ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มุ่งเน้นขยายโอกาสทางการค้า
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มุ่งเน้นขยายโอกาสทางการค้า

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กำลังเร่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มุ่งเน้นขยายโอกาสทางการค้า

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) มุ่งเน้นขยายโอกาสทางการค้า

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กำลังเร่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กำลังให้ความสำคัญกับโครงการริเริ่มต่างๆ ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ โดยหน่วยงานกำลังมุ่งเน้นกลยุทธ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและบริการของไทยในตลาดโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายสนับสนุนการส่งออก หรือโครงการความร่วมมือใหม่ๆ ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โครงการเหล่านี้มักมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและอาจส่งผลต่อความพร้อมของสินค้าหรือบริการบางประเภทภายในประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่านี่จะเป็นการอัปเดตทางเศรษฐกิจในเชิงบริหารเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพและขยายเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวม

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับลักษณะที่แท้จริงของโอกาสใหม่เหล่านี้หรืออุตสาหกรรมเป้าหมายยังคงต้องรอการยืนยัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังไม่ได้เผยแพร่แผนงานที่ครอบคลุมซึ่งระบุรายละเอียดว่าโอกาสเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรหรือภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DITP เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมว่ากลยุทธ์ทางการค้าเหล่านี้อาจส่งผลต่อสภาวะตลาดในท้องถิ่นหรือความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:10 UTC

Lexus Thailand เปิดตัวรถซีดานไฟฟ้า 100% รุ่น ES 350e
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Lexus Thailand เปิดตัวรถซีดานไฟฟ้า 100% รุ่น ES 350e

Lexus Thailand เปิดตัว ES 350e รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรถซีดานผู้บริหารรุ่นยอดนิยมในเวอร์ชันไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวและนักธุรกิจ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Lexus Thailand เปิดตัวรถซีดานไฟฟ้า 100% รุ่น ES 350e

แหล่งข่าวเดียว
Lexus Thailand เปิดตัวรถซีดานไฟฟ้า 100% รุ่น ES 350e

Lexus Thailand เปิดตัว ES 350e รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรถซีดานผู้บริหารรุ่นยอดนิยมในเวอร์ชันไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวและนักธุรกิจ

ตามรายงานจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 Lexus Thailand ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ในประเทศอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัว Lexus ES 350e รุ่นใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการเปลี่ยนผ่านซีรีส์รถซีดานผู้บริหารยอดนิยมไปสู่ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ระดับพรีเมียม ซีรีส์ ES ได้รับความนิยมมายาวนานในกลุ่มครอบครัวและผู้บริหารเนื่องจากชื่อเสียงด้านความสะดวกสบายและความสง่างาม การเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าเต็มรูปแบบบ่งชี้ว่า Lexus กำลังปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการขนส่งที่หรูหราและยั่งยืนภายในประเทศ

แม้ว่ารถยนต์รุ่นนี้จะเริ่มเข้าสู่ตลาดไทยแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจและผู้ที่ชื่นชอบยังคงรอข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับราคาอย่างเป็นทางการ ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ Lexus Thailand จะให้การสนับสนุน ในขณะที่ภูมิทัศน์ยานยนต์ในประเทศไทยยังคงเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า ES 350e ถือเป็นส่วนเสริมที่น่าจับตามองในกลุ่มรถหรู ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของ Lexus Thailand เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการส่งมอบและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 07:02 UTC

‘สามารถ’ ส่ง ‘เทด้า’ คว้างาน EGAT มูลค่ากว่า 2.08 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

‘สามารถ’ ส่ง ‘เทด้า’ คว้างาน EGAT มูลค่ากว่า 2.08 พันล้านบาท

เทด้า (TEDA) บริษัทในเครือสามารถคอร์ปอเรชั่น ได้รับงานโครงการใหม่จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่ารวมกว่า 2.08 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดงานในมือ (Backlog) ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

‘สามารถ’ ส่ง ‘เทด้า’ คว้างาน EGAT มูลค่ากว่า 2.08 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
‘สามารถ’ ส่ง ‘เทด้า’ คว้างาน EGAT มูลค่ากว่า 2.08 พันล้านบาท

เทด้า (TEDA) บริษัทในเครือสามารถคอร์ปอเรชั่น ได้รับงานโครงการใหม่จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่ารวมกว่า 2.08 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดงานในมือ (Backlog) ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 บริษัท เทด้า จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสามารถคอร์ปอเรชั่น ได้รับงานโครงการใหม่จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมีมูลค่ารวมกว่า 2.08 พันล้านบาท

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัท เนื่องจากช่วยผลักดันให้ยอดงานในมือ (Backlog) รวมเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยเทด้าเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในภาคพลังงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องในภาคพลังงานของประเทศ แม้ว่าการได้รับสัญญาจ้างจะบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มสามารถ แต่ยังคงต้องติดตามรายละเอียดว่าโครงการเหล่านี้จะมีการดำเนินงานอย่างไรในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และจะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของบริการสาธารณูปโภคในท้องถิ่นหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอย่างไรบ้าง เนื่องจากโครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นงานด้านอุตสาหกรรมและเทคนิค จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของบริษัทวิศวกรรมรายใหญ่ของไทยในการสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคด้านพลังงานของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

ทางการไทยหารือผู้ผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยหารือผู้ผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่

กรมการค้าภายในกำลังประสานงานกับสมาคมผู้เลี้ยงสัตว์รายใหญ่เพื่อบริหารจัดการอุปทานและป้องกันการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพสำหรับเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ทางการไทยหารือผู้ผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยหารือผู้ผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่

กรมการค้าภายในกำลังประสานงานกับสมาคมผู้เลี้ยงสัตว์รายใหญ่เพื่อบริหารจัดการอุปทานและป้องกันการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพสำหรับเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 กรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ประกอบการรายใหญ่ อาทิ ซีพีเอฟ เบทาโกร และไทยฟู้ดส์ เพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาหมูหน้าฟาร์มขยับขึ้นไปอยู่ที่ 74 บาทต่อกิโลกรัม

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าเป้าหมายคือการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนการผลิตและความสามารถในการจ่ายของผู้บริโภค โดยคาดการณ์ว่าราคาหมูจะทรงตัวจนถึงกลางเดือนกันยายน ในส่วนของเนื้อไก่ ผลผลิตเริ่มฟื้นตัวและคาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติ สำหรับไข่ไก่ กรมฯ วางแผนที่จะเพิ่มอุปทานโดยการยืดอายุแม่ไก่ไข่เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การหารือเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการพุ่งขึ้นของราคาอาหารในตลาดและร้านค้าปลีก แม้ว่ารัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่เสถียรภาพระยะยาวของราคายังคงขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและประสิทธิภาพของกลยุทธ์การจัดการอุปทานที่ได้หารือกัน ผู้บริโภคควรติดตามราคาในตลาดท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องในขณะที่สถานการณ์ดำเนินไปจนถึงกลางเดือนกันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 05:53 UTC

แรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอาจนำไปสู่การตอบโต้จากจีน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอาจนำไปสู่การตอบโต้จากจีน

คำมั่นของสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน กำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญเกี่ยวกับท่าทีตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นจากจีน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอาจนำไปสู่การตอบโต้จากจีน

แหล่งข่าวเดียว
แรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอาจนำไปสู่การตอบโต้จากจีน

คำมั่นของสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน กำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งสำคัญเกี่ยวกับท่าทีตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นจากจีน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ประสานงานกันเพื่อโดดเดี่ยวประเทศดังกล่าว นักวิเคราะห์ชี้ว่าจีนจะเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับประสิทธิภาพของนโยบายสหรัฐฯ นี้ เนื่องจากปฏิกิริยาของปักกิ่งต่อมาตรการเหล่านี้ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นี้มีความสำคัญเนื่องจากธรรมชาติของเศรษฐกิจโลกที่มีความเชื่อมโยงกัน แม้นโยบายนี้จะมุ่งเน้นไปที่อิหร่าน แต่มาตรการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นจากจีนอาจส่งผลกระทบต่อการค้าในระดับภูมิภาค ห่วงโซ่อุปทาน และเสถียรภาพของค่าเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นกับทั้งสหรัฐฯ และจีน ทำให้ไทยมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ทวิภาคีของทั้งสองประเทศ

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าจีนจะตอบสนองต่อท่าทีที่เข้มข้นขึ้นของสหรัฐฯ อย่างไร หรือจะมีมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจใดๆ ออกมาหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่าความขัดแย้งทางการทูตนี้จะนำไปสู่การหยุดชะงักทางการค้าในวงกว้างขึ้นหรือไม่ หรือผลกระทบจะยังคงอยู่ในวงจำกัด คาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ และปฏิกิริยาจากปักกิ่งในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:20 UTC

ภาพยนตร์สยองขวัญไทย 'คำสารภาพของหมอผี' กวาดรายได้ทะลุ 150 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ภาพยนตร์สยองขวัญไทย 'คำสารภาพของหมอผี' กวาดรายได้ทะลุ 150 ล้านบาท

ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง 'คำสารภาพของหมอผี' ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์อย่างสูง โดยทำรายได้รวมทั่วประเทศเกิน 150 ล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ภาพยนตร์สยองขวัญไทย 'คำสารภาพของหมอผี' กวาดรายได้ทะลุ 150 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ภาพยนตร์สยองขวัญไทย 'คำสารภาพของหมอผี' กวาดรายได้ทะลุ 150 ล้านบาท

ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง 'คำสารภาพของหมอผี' ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์อย่างสูง โดยทำรายได้รวมทั่วประเทศเกิน 150 ล้านบาท

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ภาพยนตร์สยองขวัญไทยเรื่อง 'คำสารภาพของหมอผี' (Confessions of a Shaman) ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในบ็อกซ์ออฟฟิศด้วยการกวาดรายได้รวมทั่วประเทศทะลุ 150 ล้านบาท โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่าง M STUDIO, The Ghost Radio, MI GROUP และ Far East Fame Line

ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนึ่งในเรื่องเล่าสุดฮิตจากแพลตฟอร์ม The Ghost Radio และกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดแห่งปี ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำถึงความนิยมอย่างต่อเนื่องของภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มใหญ่ในหมู่ผู้ชมชาวไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ท้องถิ่นและความสำคัญทางวัฒนธรรมของเรื่องเล่าสยองขวัญในประเทศ การรับชมภาพยนตร์เหล่านี้อาจเป็นช่องทางหนึ่งในการทำความเข้าใจวัฒนธรรมป๊อปไทยร่วมสมัยและความบันเทิงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคติชนวิทยาในท้องถิ่น

แม้ว่าความสำเร็จด้านรายได้ของภาพยนตร์จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาพยนตร์จะสามารถรักษาความนิยมในโรงภาพยนตร์ได้นานเพียงใด และผลงานนี้จะมีอิทธิพลต่อความร่วมมือในอนาคตระหว่างแพลตฟอร์มการเล่าเรื่องดิจิทัลกับสตูดิโอภาพยนตร์รายใหญ่หรือไม่ ในขณะนี้ ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นหัวข้อสนทนาที่โดดเด่นในภาคส่วนบันเทิงของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 05:33 UTC

CIMB ไทย เผย 3 เมกะเทรนด์สำคัญที่กำหนดทิศทางการเงินเพื่อความยั่งยืน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

CIMB ไทย เผย 3 เมกะเทรนด์สำคัญที่กำหนดทิศทางการเงินเพื่อความยั่งยืน

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ระบุถึง 3 แนวโน้มสำคัญที่มีอิทธิพลต่ออนาคตของการเงินเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากการติดฉลากสิ่งแวดล้อมไปสู่การจัดสรรเงินทุนเชิงกลยุทธ์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

CIMB ไทย เผย 3 เมกะเทรนด์สำคัญที่กำหนดทิศทางการเงินเพื่อความยั่งยืน

แหล่งข่าวเดียว
CIMB ไทย เผย 3 เมกะเทรนด์สำคัญที่กำหนดทิศทางการเงินเพื่อความยั่งยืน

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ระบุถึง 3 แนวโน้มสำคัญที่มีอิทธิพลต่ออนาคตของการเงินเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากการติดฉลากสิ่งแวดล้อมไปสู่การจัดสรรเงินทุนเชิงกลยุทธ์

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ประกาศการปรับเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อทิศทางการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยธนาคารระบุว่าภาคการเงินกำลังก้าวข้ามยุคของการติดฉลากความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบเดิม เข้าสู่ยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการจัดสรรเงินทุนอย่างมีกลยุทธ์

ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ระบุถึง 3 'เมกะเทรนด์' ที่กำลังกำหนดทิศทางในปัจจุบัน ได้แก่ การริเริ่มโครงการคาร์บอนต่ำ การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผลกระทบในวงกว้างจากภาวะโลกร้อน ธนาคารเน้นย้ำว่าปัจจัยเหล่านี้กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของ 'ความสามารถในการได้รับสินเชื่อ' (Bankability) ซึ่งหมายถึงความสามารถของโครงการในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยพิจารณาจากความยั่งยืนและความเป็นไปได้ในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ว่าสถาบันการเงินกำลังให้ความสำคัญกับโครงการที่แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่จับต้องได้มากขึ้น แม้ว่าการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธนาคารนี้อาจส่งผลต่อประเภทของธุรกิจและโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะได้รับเงินทุน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเกณฑ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้บริโภคหรือการให้บริการแก่สาธารณชนทั่วไปอย่างไร รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการตามแนวโน้มเหล่านี้และผลกระทบโดยตรงต่อลูกค้าธนาคารรายบุคคลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 06:20 UTC

เปิดบัญชีทรัพย์สิน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เผยความมั่งคั่ง 200 ล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เปิดบัญชีทรัพย์สิน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เผยความมั่งคั่ง 200 ล้านบาท

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินล่าสุดของ ส.ส. 'ลิ้ง' พรรคเพื่อไทย เผยให้เห็นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 200 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการลงทุนในสินค้าหรูหราและวัตถุมงคลที่มีมูลค่าสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เปิดบัญชีทรัพย์สิน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เผยความมั่งคั่ง 200 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
เปิดบัญชีทรัพย์สิน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เผยความมั่งคั่ง 200 ล้านบาท

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินล่าสุดของ ส.ส. 'ลิ้ง' พรรคเพื่อไทย เผยให้เห็นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 200 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงการลงทุนในสินค้าหรูหราและวัตถุมงคลที่มีมูลค่าสูง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ส.ส. 'ลิ้ง' จากพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่ามีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมประมาณ 200 ล้านบาท

ทรัพย์สินที่ระบุไว้ประกอบด้วยคอลเลกชันรถยนต์หรูและนาฬิกาแบรนด์เนมราคาแพง สิ่งที่น่าสนใจคือการเปิดเผยถึงการลงทุนในวัตถุมงคลที่มีมูลค่าสูง เช่น พระรอดลำพูน ซึ่งประเมินมูลค่าไว้ที่ 35 ล้านบาท ทั้งนี้ ส.ส. ท่านนี้เป็นที่รู้จักในฐานะลูกศิษย์ผู้ศรัทธาของหลวงปู่ศิลา พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวช่วยสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับความมั่งคั่งส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้ว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินจะเป็นข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับนักการเมืองเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ แต่การประเมินมูลค่าที่สูงของวัตถุทางวัฒนธรรมและศาสนาบางรายการมักได้รับความสนใจจากสาธารณชน ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าทรัพย์สินเหล่านี้ได้มาอย่างไร และจะมีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของวัตถุมงคลที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้ในการอัปเดตข้อมูลต่อสาธารณะในอนาคตหรือไม่ การเปิดเผยนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงจุดตัดระหว่างชีวิตทางการเมืองกับตลาดวัตถุมงคลและของสะสมที่มีมูลค่าสูงในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 05:11 UTC

Thai Post รายงานความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Thai Post รายงานความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐฯ

Thai Post รายงานถึงหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นและคะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Thai Post รายงานความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
Thai Post รายงานความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐฯ

Thai Post รายงานถึงหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นและคะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สื่อไทย Thai Post ได้รายงานถึงความท้าทายสำคัญที่สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ตามรายงานระบุว่าสหรัฐฯ กำลังประสบปัญหาหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ควบคู่ไปกับการลดลงของคะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากธรรมชาติของเศรษฐกิจโลกที่มีความเชื่อมโยงกัน ความผันผวนในภูมิทัศน์ทางการเงินของสหรัฐฯ มักส่งผลกระทบต่อตลาดเงินระหว่างประเทศ นโยบายการค้า และเสถียรภาพของการลงทุน แม้ว่ารายงานจะมุ่งเน้นไปที่ปัญหาภายในของสหรัฐฯ แต่ความผันผวนทางเศรษฐกิจที่สำคัญในสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทและต้นทุนของสินค้านำเข้าหรือบริการด้านการท่องเที่ยว

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากสรุปที่จัดทำโดย Thai Post ตัวเลขเฉพาะเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของหนี้และตัวชี้วัดที่แน่นอนที่ใช้ในการวัดการลดลงของคะแนนนิยมยังคงต้องได้รับการยืนยันผ่านข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ หรือการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจที่เป็นอิสระ เนื่องจากสถานการณ์นี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารทางการเงินระหว่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจเหล่านี้ที่มีต่อตลาดโลกและเงื่อนไขการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 04:53 UTC

Gen Z ขับเคลื่อนเทรนด์การลงทุนทองคำในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Gen Z ขับเคลื่อนเทรนด์การลงทุนทองคำในประเทศไทย

YLG รายงานการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเนื่องจากคนรุ่นใหม่หันมาใช้ทองคำในการบริหารพอร์ตการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Gen Z ขับเคลื่อนเทรนด์การลงทุนทองคำในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Gen Z ขับเคลื่อนเทรนด์การลงทุนทองคำในประเทศไทย

YLG รายงานการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเนื่องจากคนรุ่นใหม่หันมาใช้ทองคำในการบริหารพอร์ตการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ YLG ได้สังเกตเห็นแนวโน้มที่น่าสนใจของนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่ตลาดทองคำ ข้อมูลระบุว่าบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีคิดเป็น 68% ของกิจกรรมการลงทุนในทองคำ กลุ่มประชากรนี้กำลังใช้ช่องทางดิจิทัลในการสะสมทองคำมากขึ้น โดยมักจะเริ่มต้นด้วยเงินลงทุนจำนวนน้อย

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ จาก YLG ตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงระดับโลก โดย Gen Z กำลังกลายเป็นฐานหลักสำหรับการลงทุนในทองคำในประเทศต่างๆ ตั้งแต่จีนและอินเดียไปจนถึงสิงคโปร์ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงการเข้าถึงโลหะมีค่าในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งได้รับการอำนวยความสะดวกโดยโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่ทันสมัย

แม้ว่าข้อมูลจะยืนยันถึงความชื่นชอบในการสะสมทองคำดิจิทัลในกลุ่มคนไทยรุ่นใหม่ แต่ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดในระยะยาวอย่างไร หรือร้านทองแบบดั้งเดิมจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพิ่มเติมเพื่อแข่งขันกับแพลตฟอร์มดิจิทัลเหล่านี้หรือไม่ ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางประชากรในพฤติกรรมการลงทุนมากกว่าการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจหรือการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่เฉพาะเจาะจง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 400 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลง 400 บาท เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยสมาคมค้าทองคำรายงานการปรับลดลง 400 บาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 09.00 น. ระบุว่าราคาทองคำปรับตัวลดลง 400 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ณ เวลาที่มีการอัปเดตนี้ ราคาขายทองรูปพรรณอยู่ที่บาทละ 69,150 บาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำมักถูกติดตามในฐานะดัชนีชี้วัดความรู้สึกทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในท้องถิ่น แม้ว่าการปรับตัวลดลงนี้อาจเป็นที่สนใจสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับทองหรือทองคำแท่งเพื่อการลงทุน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำในประเทศไทยมีความผันผวนอยู่บ่อยครั้งตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

ในขณะนี้ ปัจจัยเฉพาะของตลาดโลกที่มีส่วนทำให้เกิดการปรับตัวลดลงในแต่ละวันนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากการวิเคราะห์ทางการเงินในวงกว้าง ผู้ที่วางแผนจะทำธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำ หรือไปที่ร้านทองในท้องถิ่นที่เชื่อถือได้เพื่อรับราคาที่เป็นปัจจุบันที่สุด เนื่องจากตัวเลขเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันทำการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 02:57 UTC

ไทย–นิวซีแลนด์ยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”
เศรษฐกิจ ได้รับการยืนยัน

ไทย–นิวซีแลนด์ยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน แห่งนิวซีแลนด์ ประกาศยกระดับเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีเป็น 3 เท่า หรือ 2.46 แสนล้านบาท พร้อมฟื้นฟูเที่ยวบินตรง

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 2 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทย–นิวซีแลนด์ยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”

ได้รับการยืนยัน
ไทย–นิวซีแลนด์ยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์”

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน แห่งนิวซีแลนด์ ประกาศยกระดับเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีเป็น 3 เท่า หรือ 2.46 แสนล้านบาท พร้อมฟื้นฟูเที่ยวบินตรง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน แห่งนิวซีแลนด์ ได้ยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศอย่างเป็นทางการสู่การเป็น 'หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์' (Strategic Partnership)

การยกระดับทางการทูตครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยผู้นำทั้งสองตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีให้สูงขึ้นเป็น 3 เท่า คิดเป็นมูลค่ารวม 2.46 แสนล้านบาท นอกจากตัวเลขทางการค้าแล้ว การประกาศดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการฟื้นฟูบริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และโอ๊คแลนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามร่วมกันในการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ การกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางและเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจ

แม้ว่าความตั้งใจในการส่งเสริมการค้าและการเชื่อมต่อจะมีความชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงและกลไกที่แม่นยำในการบรรลุเป้าหมายทางการค้ายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานด้านการบินและกระทรวงพาณิชย์เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินงานตามหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 2 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 02:10 UTC

การปรับตัวด้านการใช้จ่ายหลังจบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ: ประชาชนเกือบ 30% เตรียมลดค่าใช้จ่าย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การปรับตัวด้านการใช้จ่ายหลังจบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ: ประชาชนเกือบ 30% เตรียมลดค่าใช้จ่าย

หลังจากสิ้นสุดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ประชาชนเกือบ 30% มีแผนที่จะลดการใช้จ่าย ตามรายงานจากกระทรวงพาณิชย์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การปรับตัวด้านการใช้จ่ายหลังจบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ: ประชาชนเกือบ 30% เตรียมลดค่าใช้จ่าย

แหล่งข่าวเดียว
การปรับตัวด้านการใช้จ่ายหลังจบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ: ประชาชนเกือบ 30% เตรียมลดค่าใช้จ่าย

หลังจากสิ้นสุดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ประชาชนเกือบ 30% มีแผนที่จะลดการใช้จ่าย ตามรายงานจากกระทรวงพาณิชย์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในพฤติกรรมของผู้บริโภคภายหลังการสิ้นสุดโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ข้อมูลระบุว่าประชาชนเกือบ 30% กำลังวางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนโดยรวมลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว แนวโน้มนี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่การบริโภคภายในประเทศอาจชะลอตัวลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจะได้รับเครดิตว่าช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้สำเร็จในช่วงที่โครงการยังดำเนินอยู่ แต่การเปลี่ยนผ่านสู่สภาพแวดล้อมหลังจบโครงการดูเหมือนจะทำให้สาธารณชนหันมาใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้นในการจัดการการเงินส่วนบุคคล

การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ติดตามภาคธุรกิจค้าปลีกและบริการในท้องถิ่น เนื่องจากการลดลงของการใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางการตลาดและการดำเนินธุรกิจทั่วประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าช่วงเวลาของการลดการใช้จ่ายนี้จะคงอยู่ยาวนานเพียงใด และรัฐบาลจะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการลดลงของการบริโภคที่คาดการณ์ไว้นี้จะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ หรือจะถูกชดเชยด้วยปัจจัยทางการตลาดอื่นๆ ในขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 04:10 UTC

ชาวเชียงใหม่ประกาศให้รางวัล 50,000 บาท ตามหาแมวหาย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ชาวเชียงใหม่ประกาศให้รางวัล 50,000 บาท ตามหาแมวหาย

เจ้าของสัตว์เลี้ยงในเชียงใหม่เสนอรางวัลจำนวนมากเพื่อการกลับมาอย่างปลอดภัยของแมวสีเทาที่หายไปในย่านฟ้าฮ่าม

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ชาวเชียงใหม่ประกาศให้รางวัล 50,000 บาท ตามหาแมวหาย

แหล่งข่าวเดียว
ชาวเชียงใหม่ประกาศให้รางวัล 50,000 บาท ตามหาแมวหาย

เจ้าของสัตว์เลี้ยงในเชียงใหม่เสนอรางวัลจำนวนมากเพื่อการกลับมาอย่างปลอดภัยของแมวสีเทาที่หายไปในย่านฟ้าฮ่าม

ชาวเชียงใหม่รายหนึ่งได้เริ่มการค้นหาแมวสีเทาที่หายไปอย่างกว้างขวาง ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 สัตว์เลี้ยงตัวดังกล่าวหายไปในย่านฟ้าฮ่ามของเมือง ทำให้เจ้าของต้องใช้ช่องทางการสื่อสารต่างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือจากสาธารณชน

เพื่อสนับสนุนให้มีการนำสัตว์เลี้ยงกลับมาอย่างปลอดภัย เจ้าของได้ประกาศให้รางวัลสูงถึง 50,000 บาท สำหรับผู้ที่สามารถให้ข้อมูลที่นำไปสู่การพบตัวแมว ความพยายามในการค้นหาครั้งนี้ได้รับความสนใจหลังจากมีการโพสต์บนโซเชียลมีเดียโดยผู้ใช้ชื่อ Zheng

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความผูกพันของชุมชนที่มีต่อสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยงในภูมิภาค แม้ว่าเงินรางวัลจะมีจำนวนมาก แต่ยังคงต้องยืนยันว่ามีการพบเห็นแมวตัวดังกล่าวหรือมีการติดตามเบาะแสใดๆ สำเร็จหรือไม่นับตั้งแต่มีการประกาศครั้งแรก ผู้ที่อยู่ในย่านฟ้าฮ่ามอาจต้องการสังเกตการณ์ต่อไป เนื่องจากเจ้าของยังคงขอความช่วยเหลือจากชุมชนท้องถิ่นเพื่อตามหาแมวตัวนี้ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของแมวหรือช่วงเวลาที่แน่ชัดของการหายตัวไปต่อสาธารณะนอกเหนือจากรายงานเบื้องต้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 02:50 UTC

TEDA และ Sinohydro คว้าสัญญาระบบส่งไฟฟ้า EGAT มูลค่า 2 พันล้านบาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

TEDA และ Sinohydro คว้าสัญญาระบบส่งไฟฟ้า EGAT มูลค่า 2 พันล้านบาท

กิจการร่วมค้าระหว่าง TEDA และ Sinohydro ได้รับสัญญาจ้างมูลค่า 2.08 พันล้านบาทจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในภาคเหนือของไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

TEDA และ Sinohydro คว้าสัญญาระบบส่งไฟฟ้า EGAT มูลค่า 2 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
TEDA และ Sinohydro คว้าสัญญาระบบส่งไฟฟ้า EGAT มูลค่า 2 พันล้านบาท

กิจการร่วมค้าระหว่าง TEDA และ Sinohydro ได้รับสัญญาจ้างมูลค่า 2.08 พันล้านบาทจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในภาคเหนือของไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กิจการร่วมค้าระหว่าง TEDA (ในกลุ่มบริษัทสามารถ) และ Sinohydro (STC) ได้รับสัญญาจ้างครั้งสำคัญจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่า 2.08 พันล้านบาท มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์

ขอบเขตของสัญญาครอบคลุมถึงการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าเด่นชัย และการปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแม่เมาะ 3 และสถานีท่าตะโก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบโครงข่ายไฟฟ้าในการรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศลาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือของไทย โครงการนี้ถือเป็นความพยายามในระยะยาวเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าในภูมิภาค แม้ว่าสัญญาจะได้รับการลงนามอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการก่อสร้างที่ชัดเจนและโอกาสที่จะเกิดไฟฟ้าดับในพื้นที่ระหว่างการปรับปรุงนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจาก EGAT ต่อไป ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับสถานีไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของงานหรือการปรับเปลี่ยนการจราจรใกล้พื้นที่ก่อสร้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 6 หุ้นพลังงานไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 6 หุ้นพลังงานไทย

บริษัทการลงทุนระดับโลก มอร์แกน สแตนลีย์ ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับบริษัทพลังงานรายใหญ่ 6 แห่งของไทย ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกต่อภาคธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 6 หุ้นพลังงานไทย

แหล่งข่าวเดียว
มอร์แกน สแตนลีย์ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย 6 หุ้นพลังงานไทย

บริษัทการลงทุนระดับโลก มอร์แกน สแตนลีย์ ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับบริษัทพลังงานรายใหญ่ 6 แห่งของไทย ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกต่อภาคธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 มอร์แกน สแตนลีย์ ได้ปรับราคาเป้าหมายสำหรับหุ้นพลังงานไทย 6 แห่ง ได้แก่ PTT, TOP, PTTGC, OR, BCP และ SPRC โดยการวิเคราะห์ของบริษัทสะท้อนถึงความเชื่อมั่นเชิงบวกต่อวัฏจักรของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากค่าการกลั่นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ในบรรดาบริษัทที่กล่าวถึง Star Petroleum Refining (SPRC) มีการปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นมากที่สุดเกือบ 53% ตามด้วย PTT Global Chemical (PTTGC) ที่เพิ่มขึ้นกว่า 37% การปรับเพิ่มขึ้นนี้บ่งชี้ว่านักวิเคราะห์ระหว่างประเทศมีความเชื่อมั่นต่อความสามารถในการทำกำไรและแนวโน้มการดำเนินงานของผู้เล่นหลักในตลาดพลังงานไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งในปัจจุบันของภาคพลังงานไทย ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจระดับชาติ แม้ว่าการปรับเปลี่ยนทางการเงินเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ตลาดเป็นหลัก แต่ก็ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพทางอุตสาหกรรมของประเทศ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการคาดการณ์ของสถาบันการเงินแห่งเดียวเท่านั้น ส่วนเป้าหมายที่มองโลกในแง่ดีเหล่านี้จะนำไปสู่เสถียรภาพของตลาดในระยะยาวหรือส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานสำหรับผู้บริโภคหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผลการดำเนินงานของตลาดในภาพรวมและรายงานทางเศรษฐกิจในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 04:13 UTC

ราคาทองคำโลกพุ่งสูงขึ้น ดันราคาทองไทยทะลุ 70,000 บาท
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำโลกพุ่งสูงขึ้น ดันราคาทองไทยทะลุ 70,000 บาท

ราคาทองคำระหว่างประเทศแตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือนครึ่ง ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศของไทยพุ่งทะลุระดับ 70,000 บาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำโลกพุ่งสูงขึ้น ดันราคาทองไทยทะลุ 70,000 บาท

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำโลกพุ่งสูงขึ้น ดันราคาทองไทยทะลุ 70,000 บาท

ราคาทองคำระหว่างประเทศแตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือนครึ่ง ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศของไทยพุ่งทะลุระดับ 70,000 บาท

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจาก MTS Gold ระบุว่าราคาทองคำโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าสองเดือนครึ่ง ความเคลื่อนไหวของตลาดระหว่างประเทศนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดในประเทศไทย ทำให้ราคาทองคำในประเทศพุ่งทะลุระดับ 70,000 บาท

การปรับตัวขึ้นนี้มีสาเหตุมาจากการประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคลังของสหรัฐฯ นี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับผลประโยชน์หลัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การปรับตัวของราคานี้มีความสำคัญต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าเครื่องประดับ การลงทุน หรือผู้ที่วางแผนจะซื้อทองคำเพื่อเป็นของขวัญหรือสินทรัพย์ แม้ว่าราคาจะข้ามระดับ 70,000 บาทไปแล้ว แต่ความผันผวนของตลาดยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาทองคำในประเทศไทยมีความผันผวนบ่อยครั้งตามราคาตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายควรติดตามการอัปเดตรายวันจากร้านทองในพื้นที่ เนื่องจากระดับราคาปัจจุบันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่กำลังดำเนินอยู่ ในขณะนี้ตลาดกำลังตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แต่เสถียรภาพของราคาในระยะยาวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 03:16 UTC

ผลสำรวจเผยประชาชนเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ในระดับสูง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผลสำรวจเผยประชาชนเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ในระดับสูง

ผลสำรวจล่าสุดจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าชี้ว่า 71.77% ของผู้เข้าร่วมได้ใช้สิทธิ์ในโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)' ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับท้องถิ่น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผลสำรวจเผยประชาชนเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ในระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
ผลสำรวจเผยประชาชนเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ในระดับสูง

ผลสำรวจล่าสุดจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าชี้ว่า 71.77% ของผู้เข้าร่วมได้ใช้สิทธิ์ในโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)' ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับท้องถิ่น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ได้ดำเนินการสำรวจประชาชนจำนวน 5,465 รายทั่วประเทศเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)' โดยผลการสำรวจพบว่า 71.77% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ใช้สิทธิ์ของตนภายใต้โครงการดังกล่าวอย่างจริงจัง

ข้อมูลระบุว่าอาหารพร้อมทานเป็นหมวดหมู่ที่มีการใช้จ่ายสูงสุด คิดเป็น 48.22% ของการใช้สิทธิ์ทั้งหมด นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในพฤติกรรมของผู้บริโภค โดย 36.96% ของผู้เข้าร่วมระบุว่ามีความมั่นใจในการใช้จ่ายมากขึ้น ในขณะที่ 23% ระบุว่ามีการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าในชุมชนเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นชั่วคราว และโอกาสในการเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กับธุรกิจในชุมชน แม้ว่าผลสำรวจจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบในระยะสั้นของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อการค้าในท้องถิ่นหลังจากสิ้นสุดโครงการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป รายงานของ สนค. นี้ถือเป็นภาพสะท้อนของรูปแบบการบริโภคภายในประเทศในปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อในชีวิตประจำวันทั่วประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 04:13 UTC