ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต ✦
ความปลอดภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ✦
การท่องเที่ยว พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย ✦
วัฒนธรรม ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา ✦
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม หลังระดับน้ำในคลองถึงจุดวิกฤต

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับประชาชนในกรุงเทพฯ เนื่องจากระดับน้ำในคลองต่างๆ ของเมืองเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Thai Post ระบุว่าระดับน้ำในคลองหลายแห่งของเมืองได้ถึงระดับวิกฤตและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทางการได้แนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำเร่งดำเนินการป้องกันล่วงหน้า รวมถึงการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่เมืองกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรใกล้คลองหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าคำเตือนในปัจจุบันจะเน้นไปที่ความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทันที แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมจากกรุงเทพมหานครหรือ ปภ. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระยะเวลาของคำเตือนนี้หรือระบุย่านที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ นอกเหนือจากคำเตือนทั่วไปสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

ความปลอดภัย

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หลังจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย ได้มีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดและอาจมีความเสี่ยงบนถนนสายรอง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสภาพถนน และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากท่านกำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงอำเภอหนองเสือ

ในขณะนี้ ความเสียหายโดยรวมและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ และติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการให้ความช่วยเหลือต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

การท่องเที่ยว

พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

แหล่งข่าวเดียว
พระสงฆ์ถูกปฏิเสธเข้าพักในโรงแรมอ้างนโยบายทางศาสนา

พระสงฆ์ชื่อดังรูปหนึ่งรายงานว่าถูกปฏิเสธการเข้าพักในเครือโรงแรมใหญ่หลังจากเที่ยวบินล่าช้า โดยอ้างว่าเป็นความเชื่อทางศาสนาของเจ้าของ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 พระมหานภันต์ พระสงฆ์ชื่อดัง ถูกปฏิเสธการเช็คอินเข้าพักในเครือโรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านพลาดเที่ยวบินเดิมเนื่องจากความล่าช้าและพยายามหาที่พักในโรงแรมดังกล่าว

พระมหานภันต์ระบุว่าพนักงานโรงแรมแจ้งว่าท่านไม่สามารถเข้าพักได้เนื่องจากเจ้าของเครือโรงแรมมีนโยบายทางศาสนาที่เคร่งครัดซึ่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์เข้าพัก พระสงฆ์แสดงความประหลาดใจต่อการปฏิเสธดังกล่าว โดยระบุว่าท่านเพียงแค่ต้องการหาที่พักผ่อนหลังจากแผนการเดินทางถูกรบกวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจเอกชนอาจบังคับใช้นโยบายภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อแขกตามสถานะทางศาสนาหรือเครื่องแต่งกาย แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจเอกชนอาจใช้ดุลยพินิจในนโยบายการให้บริการของตนได้

ยังคงต้องมีการยืนยันว่าเครือโรงแรมใดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุชื่อแบรนด์ และนโยบายดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในข้อกำหนดการให้บริการของบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการปฏิเสธนี้ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการต่อต้านการเลือกปฏิบัติในท้องถิ่นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัย

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ การยกระดับการเฝ้าระวังระดับน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง (เช่น พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา) การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเครื่องจักรกลเพื่อการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการเตรียมความพร้อมของศูนย์อพยพ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังสูงสุด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลาก แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการเดินทางที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมกระทบ 21 จังหวัดทั่วไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานว่าขณะนี้มี 21 จังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 27,000 ครัวเรือน

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัด ครอบคลุม 93 อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 84,000 คน และครัวเรือนประมาณ 27,109 ครัวเรือน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ทางการกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษใน 3 จังหวัดที่ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าจังหวัดใดบ้างที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการอพยพหากจำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:42 UTC

วัฒนธรรม

ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมพุทธศาสนาในประเทศไทย

รายงานล่าสุดจากมติชนออนไลน์เน้นย้ำถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์และหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาในประเทศไทย

บทบรรณาธิการล่าสุดที่เผยแพร่โดยมติชนออนไลน์ได้นำความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาในประเทศไทย รายงานในหัวข้อ 'ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?' ได้กล่าวถึงความไม่พอใจของสาธารณชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งมีการกล่าวหาว่าภาพลักษณ์หรือประเพณีทางพุทธศาสนาถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประเด็นนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของพุทธศาสนาในสังคมไทย นักท่องเที่ยวมักได้รับการเตือนว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับผู้มาเยือน แต่ประชากรท้องถิ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ทางศาสนาเป็นอย่างมาก การกระทำที่อาจดูเล็กน้อยสำหรับชาวต่างชาติ เช่น การใช้ภาพพระพุทธรูปในการตกแต่งอย่างไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายภายใต้กฎหมายท้องถิ่นที่คุ้มครองศักดิ์ศรีทางศาสนา

แม้ว่ารายงานของมติชนจะสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่เรียกร้องให้มีความตระหนักรู้มากขึ้นและมาตรฐานทางสังคมที่เข้มงวดขึ้น แต่ยังคงต้องรอดูว่าหน่วยงานหรือองค์กรทางวัฒนธรรมจะตอบสนองต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวได้รับการสนับสนุนให้คำนึงถึงขนบธรรมเนียมท้องถิ่น แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมวัด และปฏิบัติต่อวัตถุทางศาสนาด้วยความเคารพ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ให้เกียรติแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงแนวทางปฏิบัติใหม่หรือแคมเปญสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวลดลงเล็กน้อย ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ โดยทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 68,650 บาท

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยรายงานการปรับตัวลดลงเล็กน้อยของราคาทองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า โดยตามประกาศครั้งที่ 1 ของวันเมื่อเวลา 09.05 น. ราคาทองคำปรับตัวลดลง 50 บาท

สำหรับผู้ที่ติดตามตลาด ทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 67,650 บาท และขายออกที่บาทละ 67,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 66,294.68 บาท และขายออกที่บาทละ 68,650 บาท ทั้งนี้ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,286.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความผันผวนเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติในตลาดทองคำของไทย ซึ่งเป็นทั้งช่องทางการลงทุนทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาจะเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ที่ต้องการซื้อหรือขายทองคำควรติดตามเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมค้าทองคำตลอดทั้งวัน เนื่องจากราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เนื่องจากนี่เป็นข้อมูลอัปเดตรายวัน การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำตลาดโลกหรือความต้องการในประเทศอาจส่งผลต่อการประกาศในรอบถัดไป ทั้งนี้ Khaosod Online Thailand ได้นำเสนอตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมในนครราชสีมา

น้ำป่าไหลหลากท่วมใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาวในอำเภอสีคิ้ว ส่งผลให้มีการแจ้งเตือนรถขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ใต้สะพานกลับรถคลองน้ำขาว ในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าที่ไหลมาอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ในบริเวณดังกล่าว

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนโดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ขนาดเล็กให้หลีกเลี่ยงการพยายามขับผ่านช่วงที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับน้ำมีความเสี่ยงสูงต่อการสัญจร การสะสมของน้ำใต้สะพานส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังหรือหาเส้นทางเลี่ยง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงบริเวณใต้สะพาน แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านอำเภอสีคิ้วควรติดตามข่าวสารการจราจรและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและมีโครงสร้างพื้นฐานอื่นในบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:41 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยสั่งการทั่วประเทศยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเฝ้าระวังน้ำท่วมเชิงรุกและมาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายอรรษิษฐ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้มีการยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและดำเนินกลยุทธ์การตอบโต้เหตุการณ์เชิงรุกในทันที

หน่วยงานระดับจังหวัดได้รับคำสั่งให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความพร้อมในการเผชิญเหตุโดยไม่ล่าช้า องค์ประกอบสำคัญของคำสั่งนี้คือการสร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในการปฏิบัติงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงการเตรียมความพร้อมในระดับสูงทั่วประเทศ แม้ว่าคำสั่งนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาลควรติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับคำเตือนเฉพาะจุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความยืดหยุ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากมีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินในพื้นที่ของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:40 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนสถานการณ์น้ำท่วมยังน่าห่วง แนะเลี่ยง 17 เส้นทาง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากระดับน้ำในคลองเต็มความจุ พร้อมแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจร 17 แห่ง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและหมุนวนส่งผลให้ระดับน้ำในคลองทุกแห่งเต็มความจุ ซึ่งทำให้ระบบระบายน้ำต้องรับภาระหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่และการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ระบุเส้นทาง 17 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการติดค้างหรือเผชิญกับปัญหาการจราจรที่หนาแน่น

แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเนื่องจากสภาพอากาศยังคงมีความผันผวน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและการดำเนินงานป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักเช่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:20 UTC

ร้านข้าวแกง “สูตรคุณแม่” ราคาประหยัดเปิดให้บริการแล้วที่สมุทรสงคราม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ร้านข้าวแกง “สูตรคุณแม่” ราคาประหยัดเปิดให้บริการแล้วที่สมุทรสงคราม

ร้านอาหารแห่งใหม่ในสมุทรสงครามเสนอเมนูราคาประหยัดเพียง 20 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับคนในชุมชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ร้านข้าวแกง “สูตรคุณแม่” ราคาประหยัดเปิดให้บริการแล้วที่สมุทรสงคราม

แหล่งข่าวเดียว
ร้านข้าวแกง “สูตรคุณแม่” ราคาประหยัดเปิดให้บริการแล้วที่สมุทรสงคราม

ร้านอาหารแห่งใหม่ในสมุทรสงครามเสนอเมนูราคาประหยัดเพียง 20 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับคนในชุมชน

มีทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่มองหาร้านอาหารในพื้นที่ ต.บางจะเกร็ง จ.สมุทรสงคราม โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ร้าน “ข้าวแกงสูตรคุณแม่” เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 17 เมษายน โดยมีคุณปัณณ์ณัช รื่นลี้ลิ้มสกุล วัย 32 ปี เป็นเจ้าของร้าน

ด้วยแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของคุณแม่ที่เคยขายข้าวแกงอยู่ที่ตลาดแม่กลอง คุณปัณณ์จึงตัดสินใจนำสูตรเด็ดมาทำขายในราคาเพียงจานละ 20 บาท ในขณะที่ร้านข้าวแกงทั่วไปในพื้นที่มักจำหน่ายในราคา 40-50 บาท เจ้าของร้านระบุว่าต้องการให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงมื้ออาหารที่อิ่มท้องได้จริงในช่วงเวลาที่ข้าวของมีราคาแพง

สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ร้านนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการช่วยเหลือสังคมในระดับชุมชน เมนูอาหารมีความหลากหลายโดยมีเมนูหมุนเวียนให้เลือกทานไม่ซ้ำกันกว่า 10-15 อย่างต่อวัน อาทิ แกงส้ม แกงคั่ว พะโล้ และเมนูผัดเผ็ดต่างๆ แม้ว่าร้านจะเน้นการขายในปริมาณมากเพื่อชดเชยกำไรต่อจานที่น้อย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การตั้งราคานี้จะสามารถรักษาไว้ได้นานเพียงใดท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 07:51 UTC

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 24 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 24 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 550 บาท เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,500 บาทต่อบาททองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 24 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยพุ่งสูงขึ้น: 24 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 550 บาท เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 โดยทองรูปพรรณมีราคาอยู่ที่ 72,500 บาทต่อบาททองคำ

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยสมาคมค้าทองคำเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ราคาทองคำในประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ณ เวลา 11.23 น. ตลาดบันทึกการปรับตัวเพิ่มขึ้น 550 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาขายออกของทองรูปพรรณอยู่ที่ 72,500 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับราคาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนอย่างต่อเนื่องในตลาดโลหะมีค่า ผู้ที่ถือครองสินทรัพย์ทองคำหรือกำลังพิจารณาซื้อเครื่องประดับควรตระหนักว่าความผันผวนเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าฟุ่มเฟือยและพอร์ตการลงทุน นักท่องเที่ยวที่สนใจซื้อทองคำเป็นของที่ระลึกหรือเพื่อการลงทุนควรติดตามการอัปเดตรายวันเหล่านี้ เนื่องจากราคาขายปลีกในท้องถิ่นมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับตัวเลขที่เผยแพร่โดยสมาคมค้าทองคำ

แม้ว่าตัวเลขปัจจุบันจะเป็นภาพรวมของตลาดในช่วงสายของวันที่ 24 สิงหาคม แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าราคาเหล่านี้จะมีความเสถียรอย่างไรในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดควรทราบว่าราคาทองคำในประเทศไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดโลกและอุปสงค์ภายในประเทศ เนื่องจากรายงานนี้อ้างอิงข้อมูลจาก Prachachat Business และสมาคมค้าทองคำ จึงขอแนะนำให้ตรวจสอบแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการเพื่อรับราคาที่เป็นปัจจุบันที่สุดก่อนตัดสินใจทางการเงิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 05:14 UTC

เขตประเวศเตรียมออกหมายเรียกเจ้าของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง หลังเกิดข้อพิพาทการก่อสร้าง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เขตประเวศเตรียมออกหมายเรียกเจ้าของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง หลังเกิดข้อพิพาทการก่อสร้าง

ทางการเขตประเวศ กรุงเทพฯ เตรียมออกหมายเรียกเจ้าของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องการค้างชำระเงินค่าก่อสร้างจำนวน 57 ล้านบาทกับผู้รับเหมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เขตประเวศเตรียมออกหมายเรียกเจ้าของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง หลังเกิดข้อพิพาทการก่อสร้าง

แหล่งข่าวเดียว
เขตประเวศเตรียมออกหมายเรียกเจ้าของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง หลังเกิดข้อพิพาทการก่อสร้าง

ทางการเขตประเวศ กรุงเทพฯ เตรียมออกหมายเรียกเจ้าของโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องการค้างชำระเงินค่าก่อสร้างจำนวน 57 ล้านบาทกับผู้รับเหมา

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 สำนักงานเขตประเวศกำลังเตรียมออกหนังสือเรียกเจ้าของโรงเรียนนานาชาติชื่อดังแห่งหนึ่งบนถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เพื่อให้ถ้อยคำภายใน 30 วัน เกี่ยวกับข้อพิพาทด้านการก่อสร้างที่กำลังดำเนินอยู่

การดำเนินการทางกฎหมายนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่นายเจนณรงค์ เรืองสุวรรณ เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ได้ยื่นหนังสือร้องเรียน โดยอ้างว่าบริษัทเอกชนผู้ว่าจ้างก่อสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนดังกล่าวได้ผิดสัญญาและค้างชำระเงินค่างวดรวมเป็นเงิน 57 ล้านบาท ส่งผลให้ผู้รับเหมาได้ยื่นคำร้องต่อสำนักการโยธาและสำนักงานเขตประเวศ เพื่อขอให้ระงับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง และรื้อถอนอาคารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โรงเรียน ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่ ข้อพิพาทนี้อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าทางธุรการเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงเรียน ในขณะที่ผู้รับเหมาพยายามผลักดันให้มีการระงับการก่อสร้างต่อไปจนกว่ากระบวนการทางกฎหมายจะสิ้นสุด ขั้นตอนต่อไปของสำนักงานเขตคือการรวบรวมถ้อยคำจากฝั่งเจ้าของโรงเรียน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางเขตจะมีคำสั่งอย่างไรต่อคำร้องขอให้ระงับการก่อสร้าง และการดำเนินงานของโรงเรียนจะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางกฎหมายและการเงินนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 07:12 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ

กระทรวงพาณิชย์และกระทรวง อว. ร่วมมือกันผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจได้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ

กระทรวงพาณิชย์และกระทรวง อว. ร่วมมือกันผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจได้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เปิดตัวโครงการ “IP x Venture Rise Thailand 2026” โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาเข้ากับตลาดเชิงพาณิชย์ ผ่านการจับคู่ระหว่างนักประดิษฐ์ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน

โครงการนี้ได้นำเสนอนวัตกรรมกว่า 250 รายการใน 5 สาขาหลัก โดยผู้จัดงานตั้งเป้าหมายให้เกิดการจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 100 คู่ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ทั้งนี้ ส่วนประกอบสำคัญของโครงการคือแผนการทดสอบการนำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ซึ่งมีกำหนดการทดสอบในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สนใจด้านธุรกิจ การพัฒนานี้อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในวิธีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสตาร์ทอัพและธุรกิจที่เน้นงานวิจัยในท้องถิ่น ซึ่งอาจช่วยส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในประเทศไทย แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการนำงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่กรอบกฎหมายที่ชัดเจนและเกณฑ์การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐเกี่ยวกับการดำเนินการตามกลไกทางการเงินเหล่านี้ในช่วงปลายปีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 07:14 UTC

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตในเขตคันนายาว
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตในเขตคันนายาว

หญิงวัย 70 ปีเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นในเขตคันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตในเขตคันนายาว

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตในเขตคันนายาว

หญิงวัย 70 ปีเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นในเขตคันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ในซอยรามอินทรา 46/1 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบแสงเพลิงกำลังลุกลามจากชั้น 1 ขึ้นไปยังชั้น 2 การเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากหน้าบ้านมีการต่อเติมประตูเหล็กและล็อกไว้ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งงัดประตูเหล็กก่อนจะระดมฉีดน้ำจนสามารถควบคุมเพลิงได้ภายในเวลาประมาณ 10 นาที

จากการตรวจสอบภายในอาคาร เจ้าหน้าที่พบร่างของนางธนวรรณ อายุ 70 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตอาจสำลักควันและไม่สามารถหนีออกมาได้ทัน เนื่องจากภายในบ้านมีสิ่งของจำนวนมากซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ในขณะเกิดเหตุ สามีและลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้ออกไปทำธุระข้างนอก ทำให้ผู้เสียชีวิตอยู่ลำพังเพียงคนเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการรักษาทางหนีไฟให้โล่งและสามารถเข้าถึงได้ง่ายในที่พักอาศัย โดยเฉพาะในอาคารหลายชั้นที่มีการติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย เช่น ประตูเหล็ก แม้ว่าเพลิงจะสงบลงแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเพลิงไหม้ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:31 UTC

ธุรกิจในพัทยาคาดหวังกระตุ้นเศรษฐกิจจากการมาเยือนของทหารเรือสหรัฐฯ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธุรกิจในพัทยาคาดหวังกระตุ้นเศรษฐกิจจากการมาเยือนของทหารเรือสหรัฐฯ

ผู้ประกอบการในถนนคนเดินพัทยาตั้งความหวังว่าการมาถึงของทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นายจะช่วยฟื้นฟูฤดูกาลท่องเที่ยวที่เงียบเหงา

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธุรกิจในพัทยาคาดหวังกระตุ้นเศรษฐกิจจากการมาเยือนของทหารเรือสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
ธุรกิจในพัทยาคาดหวังกระตุ้นเศรษฐกิจจากการมาเยือนของทหารเรือสหรัฐฯ

ผู้ประกอบการในถนนคนเดินพัทยาตั้งความหวังว่าการมาถึงของทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นายจะช่วยฟื้นฟูฤดูกาลท่องเที่ยวที่เงียบเหงา

แนวโน้มเศรษฐกิจในพัทยา

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ย่านบันเทิงถนนคนเดิน (Walking Street) ในพัทยาใต้กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่มีกิจกรรมน้อย เจ้าของธุรกิจในท้องถิ่นรายงานว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ยอดขายและโอกาสในการสร้างรายได้ของผู้ประกอบการในพื้นที่ลดลง

ผลกระทบจากทหารเรือสหรัฐฯ

เพื่อตอบสนองต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวนี้ ธุรกิจในท้องถิ่นต่างฝากความหวังไว้กับการมาถึงของทหารเรือสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นายในเร็วๆ นี้ การเข้ามาของบุคลากรกลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นตัวเร่งศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจบริการและความบันเทิงในย่านดังกล่าวให้คึกคักขึ้น

สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับผู้มาเยือน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การมาเยือนที่คาดการณ์ไว้นี้บ่งชี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจมีกิจกรรมและความหนาแน่นของผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคตอันใกล้ แม้ว่าการมาถึงของกองเรือจะถูกคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดในท้องถิ่น แต่กำหนดการที่แน่ชัดของการปล่อยทหารเรือขึ้นฝั่งและขอบเขตที่แท้จริงของผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่วางแผนเดินทางมาพัทยาควรทราบว่าบรรยากาศในถนนคนเดินอาจเปลี่ยนจากความเงียบเหงาในปัจจุบันไปสู่สภาพแวดล้อมที่คึกคักขึ้นมากเมื่อทหารเรือมาถึง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:20 UTC

สศอ. ปรับลดเป้าหมายการเติบโตภาคอุตสาหกรรมไทยปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

สศอ. ปรับลดเป้าหมายการเติบโตภาคอุตสาหกรรมไทยปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ปรับลดประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปี 2569 โดยระบุถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

สศอ. ปรับลดเป้าหมายการเติบโตภาคอุตสาหกรรมไทยปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
สศอ. ปรับลดเป้าหมายการเติบโตภาคอุตสาหกรรมไทยปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ปรับลดประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปี 2569 โดยระบุถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปี 2569 ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการ สศอ. เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) คาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.0-0.5% ในขณะที่จีดีพีภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะเติบโตที่ 0.75-1.75% ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 1.0-2.0%

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการปรับลดประมาณการในครั้งนี้ ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก นอกจากนี้ กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอถือเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อภาคการผลิต

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม เช่น การขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการค้าระหว่างประเทศกับคู่ค้าหลัก สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การชะลอตัวนี้อาจสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง แม้ว่าผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ สศอ. ยังคงเฝ้าระวังผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิตทั่วโลก โดยในเดือนกรกฎาคม 2569 ดัชนี MPI อยู่ที่ระดับ 94.80 ขยายตัว 0.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:11 UTC

ไทยประกันชีวิตส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านโครงการเพื่อชุมชน
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกันชีวิตส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านโครงการเพื่อชุมชน

ไทยประกันชีวิตเปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ไทยประกันชีวิตส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านโครงการเพื่อชุมชน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกันชีวิตส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านโครงการเพื่อชุมชน

ไทยประกันชีวิตเปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ไทยประกันชีวิตกำลังเดินหน้าโครงการ 'เสริมโอกาส สร้างอาชีพ' โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการชูวัตถุดิบในภูมิภาคและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนภายในชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจในการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นและงานฝีมือแบบดั้งเดิม การส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ของโครงการมีเป้าหมายเพื่อสร้างเส้นทางอาชีพที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิกในชุมชน ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมใช้งานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่พบในตลาดระดับภูมิภาค โครงการริเริ่มดังกล่าวบ่อยครั้งนำไปสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีความคึกคักมากขึ้น ซึ่งสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือทางวัฒนธรรมของสินค้าและบริการที่นักท่องเที่ยวได้พบเห็น

แม้ว่าบริษัทจะประกาศความมุ่งมั่นต่อกลยุทธ์นี้ต่อสาธารณะแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขนาดของโครงการ จำนวนชุมชนที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบที่วัดผลได้ในระยะยาวต่อระดับรายได้ของคนในท้องถิ่นนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าความพยายามที่นำโดยองค์กรเหล่านี้จะบูรณาการเข้ากับโครงสร้างชุมชนที่มีอยู่ได้อย่างไร และจะมอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับภูมิภาคที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:11 UTC

ธปท. ต่อวาระกรรมการ กนง. พร้อมแต่งตั้ง 'เมธี สุภาพงษ์' เป็นกรรมการใหม่
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ธปท. ต่อวาระกรรมการ กนง. พร้อมแต่งตั้ง 'เมธี สุภาพงษ์' เป็นกรรมการใหม่

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติต่อวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 3 ท่าน และแต่งตั้งนายเมธี สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. เข้าดำรงตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ธปท. ต่อวาระกรรมการ กนง. พร้อมแต่งตั้ง 'เมธี สุภาพงษ์' เป็นกรรมการใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ธปท. ต่อวาระกรรมการ กนง. พร้อมแต่งตั้ง 'เมธี สุภาพงษ์' เป็นกรรมการใหม่

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมติต่อวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 3 ท่าน และแต่งตั้งนายเมธี สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. เข้าดำรงตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569

อัปเดตคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีมติอนุมัติให้ต่อวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ นายเชาว์ เก่งชน, นายสมชาย จิตสุชน และนางสาวเสาวณีย์ จันทะพงษ์ นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้แต่งตั้งนายเมธี สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ กนง. เพิ่มเติมอีกหนึ่งท่าน

วันที่มีผลบังคับใช้

การแต่งตั้งและการต่อวาระดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป โดยนายจิรานุวัฒน์ ธัญญะเจริญ เลขานุการคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้ยืนยันข้อมูลดังกล่าว

ผลกระทบและมุมมอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กนง. มีบทบาทสำคัญในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศ ซึ่งส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ ต้นทุนการกู้ยืม และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม การที่กรรมการชุดเดิมได้รับการต่อวาระควบคู่ไปกับการได้อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. เข้ามาร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นรักษาเสถียรภาพภายในหน่วยงานกำหนดนโยบายของธนาคารกลาง

แม้ว่าการแต่งตั้งครั้งนี้จะทำให้เห็นภาพรวมของคณะกรรมการในวาระถัดไป แต่ทิศทางนโยบายเฉพาะที่คณะกรรมการชุดใหม่จะดำเนินการนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป นักวิเคราะห์จะจับตาดูการประชุม กนง. ในครั้งต่อๆ ไป เพื่อดูว่าโครงสร้างการบริหารนี้จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินในอนาคตอย่างไร ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:13 UTC

ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ถูกขายด้วยราคาสถิติใหม่ 9.612 พันล้านดอลลาร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ถูกขายด้วยราคาสถิติใหม่ 9.612 พันล้านดอลลาร์

ทีมซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ถูกขายให้กับกลุ่มทุนที่นำโดย วินอด คอสลา ด้วยราคาสถิติใหม่ของเอ็นเอฟแอลที่ 9.612 พันล้านดอลลาร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ถูกขายด้วยราคาสถิติใหม่ 9.612 พันล้านดอลลาร์

แหล่งข่าวเดียว
ซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ถูกขายด้วยราคาสถิติใหม่ 9.612 พันล้านดอลลาร์

ทีมซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ถูกขายให้กับกลุ่มทุนที่นำโดย วินอด คอสลา ด้วยราคาสถิติใหม่ของเอ็นเอฟแอลที่ 9.612 พันล้านดอลลาร์

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การขายทีมซีแอตเทิล ซีฮอว์กส์ ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเจ้าของทีมในเอ็นเอฟแอลแล้ว แฟรนไชส์ดังกล่าวซึ่งเดิมอยู่ภายใต้การดูแลของกองมรดกของ พอล อัลเลน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ล่วงลับ ได้ถูกซื้อโดยกลุ่มทุนที่นำโดย วินอด คอสลา มหาเศรษฐีชาวอินเดีย-อเมริกัน ข้อตกลงที่มีมูลค่า 9.612 พันล้านดอลลาร์นี้ถือเป็นสถิติใหม่สำหรับแฟรนไชส์เอ็นเอฟแอล โดยแซงหน้าการขายทีมวอชิงตัน คอมมานเดอร์ส ในราคา 6.05 พันล้านดอลลาร์เมื่อปี 2023 นอกจากนี้ยังเป็นราคาขายที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทีมกีฬาในอเมริกาเหนือ รองจากทีมแอลเอ เลเกอร์ส ในเอ็นบีเอที่มีมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามกีฬาอเมริกัน การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเป็นเจ้าของทีมแชมป์ซูเปอร์โบว์ลล่าสุด การขายครั้งนี้ต้องได้รับการอนุมัติจากเจ้าของทีมเอ็นเอฟแอลอย่างน้อย 24 จาก 32 ทีม หลังจากการเข้าซื้อกิจการ คอสลากล่าวว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับหน้าที่ดูแลแฟรนไชส์นี้ โดยระบุว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้ซื้อทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ซูเปอร์โบว์ลมาได้ แม้ว่าการขายจะได้รับการอนุมัติจากลีกแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนเจ้าของครั้งนี้จะส่งผลต่อการดำเนินงานในอนาคตของทีมและการมีส่วนร่วมกับชุมชนในพื้นที่ซีแอตเทิลอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:12 UTC

Balloon AA ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมกลยุทธ์มุ่งเน้น ESG
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

Balloon AA ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมกลยุทธ์มุ่งเน้น ESG

ผู้ผลิตอุปกรณ์การตลาดสัญชาติไทย Balloon AA ฉลองการดำเนินธุรกิจครบสองทศวรรษ โดยปรับกลยุทธ์องค์กรสู่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

Balloon AA ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมกลยุทธ์มุ่งเน้น ESG

แหล่งข่าวเดียว
Balloon AA ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมกลยุทธ์มุ่งเน้น ESG

ผู้ผลิตอุปกรณ์การตลาดสัญชาติไทย Balloon AA ฉลองการดำเนินธุรกิจครบสองทศวรรษ โดยปรับกลยุทธ์องค์กรสู่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท ทูบีไลท์ จำกัด ผู้ผลิตภายใต้แบรนด์การตลาด Balloon AA กำลังฉลองครบรอบ 20 ปีของการดำเนินธุรกิจ ในขณะที่บริษัทก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ฝ่ายบริหารได้ประกาศการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญโดยให้ความสำคัญกับหลักการ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ

นายเมธาวี ตีระพัฒน์สกล ผู้บริหารบริษัท ทูบีไลท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทกำลังก้าวข้ามการแข่งขันแบบเดิมที่เน้นเพียงคุณภาพสินค้าและบริการ วิสัยทัศน์ใหม่นี้มุ่งเน้นการสร้างองค์กรที่เป็นผู้นำและเติบโตไปพร้อมกับการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน การเปลี่ยนแปลงนี้รวมถึงการปรับปรุงการออกแบบผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้วัสดุ การจัดการขยะและคาร์บอน รวมถึงการดูแลพนักงาน ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในกลุ่มผู้ผลิตท้องถิ่นที่หันมาใช้แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน แม้ว่าบริษัทจะระบุถึงความมุ่งมั่นต่อหลักการเหล่านี้แล้ว แต่ตัวชี้วัดเฉพาะสำหรับการลดคาร์บอนและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามเป้าหมาย ESG อย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการสื่อโฆษณาเป่าลมและอุปกรณ์การตลาดชั้นนำทั่วประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:12 UTC

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย 50 บาทต่อบาททองคำในวันนี้ ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยปรับตัวสูงขึ้น: 25 สิงหาคม 2569

ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย 50 บาทต่อบาททองคำในวันนี้ ตามข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทยได้ประกาศการปรับขึ้นของราคาทองคำเล็กน้อย โดย ณ เวลา 10.47 น. ตามเวลาท้องถิ่น ราคาขายทองรูปพรรณปรับตัวสูงขึ้น 50 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาขายอยู่ที่ 72,700 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความผันผวนของราคาทองคำเป็นตัวบ่งชี้ทั่วไปของสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่น แม้ว่าทองคำจะถูกซื้อเพื่อการลงทุนหรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางวัฒนธรรม เช่น เครื่องประดับอยู่บ่อยครั้ง แต่การปรับราคาเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มตลาดในวงกว้างที่สมาคมฯ ติดตามอยู่

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือตัวเลขนี้เป็นราคาขายทองรูปพรรณตามที่สมาคมค้าทองคำรายงาน นักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อทองคำควรทราบว่าราคาขายปลีกในร้านค้าแต่ละแห่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับค่ากำเหน็จและนโยบายเฉพาะของแต่ละร้าน เนื่องจากนี่เป็นการอัปเดตราคาตลาดรายวัน ราคาจึงยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาดโลกและความต้องการในท้องถิ่น ผู้ที่สนใจราคาปัจจุบันควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสมาคมค้าทองคำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอาจเกิดขึ้นได้ตามสถานการณ์ทางการเงินระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

นักธุรกิจใหญ่ชาวไทยยื่นมือช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลบิดาของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

นักธุรกิจใหญ่ชาวไทยยื่นมือช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลบิดาของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

กฤษณ์ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟิโก้ กรุ๊ป ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' ในการดูแลค่าใช้จ่ายทางการแพทย์สำหรับคุณพ่อที่ป่วยติดเตียง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

นักธุรกิจใหญ่ชาวไทยยื่นมือช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลบิดาของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

แหล่งข่าวเดียว
นักธุรกิจใหญ่ชาวไทยยื่นมือช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลบิดาของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

กฤษณ์ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟิโก้ กรุ๊ป ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' ในการดูแลค่าใช้จ่ายทางการแพทย์สำหรับคุณพ่อที่ป่วยติดเตียง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กฤษณ์ ศรีชวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟิโก้ กรุ๊ป ได้เสนอความช่วยเหลือทางการเงินแก่บิดาของ 'ต้า เฟ็ดเฟ่' อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวไทย โดยการดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ดีเจพล่ากุ้ง ได้โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ครอบครัวของอินฟลูเอนเซอร์รายนี้

แจ็ค แฟนฉัน ดาราชื่อดัง เป็นผู้ประสานงานหลังจากได้รับการติดต่อจากคุณกฤษณ์ ซึ่งระบุว่าเป็นแฟนคลับของทั้งคุณต้าและคุณยัต โดยคุณกฤษณ์แสดงความประสงค์ที่จะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ให้กับคุณพ่อของคุณต้าซึ่งปัจจุบันป่วยติดเตียง แจ็ค แฟนฉัน ได้ยืนยันรายละเอียดดังกล่าวระหว่างการออกรายการ 'Phutta Talk' ที่ดำเนินรายการโดย พุทธ อภิวรรณ โดยชี้แจงว่าการสนับสนุนนี้เป็นความตั้งใจส่วนตัวของคุณกฤษณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของนักธุรกิจชั้นนำที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและการกุศลในท้องถิ่น แม้ว่าการช่วยเหลือนี้จะได้รับการเปิดเผยผ่านคนกลาง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการสนับสนุนทางการเงินหรือแผนการรักษาในระยะยาวสำหรับคุณพ่อของคุณต้านั้นยังคงเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเกินกว่าข้อเสนอนี้หรือไม่ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินบริจาคทั้งหมด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:51 UTC

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือจีนพัฒนาดัชนีใหม่เพื่อดึงดูดเงินลงทุนในภูมิภาค
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือจีนพัฒนาดัชนีใหม่เพื่อดึงดูดเงินลงทุนในภูมิภาค

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำลังพัฒนาดัชนีการลงทุนใหม่โดยแบ่งสัดส่วน 60:40 ระหว่างหุ้นจีนและหุ้นอาเซียน เพื่อดึงดูดกระแสเงินลงทุน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือจีนพัฒนาดัชนีใหม่เพื่อดึงดูดเงินลงทุนในภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือจีนพัฒนาดัชนีใหม่เพื่อดึงดูดเงินลงทุนในภูมิภาค

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำลังพัฒนาดัชนีการลงทุนใหม่โดยแบ่งสัดส่วน 60:40 ระหว่างหุ้นจีนและหุ้นอาเซียน เพื่อดึงดูดกระแสเงินลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศหารือกับพันธมิตรทางการเงินจากจีนเพื่อสร้างดัชนีการลงทุนใหม่ โดยข้อมูลจาก Prachachat Business ระบุว่าโครงสร้างของดัชนีที่นำเสนอนั้นจะจัดสรรสัดส่วน 60% ให้กับหุ้นจีน หุ้นฮ่องกง และหุ้น A-Shares ในขณะที่อีก 40% ที่เหลือจะประกอบด้วยหุ้นในกลุ่มอาเซียน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่าความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการออกกองทุนรวมดัชนี (ETF) และส่งเสริมให้เกิดกระแสเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการเสริมสร้างการบูรณาการตลาดทุนในระดับภูมิภาค โดยมีการเร่งดำเนินการก่อนที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF และธนาคารโลกในเดือนตุลาคมนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ในภูมิทัศน์ทางการเงินของไทย ซึ่งอาจเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์การลงทุนในระดับภูมิภาค แม้ว่าความคิดริเริ่มนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสภาพคล่องของตลาดและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาค แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าดัชนีสุดท้ายจะมีโครงสร้างอย่างไร และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องจะเปิดให้ซื้อขายอย่างเป็นทางการเมื่อใด นักลงทุนและผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินการและกฎระเบียบเฉพาะที่จะกำกับดูแลเครื่องมือการลงทุนใหม่เหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:13 UTC

การส่งออกของไทยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

การส่งออกของไทยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

ภาคการส่งออกของไทยขยายตัว 21.6% ในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวของสินค้าเกษตร

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

การส่งออกของไทยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

แหล่งข่าวเดียว
การส่งออกของไทยเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

ภาคการส่งออกของไทยขยายตัว 21.6% ในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวของสินค้าเกษตร

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 โดยการขยายตัว 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เทคโนโลยีขั้นสูงและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่พุ่งสูงขึ้นถึง 45.3%

นอกเหนือจากภาคเทคโนโลยีแล้ว ภาคเกษตรกรรมยังแสดงสัญญาณของการฟื้นตัว โดยการส่งออกข้าวขยายตัว 5.3% ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 21 เดือน ผลการดำเนินงานด้านการส่งออกที่ต่อเนื่องนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงสถานะทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของเสถียรภาพทางอุตสาหกรรมและการบูรณาการเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างต่อเนื่อง ภาคการส่งออกที่แข็งแกร่งมักมีความสัมพันธ์กับกิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขจะบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่เป็นบวก แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสภาวะตลาดโลกมีความผันผวน ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าการฟื้นตัวของภาคเกษตรกรรมจะดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ และความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกจะยังคงแข็งแกร่งเพียงใดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 05:14 UTC

รัฐบาลไทยทบทวนกฎระเบียบการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยทบทวนกฎระเบียบการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์

ประเทศไทยกำลังปรับโครงสร้างกรอบการกำกับดูแลสำหรับการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ หลังจากมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีในอดีต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยทบทวนกฎระเบียบการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยทบทวนกฎระเบียบการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์

ประเทศไทยกำลังปรับโครงสร้างกรอบการกำกับดูแลสำหรับการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ หลังจากมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีในอดีต

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการจัดระเบียบภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบสำหรับการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจำนวนมากด้วยการเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ให้กับภาคส่วนนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าการหลั่งไหลเข้ามาของโครงการต่างๆ เกิดขึ้นโดยไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจนและครอบคลุม การขาดกฎระเบียบที่เฉพาะเจาะจงนี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการจัดการและการพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้ ขณะนี้รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการสร้างกรอบการทำงานที่มีโครงสร้างมากขึ้นเพื่อกำกับดูแลการลงทุนเหล่านี้ในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมาตรฐานมากขึ้นในภาคดิจิทัล แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างของประเทศไทยในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการวางแผนอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของข้อกำหนดด้านกฎระเบียบใหม่ยังคงต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่ากฎระเบียบที่จะออกมานี้จะส่งผลกระทบต่อโครงการที่มีอยู่เดิมหรือกรอบเวลาสำหรับการอนุมัติการลงทุนในอนาคตอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตทั้งหมดของการปรับเปลี่ยนนโยบายเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

ราคาทองคำในไทยยังคงยืนเหนือ 72,000 บาท ท่ามกลางความผันผวนของตลาด
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

ราคาทองคำในไทยยังคงยืนเหนือ 72,000 บาท ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

แม้จะมีความผันผวนในตลาดโลก แต่ราคาทองคำในประเทศของไทยยังคงทรงตัวอยู่เหนือ 72,000 บาท โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

ราคาทองคำในไทยยังคงยืนเหนือ 72,000 บาท ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

แหล่งข่าวเดียว
ราคาทองคำในไทยยังคงยืนเหนือ 72,000 บาท ท่ามกลางความผันผวนของตลาด

แม้จะมีความผันผวนในตลาดโลก แต่ราคาทองคำในประเทศของไทยยังคงทรงตัวอยู่เหนือ 72,000 บาท โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ราคาทองคำในประเทศไทยยังคงรักษาระดับไว้ได้เหนือ 72,000 บาทต่อทองคำแท่ง แม้ว่าตลาดทองคำโลกจะมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ นักวิเคราะห์ชี้ว่าการอ่อนค่าของเงินบาททำหน้าที่เป็นตัวช่วยพยุงราคาในประเทศเอาไว้ได้ แม้จะมีการแกว่งตัวในตลาดต่างประเทศก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ แนวโน้มนี้เน้นย้ำถึงอิทธิพลอย่างต่อเนื่องของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อราคาสินค้าโลหะมีค่าภายในประเทศ แม้ว่าราคาปัจจุบันจะยังคงมีเสถียรภาพ แต่ตลาดกำลังจับตาสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มักส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำโลกและส่งผลต่อเนื่องมายังตลาดในประเทศ

ในขณะนี้ ทิศทางระยะยาวของราคาทองคำยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจภายนอก ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อประเมินว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเงินบาทและการประเมินมูลค่าทองคำในประเทศไทยอย่างไร ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจควรตระหนักว่าตัวเลขเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามพัฒนาการทางการเงินของโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 04:10 UTC

อุตสาหกรรมสินค้าสัตว์เลี้ยงไทยรุกตลาดเวียดนาม
เศรษฐกิจ แหล่งข่าวเดียว

อุตสาหกรรมสินค้าสัตว์เลี้ยงไทยรุกตลาดเวียดนาม

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการสินค้าสัตว์เลี้ยงไทย 22 ราย บุกตลาดเวียดนาม สร้างมูลค่าการเจรจาการค้าได้กว่า 60 ล้านบาทภายในวันเดียว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมสินค้าสัตว์เลี้ยงไทยรุกตลาดเวียดนาม

แหล่งข่าวเดียว
อุตสาหกรรมสินค้าสัตว์เลี้ยงไทยรุกตลาดเวียดนาม

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการสินค้าสัตว์เลี้ยงไทย 22 ราย บุกตลาดเวียดนาม สร้างมูลค่าการเจรจาการค้าได้กว่า 60 ล้านบาทภายในวันเดียว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในประเทศเวียดนาม โดยนำผู้ประกอบการไทยจำนวน 22 รายที่เชี่ยวชาญด้านสินค้าสัตว์เลี้ยงเข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยในตลาดเวียดนาม

จากการเจรจาธุรกิจเพียงวันเดียว บริษัทที่เข้าร่วมสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายได้มากกว่า 60 ล้านบาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสินค้าสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้นในระดับภูมิภาค รวมถึงความพยายามเชิงรุกของหน่วยงานการค้าไทยในการขยายโอกาสการส่งออกภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ตอกย้ำถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในท้องถิ่น ซึ่งยังคงได้รับการยอมรับในระดับสากลทั้งในด้านคุณภาพและนวัตกรรม แม้ว่าตัวเลขการค้าในเบื้องต้นจะดูน่าพอใจ แต่ยังคงต้องติดตามว่าความร่วมมือเหล่านี้จะพัฒนาไปสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายในระยะยาวอย่างไร และความสำเร็จนี้จะนำไปสู่ภารกิจทางการค้าที่นำโดยภาครัฐเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้หรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่มีการระบุรายละเอียดว่าสินค้าสัตว์เลี้ยงประเภทใดที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากการเจรจาในครั้งนี้ และผลกระทบระยะยาวต่อราคาขายปลีกในท้องถิ่นหรือความพร้อมจำหน่ายของสินค้าในประเทศไทยยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 27 สิงหาคม 2026, 03:50 UTC