ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ทั่วไป กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ✦
ความปลอดภัย สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน ✦
กีฬา นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS ✦
เศรษฐกิจ กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม ✦
กีฬา กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์ ✦
เหตุการณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม” ✦
สุขภาพ สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน ✦
เทคโนโลยี ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ ✦
ทั่วไป

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางการไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยมุ่งเน้นลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมชลประทานกำลังดำเนินการติดตามระดับน้ำฝนทั่วประเทศไทยอย่างเข้มงวด โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

กลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนที่ตั้งอยู่ท้ายเขื่อน โดยการปรับอัตราการระบายน้ำตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ เจ้าหน้าที่มุ่งหวังที่จะสร้างสมดุลระหว่างความจุของอ่างเก็บน้ำและความปลอดภัยของประชาชนรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำตอนล่าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการป้องกันผลกระทบจากน้ำในช่วงฤดูกาล แม้ว่าแผนการบริหารจัดการในปัจจุบันจะถูกออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางใกล้ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากทางการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินต่อไปนานเท่าใด เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอนาคตและความรุนแรงของฤดูมรสุมที่เหลืออยู่ ขณะนี้ทางการยังไม่ได้ออกคำเตือนเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ขอแนะนำให้ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:15 UTC

ความปลอดภัย

สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง

แหล่งข่าวเดียว
สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง

พี่น้องวัย 17 และ 20 ปี ประสบอุบัติเหตุเรือล่มเสียชีวิตขณะกำลังขนกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุสลดในคลองสำโรง ส่งผลให้พี่น้องสองคนอายุ 17 และ 20 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยทั้งคู่กำลังพายเรือเพื่อไปซื้อกระสอบทรายสำหรับนำมาใช้ป้องกันน้ำท่วมที่บ้านพัก

ในระหว่างการเดินทาง เรือเกิดล่มทำให้ทั้งสองคนจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและทีมกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุและเข้าช่วยเหลือ แต่โชคร้ายที่พบว่าผู้ประสบเหตุทั้งสองเสียชีวิตแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการสัญจรทางน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วม ระดับน้ำในคลองอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกระแสน้ำอาจมีความรุนแรงจนคาดเดาไม่ได้ ทำให้การใช้เรือขนาดเล็กมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ

แม้ว่าจะมีการรายงานถึงเหตุการณ์เรือล่มในเบื้องต้นแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของคลองในขณะเกิดเหตุและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่ออยู่ใกล้พื้นที่น้ำท่วม และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดในการใช้บริการขนส่งทางน้ำในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

ชาวบ้านในอำเภอบางบาลรายงานเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในช่วงกลางดึก ทำให้เก็บของไม่ทัน สร้างความกังวลต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ชาวบ้านในอำเภอบางบาลได้รับผลกระทบอย่างหนักจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ทำให้ชาวบ้านหลายคนตั้งตัวไม่ทันและไม่มีเวลาเพียงพอในการขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ชาวบ้านจำนวนมากรายงานว่าต้องจ้างคนมาช่วยขนย้ายทรัพย์สินไปไว้ในที่ปลอดภัยเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ของน้ำท่วมตามฤดูกาลในภูมิภาคนี้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรเฝ้าระวัง ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่น และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพถนนหรือการเข้าถึงพื้นที่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อครัวเรือนในพื้นที่จะชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีกี่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหรือจะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกหรือไม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและเส้นทางอพยพที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:15 UTC

กีฬา

นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS

แหล่งข่าวเดียว
นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS

ตีโต้ จอห์นสัน นักชกชาวอเมริกันวัย 15 ปี ได้เซ็นสัญญานักมวยอาชีพเป็นเวลา 5 ปีกับรายการ Rajadamnern World Series (RWS) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพมวยไทยของเขา

ตามรายงานจาก Khaosod Online ตีโต้ จอห์นสัน นักชกชาวอเมริกันวัย 15 ปี ได้เซ็นสัญญานักมวยอาชีพอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 ปีกับรายการ Rajadamnern World Series (RWS) โดยพิธีเซ็นสัญญาจัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนินอันเก่าแก่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจสำหรับนักกีฬาเยาวชนรายนี้ โดยมีภาพที่เขาหลั่งน้ำตาขณะกอดคอพ่อและโปรโมเตอร์ผู้จัดงาน

จอห์นสันฝึกฝนศิลปะมวยไทยมาตั้งแต่เด็ก และเคยผ่านการชกมวยไทย 5 ยกในสังกัดเพชรยินดีมาก่อน การก้าวเข้าสู่เวที RWS ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอาชีพของเขา จอห์นสันได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นแชมป์เวทีราชดำเนินและต้องการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมระดับสากลที่เพิ่มขึ้นของกีฬามวยไทย และความสำคัญของเวทีมวยราชดำเนินในฐานะศูนย์กลางระดับโลกของกีฬานี้ ทั้งนี้ จอห์นสันมีกำหนดการขึ้นชกเปิดตัวในรายการ RWS ในศึก 'RWS KNOCKTOBERFEST' วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ แม้เส้นทางอาชีพของเขาจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ผู้ชมยังคงต้องติดตามผลงานในการขึ้นชกรายการใหญ่ครั้งแรกของเขาต่อไป โดยรายละเอียดเกี่ยวกับคู่ชกและตารางการแข่งขันทั้งหมดสำหรับรายการในเดือนตุลาคมยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:18 UTC

เศรษฐกิจ

กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย

กรมการค้าต่างประเทศของไทยกำลังเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีน 2 แห่ง เพื่อเพิ่มการลงทุนในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้เริ่มหารือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากจีน 2 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตเหล่านี้ขยายฐานการลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นไปที่การเพิ่มกำลังการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการนำชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเข้ามาใช้ในห่วงโซ่อุปทานให้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค การเพิ่มการผลิตในประเทศอาจนำไปสู่ระบบนิเวศยานยนต์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนสำหรับผู้บริโภคและสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคการผลิต สำหรับนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมและความหลากหลายของตัวเลือกการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศในอนาคต

แม้ว่าการเจรจาเหล่านี้จะเป็นก้าวเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทรถยนต์รายใดบ้างที่เกี่ยวข้องในการหารือ และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการลงทุนที่แน่ชัด ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อผูกพันที่เป็นรูปธรรมจากบริษัทจีนหรือไม่ ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งที่ยั่งยืนในระดับโลกต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมยึดยาไอซ์ 519 กิโลกรัม ซึ่งเตรียมขนส่งไปยังภาคใต้ของประเทศไทย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้แถลงผลการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดในกรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวม 519 กิโลกรัม

นอกจากยาเสพติดแล้ว ตำรวจยังได้ยึดอาวุธปืนและรถบรรทุกที่คาดว่าเตรียมไว้สำหรับขนส่งยาเสพติดดังกล่าวลงสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดรายใหญ่ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดในประเทศไทย การครอบครองและค้ายาเสพติดมีบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง รวมถึงการจำคุกระยะยาวและในกรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นประหารชีวิต แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในประเทศ

ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายอาชญากรรมทั้งหมดและติดตามผู้ต้องหาที่อาจยังหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของยาเสพติดหรือตัวการสำคัญเบื้องหลังปฏิบัติการนี้ นักท่องเที่ยวควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กีฬา

กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์

แหล่งข่าวเดียว
กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์

แฟนกีฬาสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' นักกีฬาชาวไทยผ่านจอขนาดยักษ์ที่สามย่านมิตรทาวน์ได้ในวันนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในกรุงเทพฯ มีโอกาสมารวมตัวกันเพื่อร่วมเชียร์นักกีฬาไทยในวันนี้ โดยมีการติดตั้งจอขนาดยักษ์ที่สามย่านมิตรทาวน์เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงเหรียญทองของนักกีฬาชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'บิว'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองขณะนี้ กิจกรรมนี้มอบบรรยากาศที่คึกคักในการร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทีมชาติไปพร้อมกับแฟนกีฬาคนอื่นๆ สามย่านมิตรทาวน์ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่มีชื่อเสียง สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกผ่านสถานีรถไฟฟ้า MRT สามย่าน ทำให้เป็นสถานที่ที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในความตื่นเต้นของกิจกรรมกีฬาในท้องถิ่น

แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับผู้สนับสนุน แต่ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมควรทราบว่ารายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันที่แน่นอนหรือมาตรการจัดการฝูงชนไม่ได้ระบุไว้ในการประกาศเบื้องต้น เช่นเดียวกับการรวมตัวในที่สาธารณะที่มีผู้คนหนาแน่น ผู้เข้าร่วมควรมาถึงก่อนเวลาเพื่อจับจองพื้นที่รับชมที่ดี ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีกิจกรรมเสริมหรือแขกรับเชิญพิเศษร่วมในงานหรือไม่ กิจกรรมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อความสำเร็จด้านกีฬาของชาติ และบทบาทของพื้นที่ในเมืองในการส่งเสริมจิตวิญญาณของชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เหตุการณ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม”

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม”

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดการประกวดเพื่อคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาเข้าสู่เวที “วิศวกรสังคม” ระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดการประกวด “วิศวกรสังคม” ขึ้น ตามรายงานจาก Matichon Online กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อค้นหาและคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่มีความสามารถโดดเด่นของมหาวิทยาลัย เพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมความเป็นผู้นำและทักษะการแก้ปัญหาเพื่อชุมชนในหมู่นักศึกษา การเข้าร่วมในกรอบแนวคิด “วิศวกรสังคม” ช่วยกระตุ้นให้นักศึกษานำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมในท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นในภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการพัฒนาภูมิภาคและการเสริมสร้างศักยภาพให้กับเยาวชน แม้ว่าการประกวดจะเป็นเวทีสำหรับการเติบโตของนักศึกษา แต่ก็ยังสะท้อนถึงแนวโน้มในแวดวงวิชาการไทยที่มุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและเน้นชุมชนเป็นฐาน ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเฉพาะที่นักศึกษานำเสนอหรือกำหนดการสำหรับเวทีระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึงยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจผลกระทบต่อชุมชนของมหาวิทยาลัยสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกองพัฒนานักศึกษาของสถาบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

สุขภาพ

สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน

สถาบันวัคซีนแห่งชาติของไทยได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) ได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ นักวิชาการ และนักสื่อสาร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการเปลี่ยนความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้เป็นความเชื่อมั่นที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการสร้างมาตรฐานการสื่อสารเรื่องวัคซีนและจัดการกับข้อมูลที่บิดเบือน การส่งเสริมการสนทนาระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และสาธารณชนเป็นสิ่งที่ สวช. มุ่งหวังเพื่อให้แน่ใจว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพยังคงเป็นลำดับความสำคัญในระบบสาธารณสุขของประเทศ

แม้ว่าเวทีเสวนาจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นนโยบายสาธารณสุขที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงในโครงการรณรงค์การฉีดวัคซีนอย่างไร กิจกรรมนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการด้านสุขภาพเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ส่วนตัวหรือช่องทางสาธารณสุขที่เป็นทางการของรัฐบาลต่อไป เพื่อรับคำแนะนำทางการแพทย์หรือข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับตารางการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ สวช. ยังไม่ได้เผยแพร่แผนงานโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ในแคมเปญสาธารณสุขในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เทคโนโลยี

ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ

ไทยคมประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการเป็น Gulf Space Technology เพื่อสะท้อนการปรับกลยุทธ์จากผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสารไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอวกาศที่ครอบคลุมมากขึ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศการรีแบรนด์องค์กรครั้งใหญ่ โดยตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นต้นไป บริษัทจะดำเนินงานภายใต้ชื่อใหม่ว่า 'บริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)' หรือ Gulf Space Technology Public Company Limited การเปลี่ยนแปลงนี้ซึ่งจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านรูปแบบธุรกิจของบริษัท จากบทบาทเดิมในฐานะผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสาร ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอวกาศอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในภาคอวกาศระดับโลก ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ชื่อย่อหลักทรัพย์ของบริษัทได้รับการปรับปรุงเป็น 'GST' เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์องค์กรใหม่

แม้ว่าการรีแบรนด์จะส่งสัญญาณถึงการปรับกลยุทธ์ที่ชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะของบริการเทคโนโลยีอวกาศใหม่ที่จะนำเสนอนั้นยังคงต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติม ผู้อยู่อาศัยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศจากบริษัทในอนาคตเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการผ่านดาวเทียมในท้องถิ่นอย่างไร ในขณะนี้บริษัทยืนยันเพียงการเปลี่ยนชื่อและชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่เท่านั้น โดยคาดว่ารายละเอียดการดำเนินงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอร์ตโฟลิโอการบริการที่ขยายตัวจะมีการเปิดเผยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:18 UTC

ไทยและจีนเปิดฉากการฝึกซ้อมทางอากาศ Falcon Strike 2026
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ไทยและจีนเปิดฉากการฝึกซ้อมทางอากาศ Falcon Strike 2026

กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศจีนได้เริ่มการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันในชื่อ Falcon Strike 2026 ที่จังหวัดอุดรธานี

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ไทยและจีนเปิดฉากการฝึกซ้อมทางอากาศ Falcon Strike 2026

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและจีนเปิดฉากการฝึกซ้อมทางอากาศ Falcon Strike 2026

กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศจีนได้เริ่มการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันในชื่อ Falcon Strike 2026 ที่จังหวัดอุดรธานี

ตามรายงานจาก Khaosod English กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้เปิดฉากการฝึกซ้อมทางอากาศร่วมกันในชื่อ Falcon Strike 2026 อย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยการฝึกซ้อมกำลังจัดขึ้นที่กองบิน 23 ในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

การฝึกซ้อมนี้เกี่ยวข้องกับยุทโธปกรณ์ทางทหารที่หลากหลาย รวมถึงเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมภัยทางอากาศ นอกจากนี้ โปรแกรมการฝึกยังมีการฝึกซ้อมการเติมน้ำมันกลางอากาศ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศของทั้งสองประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี การฝึกซ้อมนี้จะส่งผลให้มีการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการบินทางทหาร แม้ว่าการฝึกซ้อมร่วมดังกล่าวจะเป็นรูปแบบมาตรฐานของความร่วมมือทางทหารระดับทวิภาคี แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอาจสังเกตเห็นระดับเสียงที่ดังขึ้นหรือรูปแบบการบินที่ผิดปกติใกล้กับฐานทัพอากาศ

ในขณะนี้ ระยะเวลาที่แน่นอนของการฝึกซ้อมและขอบเขตทั้งหมดของวัตถุประสงค์ทางยุทธวิธีนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากโฆษกทางทหารอย่างเป็นทางการ ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ทางการท้องถิ่นยังไม่ได้ออกคำแนะนำการเดินทางใดๆ เป็นพิเศษ แต่ผู้ที่วางแผนจะไปเยือนหรือพำนักอยู่ใกล้กองบิน 23 ควรตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการจำกัดน่านฟ้าชั่วคราวหรือกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:10 UTC

GULF ขยายผลโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' นำขยะพลาสติกมาอัปไซเคิลเป็นจีวรและของใช้
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

GULF ขยายผลโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' นำขยะพลาสติกมาอัปไซเคิลเป็นจีวรและของใช้

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ขยายโครงการลดขยะโดยรวบรวมขวดพลาสติกกว่า 1.1 ตันจากสำนักงานเพื่อนำไปอัปไซเคิลเป็นจีวรและของใช้ต่างๆ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

GULF ขยายผลโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' นำขยะพลาสติกมาอัปไซเคิลเป็นจีวรและของใช้

แหล่งข่าวเดียว
GULF ขยายผลโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' นำขยะพลาสติกมาอัปไซเคิลเป็นจีวรและของใช้

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ขยายโครงการลดขยะโดยรวบรวมขวดพลาสติกกว่า 1.1 ตันจากสำนักงานเพื่อนำไปอัปไซเคิลเป็นจีวรและของใช้ต่างๆ

ตามรายงานจาก Khaosod Online บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ดำเนินโครงการ 'ขอ ขวด ของเรา' เข้าสู่ปีที่ 2 โดยได้ขยายผลจากสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ไปยังสำนักงานในพื้นที่ภาคตะวันออกอีก 7 แห่ง

ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 พนักงานได้ร่วมกันคัดแยกขวดพลาสติก PET จำนวน 1,183 กิโลกรัม และส่งมอบให้กับวัดจากแดง ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปอัปไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ผ้าไตรจีวร ผ้าห่ม และเสื้อผ้า บริษัทประเมินว่าโครงการนี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 2.48 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยที่ภาคเอกชนและสถาบันทางศาสนาร่วมมือกันจัดการขยะพลาสติก แม้ว่าโครงการนี้จะแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่เป็นรูปธรรมในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรสีเขียว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการในลักษณะนี้จะขยายตัวไปยังองค์กรเอกชนขนาดใหญ่อื่นๆ ในประเทศอย่างไร ผลกระทบระยะยาวของความพยายามในการรีไซเคิลเหล่านี้ต่อโครงสร้างพื้นฐานการจัดการขยะในท้องถิ่นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน แต่ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ในประเทศไทยปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

ประกาศจัดการแสดงโขน 'สีดา' ปลายปี 2569
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ประกาศจัดการแสดงโขน 'สีดา' ปลายปี 2569

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประกาศจัดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ประกาศจัดการแสดงโขน 'สีดา' ปลายปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศจัดการแสดงโขน 'สีดา' ปลายปี 2569

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประกาศจัดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กำหนดจัดการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา โดยการแสดงจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ โดยเนื้อเรื่องดำเนินตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งเน้นเรื่องราวของนางสีดา ความบริสุทธิ์ และมหากาพย์แห่งความรักที่ก่อให้เกิดสงคราม มูลนิธิฯ เน้นย้ำว่ากิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานและรักษาศิลปะชั้นสูงของชาติให้คงอยู่สืบไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การแสดงนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับศิลปะการแสดงชั้นสูงที่ทรงคุณค่าที่สุดอย่างหนึ่งของไทย ซึ่งโดดเด่นด้วยเครื่องแต่งกายที่วิจิตรบรรจง ท่ารำที่ประณีต และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แม้ว่าจะมีการยืนยันวันและสถานที่จัดงานแล้ว ผู้ที่สนใจเข้าชมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจำหน่ายบัตร เนื่องจากมูลนิธิฯ ได้เริ่มเปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะมีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบการแสดงและราคาบัตรผ่านช่องทางหลักต่อไปเมื่อใกล้ถึงวันแสดง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:16 UTC

อุบลราชธานีจัดกิจกรรมสืบสานมรดกผ้าทอพื้นถิ่น
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

อุบลราชธานีจัดกิจกรรมสืบสานมรดกผ้าทอพื้นถิ่น

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ผ้าทอพื้นเมืองของไทย

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

อุบลราชธานีจัดกิจกรรมสืบสานมรดกผ้าทอพื้นถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
อุบลราชธานีจัดกิจกรรมสืบสานมรดกผ้าทอพื้นถิ่น

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ผ้าทอพื้นเมืองของไทย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำและสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 11 ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมในหัวข้อ “สืบสานศาสตร์ศิลป์ มรดกแผ่นดิน ผ้าถิ่นไทอุบล” ซึ่งจัดขึ้นในจังหวัดอุบลราชธานี โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมและอนุรักษ์งานฝีมือสิ่งทอในระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่นในการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ศิลปะไทยแบบดั้งเดิม การมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวช่วยให้เข้าใจถึงอัตลักษณ์ของภูมิภาคและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการผลิตสิ่งทอในภาคอีสานได้ดียิ่งขึ้น การสนับสนุนงานฝีมือท้องถิ่นเหล่านี้มักได้รับการส่งเสริมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างยั่งยืน

แม้ว่ากิจกรรมดังกล่าวจะประสบความสำเร็จในการจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่รายละเอียดเกี่ยวกับนิทรรศการในอนาคตหรือโครงการเฉพาะที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับเวิร์กช็อปสิ่งทอโดยตรงนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจในศิลปะท้องถิ่นสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัด เพื่อรับทราบโอกาสในการเยี่ยมชมชุมชนช่างฝีมือหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:03 UTC

มรดกแห่งหลวงปู่สี: สำรวจเหรียญ 'อายุยืน' อันทรงคุณค่า
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

มรดกแห่งหลวงปู่สี: สำรวจเหรียญ 'อายุยืน' อันทรงคุณค่า

Khaosod Online นำเสนอความสำคัญทางประวัติศาสตร์และรายละเอียดการออกแบบของเหรียญ 'อายุยืน' ปี 2517 ซึ่งเป็นวัตถุมงคลยอดนิยมของหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

มรดกแห่งหลวงปู่สี: สำรวจเหรียญ 'อายุยืน' อันทรงคุณค่า

แหล่งข่าวเดียว
มรดกแห่งหลวงปู่สี: สำรวจเหรียญ 'อายุยืน' อันทรงคุณค่า

Khaosod Online นำเสนอความสำคัญทางประวัติศาสตร์และรายละเอียดการออกแบบของเหรียญ 'อายุยืน' ปี 2517 ซึ่งเป็นวัตถุมงคลยอดนิยมของหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค

ตามรายงานจาก Khaosod Online เหรียญ 'อายุยืน' ยังคงเป็นวัตถุมงคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักสะสมพระเครื่องไทย เหรียญรุ่นนี้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517 ถือเป็นเหรียญรุ่นที่ 2 ของหลวงปู่สี ฉันทสิริ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดเขาถ้ำบุญนาค จังหวัดนครสวรรค์

เหรียญดังกล่าวมีความโดดเด่นในเรื่องความหายาก โดยมีการจัดสร้างทั้งหมด 4 เนื้อ ได้แก่ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวะ และเนื้อทองแดง ลักษณะเป็นทรงรูปไข่มีหูห่วงในตัว ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงปู่นั่งสมาธิเต็มองค์ มียันต์ที่สังฆาฏิ และมีตัวหนังสือเขียนว่า 'อายุยืน' ด้านล่าง ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ใบพัดกำกับด้วยอักขระขอมและตัวเลขไทย ๒๕๑๗ ขอบเหรียญมีข้อความระบุว่า 'หลวงปู่สี ฉนฺทสิริ อายุ ๑๒๕ วัดเขาถ้ำบุญนาค'

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุมงคลเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงประเพณีการเคารพบูชาทางพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกในประเทศไทย แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นวัตถุทางวัฒนธรรม แต่ราคาตลาดและความแท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ นักสะสมควรทราบว่าเนื่องจากเหรียญเหล่านี้มีความหายาก การตรวจสอบที่มาผ่านแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งจำเป็น รายงานนี้ถือเป็นข้อมูลอ้างอิงทางประวัติศาสตร์สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับมรดกของพระเกจิอาจารย์ไทยที่มีชื่อเสียง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:00 UTC

รำลึกถึงหลวงปู่หยอด: มรดกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รำลึกถึงหลวงปู่หยอด: มรดกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง

ข่าวสดออนไลน์สำรวจชีวิตและประวัติทางจิตวิญญาณของหลวงปู่หยอด อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญ จังหวัดสมุทรสงคราม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รำลึกถึงหลวงปู่หยอด: มรดกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกถึงหลวงปู่หยอด: มรดกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง

ข่าวสดออนไลน์สำรวจชีวิตและประวัติทางจิตวิญญาณของหลวงปู่หยอด อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญ จังหวัดสมุทรสงคราม

ข่าวสดออนไลน์ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของหลวงปู่หยอด หรือพระครูสุนทรธรรมกิจ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาและมักถูกเรียกว่า 'นักบุญลุ่มน้ำแม่กลอง' ท่านเกิดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 ในจังหวัดราชบุรี เติบโตในครอบครัวพ่อค้าก่อนที่จะอุทิศชีวิตให้กับร่มกาสาวพัสตร์

เส้นทางทางจิตวิญญาณของท่านเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2472 เมื่อท่านบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดแก้วเจริญ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ. 2474 โดยมีพระราชมงคลวุฒาจารย์ (ใจ) แห่งวัดเสด็จ เป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญ ท่านได้กลายเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงศาสนาของท้องถิ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในวัฒนธรรมไทย การทำความเข้าใจประวัติของเจ้าอาวาสท้องถิ่นอย่างหลวงปู่หยอดช่วยให้เห็นภาพมรดกทางจิตวิญญาณของภูมิภาคสมุทรสงครามได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มรดกของท่านยังคงผูกพันอยู่กับวัดและประเพณีของชุมชนท้องถิ่น แม้ว่ารายงานจะเน้นไปที่ภูมิหลังทางชีวประวัติและความเกี่ยวข้องกับวัตถุมงคลเฉพาะอย่าง เช่น พระสมเด็จอกครุฑ แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรักษาวัตถุส่วนตัวของท่านภายในวัดนั้น ยังคงเป็นเรื่องที่ผู้มาเยือนสถานที่จริงจะต้องเป็นผู้ยืนยันข้อมูลด้วยตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:00 UTC

รสชาติแห่งตำนาน: สำรวจสตรีทฟู้ดร้าน ‘เฮียโป่ย’ ย่านวงเวียน 22
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รสชาติแห่งตำนาน: สำรวจสตรีทฟู้ดร้าน ‘เฮียโป่ย’ ย่านวงเวียน 22

Khaosod Online นำเสนอความนิยมที่ยั่งยืนของร้าน ‘ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเฮียโป่ยสหยางทอง’ ร้านสตรีทฟู้ดเก่าแก่ในย่านวงเวียน 22 กรกฎาคม ของกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รสชาติแห่งตำนาน: สำรวจสตรีทฟู้ดร้าน ‘เฮียโป่ย’ ย่านวงเวียน 22

แหล่งข่าวเดียว
รสชาติแห่งตำนาน: สำรวจสตรีทฟู้ดร้าน ‘เฮียโป่ย’ ย่านวงเวียน 22

Khaosod Online นำเสนอความนิยมที่ยั่งยืนของร้าน ‘ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเฮียโป่ยสหยางทอง’ ร้านสตรีทฟู้ดเก่าแก่ในย่านวงเวียน 22 กรกฎาคม ของกรุงเทพฯ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสำรวจภูมิทัศน์ทางอาหารอันเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ย่านวงเวียน 22 กรกฎาคม ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ ตามรายงานของ Khaosod Online ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ‘เฮียโป่ยสหยางทอง’ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านสหยางทอง ยังคงดึงดูดลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยรสชาติแบบดั้งเดิมในราคาที่จับต้องได้

ร้านนี้มีชื่อเสียงในด้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาโบราณและกระเพาะปลาน้ำแดง โดยราคาเริ่มต้นเพียง 60 บาท เมนูเด่นคือ ‘เส้นเล็กต้มยำ’ ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องแน่นที่ทางร้านทำเอง เช่น ลูกชิ้นปลาโบราณ ลูกชิ้นกุ้ง ฮื่อก้วยเนื้อนุ่ม รวมถึงเกี๊ยวหมูทั้งแบบต้มและทอด น้ำซุปที่เคี่ยวจากโครงไก่และเครื่องสมุนไพรจีนถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเสริมรสชาติให้กับเครื่องปรุงต้มยำสูตรเฉพาะของร้าน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ร้านนี้มอบประสบการณ์สตรีทฟู้ดที่แท้จริงของกรุงเทพฯ โดยเน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบที่เตรียมวันต่อวัน สำหรับเมนูพิเศษราคา 70 บาทนั้นขึ้นชื่อเรื่องปริมาณที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรทราบว่าร้านนี้เป็นร้านสตรีทฟู้ดแบบดั้งเดิม ซึ่งมีที่นั่งและบริการที่เป็นกันเองและไม่เป็นทางการ เช่นเดียวกับร้านอาหารท้องถิ่นหลายแห่งในย่านประวัติศาสตร์ เวลาเปิดทำการและความพร้อมของวัตถุดิบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงแนะนำให้ไปใช้บริการในช่วงเวลากลางวันเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประทานเมนูครบถ้วนตามที่ต้องการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:01 UTC

เปิดตำนาน 'ขนมไข่ปลา': ขนมหวานจากลูกตาลสุกแห่งราชบุรี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เปิดตำนาน 'ขนมไข่ปลา': ขนมหวานจากลูกตาลสุกแห่งราชบุรี

ชาวบ้านในจังหวัดราชบุรีสืบสานวิถีไท-ยวนด้วยการทำขนม 'ไข่ปลา' จากลูกตาลสุกตามฤดูกาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เปิดตำนาน 'ขนมไข่ปลา': ขนมหวานจากลูกตาลสุกแห่งราชบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตำนาน 'ขนมไข่ปลา': ขนมหวานจากลูกตาลสุกแห่งราชบุรี

ชาวบ้านในจังหวัดราชบุรีสืบสานวิถีไท-ยวนด้วยการทำขนม 'ไข่ปลา' จากลูกตาลสุกตามฤดูกาล

ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี คุณสุนันทา จันรวม ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความสนใจจากการทำขนม 'ไข่ปลา' แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาจากชาวไท-ยวน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ขนมชนิดนี้ทำจากลูกตาลสุกที่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน

กระบวนการทำเริ่มจากการยีเนื้อลูกตาลสุกสีเหลืองนำมาผสมกับแป้งข้าวเหนียว เกลือ และน้ำต้มสุก นวดจนได้เนื้อแป้งที่นุ่ม จากนั้นนำมาคลึงเป็นเส้นกลมยาวปลายแหลมคล้ายไข่ปลา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อขนม ก่อนนำไปต้มในน้ำเชื่อมจนสุกและนำมาคลุกกับมะพร้าวทึนทึกขูดที่นึ่งจนหอม ขนมชนิดนี้มีจุดเด่นที่เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบและกลิ่นหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกตาลสุก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ขนมนี้ถือเป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมอาหารชุมชนตามฤดูกาลที่น่าลิ้มลอง โดยจำหน่ายในราคาเริ่มต้นกล่องละ 20 บาท แม้ปัจจุบันขนมจะวางจำหน่ายผ่านธุรกิจในครัวเรือนของคุณสุนันทา แต่ผู้ที่สนใจสั่งซื้อหรือต้องการแวะไปชมควรติดต่อสอบถามโดยตรงผ่านทางเฟซบุ๊กหรือโทรศัพท์หมายเลข 06-3998-1624 เพื่อยืนยันความพร้อมของสินค้า เนื่องจากกระบวนการผลิตขึ้นอยู่กับผลผลิตลูกตาลสุกตามฤดูกาลเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:35 UTC

การอนุรักษ์มรดกชาวกะเหรี่ยงผ่านงานผ้าทอพื้นเมืองที่บ้านหล่ายแก้ว
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การอนุรักษ์มรดกชาวกะเหรี่ยงผ่านงานผ้าทอพื้นเมืองที่บ้านหล่ายแก้ว

จันทร์คำ 'ตุ้ย' ปู่เป็ด หรือ 'ตุ้ย ดอยเต่า' กำลังฟื้นฟูประเพณีการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยง โดยการเชื่อมโยงผู้บริโภคในเมืองเข้ากับเรื่องราวของช่างฝีมือในชุมชนของเขา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การอนุรักษ์มรดกชาวกะเหรี่ยงผ่านงานผ้าทอพื้นเมืองที่บ้านหล่ายแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
การอนุรักษ์มรดกชาวกะเหรี่ยงผ่านงานผ้าทอพื้นเมืองที่บ้านหล่ายแก้ว

จันทร์คำ 'ตุ้ย' ปู่เป็ด หรือ 'ตุ้ย ดอยเต่า' กำลังฟื้นฟูประเพณีการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยง โดยการเชื่อมโยงผู้บริโภคในเมืองเข้ากับเรื่องราวของช่างฝีมือในชุมชนของเขา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชุมชนบ้านหล่ายแก้วกำลังได้รับความสนใจจากงานผ้าทอฝ้ายแบบดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง จันทร์คำ 'ตุ้ย' ปู่เป็ด ช่างฝีมือชาวกะเหรี่ยงผู้เริ่มต้นเส้นทางในธุรกิจสิ่งทอมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ได้อุทิศตนเพื่อนำเสนอผลงานหัตถกรรมจากหมู่บ้านของเขา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจในมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ ตุ้ยเน้นย้ำว่ารูปแบบธุรกิจของเขามุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของช่างทอ คนปลูกฝ้าย และคนย้อมสีธรรมชาติ มากกว่าแค่ตัวผืนผ้า การแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้ตามตลาดนัดวันหยุดมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างงานที่ยั่งยืนให้กับชุมชน พร้อมทั้งอนุรักษ์เทคนิคโบราณที่ถ่ายทอดมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน

แนวทางนี้ได้เปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นผู้สนับสนุนชุมชน ส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยง แม้ว่าในปัจจุบันผ้าทอจะวางจำหน่ายตามบูธในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ผลกระทบระยะยาวของรูปแบบนี้ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของหมู่บ้านหล่ายแก้วนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ที่สนใจสนับสนุนช่างฝีมือเหล่านี้สามารถมองหาบูธของตุ้ย ซึ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานหัตถกรรมดั้งเดิมในพื้นที่ห่างไกลกับความต้องการของตลาดสมัยใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:36 UTC

เกิดข้อพิพาทที่ดินมรดกของ 'นายเฮียง'
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อพิพาทที่ดินมรดกของ 'นายเฮียง'

ลูกสาวของ 'นายเฮียง' ผู้ล่วงลับอ้างว่าพ่อมีเจตนาสร้างวัดแต่ไม่ได้ยกที่ดินให้ พร้อมระบุว่ามีขบวนการพยายามฮุบที่ดินดังกล่าว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เกิดข้อพิพาทที่ดินมรดกของ 'นายเฮียง'

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อพิพาทที่ดินมรดกของ 'นายเฮียง'

ลูกสาวของ 'นายเฮียง' ผู้ล่วงลับอ้างว่าพ่อมีเจตนาสร้างวัดแต่ไม่ได้ยกที่ดินให้ พร้อมระบุว่ามีขบวนการพยายามฮุบที่ดินดังกล่าว

เกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่เกี่ยวข้องกับมรดกของ 'นายเฮียง' ผู้ล่วงลับ ตามรายงานของ Thai Post นางบัวเรียน พิมพ์ศรี ลูกสาวคนที่ 3 ของนายเฮียงและนางนาง ได้ยื่นฟ้องทางกฎหมายร่วมกับมารดา นางบัวเรียนยืนยันว่าแม้พ่อของเธอจะเคยแสดงเจตจำนงที่จะสร้างวัด แต่พ่อไม่เคยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างเป็นทางการเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว

นางบัวเรียนกล่าวอ้างว่ามีกลุ่มขบวนการที่ดำเนินการอยู่เบื้องหลังเพื่อพยายามฮุบที่ดินผืนนี้ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสิทธิในทรัพย์สินและการสืบทอดมรดกในประเทศไทย ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจเรื่องอสังหาริมทรัพย์ในท้องถิ่น กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของโฉนดที่ดินที่ชัดเจนและมีเอกสารรองรับ รวมถึงโอกาสที่จะเกิดข้อพิพาทเมื่อเจตนาไม่ได้ถูกทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม รายละเอียดหลายประการจึงยังคงต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าศาลจะประเมินข้อเรียกร้องของครอบครัวเทียบกับข้อกล่าวหาของกลุ่มที่ถูกระบุว่าพยายามฮุบที่ดินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการพิจารณาคดีเพิ่มเติมเพื่อชี้ชัดเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องและความถูกต้องของข้อกล่าวหาเรื่องขบวนการฮุบที่ดินดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องปมข้อพิพาทที่ดินวัด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องปมข้อพิพาทที่ดินวัด

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดขอนแก่นกำลังเตรียมออกหมายเรียกหญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' และพวก หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องปมข้อพิพาทที่ดินวัด

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจขอนแก่นเตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องปมข้อพิพาทที่ดินวัด

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดขอนแก่นกำลังเตรียมออกหมายเรียกหญิงที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' และพวก หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ตำรวจในจังหวัดขอนแก่นกำลังดำเนินการออกหมายเรียกหญิงที่ระบุชื่อว่า 'ป้าดา' และพวกอีกหลายคน โดยการดำเนินการทางกฎหมายนี้สืบเนื่องมาจากข้อพิพาทเรื่องที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งกลุ่มดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าได้ปิดกั้นทางเข้าออกของวัด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมตั้งข้อหาบุกรุกแก่บุคคลเหล่านี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งเรื่องสิทธิในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับวัด ซึ่งส่งผลให้เกิดการกีดขวางการเข้าถึงของสาธารณชนและศาสนิกชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่เกี่ยวข้องกับศาสนสถานอาจนำไปสู่การจำกัดการเข้าถึงในบางพื้นที่ได้ แม้วัดจะยังคงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ แต่ผู้ที่วางแผนจะไปเยือนควรทราบว่าการเข้าถึงบางจุดอาจได้รับผลกระทบชั่วคราวจากกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหมายเรียกอย่างเป็นทางการจะถูกส่งมอบเมื่อใด และผู้ถูกกล่าวหาจะตอบโต้ต่อข้อหาบุกรุกอย่างไร เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น จึงยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาในการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องการเข้าถึงพื้นที่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของกระบวนการทางกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:57 UTC

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมคัดค้านแผนความจุอ่างเก็บน้ำวังโตนด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมคัดค้านแผนความจุอ่างเก็บน้ำวังโตนด

ศศิน เฉลิมลาภ เรียกร้องให้กรมชลประทานทบทวนความจุของโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี โดยเสนอว่าขนาดที่เล็กลงอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมคัดค้านแผนความจุอ่างเก็บน้ำวังโตนด

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมคัดค้านแผนความจุอ่างเก็บน้ำวังโตนด

ศศิน เฉลิมลาภ เรียกร้องให้กรมชลประทานทบทวนความจุของโครงการอ่างเก็บน้ำวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี โดยเสนอว่าขนาดที่เล็กลงอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ศศิน เฉลิมลาภ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชื่อดัง ได้ออกมาคัดค้านรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ฉบับปัจจุบันสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดในจังหวัดจันทบุรี โดยศศินโต้แย้งว่าแผนปัจจุบันที่กำหนดความจุไว้ที่ 99.5 ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น ไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่เหมาะสมสำหรับภูมิภาคนี้

ศศินเสนอว่าเนื่องจากจังหวัดจันทบุรีมีปริมาณน้ำฝนมาก รัฐบาลและกรมชลประทานควรพิจารณาตัวเลขความจุทางเลือกอื่น โดยเฉพาะในช่วง 60 ถึง 80 ล้านลูกบาศก์เมตร เขาเสนอแนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้นซึ่งสามารถบริหารจัดการน้ำได้ตลอดทั้งปี พร้อมทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโครงการลง โดยได้เสนอให้สำรวจทางเลือก "เขื่อนคู่" ที่สามารถทำงานร่วมกับพื้นที่ป่าโดยรอบได้อย่างกลมกลืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อถกเถียงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำในภาคตะวันออกของประเทศไทย แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางน้ำ แต่ขนาดของโครงการดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ากรมชลประทานจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการคำนวณใหม่นี้อย่างไร และรายงาน EHIA ฉบับปัจจุบันจะได้รับการแก้ไขเพื่อสะท้อนถึงข้อเสนอความจุทางเลือกเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 08:02 UTC

กรมเจ้าท่าประกาศควบคุมการเดินเรือชั่วคราวเพื่อซ้อมขบวนเรือพระราชพิธี
วัฒนธรรม ได้รับการยืนยัน

กรมเจ้าท่าประกาศควบคุมการเดินเรือชั่วคราวเพื่อซ้อมขบวนเรือพระราชพิธี

กรมเจ้าท่าได้กำหนดให้พื้นที่บางส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางกอกน้อยเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมเจ้าท่าประกาศควบคุมการเดินเรือชั่วคราวเพื่อซ้อมขบวนเรือพระราชพิธี

ได้รับการยืนยัน
กรมเจ้าท่าประกาศควบคุมการเดินเรือชั่วคราวเพื่อซ้อมขบวนเรือพระราชพิธี

กรมเจ้าท่าได้กำหนดให้พื้นที่บางส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางกอกน้อยเป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

กรมเจ้าท่าได้ประกาศกำหนดพื้นที่ควบคุมการเดินเรือเป็นการชั่วคราวในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางกอกน้อย เพื่อรองรับการฝึกซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยอ้างอิงจากรายงานของ Thai Post พื้นที่ควบคุมดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีในเขตบางพลัด ไปจนถึงปากคลองมอญในเขตบางกอกใหญ่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ มาตรการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรทางน้ำและการให้บริการเรือข้ามฟากสาธารณะในพื้นที่ดังกล่าวในช่วงเวลาที่มีการฝึกซ้อม ผู้ที่วางแผนเดินทางด้วยเรือหรือเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำใกล้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นหรือการปรับเปลี่ยนเส้นทางชั่วคราว

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะกำหนดกรอบทางกฎหมายสำหรับพื้นที่ควบคุมเหล่านี้ แต่รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุวันและเวลาที่แน่ชัดสำหรับการฝึกซ้อม นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศจากกรมเจ้าท่าหรือช่องทางประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับตารางการเดินเรือแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการฝึกซ้อมเหล่านี้จะส่งผลต่อความถี่ในการให้บริการเรือสาธารณะอย่างไร และจะมีการจำกัดพื้นที่เพิ่มเติมในส่วนอื่นของแม่น้ำเมื่อใกล้ถึงวันงานจริงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

การซักซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศในกรุงเทพฯ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การซักซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศในกรุงเทพฯ

แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการซักซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ โดยเน้นความแม่นยำตามแบบแผนพิธีการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การซักซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
การซักซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศในกรุงเทพฯ

แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการซักซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ โดยเน้นความแม่นยำตามแบบแผนพิธีการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ดำเนินการตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมสำหรับการซักซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยการซักซ้อมจัดขึ้นใน 3 จุดสำคัญ เน้นการประสานงานของกำลังพลที่รับผิดชอบเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ รวมถึงฉัตรเครื่องสูงและการฉุดชักราชรถ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ การซักซ้อมนี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ว่าการเตรียมการอย่างเป็นทางการสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกองทัพต่อความแม่นยำในพิธีการ แต่ยังไม่มีการระบุตารางเวลาการปิดถนนหรือวันที่แน่ชัดสำหรับพระราชพิธีจริง นักท่องเที่ยวควรทราบว่าเหตุการณ์ระดับรัฐเช่นนี้มักนำไปสู่การเบี่ยงเบนเส้นทางการจราจรชั่วคราวและการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียงพระบรมมหาราชวังและพื้นที่ประวัติศาสตร์โดยรอบ

ในขณะนี้ กำหนดการที่แน่นอนสำหรับพระราชพิธีและขอบเขตของการจำกัดการเข้าถึงของสาธารณชนยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้มาเยือนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางที่อาจได้รับผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่มีความสำคัญระดับชาตินี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 06:36 UTC

กองทัพอากาศไทยจัดพิธีสำเร็จการฝึกนักบินขับไล่ F-5TH รุ่นใหม่
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กองทัพอากาศไทยจัดพิธีสำเร็จการฝึกนักบินขับไล่ F-5TH รุ่นใหม่

กองทัพอากาศไทยได้เสร็จสิ้นการฝึกอบรมนักบินขับไล่ F-5TH รุ่นใหม่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการป้องกันน่านฟ้าของประเทศอย่างเป็นทางการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กองทัพอากาศไทยจัดพิธีสำเร็จการฝึกนักบินขับไล่ F-5TH รุ่นใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพอากาศไทยจัดพิธีสำเร็จการฝึกนักบินขับไล่ F-5TH รุ่นใหม่

กองทัพอากาศไทยได้เสร็จสิ้นการฝึกอบรมนักบินขับไล่ F-5TH รุ่นใหม่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการป้องกันน่านฟ้าของประเทศอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 Matichon Online รายงานว่ากองทัพอากาศไทย (RTAF) ได้จัดพิธีสำเร็จการฝึกอบรมให้กับกลุ่มนักบินขับไล่ F-5TH รุ่นล่าสุด ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของกองทัพในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการรบทางอากาศและรับรองความปลอดภัยของน่านฟ้าอธิปไตยของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของกองทัพอากาศในการรักษาความพร้อมในการปฏิบัติการ แม้ว่าการฝึกซ้อมทางทหารดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติและโดยทั่วไปไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตพลเรือน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการมีอยู่ของกองทัพอากาศในการปฏิบัติการด้านความมั่นคงของชาติ ทั้งนี้ไม่มีรายงานการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการบินของพลเรือนหรือระเบียบการด้านความปลอดภัยสาธารณะอันเป็นผลมาจากพิธีสำเร็จการฝึกในครั้งนี้

ในขณะนี้ กองทัพอากาศยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนนักบินที่สำเร็จหลักสูตรหรือสถานที่ประจำการสำหรับบุคลากรที่ผ่านการรับรองใหม่เหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้การฝึกอบรมจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่การบูรณาการเชิงกลยุทธ์ของนักบินเหล่านี้เข้าสู่ฝูงบินประจำการยังคงเป็นกระบวนการภายในของกองทัพ และยังไม่มีการประกาศสาธารณะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝึกซ้อมทางอากาศหรือการเปลี่ยนแปลงท่าทีด้านความมั่นคงในภูมิภาคในระยะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:36 UTC

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น: เจ้าอาวาสเปิดใจถึงความคืบหน้าทางกฎหมาย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น: เจ้าอาวาสเปิดใจถึงความคืบหน้าทางกฎหมาย

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่นได้ออกมาพูดถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินกับทายาทเจ้าของที่ดิน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอตัวเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น: เจ้าอาวาสเปิดใจถึงความคืบหน้าทางกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น: เจ้าอาวาสเปิดใจถึงความคืบหน้าทางกฎหมาย

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่นได้ออกมาพูดถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินกับทายาทเจ้าของที่ดิน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอตัวเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น ได้กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างวัดกับทายาทเจ้าของที่ดินเดิม เจ้าอาวาสซึ่งปฏิบัติศาสนกิจที่วัดแห่งนี้มานานถึง 36 ปี ยอมรับว่ามีความรู้สึกท้อแท้บ้างเนื่องจากอายุที่มากขึ้นและความเครียดจากกระบวนการทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ท่านเน้นย้ำว่าทางวัดยังคงดำเนินกิจกรรมทางศาสนาตามปกติทุกวัน

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าอาวาสระบุว่าท่านต้องการให้เรื่องต่างๆ ดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมายมากกว่าที่จะไปฟ้องร้องฆราวาสด้วยตนเอง ท่านได้แสดงความขอบคุณต่อกำลังใจจากชาวบ้านในพื้นที่และขอให้ญาติโยมไม่ต้องกังวล โดยระบุว่าการต่อสู้ในชั้นศาลที่ผ่านมานั้นที่ดินยังคงเป็นของวัด ในขณะเดียวกัน นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้รับทราบสถานการณ์ดังกล่าวและระบุว่าทางจังหวัดพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นคนกลางเพื่อหาข้อสรุปให้กับทั้งสองฝ่าย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว วัดยังคงเปิดให้เข้าชมและปฏิบัติศาสนกิจได้ตามปกติ โดยพิธีตักบาตรตอนเช้ายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้บรรยากาศภายในวัดจะดูสงบ แต่สถานะสุดท้ายของที่ดินยังคงต้องรอผลจากกระบวนการทางกฎหมาย ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ควรเฝ้ารอคำพิพากษาของศาลซึ่งจะเป็นหลักสำคัญในการยุติข้อพิพาทนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 05:18 UTC

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำร่วมประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำร่วมประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาอย่างเป็นทางการเนื่องในโอกาสพิเศษ ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมฯ เจ้าหน้าที่ได้เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พิธีดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมไทยที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดีและบำเพ็ญกุศลในวันสำคัญต่างๆ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อชีวิตประจำวัน แม้ว่ากิจกรรมเหล่านี้จะเป็นพิธีการภายในหน่วยงานรัฐ แต่ก็สะท้อนถึงบรรยากาศแห่งความเคารพที่พบเห็นได้ทั่วประเทศในช่วงเวลาที่มีความสำคัญระดับชาติ

เนื่องจากเหตุการณ์นี้เป็นพิธีรำลึกเฉพาะที่จัดขึ้นโดยกรมทรัพยากรน้ำ จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือผลกระทบต่อการดำเนินงานของสาธารณะที่ต้องยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรทราบว่าในช่วงวันสำคัญระดับชาติ หน่วยงานราชการอาจมีการปรับเปลี่ยนเวลาทำการหรือปิดทำการชั่วคราว ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามธรรมเนียมท้องถิ่นด้วยความเคารพหากพบเห็นพิธีการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ ไม่มีการประกาศมาตรการหรือข้อกำหนดอื่นใดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับพิธีทางศาสนานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 02:57 UTC

ความชัดเจนเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินวัดในประเทศไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ความชัดเจนเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินวัดในประเทศไทย

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ชี้แจงสถานะทางกฎหมายของที่ดินที่อุทิศให้วัด หลังเกิดข้อพิพาทที่วัดป่าอดุลยาราม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ความชัดเจนเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินวัดในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ความชัดเจนเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินวัดในประเทศไทย

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ชี้แจงสถานะทางกฎหมายของที่ดินที่อุทิศให้วัด หลังเกิดข้อพิพาทที่วัดป่าอดุลยาราม

บรรทัดฐานทางกฎหมายสำหรับที่ดินวัด

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กล่าวถึงข้อพิพาทเรื่องการทวงคืนที่ดินที่วัดป่าอดุลยาราม โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าทายาทสามารถทวงคืนที่ดินที่เคยอุทิศเพื่อกิจการทางศาสนาได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

ตามรายงานของ Thai Post ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง ได้อ้างถึงคำพิพากษาฎีกาที่ 7638/2538 ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ชัดเจน โดยคำพิพากษาระบุว่าทันทีที่ผู้บริจาคแสดงเจตนาชัดเจนในการอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัด ที่ดินนั้นย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้สร้างวัดตามเจตนาอุทิศนั้นทันที สิ่งสำคัญคือการโอนกรรมสิทธิ์นี้ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือหรือจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน เมื่อการสร้างวัดเสร็จสิ้น ที่ดินแปลงนั้นจะถูกคุ้มครองทางกฎหมายให้เป็นของวัดอย่างสมบูรณ์

ผลกระทบและแนวโน้ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในมรดกทางวัฒนธรรมไทย คำชี้แจงนี้เน้นย้ำถึงความถาวรของที่ดินที่อุทิศให้แก่พระพุทธศาสนา และให้กรอบทางกฎหมายที่ชัดเจนในการคุ้มครองที่ดินวัดตามกฎหมายไทย ซึ่งอาจช่วยแก้ไขข้อพิพาทในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ แม้ว่าการตีความนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่แข็งแกร่ง แต่การนำไปใช้กับกรณีวัดป่าอดุลยารามยังคงต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามความคืบหน้าเพื่อดูว่าบรรทัดฐานนี้จะถูกนำไปปรับใช้กับข้อเรียกร้องของทายาทในกรณีนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 01:56 UTC