำมันส่งผลโดยตรงต่อค่าโดยสารสาธารณะ ค่าบริการจัดส่งอาหาร และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป หากรัฐบาลปรับเปลี่ยนนโยบายมาให้ความสำคัญกับดีเซล B7 อาจนำไปสู่การรักษาเสถียรภาพหรือการลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งได้ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะปรับเปลี่ยนนโยบายภาษีหรือยังคงเน้นไปที่น้ำมัน E20 และ B20 ต่อไป โดยยังไม่มีการประกาศตอบรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:41 UTC

ความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ไทยจับตาสภาวะการบริโภคที่ชะลอตัว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ไทยจับตาสภาวะการบริโภคที่ชะลอตัว

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้เกิดความกังวลด้านเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้สหรัฐฯ และญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ไทยกำลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ไทยจับตาสภาวะการบริโภคที่ชะลอตัว

แหล่งข่าวเดียว
ความเสี่ยงเงินเฟ้อโลกพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ไทยจับตาสภาวะการบริโภคที่ชะลอตัว

ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้เกิดความกังวลด้านเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้สหรัฐฯ และญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่ไทยกำลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางได้เพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางในประเทศเศรษฐกิจหลัก เมื่อวันที่ 16 กันยายน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ต่อปี นอกจากนี้ เฟดยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ในปี 2569 และ 2570 เป็น 2.3% และ 2.4% ตามลำดับ โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 3.7% ในปี 2569 ทั้งนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีนี้เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงมีอยู่

ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.25% เมื่อวันที่ 18 กันยายน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและค่าเงินเยนที่อ่อนค่า โดย BOJ ได้ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.0%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงระดับโลกเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากการบริโภคภายในประเทศเริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัว เพื่อเป็นการตอบสนอง รัฐบาลไทยกำลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่รายละเอียดที่ชัดเจนและกรอบเวลาในการดำเนินการยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ เนื่องจากอาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่นและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:02 UTC

การปิดสาขาของ 'Lotus’s Go Fresh' จุดประเด็นคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์ค้าปลีก
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การปิดสาขาของ 'Lotus’s Go Fresh' จุดประเด็นคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์ค้าปลีก

การทยอยปิดตัวอย่างเงียบๆ ของร้าน 'Lotus’s go fresh' หลายแห่ง ได้กลายเป็นจุดสนใจเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างธุรกิจและการจัดการหนี้สินของยักษ์ใหญ่ค้าปลีกรายนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การปิดสาขาของ 'Lotus’s Go Fresh' จุดประเด็นคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์ค้าปลีก

แหล่งข่าวเดียว
การปิดสาขาของ 'Lotus’s Go Fresh' จุดประเด็นคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์ค้าปลีก

การทยอยปิดตัวอย่างเงียบๆ ของร้าน 'Lotus’s go fresh' หลายแห่ง ได้กลายเป็นจุดสนใจเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างธุรกิจและการจัดการหนี้สินของยักษ์ใหญ่ค้าปลีกรายนี้

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ การทยอยปิดตัวของร้าน 'Lotus’s go fresh' ซึ่งเดิมรู้จักกันในชื่อ Lotus’s Express ได้กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในแวดวงตลาดทุน โดยการปิดสาขาเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งกำลังอยู่ในกระบวนการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญภายหลังการรวมเข้ากับบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT

การเปลี่ยนแปลงนี้สืบเนื่องมาจากการลงทุนครั้งใหญ่ของเครือซีพีในช่วงปลายปี 2563 ซึ่งใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท สถานการณ์ปัจจุบันได้กระตุ้นให้สาธารณชนและนักลงทุนหันมาตรวจสอบการจัดการหนี้สินของบริษัท ซึ่งมีรายงานว่าสูงถึงหลักแสนล้านบาท รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเชิงกลยุทธ์โดยคณะกรรมการบริหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่แวะเวียนมาใช้บริการบ่อยครั้ง การปิดสาขาเหล่านี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการเข้าถึงแหล่งซื้อสินค้าในท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนที่ร้านค้าขนาดเล็กเหล่านี้เคยเป็นที่คุ้นเคย แม้ว่าการปิดสาขาจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อภาพรวมของแบรนด์และเหตุผลเฉพาะเจาะจงเบื้องหลังการเลือกปิดสาขาเหล่านั้นยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากทางบริษัท ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นจากฝ่ายบริหารเกี่ยวกับวิธีการที่การปรับโครงสร้างเหล่านี้จะส่งผลต่อเครือข่ายค้าปลีกและการให้บริการในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:05 UTC

บีโอไอเผยยอดลงทุนเข้าอาเซียนพุ่ง 8.1 ล้านล้านบาท มุ่งเชื่อมโยงซัพพลายเชนภูมิภาค
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บีโอไอเผยยอดลงทุนเข้าอาเซียนพุ่ง 8.1 ล้านล้านบาท มุ่งเชื่อมโยงซัพพลายเชนภูมิภาค

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยตัวเลขการลงทุนมหาศาลกว่า 8.1 ล้านล้านบาทที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บีโอไอเผยยอดลงทุนเข้าอาเซียนพุ่ง 8.1 ล้านล้านบาท มุ่งเชื่อมโยงซัพพลายเชนภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
บีโอไอเผยยอดลงทุนเข้าอาเซียนพุ่ง 8.1 ล้านล้านบาท มุ่งเชื่อมโยงซัพพลายเชนภูมิภาค

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยตัวเลขการลงทุนมหาศาลกว่า 8.1 ล้านล้านบาทที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ระบุถึงกระแสการลงทุนครั้งใหญ่ที่ไหลเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 8.1 ล้านล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเร่งการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเชิงธุรกิจ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์อุตสาหกรรมของภูมิภาค การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานของห่วงโซ่อุปทานมักนำไปสู่การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ การปรับปรุงเขตอุตสาหกรรมให้ทันสมัย และสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มั่นคงยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อแนวโน้มตลาดแรงงานและความพร้อมของบริการเฉพาะทางในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

แม้ว่าบีโอไอจะยืนยันถึงขนาดของการลงทุนเหล่านี้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเงินทุนจำนวนนี้ถูกจัดสรรให้กับประเทศไทยโดยเฉพาะเท่าใดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานให้แล้วเสร็จ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาคส่วนที่จะได้รับเงินทุนสนับสนุนเป็นลำดับแรก รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อมาตรฐานการผลิตในท้องถิ่น ในขณะที่สถานการณ์ดำเนินไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการลงทุนเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:41 UTC

Thai Reinsurance (THRE) ประกาศปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Thai Reinsurance (THRE) ประกาศปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง

THRE ได้รับอนุมัติจาก ก.ล.ต. ให้ปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง โดยมีกำหนดเปิดให้แลกหุ้นในอัตรา 1:1 ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ถึง 20 พฤศจิกายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Thai Reinsurance (THRE) ประกาศปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง

แหล่งข่าวเดียว
Thai Reinsurance (THRE) ประกาศปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง

THRE ได้รับอนุมัติจาก ก.ล.ต. ให้ปรับโครงสร้างเป็นบริษัทโฮลดิ้ง โดยมีกำหนดเปิดให้แลกหุ้นในอัตรา 1:1 ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ถึง 20 พฤศจิกายน 2569

บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร โดยบริษัทมีแผนที่จะเปลี่ยนไปสู่โครงสร้างบริษัทโฮลดิ้งภายใต้ชื่อ THREH

ในส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านนี้ THRE ได้ประกาศทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อแลกเปลี่ยนหุ้นเดิมของ THRE เป็นหุ้นของ THREH ในอัตรา 1:1 โดยช่วงเวลาการแลกหุ้นนี้มีกำหนดระยะเวลา 40 วันทำการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569 และสิ้นสุดในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 หลังจากกระบวนการนี้เสร็จสิ้น บริษัทตั้งใจที่จะเพิกถอนหุ้น THRE ออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และนำหุ้น THREH เข้าจดทะเบียนแทน โดยคาดว่าการเปลี่ยนผ่านจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การปรับโครงสร้างนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านการกำกับดูแลกิจการและกรอบการดำเนินงานของบริษัท แม้ว่าการแลกหุ้นในอัตรา 1:1 จะเป็นขั้นตอนมาตรฐานสำหรับการเปลี่ยนผ่านในลักษณะนี้ แต่ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเพิกถอนหุ้น THRE และการเข้าซื้อขายของ THREH ในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป เนื่องจากนี่เป็นการดำเนินการของบริษัทที่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเข้าจดทะเบียนสุดท้ายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนโยบายการจ่ายเงินปันผลหรือกลยุทธ์การดำเนินงานนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากฝ่ายบริหารของบริษัท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:06 UTC

ไทยโชว์วิสัยทัศน์ผลักดันไม้ถูกกฎหมายและยั่งยืนบนเวทีโลกที่มาเก๊า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยโชว์วิสัยทัศน์ผลักดันไม้ถูกกฎหมายและยั่งยืนบนเวทีโลกที่มาเก๊า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 ที่มาเก๊า เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยโชว์วิสัยทัศน์ผลักดันไม้ถูกกฎหมายและยั่งยืนบนเวทีโลกที่มาเก๊า

แหล่งข่าวเดียว
ไทยโชว์วิสัยทัศน์ผลักดันไม้ถูกกฎหมายและยั่งยืนบนเวทีโลกที่มาเก๊า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 ที่มาเก๊า เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจสีเขียว

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมการประชุม Global Legal and Sustainable Timber Forum 2026 (GLSTF 2026) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมคณะ เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ของไทยในการบูรณาการการค้าไม้ที่ถูกกฎหมายเข้ากับการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน

ในการกล่าวปาฐกถาพิเศษ นายสุชาติเน้นย้ำว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านกรอบแนวคิด "เศรษฐกิจสีเขียว"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนของไทยไปสู่แนวปฏิบัติทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน แม้ว่าการประชุมดังกล่าวจะเป็นเวทีสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพันธสัญญาเชิงนโยบายระดับสูงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นกฎระเบียบภายในประเทศหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมไม้ในท้องถิ่นอย่างไร รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อให้มั่นใจว่าอุตสาหกรรมไม้ของไทยจะยังคงมีความสามารถในการแข่งขันและสอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:02 UTC

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แก้ไขปัญหาความล่าช้าในการโอนเงิน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แก้ไขปัญหาความล่าช้าในการโอนเงิน

ภราดร ปริศนานันทกุล ยืนยันว่ากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้กลับมาดำเนินการโอนเงินให้มหาวิทยาลัยตามปกติแล้ว หลังจากเกิดความล่าช้าทางธุรการเมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แก้ไขปัญหาความล่าช้าในการโอนเงิน

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แก้ไขปัญหาความล่าช้าในการโอนเงิน

ภราดร ปริศนานันทกุล ยืนยันว่ากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้กลับมาดำเนินการโอนเงินให้มหาวิทยาลัยตามปกติแล้ว หลังจากเกิดความล่าช้าทางธุรการเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ภราดร ปริศนานันทกุล ได้ชี้แจงถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความล่าช้าในกระบวนการโอนเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยยืนยันว่ากองทุนได้กลับมาดำเนินการโอนเงินที่จำเป็นให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้สำเร็จแล้ว ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาคอขวดที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักศึกษาและสถาบันการศึกษา

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาของไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับระบบสนับสนุนทางการเงินสำหรับนักศึกษานับล้านคน นอกจากนี้ ภราดรยังเปิดเผยว่าในงบประมาณปี 2570 ได้มีการเพิ่มงบสนับสนุนอีก 9 พันล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทุน อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการติดตามหนี้ค้างชำระจากผู้กู้ยืมประมาณ 2.6 ล้านราย เพื่อให้มั่นใจถึงความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว

แม้ว่าปัญหาการโอนเงินในระยะสั้นจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างจากการเพิ่มงบประมาณและประสิทธิภาพของการติดตามหนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกองทุน กยศ. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะบัญชีรายบุคคลหรือการปรับเปลี่ยนทางธุรการเพิ่มเติม ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการกองทุนเหล่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหยุดชะงักในการสนับสนุนทางการศึกษาในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:42 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณขายออกที่ราคา 69,150 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยทองรูปพรรณขายออกที่ราคา 69,150 บาทต่อบาททองคำ

ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำระบุว่า ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 โดย ณ เวลา 11.03 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 250 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับประชาชนและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,150 บาทต่อบาททองคำ ทั้งนี้ สมาคมค้าทองคำถือเป็นแหล่งอ้างอิงหลักสำหรับความผันผวนของราคาในตลาด ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดโลหะมีค่าในท้องถิ่นต่างติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด

สำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะสะท้อนถึงแนวโน้มของตลาดในภาพรวม แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำในประเทศไทยมีความผันผวนรายวันตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรตรวจสอบราคาล่าสุดโดยตรงผ่านสมาคมค้าทองคำหรือร้านค้าที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันทำการ ในขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้เกิดการปรับตัวลดลงในวันนี้ และขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:07 UTC

หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดเกลี้ยงในเวลาทำลายสถิติบนแอปฯ เป๋าตัง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดเกลี้ยงในเวลาทำลายสถิติบนแอปฯ เป๋าตัง

ธนาคารกรุงไทยรายงานว่าการเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลของ SJWD สามารถระดมทุนได้ตามเป้าหมาย 500 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 46 วินาทีผ่านแพลตฟอร์มเป๋าตัง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดเกลี้ยงในเวลาทำลายสถิติบนแอปฯ เป๋าตัง

แหล่งข่าวเดียว
หุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ขายหมดเกลี้ยงในเวลาทำลายสถิติบนแอปฯ เป๋าตัง

ธนาคารกรุงไทยรายงานว่าการเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลของ SJWD สามารถระดมทุนได้ตามเป้าหมาย 500 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 46 วินาทีผ่านแพลตฟอร์มเป๋าตัง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ การออกหุ้นกู้ดิจิทัลของ SJWD ได้สร้างสถิติใหม่สำหรับการระดมทุนที่รวดเร็วในประเทศไทย โดยการเสนอขายซึ่งมีเป้าหมายระดมทุน 500 ล้านบาทนั้น ถูกนักลงทุนรายย่อยจองซื้อจนเต็มจำนวนภายในเวลาเพียง 46 วินาทีผ่านแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล 'เป๋าตัง'

นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เน้นย้ำว่าเหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มเป๋าตังในการเชื่อมโยงระหว่างบริษัทผู้ออกหุ้นกู้กับนักลงทุนรายย่อย ความรวดเร็วของธุรกรรมสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระดับสูงและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นในการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินผ่านเทคโนโลยีมือถือ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นของภาคการเงินในท้องถิ่น แม้ว่าการขายหมดอย่างรวดเร็วจะแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่มีต่อผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัล แต่ก็ยังเน้นย้ำถึงลักษณะการแข่งขันของข้อเสนอเหล่านี้ ซึ่งมักจะปิดการขายไม่นานหลังจากเปิดตัว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการออกหุ้นกู้ในอนาคตหรือการเสนอขายเพิ่มเติมสำหรับหุ้นกู้ชุดนี้ นักลงทุนที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารกรุงไทยหรือบริษัทผู้ออกหุ้นกู้เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับโอกาสทางการเงินในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:07 UTC

ข้อพิพาทเรื่องการขายโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ทวีความรุนแรงขึ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทเรื่องการขายโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ทวีความรุนแรงขึ้น

บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ROH) กำลังคัดค้านการประมูลโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โดยยืนยันว่าสิทธิในการซื้อคืนของบริษัทยังคงมีผลบังคับใช้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ข้อพิพาทเรื่องการขายโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ทวีความรุนแรงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการขายโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ทวีความรุนแรงขึ้น

บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ROH) กำลังคัดค้านการประมูลโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โดยยืนยันว่าสิทธิในการซื้อคืนของบริษัทยังคงมีผลบังคับใช้

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ROH) ได้คัดค้านการประมูลโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน อย่างเป็นทางการ โดยบริษัทขอยืนยันว่าสิทธิตามสัญญาในการซื้อคืนทรัพย์สินดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด ซึ่งทำให้เกิดความเห็นที่แตกต่างโดยตรงกับผู้จัดการกองทรัสต์ GROREIT และทรัสตี

ROH ประกาศว่าขณะนี้กำลังหารือกับที่ปรึกษากฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนในทรัพย์สินดังกล่าว ข้อพิพาทนี้มุ่งเน้นไปที่ความเป็นเจ้าของในอนาคตและสถานะการดำเนินงานของโรงแรมที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการในระยะยาวและการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ของโรงแรม เนื่องจากผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางธุรกิจในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ

คาดว่าสถานการณ์จะถึงจุดสำคัญในวันที่ 28 ตุลาคม 2026 เมื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์มีกำหนดการลงมติเกี่ยวกับแผนการขายที่เสนอ จนกว่าการลงมตินี้จะเกิดขึ้น สถานะสุดท้ายของการประมูลยังคงไม่ได้รับการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามการประชุมที่จะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าการขายจะดำเนินต่อไปตามแผนหรือไม่ หรือความท้าทายทางกฎหมายที่ ROH ยกขึ้นมาจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ การพัฒนาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับผลการลงมติของผู้ถือหน่วยและการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ที่ตามมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:07 UTC

กสิกรไทยเปิดตัวบัตรเดบิตรุ่นลิมิเต็ดธีม BTS
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กสิกรไทยเปิดตัวบัตรเดบิตรุ่นลิมิเต็ดธีม BTS

ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวบัตรเดบิตรุ่นลิมิเต็ดใหม่ที่มีลวดลายของวงบอยแบนด์ระดับโลก BTS เพื่อรับกระแสการกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้ง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กสิกรไทยเปิดตัวบัตรเดบิตรุ่นลิมิเต็ดธีม BTS

แหล่งข่าวเดียว
กสิกรไทยเปิดตัวบัตรเดบิตรุ่นลิมิเต็ดธีม BTS

ธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวบัตรเดบิตรุ่นลิมิเต็ดใหม่ที่มีลวดลายของวงบอยแบนด์ระดับโลก BTS เพื่อรับกระแสการกลับมาขึ้นเวทีอีกครั้ง

ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ได้ประกาศเปิดตัวบัตรเดบิตรุ่นลิมิเต็ดใหม่ในชื่อ 'KBANK VISA & BTS WORLD TOUR ARIRANG' เพื่อตอบรับกระแสการกลับมาของวง K-pop ระดับโลกอย่าง BTS ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดฐานแฟนคลับของวงที่รู้จักกันในชื่อ ARMY โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานบริการทางการเงินเข้ากับวัฒนธรรมป๊อป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนคลับของวง บัตรนี้มอบสิทธิประโยชน์ทางการเงินหลายประการ รวมถึงเงินคืนสูงสุด 3% จากการใช้จ่าย และการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำรายการต่างประเทศ 2.5% ซึ่งอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าจากต่างประเทศหรือเดินทางไปต่างประเทศ

ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามของธนาคารในการชิงส่วนแบ่งการตลาดโดยใช้ประโยชน์จากความนิยมของไอคอนความบันเทิงระดับโลก แม้ว่าบัตรจะเปิดให้ใช้งานแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขเฉพาะ รวมถึงระยะเวลาของโปรโมชั่นโดยตรงผ่านช่องทางที่เป็นทางการของธนาคารกสิกรไทย จนถึงขณะนี้ ธนาคารยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนบัตรทั้งหมดที่จะออกหรือวันหมดอายุที่แน่นอนสำหรับการออกแบบรุ่นลิมิเต็ดนี้ ดังนั้นผู้ที่สนใจควรสอบถามที่สาขาใกล้บ้านหรือผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของธนาคารเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการให้บริการล่าสุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 05:07 UTC

การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับราคาน้ำมันในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับราคาน้ำมันในประเทศไทย

Matichon Online รายงานถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนเกี่ยวกับต้นทุนน้ำมันในประเทศไทยและปัจจัยที่มีผลต่อความผันผวนของราคา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับราคาน้ำมันในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับราคาน้ำมันในประเทศไทย

Matichon Online รายงานถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนเกี่ยวกับต้นทุนน้ำมันในประเทศไทยและปัจจัยที่มีผลต่อความผันผวนของราคา

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 ต้นทุนน้ำมันยังคงเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจและเป็นข้อกังวลอย่างมากสำหรับสาธารณชนชาวไทย การอภิปรายมุ่งเน้นไปที่ประเด็นว่าราคาน้ำมันในปัจจุบันสูงเกินควรหรือไม่ และกลไกพื้นฐานใดที่เป็นตัวขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนราคาในตลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ราคาน้ำมันส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ และค่าใช้จ่ายโดยรวมในการเดินทางด้วยรถยนต์ การทำความเข้าใจความผันผวนเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการวางแผนงบประมาณ เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงในตลาดน้ำมันโลกและนโยบายภาษีท้องถิ่นมักนำไปสู่การปรับราคาที่ปั๊มน้ำมันอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงการตรวจสอบต้นทุนเหล่านี้อย่างต่อเนื่องจากสาธารณชน แต่ก็ไม่ได้ให้บทวิเคราะห์ที่ชัดเจนว่าราคาในปัจจุบันถือว่า 'แพง' เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานในภูมิภาคหรือไม่ ปัจจัยหลายประการ รวมถึงเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ภาษีสรรพสามิต และแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยังคงมีบทบาทในการกำหนดราคาขั้นสุดท้ายที่ผู้บริโภคต้องจ่าย ณ ขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมมากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานแห่งชาติที่ได้รับการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงพลังงานเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับแนวโน้มราคาน้ำมัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:01 UTC

NETBAY ประกาศปรับทัพผู้บริหาร: แต่งตั้ง ‘ดร.ฉัตรชัย’ นั่งแท่น CEO คนใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

NETBAY ประกาศปรับทัพผู้บริหาร: แต่งตั้ง ‘ดร.ฉัตรชัย’ นั่งแท่น CEO คนใหม่

บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 แทน กอบกาญจนา วีระพงษ์ประดิษฐ์ ที่ลาออก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

NETBAY ประกาศปรับทัพผู้บริหาร: แต่งตั้ง ‘ดร.ฉัตรชัย’ นั่งแท่น CEO คนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
NETBAY ประกาศปรับทัพผู้บริหาร: แต่งตั้ง ‘ดร.ฉัตรชัย’ นั่งแท่น CEO คนใหม่

บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 แทน กอบกาญจนา วีระพงษ์ประดิษฐ์ ที่ลาออก

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บริหารระดับสูงอย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการแต่งตั้ง ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ดร.ฉัตรชัย จะเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก กอบกาญจนา วีระพงษ์ประดิษฐ์ ซึ่งได้ลาออกจากตำแหน่ง CEO ทั้งนี้ เพื่อให้การส่งมอบงานบริหารไปสู่คนรุ่นใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น คุณกอบกาญจนาจะยังคงดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัทต่อไป โดยการประกาศดังกล่าวได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของบริษัทเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลแห่งนี้ แม้ว่าบริษัทจะยืนยันการแต่งตั้งและบทบาทที่ปรึกษาของอดีต CEO แล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์องค์กรหรือเป้าหมายการดำเนินงานระยะยาวภายใต้การบริหารของ ดร.ฉัตรชัย นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนักสังเกตการณ์น่าจะติดตามการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในอนาคต เพื่อทำความเข้าใจวิสัยทัศน์ของ CEO คนใหม่ที่มีต่อการเติบโตและการวางตำแหน่งทางการตลาดของบริษัท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:06 UTC

Siam Inter Auction (SIAA) ยื่นไฟลิ่งขาย IPO เพื่อขยายธุรกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Siam Inter Auction (SIAA) ยื่นไฟลิ่งขาย IPO เพื่อขยายธุรกิจ

SIAA ผู้นำตลาดประมูลรถยนต์ยื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้น IPO ในตลาด mai เพื่อระดมทุนขยายลานประมูลและลงทุนด้านเทคโนโลยี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Siam Inter Auction (SIAA) ยื่นไฟลิ่งขาย IPO เพื่อขยายธุรกิจ

แหล่งข่าวเดียว
Siam Inter Auction (SIAA) ยื่นไฟลิ่งขาย IPO เพื่อขยายธุรกิจ

SIAA ผู้นำตลาดประมูลรถยนต์ยื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้น IPO ในตลาด mai เพื่อระดมทุนขยายลานประมูลและลงทุนด้านเทคโนโลยี

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บริษัท สยามอินเตอร์ การประมูล (SIAA) ผู้เล่นรายสำคัญในตลาดประมูลรถยนต์ของไทย ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อย่างเป็นทางการ โดยบริษัทวางแผนที่จะเสนอขายหุ้นไม่เกิน 94.1 ล้านหุ้น คิดเป็น 32% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังเสนอขาย เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)

SIAA มีแผนที่จะนำเงินที่ระดมทุนได้ไปใช้ในการขยายลานประมูลและลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) และระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ข้อมูลทางการเงินระบุว่าบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2568 อยู่ที่ 180.71 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการลดลง โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 45.79 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดรถยนต์มือสอง เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียน แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดตัว IPO ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาเสนอขายและวันเริ่มต้นการซื้อขายอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:06 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย 200 บาทต่อบาททองคำ เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 200 บาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย 200 บาทต่อบาททองคำ เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลง โดยราคาขายทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,200 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งลดลง 200 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกจับตามองในฐานะตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะถูกซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาวหรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางวัฒนธรรม เช่น เครื่องประดับ แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล่านี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดปกติ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาอย่างเป็นทางการที่ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำ ณ เวลาที่รายงาน นักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรทราบว่าราคาขายปลีกจริงในร้านทองแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยเนื่องจากค่าธรรมเนียมบริการหรือค่ากำเหน็จเพิ่มเติม เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผู้ที่สนใจทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำควรตรวจสอบราคาปัจจุบันโดยตรงกับร้านค้าในท้องถิ่นหรือผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมก่อนตัดสินใจทางการเงินใดๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:06 UTC

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 22 กันยายน 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 22 กันยายน 2569

YLG Bullion รายงานแนวโน้มตลาดทองคำในปัจจุบัน โดยระบุถึงระดับแนวต้านหลังจากการผันผวนของราคาเมื่อเร็วๆ นี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 22 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 22 กันยายน 2569

YLG Bullion รายงานแนวโน้มตลาดทองคำในปัจจุบัน โดยระบุถึงระดับแนวต้านหลังจากการผันผวนของราคาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจากบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ตลาดทองคำกำลังเผชิญกับการเคลื่อนไหวของราคาที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ติดตามแนวโน้มทางการเงินควรทราบ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาทองคำมีการย่อตัวลงโดยทำระดับสูงสุดที่ 4,343 ดอลลาร์ ก่อนที่จะมีการดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของ YLG Bullion ตั้งข้อสังเกตว่าราคายังไม่สามารถทะลุผ่านระดับแนวต้านที่ 4,399 ดอลลาร์ได้

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว ความผันผวนของราคาทองคำโลกมักส่งผลต่ออัตราของร้านทองในท้องถิ่นและการประเมินมูลค่าในตลาดทองคำ แม้ว่าบทวิเคราะห์นี้จะให้ภาพรวมทางเทคนิคของพฤติกรรมตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าราคาทองคำมีความผันผวนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก

ในขณะนี้ ตลาดยังคงอยู่ในสภาวะของการปรับฐาน และผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าราคาจะสามารถผ่านระดับแนวต้านที่ระบุไว้ได้หรือไม่ รายงานนี้ถือเป็นการสังเกตการณ์ตลาดไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจการซื้อขายทองคำในท้องถิ่นควรติดตามการอัปเดตรายวันจากผู้ค้าทองคำในพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจว่าแนวโน้มระหว่างประเทศเหล่านี้ส่งผลต่อราคาในประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:06 UTC