ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

ไทยเร่งเจรจาขอเว้นภาษีสินค้าเกษตรและอาหารภายใต้มาตรการมาตรา 301 ของสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเร่งเจรจาขอเว้นภาษีสินค้าเกษตรและอาหารภายใต้มาตรการมาตรา 301 ของสหรัฐฯ

กรมการค้าต่างประเทศกำลังเจรจาเพื่อขอให้สินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญได้รับการยกเว้นจากมาตรการทางการค้าตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเร่งเจรจาขอเว้นภาษีสินค้าเกษตรและอาหารภายใต้มาตรการมาตรา 301 ของสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งเจรจาขอเว้นภาษีสินค้าเกษตรและอาหารภายใต้มาตรการมาตรา 301 ของสหรัฐฯ

กรมการค้าต่างประเทศกำลังเจรจาเพื่อขอให้สินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญได้รับการยกเว้นจากมาตรการทางการค้าตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 รัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทางการค้าที่ซับซ้อนจากการตรวจสอบภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการตรวจสอบประเด็นสำคัญโดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้แรงงานและกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม

ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังประเมินมาตรการทางการค้าที่เป็นไปได้ กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทางการกำลังเร่งดำเนินการเพื่อขอให้ภาคเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นภาคส่วนที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทยได้รับการยกเว้น โดยขณะนี้กรมฯ กำลังประเมินผลกระทบหากสินค้ากลุ่มดังกล่าวถูกรวมอยู่ในรายการมาตรการทางการค้าขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่ควรติดตามเนื่องจากอาจส่งผลต่อความพร้อมจำหน่ายหรือราคาของสินค้าส่งออกบางประเภท แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามปกป้องภาคส่วนเหล่านี้ แต่ขอบเขตสุดท้ายของมาตรการจากสหรัฐฯ ยังคงไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสินค้าใดบ้างที่จะถูกเรียกเก็บภาษีหรือถูกจำกัดทางการค้า และยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอนว่าสหรัฐฯ จะสรุปการตัดสินใจเมื่อใด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามการอัปเดตจากกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิดในระหว่างที่การเจรจายังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

ผู้ประกอบการพัทยาคาดหวังเศรษฐกิจคึกคักจากการเยือนของกองทัพเรือสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ผู้ประกอบการพัทยาคาดหวังเศรษฐกิจคึกคักจากการเยือนของกองทัพเรือสหรัฐฯ

ผู้ประกอบการในพัทยากำลังตั้งตารอการมาเยือนของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในย่านวอล์กกิ้งสตรีทที่เงียบเหงา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ผู้ประกอบการพัทยาคาดหวังเศรษฐกิจคึกคักจากการเยือนของกองทัพเรือสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ประกอบการพัทยาคาดหวังเศรษฐกิจคึกคักจากการเยือนของกองทัพเรือสหรัฐฯ

ผู้ประกอบการในพัทยากำลังตั้งตารอการมาเยือนของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln โดยหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในย่านวอล์กกิ้งสตรีทที่เงียบเหงา

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณวอล์กกิ้งสตรีท เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ค่อนข้างเงียบเหงาในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการน้อย ส่งผลให้ร้านค้าและผู้ประกอบการบางส่วนเผชิญกับภาวะการค้าขายที่ซบเซา

เพื่อตอบสนองต่อภาวะดังกล่าว ผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างแสดงความหวังต่อการมาเยือนของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วยเรือ 3 ลำ โดยมีกำหนดเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบังระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2569 การมาเยือนของกำลังพลประมาณ 5,000 นาย ทำให้ผู้เกี่ยวข้องคาดการณ์ว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นและสร้างความคึกคักให้กับย่านสถานบันเทิงและย่านการค้าของเมืองอีกครั้ง

ในขณะที่ภาคธุรกิจเตรียมพร้อมรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจในพื้นที่สำคัญ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามผลกระทบที่แท้จริงของการเยือนครั้งนี้ต่อภาคการท่องเที่ยวโดยรวม เนื่องจากเมืองพัทยาในปัจจุบันยังคงพึ่งพามาตรการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ประชาชนและนักเดินทางควรทราบว่าแม้พื้นที่ดังกล่าวจะเงียบเหงาในขณะนี้ แต่การมาถึงของกำลังพลทหารเรืออาจนำไปสู่กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในบริเวณใกล้เคียงเมืองพัทยาในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:51 UTC

กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราเงินอุดหนุนดีเซล มีผล 27 ส.ค.
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราเงินอุดหนุนดีเซล มีผล 27 ส.ค.

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกาศอัตราเงินอุดหนุนใหม่สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา อยู่ที่ 3.05 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราเงินอุดหนุนดีเซล มีผล 27 ส.ค.

แหล่งข่าวเดียว
กองทุนน้ำมันฯ ปรับอัตราเงินอุดหนุนดีเซล มีผล 27 ส.ค.

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกาศอัตราเงินอุดหนุนใหม่สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา อยู่ที่ 3.05 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ได้ปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศไทย โดยตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2569 กองทุนจะให้เงินอุดหนุนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาในอัตรา 3.05 บาทต่อลิตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนนี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่สถานีบริการทั่วประเทศ ต้นทุนเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยหลักของค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าและบริการ รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์ การติดตามความผันผวนเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่บริหารจัดการงบประมาณการเดินทางหรือใช้ยานพาหนะภายในราชอาณาจักร

แม้ว่าอัตราเงินอุดหนุนสำหรับน้ำมันดีเซลจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อเชื้อเพลิงประเภทอื่น เช่น น้ำมันเบนซิน ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการของกองทุน สกนช. ยังคงปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าราคาเชื้อเพลิงที่หน้าปั๊มอาจมีความผันผวนตามการตัดสินใจทางบริหารเหล่านี้ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาของอัตราเงินอุดหนุนนี้และการปรับเปลี่ยนในอนาคตสำหรับเชื้อเพลิงประเภทอื่นยังไม่มีการสรุปในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:30 UTC

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 27 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 27 สิงหาคม 2569

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,620 จุด หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 27 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย: 27 สิงหาคม 2569

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,620 จุด หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด ได้ประเมินว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,590-1,620 จุดในวันนี้ แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ ประกอบกับตัวเลขการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้

นักวิเคราะห์ตลาดระบุว่า ดัชนีอาจได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มที่ไม่ใช่น้ำมัน โดยชี้ว่ามูลค่าหุ้นไทยในปัจจุบันยังคงมีความน่าสนใจ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวของตลาดเหล่านี้สะท้อนถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในวงกว้างและจุดยืนด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางในปัจจุบัน แม้ว่าดัชนี SET จะเป็นภาพสะท้อนสุขภาพของบริษัทจดทะเบียน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผลประกอบการของหุ้นแต่ละตัวอาจมีความแตกต่างกันอย่างมากตามปัจจัยเฉพาะของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม

นักลงทุนและผู้ติดตามสถานการณ์ควรเฝ้าดูว่าสภาวะตลาดเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตลอดช่วงการซื้อขาย จนถึงขณะนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักยังคงเป็นการที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้และสภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ทั้งนี้ จำเป็นต้องติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและผลประกอบการของบริษัทในประเทศ เพื่อยืนยันแนวโน้มระยะยาวของตลาดหุ้นไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:11 UTC

นาโนเทค สวทช. เปิดตัว 3 นวัตกรรมสมุนไพรเพื่อยกระดับสู่ตลาดมูลค่าสูง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นาโนเทค สวทช. เปิดตัว 3 นวัตกรรมสมุนไพรเพื่อยกระดับสู่ตลาดมูลค่าสูง

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. เปิดตัวผลิตภัณฑ์สมุนไพรใหม่ 3 รายการที่พัฒนาร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ให้กับสมุนไพรไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นาโนเทค สวทช. เปิดตัว 3 นวัตกรรมสมุนไพรเพื่อยกระดับสู่ตลาดมูลค่าสูง

แหล่งข่าวเดียว
นาโนเทค สวทช. เปิดตัว 3 นวัตกรรมสมุนไพรเพื่อยกระดับสู่ตลาดมูลค่าสูง

ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. เปิดตัวผลิตภัณฑ์สมุนไพรใหม่ 3 รายการที่พัฒนาร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ให้กับสมุนไพรไทย

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรม 3 รายการที่สกัดจากสมุนไพรไทย ภายใต้โครงการ “การสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง”

นวัตกรรมทั้ง 3 รายการประกอบด้วย เม็ดฟู่จากอนุภาคขมิ้นชัน, ผลิตภัณฑ์ลดเลือนฝ้าแดดจากสารสกัดรกสุกร และผลิตภัณฑ์ต้านเชื้อราผิวหนังสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ทำจากสารสกัดทองพันชั่งและซาโปนิน ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชน 3 ราย ซึ่งได้ผ่านการประเมินโอกาสทางการตลาดและรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเรียบร้อยแล้ว

ดร.ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาคุณภาพและความสามารถในการแข่งขันของสมุนไพรไทย โดยการจัดทำต้นแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและประเมินต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงงานวิจัยเข้าสู่เชิงพาณิชย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาที่ทันสมัยของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย แม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเป็นก้าวสำคัญในการประยุกต์ใช้งานวิจัย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะวางจำหน่ายทั่วไปเมื่อใดและจะมีราคาอย่างไรสำหรับผู้บริโภคในตลาด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:10 UTC

การเติบโตของการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตบนแพลตฟอร์มโซเชียลหลักในประเทศไทย
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การเติบโตของการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตบนแพลตฟอร์มโซเชียลหลักในประเทศไทย

รายงานจากประชาชาติธุรกิจตรวจสอบแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตบน TikTok, YouTube และ Meta โดยเน้นย้ำว่าแบรนด์ต่างๆ กำลังใช้ประโยชน์จากครีเอเตอร์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคอย่างไร

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การเติบโตของการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตบนแพลตฟอร์มโซเชียลหลักในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การเติบโตของการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตบนแพลตฟอร์มโซเชียลหลักในประเทศไทย

รายงานจากประชาชาติธุรกิจตรวจสอบแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการตลาดแบบแอฟฟิลิเอตบน TikTok, YouTube และ Meta โดยเน้นย้ำว่าแบรนด์ต่างๆ กำลังใช้ประโยชน์จากครีเอเตอร์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคอย่างไร

ตามรายงานที่เผยแพร่โดยประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 การตลาดแบบแอฟฟิลิเอต (Affiliate) หรือที่มักเรียกกันว่าการขายสินค้าแบบ “ติดตะกร้า” ได้กลายเป็นกลยุทธ์การตลาดหลักสำหรับแบรนด์ต่างๆ ในประเทศไทย แนวทางนี้ช่วยให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เครือข่ายของครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ที่ผลิตคอนเทนต์เพื่อแลกกับส่วนแบ่งรายได้

รายงานได้เปรียบเทียบโปรแกรมแอฟฟิลิเอตที่นำเสนอโดยสามแพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ TikTok, YouTube และ Meta สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางดิจิทัล เนื่องจากฟีดโซเชียลมีเดียมีการบูรณาการเข้ากับฟีเจอร์การซื้อสินค้าโดยตรงมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะพบคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ฝังอยู่ในคอนเทนต์ที่พวกเขาบริโภคโดยตรง มากกว่าที่จะผ่านโฆษณาแบบดั้งเดิม

แม้ว่ารายงานจะระบุถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของโปรแกรมเหล่านี้สำหรับแบรนด์ แต่ก็ไม่ได้ให้คำแนะนำที่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มใดเหนือกว่าสำหรับผู้ใช้หรือธุรกิจแต่ละราย ประสิทธิภาพของโมเดลแอฟฟิลิเอตเหล่านี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายเฉพาะของครีเอเตอร์และลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการโปรโมต ในขณะที่แพลตฟอร์มเหล่านี้ยังคงปรับปรุงเครื่องมือแอฟฟิลิเอตของตนต่อไป ยังคงต้องติดตามดูว่าประสบการณ์ของผู้ใช้จะพัฒนาไปอย่างไร และฟีเจอร์การซื้อสินค้าแบบบูรณาการเหล่านี้จะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการโต้ตอบทางดิจิทัลทั้งหมดในประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:11 UTC

ราคาทองคำย่อตัวลงท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำย่อตัวลงท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงเนื่องจากการขายทำกำไรและความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ แม้ว่าจะยังคงยืนเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์ได้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำย่อตัวลงท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำย่อตัวลงท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ราคาทองคำปรับตัวลดลงเนื่องจากการขายทำกำไรและความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ แม้ว่าจะยังคงยืนเหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์ได้

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ประชาชาติธุรกิจรายงานว่าราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย ข้อมูลจาก MTS Gold ระบุว่าตลาดกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนขายทำกำไร แนวโน้มขาลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากสัญญาณทางเศรษฐกิจในวงกว้างจากสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งตัวขึ้นของภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และการฟื้นตัวของผลตอบแทนพันธบัตร ปัจจัยเหล่านี้ได้กระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ในตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

แม้จะมีการย่อตัวลงเมื่อเร็วๆ นี้ MTS Gold ระบุว่าราคาทองคำยังคงสามารถรักษาแนวรับไว้ได้เหนือระดับ 4,600 ดอลลาร์ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำโลกมักมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินท้องถิ่นและบรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญในตลาดไทย แต่ความเคลื่อนไหวของราคาเหล่านี้สะท้อนถึงความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคระดับโลก ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวของตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เหล่านี้ต่อตลาดทองคำไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจในท้องถิ่นควรติดตามดูว่าการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะส่งผลต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกอย่างไร ในขณะนี้สถานการณ์ยังคงเต็มไปด้วยความระมัดระวังจากผู้เล่นในตลาดที่กำลังตอบสนองต่อข้อมูลทางการเงินล่าสุดจากสหรัฐฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:12 UTC

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันหยุดธนาคารประจำปี 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันหยุดธนาคารประจำปี 2570

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศตารางวันหยุดธนาคารประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยมีวันหยุดรวมทั้งสิ้น 18 วันสำหรับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันหยุดธนาคารประจำปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันหยุดธนาคารประจำปี 2570

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศตารางวันหยุดธนาคารประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยมีวันหยุดรวมทั้งสิ้น 18 วันสำหรับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศรายชื่อวันหยุดธนาคารประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยตารางดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่งทั่วประเทศ รวมวันหยุดทั้งสิ้น 18 วันตลอดทั้งปี

รายชื่อเริ่มต้นด้วยวันหยุดวันขึ้นปีใหม่ในวันศุกร์ที่ 1 มกราคม 2570 แม้ว่ารายการวันที่ทั้งหมดกำลังอยู่ในระหว่างการสรุปและเผยแพร่โดยธนาคารกลาง แต่ประกาศนี้ถือเป็นข้อมูลอ้างอิงหลักสำหรับการดำเนินงานของธนาคารในประเทศไทยสำหรับปีที่จะถึงนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ตารางนี้มีความสำคัญสำหรับการวางแผนทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การแลกเปลี่ยนเงินตรา การโอนเงิน หรือการติดต่อสาขาธนาคารเพื่อรับบริการด้านธุรการ เนื่องจากสาขาธนาคารจะปิดทำการในวันหยุดทั้ง 18 วันนี้ บุคคลทั่วไปควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้จัดการเรื่องธนาคารที่เร่งด่วนก่อนถึงวันดังกล่าว

แม้ว่าธนาคารกลางจะยืนยันจำนวนวันหยุดรวมแล้ว แต่วันที่เฉพาะเจาะจงสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปีนอกเหนือจากประกาศเบื้องต้นในเดือนมกราคมนั้น ขึ้นอยู่กับปฏิทินทางการฉบับเต็มที่จะเผยแพร่โดย ธปท. ขอแนะนำให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการธนาคารติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือช่องทางการสื่อสารของธนาคารที่ท่านใช้บริการ เพื่อยืนยันวันที่เปิดทำการที่แน่นอนตลอดปี 2570

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:12 UTC

ก.ล.ต. ไทยผลักดันการยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการออมระยะยาว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ก.ล.ต. ไทยผลักดันการยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการออมระยะยาว

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังส่งเสริมให้ประชาชนเพิ่มการออมเพื่อการเกษียณอายุผ่านกลไกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่ได้รับการปรับปรุง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ก.ล.ต. ไทยผลักดันการยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการออมระยะยาว

แหล่งข่าวเดียว
ก.ล.ต. ไทยผลักดันการยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการออมระยะยาว

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังส่งเสริมให้ประชาชนเพิ่มการออมเพื่อการเกษียณอายุผ่านกลไกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่ได้รับการปรับปรุง

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประกาศมุ่งเน้นการยกระดับระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพื่อช่วยให้แรงงานไทยมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ระบุว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองต่อความจำเป็นที่ประชาชนต้อง 'ออมให้พอ' สำหรับอนาคต โดยต่อยอดจากการหารือเรื่องบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย การพัฒนานี้สะท้อนถึงความพยายามระดับชาติที่กว้างขึ้นในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินและการวางแผนเกษียณอายุ แม้ว่า PVD จะเป็นเครื่องมือที่คุ้นเคยสำหรับพนักงานจำนวนมาก แต่ความพยายามในปัจจุบันของ ก.ล.ต. ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้กองทุนเหล่านี้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับการสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือทำงานในประเทศ การทำความเข้าใจว่าเครื่องมือเกษียณอายุเหล่านี้ทำงานอย่างไรถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือฟีเจอร์ใหม่ที่จะนำมาใช้เพื่อ 'ยกระดับ' ระบบ PVD นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่ ก.ล.ต. ดำเนินการให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าการปรับปรุงเหล่านี้อาจส่งผลต่อสัญญาจ้างงานหรือทางเลือกในการสมทบเงินเพิ่มเติมของตนอย่างไร โครงการนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการเสริมสร้างวัฒนธรรมการออมภายในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:12 UTC

ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทยปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทยปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

เดอะมอลล์และซีพี แอ็กซ์ตร้า กำลังปรับโครงสร้างการดำเนินงานเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทยปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไทยปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

เดอะมอลล์และซีพี แอ็กซ์ตร้า กำลังปรับโครงสร้างการดำเนินงานเพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า สองยักษ์ใหญ่ค้าปลีกของไทยอย่าง เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า กำลังดำเนินกลยุทธ์ใหม่เพื่อรับมือกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและการแข่งขันที่รุนแรงจากแพลตฟอร์มออนไลน์

เดอะมอลล์ กรุ๊ป กำลังมุ่งเน้นไปที่การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพื่อคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคให้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนประกอบสำคัญของแนวทางใหม่คือโมเดล 'Grocerant' ซึ่งเป็นแนวคิดแบบผสมผสานระหว่างการซื้อของชำกับการรับประทานอาหารในรูปแบบร้านอาหาร เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในห้างสรรพสินค้าด้วยประสบการณ์ที่แพลตฟอร์มออนไลน์ไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย นอกจากนี้ บริษัทยังขยายขอบเขตธุรกิจออกเป็น 6 เสาหลักเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับข้อเสนอของบริษัท

ในขณะเดียวกัน ซีพี แอ็กซ์ตร้า กำลังมุ่งเน้นไปที่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของห่วงโซ่อุปทานเพื่อรักษาประสิทธิภาพ ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในกลุ่มผู้ค้าปลีกแบบดั้งเดิมในประเทศไทยที่พยายามปรับปรุงโมเดลธุรกิจให้ทันสมัยเพื่อให้อยู่รอดในตลาดที่เน้นดิจิทัลเป็นหลัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมการช้อปปิ้งที่เน้นประสบการณ์มากขึ้นและอาจมีการบริการที่เฉพาะตัวมากขึ้นในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวของกลยุทธ์เหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อราคาหรือความพร้อมจำหน่ายของสินค้าเฉพาะอย่างอย่างไร และบริษัทยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการนำโมเดลการดำเนินงานใหม่เหล่านี้ไปใช้ในทุกสาขา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:13 UTC

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศปรับขึ้นราคาทองคำในประเทศไทย โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 72,850 บาทต่อบาททองคำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศปรับขึ้นราคาทองคำในประเทศไทย โดยทองรูปพรรณมีราคาขายออกอยู่ที่ 72,850 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 โดยนับจากการประกาศครั้งแรกเมื่อเวลา 09.03 น. ราคาปรับเพิ่มขึ้น 350 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้าคือวันที่ 26 สิงหาคม

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย อัตราตลาดปัจจุบันมีดังนี้: ทองคำแท่งรับซื้อที่ราคา 71,850 บาท และขายออกที่ราคา 72,050 บาทต่อบาททองคำ ในขณะที่ทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5% รับซื้อที่ราคา 70,418.20 บาท และขายออกที่ราคา 72,850 บาทต่อบาททองคำ ส่วนราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,641.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ความผันผวนนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่ติดตามตลาดโลหะมีค่าในท้องถิ่น เนื่องจากทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์และแหล่งเก็บมูลค่าที่ได้รับความนิยมในประเทศ แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงการประกาศอย่างเป็นทางการจากสมาคมค้าทองคำ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดควรทราบว่าราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวันตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและความต้องการในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อเครื่องประดับทองควรตรวจสอบราคาล่าสุดที่ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากราคาเหล่านี้เป็นเพียงราคาอ้างอิงและอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับค่ากำเหน็จและค่าธรรมเนียมของร้านค้าแต่ละแห่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 02:30 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 350 บาท เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 350 บาท เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,300 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 350 บาท เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งขึ้น 350 บาท เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,300 บาทต่อบาททองคำ

ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำระบุว่า ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดย ณ เวลา 09.51 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 350 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ทางสมาคมรายงานว่าทองรูปพรรณมีการขายออกอยู่ที่ราคา 72,300 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับราคาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลหะมีค่าในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อเครื่องประดับหรือทองคำเพื่อการลงทุนควรตระหนักว่าราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยว ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าราคาสินค้าฟุ่มเฟือยและเครื่องประดับในประเทศไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากนี่เป็นการอัปเดตราคาตลาดรายวัน จึงยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาเหล่านี้จะมีแนวโน้มอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากสภาวะตลาดได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศหลายประการที่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 03:12 UTC

พัทยาเตรียมพร้อมรับกำลังพลเรือ USS Abraham Lincoln
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

พัทยาเตรียมพร้อมรับกำลังพลเรือ USS Abraham Lincoln

เจ้าหน้าที่เมืองพัทยากำลังเตรียมการต้อนรับกำลังพลเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นายจากเรือ USS Abraham Lincoln โดยภาคธุรกิจท้องถิ่นคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

พัทยาเตรียมพร้อมรับกำลังพลเรือ USS Abraham Lincoln

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาเตรียมพร้อมรับกำลังพลเรือ USS Abraham Lincoln

เจ้าหน้าที่เมืองพัทยากำลังเตรียมการต้อนรับกำลังพลเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นายจากเรือ USS Abraham Lincoln โดยภาคธุรกิจท้องถิ่นคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ เมืองพัทยากำลังเตรียมความพร้อมในการต้อนรับกำลังพลจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคาดว่าจะมีทหารประมาณ 5,000 นายเดินทางเข้ามาพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเข้ามาของกำลังพลกลุ่มนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ประเมินว่าการเยือนครั้งนี้อาจสร้างเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ได้ประมาณ 15 ล้านบาท จากการที่ทหารจะเข้ามาใช้บริการด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่

แม้ว่าการเตรียมความพร้อมในระดับท้องถิ่นจะกำลังดำเนินอยู่ แต่กำหนดการอย่างเป็นทางการและวันที่เรือจะเข้าเทียบท่าที่แน่นอนนั้นยังไม่มีการสรุป ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวควรทราบว่าเมืองอาจมีความคึกคักเพิ่มขึ้นในโซนท่องเที่ยวสำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลาที่แน่นอนของการมาถึงของเรือยังคงต้องรอการยืนยันจากแหล่งข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 02:10 UTC

รัฐบาลไทยตั้งเป้าดันเศรษฐกิจโต 3% หลัง Moody’s ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือเป็น 'มีเสถียรภาพ'
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยตั้งเป้าดันเศรษฐกิจโต 3% หลัง Moody’s ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือเป็น 'มีเสถียรภาพ'

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต 3% สอดคล้องกับการที่ Moody’s ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของไทยขึ้นเป็น 'มีเสถียรภาพ'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยตั้งเป้าดันเศรษฐกิจโต 3% หลัง Moody’s ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือเป็น 'มีเสถียรภาพ'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยตั้งเป้าดันเศรษฐกิจโต 3% หลัง Moody’s ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือเป็น 'มีเสถียรภาพ'

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต 3% สอดคล้องกับการที่ Moody’s ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของไทยขึ้นเป็น 'มีเสถียรภาพ'

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 รัฐบาลไทยได้ประกาศกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 3% การปรับเปลี่ยนนโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชน

ในขณะเดียวกัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ Moody’s ได้ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจากเชิงลบเป็น 'มีเสถียรภาพ' ซึ่งสะท้อนถึงการประเมินทิศทางการคลังและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของประเทศในเชิงบวกมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการสร้างเสถียรภาพในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวม แนวโน้มความน่าเชื่อถือที่มั่นคงมักช่วยรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินและการให้บริการต่างๆ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณของนโยบายเศรษฐกิจที่คาดการณ์ได้มากขึ้น แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพรายวันหรือราคาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะยังคงต้องติดตามต่อไป

แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดเป้าหมายการเติบโตที่ชัดเจนแล้ว แต่กลไกเฉพาะในการจูงใจการลงทุนจากภาคเอกชนและกรอบเวลาในการบรรลุเป้าหมาย 3% นั้นยังอยู่ในระหว่างการสรุปรายละเอียด ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ามาตรการของรัฐบาลเหล่านี้จะส่งผลต่อผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริงอย่างไรในไตรมาสต่อๆ ไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 01:50 UTC

โบว์ แวนดา วิจารณ์การติดต่อร่วมงานที่ไม่เป็นมืออาชีพเกี่ยวกับงานของลูกสาว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

โบว์ แวนดา วิจารณ์การติดต่อร่วมงานที่ไม่เป็นมืออาชีพเกี่ยวกับงานของลูกสาว

โบว์ แวนดา สหวงษ์ แสดงความไม่พอใจต่อการติดต่อร่วมงานที่ไม่ให้เกียรติจากแบรนด์ยาสีฟันแห่งหนึ่งที่ติดต่อจ้างงานน้องมะลิ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

โบว์ แวนดา วิจารณ์การติดต่อร่วมงานที่ไม่เป็นมืออาชีพเกี่ยวกับงานของลูกสาว

แหล่งข่าวเดียว
โบว์ แวนดา วิจารณ์การติดต่อร่วมงานที่ไม่เป็นมืออาชีพเกี่ยวกับงานของลูกสาว

โบว์ แวนดา สหวงษ์ แสดงความไม่พอใจต่อการติดต่อร่วมงานที่ไม่ให้เกียรติจากแบรนด์ยาสีฟันแห่งหนึ่งที่ติดต่อจ้างงานน้องมะลิ

โบว์ แวนดา สหวงษ์ บุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงของไทย ได้ออกมาไลฟ์สดแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการติดต่อร่วมงานที่ได้รับสำหรับน้องมะลิ ลูกสาวของเธอ โดยโบว์ระบุว่าตัวแทนจากแบรนด์ยาสีฟันแห่งหนึ่งได้ติดต่อเข้ามาด้วยข้อเสนอที่เธอรู้สึกว่าไม่ให้เกียรติและเป็นการดูถูกอย่างรุนแรง

โบว์เล่าว่าเหตุการณ์เริ่มแย่ลงเมื่อเธอพยายามเจรจาเรื่องเงื่อนไข หลังจากที่เธอเสนอขอปรับเปลี่ยนข้อเสนอเล็กน้อย ซึ่งเธอยืนยันว่ายังคงต่ำกว่าเรตราคาที่ตกลงกันไว้ในตอนแรก ตัวแทนคนดังกล่าวกลับยุติการสนทนาอย่างกะทันหันด้วยข้อความที่ดูถูก โบว์วิจารณ์ถึงการขาดมารยาททางวิชาชีพ โดยระบุว่าวิธีการของแบรนด์ดูเหมือนจะเป็นความพยายามที่จะลดทอนคุณค่าของเธอมากกว่าการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจที่ถูกต้อง เธอเน้นย้ำว่าเธอไม่ได้หิวเงิน โดยประกาศว่าต่อให้แบรนด์นี้เสนอเงินให้หลายล้านบาทเธอก็จะไม่รับ เนื่องจากรู้สึกถึงการขาดความเคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวบันเทิงไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับมาตรฐานทางวิชาชีพและการปฏิบัติต่ออินฟลูเอนเซอร์และดาราเด็กในอุตสาหกรรมสื่อไทย แม้ว่าโบว์จะได้แบ่งปันมุมมองของเธอเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ตัวตนของเอเจนซี่หรือตัวแทนแบรนด์ดังกล่าวยังคงไม่ได้รับการยืนยัน และบริษัทที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ออกมาชี้แจงหรือตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้แต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 01:50 UTC

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันหยุดธนาคารประจำปี 2570
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันหยุดธนาคารประจำปี 2570

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ปฏิทินวันหยุดธนาคารประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการผ่านทางราชกิจจานุเบกษา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันหยุดธนาคารประจำปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันหยุดธนาคารประจำปี 2570

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ปฏิทินวันหยุดธนาคารประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการผ่านทางราชกิจจานุเบกษา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ประกาศรายชื่อวันหยุดธนาคารประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา ประกาศนี้ถือเป็นกรอบการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการเพื่อให้สถาบันการเงินที่ดำเนินงานในประเทศสามารถวางแผนการปิดทำการตลอดปีที่กำลังจะมาถึง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยให้มีความชัดเจนว่าบริการธนาคารต่างๆ รวมถึงการดำเนินงานของสาขาและธุรกรรมทางการเงินบางประเภทอาจไม่สามารถให้บริการได้ เนื่องจากหน่วยงานราชการและสถาบันการเงินหลายแห่งในประเทศไทยมีการปรับตารางเวลาให้สอดคล้องกับวันหยุดธนาคารเหล่านี้ ผู้ที่วางแผนจะทำธุรกรรมทางราชการ แลกเปลี่ยนเงินตรา หรือทำธุรกรรมทางการเงิน ควรจดบันทึกวันดังกล่าวไว้เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแผนการของตน

แม้ว่าการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะเป็นการยืนยันตารางวันหยุดธนาคารอย่างเป็นทางการ แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายการนี้เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าธุรกิจอื่นๆ เช่น ร้านค้าปลีก สถานที่ท่องเที่ยว และผู้ให้บริการเอกชน อาจมีตารางเวลาการดำเนินงานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ แม้ว่ารายการดังกล่าวจะเป็นกรอบสำหรับปี 2570 แต่การสังเกตการณ์ในท้องถิ่นหรือการปรับเปลี่ยนฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยตรวจสอบกับผู้ให้บริการทางการเงินของตนอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงวันดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับทราบถึงการเปลี่ยนแปลงการให้บริการในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 01:30 UTC

Bangkok Business Summit 2026 มุ่งเน้นการต่อต้านคอร์รัปชันและความยืดหยุ่นของอาเซียน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Bangkok Business Summit 2026 มุ่งเน้นการต่อต้านคอร์รัปชันและความยืดหยุ่นของอาเซียน

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เตรียมจัดงานประชุมครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯ ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Bangkok Business Summit 2026 มุ่งเน้นการต่อต้านคอร์รัปชันและความยืดหยุ่นของอาเซียน

แหล่งข่าวเดียว
Bangkok Business Summit 2026 มุ่งเน้นการต่อต้านคอร์รัปชันและความยืดหยุ่นของอาเซียน

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เตรียมจัดงานประชุมครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯ ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

ในวันที่ 3 กันยายน 2569 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน 'The Bangkok Business Summit 2026' ภายใต้แนวคิด 'Reinvent Thailand, Resilient ASEAN' ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ งานนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับภาครัฐและธนาคารโลกเพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ร่วมกันสำหรับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน

เป้าหมายหลักของการประชุมคือการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่อง 'ซีโร่ คอร์รัปชั่น' (Zero Corruption) เพื่อยกระดับความโปร่งใสของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจะช่วยให้ผู้จัดงานหวังว่าจะสร้างกรอบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นภายในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การประชุมครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพยายามที่สำคัญในการสร้างความโปร่งใสทั้งในด้านการบริหารและองค์กร แม้ว่างานจะมุ่งเน้นไปที่นโยบายระดับสูงและกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ แต่การเน้นย้ำถึงมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันอาจส่งผลต่อความสะดวกในการทำธุรกิจและสภาพแวดล้อมทางกฎระเบียบโดยรวมของประเทศในอนาคต

รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลไกนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าวิสัยทัศน์ความร่วมมือเหล่านี้จะถูกนำไปสู่การปฏิรูปที่ปฏิบัติได้จริงอย่างไรหลังจากการประชุมสิ้นสุดลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 01:11 UTC

ชัยวัฒน์เสนอผ่าโครงสร้างพลังงานไทย หวังดันจีดีพีแตะ 5%
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ชัยวัฒน์เสนอผ่าโครงสร้างพลังงานไทย หวังดันจีดีพีแตะ 5%

ชัยวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ได้เสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของไทย เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ชัยวัฒน์เสนอผ่าโครงสร้างพลังงานไทย หวังดันจีดีพีแตะ 5%

แหล่งข่าวเดียว
ชัยวัฒน์เสนอผ่าโครงสร้างพลังงานไทย หวังดันจีดีพีแตะ 5%

ชัยวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ได้เสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของไทย เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ชัยวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ได้เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างภาคพลังงานของไทยอย่างครอบคลุม โดยระบุว่าหากมีการปรับปรุงกรอบการทำงานในปัจจุบัน ประเทศไทยจะมีโอกาสผลักดันอัตราการเติบโตของจีดีพีให้แตะระดับ 5% ได้ โดยใช้งบประมาณภาครัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ชัยวัฒน์ให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากขึ้นในหมู่ประชาชน โดยหัวใจสำคัญของข้อเสนอนี้มุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพและการปรับโครงสร้างภายในอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจที่ยังซ่อนอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อเสนอนี้มีความสำคัญเนื่องจากต้นทุนพลังงานและประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวม ภาคพลังงานที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่ราคาค่าสาธารณูปโภคที่มั่นคงขึ้นและเศรษฐกิจที่มีพลวัตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะรับข้อเสนอแนะเหล่านี้ไปพิจารณาหรือไม่ หรือการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร ในขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังคงเป็นเพียงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และยังไม่มีการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการจากทางการไทยเกี่ยวกับการปฏิรูปพลังงานเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 23:30 UTC