ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

การบินไทยขยับขึ้นสู่อันดับที่ 20 ในการจัดอันดับ Skytrax ปี 2026
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การบินไทยขยับขึ้นสู่อันดับที่ 20 ในการจัดอันดับ Skytrax ปี 2026

สายการบินไทยได้ปรับปรุงสถานะระดับโลกโดยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 20 ในงานประกาศรางวัล Skytrax World Airline Awards ประจำปี 2026 จากเดิมที่อยู่อันดับที่ 29 ในปีก่อนหน้า

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การบินไทยขยับขึ้นสู่อันดับที่ 20 ในการจัดอันดับ Skytrax ปี 2026

แหล่งข่าวเดียว
การบินไทยขยับขึ้นสู่อันดับที่ 20 ในการจัดอันดับ Skytrax ปี 2026

สายการบินไทยได้ปรับปรุงสถานะระดับโลกโดยขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 20 ในงานประกาศรางวัล Skytrax World Airline Awards ประจำปี 2026 จากเดิมที่อยู่อันดับที่ 29 ในปีก่อนหน้า

จากการประกาศรางวัล World Airline Awards ประจำปี 2026 โดย Skytrax สายการบินไทยได้ปรับปรุงอันดับโลกของตนอย่างมีนัยสำคัญ โดยขยับขึ้นจากอันดับที่ 29 ในปี 2025 มาอยู่อันดับที่ 20 นอกจากนี้ สายการบินแห่งชาติยังคว้าอันดับที่ 9 ในหมวดหมู่ระดับภูมิภาค ตามรายงานของ Khaosod English

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ครองอันดับหนึ่งของโลก ตามมาด้วยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์และคาเธ่ย์แปซิฟิคในอันดับที่สองและสามตามลำดับ สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย แนวโน้มขาขึ้นในการจัดอันดับของ Skytrax นี้อาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพการบริการและมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดีขึ้นของสายการบินแห่งชาติ

แม้ว่าการจัดอันดับจะเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับความพึงพอใจของผู้โดยสารและความเป็นเลิศในการบริการ แต่การจัดอันดับเหล่านี้อ้างอิงจากเกณฑ์การสำรวจเฉพาะที่กำหนดโดย Skytrax นักเดินทางควรทราบว่าประสบการณ์ส่วนบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเส้นทาง ประเภทของเครื่องบิน และชั้นบริการ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวชี้วัดเฉพาะที่มีส่วนทำให้คะแนนของสายการบินไทยดีขึ้นนั้นยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในรายงานฉบับแรก ในขณะที่สายการบินยังคงดำเนินการฟื้นฟูและขยายธุรกิจต่อไป ผู้โดยสารอาจคาดหวังถึงการปรับปรุงบริการที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าผลกระทบระยะยาวของการจัดอันดับนี้ต่อราคาตั๋วหรือความพร้อมของเส้นทางบินยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 06:55 UTC

เกิดเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT บริเวณสถานีเตาปูน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เกิดเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT บริเวณสถานีเตาปูน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 12.20 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รางรถไฟฟ้า MRT บริเวณสถานีเตาปูน ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 เขตบางซื่อ บริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่จากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพได้เร่งรุดไปยังที่เกิดเหตุทันทีหลังจากได้รับแจ้งเพื่อตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ ในขณะที่รายงานเบื้องต้นยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของรางรถไฟฟ้า รวมถึงผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถ MRT โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการตรวจสอบ

สำหรับประชาชนและผู้ที่เดินทางในพื้นที่ดังกล่าว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักชั่วคราวของตารางการเดินรถหรือการจราจรในบริเวณใกล้เคียงสถานี ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก MRT หรือหน่วยงานขนส่งในพื้นที่เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการให้บริการและมาตรการความปลอดภัย ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างระบบรางอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยคาดว่าการตรวจสอบเพิ่มเติมจะช่วยให้ความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะความปลอดภัยของเส้นทางในส่วนที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 08:02 UTC

บริการ MRT หยุดชะงักหลังเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องที่สถานีเตาปูน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

บริการ MRT หยุดชะงักหลังเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องที่สถานีเตาปูน

ไฟฟ้าลัดวงจรบนรางรถไฟฟ้า MRT ซึ่งเกิดจากความชื้นสูง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และต้องระงับการให้บริการระหว่างสถานีบางอ้อถึงสถานีกำแพงเพชร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

บริการ MRT หยุดชะงักหลังเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องที่สถานีเตาปูน

แหล่งข่าวเดียว
บริการ MRT หยุดชะงักหลังเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องที่สถานีเตาปูน

ไฟฟ้าลัดวงจรบนรางรถไฟฟ้า MRT ซึ่งเกิดจากความชื้นสูง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และต้องระงับการให้บริการระหว่างสถานีบางอ้อถึงสถานีกำแพงเพชร

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องบนรางรถไฟฟ้า MRT ใกล้สถานีเตาปูน ถนนประชาราษฎร์สาย 2 เขตบางซื่อ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจนมีแสงเพลิงปรากฏบนรางรถไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าควบคุมสถานการณ์โดยใช้กล้องตรวจจับความร้อนและเครื่องระบายควัน และได้อพยพผู้โดยสารออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไฟฟ้าลัดวงจรเกิดจากความชื้นบริเวณรางจ่ายไฟสูงกว่าปกติเนื่องจากฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ประกาศระงับการให้บริการชั่วคราวระหว่างสถานีบางอ้อถึงสถานีกำแพงเพชร ผู้โดยสารสามารถใช้บริการสถานีใกล้เคียงได้ โดยมีรายงานความล่าช้าประมาณ 60 นาทีในบางสถานี สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของสภาพอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง แม้ว่าเพลิงจะถูกควบคุมได้แล้ว แต่ผู้โดยสารควรติดตามข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการของ BEM เพื่ออัปเดตสถานะการให้บริการและตรวจสอบความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่ทีมเทคนิคดำเนินการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 07:01 UTC

เกิดเหตุสลด รถไฟชนชายวัย 72 ปีเสียชีวิตบนสะพานรถไฟในจังหวัดยะลา
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุสลด รถไฟชนชายวัย 72 ปีเสียชีวิตบนสะพานรถไฟในจังหวัดยะลา

ชายวัย 72 ปีถูกรถไฟขนส่งสินค้าชนเสียชีวิตขณะเดินข้ามสะพานรถไฟในจังหวัดยะลา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เกิดเหตุสลด รถไฟชนชายวัย 72 ปีเสียชีวิตบนสะพานรถไฟในจังหวัดยะลา

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุสลด รถไฟชนชายวัย 72 ปีเสียชีวิตบนสะพานรถไฟในจังหวัดยะลา

ชายวัย 72 ปีถูกรถไฟขนส่งสินค้าชนเสียชีวิตขณะเดินข้ามสะพานรถไฟในจังหวัดยะลา

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุสลดในจังหวัดยะลา เมื่อชายวัย 72 ปี ทราบชื่อคือ นายแวบิเด็ง ถูกรถไฟขนส่งสินค้าชนเสียชีวิต ตามรายงานจาก Khaosod Online เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนสะพานรถไฟเชื่อมระหว่างบ้านบาโดและบ้านทุ่งเหรียง ในอำเภอเมืองยะลา

เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ นำโดย พ.ต.ท.ณัตฐเขตต์ ชนะพล รายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังเดินอยู่บนสะพานรถไฟ ซึ่งคาดว่าเป็นทางลัดที่ผู้เสียชีวิตใช้เพื่อเดินทางไปร่วมงานแต่งงานที่บ้านทุ่งเหรียง ในจังหวะเดียวกับที่รถไฟขนส่งสินค้าขบวนกรุงเทพฯ – สุไหงโกลก (ขบวนที่ 985) วิ่งผ่านมาพอดี ผู้เสียชีวิตซึ่งมีประวัติเป็นผู้พิการทางสมองตั้งแต่กำเนิด ไม่สามารถหลบออกจากรางได้ทัน ทำให้ถูกรถไฟชนจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายร้ายแรงจากการเดินบนหรือใกล้กับเส้นทางรถไฟที่ยังมีการใช้งานอยู่ ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ทางข้ามที่จัดไว้ให้หรือถนนสาธารณะแทนการใช้สะพานรถไฟซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการสัญจรของคนเดินเท้า แม้ว่าญาติของผู้เสียชีวิตจะเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนต่อไป ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและการสอบปากคำพนักงานขับรถไฟเพื่อสรุปรายงานอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 06:21 UTC

MRT หยุดให้บริการทุกสถานีหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บนราง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

MRT หยุดให้บริการทุกสถานีหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บนราง

รถไฟฟ้า MRT ในกรุงเทพฯ หยุดให้บริการทุกสถานีเนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้บนรางรถไฟฟ้า โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

MRT หยุดให้บริการทุกสถานีหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บนราง

แหล่งข่าวเดียว
MRT หยุดให้บริการทุกสถานีหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บนราง

รถไฟฟ้า MRT ในกรุงเทพฯ หยุดให้บริการทุกสถานีเนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้บนรางรถไฟฟ้า โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุ

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ระบบรถไฟฟ้า MRT ในกรุงเทพมหานครได้หยุดให้บริการทุกสถานี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นบนรางรถไฟฟ้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันและการสัญจรภายในเมือง เนื่องจากรถไฟฟ้า MRT เป็นเส้นทางหลักในการขนส่งสาธารณะของเมืองหลวง คาดว่าจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าและการจราจรติดขัดในเส้นทางอื่น ๆ ผู้โดยสารควรพิจารณาใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถประจำทาง รถแท็กซี่ หรือรถไฟฟ้า BTS ในระหว่างที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

ในขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบพื้นที่เพื่อประเมินความเสียหายและตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานก่อนที่จะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง ทั้งนี้ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนว่ารถไฟฟ้า MRT จะกลับมาเปิดให้บริการได้เมื่อใด ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 06:20 UTC

เหตุไฟฟ้าลัดวงจรส่งผลกระทบต่อการให้บริการที่สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เหตุไฟฟ้าลัดวงจรส่งผลกระทบต่อการให้บริการที่สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน

เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรจนมีแสงเพลิงบนรางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูนในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ต้องมีการอพยพผู้โดยสารฉุกเฉิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เหตุไฟฟ้าลัดวงจรส่งผลกระทบต่อการให้บริการที่สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟฟ้าลัดวงจรส่งผลกระทบต่อการให้บริการที่สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน

เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรจนมีแสงเพลิงบนรางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูนในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ต้องมีการอพยพผู้โดยสารฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้จากระบบไฟฟ้าที่สถานีรถไฟฟ้าเตาปูน กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎร์สาย 2 ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.20 น. เมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟฟ้าบริเวณรางรถไฟฟ้า

เจ้าหน้าที่จากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพได้รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยเมื่อเวลา 12.32 น. เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีแสงเพลิงเกิดขึ้นบนรางรถไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เจ้าหน้าที่สถานีได้ดำเนินการอพยพผู้โดยสารทั้งหมดออกจากพื้นที่ทันที ต่อมาในเวลา 12.43 น. ทีมดับเพลิงสามารถเข้าถึงห้องควบคุมระบบไฟฟ้าของสถานีได้ โดยใช้กล้องตรวจจับความร้อนและเครื่องระบายควันเพื่อควบคุมสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการให้บริการขนส่งในเขตบางซื่อ แม้ว่าจะสามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ได้แล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของไฟฟ้าลัดวงจรยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้โดยสารควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถานีและความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างละเอียด ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บระหว่างการอพยพ แต่พื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นเขตจำกัดในระหว่างที่ทีมเทคนิคสรุปผลการประเมิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 06:01 UTC

จุดพักรถมอเตอร์เวย์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย 'The Rest Village ศรีราชา' เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมิถุนายน 2570
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

จุดพักรถมอเตอร์เวย์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย 'The Rest Village ศรีราชา' เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมิถุนายน 2570

กรมทางหลวงประกาศว่าโครงการจุดพักรถ 'The Rest Village ศรีราชา' บนมอเตอร์เวย์ M7 ขนาด 121 ไร่ มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 2570

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

จุดพักรถมอเตอร์เวย์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย 'The Rest Village ศรีราชา' เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมิถุนายน 2570

แหล่งข่าวเดียว
จุดพักรถมอเตอร์เวย์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย 'The Rest Village ศรีราชา' เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมิถุนายน 2570

กรมทางหลวงประกาศว่าโครงการจุดพักรถ 'The Rest Village ศรีราชา' บนมอเตอร์เวย์ M7 ขนาด 121 ไร่ มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 2570

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมทางหลวงกำลังกำกับดูแลการก่อสร้าง 'The Rest Village ศรีราชา' ซึ่งเป็นจุดพักรถแห่งใหม่ขนาดใหญ่บนมอเตอร์เวย์ M7 ในระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ยืนยันว่าโครงการกำลังดำเนินไปตามแผนเพื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน 2570

ด้วยพื้นที่กว่า 121 ไร่ สถานที่แห่งนี้ถูกวางเป้าหมายให้เป็นจุดพักรถบนมอเตอร์เวย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย พื้นที่นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สำคัญ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับผู้ที่สัญจรไปมาระหว่างกรุงเทพฯ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนและความสะดวกสบาย โดยจัดให้มีพื้นที่สำหรับพักผ่อนและเติมน้ำมันตลอดเส้นทางคมนาคมที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

แม้ว่าโครงการจะอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่กรมทางหลวงยังคงติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าจะเป็นไปตามกำหนดการในช่วงกลางปี 2570 นักเดินทางควรทราบว่าแม้สถานที่นี้คาดว่าจะเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับรายชื่อผู้เช่าเชิงพาณิชย์และเวลาให้บริการขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่การก่อสร้างดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 06:02 UTC

รายงานเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รายงานเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าควบคุมเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าที่สถานีเตาปูน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รายงานเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าควบคุมเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าที่สถานีเตาปูน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 กันยายน 2569 มีรายงานเหตุไฟไหม้บริเวณรางรถไฟฟ้าที่สถานีเตาปูน ถนนประชาราษฎร์สาย 2 กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมดับเพลิงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุทันทีเพื่อควบคุมเพลิง

สำหรับประชาชนและผู้ใช้บริการ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของบริการขนส่งสาธารณะในพื้นที่ เนื่องจากรางรถไฟฟ้าเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงข่ายการเดินรถ ผู้โดยสารควรตรวจสอบข้อมูลการให้บริการหรือพิจารณาเส้นทางเดินทางอื่นในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเสียหายและตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บ ความเสียหายของอุปกรณ์เดินรถ และกำหนดการกลับมาเปิดให้บริการตามปกติยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเข้าใช้สถานีและความล่าช้าในการให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 06:00 UTC

ทอท. เผชิญเสียงวิจารณ์กรณีเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ทอท. เผชิญเสียงวิจารณ์กรณีเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กำลังถูกจับตามองหลังจากมีรายงานการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องราคาตั๋วเครื่องบินที่อาจสูงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ทอท. เผชิญเสียงวิจารณ์กรณีเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน

แหล่งข่าวเดียว
ทอท. เผชิญเสียงวิจารณ์กรณีเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กำลังถูกจับตามองหลังจากมีรายงานการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องราคาตั๋วเครื่องบินที่อาจสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับข้อเสนอการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน 50% โดยโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาวิจารณ์การดำเนินการดังกล่าว โดยระบุว่าการปรับขึ้นราคาจะส่งผลให้ค่าตั๋วเครื่องบินสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระทางการเงินให้กับประชาชน

กลุ่มผู้คัดค้านการตัดสินใจนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแกร่งของ ทอท. โดยระบุว่าองค์กรเพิ่งรายงานผลกำไรมหาศาลถึง 1.8 หมื่นล้านบาท การเลือกช่วงเวลาในการปรับค่าธรรมเนียมครั้งนี้จึงทำให้เกิดคำถามถึงความจำเป็นในการขึ้นราคาในขณะที่บริษัทมีผลกำไรสูง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทางอากาศทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นทันที โดยปกติแล้วค่าธรรมเนียมสนามบินที่สูงขึ้นจะถูกผลักภาระโดยตรงไปยังผู้บริโภคผ่านการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในตั๋วโดยสาร

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ หรือกระแสคัดค้านจากสาธารณชนจะนำไปสู่การทบทวนนโยบายใหม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศจากสายการบินเกี่ยวกับการปรับราคาที่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ วันที่เริ่มบังคับใช้ที่แน่นอนและขอบเขตที่ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานของ ทอท.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 03:40 UTC

พยากรณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พยากรณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่ 80% ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ระวังปัญหาการจราจรติดขัดและน้ำท่วมขังฉับพลัน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พยากรณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แหล่งข่าวเดียว
พยากรณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่ 80% ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ระวังปัญหาการจราจรติดขัดและน้ำท่วมขังฉับพลัน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับกรุงเทพมหานครและจังหวัดโดยรอบ โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 80% ของภูมิภาคตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้า ปรากฏการณ์สภาพอากาศนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนปะทะกับร่องมรสุม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์สภาพอากาศนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดปัญหาการจราจรติดขัดและน้ำท่วมขังในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เน้นย้ำว่าพื้นที่ลุ่มต่ำมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางบนเส้นทางหลัก ขอแนะนำให้ผู้สัญจรวางแผนการเดินทางอย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

แม้ว่าพยากรณ์อากาศจะระบุถึงโอกาสการเกิดฝนตกสูง แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของช่วงที่ฝนตกหนักที่สุดและถนนสายเฉพาะที่จะเกิดน้ำท่วมขังอย่างมีนัยสำคัญนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างเป็นทางการตลอดทั้งวันเพื่อปรับแผนการเดินทางให้เหมาะสม ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ออกคำสั่งอพยพฉุกเฉินใดๆ แต่เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้ความระมัดระวังขณะสัญจรในเมืองในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ผุดโครงการถนนสายใหม่ 'ตรีบุรีรัถยา' เชื่อมโยงภาคตะวันตกของไทย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผุดโครงการถนนสายใหม่ 'ตรีบุรีรัถยา' เชื่อมโยงภาคตะวันตกของไทย

กระทรวงคมนาคมไทยกำลังศึกษาโครงการถนนสายใหม่ระยะทาง 137 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผุดโครงการถนนสายใหม่ 'ตรีบุรีรัถยา' เชื่อมโยงภาคตะวันตกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผุดโครงการถนนสายใหม่ 'ตรีบุรีรัถยา' เชื่อมโยงภาคตะวันตกของไทย

กระทรวงคมนาคมไทยกำลังศึกษาโครงการถนนสายใหม่ระยะทาง 137 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี หวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รัฐบาลไทยได้เริ่มวางแผนเครือข่ายถนนสายใหม่ระยะทาง 137 กิโลเมตร ในชื่อ 'ตรีบุรีรัถยา' โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเป็นทางลัดและทางเลี่ยงเมืองที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี

วัตถุประสงค์หลักของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้คือเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วภูมิภาคตะวันตกของไทย การมีเส้นทางที่ตรงขึ้นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังจังหวัดภาคใต้ และอาจช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดบนทางหลวงสายหลักที่มีอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวที่สำคัญ ซึ่งอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางระหว่างจังหวัดยอดนิยมในภาคตะวันตกเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและการศึกษาความเป็นไปได้ นายพิพัฒน์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการศึกษาให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2570 ทั้งนี้ แนวเส้นทางที่ชัดเจน การจัดสรรงบประมาณ และกำหนดการก่อสร้างยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนควรติดตามความคืบหน้าจากการประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปในขณะที่การศึกษาความเป็นไปได้ดำเนินไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 02:01 UTC

บางกอกแอร์เวย์สคว้า 2 รางวัลจาก Skytrax
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

บางกอกแอร์เวย์สคว้า 2 รางวัลจาก Skytrax

บางกอกแอร์เวย์สได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Skytrax จำนวน 2 รางวัล ตอกย้ำชื่อเสียงในฐานะสายการบินระดับภูมิภาคชั้นนำที่ได้รับการยอมรับมาตลอดทศวรรษ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

บางกอกแอร์เวย์สคว้า 2 รางวัลจาก Skytrax

แหล่งข่าวเดียว
บางกอกแอร์เวย์สคว้า 2 รางวัลจาก Skytrax

บางกอกแอร์เวย์สได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก Skytrax จำนวน 2 รางวัล ตอกย้ำชื่อเสียงในฐานะสายการบินระดับภูมิภาคชั้นนำที่ได้รับการยอมรับมาตลอดทศวรรษ

ตามรายงานจาก Matichon Online สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้รับรางวัล 2 รางวัลจากงาน Skytrax World Airline Awards ครั้งล่าสุด รางวัลเหล่านี้ช่วยตอกย้ำถึงผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอของสายการบิน ซึ่งถือเป็นการได้รับการยอมรับในฐานะสายการบินระดับภูมิภาคชั้นนำมาตลอดระยะเวลา 10 ปี

สำหรับนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย รางวัลเหล่านี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของสายการบินต่อมาตรฐานการบริการในภาคการบินระดับภูมิภาค บางกอกแอร์เวย์สยังคงเป็นผู้ให้บริการหลักสำหรับเส้นทางบินภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศระยะสั้นหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมต่อศูนย์กลางการบินหลักเข้ากับจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม

แม้ว่ารางวัลเหล่านี้จะสะท้อนถึงผลการดำเนินงานในอดีตและคุณภาพการบริการของสายการบินในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้เป็นการรับประกันประสบการณ์ของผู้โดยสารแต่ละท่านในเที่ยวบินเฉพาะในอนาคต นักเดินทางควรตรวจสอบตารางเที่ยวบินปัจจุบันและข้อมูลอัปเดตการบริการโดยตรงผ่านช่องทางที่เป็นทางการของสายการบินต่อไป จนถึงขณะนี้ สายการบินยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่ารางวัลเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการขยายบริการหรือโครงสร้างราคาในอนาคตอย่างไร การยอมรับนี้ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับความสม่ำเสมอในการดำเนินงานของสายการบินในตลาดระดับภูมิภาคที่มีการแข่งขันสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 กันยายน 2026, 01:00 UTC

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนำร่องขนส่งสินค้าทางรางรูปแบบ 'Open Access'
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนำร่องขนส่งสินค้าทางรางรูปแบบ 'Open Access'

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังทดสอบรูปแบบ 'Open Access' สำหรับการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างแหลมฉบังและหนองคาย เพื่อปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนำร่องขนส่งสินค้าทางรางรูปแบบ 'Open Access'

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนำร่องขนส่งสินค้าทางรางรูปแบบ 'Open Access'

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังทดสอบรูปแบบ 'Open Access' สำหรับการขนส่งสินค้าทางรางระหว่างแหลมฉบังและหนองคาย เพื่อปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เริ่มโครงการนำร่องเพื่อทดสอบรูปแบบการขนส่งสินค้าทางรางแบบ 'Open Access' ตามรายงานของ Thai Post โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือแหลมฉบังและหนองคาย ภายใต้ความคิดริเริ่มนี้ รฟท. กำลังร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนในการเดินรถ โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลจริงสำหรับการปรับปรุงกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ของประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังติดตามความคืบหน้าของการทดลองนี้ วัตถุประสงค์หลักคือการเชื่อมโยงเส้นทางนี้เข้ากับเครือข่ายระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้น ซึ่งอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการมุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรางของไทยให้ทันสมัย การดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมทำให้รัฐบาลหวังว่าจะสร้างกรอบการทำงานด้านโลจิสติกส์ที่มีความสามารถในการแข่งขันและเชื่อถือได้มากขึ้น แม้ว่าโครงการนำร่องจะอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อตารางเวลาเดินรถโดยสารหรือกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการขยายผลเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ รฟท. ยังคงติดตามผลการทดลองเพื่อพิจารณาว่ารูปแบบนี้จะสามารถขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นของประเทศไทยได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:45 UTC

ผู้ขับขี่หลายสิบรายแจ้งความรถเสียหายจากเศษยางมะตอยบนถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้ขับขี่หลายสิบรายแจ้งความรถเสียหายจากเศษยางมะตอยบนถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ

มีผู้ขับขี่อย่างน้อย 73 รายเข้าแจ้งความกับตำรวจหลังจากเกิดเหตุเศษยางมะตอยร่วงหล่นใส่รถยนต์บนถนนพระราม 9 ในกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้ขับขี่หลายสิบรายแจ้งความรถเสียหายจากเศษยางมะตอยบนถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ขับขี่หลายสิบรายแจ้งความรถเสียหายจากเศษยางมะตอยบนถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ

มีผู้ขับขี่อย่างน้อย 73 รายเข้าแจ้งความกับตำรวจหลังจากเกิดเหตุเศษยางมะตอยร่วงหล่นใส่รถยนต์บนถนนพระราม 9 ในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ผู้ขับขี่จำนวนมากรายงานว่ารถยนต์ได้รับความเสียหายขณะสัญจรบนถนนพระราม 9 ฝั่งขาออก กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ระบุว่ามีผู้ขับขี่อย่างน้อย 73 รายได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจหัวหมากเพื่อลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากเศษยางมะตอยที่ร่วงหล่นลงมาใส่รถยนต์ขณะขับผ่านพื้นที่ดังกล่าว โดยรถที่ได้รับความเสียหายมีหลากหลายรุ่น ตั้งแต่รถหรูอย่าง Mercedes-Benz และ BMW ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบำรุงรักษาถนนที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของยานพาหนะและทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางโดยไม่คาดคิด ผู้ที่ใช้เส้นทางถนนพระราม 9 เป็นประจำควรใช้ความระมัดระวังและคอยสังเกตความผิดปกติบนพื้นผิวถนน

ในขณะนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการที่ยางมะตอยหลุดร่อนออกมา และยังไม่มีการประกาศแผนการซ่อมแซมถนนอย่างเร่งด่วนหรือมาตรการชดเชยให้กับผู้ขับขี่ที่ได้รับผลกระทบ คาดว่าการตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานท้องถิ่นจะช่วยให้ทราบถึงความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างถนนและกำหนดขั้นตอนต่อไปสำหรับผู้ที่รถได้รับความเสียหาย ผู้เดินทางควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าอาจมีการปิดช่องจราจรหรือการซ่อมบำรุงที่อาจเกิดขึ้นตามมาหลังจากเหตุการณ์นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:01 UTC

แอร์เอเชียจัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 27% ฉลองรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 17 ปีซ้อน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

แอร์เอเชียจัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 27% ฉลองรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 17 ปีซ้อน

แอร์เอเชียมอบส่วนลด 27% สำหรับทุกที่นั่งและทุกเที่ยวบิน เพื่อฉลองความสำเร็จในการครองตำแหน่งสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกเป็นปีที่ 17

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

แอร์เอเชียจัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 27% ฉลองรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 17 ปีซ้อน

แหล่งข่าวเดียว
แอร์เอเชียจัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 27% ฉลองรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 17 ปีซ้อน

แอร์เอเชียมอบส่วนลด 27% สำหรับทุกที่นั่งและทุกเที่ยวบิน เพื่อฉลองความสำเร็จในการครองตำแหน่งสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกเป็นปีที่ 17

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 แอร์เอเชียได้เปิดตัวแคมเปญโปรโมชั่นมอบส่วนลดสูงสุดถึง 27% สำหรับทุกที่นั่งในทุกเที่ยวบิน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่สายการบินได้รับรางวัล 'สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก' เป็นปีที่ 17 ติดต่อกัน

สำหรับนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โปรโมชั่นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบทางเลือกการเดินทางที่คุ้มค่ามากขึ้น ทั้งในเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยสายการบินหวังที่จะใช้โอกาสนี้ในการกระตุ้นยอดการจองสำหรับการเดินทางในอนาคต

แม้ว่าโปรโมชั่นจะครอบคลุมทุกที่นั่งและทุกเที่ยวบิน แต่เงื่อนไขเฉพาะเกี่ยวกับวันเดินทาง ช่วงเวลาที่ไม่ร่วมรายการ และช่วงเวลาการจองไม่ได้ถูกระบุรายละเอียดไว้ในการประกาศเบื้องต้น นักเดินทางที่สนใจใช้สิทธิ์ส่วนลดนี้ควรตรวจสอบความพร้อมของโปรโมชั่นในเส้นทางของตนผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแอร์เอเชียหรือช่องทางการจองต่างๆ เช่นเดียวกับราคาโปรโมชั่นทั่วไป ขอแนะนำให้ตรวจสอบราคาสุดท้ายรวมถึงภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องในระหว่างขั้นตอนการชำระเงิน เนื่องจากราคาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางและช่วงเวลาการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:08 UTC

เศษยางมะตอยร่วงใส่รถยนต์บนถนนพระราม 9
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เศษยางมะตอยร่วงใส่รถยนต์บนถนนพระราม 9

ผู้ขับขี่รถยนต์จำนวน 73 รายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากรถยนต์ได้รับความเสียหายจากเศษยางมะตอยที่ร่วงหล่นระหว่างการปรับปรุงผิวจราจรบนถนนพระราม 9 ในกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เศษยางมะตอยร่วงใส่รถยนต์บนถนนพระราม 9

แหล่งข่าวเดียว
เศษยางมะตอยร่วงใส่รถยนต์บนถนนพระราม 9

ผู้ขับขี่รถยนต์จำนวน 73 รายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากรถยนต์ได้รับความเสียหายจากเศษยางมะตอยที่ร่วงหล่นระหว่างการปรับปรุงผิวจราจรบนถนนพระราม 9 ในกรุงเทพฯ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ มีผู้เสียหายจำนวน 73 รายได้ทยอยเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก หลังจากเกิดเหตุเศษยางมะตอยร่วงหล่นใส่รถยนต์ขณะขับขี่บนถนนพระราม 9 ฝั่งขาออก ช่วงระหว่างแยกพระราม 9 มุ่งหน้าแยกรามคำแหง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการปรับปรุงผิวการจราจรบนทางยกระดับ

รถยนต์ที่ได้รับความเสียหายมีหลากหลายรุ่น ตั้งแต่รถหรูอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์และบีเอ็มดับเบิลยู ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไป หนึ่งในผู้เสียหายคือคุณจันทิมา ได้ระบุว่าพบความเสียหายบริเวณด้านขวาของรถฮอนด้า ซิตี้ หลังจากขับผ่านเส้นทางดังกล่าวเพื่อกลับบ้าน แม้รถจะยังสามารถขับขี่ได้ แต่เธอได้เข้าแจ้งความเพื่อเรียกร้องให้ผู้รับเหมาที่รับผิดชอบงานก่อสร้างชดใช้ค่าเสียหาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังเมื่อขับขี่ผ่านพื้นที่ที่มีการก่อสร้างในกรุงเทพฯ แม้ว่าผู้รับเหมาจะแสดงความยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ขอบเขตความรับผิดชอบทั้งหมดและกำหนดการซ่อมแซมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ขับขี่ที่เชื่อว่ารถของตนได้รับความเสียหายในพื้นที่ดังกล่าว สามารถติดต่อสถานีตำรวจนครบาลหัวหมากเพื่อลงบันทึกประจำวันอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:06 UTC

รัฐมนตรีคมนาคมยืนยันแผนย้ายท่าเรือคลองเตยไปแหลมฉบัง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีคมนาคมยืนยันแผนย้ายท่าเรือคลองเตยไปแหลมฉบัง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการย้ายท่าเรือคลองเตยไปยังท่าเรือแหลมฉบังภายในวาระการดำรงตำแหน่งของรัฐบาลชุดนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รัฐมนตรีคมนาคมยืนยันแผนย้ายท่าเรือคลองเตยไปแหลมฉบัง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีคมนาคมยืนยันแผนย้ายท่าเรือคลองเตยไปแหลมฉบัง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการย้ายท่าเรือคลองเตยไปยังท่าเรือแหลมฉบังภายในวาระการดำรงตำแหน่งของรัฐบาลชุดนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าแผนการย้ายท่าเรือคลองเตยไปยังท่าเรือแหลมฉบังจะเกิดขึ้นจริงภายในวาระของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ การย้ายท่าเรือครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การปรับปรุงพื้นที่เมืองครั้งใหญ่ในย่านคลองเตย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง การย้ายครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของท่าเรือให้ทันสมัยและลดปัญหาการจราจรติดขัดที่เกิดจากรถบรรทุกหนักในใจกลางเมืองหลวง

แม้ว่ารัฐมนตรีจะแสดงความมั่นใจอย่างมากในกรอบเวลาดังกล่าว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ทั้งในส่วนของรายละเอียดด้านโลจิสติกส์ของการเปลี่ยนผ่าน กำหนดการยุติการดำเนินงานในพื้นที่ปัจจุบัน และแผนระยะยาวสำหรับการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ท่าเรือครอบครองอยู่ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนท้องถิ่นและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังคงเป็นเป้าหมายเชิงนโยบายที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ประกาศไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:09 UTC

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนำร่อง 'Open Access' ในเส้นทางแหลมฉบัง–หนองคาย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนำร่อง 'Open Access' ในเส้นทางแหลมฉบัง–หนองคาย

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังทดสอบโมเดล 'Open Access' ในเส้นทางขนส่งสินค้าแหลมฉบัง–หนองคาย โดยเชิญชวนภาคเอกชนเข้าร่วมเพื่อยกระดับโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนำร่อง 'Open Access' ในเส้นทางแหลมฉบัง–หนองคาย

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโครงการนำร่อง 'Open Access' ในเส้นทางแหลมฉบัง–หนองคาย

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังทดสอบโมเดล 'Open Access' ในเส้นทางขนส่งสินค้าแหลมฉบัง–หนองคาย โดยเชิญชวนภาคเอกชนเข้าร่วมเพื่อยกระดับโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้เริ่มโครงการนำร่องสำหรับการขนส่งสินค้าโดยใช้โมเดล 'Open Access' ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อท่าเรือแหลมฉบังกับหนองคาย ซึ่งเป็นระเบียงเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับการค้าในภูมิภาค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานจริงโดยเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเดินรถ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์สู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรางของไทยให้ทันสมัย การนำประสิทธิภาพของภาคเอกชนเข้ามาบูรณาการในเครือข่ายของรัฐบาลจะช่วยสร้างโมเดลโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดความแออัดบนท้องถนนและเพิ่มความน่าเชื่อถือในการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ แม้ว่าโครงการนำร่องนี้จะเน้นไปที่การขนส่งสินค้าเป็นหลัก แต่หากประสบความสำเร็จก็อาจส่งผลต่อนโยบายรถไฟและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับระยะนำร่อง เกณฑ์การคัดเลือกภาคเอกชน และความเป็นไปได้ที่โมเดลนี้จะขยายไปสู่บริการขนส่งผู้โดยสารในอนาคต ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะจัดการกับการบูรณาการผู้ประกอบการเอกชนภายใต้กรอบการทำงานเดิมที่รัฐควบคุมอยู่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 11:09 UTC