ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง ✦
เศรษฐกิจ Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน ✦
วัฒนธรรม พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค ✦
ความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือในประเด็นการค้า การลงทุน และบริการด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการหารือที่มีกำหนดการแน่นขนัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเจรจาระดับสูงกับตัวแทนจากภาคการค้า ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน

นอกจากนี้ วาระการประชุมยังรวมถึงการหารือเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภาคบริการและอุตสาหกรรมการบิน การหารือเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เนื่องจากข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบินและการค้าอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในอนาคต รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย

แม้จะมีการยืนยันว่ากำหนดการของนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นไปที่เสาหลักทางเศรษฐกิจเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ข้อตกลงที่ลงนาม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศหรือไม่ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาทางการทูตเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เศรษฐกิจ

Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

Asset World Corp (AWC) เตรียมยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR วันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนำสินทรัพย์หลัก 5 แห่งเข้าร่วม

จากรายงานของ Khaosod Online บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR ในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้านำสินทรัพย์ประเภทฟรีโฮลด์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 4 แห่งและอาคารสำนักงานเกรดเอ 1 แห่ง เข้าร่วมกองทรัสต์ โดยมีมูลค่าเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ AWR เป็น REIT ชั้นนำที่เน้นการลงทุนในประเทศไทย 100% โดย AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนไทยจะถือครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกองทรัสต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานสำหรับสินทรัพย์อีก 9 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มและการยกระดับความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ AWC แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของกองทรัสต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมทุกแห่งยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ อยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อติดตามความเสี่ยงจากน้ำท่วม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตารางการเดินทางหรือสภาพถนน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางหรือบริการขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในขณะนี้ พื้นที่เฉพาะที่ได้รับความสำคัญสำหรับการเข้าช่วยเหลือทันทีและการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของบริการขนส่งที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและแผนการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าท่านผลิตยาสมุนไพรรักษาได้ทุกโรค

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำภาพของท่านไปตัดต่อด้วย AI และโฆษณาชวนเชื่อว่าทางวัดผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ได้จนหายขาด ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อขอยา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

พระพยอมชี้แจงว่า ท่านเป็นเพียงพระนักเทศน์และนักพัฒนา ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร และทางวัดไม่มีการผลิตยารักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำให้ประชาชนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมีการแอบอ้างชื่อกระทรวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าปลอม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพที่พบในโซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางศาสนาหรือการอ้างสรรพคุณรักษาโรคปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่แอบอ้างชื่ออย่างไร ขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางมาที่วัดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากทางวัดไม่มีบริการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช เปิดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post ทั้งเซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ได้เปิดพื้นที่จอดรถอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการพื้นที่จอดรถฟรีในจุดที่สูงและปลอดภัยสำหรับยานพาหนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนปกป้องทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ในขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบกำลังเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษายานพาหนะให้พ้นจากน้ำท่วม

แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถได้ในทันที แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้เน้นเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่จอดรถเท่านั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม และบริการฉุกเฉินอื่นๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของพื้นที่จอดรถเหล่านี้โดยตรงกับฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะนำรถไปจอด เนื่องจากความจุอาจมีจำกัดและสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:18 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองรังสิต เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสะสมของน้ำและเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงความสามารถในการระบายน้ำ แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับระดับน้ำ

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของความพยายามในการระบายน้ำเหล่านี้ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกยกเลิกกะทันหันหลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความตึงเครียดเริ่มขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 800 คน กับสมาชิกกลุ่ม “โอโซนรักบ้านเกิด อ.ชำนิ” ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการมาโดยตลอดเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่กันบริเวณหน้าเวที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่เหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดความโกลาหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างน้อย 1 รายจากการถูกของแข็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวมถึงนายอำเภอนางรองและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรองได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตัดสินใจยุติเวทีดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการคัดค้านโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความรุนแรงจะยุติลงแล้ว แต่อนาคตของโครงการยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นจะถูกจัดขึ้นใหม่เมื่อใด หรือทางการจะมีมาตรการอย่างไรในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่หรือการประชุมชุมชนที่มีความตึงเครียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเน้นย้ำความพร้อมของแผนอพยพและเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกคำสั่งจากต่างประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผนการอพยพมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และพร้อมสำหรับการนำไปติดตั้งใช้งานทันที

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้บุคลากรที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสถานการณ์เลวร้ายลง แม้ว่ารัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ในคำสั่งเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าภูมิภาคใดมีความเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเตรียมการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างไร และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญในการจัดสรรอุปกรณ์ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

ตำรวจจับกุมผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ฐานลักลอบขายคลิปวิดีโออนาจารเด็กชายวัย 16 ปีผ่านกลุ่มลับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้จับกุมบุคคลข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 16 ปี และนำไปขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลับที่มีการเรียกเก็บเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์และการเผยแพร่สื่อลามกผิดกฎหมาย การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตามกฎหมายไทย

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญในชั้นศาลและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการเผยแพร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้เสียหายหรือระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการดังกล่าว ประชาชนควรตระหนักถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลในท้องถิ่น และรายงานกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

ราคาไข่ไก่ในขอนแก่นพุ่งสูงขึ้นแตะระดับช่วงโควิด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาไข่ไก่ในขอนแก่นพุ่งสูงขึ้นแตะระดับช่วงโควิด

ราคาไข่ไก่ในขอนแก่นปรับตัวสูงขึ้น 6 บาทต่อแผงเนื่องจากปัญหาขาดแคลนตามฤดูกาล โดยไข่ไก่เบอร์เล็กเริ่มหาได้ยาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาไข่ไก่ในขอนแก่นพุ่งสูงขึ้นแตะระดับช่วงโควิด

แหล่งข่าวเดียว
ราคาไข่ไก่ในขอนแก่นพุ่งสูงขึ้นแตะระดับช่วงโควิด

ราคาไข่ไก่ในขอนแก่นปรับตัวสูงขึ้น 6 บาทต่อแผงเนื่องจากปัญหาขาดแคลนตามฤดูกาล โดยไข่ไก่เบอร์เล็กเริ่มหาได้ยาก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ราคาไข่ไก่ที่ตลาดสดบางลำพูในจังหวัดขอนแก่นมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ค้าในพื้นที่ระบุว่าราคาได้ปรับขึ้นรวม 6 บาทต่อแผงผ่านการปรับราคา 3 ครั้ง ซึ่งเป็นระดับราคาที่เทียบเท่ากับช่วงการระบาดของโควิด-19

ผู้ค้าให้เหตุผลว่าราคาที่สูงขึ้นเกิดจากฤดูฝนที่ส่งผลให้แม่ไก่ไข่น้อยลง นอกจากนี้ ไข่ไก่เบอร์ 4 ยังขาดตลาดมาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน และไข่ไก่เบอร์ใหญ่ เช่น เบอร์ 0 ก็เริ่มหาซื้อได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของร้านค้า รวมถึงร้านข้าวราดแกง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ โดยบางร้านต้องปรับเปลี่ยนเมนูเพื่อลดการใช้ไข่ไก่เป็นส่วนประกอบหลัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานและอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมนูในร้านอาหารท้องถิ่น ผู้ค้าคาดการณ์ว่าสภาวะตลาดเช่นนี้อาจดำเนินต่อไปอีกประมาณ 3 เดือน แม้ว่าปัญหาห่วงโซ่อุปทานในปัจจุบันจะเชื่อมโยงกับสภาพอากาศตามฤดูกาล แต่ความมั่นคงของราคาในระยะยาวนั้นยังคงต้องติดตามต่อไปในขณะที่ตลาดปรับตัวเข้ากับภาวะขาดแคลนที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:16 UTC

กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวงาน Thailand e-Commerce Expo 2026
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวงาน Thailand e-Commerce Expo 2026

กระทรวงพาณิชย์ไทยจัดงาน 'Thailand e-Commerce Expo 2026' เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 300 ล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวงาน Thailand e-Commerce Expo 2026

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวงาน Thailand e-Commerce Expo 2026

กระทรวงพาณิชย์ไทยจัดงาน 'Thailand e-Commerce Expo 2026' เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 300 ล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ไทยได้เปิดตัวงาน 'Thailand e-Commerce Expo 2026' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ตามรายงานของ Thai Post โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การบูรณาการ AI เข้ากับการพาณิชย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของผู้ประกอบการไทย

ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 50 ราย งานนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางที่ครบวงจรสำหรับการค้าออนไลน์ ภายใต้แนวคิด 'งานเดียวครบ จบเรื่อง e-Commerce' โดยกระทรวงฯ คาดการณ์ว่างานนี้จะสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ประมาณ 300 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางที่สนใจด้านธุรกิจ งานนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการก้าวสู่ความทันสมัยทางดิจิทัลและการค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่กำลังพัฒนาของประเทศ และอาจส่งสัญญาณถึงโอกาสใหม่ๆ สำหรับบริการดิจิทัลและการค้าระหว่างประเทศ

แม้ว่ากระทรวงฯ จะตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ท้าทาย แต่ผลกระทบระยะยาวต่อผู้ประกอบการรายย่อยและเครื่องมือทางเทคโนโลยีเฉพาะที่จะได้รับความสำคัญนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามผลลัพธ์ของงานเพื่อดูว่ากลยุทธ์การพาณิชย์ด้วย AI เหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นการเติบโตที่จับต้องได้สำหรับตลาดท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

ปปง. ยึดทรัพย์สินมูลค่า 287 ล้านบาทในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายล่าสุด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ปปง. ยึดทรัพย์สินมูลค่า 287 ล้านบาทในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายล่าสุด

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 1,080 รายการ มูลค่า 287 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดรวมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเฉิน จื้อ เพิ่มขึ้นเป็น 460 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ปปง. ยึดทรัพย์สินมูลค่า 287 ล้านบาทในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายล่าสุด

แหล่งข่าวเดียว
ปปง. ยึดทรัพย์สินมูลค่า 287 ล้านบาทในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายล่าสุด

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 1,080 รายการ มูลค่า 287 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดรวมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเฉิน จื้อ เพิ่มขึ้นเป็น 460 ล้านบาท

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการครั้งสำคัญโดยการยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 1,080 รายการ ซึ่งมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 287 ล้านบาท

การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้รวมถึงทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่า 115 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับเฉิน จื้อ เมื่อรวมกับการดำเนินการก่อนหน้านี้ ทำให้มูลค่ารวมของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวสูงกว่า 460 ล้านบาทแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายทางการเงินขนาดใหญ่นี้โดยทั่วไปเป็นเรื่องทางธุรการและมักไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม รายงานเหล่านี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบและกำกับดูแลกระแสการเงินภายในประเทศ

เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดหลายประการยังคงต้องรอการยืนยัน รวมถึงลักษณะเฉพาะของการสอบสวนที่เกี่ยวข้องและสถานะทางกฎหมายขั้นสุดท้ายของทรัพย์สินที่ถูกยึด ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าตัวเลขเหล่านี้แสดงถึงสถานะปัจจุบันของการยึดทรัพย์ตามที่ทางการรายงาน และยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลต่อไป SawaLife จะยังคงติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกระบวนการเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:35 UTC

SCAP เผยกำไรครึ่งปีแรก 2569 โต 146%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SCAP เผยกำไรครึ่งปีแรก 2569 โต 146%

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) ประกาศผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในภาคสินเชื่อรายย่อยของไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SCAP เผยกำไรครึ่งปีแรก 2569 โต 146%

แหล่งข่าวเดียว
SCAP เผยกำไรครึ่งปีแรก 2569 โต 146%

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (SCAP) ประกาศผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในภาคสินเชื่อรายย่อยของไทย

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยครบวงจรในประเทศไทย ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานทางการเงินสำหรับครึ่งแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิกว่า 898.12 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 146% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีรายได้รวมในช่วงหกเดือนแรกอยู่ที่ 2,917.51 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนในตลาดสินเชื่อรายย่อยในท้องถิ่น ในขณะที่ SCAP ยังคงขยายบริการสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง บริษัทมีความมั่นใจต่อผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดการณ์ว่าอาจสร้างสถิติสูงสุดใหม่สำหรับปี 2569 ทั้งปี

แม้ว่าตัวเลขทางการเงินเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่แข็งแกร่งของบริษัท แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทจะสามารถรักษาแนวโน้มการเติบโตนี้ไว้ได้ตลอดช่วงครึ่งหลังของปีหรือไม่ นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ตลาดจะคอยติดตามรายงานผลประกอบการรายไตรมาสถัดไปเพื่อยืนยันว่าบริษัทจะบรรลุเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้สิ้นปีหรือไม่ รายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ และไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการรับรองบริการของบริษัทแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:58 UTC

AWC ประกาศทุ่มงบ 2.9 พันล้านบาท ผุดโรงแรม Plaza Athénée ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

AWC ประกาศทุ่มงบ 2.9 พันล้านบาท ผุดโรงแรม Plaza Athénée ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Asset World Corp (AWC) วางแผนพัฒนาโรงแรม Plaza Athénée แห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่ 11 ของบริษัทริมแม่น้ำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

AWC ประกาศทุ่มงบ 2.9 พันล้านบาท ผุดโรงแรม Plaza Athénée ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
AWC ประกาศทุ่มงบ 2.9 พันล้านบาท ผุดโรงแรม Plaza Athénée ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Asset World Corp (AWC) วางแผนพัฒนาโรงแรม Plaza Athénée แห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่ 11 ของบริษัทริมแม่น้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท Asset World Corp (AWC) ได้เปิดเผยแผนการลงทุนมูลค่า 2.9 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาโรงแรม Plaza Athénée แห่งใหม่ โดยโครงการนี้จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางแห่งที่ 11 ในพอร์ตโฟลิโอริมแม่น้ำของบริษัท

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การพัฒนานี้ถือเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการระดับหรูที่สำคัญในกรุงเทพฯ โดยโครงการมีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2571 การเพิ่มแบรนด์ระดับไฮเอนด์อย่าง Plaza Athénée เข้ามาในพื้นที่ริมแม่น้ำคาดว่าจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของเมืองในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม และอาจเพิ่มความพร้อมของที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับหรูในเมืองหลวง

แม้ว่าจะมีการประกาศตัวเลขการลงทุนและปีที่คาดว่าจะเปิดให้บริการแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนริมแม่น้ำและขอบเขตสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดของโรงแรมที่ยังไม่มีการระบุรายละเอียด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจาก AWC เกี่ยวกับความคืบหน้าของตารางการก่อสร้างและคุณสมบัติเฉพาะของโครงการเมื่อใกล้ถึงกำหนดการเปิดให้บริการในปี 2571

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

ไทยเผชิญ 4 ความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ รมว.คลังชี้ต้องเร่งปรับตัว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผชิญ 4 ความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ รมว.คลังชี้ต้องเร่งปรับตัว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุถึง 4 ปัจจัยความท้าทายระดับโลกที่กำลังกดดันให้เศรษฐกิจไทยต้องเร่งปรับตัว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญ 4 ความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ รมว.คลังชี้ต้องเร่งปรับตัว

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญ 4 ความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ รมว.คลังชี้ต้องเร่งปรับตัว

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุถึง 4 ปัจจัยความท้าทายระดับโลกที่กำลังกดดันให้เศรษฐกิจไทยต้องเร่งปรับตัว

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษโดยเน้นย้ำถึง 4 ความท้าทายสำคัญที่กำลังกดดันเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจระบุว่าปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วย การแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน

รัฐมนตรีเอกนิติเน้นย้ำว่าแรงกดดันเหล่านี้ทำให้ประเทศจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ในระหว่างการกล่าวปาฐกถา เขายังได้เสนอแนะให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเตรียมความพร้อมรับมือกับคดีรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังติดตามการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและภูมิทัศน์ทางกฎหมายในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด แม้ว่ารัฐมนตรีจะระบุว่าประเด็นเหล่านี้เป็นลำดับความสำคัญสำหรับการปรับตัวของประเทศ แต่มาตรการเชิงนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่จะนำมาใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากรัฐบาลว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในท้องถิ่น กฎระเบียบด้านแรงงาน หรือบรรยากาศการลงทุนโดยรวมอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:58 UTC

ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ในขอนแก่น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ในขอนแก่น

ทางการไทยจับกุมผู้ต้องหา 5 รายที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนัน 'bigwinauto' ซึ่งมีรายงานว่ามีเงินหมุนเวียนต่อปีสูงถึง 120 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายพนันออนไลน์รายใหญ่ในขอนแก่น

ทางการไทยจับกุมผู้ต้องหา 5 รายที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนัน 'bigwinauto' ซึ่งมีรายงานว่ามีเงินหมุนเวียนต่อปีสูงถึง 120 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดขอนแก่นได้ทลายเครือข่ายการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายขนาดใหญ่ที่รู้จักกันในชื่อ 'bigwinauto' ได้สำเร็จ ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 5 รายที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการแพลตฟอร์มดังกล่าว

การสอบสวนเบื้องต้นระบุว่าเว็บไซต์นี้เอื้อต่อกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก โดยบันทึกทางการเงินชี้ให้เห็นว่ามีเงินหมุนเวียนต่อปีประมาณ 120 ล้านบาท การบุกจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการยับยั้งการแพร่กระจายของแพลตฟอร์มการพนันดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการพนันของไทยอย่างเข้มงวด แม้ว่าการปฏิบัติการจะมุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์มดิจิทัลนี้โดยเฉพาะ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเข้าร่วมกิจกรรมการพนันที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะทางออนไลน์หรือด้วยตนเอง ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายไทยและอาจนำไปสู่ผลทางกฎหมายที่ร้ายแรง

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาเฉพาะเจาะจงต่อผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย และการติดตามตัวบุคคลอื่นเพิ่มเติมนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลว่าผู้ใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวจะต้องถูกตรวจสอบเป็นรายบุคคลหรือไม่ในฐานะส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

ไทยเปิดตัวแผนแม่บทปฏิรูปอุตสาหกรรม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวแผนแม่บทปฏิรูปอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ได้นำเสนอแผนแม่บทเชิงกลยุทธ์เพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมของไทยผ่านกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวแผนแม่บทปฏิรูปอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวแผนแม่บทปฏิรูปอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ได้นำเสนอแผนแม่บทเชิงกลยุทธ์เพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมของไทยผ่านกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้นำเสนอแผนแม่บทที่ครอบคลุมเพื่อปฏิรูปภูมิทัศน์อุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง 'กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่' เพื่อผลักดันการเติบโตของประเทศและยกระดับขีดความสามารถในการผลิตให้ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของตลาดแรงงานในท้องถิ่นและประเภทของอุตสาหกรรมที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากรัฐบาลสามารถดำเนินการปฏิรูปเหล่านี้ได้สำเร็จ อาจนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในภาคส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมเหล่านี้อาจไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพและขยายเศรษฐกิจของชาติ ซึ่งมักจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานการบริการ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและอุตสาหกรรมที่แน่ชัดที่จะได้รับการปฏิรูปยังคงต้องรอการยืนยัน ประชาชนกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงเพื่อทำความเข้าใจว่ากลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่เหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับกรอบอุตสาหกรรมที่มีอยู่อย่างไร และจะมีมาตรการจูงใจหรือกฎระเบียบใดบ้างที่จะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:56 UTC

สำรวจศักยภาพของรูปแบบรัฐสวัสดิการในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สำรวจศักยภาพของรูปแบบรัฐสวัสดิการในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online อภิปรายถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบรัฐสวัสดิการในประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สำรวจศักยภาพของรูปแบบรัฐสวัสดิการในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
สำรวจศักยภาพของรูปแบบรัฐสวัสดิการในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online อภิปรายถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบรัฐสวัสดิการในประเทศไทย

การอภิปรายนโยบายเศรษฐกิจ

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Matichon Online เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ขณะนี้มีการสนทนาระดับชาติเกี่ยวกับการนำรูปแบบ 'รัฐสวัสดิการ' มาใช้ในประเทศไทย โดยการอภิปรายมุ่งเน้นไปที่ว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างดังกล่าวอาจทำหน้าที่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นและสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างไร

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัย การนำนโยบายที่มุ่งเน้นสวัสดิการมาใช้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ความมั่นคงทางสังคม และค่าครองชีพโดยรวม แม้ว่าการอภิปรายเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์ระดับมหภาคในปัจจุบัน แต่การดำเนินการใดๆ ในอนาคตอาจส่งผลต่อคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและระบบสนับสนุนทางสังคม สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในทันที แต่ก็นับเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญในสัญญาประชาคมของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในวงกว้างและภูมิทัศน์ของบริการสาธารณะในที่สุด

สถานะปัจจุบัน

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานเหล่านี้สะท้อนถึงการถกเถียงทางนโยบายที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว กลไกเฉพาะ รูปแบบการระดมทุน และกรอบเวลาสำหรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังคงไม่ได้รับการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อทำความเข้าใจว่ากรอบแนวคิดทางเศรษฐกิจเชิงทฤษฎีเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร ณ ตอนนี้ การอภิปรายยังคงอยู่ในขั้นตอนแนวคิด และยังไม่มีการเปิดตัวโครงการสวัสดิการเฉพาะใดๆ อย่างเป็นทางการอันเป็นผลมาจากการพิจารณาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

ผู้อำนวยการเข้าร่วมการสนทนาสาธารณะเกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้อำนวยการเข้าร่วมการสนทนาสาธารณะเกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจ

การปรากฏตัวต่อสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ของผู้อำนวยการหน่วยงานรัฐร่วมกับคุณอั๋น ทรงพล ชีวะ บุคคลในแวดวงสื่อ ได้สร้างความสนใจต่อบทสนทนาทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้อำนวยการเข้าร่วมการสนทนาสาธารณะเกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้อำนวยการเข้าร่วมการสนทนาสาธารณะเกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจ

การปรากฏตัวต่อสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ของผู้อำนวยการหน่วยงานรัฐร่วมกับคุณอั๋น ทรงพล ชีวะ บุคคลในแวดวงสื่อ ได้สร้างความสนใจต่อบทสนทนาทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่าผู้อำนวยการหน่วยงานรัฐได้เข้าร่วมการสนทนาสาธารณะร่วมกับคุณอั๋น ทรงพล ชีวะ บุคคลในแวดวงสื่อ กิจกรรมดังกล่าวซึ่งถูกเน้นย้ำในรายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ มุ่งเน้นไปที่การสนทนาทางเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การมีส่วนร่วมในที่สาธารณะเช่นนี้มักทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดถึงการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของฝ่ายบริหารหรือการอภิปรายนโยบายที่จะเกิดขึ้น แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของการสนทนายังคงมีจำกัด แต่การปฏิสัมพันธ์ระดับสูงเหล่านี้มักถูกติดตามโดยผู้ที่สนใจในทิศทางของสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่นและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

ขอบเขตที่แน่ชัดของหัวข้อที่หารือในระหว่างการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำแถลงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมหรือรายงานติดตามผลเพื่อชี้แจงว่าบทสนทนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเท่านั้น ณ ขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของการประชุมครั้งนี้ต่อสาธารณชนทั่วไปหรือภาคธุรกิจยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์ ผู้อ่านควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสำหรับการประกาศใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการสนทนานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:16 UTC

TEAMG เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

TEAMG เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

บริษัทวิศวกรรม TEAMG ประกาศรายได้เพิ่มขึ้น 22% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงโครงการรถไฟสายสีแดงอ่อน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

TEAMG เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

แหล่งข่าวเดียว
TEAMG เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่งจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

บริษัทวิศวกรรม TEAMG ประกาศรายได้เพิ่มขึ้น 22% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงโครงการรถไฟสายสีแดงอ่อน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทที่ปรึกษาวิศวกรรม TEAMG ได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีรายได้รวม 1,266 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมด้วยกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% โดยในไตรมาสที่ 2 เพียงไตรมาสเดียว บริษัทมีกำไรสุทธิ 61 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานทางการเงินนี้ส่วนใหญ่มาจากความสำเร็จในการเข้าร่วมโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อมูลค่างานในมือ (Backlog) ซึ่งใกล้แตะระดับ 6 พันล้านบาท ได้แก่ โครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ (เฟส 2) และโครงการรถไฟสายสีแดงอ่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคืบหน้าเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของโครงการโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะขนาดใหญ่ รถไฟสายสีแดงอ่อนถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครือข่ายระบบรางที่กำลังขยายตัวของเมืองหลวง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อทั่วทั้งเขตปริมณฑล แม้ว่าตัวเลขทางการเงินเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงปริมาณงานที่แข็งแกร่งของบริษัท แต่กำหนดการแล้วเสร็จที่ชัดเจนของโครงการเหล่านี้ยังคงขึ้นอยู่กับตารางการก่อสร้างในปัจจุบัน ทั้งนี้ จะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินงานของรถไฟสายสีแดงอ่อนและสวนสัตว์แห่งใหม่เมื่อมีการยืนยันกำหนดการโครงการอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวสู่การผลิตแบบ 'Smart & Green'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวสู่การผลิตแบบ 'Smart & Green'

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนทะลุ 1.4 แสนล้านบาท โดยภาคเอกชนรายใหญ่เร่งปรับปรุงโรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนและประสิทธิภาพที่ทันสมัย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวสู่การผลิตแบบ 'Smart & Green'

แหล่งข่าวเดียว
ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวสู่การผลิตแบบ 'Smart & Green'

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนทะลุ 1.4 แสนล้านบาท โดยภาคเอกชนรายใหญ่เร่งปรับปรุงโรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนและประสิทธิภาพที่ทันสมัย

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมของไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยบริษัทเอกชนรายใหญ่กำลังเร่งปรับตัวสู่การผลิตแบบ 'Smart & Green' (อัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนภายใต้ 'มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม' ได้ทะลุ 1.4 แสนล้านบาทแล้ว

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของอุตสาหกรรมไทย โดยการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงและแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับการดำเนินงานของโรงงาน ซึ่งทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติกำลังให้ความสำคัญกับการยกระดับเหล่านี้มากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในยุคใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระดับชาติที่กว้างขึ้นในการพัฒนาที่ยั่งยืนและการปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย แม้ว่าการเปลี่ยนไปสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอาจนำไปสู่รอบการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและอาจลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตอุตสาหกรรม แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการยกระดับเหล่านี้จะส่งผลต่อแนวโน้มการจ้างงานในระยะยาวและการกระจายตัวของเงินลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร ทั้งนี้ BOI ยังคงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยที่ขอบเขตผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนและกรอบเวลาในการดำเนินการปรับปรุงโรงงานให้แล้วเสร็จนั้นยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่โครงการต่างๆ ดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย 150 บาท โดยทองรูปพรรณขายออกที่ราคา 69,700 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย 150 บาท โดยทองรูปพรรณขายออกที่ราคา 69,700 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โดย ณ เวลา 11.52 น. ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,700 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งลดลง 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม แม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ได้รับความนิยมและเป็นส่วนสำคัญทางวัฒนธรรมของประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันถือเป็นความเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดปกติ สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับหรือทองคำเพื่อการลงทุน การติดตามข้อมูลอัปเดตรายวันจากสมาคมค้าทองคำเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามสภาวะตลาดโลก

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับราคาดังกล่าวจะส่งผลต่อความต้องการของผู้บริโภคในท้องถิ่นอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในขณะนี้ ตลาดยังคงดำเนินไปตามความผันผวนปกติ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล่านี้จะส่งผลต่อต้นทุนของสินค้าทองคำ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพรายวันหรือค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั่วไป นักลงทุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสมาคมค้าทองคำเพื่อรับข้อมูลราคาที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:58 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับลดลง 100 บาท เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับลดลง 100 บาท เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองคำปรับลดลง 100 บาทในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่ราคา 69,750 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับลดลง 100 บาท เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับลดลง 100 บาท เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองคำปรับลดลง 100 บาทในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่ราคา 69,750 บาทต่อบาททองคำ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ประกาศปรับลดราคาทองคำในประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดที่มีการเผยแพร่เมื่อเวลา 11.01 น. ระบุว่าราคาทองคำปรับตัวลดลง 100 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า

จากการอัปเดตล่าสุดนี้ ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,750 บาทต่อบาททองคำ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำ ซึ่งสะท้อนถึงการประเมินมูลค่าตลาดทองคำในปัจจุบันภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกติดตามในฐานะตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะเป็นการลงทุนและสินค้าทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในภูมิภาค แต่การเปลี่ยนแปลงของราคาในแต่ละวันถือเป็นความเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดปกติ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขเหล่านี้เป็นอัตราอย่างเป็นทางการที่สมาคมจัดทำขึ้น ณ เวลาที่รายงาน นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าราคาขายปลีกในร้านทองแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับค่ากำเหน็จและนโยบายเฉพาะของแต่ละร้าน เนื่องจากนี่เป็นการอัปเดตราคาตลาดรายวัน แนวโน้มราคาในอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น ซึ่งยังไม่มีการยืนยันในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:56 UTC

เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี

คอลัมนิสต์ตั้งคำถามถึงการที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 7.2 พันล้านบาทสำหรับอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ในจันทบุรี โดยอ้างถึงความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางแก้ไขทางเลือกที่เป็นไปได้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี

คอลัมนิสต์ตั้งคำถามถึงการที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ 7.2 พันล้านบาทสำหรับอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ในจันทบุรี โดยอ้างถึงความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางแก้ไขทางเลือกที่เป็นไปได้

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติงบประมาณ 7.2 พันล้านบาทสำหรับการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี โครงการนี้ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคอลัมนิสต์ 'หนุ่มเมืองจันท์' ซึ่งได้ตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสูญเสียพื้นที่ป่าประมาณ 11,000 ไร่ที่จะถูกน้ำท่วมจากการสร้างอ่างเก็บน้ำ

คอลัมนิสต์เสนอว่าเกษตรกรในพื้นที่อาจถูกใช้เป็นข้ออ้างสำหรับโครงการนี้ ในขณะที่วัตถุประสงค์หลักอาจเป็นการจัดหาน้ำให้กับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในทางกลับกัน รายงานได้นำเสนอข้อเสนอให้ใช้วิธีการจัดการน้ำขนาดเล็ก เช่น การขุดสระน้ำส่วนบุคคลและการเจาะน้ำบาดาล โดยมีการโต้แย้งว่าวิธีเหล่านี้อาจใช้งบประมาณเพียงหนึ่งในสี่ของงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งอาจช่วยประหยัดเงินแผ่นดินและรักษาทรัพยากรป่าไม้ไว้ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ข้อถกเถียงนี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในจังหวัดจันทบุรี แม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณแล้ว แต่การดำเนินโครงการและความสมเหตุสมผลของทางเลือกที่นำเสนอยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนถกเถียงกัน ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้อย่างไร หรือกำหนดการของโครงการจะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองต่อคำวิจารณ์หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 04:57 UTC

บัวหลวงเร่งเครื่องบริการ Wealth Advisor รับพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไปในตลาดหุ้นขาขึ้น
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

บัวหลวงเร่งเครื่องบริการ Wealth Advisor รับพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไปในตลาดหุ้นขาขึ้น

หลักทรัพย์บัวหลวงขยายบริการที่ปรึกษาด้านการลงทุนและ DR-Block Trade เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนที่หลากหลายขึ้นในภาวะตลาดหุ้นขาขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

บัวหลวงเร่งเครื่องบริการ Wealth Advisor รับพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไปในตลาดหุ้นขาขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
บัวหลวงเร่งเครื่องบริการ Wealth Advisor รับพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไปในตลาดหุ้นขาขึ้น

หลักทรัพย์บัวหลวงขยายบริการที่ปรึกษาด้านการลงทุนและ DR-Block Trade เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนที่หลากหลายขึ้นในภาวะตลาดหุ้นขาขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 หลักทรัพย์บัวหลวงกำลังเร่งยกระดับบริการที่ปรึกษาด้านการลงทุน (Wealth Advisor) โดยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากภาวะตลาดหุ้นขาขึ้นผ่านการผลักดันเครื่องมือ DR-Block Trade เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากของนักลงทุนไทยยุคใหม่

นักลงทุนในปัจจุบันมีการกระจายพอร์ตการลงทุนที่กว้างขวางขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเลือกหุ้นรายตัวเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น หุ้นต่างประเทศ กองทุนรวม และสินทรัพย์ทางเลือก หลักทรัพย์บัวหลวงจึงมุ่งเน้นการนำเสนอกลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนที่ซับซ้อนและเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการกระจายตัวของภาคบริการทางการเงินในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่สถาบันการเงินปรับตัวตามความต้องการที่เปลี่ยนไป นักลงทุนรายย่อยอาจมีทางเลือกและเครื่องมือที่หลากหลายมากขึ้นในการบริหารจัดการความมั่งคั่งส่วนบุคคลภายในตลาดไทย

แม้ว่าบริษัทจะประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ในการมุ่งเน้นบริการที่ปรึกษาและผลิตภัณฑ์การซื้อขายเหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบในระยะยาวต่อการเข้าถึงตลาดสำหรับนักลงทุนรายย่อยยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าโมเดลการให้คำปรึกษาใหม่เหล่านี้จะมีประสิทธิภาพอย่างไรในขณะที่ตลาดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำบริการเหล่านี้ไปใช้กับลูกค้าแต่ละกลุ่มยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

Origin Property ประกาศลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในภูเก็ต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Origin Property ประกาศลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในภูเก็ต

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Origin Property เปิดตัวการลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทในภูเก็ต เพื่อรองรับความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งจากตลาดในประเทศและต่างประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Origin Property ประกาศลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
Origin Property ประกาศลงทุน 1 หมื่นล้านบาทในภูเก็ต

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Origin Property เปิดตัวการลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทในภูเก็ต เพื่อรองรับความต้องการเช่าที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งจากตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Origin Property ได้ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทในภูเก็ต ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการอสังหาริมทรัพย์ที่สูงเป็นพิเศษบนเกาะ ซึ่งเกิดจากกระแสความต้องการอย่างต่อเนื่องของทั้งผู้ซื้อและผู้เช่าชาวไทยและชาวต่างชาติ

ธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าตลาดเช่าในภูเก็ตกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งเพิ่มอุปทานโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความสนใจที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้เป็นสัญญาณของช่วงเวลาแห่งการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานด้านที่อยู่อาศัยในภูเก็ต การเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่อาจเป็นทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการพำนักบนเกาะในระยะยาวหรือลงทุนในตลาดท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม อัตราการก่อสร้างที่รวดเร็วและผลกระทบของอุปทานที่เพิ่มขึ้นนี้ต่อราคาค่าเช่าในท้องถิ่นยังคงต้องติดตามต่อไป ในขณะที่ตลาดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนและผู้อยู่อาศัยที่มีศักยภาพควรเฝ้าดูว่าโครงการใหม่เหล่านี้จะบูรณาการเข้ากับภูมิทัศน์ที่มีอยู่ได้อย่างไร และระดับความต้องการในปัจจุบันจะสามารถรองรับการลงทุนในระดับนี้ได้ในระยะยาวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

SCG CBM ขยายฐานการผลิต Q-CON ในภาคใต้ของไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

SCG CBM ขยายฐานการผลิต Q-CON ในภาคใต้ของไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด

SCG CBM กำลังตอบสนองต่อการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากสินค้านำเข้าจากจีน โดยการขยายฐานการผลิตอิฐมวลเบา Q-CON ไปยังภาคใต้ของไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของภาครัฐ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

SCG CBM ขยายฐานการผลิต Q-CON ในภาคใต้ของไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด

แหล่งข่าวเดียว
SCG CBM ขยายฐานการผลิต Q-CON ในภาคใต้ของไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด

SCG CBM กำลังตอบสนองต่อการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากสินค้านำเข้าจากจีน โดยการขยายฐานการผลิตอิฐมวลเบา Q-CON ไปยังภาคใต้ของไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของภาครัฐ

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท SCG CBM กำลังปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อรับมือกับการไหลเข้าของวัสดุก่อสร้างที่นำเข้าจากประเทศจีน โดยบริษัทได้ประกาศแผนการจัดตั้งฐานการผลิตอิฐมวลเบา Q-CON ในภาคใต้ของประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับส่วนแบ่งการตลาด

ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับแรงหนุนส่วนใหญ่จากการคาดการณ์ว่าภาคการก่อสร้างจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี โดยได้รับการสนับสนุนจากการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การขยายตัวนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านความพร้อมและโลจิสติกส์ของวัสดุก่อสร้างในภูมิภาคภาคใต้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระยะเวลาและต้นทุนการก่อสร้างในท้องถิ่น

แม้ว่าบริษัทจะกำลังวางตำแหน่งเชิงรุกเพื่อแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับกำลังการผลิตเต็มรูปแบบของโรงงานแห่งใหม่ในภาคใต้ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ระดับที่การใช้จ่ายของภาครัฐจะกระตุ้นตลาดการก่อสร้างในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่เหลือของปีนั้น เป็นปัจจัยที่ผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ตลาดมีการพัฒนา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังจับตาดูว่าความพยายามในการผลิตภายในประเทศเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อราคาและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานวัสดุก่อสร้างที่จำเป็นในภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:15 UTC