ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
ความปลอดภัย ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย ✦
เหตุการณ์ คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
กีฬา ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ✦
วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

Thai Post รายงานว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและบ่อนการพนันอาจมีความหละหลวมในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจมีท่าทีที่ผ่อนปรนในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นในระหว่างที่รอการแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่และการดำเนินนโยบายใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้เน้นย้ำถึงการขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและสถานประกอบการพนัน ซึ่งความหละหลวมที่อาจเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่สถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสถานบันเทิงในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วไปหรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด รวมถึงต้องรอดูว่าผู้บริหารตำรวจชุดใหม่จะจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้อย่างไรเมื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อไปเยือนย่านสถานบันเทิง เนื่องจากระดับการปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานที่เหล่านี้อาจมีความไม่สม่ำเสมอในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

เหตุการณ์

คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีของลูกต่อไป

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์จากการเป็นคู่รัก โดยทั้งคู่ระบุว่าจะหันมาโฟกัสที่การทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีให้กับ 'น้องดิน' ลูกชายของพวกเขา

ตามคำแถลง ทั้งคู่ระบุว่าปัญหาเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันในหลายเรื่อง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตคู่เป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะยังมีความรักและความปรารถนาดีให้กันอยู่เสมอ ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นข้อสรุปหลังจากที่ได้พยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งคู่ได้จัดการเรื่องเอกสารการแยกทางกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวใหม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของคู่รักที่เป็นที่รู้จัก แม้ทั้งคู่จะเปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาชีพในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงในการปรากฏตัวต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมจากนี้ แฟนคลับและสาธารณชนได้รับความขอความร่วมมือให้เคารพความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

กีฬา

ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ทีมชาติไทยเตรียมดวลแข้งจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์

ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเตรียมลงสนามพบกับทีมชาติจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ โดยมีการยืนยันว่าการแข่งขันนัดนี้จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VAR

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทีมชาติจีนในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยทีมชาติไทยมีกำหนดสวมชุดสีขาวลงสนามในนัดนี้

รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงื่อนไขการแข่งขันคือการไม่มีเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) สำหรับผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขัน หมายความว่าการตัดสินในสนามจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามเท่านั้น ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสที่ความผิดพลาดของมนุษย์จะส่งผลต่อผลการแข่งขันได้

การแข่งขันนัดนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของทัวร์นาเมนต์เนื่องจากผู้ชนะจะได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แม้ว่าความตื่นเต้นรอบการแข่งขันนี้จะสูงมาก แต่แฟนบอลควรทราบว่าการไม่มี VAR อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่น่ากังวลใจระหว่างการเล่นได้ ในขณะนี้ เวลาเริ่มการแข่งขันและรายละเอียดสถานที่จัดงานได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ขอแนะนำให้แฟนบอลตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับรายละเอียดการแข่งขัน ทั้งนี้ การไม่มี VAR เป็นข้อจำกัดในการดำเนินงานที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับการแข่งขันในรอบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:10 UTC

ราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC ทรงตัวท่ามกลางกำลังซื้อที่ชะลอตัว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC ทรงตัวท่ามกลางกำลังซื้อที่ชะลอตัว

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์รายงานว่าราคาที่อยู่อาศัยในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของไทยยังคงทรงตัวในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เนื่องจากมีสต็อกสินค้าคงเหลือจำนวนมากและกำลังซื้อที่ลดลง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC ทรงตัวท่ามกลางกำลังซื้อที่ชะลอตัว

แหล่งข่าวเดียว
ราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC ทรงตัวท่ามกลางกำลังซื้อที่ชะลอตัว

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์รายงานว่าราคาที่อยู่อาศัยในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของไทยยังคงทรงตัวในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เนื่องจากมีสต็อกสินค้าคงเหลือจำนวนมากและกำลังซื้อที่ลดลง

ตามรายงานจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดัชนีราคาบ้านจัดสรรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อยู่ที่ 126.4 จุด ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 แต่ดัชนีดังกล่าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงภาวะราคาตลาดที่เริ่มทรงตัว

Khaosod Online รายงานว่าแนวโน้มนี้สะท้อนถึงตลาดที่กำลังชะลอตัว โดยมีปัจจัยจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแรงลงและจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเหลือขายในตลาดจำนวนมาก เพื่อเร่งระบายสต็อกสินค้า ผู้ประกอบการจึงหันมาใช้มาตรการส่งเสริมการขายเพื่อดึงดูดผู้ซื้อมากขึ้น ข้อมูลรายจังหวัดแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แตกต่างกัน โดยชลบุรีมีดัชนีราคาบ้านจัดสรรสูงสุดที่ 130.5 จุด เพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ระยองลดลงเล็กน้อย 0.1% โดยมีดัชนีอยู่ที่ 122.1

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มีศักยภาพ ภาวะชะลอตัวนี้บ่งชี้ถึงตลาดของผู้ซื้อ ซึ่งผู้ประกอบการอาจมีความยืดหยุ่นในการเจรจาหรือเสนอสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะยาวต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงต้องบริหารจัดการสต็อกที่มีอยู่ ผู้ที่สนใจซื้อควรติดตามว่ามาตรการส่งเสริมการขายเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับราคาเพิ่มเติมหรือไม่ หรือตลาดจะยังคงทรงตัวต่อไปในไตรมาสข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:41 UTC

Moshi Moshi Retail Corporation เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Moshi Moshi Retail Corporation เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง

โมชิ โมชิ ผู้ค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ในไทย รายงานรายได้ครึ่งปีแรกของปี 2569 เติบโต 17.3% แม้เผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจทั่วโลก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Moshi Moshi Retail Corporation เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
Moshi Moshi Retail Corporation เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง

โมชิ โมชิ ผู้ค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ในไทย รายงานรายได้ครึ่งปีแรกของปี 2569 เติบโต 17.3% แม้เผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจทั่วโลก

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ได้ประกาศผลประกอบการทางการเงินสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 1,940 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 352.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% สำหรับไตรมาสที่ 2 เพียงไตรมาสเดียว บริษัทมีรายได้ 956.10 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 161.86 ล้านบาท

ฝ่ายบริหารระบุว่าผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลมาจากการขยายสาขา การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการปรับเปลี่ยนส่วนผสมผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แม้จะต้องเผชิญกับความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเติบโตนี้สะท้อนถึงความมั่นคงของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ยอดนิยมทั่วประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปีไว้ที่ 15-20%

นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.64 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2569 แม้ตัวเลขเหล่านี้จะบ่งชี้ถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ผลกระทบระยะยาวจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจภายนอกต่อภาคธุรกิจค้าปลีกยังคงต้องติดตามต่อไปในช่วงที่เหลือของปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:40 UTC

ทีเส็บเปิดตัว “MEET Thai Plus 2026 Shenzhen” มุ่งกระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์และการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทีเส็บเปิดตัว “MEET Thai Plus 2026 Shenzhen” มุ่งกระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์และการค้า

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการเปิดตัวโครงการการตลาดใหม่ในเซินเจิ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพจากจีน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทีเส็บเปิดตัว “MEET Thai Plus 2026 Shenzhen” มุ่งกระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์และการค้า

แหล่งข่าวเดียว
ทีเส็บเปิดตัว “MEET Thai Plus 2026 Shenzhen” มุ่งกระตุ้นอุตสาหกรรมไมซ์และการค้า

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการเปิดตัวโครงการการตลาดใหม่ในเซินเจิ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวคุณภาพจากจีน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ได้เปิดตัวโครงการ “MEET Thai Plus 2026 Shenzhen” อย่างเป็นทางการ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Thai Post โครงการนี้ดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Thailand: Meet for More” เพื่อเป็นเวทีเชิงกลยุทธ์สำหรับการตลาดสมัยใหม่ โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าร่วมประมาณ 100 ราย

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการเจาะกลุ่มนักธุรกิจจีนที่มีคุณภาพ โดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในเมืองเซินเจิ้น ทีเส็บมุ่งหวังที่จะกระตุ้นการเติบโตในหลายภาคส่วนที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมไมซ์ (การประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการ) การค้า การลงทุน เทคโนโลยีดิจิทัล การท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ และการศึกษา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามร่วมกันของรัฐบาลไทยในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและวิชาชีพกับประเทศจีน แม้ว่าโครงการจะเน้นไปที่การสร้างความร่วมมือระหว่างธุรกิจ แต่ความพยายามดังกล่าวอาจนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขยายบริการในภาคการท่องเที่ยวและการบริการให้ดียิ่งขึ้น

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวหรือกำหนดการของกิจกรรมต่อเนื่องยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าความร่วมมือเหล่านี้จะส่งผลต่อการเติบโตของภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:42 UTC

ครูสาวถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงินในกรณีหมั้นหมายล้มเหลว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ครูสาวถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงินในกรณีหมั้นหมายล้มเหลว

เจ้าหน้าที่ อบต. รายหนึ่งได้ขอความช่วยเหลือจากองค์กรสายไหมต้องรอด หลังจากถูกครูสาวรายหนึ่งหลอกลวงเงินไปกว่า 300,000 บาท โดยปกปิดสถานะการสมรสของตนเอง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ครูสาวถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงินในกรณีหมั้นหมายล้มเหลว

แหล่งข่าวเดียว
ครูสาวถูกกล่าวหาฉ้อโกงเงินในกรณีหมั้นหมายล้มเหลว

เจ้าหน้าที่ อบต. รายหนึ่งได้ขอความช่วยเหลือจากองค์กรสายไหมต้องรอด หลังจากถูกครูสาวรายหนึ่งหลอกลวงเงินไปกว่า 300,000 บาท โดยปกปิดสถานะการสมรสของตนเอง

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 น้องสาวของเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่ง ได้นำหลักฐานแชตการสนทนาและเอกสารทางการเงินเข้าขอความเป็นธรรมกับองค์กรสายไหมต้องรอด เพื่อช่วยเหลือพี่ชายที่ถูกครูสาวรายหนึ่งหลอกลวง ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าทั้งคู่รู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ ความสัมพันธ์พัฒนาไปอย่างรวดเร็วโดยฝ่ายหญิงกดดันให้ฝ่ายชายเตรียมเงินสินสอดเพื่อจัดงานแต่งงาน ทำให้ฝ่ายชายตัดสินใจกู้ยืมเงินและโอนเงินรวมกว่า 300,000 บาท ให้กับฝ่ายหญิงเพื่อใช้เป็นค่าหมั้น

ต่อมาพบว่าฝ่ายหญิงยังคงมีสถานะสมรสกับสามีที่เป็นทหารเรือในขณะนั้น โดยฝ่ายทหารเรืออ้างว่าเคยถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกันและต้องจ่ายเงิน 100,000 บาท เพื่อแลกกับการหย่าร้าง ครอบครัวของผู้เสียหายยืนยันว่าการโอนเงินดังกล่าวไม่ใช่การให้โดยเสน่หา แต่เป็นการกระทำที่เกิดจากการปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องสถานะครอบครัวของฝ่ายหญิง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ถึงความเสี่ยงในการทำธุรกรรมทางการเงินกับบุคคลที่รู้จักผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ แม้ครอบครัวจะกำลังดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรม แต่การตีความทางกฎหมายว่าเงินดังกล่าวเป็นการให้โดยสมัครใจหรือเป็นการฉ้อโกงนั้น ยังคงต้องรอการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และจำเป็นต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงทั้งหมดและผลกระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:41 UTC

หอการค้าไทยเสนอทำ FTA กับ EAEU เพื่อกระตุ้นการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

หอการค้าไทยเสนอทำ FTA กับ EAEU เพื่อกระตุ้นการค้า

หอการค้าไทยผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีกับรัสเซียให้ถึง 5 พันล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

หอการค้าไทยเสนอทำ FTA กับ EAEU เพื่อกระตุ้นการค้า

แหล่งข่าวเดียว
หอการค้าไทยเสนอทำ FTA กับ EAEU เพื่อกระตุ้นการค้า

หอการค้าไทยผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีกับรัสเซียให้ถึง 5 พันล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ หอการค้าไทยได้เข้าร่วมคณะผู้แทนนำโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เยือนรัสเซียเพื่อสำรวจโอกาสทางการค้าและการลงทุนใหม่ๆ โดยคณะผู้แทนได้เสนอแผนงาน (Roadmap) ที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยและรัสเซียให้ถึง 5 พันล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปีข้างหน้า

องค์ประกอบสำคัญของข้อเสนอนี้รวมถึงความพยายามในการปลดล็อกการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าทูน่าและอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย ในขณะเดียวกัน แผนงานยังเสนอให้มีการอำนวยความสะดวกในการนำเข้าปุ๋ยจากรัสเซียในปริมาณ 1-2 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ หอการค้าไทยยังผลักดันให้มีการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่มุ่งเชื่อมโยงไทยเข้ากับตลาดที่มีประชากรกว่า 185 ล้านคน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้าบางประเภท เช่น ปุ๋ยและผลิตภัณฑ์อาหาร แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังคงเป็นเพียงแผนงานเชิงกลยุทธ์เท่านั้น การจัดตั้ง FTA อย่างเป็นทางการและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการปรับเปลี่ยนทางการค้าเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านการเจรจาระหว่างรัฐบาลและการดำเนินนโยบายอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:42 UTC

กฎระเบียบการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กฎระเบียบการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าของไทยกำลังติดตามมาตรฐานการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปที่ครอบคลุมเรื่องการปล่อยคาร์บอน ป่าไม้ อีคอมเมิร์ซ และบรรจุภัณฑ์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กฎระเบียบการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
กฎระเบียบการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าของไทยกำลังติดตามมาตรฐานการค้าใหม่ของสหภาพยุโรปที่ครอบคลุมเรื่องการปล่อยคาร์บอน ป่าไม้ อีคอมเมิร์ซ และบรรจุภัณฑ์

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ของไทยกำลังติดตามความคืบหน้าของกฎระเบียบทางการค้าชุดใหม่ที่สหภาพยุโรป (EU) กำลังดำเนินการอย่างใกล้ชิด มาตรฐานที่ปรับปรุงใหม่เหล่านี้มีความครอบคลุมและส่งผลกระทบต่อขั้นตอนต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ วิธีการผลิต การดำเนินงานด้านอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์

การพัฒนานี้มีความสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากสหภาพยุโรปยังคงเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การส่งออกของไทยไปยังสหภาพยุโรปมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดถึง 20% โดยมีมูลค่ารวมถึง 15,464.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุนี้ สนค. จึงได้ออกคำเตือนไปยังผู้ประกอบการไทย โดยเร่งให้มีการปรับปรุงระบบข้อมูล ตรวจสอบย้อนกลับ และปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลใหม่เหล่านี้เพื่อรักษาโอกาสในการเข้าถึงตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้นสำหรับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทย แม้ว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่ภาคธุรกิจและผู้ส่งออกเป็นหลัก แต่อาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายหรือราคาของสินค้าไทยบางรายการในตลาดยุโรปในอนาคต ในขณะนี้ กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้มาตรการทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่ภาคธุรกิจยังคงดำเนินการปรับตัวเข้าสู่ข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 11:42 UTC

สภาพัฒน์ติดตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจโครงการ 'ไทยช่วย' เฟส 2
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สภาพัฒน์ติดตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจโครงการ 'ไทยช่วย' เฟส 2

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 และกำลังติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วย' เฟสที่ 2

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์ติดตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจโครงการ 'ไทยช่วย' เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
สภาพัฒน์ติดตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจโครงการ 'ไทยช่วย' เฟส 2

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 และกำลังติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วย' เฟสที่ 2

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้สังเกตเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 3 โดยหน่วยงานเน้นย้ำว่าฐานการผลิตทางอุตสาหกรรมของประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงของการดำเนินงานด้านการผลิตของโตโยต้าในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

แม้จะมีสัญญาณการเติบโตดังกล่าว สศช. ระบุว่ายังคงใช้แนวทางที่ระมัดระวัง โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามข้อมูลทางเศรษฐกิจในภาพรวมก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วย' เฟสที่ 2

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แม้ว่าภาคการผลิตจะดูมั่นคง แต่โอกาสในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา การตัดสินใจเกี่ยวกับเฟสที่ 2 ของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจน่าจะมีผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในท้องถิ่นและกิจกรรมทางการตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ยืนยันกรอบเวลาหรือเกณฑ์เฉพาะสำหรับโครงการช่วยเหลือในเฟสถัดไป และขอแนะนำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

สศช. เชื่อค่ายรถญี่ปุ่นยังคงฐานการผลิตในไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สศช. เชื่อค่ายรถญี่ปุ่นยังคงฐานการผลิตในไทย

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเชื่อว่าค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นจะไม่ย้ายฐานการผลิตหนีไทย โดยอ้างถึงความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานที่สร้างมานานกว่า 30 ปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สศช. เชื่อค่ายรถญี่ปุ่นยังคงฐานการผลิตในไทย

แหล่งข่าวเดียว
สศช. เชื่อค่ายรถญี่ปุ่นยังคงฐานการผลิตในไทย

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเชื่อว่าค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นจะไม่ย้ายฐานการผลิตหนีไทย โดยอ้างถึงความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานที่สร้างมานานกว่า 30 ปี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นจะยังคงดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อไป แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในภาคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการส่งออกรถยนต์สันดาปที่ลดลงเนื่องจากมาตรฐานระดับโลกที่เข้มงวดขึ้น แต่ทางหน่วยงานเชื่อว่าระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นของประเทศยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาด

สศช. เน้นย้ำว่าห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมซึ่งได้รับการพัฒนามาตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมานั้น มอบความพร้อมในการดำเนินงานในระดับที่คู่แข่งในภูมิภาครายอื่น เช่น อินโดนีเซีย ยังคงประสบปัญหาในการเทียบเคียง แม้ว่ากระทรวงการคลังจะกำลังดำเนินมาตรการใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการลงทุนและชดเชยความท้าทายด้านการส่งออก แต่ทางหน่วยงานยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่นั้นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการย้ายฐานการผลิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข่าวดังกล่าวบ่งชี้ถึงระดับความมั่นคงของภาคยานยนต์ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทย การมีอยู่ต่อเนื่องของผู้ผลิตเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่นและภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการจูงใจด้านการลงทุนของรัฐบาลชุดใหม่เหล่านี้จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากการแข่งขันของประเทศเพื่อนบ้านและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวท่ามกลางแนวโน้มยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

ไทยเผยทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่พุ่งสูงในเดือนกรกฎาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่พุ่งสูงในเดือนกรกฎาคม 2569

ทุนจดทะเบียนของธุรกิจใหม่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 250% ในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนขนาดใหญ่ในภาคพลังงาน แม้ว่าจำนวนบริษัทใหม่โดยรวมจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่พุ่งสูงในเดือนกรกฎาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่พุ่งสูงในเดือนกรกฎาคม 2569

ทุนจดทะเบียนของธุรกิจใหม่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 250% ในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนขนาดใหญ่ในภาคพลังงาน แม้ว่าจำนวนบริษัทใหม่โดยรวมจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่รายงานโดยประชาชาติธุรกิจระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่จำนวน 7,512 ราย แม้ว่าจำนวนธุรกิจใหม่จะลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทุนจดทะเบียนรวมกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 252.23% จากเดือนก่อนหน้า แตะระดับ 53,647 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้มาจากการจดทะเบียนของบริษัทพลังงานรายใหญ่ที่มีทุนจดทะเบียนกว่า 40,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงการไหลเข้าของเงินทุนที่กระจุกตัวอยู่ในภาคพลังงาน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์อุตสาหกรรมท้องถิ่น ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 การลงทุนจากต่างประเทศในไทยมีมูลค่าถึง 219,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจจากนานาชาติที่มีต่อตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง

แม้ตัวเลขเหล่านี้จะแสดงภาพรวมของกิจกรรมทางการเงินของภาคธุรกิจ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการจดทะเบียนทุนขนาดใหญ่นี้จะแปรเปลี่ยนเป็นโครงการที่จับต้องได้หรือการจ้างงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าแม้การเคลื่อนย้ายเงินทุนขนาดใหญ่จะบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพรายวันหรือความพร้อมของบริการสำหรับผู้บริโภคในทันที จำเป็นต้องมีการรายงานเพิ่มเติมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อติดตามผลกระทบระยะยาวของการลงทุนเหล่านี้ต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

GDP ไทยไตรมาส 2 โต 1.9%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

GDP ไทยไตรมาส 2 โต 1.9%

เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความเหมาะสม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

GDP ไทยไตรมาส 2 โต 1.9%

แหล่งข่าวเดียว
GDP ไทยไตรมาส 2 โต 1.9%

เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความเหมาะสม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยขยายตัว 1.9% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูงระบุว่าการเติบโตนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ และชี้ให้เห็นว่ามาตรการปัจจุบันของรัฐบาลในการสนับสนุนเศรษฐกิจกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ตัวเลขการเติบโตที่พอประมาณนี้ให้ภาพรวมของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ากลยุทธ์การสนับสนุนที่มีอยู่มีประสิทธิภาพ แต่เจ้าหน้าที่ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นอย่างต่อเนื่องของพระราชกำหนดเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือ นโยบายการคลังเหล่านี้จะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาวอย่างไร และจะมีการปรับเปลี่ยนพระราชกำหนดเงินกู้เพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ ในขณะที่รัฐบาลยังคงติดตามตัวชี้วัดเหล่านี้ ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังประเทศไทยอาจสังเกตเห็นความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจผ่านการแทรกแซงทางการเงินของรัฐ ข้อมูลดังกล่าวซึ่งเผยแพร่โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานหลักสำหรับสถานะทางการคลังของประเทศในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

ไทยเผยสถิติทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่พุ่งสูงในเดือนกรกฎาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยสถิติทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่พุ่งสูงในเดือนกรกฎาคม 2569

การจดทะเบียนธุรกิจใหม่ในประเทศไทยมีมูลค่าทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ของบริษัท บ้านปู

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเผยสถิติทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่พุ่งสูงในเดือนกรกฎาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยสถิติทุนจดทะเบียนธุรกิจใหม่พุ่งสูงในเดือนกรกฎาคม 2569

การจดทะเบียนธุรกิจใหม่ในประเทศไทยมีมูลค่าทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ของบริษัท บ้านปู

ตามข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ประเทศไทยมีการจดทะเบียนธุรกิจใหม่จำนวน 7,512 รายในเดือนกรกฎาคม 2569 แม้ว่าจำนวนธุรกิจใหม่โดยรวมจะลดลง 5.85% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2569 และลดลง 2.57% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 แต่ทุนจดทะเบียนรวมกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 53,647 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 143.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของทุนจดทะเบียนดังกล่าวได้รับอิทธิพลหลักมาจากการเพิ่มทุนจำนวน 40,500 ล้านบาทของบริษัท บ้านปู นอกจากความเคลื่อนไหวทางธุรกิจครั้งใหญ่นี้แล้ว กรมฯ ยังระบุว่าภาคธุรกิจออนไลน์ ร้านอาหาร และการค้าปลีกเสื้อผ้ายังคงแสดงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่ยังคงมีความยืดหยุ่นในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ซึ่งบ่งชี้ว่าแม้จำนวนการจัดตั้งบริษัทใหม่จะลดลงเล็กน้อย แต่ขนาดของการลงทุนยังคงมีความแข็งแกร่ง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวโน้มการลงทุนด้วยเงินทุนสูงนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีหรือไม่ รวมถึงผลกระทบระยะยาวของรูปแบบการเติบโตในภาคส่วนเหล่านี้ต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะยังคงติดตามตัวเลขการจดทะเบียนเหล่านี้เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:37 UTC

ไทยรายงาน GDP ไตรมาส 2 เติบโต 1.9%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยรายงาน GDP ไตรมาส 2 เติบโต 1.9%

เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่วางแนวทางเปลี่ยนผ่านสู่โมเดล 'New Economy'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยรายงาน GDP ไตรมาส 2 เติบโต 1.9%

แหล่งข่าวเดียว
ไทยรายงาน GDP ไตรมาส 2 เติบโต 1.9%

เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.9% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่วางแนวทางเปลี่ยนผ่านสู่โมเดล 'New Economy'

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยขยายตัว 1.9% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าหน้าที่ระดับสูงได้เน้นย้ำถึงตัวเลขดังกล่าว พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการนำพาประเทศไปสู่ 'New Economy' หรือเศรษฐกิจใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลการเติบโตนี้ทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสุขภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของประเทศ การที่รัฐบาลมุ่งเน้นไปที่ 'New Economy' สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงภาคอุตสาหกรรมให้ทันสมัยและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว แม้ว่าการเติบโตนี้จะบ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพ แต่ก็ยังส่งสัญญาณว่าประเทศกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อมุ่งสู่การใช้ศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือแผนงานเชิงนโยบายที่ชัดเจนที่จะกำหนดนิยามของ 'New Economy' นี้ และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ หรือบริการสาธารณะอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่ารัฐบาลตั้งใจจะรักษาแรงส่งนี้ไว้ตลอดช่วงที่เหลือของปีอย่างไร ในขณะนี้ ตัวเลขการเติบโต 1.9% เป็นเพียงภาพรวมของทิศทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนผ่านที่เสนอนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:39 UTC

ไทยเตรียมเจรจาการค้า ART ครั้งสำคัญที่สหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมเจรจาการค้า ART ครั้งสำคัญที่สหรัฐฯ

คุณศุภจีมีกำหนดเดินทางไปสหรัฐฯ ในวันที่ 30 สิงหาคม เพื่อสรุปการเจรจาการค้า โดยรองนายกรัฐมนตรีอนุทินได้กำหนดกรอบการเจรจาที่เข้มงวด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเตรียมเจรจาการค้า ART ครั้งสำคัญที่สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมเจรจาการค้า ART ครั้งสำคัญที่สหรัฐฯ

คุณศุภจีมีกำหนดเดินทางไปสหรัฐฯ ในวันที่ 30 สิงหาคม เพื่อสรุปการเจรจาการค้า โดยรองนายกรัฐมนตรีอนุทินได้กำหนดกรอบการเจรจาที่เข้มงวด

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ คุณศุภจีมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2569 เพื่อดำเนินการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้า ART ภารกิจนี้เป็นไปตามแนวทางของรองนายกรัฐมนตรีอนุทิน ซึ่งได้กำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขประเด็นที่ค้างคาอยู่

หัวใจสำคัญของการหารือคือความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อ "เส้นแดง" 3 ประการที่ไทยจะไม่ข้าม ได้แก่ การนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง ความมั่นคงของชาติ และข้อจำกัดเฉพาะด้านการลงทุนจากต่างชาติในบางสาขา การเจรจายังครอบคลุมถึงแผนยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำเข้าพลังงาน เครื่องบิน และสินค้าเกษตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเจรจาเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าที่อาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายและราคาของสินค้านำเข้า รวมถึงพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ว่ารัฐบาลจะระบุจุดยืนที่ไม่สามารถต่อรองได้แล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายของการเจรจายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะสามารถลดช่องว่างระหว่างข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของไทยและเป้าหมายทางการค้าของสหรัฐฯ ได้หรือไม่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อตลาดในประเทศจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่บรรลุระหว่างการเยือนครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 08:40 UTC

ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงที่ ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงที่ ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงที่ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,550 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงที่ ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงที่ ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงที่ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,550 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดย ณ เวลา 13.48 น. ราคาของทองรูปพรรณอยู่ที่ 69,550 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การติดตามราคาทองคำเป็นเรื่องปกติเนื่องจากทองคำมีการซื้อขายบ่อยครั้งและใช้เป็นสินทรัพย์เพื่อเก็บมูลค่า แม้ว่าความผันผวนเหล่านี้จะเป็นเรื่องปกติในตลาดท้องถิ่น แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายเครื่องประดับทองควรทราบว่าราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดโลก รวมถึงอุปสงค์และอุปทานในพื้นที่

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าสมาคมค้าทองคำให้ตัวเลขเหล่านี้ไว้เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น นักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่วางแผนทำธุรกรรมสำคัญควรตรวจสอบราคาปัจจุบันโดยตรงกับร้านทองที่ได้รับอนุญาตหรือผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคม เนื่องจากราคาอาจมีความผันผวนตลอดทั้งวัน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาด และความมั่นคงที่สังเกตได้ในวันนี้สะท้อนถึงสถานะปัจจุบันตามที่สมาคมได้ระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:39 UTC

ไทยมุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยมุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เชิญชวนนักลงทุนสหรัฐฯ ให้มุ่งเน้นด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยมุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
ไทยมุ่งกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เชิญชวนนักลงทุนสหรัฐฯ ให้มุ่งเน้นด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก

ในการประชุม 'Thailand–U.S. Trade and Investment Summit 2026' ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นฐานการผลิตที่ยืดหยุ่นและปลอดภัยสำหรับตลาดโลก ตามรายงานของ Khaosod Online รัฐมนตรีได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 200 ปีระหว่างสองประเทศ โดยวางตำแหน่งให้ไทยเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันได้

นางศุภจีระบุว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย โดยมีบริษัทอเมริกันหลายร้อยแห่งดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศ การลงทุนเหล่านี้มีส่วนช่วยในการสร้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรมาโดยตลอด สำหรับทิศทางในอนาคต รัฐบาลไทยมุ่งสู่เศรษฐกิจรายได้สูงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยเชิญชวนให้มีการลงทุนจากสหรัฐฯ ในด้านปัญญาประดิษฐ์ การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาดโดยเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การผลักดันการเติบโตทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของตลาดแรงงานในท้องถิ่นและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะแสดงเจตจำนงในการดึงดูดอุตสาหกรรมเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับมาตรการจูงใจทางนโยบายใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:38 UTC

ไทยเตรียมทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ภายในเดือนกันยายนนี้
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ภายในเดือนกันยายนนี้

กระทรวงการคลังกำลังทบทวนภาษีสรรพสามิตรถยนต์เพื่อแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันระหว่างรถยนต์นำเข้าและรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเตรียมทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ภายในเดือนกันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ภายในเดือนกันยายนนี้

กระทรวงการคลังกำลังทบทวนภาษีสรรพสามิตรถยนต์เพื่อแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมในการแข่งขันระหว่างรถยนต์นำเข้าและรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตเร่งทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์ของไทย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้ประกอบการรถยนต์ร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรม เนื่องจากรถยนต์ที่นำเข้าจากประเทศที่มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) มีภาระภาษีต่ำกว่ารถยนต์ที่ผลิตในประเทศ

ผู้ประกอบการแสดงความกังวลว่าความแตกต่างนี้อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศ โดยบางรายอาจพิจารณาย้ายฐานการผลิตไปยังอินโดนีเซีย นายเอกนิติระบุว่า แม้ไทยจะไม่สามารถปรับขึ้นภาษีนำเข้าได้โดยตรงเนื่องจากข้อผูกพันใน FTA แต่รัฐบาลตั้งใจจะใช้ภาษีสรรพสามิตเป็นเครื่องมือในการสร้างความเท่าเทียมทางการแข่งขัน เพื่อสนับสนุนการผลิตและการจ้างงานในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ไทยยังคงดึงดูดการลงทุนในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจส่งผลต่อราคาจำหน่ายรถยนต์ในอนาคตและความพร้อมของรุ่นรถต่างๆ ในตลาดไทย ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับภาษีดังกล่าวภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยยังคงต้องติดตามรายละเอียดว่าการปรับภาษีสรรพสามิตจะมีโครงสร้างอย่างไรและรถยนต์ประเภทใดที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 07:17 UTC

การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงเหลือ 1.9% ในไตรมาสที่ 2
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงเหลือ 1.9% ในไตรมาสที่ 2

ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ 1.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งถือเป็นผลการดำเนินงานที่ต่ำที่สุดในกลุ่มเศรษฐกิจหลักของอาเซียน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงเหลือ 1.9% ในไตรมาสที่ 2

แหล่งข่าวเดียว
การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงเหลือ 1.9% ในไตรมาสที่ 2

ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ 1.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งถือเป็นผลการดำเนินงานที่ต่ำที่สุดในกลุ่มเศรษฐกิจหลักของอาเซียน

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงเหลือ 1.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในช่วงไตรมาสที่ 2 ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงการลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากอัตราการเติบโต 2.8% ที่พบในไตรมาสแรกของปี นอกจากนี้ เมื่อปรับตามปัจจัยฤดูกาลแล้ว GDP ยังหดตัวลง 0.2%

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่าผลการดำเนินงานนี้ทำให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับสุดท้ายของการจัดอันดับการเติบโตในกลุ่มเศรษฐกิจหลัก 6 แห่งของอาเซียนที่สภาได้วิเคราะห์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การชะลอตัวทางเศรษฐกิจนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในสภาวะตลาดท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคหรือความเร็วในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าข้อมูลจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลหรือปัจจัยทางตลาดภายนอกจะมีอิทธิพลต่อทิศทางในช่วงที่เหลือของปีอย่างไร ในขณะนี้ สศช. ได้ให้ตัวเลขหลักๆ ไว้แล้ว และคาดว่าจะมีบทวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวตามมาในภายหลัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 06:00 UTC

อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ถูกตัดสินจำคุกคดีกรรโชกทรัพย์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ถูกตัดสินจำคุกคดีกรรโชกทรัพย์

อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์นายกเทศมนตรีคนปัจจุบันเป็นเงิน 25 ล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ถูกตัดสินจำคุกคดีกรรโชกทรัพย์

แหล่งข่าวเดียว
อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ถูกตัดสินจำคุกคดีกรรโชกทรัพย์

อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์นายกเทศมนตรีคนปัจจุบันเป็นเงิน 25 ล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ 'บ่าวพี' ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โดยศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์นายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งถูกเรียกขานว่า 'นายกแป้น' เป็นจำนวนเงิน 25 ล้านบาท

หลักฐานที่นำเสนอในระหว่างการพิจารณาคดีระบุว่าความพยายามกรรโชกทรัพย์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง โดยจำเลยได้เรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อแลกกับการปิดปากไม่เปิดเผยความผิดปกติที่อ้างว่าเกิดขึ้น คำตัดสินของศาลถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในแวดวงการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดสงขลา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่ คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ในแวดวงการเมืองท้องถิ่น แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายในข้อหากรรโชกทรัพย์จะมีคำตัดสินออกมาแล้ว แต่ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตการเลือกตั้งที่ถูกอ้างถึงในการกรรโชกทรัพย์นั้นยังคงเป็นประเด็นแยกต่างหาก สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือศาลได้ตัดสินเฉพาะคดีกรรโชกทรัพย์เท่านั้น ส่วนความถูกต้องของข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเดิมนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันหรือตัดสินในคำพิพากษานี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นต่อไปเพื่อดูความคืบหน้าเกี่ยวกับความโปร่งใสของการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา หรือความเป็นไปได้ในการอุทธรณ์ของจำเลย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC