ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

กรมควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วในกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการควบคุมเหตุน้ำมันรั่วไหลที่พบในระบบระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและถนนพระราม 3 ในกรุงเทพมหานคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมมลพิษเร่งตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการควบคุมเหตุน้ำมันรั่วไหลที่พบในระบบระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและถนนพระราม 3 ในกรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหลในระบบระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและถนนพระราม 3 กรุงเทพมหานคร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบจุดต้องสงสัยที่ความลึกประมาณ 2.5 เมตร ซึ่งพบท่อมีลักษณะบวมและมีน้ำมันรั่วซึมออกมา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวเป็นท่อขนส่งน้ำมันขาออกไปยังมักกะสัน ดอนเมือง และบางปะอิน โดยมีบริษัท บาฟส์ ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) เป็นผู้ดำเนินการ และบริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อ และโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) เป็นผู้ได้รับสัญญาใช้บริการ ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญได้เริ่มสูบน้ำมันออกจากพื้นที่เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี และกำลังเร่งระบุจุดรั่วไหลที่ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำสาธารณะเพิ่มเติม

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดหรือมีการดำเนินกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่ แม้ว่าความเสี่ยงในเบื้องต้นจะได้รับการจัดการแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของท่อแตกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังวิเคราะห์ "ลายนิ้วมือน้ำมัน" เพื่อยืนยันแหล่งที่มาและดำเนินการกับผู้รับผิดชอบต่อไป โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะในระหว่างการทำความสะอาดพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:53 UTC

ไทยเวียตเจ็ทเผยผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมแผนขยายฝูงบิน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเวียตเจ็ทเผยผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมแผนขยายฝูงบิน

ไทยเวียตเจ็ทประกาศผลการดำเนินงานทางการเงินและปฏิบัติการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พร้อมแผนขยายฝูงบินเป็น 50 ลำภายในปี 2571

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยเวียตเจ็ทเผยผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมแผนขยายฝูงบิน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเวียตเจ็ทเผยผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมแผนขยายฝูงบิน

ไทยเวียตเจ็ทประกาศผลการดำเนินงานทางการเงินและปฏิบัติการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พร้อมแผนขยายฝูงบินเป็น 50 ลำภายในปี 2571

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 สายการบินไทยเวียตเจ็ทมีผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าช่วงก่อนการระบาดใหญ่ นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าสายการบินสร้างรายได้จากการขายได้ถึง 1 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยให้บริการผู้โดยสารกว่า 3.5 ล้านคน และรักษาอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) ได้ที่ 85% ซึ่งถือเป็นการเติบโตถึง 130% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย การขยายตัวนี้บ่งบอกถึงการเชื่อมต่อที่เพิ่มมากขึ้น สายการบินวางแผนที่จะเพิ่มความจุที่นั่งรวมขึ้นอีก 60% ในปีหน้า สู่ระดับกว่า 14 ล้านที่นั่งต่อปี นอกจากนี้ สายการบินยังเตรียมเปิดเส้นทางใหม่ที่เชื่อมต่อประเทศไทยกับอินโดนีเซีย จีน และออสเตรเลีย โดยแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทรวมถึงการขยายฝูงบินเป็น 39 ลำภายในปี 2570 และแตะ 50 ลำภายในปี 2571

แม้ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและการเติบโตที่ทะเยอทะยาน แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายการบินยังไม่ได้ประกาศวันเปิดให้บริการที่แน่นอนหรือจุดหมายปลายทางของสนามบินสำหรับเส้นทางระหว่างประเทศใหม่ที่เสนอไว้ นักเดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสายการบินเพื่ออัปเดตข้อมูลว่าเส้นทางบินใหม่เหล่านี้จะเปิดให้จองเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:33 UTC

ผู้ประกอบการรถทัวร์ตรังปรับขึ้นค่าโดยสารจากพิษน้ำมันแพง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้ประกอบการรถทัวร์ตรังปรับขึ้นค่าโดยสารจากพิษน้ำมันแพง

ผู้ประกอบการรถทัวร์ในจังหวัดตรังปรับขึ้นค่าโดยสาร 17-30 บาทต่อเที่ยว โดยระบุว่าแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันไม่ไหว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้ประกอบการรถทัวร์ตรังปรับขึ้นค่าโดยสารจากพิษน้ำมันแพง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ประกอบการรถทัวร์ตรังปรับขึ้นค่าโดยสารจากพิษน้ำมันแพง

ผู้ประกอบการรถทัวร์ในจังหวัดตรังปรับขึ้นค่าโดยสาร 17-30 บาทต่อเที่ยว โดยระบุว่าแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันไม่ไหว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ผู้ประกอบการรถทัวร์ในจังหวัดตรังได้ปรับขึ้นค่าโดยสารอย่างเป็นทางการ โดยผู้เดินทางจะต้องจ่ายค่าตั๋วเพิ่มขึ้นระหว่าง 17 ถึง 30 บาทต่อเที่ยวเมื่อเทียบกับราคาเดิม

ผู้ประกอบการเอกชนระบุว่า ขณะนี้กำลังประสบปัญหาในการแบกรับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงสูงถึงประมาณ 8,000 บาทต่อเที่ยว ผู้ประกอบการกล่าวว่าการปรับราคาครั้งนี้เป็นความจำเป็นเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้การคงราคาค่าโดยสารในระดับเดิมไม่สามารถทำได้ในเชิงธุรกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยรถโดยสารที่เพิ่มขึ้นทันที สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้างจากความผันผวนของราคาน้ำมันที่มีต่อบริการขนส่งในท้องถิ่น แม้ว่าการปรับขึ้นค่าโดยสารจะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ผู้ประกอบการได้เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการหาแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนในระยะยาวเพื่อจัดการกับปัญหาต้นทุนน้ำมัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการปรับราคาเพิ่มเติมอีกหรือไม่หากราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวน หรือจะมีมาตรการจากภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับภาคส่วนนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 08:50 UTC

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบเหตุคราบน้ำมันรั่วไหลในกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบเหตุคราบน้ำมันรั่วไหลในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุคราบน้ำมันรั่วไหลบนถนนเชื้อเพลิงใกล้พระราม 3 โดยยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงต่อการติดไฟในขณะนี้ พร้อมเร่งหาแหล่งที่มาของน้ำมัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบเหตุคราบน้ำมันรั่วไหลในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบเหตุคราบน้ำมันรั่วไหลในกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเหตุคราบน้ำมันรั่วไหลบนถนนเชื้อเพลิงใกล้พระราม 3 โดยยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงต่อการติดไฟในขณะนี้ พร้อมเร่งหาแหล่งที่มาของน้ำมัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่หลังจากได้รับรายงานเหตุคราบน้ำมันรั่วไหลบนถนนเชื้อเพลิง บริเวณย่านพระราม 3 กรุงเทพมหานคร

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ ได้ทำการประเมินสถานการณ์เพื่อตรวจสอบอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากคราบน้ำมันดังกล่าว ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าในขณะนี้ไม่มีความเสี่ยงที่น้ำมันจะเกิดการติดไฟ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่อยู่อาศัยหรือทำงานในบริเวณใกล้เคียง เพื่อระบุตัวผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อนำไปวิเคราะห์หา "ลายนิ้วมือ" ของน้ำมัน ซึ่งจะช่วยในการสืบหาแหล่งที่มาของสารดังกล่าว

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ สถานการณ์ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้การควบคุม แม้ว่าการปฏิบัติงานของทีมทำความสะอาดหรือทีมสืบสวนอาจทำให้เกิดการจราจรติดขัดเล็กน้อยในพื้นที่ ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษกำลังประสานงานกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อให้แน่ใจว่ามีการตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างละเอียด

ในขณะนี้ แหล่งที่มาของน้ำมันยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัด เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุตัวหน่วยงานหรือยานพาหนะที่เป็นต้นเหตุของการรั่วไหลได้ และการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารในพื้นที่เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เส้นทางหรือความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 08:50 UTC

พบน้ำมันรั่วไหลใต้ถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พบน้ำมันรั่วไหลใต้ถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ

ทางการไทยสั่งให้มีการซ่อมแซมเร่งด่วนและตรวจสอบความปลอดภัยของท่อส่งน้ำมัน หลังพบการรั่วไหลใต้ถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พบน้ำมันรั่วไหลใต้ถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
พบน้ำมันรั่วไหลใต้ถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ

ทางการไทยสั่งให้มีการซ่อมแซมเร่งด่วนและตรวจสอบความปลอดภัยของท่อส่งน้ำมัน หลังพบการรั่วไหลใต้ถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ ตรวจพบการรั่วไหลของน้ำมันจากท่อส่งที่อยู่ใต้ทางยกระดับถนนพระราม 3 ตามรายงานของ Khaosod English นายฐิติภัทร โชติเดชาชัยนันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่ารัฐบาลได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการไปยังบริษัทที่รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว

คำสั่งนี้กำหนดให้ผู้ประกอบการดำเนินการซ่อมแซมส่วนที่ได้รับผลกระทบทันที นอกจากนี้ บริษัทยังต้องดำเนินการทดสอบความปลอดภัยอย่างครอบคลุมตลอดแนวท่อส่งน้ำมันระยะทาง 32 กิโลเมตร เพื่อเป็นมาตรการป้องกันเหตุในอนาคต ทางการยังได้สั่งให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางท่อในส่วนที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูงอีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องของการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการจราจร แม้ว่าจะตรวจพบจุดรั่วไหลแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการซ่อมแซมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ประกาศปิดถนนแต่อย่างใด แต่ผู้สัญจรควรระมัดระวังกิจกรรมการก่อสร้างหรือการปรับเปลี่ยนการจราจรในบริเวณใกล้เคียงถนนพระราม 3 ในระหว่างที่การซ่อมแซมดำเนินไป ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของท่อส่งน้ำมันและผลกระทบต่อการจราจรในท้องถิ่นจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการตรวจสอบตามคำสั่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:10 UTC

กรุงเทพฯ เตรียมใช้ “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท” ทุกสาย เริ่ม ม.ค. 70
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพฯ เตรียมใช้ “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท” ทุกสาย เริ่ม ม.ค. 70

ทางการไทยเตรียมดำเนินนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยมีกำหนดเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรุงเทพฯ เตรียมใช้ “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท” ทุกสาย เริ่ม ม.ค. 70

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เตรียมใช้ “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท” ทุกสาย เริ่ม ม.ค. 70

ทางการไทยเตรียมดำเนินนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยมีกำหนดเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) และกระทรวงคมนาคมได้ประชุมร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสรุปแผนการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบบูรณาการสำหรับระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand คณะกรรมการซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน กำลังเร่งดำเนินการบูรณาการข้อมูลและการบริหารจัดการเพื่อรองรับการกำหนดเพดานค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและผู้ที่เดินทางในเมือง โดยมีนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. และตัวแทนจากกรมการขนส่งทางรางเข้าร่วมประชุมเพื่อประสานงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการสำหรับการเปิดใช้งาน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว นโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความซับซ้อนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้า ซึ่งอาจช่วยให้การเดินทางในเมืองมีราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกำหนดการเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเชื่อมต่อระบบตั๋วระหว่างผู้ให้บริการแต่ละรายและขอบเขตของเส้นทางที่ครอบคลุมยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป โดยคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาในระหว่างที่รัฐบาลดำเนินการประสานงานอย่างต่อเนื่องก่อนถึงปีใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 08:53 UTC

กรมอุทยานฯ ชี้แจงจุดยืนโครงการถนนยุทธวิธี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมอุทยานฯ ชี้แจงจุดยืนโครงการถนนยุทธวิธี

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปฏิเสธว่าไม่ได้คัดค้านโครงการถนนของกองทัพใกล้ด่านช่องสะงำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมอุทยานฯ ชี้แจงจุดยืนโครงการถนนยุทธวิธี

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุทยานฯ ชี้แจงจุดยืนโครงการถนนยุทธวิธี

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปฏิเสธว่าไม่ได้คัดค้านโครงการถนนของกองทัพใกล้ด่านช่องสะงำ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการก่อสร้างถนนยุทธวิธีบริเวณเนิน 450 ใกล้ด่านช่องสะงำ โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ยืนยันว่าทางกรมฯ ไม่เคยคัดค้านการดำเนินงานของกองทัพในการสร้างเส้นทางดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าโครงการนี้เป็นการรักษาสมดุลระหว่างอธิปไตยของชาติและการคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ โดยกรมอุทยานฯ ยืนยันว่ากำลังประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ คำชี้แจงนี้บ่งชี้ว่าโครงการกำลังดำเนินไปภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานมากกว่าที่จะเป็นความขัดแย้ง แม้ว่ากรมอุทยานฯ จะแสดงท่าทีสนับสนุนความจำเป็นของถนนสายนี้ในแง่ของความมั่นคงของชาติ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการก่อสร้าง มาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ชั่วคราวสำหรับประชาชนใกล้บริเวณช่องสะงำนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกองทัพและกรมอุทยานฯ เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานนี้อาจส่งผลกระทบต่อการสัญจรในท้องถิ่นหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวบริเวณใกล้ด่านพรมแดนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:51 UTC

กรมการขนส่งทางบกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานตรวจสภาพรถเอกชน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมการขนส่งทางบกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานตรวจสภาพรถเอกชน

ทางการไทยสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานตรวจสภาพรถเอกชน 3 แห่ง และยกเลิกบัตรผู้ควบคุมการตรวจสภาพรถ 7 ราย ในจังหวัดนนทบุรี หลังพบการทุจริตในการออกใบรับรองผลการตรวจสภาพรถ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมการขนส่งทางบกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานตรวจสภาพรถเอกชน

แหล่งข่าวเดียว
กรมการขนส่งทางบกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานตรวจสภาพรถเอกชน

ทางการไทยสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานตรวจสภาพรถเอกชน 3 แห่ง และยกเลิกบัตรผู้ควบคุมการตรวจสภาพรถ 7 ราย ในจังหวัดนนทบุรี หลังพบการทุจริตในการออกใบรับรองผลการตรวจสภาพรถ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มมาตรการควบคุมและกำกับดูแลสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) เพื่อให้การตรวจสภาพรถมีความโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่าที่ผ่านมาทางกรมฯ ได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตสถานตรวจสภาพรถที่กระทำความผิดไปแล้วรวมทั้งสิ้น 87 แห่งทั่วประเทศ

โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบการทุจริตในสถานตรวจสภาพรถ 3 แห่งในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งพบว่ามีการออกใบรับรองผลการตรวจสภาพรถโดยไม่มีการตรวจสภาพรถจริงหรือให้ผลการตรวจที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง ส่งผลให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถทั้ง 3 แห่งดังกล่าว และยกเลิกบัตรประจำตัวผู้ควบคุมการตรวจสภาพรถที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 7 ราย นอกจากนี้ สำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรีได้รับมอบหมายให้ดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามมาตรา 76 และมาตรา 158 ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ มาตรการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนและความถูกต้องของเอกสารยานพาหนะ แม้การดำเนินการนี้จะมุ่งเน้นให้เฉพาะรถที่มีสภาพพร้อมใช้งานเท่านั้นที่ได้รับการรับรอง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถควรเลือกใช้บริการสถานตรวจสภาพรถที่ได้รับอนุญาตและมีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการตรวจสอบจะขยายผลไปยังจังหวัดอื่นหรือจะมีสถานตรวจสภาพรถแห่งอื่นที่ต้องเผชิญกับมาตรการทางวินัยในลักษณะเดียวกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:51 UTC

ตลาดสี่มุมเมืองจับมือ SATSEV ส่งเสริมการใช้รถสามล้อบรรทุกไฟฟ้า
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ตลาดสี่มุมเมืองจับมือ SATSEV ส่งเสริมการใช้รถสามล้อบรรทุกไฟฟ้า

บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด เปิดตัวโครงการสีเขียวที่ตลาดสี่มุมเมือง โดยนำรถสามล้อบรรทุกไฟฟ้ามาใช้เพื่อลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ตลาดสี่มุมเมืองจับมือ SATSEV ส่งเสริมการใช้รถสามล้อบรรทุกไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดสี่มุมเมืองจับมือ SATSEV ส่งเสริมการใช้รถสามล้อบรรทุกไฟฟ้า

บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด เปิดตัวโครงการสีเขียวที่ตลาดสี่มุมเมือง โดยนำรถสามล้อบรรทุกไฟฟ้ามาใช้เพื่อลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง ได้ร่วมมือกับบริษัท ชลธิชาไพลิน จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถสามล้อบรรทุกไฟฟ้า SATSEV ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ "Simummuang Sustainable City" ของตลาด ซึ่งมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การขนส่งแบบคาร์บอนต่ำภายในพื้นที่ตลาดค้าส่ง

โครงการนี้สนับสนุนให้พ่อค้าแม่ค้าหันมาใช้รถสามล้อไฟฟ้าในการดำเนินงานประจำวัน ผู้บริหารตลาดระบุว่ายานพาหนะเหล่านี้สามารถลดต้นทุนพลังงานได้มากกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับทางเลือกแบบเดิม การนำรถไฟฟ้ามาใช้ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างให้ตลาดสี่มุมเมืองเป็น "ตลาดค้าส่งสีเขียว"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นก้าวสู่สภาพแวดล้อมที่สะอาดและเงียบสงบขึ้นภายในหนึ่งในศูนย์กลางการค้าส่งที่สำคัญของประเทศไทย แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นไปที่ประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ค้า แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในการนำเทคโนโลยีที่ยั่งยืนมาใช้ในระบบโลจิสติกส์ท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการใช้รถสามล้อไฟฟ้าจะแพร่หลายเพียงใดในกลุ่มผู้ค้าที่หลากหลายของตลาด และจะนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น สถานีชาร์จไฟเฉพาะหรือนโยบายโลจิสติกส์สีเขียวที่ครอบคลุมมากขึ้นภายในพื้นที่ตลาด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:55 UTC

Flash Express จับมือตำรวจไทยเดินหน้าโครงการขับขี่ปลอดภัยปีที่ 7
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

Flash Express จับมือตำรวจไทยเดินหน้าโครงการขับขี่ปลอดภัยปีที่ 7

บริษัทโลจิสติกส์ Flash Express เปิดตัวโครงการขับขี่ปลอดภัยปีที่ 7 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบังคับการตำรวจทางหลวง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

Flash Express จับมือตำรวจไทยเดินหน้าโครงการขับขี่ปลอดภัยปีที่ 7

แหล่งข่าวเดียว
Flash Express จับมือตำรวจไทยเดินหน้าโครงการขับขี่ปลอดภัยปีที่ 7

บริษัทโลจิสติกส์ Flash Express เปิดตัวโครงการขับขี่ปลอดภัยปีที่ 7 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบังคับการตำรวจทางหลวง

Flash Express ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์รายใหญ่ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เริ่มดำเนินโครงการ 'ขับขี่ปลอดภัย' เป็นปีที่ 7 อย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้แนวคิด 'ถนนน้ำใจ ขับขี่ปลอดภัยไปกับน้องส่งสุข'

ตามรายงานของ Khaosod Online โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยการวิเคราะห์เหตุการณ์จราจรที่เกิดขึ้นจริงและคลิปวิดีโอ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การตัดสินความผิดทางกฎหมายหรือวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โครงการตั้งใจที่จะถอดบทเรียนด้านความปลอดภัยจากเหตุการณ์จริงเพื่อช่วยให้ประชาชนระบุปัจจัยเสี่ยงและแนวทางป้องกันได้ นายคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Flash Express กล่าวว่าโครงการนี้สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรในฐานะผู้ใช้ถนนเป็นประจำ โดยเน้นย้ำว่าความปลอดภัยต้องอาศัยความเข้าใจและความตระหนักรู้ของสาธารณชนนอกเหนือไปจากการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แคมเปญนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนและกลยุทธ์การป้องกันอุบัติเหตุ โครงการมุ่งเน้นไปที่เนื้อหาด้านการศึกษาที่ออกแบบมาให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน แม้ว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าสื่อการเรียนรู้เฉพาะทางจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนในวงกว้างอย่างไร และแคมเปญนี้จะมีผลกระทบที่วัดผลได้ต่อพฤติกรรมการจราจรในท้องถิ่นอย่างไรตลอดทั้งปี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:13 UTC

ข้อกังวลกรณีปิดทางเข้าถนนหน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลกรณีปิดทางเข้าถนนหน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

การปิดถนนใกล้โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการทบทวนเนื่องจากส่งผลกระทบต่อการขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ข้อกังวลกรณีปิดทางเข้าถนนหน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลกรณีปิดทางเข้าถนนหน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

การปิดถนนใกล้โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการทบทวนเนื่องจากส่งผลกระทบต่อการขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน

ตามรายงานจาก Matichon Online มีความกังวลจากสาธารณชนเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการปิดทางเข้าถนนที่ตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โดยมีรายงานว่าข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ยานพาหนะ รวมถึงรถที่ขนส่งผู้ป่วยในภาวะวิกฤต ต้องใช้เส้นทางอ้อมอย่างมากเพื่อเข้าถึงสถานพยาบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางในพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงการจราจรนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเวลาเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากการต้องใช้เส้นทางอ้อมอาจส่งผลเสียในสถานการณ์ที่ต้องแข่งกับเวลา

ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่มีการเรียกร้องจากสาธารณะ ยังไม่มีการยืนยันว่าหน่วยงานท้องถิ่นหรือฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลจะดำเนินการทบทวนการปิดถนนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือจะมีการปรับเส้นทางเข้าออกทางเลือกเพื่อบรรเทาข้อกังวลเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะไปโรงพยาบาลหรือเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และเผื่อเวลาในการเดินทางเพิ่มเติม จนกว่าจะมีคำชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:31 UTC

พบจุดน้ำมันรั่วใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พบจุดน้ำมันรั่วใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3

ทางการระบุแหล่งที่มาของน้ำมันรั่วใกล้สะพานยกระดับพระราม 3 แล้ว พร้อมสั่งการให้ผู้ประกอบการท่อส่งน้ำมันเร่งซ่อมแซมและปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยโดยด่วน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พบจุดน้ำมันรั่วใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
พบจุดน้ำมันรั่วใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3

ทางการระบุแหล่งที่มาของน้ำมันรั่วใกล้สะพานยกระดับพระราม 3 แล้ว พร้อมสั่งการให้ผู้ประกอบการท่อส่งน้ำมันเร่งซ่อมแซมและปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยโดยด่วน

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้ระบุแหล่งที่มาของน้ำมันรั่วไหลบริเวณสะพานยกระดับถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ แล้ว หลังจากมีการตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำมันในระบบระบายน้ำและโพรงใต้ดินในพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง

ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวมีบริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) เป็นเจ้าของใบอนุญาต และดำเนินการโดยบริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบางจาก ภายหลังการพบจุดรั่วไหล กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ทั้งสองบริษัทรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการซ่อมแซมที่เข้มงวดของกรมธุรกิจพลังงาน

สำหรับประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนในบริเวณถนนพระราม 3 และถนนเชื้อเพลิง เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงานได้สั่งให้มีการตรวจสอบท่อส่งน้ำมันด้วยวิธี Pigging Test ตลอดแนวระยะทาง 32 กิโลเมตร เพื่อรับรองความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องดำเนินการเปลี่ยนท่อในส่วนที่เกี่ยวข้องและปรับแนวท่อใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก แม้ว่าจะพบจุดรั่วไหลแล้ว แต่กำหนดการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จและขอบเขตผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:33 UTC

ยึดไอซ์ล็อตใหญ่หลังรถกระบะพลิกคว่ำที่เชียงแสน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ยึดไอซ์ล็อตใหญ่หลังรถกระบะพลิกคว่ำที่เชียงแสน

เจ้าหน้าที่ในเชียงรายตรวจพบยาไอซ์น้ำหนัก 884 กิโลกรัมภายในรถกระบะที่พลิกคว่ำบนถนนสายหนึ่ง โดยคนขับยังคงหลบหนี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ยึดไอซ์ล็อตใหญ่หลังรถกระบะพลิกคว่ำที่เชียงแสน

แหล่งข่าวเดียว
ยึดไอซ์ล็อตใหญ่หลังรถกระบะพลิกคว่ำที่เชียงแสน

เจ้าหน้าที่ในเชียงรายตรวจพบยาไอซ์น้ำหนัก 884 กิโลกรัมภายในรถกระบะที่พลิกคว่ำบนถนนสายหนึ่ง โดยคนขับยังคงหลบหนี

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 กันยายน 2569 เกิดเหตุตรวจยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ในพื้นที่ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแซว ทหารกองกำลังผาเมือง และฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์บนถนนหมายเลข 1290 เมื่อเวลาประมาณ 21.50 น.

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำอยู่ริมถนน ห่างจากวัดบ้านแซวประมาณ 100-200 เมตร แม้ว่าคนขับจะหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง แต่จากการตรวจค้นภายในรถพบยาไอซ์จำนวนมหาศาลรวมน้ำหนัก 884 กิโลกรัม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดบริเวณแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง แม้ว่าถนนจะยังคงเปิดใช้งานได้ตามปกติ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนเพื่อระบุตัวคนขับรถและติดตามแหล่งที่มา รวมถึงจุดหมายปลายทางของยาเสพติดดังกล่าว ในขณะนี้ตัวตนของผู้ต้องสงสัยและรายละเอียดของอุบัติเหตุยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน นักท่องเที่ยวที่เดินทางในบริเวณถนนหมายเลข 1290 ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:13 UTC

กทพ. ปัดฝุ่นโครงการทางด่วนผ่าน ม.เกษตรฯ อีกครั้ง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทพ. ปัดฝุ่นโครงการทางด่วนผ่าน ม.เกษตรฯ อีกครั้ง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังทบทวนแผนโครงการทางด่วนที่ตัดผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีกำหนดการพิจารณาอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทพ. ปัดฝุ่นโครงการทางด่วนผ่าน ม.เกษตรฯ อีกครั้ง

แหล่งข่าวเดียว
กทพ. ปัดฝุ่นโครงการทางด่วนผ่าน ม.เกษตรฯ อีกครั้ง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังทบทวนแผนโครงการทางด่วนที่ตัดผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีกำหนดการพิจารณาอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมกลับมาหารือเกี่ยวกับโครงการทางด่วนที่ตัดผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกครั้ง โครงการนี้ซึ่งเคยได้รับการพิจารณามาก่อนหน้านี้ กำลังถูกนำกลับมาประเมินใหม่อีกครั้งในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ปัจจุบัน กทพ. กำลังสำรวจแนวทางการพัฒนา 3 รูปแบบสำหรับเส้นทางดังกล่าว ซึ่งรวมถึงตัวเลือกการก่อสร้างทั้งแบบยกระดับและแบบใต้ดิน การรื้อฟื้นโครงการนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและผู้สัญจรในเขตกรุงเทพมหานคร เนื่องจากผลการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับวิธีการก่อสร้างและแนวเส้นทางอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร โครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น และการเดินทางในชีวิตประจำวันของผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงหรือสัญจรผ่านบริเวณมหาวิทยาลัย

แม้ว่าโครงการจะเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินใหม่ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กทพ. ยังไม่ได้สรุปว่าจะเลือกแนวทางใดจาก 3 รูปแบบที่เสนอมา และยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มก่อสร้าง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมหลังจากการพิจารณาในเดือนตุลาคม เพื่อทำความเข้าใจว่าการออกแบบที่เลือกจะส่งผลต่อภูมิทัศน์เมืองโดยรอบและรูปแบบการจราจรที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 04:10 UTC

การจราจรติดขัดบนมอเตอร์เวย์สาย 7 หลังเกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การจราจรติดขัดบนมอเตอร์เวย์สาย 7 หลังเกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์

อุบัติเหตุรถเทรลเลอร์เสียหลักบนทางต่างระดับมอเตอร์เวย์ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนักและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การจราจรติดขัดบนมอเตอร์เวย์สาย 7 หลังเกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์

แหล่งข่าวเดียว
การจราจรติดขัดบนมอเตอร์เวย์สาย 7 หลังเกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์

อุบัติเหตุรถเทรลเลอร์เสียหลักบนทางต่างระดับมอเตอร์เวย์ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนักและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุจราจรครั้งสำคัญบนมอเตอร์เวย์สาย 7 ส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างหนักสำหรับผู้สัญจรและนักเดินทาง อุบัติเหตุดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรถเทรลเลอร์ที่เสียหลัก ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ร่วงหล่นลงมาจากทางต่างระดับ

หน่วยบริการฉุกเฉินยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายจากเหตุการณ์นี้ ซากรถและตู้คอนเทนเนอร์ที่ตกลงมาได้กีดขวางเส้นทางอย่างมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งจัดการการจราจรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงโอกาสที่จะเกิดความล่าช้ากะทันหันบนเส้นทางคมนาคมหลัก โดยเฉพาะบริเวณทางต่างระดับที่อุบัติเหตุจากรถบรรทุกหนักอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรองรับการจราจรของถนนอย่างมาก

ในขณะที่กำลังดำเนินการเคลียร์พื้นที่ สาเหตุที่แน่ชัดของการที่รถเทรลเลอร์เสียหลักยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ขอแนะนำให้นักเดินทางตรวจสอบข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ก่อนวางแผนการเดินทางผ่านมอเตอร์เวย์ช่วงนี้ เนื่องจากอาจยังมีความล่าช้าตกค้างในระหว่างที่การปฏิบัติงานกู้ภัยดำเนินไปจนเสร็จสิ้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของผู้บาดเจ็บและกำหนดเวลาในการเปิดการจราจรเต็มรูปแบบยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 03:31 UTC

สบพ. ไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานใหม่ TCAR PEL Part-ORA
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สบพ. ไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานใหม่ TCAR PEL Part-ORA

สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ได้รับการรับรองภายใต้ข้อกำหนดใหม่ TCAR PEL Part-ORA อย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการบินระดับโลก

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สบพ. ไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานใหม่ TCAR PEL Part-ORA

แหล่งข่าวเดียว
สบพ. ไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานใหม่ TCAR PEL Part-ORA

สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ได้รับการรับรองภายใต้ข้อกำหนดใหม่ TCAR PEL Part-ORA อย่างเป็นทางการ ซึ่งช่วยตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการบินระดับโลก

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ประสบความสำเร็จในการได้รับการรับรองภายใต้ข้อกำหนดใหม่ TCAR PEL Part-ORA โดยภัทรพงศ์ได้กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสถาบันในการรักษามาตรฐานระดับสูงด้านการศึกษาการบิน

สำหรับประชาชนและนักเดินทาง การพัฒนาครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการบินระดับโลก (World-Class Aviation Training Hub) การปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎระเบียบมาตรฐานสากลที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยในการฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินภายในประเทศ การรับรองดังกล่าวถือเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการถึงความพร้อมในการดำเนินงานของสถาบันและการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางเทคนิคที่เข้มงวด

แม้ว่าการรับรองนี้จะเป็นความสำเร็จที่สำคัญสำหรับมาตรฐานภายในและชื่อเสียงระดับโลกของสถาบัน แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตารางเที่ยวบินหรือขั้นตอนการเดินทางของผู้โดยสารในทันที ผลกระทบระยะยาวต่ออุตสาหกรรมการบินจะขึ้นอยู่กับการนำโปรโตคอลการฝึกอบรมใหม่เหล่านี้ไปบูรณาการเข้ากับการพัฒนาบุคลากรในภาพรวม ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักสูตรหรือโครงการฝึกอบรมที่ขยายตัวอันเป็นผลมาจากการรับรองนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจาก สบพ. ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 01:50 UTC

พบจุดรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันบนถนนพระราม 3
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พบจุดรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันบนถนนพระราม 3

เจ้าหน้าที่พบจุดรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันบนถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ แล้ว และกำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พบจุดรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันบนถนนพระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
พบจุดรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันบนถนนพระราม 3

เจ้าหน้าที่พบจุดรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันบนถนนพระราม 3 ในกรุงเทพฯ แล้ว และกำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 พบรอยรั่วในท่อส่งน้ำมันที่ตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม 3 ในเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ประจำเขตยืนยันว่าได้ระบุจุดที่เกิดการรั่วไหลแล้ว และขณะนี้ทีมช่างกำลังเร่งดำเนินการอุดรอยรั่วและควบคุมสถานการณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่หรือมีการปิดถนนชั่วคราวในขณะที่ทีมฉุกเฉินและทีมซ่อมแซมปฏิบัติงาน แม้ว่าจะพบจุดรั่วไหลแล้ว แต่ขอบเขตของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระยะเวลาในการซ่อมแซมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เดินทางผ่านเขตคลองเตยควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับสาเหตุของการรั่วไหลหรือความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของสาธารณะ และคาดว่าจะมีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในขณะที่กระบวนการซ่อมแซมยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 01:10 UTC

Thai AirAsia ยุติเส้นทางดอนเมือง-อินชอน หลังเปิดให้บริการมา 12 ปี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

Thai AirAsia ยุติเส้นทางดอนเมือง-อินชอน หลังเปิดให้บริการมา 12 ปี

Thai AirAsia ประกาศยุติการให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างสนามบินดอนเมืองของกรุงเทพฯ และสนามบินอินชอนของโซลอย่างถาวร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

Thai AirAsia ยุติเส้นทางดอนเมือง-อินชอน หลังเปิดให้บริการมา 12 ปี

แหล่งข่าวเดียว
Thai AirAsia ยุติเส้นทางดอนเมือง-อินชอน หลังเปิดให้บริการมา 12 ปี

Thai AirAsia ประกาศยุติการให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างสนามบินดอนเมืองของกรุงเทพฯ และสนามบินอินชอนของโซลอย่างถาวร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป

รายละเอียดการยุติเส้นทาง

ตามรายงานจาก Khaosod English สายการบิน Thai AirAsia เตรียมยุติเส้นทางบินตรงที่เชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง (DMK) และท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน (ICN) ในวันที่ 25 ตุลาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดระยะเวลาการให้บริการ 12 ปีสำหรับเส้นทางนี้

เหตุผลของการเปลี่ยนแปลง

สายการบินระบุถึงปัจจัยหลายประการที่มีผลต่อการตัดสินใจดังกล่าว รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น รูปแบบการเดินทางของผู้โดยสารที่เปลี่ยนไป และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดการบิน เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ สายการบินวางแผนที่จะปรับเปลี่ยนการจัดสรรเครื่องบินและทรัพยากรการดำเนินงานไปยังเส้นทางภายในประเทศไทย รวมถึงขยายการดำเนินงานในเวียดนามและกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ซึ่งสายการบินคาดการณ์ว่าจะมีความต้องการที่แข็งแกร่งกว่า

ผลกระทบและแนวโน้ม

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย การเปลี่ยนแปลงนี้จะลดทางเลือกในการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างสนามบินรองของกรุงเทพฯ และโซล ผู้ที่วางแผนเดินทางหลังช่วงปลายเดือนตุลาคมอาจจำเป็นต้องมองหาสายการบินหรือเส้นทางอื่น แม้ว่าสายการบินจะระบุถึงการปรับกลยุทธ์ไปสู่ตลาดระดับภูมิภาคแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการที่แน่นอนในการนำทรัพยากรเหล่านี้ไปใช้ในเส้นทางใหม่ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้โดยสารที่ถือตั๋วสำหรับเที่ยวบินหลังจากวันที่ 25 ตุลาคม ควรติดต่อ Thai AirAsia โดยตรงเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการขอคืนเงินหรือการเปลี่ยนเที่ยวบิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 09:35 UTC