ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ทั่วไป กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ✦
ความปลอดภัย สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน ✦
กีฬา นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS ✦
เศรษฐกิจ กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม ✦
กีฬา กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์ ✦
เหตุการณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม” ✦
สุขภาพ สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน ✦
เทคโนโลยี ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ ✦
ทั่วไป

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางการไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยมุ่งเน้นลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมชลประทานกำลังดำเนินการติดตามระดับน้ำฝนทั่วประเทศไทยอย่างเข้มงวด โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

กลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนที่ตั้งอยู่ท้ายเขื่อน โดยการปรับอัตราการระบายน้ำตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ เจ้าหน้าที่มุ่งหวังที่จะสร้างสมดุลระหว่างความจุของอ่างเก็บน้ำและความปลอดภัยของประชาชนรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำตอนล่าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการป้องกันผลกระทบจากน้ำในช่วงฤดูกาล แม้ว่าแผนการบริหารจัดการในปัจจุบันจะถูกออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางใกล้ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากทางการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินต่อไปนานเท่าใด เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอนาคตและความรุนแรงของฤดูมรสุมที่เหลืออยู่ ขณะนี้ทางการยังไม่ได้ออกคำเตือนเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ขอแนะนำให้ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:15 UTC

ความปลอดภัย

สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง

แหล่งข่าวเดียว
สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง

พี่น้องวัย 17 และ 20 ปี ประสบอุบัติเหตุเรือล่มเสียชีวิตขณะกำลังขนกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุสลดในคลองสำโรง ส่งผลให้พี่น้องสองคนอายุ 17 และ 20 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยทั้งคู่กำลังพายเรือเพื่อไปซื้อกระสอบทรายสำหรับนำมาใช้ป้องกันน้ำท่วมที่บ้านพัก

ในระหว่างการเดินทาง เรือเกิดล่มทำให้ทั้งสองคนจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและทีมกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุและเข้าช่วยเหลือ แต่โชคร้ายที่พบว่าผู้ประสบเหตุทั้งสองเสียชีวิตแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการสัญจรทางน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วม ระดับน้ำในคลองอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกระแสน้ำอาจมีความรุนแรงจนคาดเดาไม่ได้ ทำให้การใช้เรือขนาดเล็กมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ

แม้ว่าจะมีการรายงานถึงเหตุการณ์เรือล่มในเบื้องต้นแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของคลองในขณะเกิดเหตุและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่ออยู่ใกล้พื้นที่น้ำท่วม และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดในการใช้บริการขนส่งทางน้ำในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

ชาวบ้านในอำเภอบางบาลรายงานเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในช่วงกลางดึก ทำให้เก็บของไม่ทัน สร้างความกังวลต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ชาวบ้านในอำเภอบางบาลได้รับผลกระทบอย่างหนักจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ทำให้ชาวบ้านหลายคนตั้งตัวไม่ทันและไม่มีเวลาเพียงพอในการขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ชาวบ้านจำนวนมากรายงานว่าต้องจ้างคนมาช่วยขนย้ายทรัพย์สินไปไว้ในที่ปลอดภัยเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ของน้ำท่วมตามฤดูกาลในภูมิภาคนี้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรเฝ้าระวัง ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่น และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพถนนหรือการเข้าถึงพื้นที่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อครัวเรือนในพื้นที่จะชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีกี่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหรือจะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกหรือไม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและเส้นทางอพยพที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:15 UTC

กีฬา

นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS

แหล่งข่าวเดียว
นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS

ตีโต้ จอห์นสัน นักชกชาวอเมริกันวัย 15 ปี ได้เซ็นสัญญานักมวยอาชีพเป็นเวลา 5 ปีกับรายการ Rajadamnern World Series (RWS) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพมวยไทยของเขา

ตามรายงานจาก Khaosod Online ตีโต้ จอห์นสัน นักชกชาวอเมริกันวัย 15 ปี ได้เซ็นสัญญานักมวยอาชีพอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 ปีกับรายการ Rajadamnern World Series (RWS) โดยพิธีเซ็นสัญญาจัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนินอันเก่าแก่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจสำหรับนักกีฬาเยาวชนรายนี้ โดยมีภาพที่เขาหลั่งน้ำตาขณะกอดคอพ่อและโปรโมเตอร์ผู้จัดงาน

จอห์นสันฝึกฝนศิลปะมวยไทยมาตั้งแต่เด็ก และเคยผ่านการชกมวยไทย 5 ยกในสังกัดเพชรยินดีมาก่อน การก้าวเข้าสู่เวที RWS ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอาชีพของเขา จอห์นสันได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นแชมป์เวทีราชดำเนินและต้องการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมระดับสากลที่เพิ่มขึ้นของกีฬามวยไทย และความสำคัญของเวทีมวยราชดำเนินในฐานะศูนย์กลางระดับโลกของกีฬานี้ ทั้งนี้ จอห์นสันมีกำหนดการขึ้นชกเปิดตัวในรายการ RWS ในศึก 'RWS KNOCKTOBERFEST' วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ แม้เส้นทางอาชีพของเขาจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ผู้ชมยังคงต้องติดตามผลงานในการขึ้นชกรายการใหญ่ครั้งแรกของเขาต่อไป โดยรายละเอียดเกี่ยวกับคู่ชกและตารางการแข่งขันทั้งหมดสำหรับรายการในเดือนตุลาคมยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:18 UTC

เศรษฐกิจ

กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย

กรมการค้าต่างประเทศของไทยกำลังเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีน 2 แห่ง เพื่อเพิ่มการลงทุนในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้เริ่มหารือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากจีน 2 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตเหล่านี้ขยายฐานการลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นไปที่การเพิ่มกำลังการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการนำชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเข้ามาใช้ในห่วงโซ่อุปทานให้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค การเพิ่มการผลิตในประเทศอาจนำไปสู่ระบบนิเวศยานยนต์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนสำหรับผู้บริโภคและสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคการผลิต สำหรับนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมและความหลากหลายของตัวเลือกการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศในอนาคต

แม้ว่าการเจรจาเหล่านี้จะเป็นก้าวเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทรถยนต์รายใดบ้างที่เกี่ยวข้องในการหารือ และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการลงทุนที่แน่ชัด ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อผูกพันที่เป็นรูปธรรมจากบริษัทจีนหรือไม่ ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งที่ยั่งยืนในระดับโลกต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมยึดยาไอซ์ 519 กิโลกรัม ซึ่งเตรียมขนส่งไปยังภาคใต้ของประเทศไทย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้แถลงผลการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดในกรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวม 519 กิโลกรัม

นอกจากยาเสพติดแล้ว ตำรวจยังได้ยึดอาวุธปืนและรถบรรทุกที่คาดว่าเตรียมไว้สำหรับขนส่งยาเสพติดดังกล่าวลงสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดรายใหญ่ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดในประเทศไทย การครอบครองและค้ายาเสพติดมีบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง รวมถึงการจำคุกระยะยาวและในกรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นประหารชีวิต แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในประเทศ

ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายอาชญากรรมทั้งหมดและติดตามผู้ต้องหาที่อาจยังหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของยาเสพติดหรือตัวการสำคัญเบื้องหลังปฏิบัติการนี้ นักท่องเที่ยวควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กีฬา

กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์

แหล่งข่าวเดียว
กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์

แฟนกีฬาสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' นักกีฬาชาวไทยผ่านจอขนาดยักษ์ที่สามย่านมิตรทาวน์ได้ในวันนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในกรุงเทพฯ มีโอกาสมารวมตัวกันเพื่อร่วมเชียร์นักกีฬาไทยในวันนี้ โดยมีการติดตั้งจอขนาดยักษ์ที่สามย่านมิตรทาวน์เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงเหรียญทองของนักกีฬาชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'บิว'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองขณะนี้ กิจกรรมนี้มอบบรรยากาศที่คึกคักในการร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทีมชาติไปพร้อมกับแฟนกีฬาคนอื่นๆ สามย่านมิตรทาวน์ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่มีชื่อเสียง สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกผ่านสถานีรถไฟฟ้า MRT สามย่าน ทำให้เป็นสถานที่ที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในความตื่นเต้นของกิจกรรมกีฬาในท้องถิ่น

แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับผู้สนับสนุน แต่ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมควรทราบว่ารายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันที่แน่นอนหรือมาตรการจัดการฝูงชนไม่ได้ระบุไว้ในการประกาศเบื้องต้น เช่นเดียวกับการรวมตัวในที่สาธารณะที่มีผู้คนหนาแน่น ผู้เข้าร่วมควรมาถึงก่อนเวลาเพื่อจับจองพื้นที่รับชมที่ดี ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีกิจกรรมเสริมหรือแขกรับเชิญพิเศษร่วมในงานหรือไม่ กิจกรรมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อความสำเร็จด้านกีฬาของชาติ และบทบาทของพื้นที่ในเมืองในการส่งเสริมจิตวิญญาณของชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เหตุการณ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม”

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม”

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดการประกวดเพื่อคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาเข้าสู่เวที “วิศวกรสังคม” ระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดการประกวด “วิศวกรสังคม” ขึ้น ตามรายงานจาก Matichon Online กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อค้นหาและคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่มีความสามารถโดดเด่นของมหาวิทยาลัย เพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมความเป็นผู้นำและทักษะการแก้ปัญหาเพื่อชุมชนในหมู่นักศึกษา การเข้าร่วมในกรอบแนวคิด “วิศวกรสังคม” ช่วยกระตุ้นให้นักศึกษานำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมในท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นในภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการพัฒนาภูมิภาคและการเสริมสร้างศักยภาพให้กับเยาวชน แม้ว่าการประกวดจะเป็นเวทีสำหรับการเติบโตของนักศึกษา แต่ก็ยังสะท้อนถึงแนวโน้มในแวดวงวิชาการไทยที่มุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและเน้นชุมชนเป็นฐาน ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเฉพาะที่นักศึกษานำเสนอหรือกำหนดการสำหรับเวทีระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึงยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจผลกระทบต่อชุมชนของมหาวิทยาลัยสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกองพัฒนานักศึกษาของสถาบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

สุขภาพ

สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน

สถาบันวัคซีนแห่งชาติของไทยได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) ได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ นักวิชาการ และนักสื่อสาร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการเปลี่ยนความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้เป็นความเชื่อมั่นที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการสร้างมาตรฐานการสื่อสารเรื่องวัคซีนและจัดการกับข้อมูลที่บิดเบือน การส่งเสริมการสนทนาระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และสาธารณชนเป็นสิ่งที่ สวช. มุ่งหวังเพื่อให้แน่ใจว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพยังคงเป็นลำดับความสำคัญในระบบสาธารณสุขของประเทศ

แม้ว่าเวทีเสวนาจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นนโยบายสาธารณสุขที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงในโครงการรณรงค์การฉีดวัคซีนอย่างไร กิจกรรมนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการด้านสุขภาพเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ส่วนตัวหรือช่องทางสาธารณสุขที่เป็นทางการของรัฐบาลต่อไป เพื่อรับคำแนะนำทางการแพทย์หรือข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับตารางการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ สวช. ยังไม่ได้เผยแพร่แผนงานโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ในแคมเปญสาธารณสุขในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เทคโนโลยี

ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ

ไทยคมประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการเป็น Gulf Space Technology เพื่อสะท้อนการปรับกลยุทธ์จากผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสารไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอวกาศที่ครอบคลุมมากขึ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศการรีแบรนด์องค์กรครั้งใหญ่ โดยตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นต้นไป บริษัทจะดำเนินงานภายใต้ชื่อใหม่ว่า 'บริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)' หรือ Gulf Space Technology Public Company Limited การเปลี่ยนแปลงนี้ซึ่งจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านรูปแบบธุรกิจของบริษัท จากบทบาทเดิมในฐานะผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสาร ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอวกาศอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในภาคอวกาศระดับโลก ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ชื่อย่อหลักทรัพย์ของบริษัทได้รับการปรับปรุงเป็น 'GST' เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์องค์กรใหม่

แม้ว่าการรีแบรนด์จะส่งสัญญาณถึงการปรับกลยุทธ์ที่ชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะของบริการเทคโนโลยีอวกาศใหม่ที่จะนำเสนอนั้นยังคงต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติม ผู้อยู่อาศัยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศจากบริษัทในอนาคตเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการผ่านดาวเทียมในท้องถิ่นอย่างไร ในขณะนี้บริษัทยืนยันเพียงการเปลี่ยนชื่อและชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่เท่านั้น โดยคาดว่ารายละเอียดการดำเนินงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอร์ตโฟลิโอการบริการที่ขยายตัวจะมีการเปิดเผยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:18 UTC

เชิดชูเกียรติ พระมงคลวชิราคม: ส่องชีวิตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองตรัง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เชิดชูเกียรติ พระมงคลวชิราคม: ส่องชีวิตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองตรัง

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอเรื่องราวชีวิตและมรดกทางจิตวิญญาณของพระมงคลวชิราคม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากจังหวัดตรัง ผู้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาจากวัตถุมงคลและการให้ขวัญกำลังใจแก่ทหาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เชิดชูเกียรติ พระมงคลวชิราคม: ส่องชีวิตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองตรัง

แหล่งข่าวเดียว
เชิดชูเกียรติ พระมงคลวชิราคม: ส่องชีวิตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองตรัง

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอเรื่องราวชีวิตและมรดกทางจิตวิญญาณของพระมงคลวชิราคม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากจังหวัดตรัง ผู้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาจากวัตถุมงคลและการให้ขวัญกำลังใจแก่ทหาร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พระมงคลวชิราคม (หรือพระครูขันติโก) เจ้าอาวาสวัดนิคมประทีป (วัดโคกหล่อ) จังหวัดตรัง ยังคงเป็นพระเถระที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ท่านเป็นที่รู้จักจากวัตรปฏิบัติที่เรียบง่ายและการเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำให้ท่านได้รับนิมนต์เข้าร่วมในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลอยู่เสมอ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณของไทย พระมงคลวชิราคมเป็นที่รู้จักอย่างมากในหมู่ทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมักจะเข้ากราบนมัสการเพื่อขอรับวัตถุมงคลไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและคุ้มครองภัย ชื่อเสียงของท่านได้รับการยืนยันอีกครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เมื่อได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระมงคลวชิราคม โดยวัตถุมงคลรุ่นแรกของท่านจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2542 ในโอกาสอายุครบ 6 รอบ 72 ปี ซึ่งผ่านพิธีมหาพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่โดยพระอาจารย์สายสำนักเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง

แม้รายงานจะระบุถึงคุณูปการทางประวัติศาสตร์และความสำคัญของวัตถุมงคลของท่าน แต่ไม่ได้ระบุเวลาเปิดให้เข้าชมวัดหรือความพร้อมของวัตถุมงคลรุ่นใหม่ ผู้ที่สนใจเดินทางไปกราบสักการะที่วัดนิคมประทีปควรตรวจสอบตารางเวลาของทางวัดล่วงหน้า เนื่องจากกิจกรรมทางสงฆ์และการเปิดให้สาธารณชนเข้าชมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสุขภาพของพระเถระและภารกิจทางศาสนา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 10:12 UTC

รำลึกครบรอบ 156 ปี ชาตกาล หลวงพ่อซำ วัดตลาดใหม่
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รำลึกครบรอบ 156 ปี ชาตกาล หลวงพ่อซำ วัดตลาดใหม่

จังหวัดอ่างทองจัดงานรำลึกครบรอบ 156 ปี ชาตกาลของหลวงพ่อซำ พระเกจิอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนโบราณที่มีชื่อเสียง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รำลึกครบรอบ 156 ปี ชาตกาล หลวงพ่อซำ วัดตลาดใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกครบรอบ 156 ปี ชาตกาล หลวงพ่อซำ วัดตลาดใหม่

จังหวัดอ่างทองจัดงานรำลึกครบรอบ 156 ปี ชาตกาลของหลวงพ่อซำ พระเกจิอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนโบราณที่มีชื่อเสียง

ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยน้อมรำลึกครบรอบ 156 ปี ชาตกาลของ “หลวงพ่อซำ อินทสุวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หลวงพ่อซำเกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2413 และกลายเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูง โดยมีชื่อเสียงด้านวิชาแพทย์แผนโบราณและการสร้าง “เบี้ยแก้” ซึ่งเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าช่วยป้องกันภยันตรายและสิ่งอัปมงคล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย หลวงพ่อซำยังคงเป็นบุคคลสำคัญในตำนานพื้นบ้านของลุ่มแม่น้ำน้อย เรื่องราวชีวิตของท่านที่เริ่มต้นจากการศึกษาเล่าเรียนที่วัดตลาดใหม่และการอุปสมบทในปี 2438 ช่วยให้เห็นภาพประเพณีทางศาสนาของภูมิภาคในช่วงปลายศตวรรษที่ 19

แม้ว่าวันครบรอบนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกในระดับท้องถิ่น แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าในรายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมรำลึกหรือพิธีกรรมสาธารณะที่วัดตลาดใหม่ไว้โดยเฉพาะ ผู้ที่วางแผนจะไปเยือนวัดเพื่อกราบสักการะหรือศึกษาเกี่ยวกับประวัติของท่าน ควรตรวจสอบความพร้อมในการเข้าชมและกำหนดการจัดงานในพื้นที่โดยตรงกับทางวัด เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมรำลึกเฉพาะเจาะจงยังคงต้องรอการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:51 UTC

เรียกตัวคนขับรถปูนสอบปากคำหลังร่วมปิดล้อมวัด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เรียกตัวคนขับรถปูนสอบปากคำหลังร่วมปิดล้อมวัด

เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกคนขับรถปูนที่เกี่ยวข้องกับการปิดล้อมวัดป่าอดุลยาราม ในขณะที่ตำรวจยังคงพยายามติดต่อผู้จัดหลักเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เรียกตัวคนขับรถปูนสอบปากคำหลังร่วมปิดล้อมวัด

แหล่งข่าวเดียว
เรียกตัวคนขับรถปูนสอบปากคำหลังร่วมปิดล้อมวัด

เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกคนขับรถปูนที่เกี่ยวข้องกับการปิดล้อมวัดป่าอดุลยาราม ในขณะที่ตำรวจยังคงพยายามติดต่อผู้จัดหลักเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ตำรวจได้ออกหมายเรียกอย่างเป็นทางการไปยังคนขับรถปูนที่เข้าร่วมการปิดล้อมวัดป่าอดุลยาราม โดยคนขับอ้างว่าตนเพียงแค่ถูกจ้างมาเทปูนในพื้นที่และไม่ทราบถึงผลกระทบในวงกว้างของการประท้วงดังกล่าว

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่รอบวัด ซึ่งอาจเป็นประเด็นที่ผู้อยู่อาศัยหรือนักท่องเที่ยวที่ติดตามสถานการณ์ความสงบในชุมชนหรือความไม่สะดวกในพื้นที่ควรทราบ แม้ว่าจะมีการระบุตัวและออกหมายเรียกคนขับรถแล้ว แต่ตำรวจระบุว่าบุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'ป้าดา' ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวการสำคัญในการปิดล้อม ยังไม่ได้ติดต่อกลับมายังเจ้าหน้าที่เพื่อให้ข้อมูล

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงหรือเดินทางมายังบริเวณวัดป่าอดุลยาราม ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับความไม่สงบในพื้นที่หรือกิจกรรมของตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนนี้ ในขณะนี้ ขอบเขตความเกี่ยวข้องของคนขับรถและแรงจูงใจเบื้องหลังการปิดล้อมยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ ตำรวจยังไม่ยืนยันว่าผู้จัดหลักจะให้ความร่วมมือในการสอบสวนเมื่อใดหรือไม่อย่างไร และสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

สามเณรวัย 7 ขวบสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการสวดพระปาติโมกข์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สามเณรวัย 7 ขวบสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการสวดพระปาติโมกข์

สามเณรวัย 7 ขวบสร้างสถิติใหม่ด้วยการสอบท่องพระปาติโมกข์ ซึ่งเป็นวินัยพื้นฐานของสงฆ์ได้สำเร็จ ณ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สามเณรวัย 7 ขวบสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการสวดพระปาติโมกข์

แหล่งข่าวเดียว
สามเณรวัย 7 ขวบสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการสวดพระปาติโมกข์

สามเณรวัย 7 ขวบสร้างสถิติใหม่ด้วยการสอบท่องพระปาติโมกข์ ซึ่งเป็นวินัยพื้นฐานของสงฆ์ได้สำเร็จ ณ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 สามเณรตฤณ อภิวันท์สนอง วัย 7 ขวบ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะสามเณรอายุน้อยที่สุดที่สามารถสอบผ่านการท่องพระปาติโมกข์ ซึ่งเป็นวินัยพื้นฐานของพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนาได้สำเร็จ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สามเณรน้อยได้สาธยายพระปาติโมกข์ ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 50 นาที ด้วยเสียงที่ชัดเจนและฉะฉาน

สามเณรตฤณพร้อมด้วยพระมหาชิด วชิรญาโณ เจ้าอาวาสวัดนิคมผัง 16 จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมายังวัดสระเกศเพื่อประกอบพิธีทำสามีจิกรรม ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการแสดงความเคารพและขอขมาลาโทษ ต่อสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ (ธงชัย สุขญาโณ) กรรมการมหาเถรสมาคม ในโอกาสนี้ สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ได้ให้โอวาทแก่คณะสงฆ์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำรงตนอยู่ในพระธรรมวินัยและความตั้งใจในการปฏิบัติศาสนกิจตลอดช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานอันลึกซึ้งของพุทธศาสนาในไทยและมาตรฐานการศึกษาที่เข้มงวดภายในคณะสงฆ์ แม้ความสำเร็จของสามเณรน้อยจะได้รับความชื่นชมอย่างกว้างขวางจากคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความมุ่งมั่นในการรักษาหลักธรรมคำสอนโบราณ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเหตุการณ์สำคัญนี้จะมีอิทธิพลต่อการส่งเสริมให้เยาวชนเข้าร่วมโครงการศึกษาทางธรรมในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:51 UTC

กระทรวงวัฒนธรรมประกาศผลเมนูอาหารถิ่น 77 จังหวัดทั่วไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงวัฒนธรรมประกาศผลเมนูอาหารถิ่น 77 จังหวัดทั่วไทย

กระทรวงวัฒนธรรมเปิดตัวรายชื่อเมนูอาหารถิ่นที่เป็นตัวแทนของทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหาร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กระทรวงวัฒนธรรมประกาศผลเมนูอาหารถิ่น 77 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงวัฒนธรรมประกาศผลเมนูอาหารถิ่น 77 จังหวัดทั่วไทย

กระทรวงวัฒนธรรมเปิดตัวรายชื่อเมนูอาหารถิ่นที่เป็นตัวแทนของทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมด้านอาหาร

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศผลโครงการ 'อาหารถิ่น' ซึ่งเป็นการคัดเลือกเมนูอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดทั่วประเทศ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชิดชูความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารในประเทศไทย โดยหนึ่งในเมนูที่โดดเด่นคือ 'บี้ถ่ายบั๊ก' จากจังหวัดภูเก็ต

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย รายชื่อนี้ถือเป็นแนวทางในการสำรวจรสชาติท้องถิ่นที่แท้จริง การระบุเมนูเหล่านี้ช่วยให้กระทรวงฯ สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารและอนุรักษ์สูตรอาหารดั้งเดิมที่อาจถูกลืมเลือนไป ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปท่องเที่ยวในแถบภูเขาทางภาคเหนือหรือเกาะทางภาคใต้ เมนูเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละจังหวัด

แม้ว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะเผยแพร่รายชื่อเมนูทั้ง 77 รายการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการส่งเสริมหรือการนำเมนูเหล่านี้ไปรวมอยู่ในแคมเปญการท่องเที่ยวในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวที่สนใจลิ้มลองเมนูท้องถิ่นเหล่านี้ควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากสำนักงานการท่องเที่ยวประจำจังหวัดหรือเทศกาลอาหารในพื้นที่ เนื่องจากความพร้อมในการให้บริการของเมนูเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตามวัตถุดิบตามฤดูกาลและการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

อพท. ผลักดันโครงการ 'Creative City' ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

อพท. ผลักดันโครงการ 'Creative City' ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กำลังขับเคลื่อนโครงการ 'Creative City' เพื่อเปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

อพท. ผลักดันโครงการ 'Creative City' ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม

แหล่งข่าวเดียว
อพท. ผลักดันโครงการ 'Creative City' ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กำลังขับเคลื่อนโครงการ 'Creative City' เพื่อเปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ได้ประกาศแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนา 'เมืองสร้างสรรค์' (Creative City) ทั่วประเทศไทย ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ระบุว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการใช้ทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นแรงขับเคลื่อนหลักสำหรับการพัฒนาเมือง อพท. เน้นย้ำว่าการมีเพียงสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์นั้นไม่เพียงพออีกต่อไปในบริบทปัจจุบัน แต่สินทรัพย์เหล่านี้จะต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจังและส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อให้มั่นใจถึงความยั่งยืนและความเกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในการจัดการจุดหมายปลายทางในท้องถิ่น การเข้าร่วมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ระดับโลกจะช่วยให้เมืองต่างๆ ในไทยเพิ่มการมองเห็นในระดับสากลและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่มีรากฐานมาจากประเพณี โครงการนี้มุ่งหวังที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริงและได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีสำหรับผู้มาเยือน

แม้ว่ากรอบการพัฒนานี้จะมีความชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเมืองที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก หรือกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการดำเนินโครงการทางวัฒนธรรมใหม่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่า อพท. จะสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความต้องการของการเติบโตของเมืองสมัยใหม่และมาตรฐานการท่องเที่ยวระดับสากลได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 09:59 UTC

กรมทรัพยากรน้ำจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพเพื่อการอนุรักษ์คูคลอง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพเพื่อการอนุรักษ์คูคลอง

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เปิดตัวการประกวดวาดภาพที่เน้นการอนุรักษ์คูคลองเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสิ่งแวดล้อม

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมทรัพยากรน้ำจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพเพื่อการอนุรักษ์คูคลอง

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพเพื่อการอนุรักษ์คูคลอง

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เปิดตัวการประกวดวาดภาพที่เน้นการอนุรักษ์คูคลองเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสิ่งแวดล้อม

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพในหัวข้อ “คลองสวย น้ำใส ในจินตนาการ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในการดูแลรักษาทางน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย แม้ว่าการประกวดจะเป็นเพียงกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพของคูคลอง ซึ่งมีความสำคัญต่อคุณภาพทางสุนทรียภาพและสิ่งแวดล้อมของชุมชนไทยหลายแห่ง นักท่องเที่ยวมักสัมผัสกับคูคลองเหล่านี้ผ่านการล่องเรือหรือการรับประทานอาหารริมน้ำ ดังนั้นโครงการที่ส่งเสริมให้ทางน้ำสะอาดขึ้นอาจมีส่วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่น่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้นสำหรับการท่องเที่ยวและการพักผ่อนในท้องถิ่น

ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำได้กำหนดกรอบการดำเนินงานสำหรับการประกวดนี้เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามทางศิลปะเหล่านี้จะนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับคุณภาพน้ำอย่างไร ผู้ที่สนใจสถานะทางสิ่งแวดล้อมของคูคลองในท้องถิ่นหรือผลลัพธ์เฉพาะของโครงการนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 สิงหาคม 2026, 08:57 UTC

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามโชว์โฉนดที่ดินจริง ยืนยันสถานะกรรมสิทธิ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามโชว์โฉนดที่ดินจริง ยืนยันสถานะกรรมสิทธิ์

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงออกมาแสดงต่อสาธารณะเพื่อยืนยันสถานะกรรมสิทธิ์ของวัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามโชว์โฉนดที่ดินจริง ยืนยันสถานะกรรมสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามโชว์โฉนดที่ดินจริง ยืนยันสถานะกรรมสิทธิ์

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงออกมาแสดงต่อสาธารณะเพื่อยืนยันสถานะกรรมสิทธิ์ของวัด

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่าเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามได้ดำเนินการเพื่อจัดการกับข้อกังวลเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัด โดยเจ้าอาวาสได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงออกมาแสดงต่อสาธารณะเพื่อยืนยันว่าเอกสารมีความถูกต้องและมีผลทางกฎหมาย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการหารือเกี่ยวกับสถานะที่ดินของวัดที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความโปร่งใสของฝ่ายบริหารวัดเพื่อแก้ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับที่ดินของวัด การนำโฉนดมาแสดงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของวัด

แม้ว่าเจ้าอาวาสจะนำเอกสารฉบับจริงมาแสดงเพื่อเป็นหลักฐานความเป็นเจ้าของแล้ว แต่กระบวนการตรวจสอบการโอนสิทธิ์อย่างเป็นทางการและการยืนยันขั้นสุดท้ายจากกรมที่ดินยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูว่าเอกสารนี้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎระเบียบทั้งหมดหรือไม่ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นด้านการบริหารที่ยังคงมีการดำเนินการอยู่ ผู้ที่สนใจสถานะของวัดควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมที่ดินเพื่อยืนยันการจดทะเบียนทางกฎหมายของที่ดินดังกล่าวอย่างชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 08:35 UTC

พิธีบวงสรวงต้นตะเคียนยักษ์ดึงดูดผู้คนในสมุทรสงคราม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พิธีบวงสรวงต้นตะเคียนยักษ์ดึงดูดผู้คนในสมุทรสงคราม

ต้นตะเคียนโบราณน้ำหนัก 2 ตันที่ถูกอัญเชิญขึ้นจากคลองกลายเป็นจุดสนใจสำหรับการสักการะและการท่องเที่ยวที่วัดศรัทธาธรรม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พิธีบวงสรวงต้นตะเคียนยักษ์ดึงดูดผู้คนในสมุทรสงคราม

แหล่งข่าวเดียว
พิธีบวงสรวงต้นตะเคียนยักษ์ดึงดูดผู้คนในสมุทรสงคราม

ต้นตะเคียนโบราณน้ำหนัก 2 ตันที่ถูกอัญเชิญขึ้นจากคลองกลายเป็นจุดสนใจสำหรับการสักการะและการท่องเที่ยวที่วัดศรัทธาธรรม

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้รวมตัวกันที่วัดศรัทธาธรรม ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดอนหอยหลอด จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงต้นตะเคียนขนาดใหญ่ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ต้นตะเคียนดังกล่าวมีน้ำหนักกว่า 2 ตัน ความยาว 7.75 เมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.92 เมตร ซึ่งถูกพบจมอยู่ใต้น้ำในคลองฉู่ฉี่

ชาวชุมชนได้อัญเชิญไม้ดังกล่าวขึ้นจากน้ำเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม และเคลื่อนย้ายมาไว้ภายในบริเวณวัด โดยตั้งอยู่ข้างอุโบสถไม้สักทองทรงเรือสำเภา พิธีบวงสรวงเริ่มขึ้นในเวลา 10.09 น. นำโดยพระครูพิพิธพิพัฒนโกศล เจ้าอาวาสวัดศรัทธาธรรม พร้อมด้วยพระสงฆ์ 9 รูป

สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ สถานที่นี้ได้กลายเป็นจุดสนใจทางวัฒนธรรม โดยดึงดูดผู้ที่สนใจในประเพณีความเชื่อและตำนานท้องถิ่น มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากที่พยายามสังเกตต้นตะเคียนเพื่อหาเลขเด็ดตามความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องปกติในความเชื่อพื้นบ้านของไทย แม้ว่าต้นตะเคียนจะถูกนำมาประดิษฐานที่วัดเพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าการหลั่งไหลของผู้คนจะส่งผลต่อการดำเนินงานประจำวันของวัดอย่างไร นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปเยือนดอนหอยหลอดอาจพบว่านี่เป็นจุดแวะชมที่น่าสนใจ แต่ควรปฏิบัติตนด้วยความเคารพต่อพิธีกรรมทางศาสนาที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 08:10 UTC

วัดในขอนแก่นคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

วัดในขอนแก่นคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน

ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมูลนิธิกองทัพธรรมได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงมาแสดงเพื่อคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินของบุคคลภายนอก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

วัดในขอนแก่นคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
วัดในขอนแก่นคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน

ตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมูลนิธิกองทัพธรรมได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงมาแสดงเพื่อคัดค้านการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินของบุคคลภายนอก

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยตัวแทนจากมูลนิธิกองทัพธรรม ได้เดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อจัดการกับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยาราม

ตามรายงานของ Thai Post ตัวแทนของวัดได้นำโฉนดที่ดินฉบับจริงมาแสดง ซึ่งได้รับการแก้ไขอย่างเป็นทางการให้ระบุชื่อวัดเป็นเจ้าของที่ดิน การดำเนินการนี้มีขึ้นเพื่อคัดค้านคำร้องของบุคคลที่ระบุชื่อว่า 'ป้าดา' ซึ่งได้ยื่นขอออกใบแทนโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินแปลงเดียวกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการถือครองที่ดินในประเทศไทย ซึ่งข้อพิพาททางปกครองเกี่ยวกับโฉนดที่ดินสามารถเกิดขึ้นได้แม้กระทั่งกับสถานที่ทางศาสนาที่มีความสำคัญ แม้ว่าการนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการปกป้องสิทธิ์ของวัด แต่เรื่องดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางปกครอง ยังไม่มีการยืนยันว่าสำนักงานที่ดินจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรต่อข้อเรียกร้องที่ขัดแย้งกันนี้ หรือสถานะทางกฎหมายสุดท้ายของที่ดินจะเป็นอย่างไร ผู้ที่สนใจในประเด็นชุมชนควรติดตามความคืบหน้าจากสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นต่อไปเพื่อดูว่าข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์นี้จะได้รับการแก้ไขอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 07:57 UTC

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าจัดการข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าจัดการข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ทางการยืนยันกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น พร้อมเริ่มกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการเพื่อยุติข้อพิพาทที่มีมาอย่างยาวนาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าจัดการข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้าจัดการข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

ทางการยืนยันกรรมสิทธิ์ที่ดินของวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น พร้อมเริ่มกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการเพื่อยุติข้อพิพาทที่มีมาอย่างยาวนาน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม จังหวัดขอนแก่น เพื่อจัดการกับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของวัดและคณะสงฆ์ ตามรายงานของ Khaosod Online นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยืนยันว่าโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดอย่างสมบูรณ์

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้นำพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ไปยังสำนักงานที่ดินในพื้นที่เพื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ การเข้าแทรกแซงครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญ เนื่องจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีแผนที่จะใช้แนวทางนี้ในการแก้ไขข้อพิพาทที่ดินของวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ราคาที่ดินสูงขึ้นจนนำไปสู่ความขัดแย้ง

สำหรับประชาชนและผู้มาเยือน ความคืบหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูความสงบสุขภายในวัดที่เคยประสบกับความตึงเครียด แม้ว่าสถานะกรรมสิทธิ์จะได้รับการยอมรับจากรัฐอย่างเป็นทางการแล้ว แต่การสรุปผลการโอนทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยันภายในกรอบเวลา 1 เดือนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่าจะยังคงติดตามและให้ความช่วยเหลือวัดอื่นๆ ที่เผชิญกับปัญหาในลักษณะเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าสถาบันทางศาสนาจะไม่ต้องเผชิญกับข้อพิพาททางกฎหมายที่ซับซ้อนเพียงลำพัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 07:52 UTC

BEM จัดนิทรรศการศิลปะ “7th Sketchbook Art Exhibition 2026” ในกรุงเทพฯ
วัฒนธรรม ได้รับการยืนยัน

BEM จัดนิทรรศการศิลปะ “7th Sketchbook Art Exhibition 2026” ในกรุงเทพฯ

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดตัวนิทรรศการ “7th Sketchbook Art Exhibition 2026” เพื่อจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์สู่สาธารณชน

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

BEM จัดนิทรรศการศิลปะ “7th Sketchbook Art Exhibition 2026” ในกรุงเทพฯ

ได้รับการยืนยัน
BEM จัดนิทรรศการศิลปะ “7th Sketchbook Art Exhibition 2026” ในกรุงเทพฯ

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดตัวนิทรรศการ “7th Sketchbook Art Exhibition 2026” เพื่อจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์สู่สาธารณชน

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้เปิดตัวนิทรรศการ “7th Sketchbook Art Exhibition 2026” อย่างเป็นทางการ กิจกรรมนี้ถือเป็นพื้นที่สำหรับศิลปินในการจัดแสดงผลงานการตีความเชิงสร้างสรรค์และทักษะทางศิลปะผ่านรูปแบบสมุดสเก็ตช์ภาพที่หลากหลาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ นิทรรศการนี้มอบโอกาสพิเศษในการสัมผัสกับศิลปะร่วมสมัยในท้องถิ่นภายในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักถูกจัดขึ้นในพื้นที่สาธารณะของ BEM เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนทางวัฒนธรรมสำหรับทั้งผู้โดยสารประจำและผู้มาเยือน การได้ชมผลงานเหล่านี้อาจช่วยให้เข้าใจถึงแวดวงศิลปะในท้องถิ่นและจุดเน้นของชุมชนศิลปินในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น

แม้ว่านิทรรศการจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดแสดง รายชื่อศิลปินที่เข้าร่วม รวมถึงข้อกำหนดในการเข้าชมหรือสถานที่ตั้งของสถานีที่จัดแสดงอย่างชัดเจนนั้นยังไม่ได้ระบุไว้ในประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจเข้าชมควรติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ BEM เพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่านิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมถึงเมื่อใด และมีกิจกรรมพิเศษใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานหรือไม่ ในขณะนี้ นิทรรศการดังกล่าวถือเป็นโครงการทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ใช้บริการเครือข่ายรถไฟฟ้าของเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 สิงหาคม 2026, 02:35 UTC

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม: ทายาทคัดค้านกรรมสิทธิ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม: ทายาทคัดค้านกรรมสิทธิ์

เกิดข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน 21 ไร่ที่วัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น โดยทายาทของนายเฮียงผู้ล่วงลับได้คัดค้านการอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของของทางวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม: ทายาทคัดค้านกรรมสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม: ทายาทคัดค้านกรรมสิทธิ์

เกิดข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน 21 ไร่ที่วัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น โดยทายาทของนายเฮียงผู้ล่วงลับได้คัดค้านการอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของของทางวัด

เกิดข้อพิพาทที่ดินครั้งสำคัญเกี่ยวกับที่ดินจำนวน 21 ไร่ที่เกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยารามในจังหวัดขอนแก่น ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ทายาทของนายเฮียงผู้ล่วงลับกำลังยืนยันสิทธิ์ทางกฎหมายเหนือที่ดินดังกล่าว โดยโต้แย้งว่าโฉนดที่ดินยังคงปรากฏชื่อของนายเฮียง และยังไม่มีการทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่วัดหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทายาทระบุว่าข้อตกลงก่อนหน้านี้ที่จะมอบที่ดินให้แก่วัดนั้นมีเงื่อนไขสำคัญว่าต้องสร้างวัดให้แล้วเสร็จก่อน เนื่องจากนายเฮียงเสียชีวิตลงก่อนที่เงื่อนไขดังกล่าวจะบรรลุผล ทายาทจึงเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะ สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเนื่องจากมีคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมของทายาท โดยเฉพาะบทบาทของ 'ป้าดา' ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทน แม้รายงานเบื้องต้นจะระบุว่านายเฮียงมีลูก 9 คน แต่มีการชี้แจงว่าเขามีลูกทางสายเลือด 8 คน และป้าดาซึ่งเป็นหลานสาวของภรรยานายเฮียง ได้รับการยอมรับในภายหลังว่าเป็นทายาทคนที่ 9 เนื่องจากบทบาทในการจัดการเรื่องต่างๆ ของครอบครัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของกฎหมายที่ดินและมรดกในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาสนสถาน แม้ว่าข้อพิพาทนี้จะเป็นเรื่องทางกฎหมายส่วนบุคคล แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบโฉนดที่ดินและเงื่อนไขในสัญญา ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าศาลจะตีความข้อตกลงการบริจาคแบบมีเงื่อนไขนี้อย่างไร และทายาทจะสามารถรักษาที่ดินไว้ได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 07:10 UTC

งานสังสรรค์ศิษย์เก่า จปร.36 ที่สโมสรกองทัพบก
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

งานสังสรรค์ศิษย์เก่า จปร.36 ที่สโมสรกองทัพบก

บุคคลสำคัญทางการเมืองและทหารจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 36 รวมตัวกันจัดงานสังสรรค์ก่อนเกษียณอายุราชการในกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

งานสังสรรค์ศิษย์เก่า จปร.36 ที่สโมสรกองทัพบก

แหล่งข่าวเดียว
งานสังสรรค์ศิษย์เก่า จปร.36 ที่สโมสรกองทัพบก

บุคคลสำคัญทางการเมืองและทหารจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 36 รวมตัวกันจัดงานสังสรรค์ก่อนเกษียณอายุราชการในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 บุคคลสำคัญ อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ พล.อ.ศานติ ศกุนตนาค ประธานรุ่น จปร.36 ได้จัดงานรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้เพื่อนร่วมรุ่น จปร.36 ได้พบปะสังสรรค์และกระชับความสัมพันธ์ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเกษียณอายุราชการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ งานนี้จัดขึ้นในสถานที่ทางทหารที่สำคัญซึ่งมักจะมีการจัดงานส่วนตัวเป็นครั้งคราว แม้ว่างานนี้จะถูกระบุว่าเป็นงานพบปะสังสรรค์ที่เป็นกันเองเพื่อกระชับความสัมพันธ์ส่วนตัวหลังจากแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่มานาน แต่ก็ได้รับความสนใจเนื่องจากผู้เข้าร่วมงานเป็นบุคคลที่มีบทบาทสูงทั้งในด้านการเมืองและการทหารของไทย

จนถึงขณะนี้ งานดังกล่าวได้รับการยืนยันว่าเป็นเพียงงานสังสรรค์ส่วนตัวเท่านั้น ยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับนัยทางการเมืองหรือการหารือเชิงนโยบายใดๆ ที่เป็นผลมาจากการพบปะครั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้สถานที่จัดงานจะเป็นสโมสรทหาร แต่กิจกรรมลักษณะนี้มักจะปิดไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วม ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเกษียณอายุของผู้เข้าร่วมงานหรือความร่วมมือในอนาคตแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 07:11 UTC

วัดในขอนแก่นเดินหน้าขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างเป็นทางการ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

วัดในขอนแก่นเดินหน้าขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างเป็นทางการ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามนำโฉนดที่ดินฉบับจริงยื่นต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเนื้อที่กว่า 21 ไร่ให้เป็นของวัดอย่างเป็นทางการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

วัดในขอนแก่นเดินหน้าขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวเดียว
วัดในขอนแก่นเดินหน้าขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างเป็นทางการ

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามนำโฉนดที่ดินฉบับจริงยื่นต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเนื้อที่กว่า 21 ไร่ให้เป็นของวัดอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้เดินทางไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยตัวแทนจากมูลนิธิทนายกองทัพธรรมและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เพื่อนำโฉนดที่ดินฉบับจริงเลขที่ 61945 เนื้อที่กว่า 21 ไร่ มาเป็นหลักฐานในการขอรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้เป็นของวัดป่าอดุลยารามอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ได้ตรวจสอบและยืนยันว่าโฉนดดังกล่าวเป็นฉบับจริง อย่างไรก็ตาม ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในปัจจุบันยังคงเป็นชื่อของนายเฮียง พิมพ์ศรี โดยสำนักงานที่ดินได้เริ่มกระบวนการทางธุรการที่จำเป็นเพื่อดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ เจ้าอาวาสระบุว่ายังไม่มีการพูดคุยโดยตรงกับอีกฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนทางธุรการที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการถือครองที่ดินและทรัพย์สินของวัดในประเทศไทย แม้ว่าทางวัดจะได้ดำเนินการขั้นตอนสำคัญด้วยการนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงแล้ว แต่กระบวนการโอนทางกฎหมายยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งยังต้องติดตามต่อไปว่าการตรวจสอบทางธุรการจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีข้อพิพาททางกฎหมายเพิ่มเติมจากเจ้าของเดิมหรือไม่ โดยในระหว่างนี้ทางวัดยังคงดำเนินกิจกรรมตามปกติบนพื้นที่ดังกล่าวในระหว่างที่รอการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 06:51 UTC

ฮือฮาลูกวัวประหลาดมีปานรูป 'ใบโพธิ์' กลางหน้าผากที่บุรีรัมย์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ฮือฮาลูกวัวประหลาดมีปานรูป 'ใบโพธิ์' กลางหน้าผากที่บุรีรัมย์

ลูกวัวเพศผู้ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับความสนใจจากชาวบ้านเนื่องจากมีปานสีขาวรูปใบโพธิ์ที่หน้าผาก ซึ่งเชื่อว่าเป็นลักษณะมงคลตามความเชื่อโบราณ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ฮือฮาลูกวัวประหลาดมีปานรูป 'ใบโพธิ์' กลางหน้าผากที่บุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ฮือฮาลูกวัวประหลาดมีปานรูป 'ใบโพธิ์' กลางหน้าผากที่บุรีรัมย์

ลูกวัวเพศผู้ในจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับความสนใจจากชาวบ้านเนื่องจากมีปานสีขาวรูปใบโพธิ์ที่หน้าผาก ซึ่งเชื่อว่าเป็นลักษณะมงคลตามความเชื่อโบราณ

ชาวบ้านในหมู่บ้านประดาจะบก ตำบลเจริญสุข จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รวมตัวกันเพื่อดูลูกวัวเพศผู้อายุ 7 เดือนที่มีปานสีขาวโดดเด่นอยู่กลางหน้าผาก ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปานดังกล่าวมีลักษณะคล้าย 'ใบโพธิ์' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มักเกี่ยวข้องกับความเป็นสิริมงคลในวัฒนธรรมท้องถิ่น

นางสุนันท์ เจ้าของวัววัย 59 ปี ซึ่งเลี้ยงวัวมานานกว่า 10 ปี กล่าวว่าลูกวัวตัวนี้เกิดเมื่อเดือนมกราคม 2569 แม้เธอจะไม่ได้ฝันหรือมีลางบอกเหตุก่อนที่วัวจะคลอด แต่เธอก็เชื่อว่าการมาถึงของลูกวัวตัวนี้ทำให้ครอบครัวมีเรื่องดีๆ และโชคลาภเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่พบเห็นในท้องถิ่นต่างสันนิษฐานว่าลูกวัวตัวนี้อาจเป็น 'พญาวัว' ซึ่งเป็นสัตว์ที่ถูกกล่าวถึงในตำราโบราณของไทยว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของลักษณะสัตว์ในชุมชนชนบทของไทย แม้ว่าลูกวัวตัวนี้จะเป็นเพียงความสนใจในท้องถิ่น แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลมากกว่าการจำแนกทางวิทยาศาสตร์ การที่สัตว์ตัวนี้จะมีคุณสมบัติพิเศษหรือไม่นั้นยังคงเป็นการตีความตามความเชื่อและตำนานพื้นบ้าน ผู้ที่สนใจในขนบธรรมเนียมท้องถิ่นอาจเห็นว่านี่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่าความเชื่อโบราณยังคงมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตในชนบทของไทยในปัจจุบันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 06:52 UTC

พจน์ ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ชี้แจงกรณีดราม่าสลับเหรียญทองคำ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พจน์ ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ชี้แจงกรณีดราม่าสลับเหรียญทองคำ

พจน์ ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดังของไทย ออกมาชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการสลับเหรียญทองคำ โดยยืนยันว่าเป็นความผิดพลาดของทีมงานในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พจน์ ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ชี้แจงกรณีดราม่าสลับเหรียญทองคำ

แหล่งข่าวเดียว
พจน์ ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ชี้แจงกรณีดราม่าสลับเหรียญทองคำ

พจน์ ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดังของไทย ออกมาชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการสลับเหรียญทองคำ โดยยืนยันว่าเป็นความผิดพลาดของทีมงานในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบ

เกิดประเด็นดราม่าในวงการพระเครื่องของไทยเกี่ยวกับเหรียญทองคำมูลค่า 9 ล้านบาท โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่ามีการแฉผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีการสลับเหรียญทองคำในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

พจน์ ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดัง ได้ออกมาไลฟ์สดชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของทีมงานที่ลืมเหรียญทองคำไว้ในเครื่องยิงเปอร์เซ็นต์ทอง พจน์ยืนยันว่าได้ตกลงซื้อเหรียญดังกล่าวจากเจ้าของในราคา 9 ล้านบาทแล้ว ซึ่งทางเจ้าของเหรียญได้รับทราบคำชี้แจงและไม่ได้ติดใจเอาความ พร้อมทั้งยืนยันความเชื่อมั่นว่าพจน์ไม่มีส่วนรู้เห็นในการสลับเหรียญ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ยังคงได้รับความสนใจจากบุคคลในวงการพระเครื่อง โดย ป๋อง สุพรรณ เซียนพระอีกท่านหนึ่ง ได้ตั้งข้อสังเกตจากหลักฐานภาพถ่ายที่ระบุว่าเหรียญ 1 ใน 14 เหรียญนั้นถูกเปลี่ยนเป็นเหรียญเนื้อทองแดง

สำหรับประชาชนและนักสะสม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการทำธุรกรรมมูลค่าสูงในตลาดพระเครื่องที่ยังไม่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด แม้ข้อพิพาทเบื้องต้นจะดูเหมือนยุติลงแล้ว แต่ผลกระทบในวงกว้างเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัตถุมงคลในระหว่างการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ หรือมีความผิดปกติอื่นๆ ในเหรียญที่เหลือตามที่ปรากฏในภาพถ่ายหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 06:30 UTC

วัดในเพชรบุรีเดือดร้อนหนัก หลังเจ้าของนำไก่ชนแพ้มาปล่อยทิ้ง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

วัดในเพชรบุรีเดือดร้อนหนัก หลังเจ้าของนำไก่ชนแพ้มาปล่อยทิ้ง

วัดเกาะแก้วสุทธารามในจังหวัดเพชรบุรีขอความช่วยเหลือจากสาธารณชนในการดูแลไก่กว่า 100 ตัวที่ถูกนำมาปล่อยทิ้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและภาระค่าใช้จ่ายของทางวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

วัดในเพชรบุรีเดือดร้อนหนัก หลังเจ้าของนำไก่ชนแพ้มาปล่อยทิ้ง

แหล่งข่าวเดียว
วัดในเพชรบุรีเดือดร้อนหนัก หลังเจ้าของนำไก่ชนแพ้มาปล่อยทิ้ง

วัดเกาะแก้วสุทธารามในจังหวัดเพชรบุรีขอความช่วยเหลือจากสาธารณชนในการดูแลไก่กว่า 100 ตัวที่ถูกนำมาปล่อยทิ้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและภาระค่าใช้จ่ายของทางวัด

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 วัดเกาะแก้วสุทธาราม ในอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี กำลังเผชิญกับปัญหาหนักจากการที่มีผู้นำไก่ชนที่แพ้จากการแข่งขันมาปล่อยทิ้งไว้ภายในวัด พระครูพัชรสุตวิธาน เจ้าอาวาสวัด เปิดเผยว่าเจ้าของไก่มักนำไก่ที่แพ้มาทิ้งไว้ บางครั้งถึงขั้นโยนทั้งไก่และสุ่มครอบข้ามรั้วเข้ามา

ปัจจุบันภายในวัดมีไก่ชนและไก่แจ้รวมกันมากกว่า 100 ตัว ซึ่งไก่เหล่านี้มักรวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าศาลาบำเพ็ญกุศล ทำให้เกิดปัญหาความสกปรกจากมูลไก่ พระสงฆ์จำนวน 11 รูปภายในวัดต้องช่วยกันทำความสะอาดและจัดหาอาหารให้ไก่ โดยมักนำข้าวที่เหลือจากการบิณฑบาตมาแบ่งให้กิน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภาระในการดูแลพื้นที่ของวัดที่กลายเป็นที่พักพิงของสัตว์โดยไม่ตั้งใจ การสะสมของมูลไก่อาจส่งผลต่อความสะอาดของพื้นที่ส่วนกลางภายในวัด เจ้าอาวาสจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคอาหารไก่หรือสนับสนุนการสร้างกรงเลี้ยงเพื่อแบ่งเบาภาระ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วัดเกาะแก้วสุทธารามโดยตรง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางวัดจะจัดการดูแลไก่เหล่านี้ในระยะยาวอย่างไรหากยอดบริจาคไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 สิงหาคม 2026, 06:31 UTC