ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กฎหมาย กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง ✦
การเมือง GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้ ✦
กฎหมาย ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ ✦
การเมือง โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย ✦
กีฬา ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง ✦
เศรษฐกิจ ‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
การขนส่ง อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา ✦
กฎหมาย

กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต

กรมการปกครองยืนยันอำนาจทางกฎหมายในการตรวจสอบสถานบริการ พร้อมโต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงในจังหวัดภูเก็ต

กรมการปกครองได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาล่าสุดที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ของกรมฯ รับส่วยจากสถานบันเทิงในจังหวัดภูเก็ต ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมการปกครองยืนยันว่าตนมีอำนาจตามกฎหมายอย่างเต็มที่ในการเข้าตรวจสอบสถานบริการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศอย่างถูกต้อง

ในแถลงการณ์ กรมการปกครองได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าหากมีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำผิดหรือการรับส่วย กรมฯ พร้อมที่จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการสอบสวนและลงโทษทางวินัยตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการกำกับดูแลภาคธุรกิจสถานบันเทิง แม้ว่ากรมการปกครองจะยืนยันถึงความโปร่งใส แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตามองของสาธารณชน ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการโต้แย้งโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันหลักฐานที่แน่ชัดต่อสาธารณะหรือยื่นต่อ ป.ป.ช. และทางกรมฯ ได้เชิญชวนให้ผู้ที่มีหลักฐานการกระทำผิดออกมาแสดงตัว ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนหรือการเปลี่ยนแปลงระเบียบการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

ความปลอดภัย

พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง

สภาพอากาศเลวร้ายในพัทยาทำให้มีการสั่งห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด หลังจากมีเรืออับปาง 6 ลำและเรือบางส่วนถูกซัดเกยหาด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้ประกาศธงแดงเตือนภัย โดยสั่งห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดเนื่องจากมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีเรือได้รับความเสียหายและอับปางรวม 6 ลำ แบ่งเป็นเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 1 ลำ และเรือสปีดโบ๊ต 5 ลำ นอกจากนี้ยังมีเรือลากร่มขนาดใหญ่ 2 ลำถูกคลื่นซัดเกยชายหาด ผู้ประกอบการเตียงชายหาดหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ และเรือท่องเที่ยวจำนวนมากต้องนำเรือเข้าจอดหลบคลื่นลมบริเวณแหลมบาลีฮายและแนวชายฝั่ง

สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยาได้แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการเดินเรือเพิ่มความระมัดระวังและงดนำเรือออกจากฝั่งจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เจ้าหน้าที่เตือนว่าพื้นที่พัทยายังคงต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศและคลื่นลมแรงต่อไปอีก 3-4 วัน นักท่องเที่ยวและประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดก่อนวางแผนทำกิจกรรมทางทะเล แม้ว่าจะมีการบันทึกความเสียหายของเรือในเบื้องต้นแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งและระยะเวลาของข้อจำกัดในการเดินทางยังคงอยู่ภายใต้การติดตามของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

การเมือง

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้

หน่วยงานด้านอวกาศของไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายนนี้

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้ออกประกาศเตือนภัยเพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม โดยขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบสภาพพื้นที่และระดับน้ำในพื้นที่ของตนก่อนเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ GISTDA ได้แนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้แอปพลิเคชันของหน่วยงานเพื่อติดตามระดับน้ำแบบเรียลไทม์และตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย คำแนะนำนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งดำเนินไปได้อย่างราบรื่นท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศในปัจจุบัน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว นี่ถือเป็นการเตือนให้ติดตามข่าวสารสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจส่งผลให้เกิดการปิดเส้นทางจราจรอย่างกะทันหันหรือส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะเป็นเหตุการณ์สำคัญทางด้านการบริหารจัดการแรงงานและสวัสดิการของประเทศ แต่ความกังวลหลักของประชาชนในขณะนี้คือการรับมือกับความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเขตพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบสถานะของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ของตนผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

กฎหมาย

ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมพิธีสวนสนามอำลาชีวิตราชการอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เป็นประธานในพิธีสวนสนามอำลาชีวิตราชการ ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเป็นทางการ

ในระหว่างพิธี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งได้กล่าวกับกำลังพล โดยเน้นย้ำว่าแม้จะถอดเครื่องแบบราชการออกไปแล้ว แต่ความเป็นตำรวจและความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ยังคงอยู่ในใจเสมอมา พิธีสวนสนามนี้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อแสดงถึงเกียรติยศและการส่งมอบหน้าที่ภายในลำดับชั้นของตำรวจไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งสำคัญภายในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับชาติ การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บริหารระดับสูงอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญด้านการบริหารหรือรูปแบบการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปฏิบัติงานประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีผลกระทบ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่ออย่างเป็นทางการและวันที่ส่งมอบงานอย่างชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ทั้งนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการบริหารงานภายใน จึงไม่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือสถานะการเดินทางของผู้ที่มาเยือนประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

การเมือง

โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย

แหล่งข่าวเดียว
โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันพระปกเกล้าระบุว่าคนไทยเกือบครึ่งหนึ่งมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ แม้ว่าจะยังมีความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของ QR Code

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยสถาบันพระปกเกล้าได้ประเมินความพร้อมของประชาชนต่อการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในประเทศไทย ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 49.1 ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกพร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ร้อยละ 43.4 ระบุว่ายังไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

นอกเหนือจากความพร้อมทั่วไปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผลสำรวจยังเน้นย้ำถึงความกังวลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความปลอดภัยทางดิจิทัล โดยผู้เข้าร่วมมากกว่าครึ่งหนึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ QR Code ในกระบวนการลงคะแนนเสียง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ผลสำรวจนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวาทกรรมระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการเลือกตั้งให้ทันสมัย แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงสำรวจการอัปเกรดทางเทคโนโลยีสำหรับกระบวนการทางประชาธิปไตย แต่ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของสาธารณชนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผลสำรวจนี้สะท้อนถึงความคิดเห็นของสาธารณชน ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการสำหรับการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ การพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ยังคงต้องรอการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้งของประเทศไทยและหน่วยงานนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

กีฬา

ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง

แหล่งข่าวเดียว
ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง

ทีมหญิงไทยคว้าแชมป์สมัยที่ 7 ติดต่อกันหลังจากเอาชนะเกาหลีใต้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าเหรียญทองที่ 6 ให้กับประเทศ โดยทีมไทยสามารถเอาชนะเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นการครองแชมป์สมัยที่ 7 ติดต่อกันในกีฬานี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นของประเทศในกีฬาเซปักตะกร้อ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีรากฐานลึกซึ้งในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลงานที่สม่ำเสมอของทีมชาติมักนำไปสู่การเฉลิมฉลองในท้องถิ่นและตอกย้ำสถานะของประเทศในฐานะผู้นำระดับโลกในกีฬานี้ เหตุการณ์ดังกล่าวบ่อยครั้งมักมาพร้อมกับการรวมตัวของประชาชนและการรายงานข่าวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการจราจรในท้องถิ่นหรือการเข้าถึงสถานที่สาธารณะในพื้นที่ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลอง

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดการแข่งขันและคะแนนรวมสุดท้ายไม่ได้ระบุไว้ในรายงานเบื้องต้น แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากช่องทางกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางกลับของทีม รวมถึงกำหนดการแห่ฉลองชัยชนะหรือการปรากฏตัวต่อสาธารณะ ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติและแสดงให้เห็นถึงระดับการฝึกซ้อมและความทุ่มเทที่สูงภายในชุมชนกีฬาของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

เศรษฐกิจ

‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

แหล่งข่าวเดียว
‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

ทิพยประกันภัยได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์'

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์' รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชันด้านประกันภัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การได้รับรางวัลนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่ตลาดประกันภัยยังคงปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ใหม่ๆ และความต้องการในยุคดิจิทัล รางวัลดังกล่าวถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่มุ่งไปสู่รูปแบบประกันภัยที่ยืดหยุ่นและอิงตามการใช้งานจริงมากขึ้น

แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงการตอบรับของตลาดและปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ถือเป็นการรับรองเงื่อนไขกรมธรรม์เฉพาะเจาะจงหรือความเหมาะสมของความคุ้มครองสำหรับผู้ขับขี่แต่ละราย ผู้ที่สนใจควรทราบว่ารางวัลนี้สะท้อนถึงแนวทางทั่วไปของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การรับประกันประสิทธิภาพการบริการในกรณีการเคลมเฉพาะเจาะจง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนด เงื่อนไข และความเหมาะสมสำหรับกรมธรรม์ 'TIP อัพทูไมล์' ควรตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของทิพยประกันภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ส่งผลให้น้ำในคลองแสนแสบล้นตลิ่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดบนถนนลาดพร้าว

ในช่วงเช้าของวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายจุด ตามรายงานจากสถานีวิทยุ สวพ.91 สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจราจร โดยเฉพาะในเขตบางกะปิ

เมื่อเวลา 08.48 น. การจราจรบนถนนลาดพร้าว จากแยกบางกะปิมุ่งหน้าแยกลำสาลีและถนนศรีนครินทร์ เคลื่อนตัวได้ช้ามากเนื่องจากมีน้ำท่วมขัง ต่อมาเวลา 09.15 น. สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อน้ำจากคลองแสนแสบล้นทะลักเข้าท่วมช่องทางซ้ายของถนนลาดพร้าวบริเวณหน้าตลาดบางกะปิ นอกจากนี้ยังพบน้ำท่วมขังบนถนนลาดพร้าวฝั่งขาเข้าบริเวณปากซอยลาดพร้าว 144 อีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าอย่างมากในการเดินทางผ่านเขตบางกะปิ ผู้ขับขี่ควรเตรียมรับมือกับการจราจรที่ติดขัดและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมขังบนผิวจราจร ตามรายงานล่าสุดฝนยังคงตกต่อเนื่องในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และยังต้องรอการยืนยันถึงผลกระทบโดยรวมบนถนนสายรองอื่นๆ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือการจราจรจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

การขนส่ง

อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา

เกิดเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์ในอำเภอสูงเนิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงใกล้เขตอุตสาหกรรมนวนคร ในอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถกระบะคันหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ได้พุ่งชนท้ายรถสไลด์ที่เปลี่ยนเลนกะทันหัน

แรงปะทะส่งผลให้คนขับรถกระบะซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 60 ปี เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ ส่วนผู้โดยสารอีก 2 ราย คือหญิงสูงวัยและเด็กวัย 4 ปี ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเพื่อรับการรักษา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสว่างแสงธรรมสูงเนินและหน่วยกู้ชีพในพื้นที่ได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากรถ

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงบริเวณจุดกลับรถและการขับขี่ของรถบรรทุกหนักบนถนนสายหลัก อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้การจราจรบนเส้นทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ติดขัดอย่างหนัก แม้คำให้การเบื้องต้นจากพยานจะระบุว่ารถสไลด์มีการเปลี่ยนเลนกะทันหัน แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอแนะนำให้ผู้เดินทางใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับขี่ผ่านเขตอุตสาหกรรมและพื้นที่ที่มีรถบรรทุกหนักสัญจรหนาแน่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

ไทยเจรจาสหรัฐฯ เรื่องอัตราภาษี ART
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ไทยเจรจาสหรัฐฯ เรื่องอัตราภาษี ART

เจ้าหน้าที่ไทยกำลังหารือกับสหรัฐฯ เพื่อจำกัดอัตราภาษี ART ไม่เกิน 19% โดยคาดว่าจะทราบผลในเดือนสิงหาคมนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ไทยเจรจาสหรัฐฯ เรื่องอัตราภาษี ART

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเจรจาสหรัฐฯ เรื่องอัตราภาษี ART

เจ้าหน้าที่ไทยกำลังหารือกับสหรัฐฯ เพื่อจำกัดอัตราภาษี ART ไม่เกิน 19% โดยคาดว่าจะทราบผลในเดือนสิงหาคมนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำลังนำการหารือกับทางการสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสินค้า ART (การค้าปลีกขั้นสูง) โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการเจรจาคือการกำหนดเพดานภาษีไม่เกิน 19% สำหรับสินค้ากลุ่มนี้

เจ้าหน้าที่ไทยได้แสดงความเชื่อมั่นต่อผลลัพธ์ โดยคาดการณ์ว่าสินค้าไทยประมาณ 72% อาจได้รับข้อยกเว้นหากการเจรจาประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศการตัดสินใจอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับอัตราภาษีดังกล่าวภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อต้นทุนและความพร้อมจำหน่ายของสินค้าที่นำเข้าและส่งออกหลายรายการ การเปลี่ยนแปลงด้านภาษีการค้ามักส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อราคาขายปลีกในท้องถิ่นและภาพรวมทางเศรษฐกิจ

แม้ว่าโอกาสในการลดหย่อนภาษีจะดูมีแนวโน้มที่ดี แต่ยังคงต้องรอการยืนยันว่าสหรัฐฯ จะตกลงตามเพดานที่เสนอไว้ที่ 19% หรือไม่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลตลอดเดือนสิงหาคมเพื่อทราบผลสรุปสุดท้าย ทั้งนี้ SawaLife จะยังคงติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์นี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 09:15 UTC

เจาะลึกมรดกศิลป์ที่มีชีวิตของงานปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชร
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เจาะลึกมรดกศิลป์ที่มีชีวิตของงานปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชร

มุมมองเกี่ยวกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์และงานฝีมือที่ยั่งยืนของสกุลช่างปูนปั้นเมืองเพชร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เจาะลึกมรดกศิลป์ที่มีชีวิตของงานปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชร

แหล่งข่าวเดียว
เจาะลึกมรดกศิลป์ที่มีชีวิตของงานปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชร

มุมมองเกี่ยวกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์และงานฝีมือที่ยั่งยืนของสกุลช่างปูนปั้นเมืองเพชร

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 จังหวัดเพชรบุรียังคงเป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับงานฝีมือไทยแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'สกุลช่างเมืองเพชร' ที่มีชื่อเสียงในด้านงานปูนปั้น ประเพณีทางศิลปะนี้หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ของจังหวัดในฐานะเมืองหน้าด่านเชิงยุทธศาสตร์และเป็นจุดหมายปลายทางที่พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์เสด็จประพาสตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงยุครัตนโกสินทร์

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เพชรบุรีมอบโอกาสพิเศษในการสัมผัสกับ 'มรดกที่มีชีวิต' งานปูนปั้นอันวิจิตรบรรจงที่พบในวัดและแหล่งประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนั้นสะท้อนให้เห็นถึงเทคนิคที่ประณีตและวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมที่สั่งสมมานานหลายศตวรรษ การได้สัมผัสกับศิลปะแขนงนี้ช่วยให้เข้าใจถึงคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ที่หล่อหลอมสถาปัตยกรรมไทยมาหลายชั่วอายุคนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

แม้ว่ามรดกทางศิลปะจะได้รับการบันทึกไว้อย่างดี แต่รายงานยังเน้นย้ำถึงธรรมชาติที่ต่อเนื่องของงานฝีมือนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามในการอนุรักษ์ในปัจจุบันจะถูกบูรณาการเข้ากับการพัฒนาเมืองสมัยใหม่อย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าทักษะดั้งเดิมเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง นักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมไทยอาจพบว่าเพชรบุรีเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญในการสังเกตว่างานฝีมือทางประวัติศาสตร์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 08:56 UTC

นิทรรศการศิลปวัฒนธรรม 'สิริศิลปิน' เปิดให้เข้าชมที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

นิทรรศการศิลปวัฒนธรรม 'สิริศิลปิน' เปิดให้เข้าชมที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยจัดนิทรรศการพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

นิทรรศการศิลปวัฒนธรรม 'สิริศิลปิน' เปิดให้เข้าชมที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
นิทรรศการศิลปวัฒนธรรม 'สิริศิลปิน' เปิดให้เข้าชมที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยจัดนิทรรศการพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

ตามรายงานของ Thai Post นิทรรศการในชื่อ “สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗” เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมแล้วที่อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ผลงานของศิลปินแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิของไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสกับมรดกทางศิลปะของชาติ

นิทรรศการนี้จะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีเวลาทำการปกติคือ 09.00 – 16.00 น. อย่างไรก็ตาม ผู้จัดงานได้ขยายเวลาเข้าชมเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 22 และ 31 กรกฎาคม 2569 โดยจะเปิดให้เข้าชมจนถึงเวลา 20.00 น.

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ หรือเดินทางมาท่องเที่ยว นิทรรศการนี้ถือเป็นจุดสนใจสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับศิลปะไทยและบุคคลสำคัญผู้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะของประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาจัดนิทรรศการหรือแผนการนำผลงานไปจัดแสดงในรูปแบบสัญจร ผู้ที่สนใจควรวางแผนการเดินทางตามกำหนดการที่ระบุไว้เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดโอกาสในการเข้าชมนิทรรศการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 08:37 UTC

สำรวจวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของอุดมการณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สำรวจวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของอุดมการณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก Thai Post ตรวจสอบการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ของอัตลักษณ์กษัตริย์ จากแนวคิดเทวราชาไปสู่อุดมการณ์ราชาธิปไตยที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สำรวจวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของอุดมการณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

แหล่งข่าวเดียว
สำรวจวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของอุดมการณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย

บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก Thai Post ตรวจสอบการเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ของอัตลักษณ์กษัตริย์ จากแนวคิดเทวราชาไปสู่อุดมการณ์ราชาธิปไตยที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา

คอลัมน์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ได้สำรวจการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ในการสร้างแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นกษัตริย์ในบริบทของไทย บทความนี้ติดตามวิวัฒนาการของอัตลักษณ์กษัตริย์ โดยเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดพราหมณ์ดั้งเดิมเรื่อง 'เทวราชา' ไปสู่การสถาปนาอัตลักษณ์ราชาธิปไตยแบบพุทธศาสนาตามที่ปรากฏในพระไตรปิฎก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมไทย บทวิเคราะห์นี้ให้ข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับอุดมการณ์พื้นฐานที่หล่อหลอมพลวัตอำนาจทางประวัติศาสตร์ของชาติ การเข้าใจรากฐานเหล่านี้มักถูกมองว่าจำเป็นต่อการเข้าใจความสำคัญทางวัฒนธรรมและสังคมของสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศไทยร่วมสมัย บทความเน้นย้ำว่าการเข้าใจพลวัตเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการพิจารณาอย่างลึกซึ้งถึงรากฐานพราหมณ์ดั้งเดิมของสถานภาพกษัตริย์ในสมัยพุทธกาล

แม้ว่าบทความจะนำเสนอมุมมองทางวิชาการเกี่ยวกับปรัชญาการเมืองเชิงประวัติศาสตร์ แต่ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันหรือการบริหารจัดการสมัยใหม่ ผู้อ่านควรทราบว่านี่เป็นการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์และอุดมการณ์ ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับนโยบายร่วมสมัย อาจจำเป็นต้องมีการอภิปรายทางวิชาการหรือการวิจัยทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติมเพื่อสร้างบริบทที่สมบูรณ์ว่าแนวคิดโบราณเหล่านี้ยังคงส่งผลต่อโครงสร้างสังคมสมัยใหม่อย่างไร ขอบเขตที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านนี้ยังคงเป็นหัวข้อของการศึกษาทางประวัติศาสตร์ที่ดำเนินอยู่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 07:58 UTC

กองทัพเรือเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม

กองทัพเรือรายงานว่าพื้นที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมได้รับการเคลียร์ไปแล้วกว่า 60% แม้ว่าความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันจะยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

กองทัพเรือเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม

กองทัพเรือรายงานว่าพื้นที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมได้รับการเคลียร์ไปแล้วกว่า 60% แม้ว่าความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันจะยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 กองทัพเรือไทยยังคงเดินหน้าปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานทหารสามารถเคลียร์พื้นที่ที่ระบุไว้สำหรับการเก็บกู้ได้สำเร็จแล้วกว่า 60%

แม้ความคืบหน้าในพื้นที่เฉพาะเหล่านี้จะมีความสำคัญ แต่รายงานระบุว่าความพยายามในการทำงานร่วมกับฝ่ายอื่นๆ ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ระบุถึงการปรับลดขอบเขตของพื้นที่ที่กำลังปฏิบัติการอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานที่กำลังดำเนินอยู่นี้ถือเป็นมาตรการความปลอดภัยที่สำคัญเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในพื้นที่ที่กำหนด แม้ว่าการเคลียร์พื้นที่เป้าหมายไปแล้วกว่า 60% จะถือเป็นก้าวสำคัญของความปลอดภัยในภูมิภาค แต่ตำแหน่งที่แน่ชัดของพื้นที่ที่ยังไม่ได้เคลียร์และกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการทั้งหมดให้เสร็จสิ้นนั้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ

ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชายแดนควรสังเกตป้ายเตือนในท้องถิ่นและคำเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเขตหวงห้าม ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการขาดความคืบหน้าในการปฏิบัติงานร่วมกันจะส่งผลกระทบต่อตารางเวลาโดยรวมของภารกิจเก็บกู้ที่เหลืออีก 40% อย่างไร ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยในท้องถิ่นที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 07:56 UTC

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นจำปีสิรินธร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นจำปีสิรินธร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปลูกต้นจำปีสิรินธร ณ สวน Sustainability Park มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นจำปีสิรินธร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แหล่งข่าวเดียว
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นจำปีสิรินธร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปลูกต้นจำปีสิรินธร ณ สวน Sustainability Park มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปลูกต้นจำปีสิรินธร (Magnolia sirindhorniae) ณ สวน Sustainability Park มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่องภายในสถาบันการศึกษาของกรุงเทพมหานคร สวน Sustainability Park ถูกวางให้เป็นแลนด์มาร์คด้านสิ่งแวดล้อมแห่งใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการอนุรักษ์ระบบนิเวศและการวิจัยทางพฤกษศาสตร์ การมีอยู่ของต้นจำปีสิรินธร ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่ได้รับพระราชทานนามตามพระนามของพระองค์ ช่วยเพิ่มคุณค่าทางวัฒนธรรมและชีวภาพให้กับภูมิทัศน์ของสวนแห่งนี้

แม้ว่าพิธีดังกล่าวจะเป็นการรวมต้นไม้ต้นนี้เข้าสู่คอลเลกชันของสวนอย่างเป็นทางการ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเวลาเปิดให้สาธารณชนเข้าชมสวน Sustainability Park หรือการจัดทัวร์ชมพรรณไม้เฉพาะทางนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยเพื่อชมพื้นที่ดังกล่าว แนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าถึงสวนและข้อจำกัดต่างๆ สำหรับผู้เข้าชม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 07:57 UTC

ไทยยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมใน 15 พื้นที่
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ไทยยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมใน 15 พื้นที่

กรมหม่อนไหมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม 15 แห่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและอนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ไทยยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมใน 15 พื้นที่

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมใน 15 พื้นที่

กรมหม่อนไหมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหม 15 แห่ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและอนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

ตามรายงานจาก Thai Post กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินนโยบายยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านหม่อนไหมทั่วประเทศไทย โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่เฉพาะ 15 แห่งทั่วประเทศให้เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม

ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการภูมิปัญญาการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวทางการท่องเที่ยวสมัยใหม่ การจัดตั้งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้กับชุมชนท้องถิ่นและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับเศรษฐกิจฐานราก สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการขยายตัวของประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่แท้จริง ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจถึงงานฝีมือและกระบวนการทางการเกษตรเบื้องหลังการผลิตผ้าไหมไทยได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

แม้ว่ากรมหม่อนไหมจะประกาศเป้าหมายในการยกระดับพื้นที่ทั้ง 15 แห่งนี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ตั้งที่แน่ชัด กำหนดการในการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ และกิจกรรมต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวในแต่ละแห่งยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าสถานที่เหล่านี้จะพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 06:56 UTC

จิตอาสาพระราชทานปรับภูมิทัศน์วัดสระเกศ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

จิตอาสาพระราชทานปรับภูมิทัศน์วัดสระเกศ

จิตอาสาพระราชทาน 904 และกรมวิทยาศาสตร์บริการร่วมกันจัดกิจกรรมทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์วัดสระเกศเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

จิตอาสาพระราชทานปรับภูมิทัศน์วัดสระเกศ

แหล่งข่าวเดียว
จิตอาสาพระราชทานปรับภูมิทัศน์วัดสระเกศ

จิตอาสาพระราชทาน 904 และกรมวิทยาศาสตร์บริการร่วมกันจัดกิจกรรมทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์วัดสระเกศเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) กรุงเทพมหานคร ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาวัด โดยมีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นแกนนำ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กิจกรรมนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยจิตอาสาพระราชทาน 904 ข้าราชการ และบุคลากรของกรมวิทยาศาสตร์บริการ นำโดยนางพจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 โดยผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณรอบพระอุโบสถและลานโพธิ์ เพื่อให้วัดมีความสะอาด สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมรองรับพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้ส่งผลให้พื้นที่ภายในวัดมีความพร้อมและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แม้กิจกรรมการทำความสะอาดครั้งนี้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่วัดสระเกศยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบประกาศจากทางวัดเกี่ยวกับตารางการบำรุงรักษาหรือกิจกรรมพิเศษที่อาจส่งผลต่อการเข้าถึงพื้นที่บางส่วนของวัด ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศโครงการปรับปรุงขนาดใหญ่อื่นๆ เพิ่มเติมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 07:17 UTC

มรดกเหรียญพระเมตตาวิหารี ปี 2502
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

มรดกเหรียญพระเมตตาวิหารี ปี 2502

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอความสำคัญทางประวัติศาสตร์และลักษณะของเหรียญพระเมตตาวิหารี ปี 2502 ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมชาวไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

มรดกเหรียญพระเมตตาวิหารี ปี 2502

แหล่งข่าวเดียว
มรดกเหรียญพระเมตตาวิหารี ปี 2502

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอความสำคัญทางประวัติศาสตร์และลักษณะของเหรียญพระเมตตาวิหารี ปี 2502 ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมชาวไทย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหรียญพระเมตตาวิหารี ปี 2502 ยังคงเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่นักสะสมพระเครื่องชาวไทย เหรียญนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระเมตตาวิหารี (ปัด ธัมมธโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

เหรียญดังกล่าวสร้างขึ้นในปี 2502 มีลักษณะเป็นรูปทรงเสมา ด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ของพระเมตตาวิหารี พร้อมอักษรไทยนูนว่า “พระเมตตา วิหารีเถร” และตกแต่งด้วยลายกนกที่งดงาม ด้านหลังเป็นยันต์พระเจ้าห้าพระองค์และอักษรไทยนูนว่า “เจ้าอาวาสวัดคูหาสวรรค์ ธนบุรี” มีการผลิตรวมทั้งสิ้น 5,000 เหรียญ โดยชุดแรกเป็นเนื้อทองแดงกะไหล่เงิน และชุดต่อมาเป็นเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมไทย เหรียญนี้ถือเป็นตัวอย่างของประเพณีการสร้างวัตถุมงคลที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย แม้ว่าเหรียญนี้จะมีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างชัดเจนในวงการนักสะสม แต่ราคาตลาดในปัจจุบันและความพร้อมในการหาเหรียญแท้ในตลาดท้องถิ่นยังคงต้องอาศัยการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ นักสะสมควรระมัดระวังเนื่องจากความนิยมของวัตถุมงคลประเภทนี้มักนำไปสู่การทำของเลียนแบบ การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการครอบครอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 07:17 UTC

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อสาลี วัดเขาวัง
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อสาลี วัดเขาวัง

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอประวัติความเป็นมาและความสำคัญทางจิตวิญญาณของหลวงพ่อสาลี พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาจากจังหวัดราชบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

เชิดชูเกียรติหลวงพ่อสาลี วัดเขาวัง

แหล่งข่าวเดียว
เชิดชูเกียรติหลวงพ่อสาลี วัดเขาวัง

ข่าวสดออนไลน์นำเสนอประวัติความเป็นมาและความสำคัญทางจิตวิญญาณของหลวงพ่อสาลี พระเกจิอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาจากจังหวัดราชบุรี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชีวิตและคุณูปการทางจิตวิญญาณของหลวงพ่อสาลี ธัมมสโร หรือพระครูพรหมสมาจาร ได้รับการกล่าวถึงผ่านประวัติการสร้างเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกของท่าน หลวงพ่อสาลีมีนามเดิมว่า สาลี สุวรรณรังษี เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2426 ที่จังหวัดอุทัยธานี เป็นบุตรคนที่ 6 จากพี่น้องทั้งหมด 7 คน ในครอบครัวที่ประกอบอาชีพทำนาและทำสวน

หลวงพ่อสาลีเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2446 ณ วัดหนองขุนชาติ จังหวัดอุทัยธานี หลังจากได้รับการศึกษาเบื้องต้นจากสำนักสงฆ์ใกล้บ้าน ท่านได้กลายเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพอย่างสูงที่วัดเขาวัง จังหวัดราชบุรี โดยมีลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมากที่ชื่นชมในวัตรปฏิบัติของท่าน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย การทำความเข้าใจประวัติของพระเกจิอาจารย์ท้องถิ่นอย่างหลวงพ่อสาลีช่วยให้เห็นภาพรวมของวัฒนธรรมและศาสนาในภูมิภาคราชบุรีได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น วัตถุมงคลที่เกี่ยวข้องกับพระเกจิอาจารย์เหล่านี้มักเป็นส่วนสำคัญของประเพณีท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ของวัด แม้ว่ารายงานจะให้ข้อมูลชีวประวัติโดยละเอียดเกี่ยวกับช่วงวัยเยาว์และการอุปสมบทของท่าน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับประวัติการแจกจ่ายหรือความพร้อมในการจัดหาเหรียญรุ่นแรกเหล่านี้ในปัจจุบัน ยังคงต้องรอการยืนยันจากนักสะสมหรือทางวัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 06:55 UTC

ร้าน ‘สราญ Thai Cuisine’ ชูเมนู ‘ชะคราม’ อวดอร่อยอัมพวา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ร้าน ‘สราญ Thai Cuisine’ ชูเมนู ‘ชะคราม’ อวดอร่อยอัมพวา

ร้านสราญ Thai Cuisine ในจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดตัวเมนูชุดใหม่ที่ใช้ ‘ชะคราม’ พืชพื้นถิ่นริมทะเล เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ทางอาหารของภูมิภาค

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ร้าน ‘สราญ Thai Cuisine’ ชูเมนู ‘ชะคราม’ อวดอร่อยอัมพวา

แหล่งข่าวเดียว
ร้าน ‘สราญ Thai Cuisine’ ชูเมนู ‘ชะคราม’ อวดอร่อยอัมพวา

ร้านสราญ Thai Cuisine ในจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดตัวเมนูชุดใหม่ที่ใช้ ‘ชะคราม’ พืชพื้นถิ่นริมทะเล เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ทางอาหารของภูมิภาค

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ร้าน ‘สราญ Thai Cuisine’ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้เปิดตัวคอลเลกชันเมนูใหม่ในชื่อชุด “ชะครามบ้านเรา” ภายใต้ธีม “อวดอร่อยอัมพวา” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอศักยภาพทางอาหารของ ‘ชะคราม’ พืชริมทะเลที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงครามและมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

เมนูในชุดนี้ประกอบด้วยอาหารที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เช่น เปาะเปี๊ยะทอดชะคราม, ยำส้มโอชะครามทรงเครื่องที่ใส่กุ้งสด, และส้มตำชะครามทอดที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ นอกจากนี้ยังมีเมนูผัดชะครามสามสหายที่ผัดกับวุ้นเส้น ไข่ และกุ้งสด รวมถึงแกงส้มชะครามปลากะพงที่ใช้พริกแกงตำสดจากพริกนก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เมนูนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัตถุดิบพื้นบ้านที่ปรุงด้วยเทคนิคสมัยใหม่ ทางร้านเน้นย้ำถึงเนื้อสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของชะคราม ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจแทนผักชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรทราบว่าความพร้อมของวัตถุดิบตามฤดูกาลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และรายละเอียดเกี่ยวกับการบรรจุเมนูเหล่านี้ไว้ในรายการอาหารประจำของร้านอย่างถาวรนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางร้านต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 06:37 UTC

รสชาติแห่งตำนาน: ต้มพุงวัวร้านดังพัทลุงที่สืบทอดมากว่า 54 ปี
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

รสชาติแห่งตำนาน: ต้มพุงวัวร้านดังพัทลุงที่สืบทอดมากว่า 54 ปี

ร้านอาหารเก่าแก่ในจังหวัดพัทลุงยังคงรักษาเอกลักษณ์การทำต้มพุงวัวด้วยวิธีเคี่ยวเตาถ่านแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

รสชาติแห่งตำนาน: ต้มพุงวัวร้านดังพัทลุงที่สืบทอดมากว่า 54 ปี

แหล่งข่าวเดียว
รสชาติแห่งตำนาน: ต้มพุงวัวร้านดังพัทลุงที่สืบทอดมากว่า 54 ปี

ร้านอาหารเก่าแก่ในจังหวัดพัทลุงยังคงรักษาเอกลักษณ์การทำต้มพุงวัวด้วยวิธีเคี่ยวเตาถ่านแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ร้าน 'พุงวัวตลาดเพียร (เจ้าเก่า)' ในจังหวัดพัทลุง ได้สืบทอดความอร่อยของเมนูท้องถิ่นมานานกว่า 54 ปี ปัจจุบันบริหารงานโดยคุณเพ็ญพร บรรณศาลา โดยมีเมนูชูโรงคือต้มพุงวัวที่เป็นสูตรตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น

กระบวนการเตรียมอาหารโดดเด่นด้วยความใส่ใจในกรรมวิธีแบบดั้งเดิม ทางร้านเลือกใช้เครื่องในวัวสดใหม่วันต่อวันจากวัวอายุ 4-5 ปี เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม โดยนำมาเคี่ยวกับเตาถ่านนานถึง 5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกระบวนการปรุงช้าๆ เพื่อให้เครื่องเทศสูตรโบราณซึมเข้าสู่เนื้อและทำให้นุ่มละมุน ลูกค้าสามารถเลือกส่วนประกอบได้ตามชอบ เช่น ไส้ เนื้อ หรือผ้าขี้ริ้ววัว รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ร้านนี้ถือเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นภาคใต้ที่แท้จริง โดยเฉพาะวิถีการปรุงอาหารประเภทเครื่องในด้วยการเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน ร้านตั้งอยู่ที่เลขที่ 12/1 ถนนผดุงดอนยอ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง แม้ร้านจะเป็นที่ยอมรับในเรื่องรสชาติที่คงที่ แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าเมนูหลักเน้นไปที่การปรุงต้มพุงวัวแบบดั้งเดิมนี้เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไป เวลาเปิดทำการและความพร้อมของวัตถุดิบในแต่ละวันอาจมีการเปลี่ยนแปลง จึงแนะนำให้ตรวจสอบกับทางร้านก่อนเดินทางไปถึง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 06:37 UTC

ผ้าทอกะเหรี่ยงดั้งเดิมจากดอยเต่าสร้างชื่อในเชียงใหม่
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ผ้าทอกะเหรี่ยงดั้งเดิมจากดอยเต่าสร้างชื่อในเชียงใหม่

กลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้วประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านจากงานหัตถกรรมชุมชนสู่การเป็นร้านค้าที่โดดเด่นในตลาดจริงใจมาร์เก็ต จังหวัดเชียงใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ผ้าทอกะเหรี่ยงดั้งเดิมจากดอยเต่าสร้างชื่อในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ผ้าทอกะเหรี่ยงดั้งเดิมจากดอยเต่าสร้างชื่อในเชียงใหม่

กลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้วประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านจากงานหัตถกรรมชุมชนสู่การเป็นร้านค้าที่โดดเด่นในตลาดจริงใจมาร์เก็ต จังหวัดเชียงใหม่

เป็นเวลากว่าสามทศวรรษที่กลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านหล่ายแก้วได้อนุรักษ์เทคนิคการทอผ้าด้วยกี่เอวแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนงานฝีมือให้เข้ากับตลาดสมัยใหม่ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กลุ่มนี้ประสบความสำเร็จในการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่

การพัฒนานี้มีความสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่สนใจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่แท้จริง ปัจจุบันกลุ่มได้นำผลงานมาจัดแสดงทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่จริงใจมาร์เก็ต จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากภาคเหนือ ศิรินภา พลอยกัลยา ตัวแทนของกลุ่มเน้นย้ำว่าผลงานแต่ละชิ้นเป็นความร่วมมือของทุกคน ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายไปจนถึงช่างทอผ้า

สำหรับผู้มาเยือน นี่เป็นโอกาสในการได้พูดคุยโดยตรงกับช่างฝีมือท้องถิ่นและเลือกซื้อสินค้าที่มีเรื่องราวทางวัฒนธรรมแทนของที่ระลึกที่ผลิตจำนวนมาก แม้ว่ากลุ่มจะมีการจัดจำหน่ายที่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ แต่ผู้ที่สนใจควรทราบว่าความพร้อมของสินค้าและตัวช่างฝีมืออาจแตกต่างกันไปในแต่ละสัปดาห์ ความคิดริเริ่มนี้แสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาดั้งเดิมยังคงมีความสำคัญและสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์สมัยใหม่ของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 06:38 UTC

ยอดนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พุ่งสูงขึ้นในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา
วัฒนธรรม ได้รับการยืนยัน

ยอดนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พุ่งสูงขึ้นในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ป่านันทนาการของไทยมีผู้เข้าชมกว่า 5,300 คนในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่ผ่านมา ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ยอดนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พุ่งสูงขึ้นในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ได้รับการยืนยัน
ยอดนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พุ่งสูงขึ้นในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ป่านันทนาการของไทยมีผู้เข้าชมกว่า 5,300 คนในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่ผ่านมา ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่า ป่านันทนาการทั่วประเทศมีผู้เข้าชมจำนวนมากในช่วงการเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่ามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากกว่า 5,300 คนในช่วงเวลาดังกล่าว

นายสุชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นผลลัพธ์เชิงบวกจากความพยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและเน้นการอนุรักษ์ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของการท่องเที่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในชุมชนท้องถิ่น การส่งเสริมให้ผู้คนเข้ามาสำรวจพื้นที่ธรรมชาติที่ได้รับการคุ้มครองถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้เห็นคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นว่าป่านันทนาการของไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้นสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด ผู้ที่วางแผนจะไปเยือนพื้นที่เหล่านี้ในอนาคตอาจพบกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีขึ้นหรือบริการจากชุมชนที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจท้องถิ่นยังคงบูรณาการเข้ากับความพยายามในการอนุรักษ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นจะได้รับการบันทึกไว้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อพื้นที่อนุรักษ์เฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการผู้เข้าชมอย่างถาวรหรือไม่ หรือจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 04:15 UTC

การท่องเที่ยวสายมูยังคงได้รับความนิยมที่อาศรมฤาษีเณร จ.พระนครศรีอยุธยา
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

การท่องเที่ยวสายมูยังคงได้รับความนิยมที่อาศรมฤาษีเณร จ.พระนครศรีอยุธยา

การเดินทางมาเยือนอาศรมฤาษีเณรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาของชาวกรุงเทพฯ ตอกย้ำกระแสการท่องเที่ยวเชิงความเชื่อที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

การท่องเที่ยวสายมูยังคงได้รับความนิยมที่อาศรมฤาษีเณร จ.พระนครศรีอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
การท่องเที่ยวสายมูยังคงได้รับความนิยมที่อาศรมฤาษีเณร จ.พระนครศรีอยุธยา

การเดินทางมาเยือนอาศรมฤาษีเณรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาของชาวกรุงเทพฯ ตอกย้ำกระแสการท่องเที่ยวเชิงความเชื่อที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 Khaosod Online รายงานว่าอาศรมฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ ในตำบลโพแตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงมีประชาชนและนักท่องเที่ยวสายมูเดินทางมาเยือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประกอบพิธีกรรม ขอพร และเสริมดวงชะตา

ตามรายงานระบุว่า มีผู้ศรัทธาจากกรุงเทพฯ เดินทางมาแก้บนด้วยฟักทองจำนวน 500 ลูก หลังจากที่คำอธิษฐานขอให้ปลดหนี้สำเร็จภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ภายในอาศรมมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ท้าวเวสสุวรรณปาง 9 หน้า สูง 16 เมตร รวมถึงพระพิฆเนศ พระสังกัจจายน์ และกุมารทองเจ้าสัวเฮง นอกจากนี้ ผู้ที่มาเยือนยังนิยมเข้าร่วมพิธีลง “นะพระลักษณ์หน้าทอง” เจิมมือเปิดดวงเศรษฐี และอาบน้ำมนต์โดยอาจารย์ฤาษีเณร

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อาศรมแห่งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวสายมูที่กำลังเติบโตในประเทศไทย แม้ว่าสถานที่นี้จะสะท้อนถึงความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ผู้มาเยือนควรทราบว่ากิจกรรมเหล่านี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อส่วนบุคคลและประเพณีดั้งเดิม ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าทางอาศรมมีการบริหารจัดการจำนวนผู้เข้าชมในช่วงที่มีคนหนาแน่นอย่างไร และมีกฎระเบียบเฉพาะสำหรับการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในพื้นที่อย่างไรบ้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 04:56 UTC

พล.ท.อดุลย์ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณระหว่างพิธีส่งเสด็จ
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

พล.ท.อดุลย์ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณระหว่างพิธีส่งเสด็จ

พล.ท.อดุลย์ ได้เข้าเฝ้าฯ ส่งเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมยืนยันความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

พล.ท.อดุลย์ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณระหว่างพิธีส่งเสด็จ

แหล่งข่าวเดียว
พล.ท.อดุลย์ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณระหว่างพิธีส่งเสด็จ

พล.ท.อดุลย์ ได้เข้าเฝ้าฯ ส่งเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมยืนยันความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 พล.ท.อดุลย์ ได้เข้าร่วมในพิธีการเพื่อส่งเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในระหว่างพิธี พล.ท.อดุลย์ ได้แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อตนเองและประเทศชาติ

ในการกล่าวต่อสาธารณะ พล.ท.อดุลย์ ได้ยืนยันถึงความจงรักภักดีและความมุ่งมั่นที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมและประเพณีอันลึกซึ้งของพิธีการในราชสำนักไทย ซึ่งยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของอัตลักษณ์ของชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงระดับความเคารพและระเบียบปฏิบัติที่เคร่งครัดในประเทศไทยเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้ว่าพิธีการเหล่านี้มักจะจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แต่อาจส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนการจราจรชั่วคราวหรือการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะบางแห่งใกล้สถานที่จัดงาน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามธรรมเนียมท้องถิ่นและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่หากพบว่าตนเองอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับพิธีการดังกล่าว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการหรือการปรากฏตัวต่อสาธารณะของพระองค์นอกเหนือจากรายงานนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 03:15 UTC

ย่านลิเภา: จากวัชพืชในป่าสู่หัตถศิลป์ล้ำค่าแห่งแดนใต้
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

ย่านลิเภา: จากวัชพืชในป่าสู่หัตถศิลป์ล้ำค่าแห่งแดนใต้

สำรวจศิลปะการจักสานย่านลิเภาแบบดั้งเดิมของไทย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเถาวัลย์ป่าให้กลายเป็นงานหัตถกรรมที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

ย่านลิเภา: จากวัชพืชในป่าสู่หัตถศิลป์ล้ำค่าแห่งแดนใต้

แหล่งข่าวเดียว
ย่านลิเภา: จากวัชพืชในป่าสู่หัตถศิลป์ล้ำค่าแห่งแดนใต้

สำรวจศิลปะการจักสานย่านลิเภาแบบดั้งเดิมของไทย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเถาวัลย์ป่าให้กลายเป็นงานหัตถกรรมที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูง

ตามรายงานจาก Thai Post ศิลปะการจักสานย่านลิเภาถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเก่าแก่ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษในภาคใต้ของประเทศไทย วัตถุดิบหลักคือ "ย่านลิเภา" ซึ่งเป็นเถาวัลย์ชนิดหนึ่งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในป่าที่มีฝนชุกของภูมิภาคนี้ แม้ในอดีตจะถูกมองว่าเป็นเพียงวัชพืช แต่ด้วยทักษะงานฝีมือที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน พืชชนิดนี้ได้ถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประณีต ทนทาน และมีมูลค่าสูง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ผลิตภัณฑ์จากย่านลิเภา ซึ่งมักพบในรูปแบบของกระเป๋าถือ ตะกร้า และเครื่องประดับตกแต่งที่สวยงาม ถือเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับความหลากหลายทางชีวภาพและประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ สินค้าเหล่านี้ได้รับความนิยมจากความทนทานและความละเอียดประณีตที่ต้องใช้ในการสานเถาวัลย์ที่บางและยืดหยุ่นให้เป็นลวดลายที่ซับซ้อน

แม้ว่างานหัตถกรรมนี้จะได้รับการยกย่องว่าเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ชาวใต้ แต่ยังมีบางประเด็นที่ยังต้องรอการยืนยันสำหรับผู้ที่สนใจในธุรกิจนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของขนาดการผลิตในปัจจุบัน ความพร้อมจำหน่ายของสินค้าแท้ในตลาดท้องถิ่นเมื่อเทียบกับร้านบูติกเฉพาะทาง รวมถึงความพยายามในการอนุรักษ์เพื่อให้แน่ใจว่ามีการเก็บเกี่ยวเถาวัลย์อย่างยั่งยืนในป่า ซึ่งไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ในรายงาน นักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อสินค้าเหล่านี้ควรเลือกซื้อจากช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงและยังคงรักษาเทคนิคดั้งเดิมไว้ เนื่องจากตลาดงานจักสานย่านลิเภาทำมือยังคงเป็นส่วนหนึ่งของพลังทางวัฒนธรรม (Soft Power) ที่สำคัญของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 02:36 UTC

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO
วัฒนธรรม แหล่งข่าวเดียว

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ของไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของ UNESCO อย่างเป็นทางการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
วัฒนธรรม

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

แหล่งข่าวเดียว
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ของไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของ UNESCO อย่างเป็นทางการ

ก้าวสำคัญระดับโลกสำหรับมรดกทางวัฒนธรรมไทย

ตามรายงานจาก Thai Post ประเทศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีโลก ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 19-29 กรกฎาคม 2569 วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทยอย่างเป็นทางการ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การประกาศนี้ถือเป็นการยอมรับในระดับสากลถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันลึกซึ้งของวัดแห่งนี้ ในฐานะแหล่งมรดกโลก วัดคาดว่าจะได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การยกระดับความพยายามในการอนุรักษ์และการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดนครศรีธรรมราช สถานะนี้ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของสถานที่พร้อมทั้งเน้นย้ำบทบาทของวัดในเรื่องราวทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของไทย

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการขึ้นทะเบียนจะเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจัดการใหม่ ข้อกำหนดในการเข้าชม หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ยังไม่มีการประกาศออกมา นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมศิลปากรหรือหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกฎระเบียบของสถานที่หรือแนวทางปฏิบัติใหม่สำหรับผู้เข้าชมภายหลังการได้รับการยอมรับในระดับนานาชาตินี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 17:21 UTC