ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ไทยและยูเออีเดินหน้าเจรจา CEPA เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน ✦
ความปลอดภัย ประกาศเตือนฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัด ✦
กีฬา ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบสาวเกาหลีใต้ คว้าเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย ศาลสั่งจำคุกอดีต ผอ.โรงเรียนและครูในกระบี่ คดีนำเงินสมาคมฌาปนกิจไปใช้ส่วนตัว ✦
เหตุการณ์ Heytea เปิดตัว 'Heytea Lab' แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ ✦
เศรษฐกิจ ไทยเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสภาพอากาศสุดขั้วในปี 2570 ✦
กฎหมาย ตำรวจรวบผู้ต้องหาโพสต์ขายคลิปอนาจารเด็กผ่านกลุ่มลับออนไลน์ ✦
กีฬา ไทยประกาศรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโดลุยศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวไม่มีกำหนดจากสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
เศรษฐกิจ

ไทยและยูเออีเดินหน้าเจรจา CEPA เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและยูเออีเดินหน้าเจรจา CEPA เพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ยูเออีเพื่อเร่งจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจรอบด้าน (CEPA)

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับ ดร.ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านการค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ณ สำนักงานผู้แทนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำสหประชาชาติ ตามรายงานของ Khaosod Online การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ความคืบหน้าของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจรอบด้าน (CEPA) ระหว่างไทยและยูเออี รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

วัตถุประสงค์หลักของการหารือคือการขยายโอกาสทางการตลาดสำหรับสินค้าเกษตรของไทยและดึงดูดการลงทุนจากยูเออีให้มากขึ้น ทั้งสองประเทศแสดงความมุ่งมั่นร่วมกันในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชน กระทรวงพาณิชย์ของไทยระบุว่าจะให้ความสำคัญกับการสรุปกรอบความตกลง CEPA เพื่อสนับสนุนเป้าหมายทางเศรษฐกิจเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเชิงธุรกิจ ความคืบหน้านี้เป็นสัญญาณถึงโอกาสในการเพิ่มกิจกรรมทางการค้าระหว่างสองประเทศและการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น แม้ว่าการหารือจะสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวกของความสัมพันธ์ทางการค้า แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการลงนามและการบังคับใช้ CEPA นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคการค้าหรือกฎระเบียบด้านการลงทุนอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:55 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศเตือนฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัด

สภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายน ถึงเช้าวันที่ 26 กันยายน

ตามรายงานจาก Thai Post ดร.เสรี ศุภราทิตย์ จากมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉุกเฉิน โดยเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และ 8 จังหวัดใกล้เคียง ให้ระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอยู่ในระดับความเสี่ยงสีเหลืองและสีส้ม ตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายน ต่อเนื่องไปจนถึงเช้าวันที่ 26 กันยายน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึงจังหวัดในภาคกลาง ได้แก่ สุพรรณบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ทางการกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากความรุนแรงของปริมาณน้ำฝนที่คาดการณ์ไว้

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือมีแผนการเดินทางผ่านพื้นที่เหล่านี้ เหตุการณ์สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัด และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้ง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตสภาพอากาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ แม้ว่าคำเตือนจะครอบคลุมช่วงเวลาที่กำหนด แต่ระยะเวลาและผลกระทบที่แน่ชัดของฝนยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ประชาชนควรใช้ความระมัดระวังและเตรียมพร้อมสำหรับความล่าช้าในการเดินทางที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:57 UTC

กีฬา

ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบสาวเกาหลีใต้ คว้าเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบสาวเกาหลีใต้ คว้าเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ 2026

ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งกลายเป็นกระแสไวรัลจากรูปลักษณ์ของเธอ คว้าเหรียญเงินในการแข่งขันฟันดาบเอเป้ทีมหญิง ในเอเชียนเกมส์ 2026

ตามรายงานจาก Khaosod Online ยัง ซึงฮเย นักฟันดาบทีมชาติเกาหลีใต้ ได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่จัดขึ้น ณ เมืองไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยยัง ซึงฮเย ซึ่งลงแข่งขันในประเภทเอเป้ทีมหญิงร่วมกับเพื่อนร่วมทีม ลิม แตฮี, ซง เซรา และ อี ฮเยอิน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่สุดท้ายพ่ายให้กับทีมชาติจีน

ก่อนหน้านี้ ยัง ซึงฮเย กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย โดยผู้ใช้งานหลายคนตั้งข้อสงสัยว่ารูปลักษณ์ที่โดดเด่นของเธอนั้นเกิดจากการสร้างด้วย AI หรือไม่ ผลงานของเธอในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถทางกีฬาที่แท้จริงของเธอ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจการแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นในเมืองไอจิ-นาโกยา

แม้ความสำเร็จด้านกีฬาของเธอจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการแข่งขันในอนาคตหรือการปรากฏตัวในรายการต่างๆ ยังไม่มีการประกาศออกมา แฟนๆ ที่สนใจติดตามอาชีพของเธอสามารถติดตามได้ทาง Instagram ที่ชื่อผู้ใช้ @yang_seunghye_

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:55 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

ศาลสั่งจำคุกอดีต ผอ.โรงเรียนและครูในกระบี่ คดีนำเงินสมาคมฌาปนกิจไปใช้ส่วนตัว

แหล่งข่าวเดียว
ศาลสั่งจำคุกอดีต ผอ.โรงเรียนและครูในกระบี่ คดีนำเงินสมาคมฌาปนกิจไปใช้ส่วนตัว

ศาลจังหวัดกระบี่ตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารโรงเรียนและครูรวม 7 คน โดยให้รอลงอาญา ในคดีนำเงินสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูไปใช้จ่ายส่วนตัว

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลแขวงกระบี่ได้พิพากษาลงโทษอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนและครูรวม 7 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าจำเลยทั้ง 7 คนมีความผิดฐานนำเงินของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดกระบี่ไปใช้ในทางที่ผิด

หลักฐานที่นำเสนอต่อศาลเผยว่า กลุ่มจำเลยได้นำเงินจำนวน 10,820 บาท จากงบประมาณ 40,000 บาท ซึ่งเดิมจัดสรรไว้สำหรับการอบรมสัมมนาและศึกษาดูงาน ไปใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าสุรา และค่าจ้างคนขับรถ ในระหว่างการจัดเลี้ยงส่วนตัวของกลุ่มคนประมาณ 10 กว่าคนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 1 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้เงินกองทุนสหกรณ์และสวัสดิการอย่างเข้มงวด แม้คดีความในส่วนของศาลจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางสมาคมฯ จะมีการดำเนินการทางวินัยภายในหรือฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกคืนเงินดังกล่าวหรือไม่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงกฎระเบียบที่เคร่งครัดในการบริหารจัดการองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและสวัสดิการในประเทศ โดยรายละเอียดทั้งหมดได้รับการยืนยันจากนายชุมพล พิศาล ผู้ตรวจสอบกิจการของสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้มอบสำเนาคำพิพากษาให้แก่สื่อมวลชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:55 UTC

เหตุการณ์

Heytea เปิดตัว 'Heytea Lab' แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์

แหล่งข่าวเดียว
Heytea เปิดตัว 'Heytea Lab' แห่งแรกในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์

แบรนด์ชาจากจีน Heytea เข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิด 'Heytea Lab' แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ แบรนด์ชาจากจีน Heytea ได้เปิดสาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ สถานที่แห่งใหม่นี้ถูกกำหนดให้เป็น 'Heytea Lab' ซึ่งถือเป็นร้านรูปแบบทดลองแห่งแรกของแบรนด์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสาขาที่ 3 นอกประเทศจีน

ภายในร้านมีพื้นที่ที่รวมเอาห้องแล็บชา เบเกอรี่ และเจลาโต้เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถชมกระบวนการเตรียมเมนูต่างๆ ได้ในพื้นที่ครัวแบบเปิด เมนูมีให้เลือกหลากหลายทั้งเครื่องดื่มชา เบเกอรี่ และเจลาโต้ โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 90 ถึง 195 บาท

สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นทางเลือกใหม่ในตลาดเครื่องดื่มชงสดที่มีการแข่งขันสูงในประเทศไทย Heytea ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2555 เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้บุกเบิกเทรนด์ 'New-Style Tea' รวมถึงการทำให้ชาชีสเป็นที่นิยม แม้ว่าร้านจะเปิดให้บริการแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าความนิยมของแบรนด์อาจทำให้มีผู้ใช้บริการจำนวนมากในช่วงเปิดตัวนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายสาขาในอนาคตหรือการปรับเปลี่ยนเมนูนั้น ทางบริษัทยังไม่ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:55 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสภาพอากาศสุดขั้วในปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสภาพอากาศสุดขั้วในปี 2570

หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าไทยอาจเผชิญกับปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ในปี 2570 ซึ่งอาจทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรงตามด้วยน้ำท่วมหนัก โดยคาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.271 แสนล้านบาท

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ประเทศไทยกำลังเตรียมรับมือกับความผันผวนของสภาพอากาศที่สำคัญในปี 2570 โดยองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ได้เตือนถึงปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ซึ่งคาดว่าจะสร้างสถานการณ์ 'สองเด้ง' ให้กับประเทศ คือภาวะแล้งจัดในช่วงครึ่งปีแรก ตามด้วยอุทกภัยรุนแรงเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาวะลานีญาในช่วงปลายปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร และห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น ศูนย์วิจัยกรุงศรีประเมินว่าน้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ประมาณ 5.2 ล้านไร่ โดยคาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจรวม 1.271 แสนล้านบาท ซึ่งอาจฉุดจีดีพีของไทยลดลง 0.65%

แม้ว่าการคาดการณ์เหล่านี้จะเน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่ช่วงเวลาและความรุนแรงที่แน่ชัดของเหตุการณ์สภาพอากาศเหล่านี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทางการกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่สภาพอากาศโลกยังคงแสดงสัญญาณของความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางในปี 2570 ควรติดตามประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในท้องถิ่นและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยายังคงประเมินขอบเขตของความท้าทายทางสภาพอากาศเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:56 UTC

กฎหมาย

ตำรวจรวบผู้ต้องหาโพสต์ขายคลิปอนาจารเด็กผ่านกลุ่มลับออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจรวบผู้ต้องหาโพสต์ขายคลิปอนาจารเด็กผ่านกลุ่มลับออนไลน์

เจ้าหน้าที่ไทยจับกุมชายวัย 28 ปี ในจังหวัดสระบุรี หลังพบพฤติการณ์เผยแพร่คลิปอนาจารเด็กชายผ่านกลุ่มลับบนโซเชียลมีเดีย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้เข้าจับกุมนายมงคล อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ณ บ้านพักในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการสืบสวนที่ได้รับเบาะแสจากองค์กร LIFT by Hagar เกี่ยวกับการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อการค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์โพสต์โฆษณาเชิญชวนให้ผู้สนใจโอนเงินจำนวน 300 บาท เพื่อเข้ากลุ่มลับที่มีคลิปวิดีโออนาจารของเด็กชายอายุ 16 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนล่อซื้อและแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มดังกล่าวเพื่อตรวจสอบหลักฐาน ก่อนจะสืบสวนจนทราบตัวผู้ต้องหาจากหลักฐานทางดิจิทัล รวมถึงรอยสักที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งปรากฏในคลิปวิดีโอ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ไทยในการปราบปรามการแสวงหาผลประโยชน์ทางดิจิทัลและการค้าสื่อลามกอนาจารเด็กอย่างจริงจัง แม้ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบว่ามีบัญชีหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้ทราบว่าการเผยแพร่และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:56 UTC

กีฬา

ไทยประกาศรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโดลุยศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโดลุยศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026

ไทยยืนยันรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโด 4 คนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ที่เมืองไอจิ–นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น

คณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาพาราเทควันโด 4 คนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–24 ตุลาคม 2569 ณ เมืองไอจิ–นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ร้อยโท ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้แสดงความมั่นใจในการเตรียมความพร้อมของทีม โดยระบุว่านักกีฬาจากทั้ง 18 ชนิดกีฬาได้เก็บตัวฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

ทัพนักกีฬาไทยนำโดย “ขวัญ” ขวัญสุดา พวงกิจจา เจ้าของเหรียญทองในรุ่น K44 น้ำหนักไม่เกิน 47 กิโลกรัม ซึ่งเคยคว้าเหรียญทองมาแล้วในการแข่งขันที่หางโจวเมื่อปี 2022 นอกจากนี้ยังมี ธันวา แก่นคำ เจ้าของเหรียญทองแดงจากการแข่งขันครั้งก่อน ร่วมด้วย ธนพันธุ์ โสตถิเศรษฐ์ และ อภิวิภา พัวพัน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจ การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการพาราลิมปิกในระดับภูมิภาค แม้ทางคณะกรรมการจะมีความคาดหวังสูงต่อการคว้าเหรียญรางวัลโดยอ้างอิงจากประสบการณ์ระดับนานาชาติของนักกีฬา แต่ผลการแข่งขันที่แท้จริงยังคงต้องรอติดตามระหว่างการแข่งขัน ผลงานของทีมจะเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดในขณะที่พวกเขาพยายามต่อยอดความสำเร็จจากเวทีระดับโลก ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตตารางการแข่งขันและรายละเอียดการถ่ายทอดสดเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงวันจัดงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:56 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวไม่มีกำหนดจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวไม่มีกำหนดจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวทุกจุดเป็นการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวทุกจุดเป็นการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันจนเกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณโป่งต้นไทรที่มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สภาพอากาศที่รุนแรงส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานภายในอุทยานได้รับความเสียหาย รวมถึงเกิดดินสไลด์ใกล้บริเวณน้ำตกน้อยและมีต้นไม้ล้มโค่นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเกิดเหตุไฟฟ้าดับและสัญญาณสื่อสารขัดข้องต่อเนื่องมานานกว่า 48 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งหมด อาทิ น้ำตกสาริกา น้ำตกตะคร้อ และแก่งหินเพิง จึงไม่สามารถเข้าถึงได้ รวมถึงด่านตรวจทางขึ้นอุทยานฯ ทุกจุด เช่น ด่านเนินหอม ก็ถูกปิดเช่นกัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าการเดินทางเข้าชมอุทยานฯ ทั้งหมดจะต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและเคลียร์พื้นที่ แต่ยังไม่มีการยืนยันกำหนดการเปิดให้บริการอุทยานฯ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์ โดยอุทยานฯ จะยังคงปิดทำการจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:56 UTC

พบขุมทรัพย์เหรียญเงินยุคไวกิงครั้งใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พบขุมทรัพย์เหรียญเงินยุคไวกิงครั้งใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์

มีการค้นพบเหรียญเงินยุคไวกิงจำนวนมหาศาลน้ำหนักรวม 4.5 กิโลกรัมในภาคใต้ของฟินแลนด์ ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พบขุมทรัพย์เหรียญเงินยุคไวกิงครั้งใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์

แหล่งข่าวเดียว
พบขุมทรัพย์เหรียญเงินยุคไวกิงครั้งใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์

มีการค้นพบเหรียญเงินยุคไวกิงจำนวนมหาศาลน้ำหนักรวม 4.5 กิโลกรัมในภาคใต้ของฟินแลนด์ ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ตามรายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวซินหัว พิพิธภัณฑ์เมืองลาห์ตีในประเทศฟินแลนด์ได้ประกาศการค้นพบขุมทรัพย์เหรียญเงินยุคไวกิงครั้งสำคัญ โดยคอลเลกชันดังกล่าวมีอายุระหว่างปี ค.ศ. 793 ถึง 1066 และถูกค้นพบเมื่อวันที่ 3 กันยายน ในเขตเทศบาลซิสมา ขุมทรัพย์นี้มีน้ำหนักรวมประมาณ 4.5 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการค้นพบเหรียญเงินยุคไวกิงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในฟินแลนด์

ขุมทรัพย์ดังกล่าวถูกบรรจุอยู่ในภาชนะทำจากเปลือกไม้เบิร์ช 2 ใบ ซึ่งถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 45 เซนติเมตร และวางห่างกัน 12 เมตร นอกจากเหรียญเงินหลายพันเหรียญแล้ว ภายในยังพบเศษชิ้นส่วนเงินที่ใช้แทนเงินตรา กำไลข้อมือ ชิ้นส่วนตกแต่ง และลูกปัดเงิน โดยนายคัลเล ลัปพิเนน ผู้ที่ใช้เครื่องตรวจจับโลหะเป็นผู้ค้นพบขุมทรัพย์นี้เป็นคนแรก และได้รีบรายงานต่อสำนักงานมรดกแห่งชาติฟินแลนด์ทันที ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเข้าดำเนินการขุดค้นได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ที่เดินทางมายังฟินแลนด์ การค้นพบนี้ช่วยเน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งของภูมิภาคนี้กับยุคไวกิง แม้ว่าจะเป็นการค้นพบที่สำคัญมาก แต่พิพิธภัณฑ์เมืองลาห์ตีระบุว่ายังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันน้ำหนักที่แน่นอน จำนวนวัตถุทั้งหมด และอายุของเหรียญที่ชัดเจน การค้นพบครั้งนี้ทำลายสถิติเดิมที่เคยพบในปี พ.ศ. 2438 ที่เทศบาลนูซีไอเนน ซึ่งประกอบด้วยวัตถุประมาณ 1,700 ชิ้น น้ำหนัก 2.2 กิโลกรัม โดยคาดว่าจะมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่พิพิธภัณฑ์ดำเนินการวิเคราะห์วัตถุโบราณเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 06:18 UTC

ตรวจสอบที่มาทรัพย์สินหญิงสาวผู้ใกล้ชิดวัดมานาน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ตรวจสอบที่มาทรัพย์สินหญิงสาวผู้ใกล้ชิดวัดมานาน

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภูมิหลังทางการเงินของหญิงสาวที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดมาตั้งแต่ปี 2550 หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับความร่ำรวยที่ผิดปกติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ตรวจสอบที่มาทรัพย์สินหญิงสาวผู้ใกล้ชิดวัดมานาน

แหล่งข่าวเดียว
ตรวจสอบที่มาทรัพย์สินหญิงสาวผู้ใกล้ชิดวัดมานาน

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภูมิหลังทางการเงินของหญิงสาวที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดมาตั้งแต่ปี 2550 หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับความร่ำรวยที่ผิดปกติ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ความสนใจของสาธารณชนได้มุ่งไปที่หญิงสาวที่รู้จักกันในชื่อ 'สีกาเอ๋' เนื่องจากมีคำถามเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของเธอ รายงานดังกล่าวระบุไทม์ไลน์ที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลนี้มีความเกี่ยวข้องกับวัดมาตั้งแต่ปี 2550

ความสนใจของสาธารณชนเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาที่ว่าหญิงสาวรายนี้ไม่ได้ประกอบอาชีพที่เป็นทางการในช่วงระยะเวลา 3 ปี แต่กลับสามารถซื้อบ้านได้ถึง 2 หลังในช่วงเวลาดังกล่าว ความไม่สอดคล้องเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับที่มาของความร่ำรวยของเธอ ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบกิจกรรมและประวัติทางการเงินของเธออย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เรื่องราวนี้เน้นย้ำถึงการอภิปรายสาธารณะที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสภายในสถาบันทางศาสนาและการจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับวัด แม้ว่าสถานการณ์นี้จะได้รับความสนใจจากสื่ออย่างมาก แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาเรื่องความร่ำรวยที่ผิดปกติกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สินของเธอยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 05:56 UTC

วัดพุทไธศวรรย์ยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมแม้จะมีประเด็นอื้อฉาวล่าสุด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

วัดพุทไธศวรรย์ยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมแม้จะมีประเด็นอื้อฉาวล่าสุด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยยืนยันว่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัดพุทไธศวรรย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงอยู่ครบถ้วน หลังจากการจับกุมอดีตเจ้าอาวาส

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

วัดพุทไธศวรรย์ยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมแม้จะมีประเด็นอื้อฉาวล่าสุด

แหล่งข่าวเดียว
วัดพุทไธศวรรย์ยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมแม้จะมีประเด็นอื้อฉาวล่าสุด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยยืนยันว่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัดพุทไธศวรรย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงอยู่ครบถ้วน หลังจากการจับกุมอดีตเจ้าอาวาส

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นที่วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอดีตเจ้าอาวาสของวัดเพิ่งถูกกองบังคับการปราบปรามจับกุมในข้อหายักยอกเงินและประพฤติตนไม่เหมาะสมทางเพศ

นายสุรศักดิ์เน้นย้ำว่าวัดยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีพระปรางค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เป็นเอกลักษณ์ และมีพระนอนไสยาสน์ที่ศักดิ์สิทธิ์ เขาระบุว่าวัดแห่งนี้ได้รับความเคารพมายาวนานเนื่องจากมรดกของบุคคลที่เป็นที่เคารพ เช่น หลวงปู่หวล รัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่าประชาชนสามารถแยกแยะระหว่างการกระทำของบุคคลกับความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ทางศาสนาได้ เขาเชื่อว่านักท่องเที่ยวและชาวบ้านจะยังคงมาเยี่ยมชมวัดเพื่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณ มากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป วัดยังคงเปิดให้บริการในฐานะสถานที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรม แม้รัฐมนตรีจะยืนยันว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาหรือส่งผลกระทบเชิงลบต่อการท่องเที่ยวในเมืองประวัติศาสตร์ แต่การรับรู้ในระยะยาวเกี่ยวกับการบริหารจัดการวัดยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ผู้มาเยือนได้รับการสนับสนุนให้มุ่งเน้นไปที่มรดกทางประวัติศาสตร์ของสถานที่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายต่ออดีตเจ้าอาวาสยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 05:36 UTC

ทางการยึดทรัพย์สินมูลค่า 215 ล้านบาท เชื่อมโยงอดีตพระสงฆ์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ทางการยึดทรัพย์สินมูลค่า 215 ล้านบาท เชื่อมโยงอดีตพระสงฆ์

ทางการไทยยึดทรัพย์สินมูลค่า 215 ล้านบาท รวมถึงทองคำจำนวนมาก หลังจากการสอบสวนอดีตพระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ทางการยึดทรัพย์สินมูลค่า 215 ล้านบาท เชื่อมโยงอดีตพระสงฆ์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการยึดทรัพย์สินมูลค่า 215 ล้านบาท เชื่อมโยงอดีตพระสงฆ์

ทางการไทยยึดทรัพย์สินมูลค่า 215 ล้านบาท รวมถึงทองคำจำนวนมาก หลังจากการสอบสวนอดีตพระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้อง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ทางการไทยได้ยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 215 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีอาญาที่กำลังดำเนินอยู่ ทรัพย์สินที่ยึดได้รวมถึงทองคำจำนวน 1,066 บาท การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่อดีตพระสงฆ์ที่ถูกเรียกว่า 'สมีโชติ' และผู้เกี่ยวข้องคือ 'สีกาเก๋'

เจ้าหน้าที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการเงินบริจาค โดยระบุว่าเงินบริจาคจำนวน 92 ล้านบาทที่ตั้งใจจะมอบให้วัดนั้น ไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของวัดตามที่ควรจะเป็น ทั้งสองคนมีกำหนดถูกนำตัวไปฝากขังในช่วงบ่ายของวันที่ 11 กันยายน เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสในการบริจาคเงินให้ศาสนสถาน และความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทยในการจัดการกับความไม่โปร่งใสทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนา แม้ว่าการยึดทรัพย์สินจะเป็นความคืบหน้าที่สำคัญ แต่คดียังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ประชาชนควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาที่ชัดเจนและผลสรุปของกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตทั้งหมดของการยักยอกเงินที่ถูกกล่าวหายังคงต้องรอการยืนยันจากศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 05:16 UTC

กองปราบยึดทรัพย์สินอดีตเจ้าอาวาสคดียักยอกเงินวัด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กองปราบยึดทรัพย์สินอดีตเจ้าอาวาสคดียักยอกเงินวัด

ตำรวจไทยยึดทรัพย์สินจำนวนมาก รวมถึงเงินสด 144 ล้านบาท จากอดีตเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กองปราบยึดทรัพย์สินอดีตเจ้าอาวาสคดียักยอกเงินวัด

แหล่งข่าวเดียว
กองปราบยึดทรัพย์สินอดีตเจ้าอาวาสคดียักยอกเงินวัด

ตำรวจไทยยึดทรัพย์สินจำนวนมาก รวมถึงเงินสด 144 ล้านบาท จากอดีตเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัด

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ยึดทรัพย์สินจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งระบุชื่อว่านายโชติ (อดีตพระอติโชติ ธมฺมวโร)

เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดจำนวน 144 ล้านบาทซุกซ่อนอยู่ในกุฏิ พร้อมเงินในบัญชีธนาคาร 290 ล้านบาท และทองคำน้ำหนัก 1,066 บาท อดีตเจ้าอาวาสถูกจับกุมพร้อมกับหญิงสาวคนสนิทที่ระบุชื่อว่า 'เอ๋' หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกเงินวัดจำนวน 92 ล้านบาท การสอบสวนของตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาได้นำเงินบริจาคของวัดเข้าบัญชีส่วนตัว ในขณะที่ยังคงออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดให้กับผู้บริจาค

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับการทุจริตทางการเงินภายในสถาบันทางศาสนา ขณะนี้การสอบสวนกำลังขยายผลไปยังหลายจังหวัดเพื่อตรวจสอบความเสียหายทั้งหมด แม้ว่าตำรวจจะยืนยันการยึดทรัพย์สินและการจับกุมผู้ต้องหาแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายในข้อหายักยอกทรัพย์และละเมิดพระธรรมวินัยยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากการสอบสวนของกองปราบปรามเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเงินของอดีตเจ้าอาวาสรายนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 05:17 UTC

กรมป่าไม้คว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กรมป่าไม้คว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569

กรมป่าไม้ได้รับรางวัลเลิศรัฐ 2 รางวัล จากผลงานด้านป่าชุมชนและระบบบริการดิจิทัล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กรมป่าไม้คว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
กรมป่าไม้คว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569

กรมป่าไม้ได้รับรางวัลเลิศรัฐ 2 รางวัล จากผลงานด้านป่าชุมชนและระบบบริการดิจิทัล

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กรมป่าไม้ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569 จำนวน 2 รางวัล ในพิธีมอบรางวัลที่จัดขึ้น ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารราชการและการให้บริการประชาชน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์

รางวัลดังกล่าวได้รับจากการดำเนินงานใน 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ "ป่าชุมชนบ้านต้นตาล" และระบบดิจิทัล "eTree" ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เนื่องจากมีความโดดเด่นด้านความโปร่งใส ความสะดวก และการสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่ประชาชน ดร.พงศ์พยัคฆ์ ศรียา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นผู้แทนรับมอบรางวัล กล่าวว่าความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ประเทศและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ป่าไม้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว รางวัลนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความพยายามของภาครัฐในการยกระดับบริการด้านสิ่งแวดล้อมผ่านระบบดิจิทัลและการสนับสนุนการอนุรักษ์ในระดับชุมชน แม้ว่ารางวัลนี้จะแสดงถึงความสำเร็จของโครงการดังกล่าว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระบบ eTree จะมีการขยายขีดความสามารถเพื่อเพิ่มการเข้าถึงสำหรับประชาชนทั่วไปหรือผู้ที่สนใจข้อมูลด้านป่าไม้ในระดับสากลอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 05:17 UTC

ส.ป.ก. ตรวจสอบพื้นที่ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” จังหวัดบุรีรัมย์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ส.ป.ก. ตรวจสอบพื้นที่ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” จังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยืนยันว่ายังไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินสำหรับพื้นที่ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” ในจังหวัดบุรีรัมย์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ส.ป.ก. ตรวจสอบพื้นที่ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” จังหวัดบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ส.ป.ก. ตรวจสอบพื้นที่ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” จังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยืนยันว่ายังไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินสำหรับพื้นที่ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” ในจังหวัดบุรีรัมย์

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบพื้นที่ “ฐานเจ้าป่าแคมป์” ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวมีขนาดประมาณ 6 ไร่ 1 งาน 0 ตารางวา เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าที่ดินแปลงนี้ยังไม่เคยผ่านการสำรวจรังวัด และยังไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4-01 ให้แก่บุคคลใด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานรัฐในการจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินและสร้างความชัดเจนด้านกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ชนบท ทั้งนี้ ผู้ครอบครองพื้นที่ปัจจุบันได้ยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้ ส.ป.ก. กำลังดำเนินการตรวจสอบแนวเขตทับซ้อนกับพื้นที่ป่าไม้ที่อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ ผลการตรวจสอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกำกับดูแลการใช้ที่ดินให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของประเทศ ในระหว่างที่การตรวจสอบยังคงดำเนินต่อไป สถานะของที่ดินดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาของทางการ และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของพื้นที่นี้ในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 04:19 UTC

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกหนักทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 13 กันยายน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกหนักทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 13 กันยายน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กรมชลประทานเฝ้าระวังระดับน้ำและสภาพอากาศทั่วประเทศอย่างเข้มงวด คำสั่งนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคาดว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ ในช่วงวันที่ 10-13 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำเตือนนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ แม้ว่าในปัจจุบันแม่น้ำเจ้าพระยายังคงสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน เจ้าหน้าที่กำลังติดตามอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางจำนวน 496 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกัน 52,993 ล้านลูกบาศก์เมตร

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละพื้นที่เฉพาะจะรับมือกับความรุนแรงของฝนที่คาดการณ์ไว้ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าได้อย่างไร นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังภูมิภาคเหล่านี้ในช่วงเวลาดังกล่าวควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักในการเดินทาง รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างทันท่วงที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 04:19 UTC

PTT Station แจกมังคุดใต้ฟรี 100,000 กิโลกรัม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

PTT Station แจกมังคุดใต้ฟรี 100,000 กิโลกรัม

PTT Station แจกมังคุดจากภาคใต้ของไทยกว่า 100,000 กิโลกรัม ให้แก่ลูกค้าที่สถานีบริการน้ำมันที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

PTT Station แจกมังคุดใต้ฟรี 100,000 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
PTT Station แจกมังคุดใต้ฟรี 100,000 กิโลกรัม

PTT Station แจกมังคุดจากภาคใต้ของไทยกว่า 100,000 กิโลกรัม ให้แก่ลูกค้าที่สถานีบริการน้ำมันที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Thai Post ทาง PTT Station ได้เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการขายภายใต้ชื่อโครงการ “พื้นที่ปันสุขเพื่อชุมชน” เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในภาคใต้ของไทย โดยในส่วนหนึ่งของโครงการนี้ บริษัทได้แจกมังคุดฟรีให้แก่ลูกค้ากว่า 100,000 กิโลกรัม

ในการเข้าร่วมกิจกรรม ผู้ขับขี่จะต้องเติมน้ำมันที่สถานีบริการ PTT Station ที่ร่วมรายการเป็นมูลค่าอย่างน้อย 500 บาท โดยโปรโมชันนี้จำกัดเฉพาะสถานีบริการใน 4 จังหวัดเท่านั้น และมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 ถึง 13 กันยายน 2569

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย กิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสในการลิ้มลองผลไม้ตามฤดูกาลของท้องถิ่นพร้อมทั้งสนับสนุนภาคการเกษตรไปด้วย มังคุดซึ่งมักถูกเรียกว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้” ถือเป็นผลผลิตหลักของภาคใต้ของไทย

แม้ว่าโปรโมชันนี้จะมอบสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่มาเติมน้ำมันในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะรายชื่อจังหวัดทั้ง 4 แห่งที่เข้าร่วมโครงการและสาขาของ PTT Station ที่เฉพาะเจาะจงนั้นยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในการประกาศเบื้องต้น ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปที่สถานีบริการเพื่อรับสิทธิ์นี้โดยเฉพาะ แนะนำให้ตรวจสอบกับสาขาในพื้นที่หรือช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ PTT Station ก่อนเดินทางว่าสาขาที่ต้องการไปนั้นเข้าร่วมโครงการ “พื้นที่ปันสุขเพื่อชุมชน” หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 03:17 UTC

จังหวัดหนองบัวลำภูจัดการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดหนองบัวลำภูจัดการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู ครั้งที่ 2/2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการที่ดินในระดับภูมิภาค

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จังหวัดหนองบัวลำภูจัดการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดหนองบัวลำภูจัดการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู ครั้งที่ 2/2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดการที่ดินในระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศการเข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู (คทช.จังหวัด) ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 โดยการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประสานงานด้านนโยบายการจัดการที่ดินภายในจังหวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาภูมิภาค การประชุมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามทางบริหารที่กำลังดำเนินอยู่ในการจัดระเบียบการใช้ที่ดินและการจัดสรรทรัพยากรในจังหวัดหนองบัวลำภู การประชุมคณะอนุกรรมการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในการปรับนโยบายที่ดินในท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแนวทางระดับชาติ ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต การแบ่งเขตพื้นที่เกษตรกรรม และความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่

แม้ว่ากรมทรัพยากรน้ำจะยืนยันการเข้าร่วมและการมีส่วนร่วมในการหารือนโยบายดังกล่าว แต่ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงหรือมติที่สรุปจากการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือนโยบายเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมสำหรับการเข้าถึงที่ดินหรือการจัดการทรัพยากรน้ำในระดับภูมิภาคอย่างไร ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของการตัดสินใจด้านนโยบายที่ดินเหล่านี้ที่มีต่อชุมชนท้องถิ่นหรือโครงการพัฒนาในอนาคตของภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 01:57 UTC

ชุมชนชายฝั่งสงขลาเข้าใกล้สถานะมรดกโลก
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ชุมชนชายฝั่งสงขลาเข้าใกล้สถานะมรดกโลก

คณะกรรมการมรดกโลกได้อนุมัติให้ส่งเอกสารเพื่อพิจารณาสงขลาและชุมชนชายฝั่งที่เกี่ยวข้องให้เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ชุมชนชายฝั่งสงขลาเข้าใกล้สถานะมรดกโลก

แหล่งข่าวเดียว
ชุมชนชายฝั่งสงขลาเข้าใกล้สถานะมรดกโลก

คณะกรรมการมรดกโลกได้อนุมัติให้ส่งเอกสารเพื่อพิจารณาสงขลาและชุมชนชายฝั่งที่เกี่ยวข้องให้เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 คณะกรรมการมรดกโลกได้อนุมัติอย่างเป็นทางการให้ส่งเอกสารการเสนอชื่อสงขลาและชุมชนชายฝั่งโดยรอบ ความคืบหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกระบวนการรับรองให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม

นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้แสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมการสำหรับการตัดสินใจเดินหน้าในส่วนของเอกสาร การยอมรับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบสงขลา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ความคืบหน้านี้มีความน่าสนใจเนื่องจากอาจนำไปสู่ความสนใจจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้น และความพยายามในการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมและมรดกทางสถาปัตยกรรมของภูมิภาค การได้รับสถานะดังกล่าวบ่อยครั้งจะนำมาซึ่งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและโครงการอนุรักษ์ ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ในท้องถิ่นในช่วงปีต่อๆ ไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือการอนุมัตินี้เกี่ยวข้องกับการส่งเอกสารเท่านั้น การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนสงขลาและชุมชนชายฝั่งอย่างเป็นทางการให้เป็นแหล่งมรดกโลกของ UNESCO ยังคงต้องรอการยืนยันจากคณะกรรมการในการประชุมครั้งต่อไป คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบเวลาของกระบวนการประเมินขั้นสุดท้ายในขณะที่การเสนอชื่อดำเนินผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 02:55 UTC

การสอบสวนคดีดังอดีตพระและสีกาในประเทศไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนคดีดังอดีตพระและสีกาในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มข้นตลอดทั้งคืนกับอดีตพระและสีกาคนสนิทหลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องความประพฤติมิชอบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การสอบสวนคดีดังอดีตพระและสีกาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนคดีดังอดีตพระและสีกาในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มข้นตลอดทั้งคืนกับอดีตพระและสีกาคนสนิทหลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องความประพฤติมิชอบ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ดำเนินการสอบสวนอย่างเข้มข้นจนถึงเวลา 05.00 น. ของวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยเกี่ยวข้องกับอดีตพระที่รู้จักกันในชื่อ 'สมีโชติ' และสีกาคนสนิทที่เรียกว่า 'สีกาเอ๋' ทั้งสองถูกควบคุมตัวหลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องความสัมพันธ์อื้อฉาวซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชน

หลังจากเสร็จสิ้นการสอบสวน ทั้งสองคนถูกส่งตัวไปยังสถานที่ควบคุมตัว คดีนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญในข่าวท้องถิ่นเนื่องจากลักษณะของข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับอดีตสมาชิกในแวดวงศาสนา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อบุคคลทางศาสนาและกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีศีลธรรมอันดีของประชาชน แม้ว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาที่เฉพาะเจาะจงและรายละเอียดทั้งหมดของหลักฐานที่นำเสนอระหว่างการสอบสวนยังไม่ได้รับการเปิดเผยโดยเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ คาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป และสาธารณชนกำลังรอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของกระบวนการยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 02:56 UTC

คณะกรรมการวัดเร่งนำโต๊ะกลมที่เป็นประเด็นฉาวออกจากวัด
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมการวัดเร่งนำโต๊ะกลมที่เป็นประเด็นฉาวออกจากวัด

คณะกรรมการวัดแห่งหนึ่งในประเทศไทยได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจเพื่อนำโต๊ะกลมที่เกี่ยวข้องกับคดีอื้อฉาวทางเพศของอดีตเจ้าอาวาสออกจากพื้นที่วัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

คณะกรรมการวัดเร่งนำโต๊ะกลมที่เป็นประเด็นฉาวออกจากวัด

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมการวัดเร่งนำโต๊ะกลมที่เป็นประเด็นฉาวออกจากวัด

คณะกรรมการวัดแห่งหนึ่งในประเทศไทยได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจเพื่อนำโต๊ะกลมที่เกี่ยวข้องกับคดีอื้อฉาวทางเพศของอดีตเจ้าอาวาสออกจากพื้นที่วัด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 คณะกรรมการวัดแห่งหนึ่งได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อนำโต๊ะกลมออกจากพื้นที่วัด โดยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าอดีตเจ้าอาวาสและสีกาที่ระบุชื่อว่า 'สีกาเอ๋' ได้ใช้โต๊ะดังกล่าวในการมีเพศสัมพันธ์ภายในบริเวณวัด

เจ้าหน้าที่ของวัดได้ระบุว่าโต๊ะดังกล่าวเป็น 'สิ่งอัปมงคล' และได้ขอความช่วยเหลือจากกองบังคับการปราบปรามเพื่อให้แน่ใจว่ามีการนำออกไปอย่างเหมาะสม คณะกรรมการแสดงความต้องการอย่างชัดเจนที่จะล้างมลทินให้กับวัดโดยการกำจัดสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อื้อฉาว ซึ่งสร้างความไม่สบายใจอย่างมากให้กับชุมชนท้องถิ่นและพุทธศาสนิกชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับสถาบันทางศาสนาและความคาดหวังที่เข้มงวดต่อความประพฤติของนักบวชในประเทศไทย แม้ว่าการนำโต๊ะออกไปจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูความศักดิ์สิทธิ์ของวัด แต่การสอบสวนในวงกว้างเกี่ยวกับพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสยังคงเป็นเรื่องที่อยู่ในบันทึกของสาธารณะ สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้คณะกรรมการจะดำเนินการนำสิ่งของดังกล่าวออกไปแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเฉพาะต่ออดีตเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 02:15 UTC

ย้ายโต๊ะกลมฉาวออกจากวัดพุทไธศวรรย์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ย้ายโต๊ะกลมฉาวออกจากวัดพุทไธศวรรย์

ตำรวจไทยได้ย้ายโต๊ะไม้ที่เป็นประเด็นฉาวออกจากวัดพุทไธศวรรย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามคำร้องขอของคณะกรรมการวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ย้ายโต๊ะกลมฉาวออกจากวัดพุทไธศวรรย์

แหล่งข่าวเดียว
ย้ายโต๊ะกลมฉาวออกจากวัดพุทไธศวรรย์

ตำรวจไทยได้ย้ายโต๊ะไม้ที่เป็นประเด็นฉาวออกจากวัดพุทไธศวรรย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามคำร้องขอของคณะกรรมการวัด

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ดำเนินการย้ายโต๊ะไม้ทรงกลมสีส้มออกจากวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการวัดได้ร้องขอให้นำโต๊ะดังกล่าวออกไป โดยระบุว่าเป็นวัตถุ 'อัปมงคล' ที่ไม่ควรตั้งอยู่ในวัดอีกต่อไป

โต๊ะตัวนี้กลายเป็นประเด็นอื้อฉาวเนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่าอดีตเจ้าอาวาสและสีกาที่ชื่อ 'เอ๋' ได้ใช้โต๊ะดังกล่าวเป็นสถานที่เสพเมถุน คณะกรรมการวัดเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับพระอารามหลวง จึงขอให้ตำรวจนำไปเก็บรักษาไว้ที่กองบังคับการปราบปราม (กก.1 บก.ป.) เป็นการชั่วคราว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสที่รู้จักกันในชื่อ 'สมีโชติ' ซึ่งกำลังถูกสอบสวนหลังจากมีการตรวจพบเงินสดกว่า 100 ล้านบาทและทองคำแท่งซุกซ่อนอยู่ในกุฏิ แม้ว่าโต๊ะจะถูกย้ายออกไปแล้ว แต่บทสรุปสุดท้ายของวัตถุชิ้นนี้ยังคงต้องรอการตัดสินใจจากเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการวัด ผู้ที่มาเยือนวัดควรทราบว่าการสอบสวนพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสยังคงดำเนินอยู่ และสถานที่นี้ยังคงเป็นจุดสนใจของข่าวท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการวัดและการกระทำผิดวินัยสงฆ์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 01:56 UTC

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอดีตพระสงฆ์ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอดีตพระสงฆ์ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ชายที่ปรากฏในภาพวงจรปิดระหว่างตำรวจเข้าตรวจค้นกุฏิอดีตพระสงฆ์ได้ออกมาปฏิเสธต่อสาธารณะว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางการเงินหรือพฤติกรรมส่วนตัวใดๆ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอดีตพระสงฆ์ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม

แหล่งข่าวเดียว
บุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอดีตพระสงฆ์ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ชายที่ปรากฏในภาพวงจรปิดระหว่างตำรวจเข้าตรวจค้นกุฏิอดีตพระสงฆ์ได้ออกมาปฏิเสธต่อสาธารณะว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางการเงินหรือพฤติกรรมส่วนตัวใดๆ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ชายที่ถูกเรียกว่า 'นายเอ' ได้ออกมาแสดงตัวหลังจากปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ระหว่างการบุกค้นกุฏิของอดีตพระสงฆ์ที่รู้จักกันในชื่อ 'สมิโชติ'

ในคำแถลงของเขา นายเออ้างว่าเขาไม่ทราบเรื่องธุรกรรมทางการเงินของอดีตพระสงฆ์หรือพฤติกรรมส่วนตัวที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับผู้หญิง เขายืนยันว่าไม่เคยระแคะระคายเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมใดๆ ในระหว่างที่เขามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว การตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนอดีตพระสงฆ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากเนื่องจากลักษณะของข้อกล่าวหา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบบุคคลและสถาบันทางศาสนาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ขอให้สาธารณชนทราบว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนทางกฎหมายเฉพาะเรื่อง ยังคงต้องรอการยืนยันว่าพนักงานสอบสวนจะพบหลักฐานที่ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของนายเอหรือไม่ หรือจะมีบุคคลอื่นถูกเรียกตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ที่สนใจข่าวท้องถิ่นควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของไทย เพื่อแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันกับการคาดเดาของสาธารณชน กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการพึ่งพารายงานอย่างเป็นทางการในประเด็นทางกฎหมายที่ละเอียดอ่อนซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 01:35 UTC

การบินไทยแจ้งปิดระบบ Royal Orchid Plus ชั่วคราวเป็นเวลา 5 วัน
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การบินไทยแจ้งปิดระบบ Royal Orchid Plus ชั่วคราวเป็นเวลา 5 วัน

การบินไทยประกาศปิดระบบ Royal Orchid Plus (ROP) ชั่วคราวเพื่อดำเนินการอัปเกรดระบบ โดยจะส่งผลกระทบต่อบริการสมาชิกทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 18 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การบินไทยแจ้งปิดระบบ Royal Orchid Plus ชั่วคราวเป็นเวลา 5 วัน

แหล่งข่าวเดียว
การบินไทยแจ้งปิดระบบ Royal Orchid Plus ชั่วคราวเป็นเวลา 5 วัน

การบินไทยประกาศปิดระบบ Royal Orchid Plus (ROP) ชั่วคราวเพื่อดำเนินการอัปเกรดระบบ โดยจะส่งผลกระทบต่อบริการสมาชิกทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 18 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งให้สมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์ Royal Orchid Plus (ROP) ทราบถึงช่วงเวลาการปิดปรับปรุงระบบตามกำหนดการ โดยสายการบินระบุว่าการปิดให้บริการชั่วคราวนี้มีความจำเป็นเพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถของแพลตฟอร์มบริการ ROP

ระบบจะไม่สามารถใช้งานได้ผ่านทุกช่องทางตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 12.00 น. จนถึงวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. (เวลามาตรฐานประเทศไทย) ในช่วงเวลา 5 วันดังกล่าว สมาชิกจะไม่สามารถเข้าถึงบริการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชี ROP ได้

สำหรับนักเดินทางและผู้พำนักที่เป็นสมาชิกของโปรแกรม การหยุดชะงักนี้หมายความว่ากิจกรรมต่างๆ เช่น การแลกไมล์ การจัดการบัญชี หรือการตรวจสอบสถานะจะไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงเวลาดังกล่าว สายการบินได้แนะนำให้สมาชิกวางแผนการทำธุรกรรมที่จำเป็นล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น

การบินไทยระบุว่าหากการอัปเกรดระบบเสร็จสิ้นก่อนกำหนด จะมีการแจ้งให้สมาชิกทราบทันที สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สมาชิกสามารถติดต่อสายการบินได้ทางอีเมล ropsvc@thaiairways.com ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าระบบจะกลับมาเปิดให้บริการตามกำหนดการที่ระบุไว้หรือไม่ หรืออาจมีความล่าช้าเพิ่มเติมเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 01:36 UTC

ชาวนครพนมร่วมสืบสานประเพณี 'บุญข้าวประดับดิน' เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ชาวนครพนมร่วมสืบสานประเพณี 'บุญข้าวประดับดิน' เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ

ชาวนครพนมรวมตัวกันประกอบพิธี 'บุญข้าวประดับดิน' ซึ่งเป็นประเพณีทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับและดวงวิญญาณ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ชาวนครพนมร่วมสืบสานประเพณี 'บุญข้าวประดับดิน' เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ

แหล่งข่าวเดียว
ชาวนครพนมร่วมสืบสานประเพณี 'บุญข้าวประดับดิน' เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ

ชาวนครพนมรวมตัวกันประกอบพิธี 'บุญข้าวประดับดิน' ซึ่งเป็นประเพณีทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับและดวงวิญญาณ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ชาวจังหวัดนครพนมได้เข้าร่วมพิธี 'บุญข้าวประดับดิน' ตามรายงานของ Thai Post กิจกรรมทางวัฒนธรรมนี้ถือเป็นการแสดงความกตัญญูที่สำคัญ โดยครอบครัวต่างพาบุตรหลานมาร่วมประกอบพิธีเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับและดวงวิญญาณ รวมถึงเปรต

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าทางจิตวิญญาณและวิถีชุมชนที่หยั่งรากลึกในภาคอีสาน พิธีดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกตัญญูต่อบรรพบุรุษในวัฒนธรรมท้องถิ่น และเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้ประเพณีการทำบุญที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงความมุ่งมั่นของภูมิภาคในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมท่ามกลางวิถีชีวิตสมัยใหม่

แม้ว่ากิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จในฐานะประเพณีที่ชุมชนร่วมกันจัดขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่จัดพิธีสาธารณะหรือกำหนดการของพิธีกรรมที่คล้ายคลึงกันในอำเภออื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมประเพณีดังกล่าวในอนาคต ขอแนะนำให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานจังหวัดหรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้มักจัดขึ้นตามปฏิทินจันทรคติและขนบธรรมเนียมท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 00:55 UTC

พิธีทางศาสนาเพื่อบูชาคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พิธีทางศาสนาเพื่อบูชาคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยร่วมทำบุญเนื่องในเดือนที่สองของเทศกาลเข้าพรรษาปี 2569 เพื่อบูชาคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พิธีทางศาสนาเพื่อบูชาคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

แหล่งข่าวเดียว
พิธีทางศาสนาเพื่อบูชาคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยร่วมทำบุญเนื่องในเดือนที่สองของเทศกาลเข้าพรรษาปี 2569 เพื่อบูชาคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

ในขณะที่ประเทศไทยเข้าสู่เดือนที่สองของเทศกาลเข้าพรรษาปี 2569 พุทธศาสนิกชนกำลังร่วมกันประกอบศาสนกิจตามประเพณีเพื่อบูชาคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) ตามรายงานจากไทยโพสต์ พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันถวาย 'มาลัยธรรม' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อพระเถระผู้ใหญ่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ช่วงเวลานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกของเทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาสามเดือนที่อุทิศให้กับการปฏิบัติธรรมและการจำพรรษาของพระสงฆ์ ในช่วงเวลานี้ ผู้มาเยือนอาจสังเกตเห็นกิจกรรมทางศาสนาที่เพิ่มขึ้นในวัดท้องถิ่นและความรู้สึกที่สงบสำรวมในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าการปฏิบัติเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินไทย แต่ก็เป็นโอกาสพิเศษในการเรียนรู้มรดกทางจิตวิญญาณของประเทศ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีพิธีการสาธารณะหรือกิจกรรมรำลึกเพิ่มเติมในวัดสำคัญต่างๆ ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของเทศกาลเข้าพรรษาหรือไม่ นักท่องเที่ยวที่สนใจสังเกตการณ์ประเพณีเหล่านี้ควรปฏิบัติตนด้วยความเคารพเมื่อเข้าเยี่ยมชมสถานที่ทางศาสนา เพื่อให้มั่นใจว่าการปรากฏตัวของท่านจะไม่รบกวนกิจกรรมของสงฆ์หรือการปฏิบัติธรรมส่วนบุคคล ในขณะที่เทศกาลเข้าพรรษายังคงดำเนินต่อไป ชุมชนท้องถิ่นน่าจะยังคงให้ความสำคัญกับการทำบุญและการปฏิบัติธรรมตามประเพณีเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 17:16 UTC