ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’ ✦
ความปลอดภัย อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
การท่องเที่ยว ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026 ✦
การท่องเที่ยว ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา ✦
เศรษฐกิจ กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ✦
ความปลอดภัย พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group ✦
เศรษฐกิจ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ✦
เศรษฐกิจ

‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

แหล่งข่าวเดียว
‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

ทิพยประกันภัยได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์'

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์' รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชันด้านประกันภัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การได้รับรางวัลนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่ตลาดประกันภัยยังคงปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ใหม่ๆ และความต้องการในยุคดิจิทัล รางวัลดังกล่าวถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่มุ่งไปสู่รูปแบบประกันภัยที่ยืดหยุ่นและอิงตามการใช้งานจริงมากขึ้น

แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงการตอบรับของตลาดและปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ถือเป็นการรับรองเงื่อนไขกรมธรรม์เฉพาะเจาะจงหรือความเหมาะสมของความคุ้มครองสำหรับผู้ขับขี่แต่ละราย ผู้ที่สนใจควรทราบว่ารางวัลนี้สะท้อนถึงแนวทางทั่วไปของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การรับประกันประสิทธิภาพการบริการในกรณีการเคลมเฉพาะเจาะจง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนด เงื่อนไข และความเหมาะสมสำหรับกรมธรรม์ 'TIP อัพทูไมล์' ควรตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของทิพยประกันภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

รถกระบะที่บรรทุกตายายและหลานชนเข้ากับรถสไลด์ใกล้จุดกลับรถนวนคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงในช่วงที่มีฝนตกหนักใกล้จุดกลับรถนวนคร รถกระบะซึ่งมีผู้โดยสารเป็นตายายและหลานได้เสียหลักชนเข้ากับรถสไลด์ แรงปะทะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญของการขับขี่ในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนลงอย่างมาก นวนครเป็นเส้นทางอุตสาหกรรมและการจราจรที่หนาแน่น และจุดกลับรถมักถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลดความเร็ว และเว้นระยะห่างให้มากขึ้นเมื่อขับขี่ผ่านเส้นทางเหล่านี้ในช่วงที่มีพายุ

แม้ว่าจะมีการรายงานรายละเอียดเบื้องต้นของการชนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตหรือสาเหตุอย่างเป็นทางการที่ทำให้รถเสียหลัก ขณะนี้การสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามรายงานสภาพการจราจรและพยากรณ์อากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทางผ่านภูมิภาคนี้เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

การท่องเที่ยว

ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

แหล่งข่าวเดียว
ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมแก่ผู้เข้าชมชาวญี่ปุ่นในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 โดยส่งเสริมประเทศไทยภายใต้แนวคิด 'Healing is the New Luxury' (การเยียวยาคือความหรูหราใหม่) ตามรายงานจากข่าว ททท. ระบุว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ โดยเน้นย้ำถึงข้อเสนอเชิงสุขภาพ ความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดื่มด่ำในประเทศไทย

แคมเปญนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการกลับมาท่องเที่ยวซ้ำและเพิ่มระยะเวลาการพำนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เป้าหมายสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้กว้างขวางขึ้นโดยส่งเสริมการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางรองทั่วประเทศไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ ททท. กำลังสร้างความร่วมมือกับสายการบินและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในตลาดญี่ปุ่นอย่างแข็งขัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงและเน้นด้านสุขภาพ แม้ว่าแคมเปญนี้จะมุ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับจังหวัดที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเส้นทางบินใหม่หรือแพ็คเกจสุขภาพสุดพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือทางการค้านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ททท. ยังคงวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่ฟื้นฟูร่างกายและเต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Tourism Authority of Thailand Newsroom
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:55 UTC

การท่องเที่ยว

ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ได้รับการยืนยัน
ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ภูเก็ตครองอันดับ 1 ในฐานะจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาชื่นชอบมากที่สุด ตามข้อมูลล่าสุดที่รัฐบาลไทยเปิดเผย

ภูเก็ตได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา ตามรายงานจาก Thai Post โดยอ้างคำกล่าวของนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'Air Canada Vacations Toronto' ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การยอมรับนี้เน้นย้ำถึงเสน่ห์ที่ยั่งยืนของภูเก็ตในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการท่องเที่ยวบนเกาะ รัฐบาลแสดงความพึงพอใจต่อการจัดอันดับดังกล่าว โดยมองว่าเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกถึงสถานะการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทย

แม้ว่าการจัดอันดับนี้จะสะท้อนถึงความชอบของผู้ที่ได้รับการสำรวจในงานที่โตรอนโต แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความรู้สึกนี้จะส่งผลต่อแนวโน้มการจองหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายสำหรับช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้อย่างไร นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้ภูเก็ตจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูง แต่รางวัลนี้อ้างอิงจากความรู้สึกของผู้บริโภคในงานส่งเสริมการขายเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่สถิติการเดินทางเข้าประเทศประจำปีที่ครอบคลุม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะที่ใช้ในกระบวนการลงคะแนนเสียงในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

เศรษฐกิจ

กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

แหล่งข่าวเดียว
กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศยอดขายที่ดิน 6,000 ไร่ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พร้อมเน้นย้ำความคืบหน้าของโครงการ Smart Park และมาบตาพุด เฟส 3

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 โดยมียอดขายที่ดินรวม 6,000 ไร่ ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่า กนอ. กำลังใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค

ความคืบหน้าสำคัญรวมถึงโครงการมาบตาพุด เฟส 3 ที่ยังคงดำเนินไปตามแผนงาน นอกจากนี้ กนอ. ยังเดินหน้าส่งเสริมโครงการ 'Smart Park' ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบสีเขียวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการดำเนินงานแบบคาร์บอนต่ำและรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนาเหล่านี้บ่งชี้ถึงการขยายตัวทางอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องและการมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคตะวันออก การเติบโตของยอดขายที่ดินชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการจ้างงานในท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค แม้ว่า กนอ. จะยืนยันตัวเลขและสถานะของโครงการเหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของ Smart Park ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่โครงการมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

กฎระเบียบใหม่ระบุว่าผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการชดเชยการผลิตได้ แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตจะต้องเผชิญกับบทลงโทษก็ตาม

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยภายใต้กฎเกณฑ์นี้ ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้โครงการส่งเสริมของรัฐบาลจะไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากบริษัทผู้ผลิตไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันในการชดเชยการผลิตได้

นโยบายนี้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเงินต่อความบกพร่องของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดสำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้อง หากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตที่กำหนดไว้ จะต้องถูกเรียกคืนเงินอุดหนุนพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ให้แก่รัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การชี้แจงนี้ช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างรัฐและบริษัทรถยนต์ แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดพารามิเตอร์ที่ชัดเจนสำหรับการเรียกคืนเงินและบทลงโทษแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่ากฎเหล่านี้จะถูกบังคับใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อราคาหรือความพร้อมจำหน่ายของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทยหรือไม่ ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักและลมแรงตลอดทั้งคืนส่งผลให้เรือหลายลำในพัทยาได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงประกาศชักธงแดงห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เมืองพัทยาเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงตลอดทั้งคืน ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องและลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล ทำให้เรือหลายลำที่จอดอยู่ในพื้นที่ได้รับความเสียหาย

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เป็นอันตราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ประกาศชักธงแดงตลอดแนวชายฝั่ง สัญญาณนี้ถือเป็นการห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสภาพทะเลในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยทางทะเล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางทางทะเลหรือล่องเรือควรเตรียมพร้อมรับมือกับการยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นและมีการยกเลิกประกาศธงแดงอย่างเป็นทางการ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางทะเลอย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรือในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการประเมิน แม้ว่าความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในน้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางทะเลได้เมื่อใด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาพทะเลกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนวางแผนกิจกรรมชายฝั่งทุกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบปะกับกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐฯ ในเวทีที่จัดโดย Jefferies Group LLC เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนโอกาสทางเศรษฐกิจให้เป็นการเติบโตทางธุรกิจที่จับต้องได้

ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าร่วมเวทีเสวนาที่จัดโดยบริษัทบริการทางการเงินระดับโลก Jefferies Group LLC เมื่อเร็วๆ นี้ โดยงานดังกล่าวเป็นเวทีให้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยโดยตรงกับตัวแทนจากกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายหลักของการหารือคือการสำรวจกลยุทธ์ในการเปลี่ยนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันให้กลายเป็นการดำเนินธุรกิจที่จับต้องได้ รัฐบาลเน้นย้ำว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน การดึงความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งถือเป็นความหวังของรัฐบาลในการดึงดูดเงินทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศผ่านการลงทุนจากต่างชาติ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับการลงทุนเหล่านี้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับความร่วมมือทางธุรกิจเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะส่งผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้จริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ การเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

นายชาญชัยนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาสู่บทบาทนี้ โดยบริษัทระบุว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงของตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย โดยเป็นผู้ดำเนินงานสถานที่สำคัญ เช่น เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และโรงแรมต่างๆ การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารระดับสูงมักเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนทิศทางองค์กร ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาหรือทิศทางการดำเนินงานของศูนย์การค้าที่เป็นที่นิยมเหล่านี้ในอนาคต

ในขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานค้าปลีกที่มีอยู่ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนจะต้องรอประกาศเพิ่มเติมจากบริษัทเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้จะส่งผลต่อกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอนาคตของกลุ่มบริษัทอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:42 UTC

อุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าในเขตบางบอน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าในเขตบางบอน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าในเขตบางบอน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าในเขตบางบอน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าในเขตบางบอน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าในเขตบางบอน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าบนถนนกาญจนาภิเษก เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. รถกระบะโตโยต้าสีขาวเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าและต้นไม้ข้างทางจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบชาย 2 รายติดอยู่ภายในรถ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ผู้โดยสารวัย 18 ปี ทราบชื่อคือนายธีรภัทร์ ได้เสียชีวิตลงหลังจากเจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจนานกว่า 30 นาที ส่วนคนขับถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอาการสาหัส

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการเดินทางช่วงกลางคืนบนถนนสายหลัก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนเทียน กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรอให้คนขับมีอาการดีขึ้นเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน และร่างของผู้เสียชีวิตได้ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลศิริราชเพื่อชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2026, 00:35 UTC

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนสายเอเชีย 41 หลังเหตุขโมยรถบรรทุก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนสายเอเชีย 41 หลังเหตุขโมยรถบรรทุก

ชายคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าขโมยรถบรรทุกที่จอดไว้ในจังหวัดชุมพร นำไปสู่การขับรถด้วยความเร็วสูงและเกิดการชนกันของรถ 3 คัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนสายเอเชีย 41 หลังเหตุขโมยรถบรรทุก

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนสายเอเชีย 41 หลังเหตุขโมยรถบรรทุก

ชายคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าขโมยรถบรรทุกที่จอดไว้ในจังหวัดชุมพร นำไปสู่การขับรถด้วยความเร็วสูงและเกิดการชนกันของรถ 3 คัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 13.50 น. เกิดอุบัติเหตุจราจรครั้งใหญ่บนถนนสายเอเชีย 41 ในอำเภอละแม จังหวัดชุมพร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชายที่มีอาการทางจิตถูกกล่าวหาว่าขโมยรถบรรทุกพ่วงที่จอดทิ้งไว้ริมทางโดยเสียบกุญแจคาไว้

ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถคันดังกล่าวข้ามเขตจังหวัดเป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนกับรถบรรทุกพ่วงอีก 2 คัน แรงปะทะทำให้หัวรถบรรทุกที่ถูกขโมยขาดกระเด็นตกลงไปในคูน้ำ และมีชิ้นส่วนรถกีดขวางการจราจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานท้องถิ่นได้เร่งเข้าช่วยเหลือคนขับรถทั้ง 3 คันและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยและกำลังดำเนินการตรวจหาสารเสพติดเพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของยานพาหนะ เนื่องจากทิ้งกุญแจไว้ในรถที่ไม่มีคนดูแลอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่การสอบสวนเกี่ยวกับสภาพของผู้ต้องสงสัยและรายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์ขโมยรถยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาหรือสถานะสุขภาพปัจจุบันของผู้ได้รับบาดเจ็บ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 22:35 UTC

ไทยเสนอห้าม ‘ตุ๊กตุ๊ก’ เครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเสนอห้าม ‘ตุ๊กตุ๊ก’ เครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน

กรมการขนส่งทางบกเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงเพื่อจำกัดการวิ่งของรถตุ๊กตุ๊กแบบดั้งเดิมในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยเสนอห้าม ‘ตุ๊กตุ๊ก’ เครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเสนอห้าม ‘ตุ๊กตุ๊ก’ เครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน

กรมการขนส่งทางบกเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงเพื่อจำกัดการวิ่งของรถตุ๊กตุ๊กแบบดั้งเดิมในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม ได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงที่กำหนดประเภทรถยนต์รับจ้างสามล้อที่ห้ามเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยช่วงเวลาการรับฟังความคิดเห็นเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2569

ตามรายงานของ Khaosod Online ข้อเสนอดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการกับปัญหามลพิษทางเสียงและอากาศในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และสถานที่สำคัญอื่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยี่ยมชม ร่างกฎหมายนี้เสนอให้เฉพาะรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าเท่านั้นที่สามารถวิ่งในเขตควบคุมได้ โดยอาจมีการยกเว้นในช่วงเวลาที่เจ้าพนักงานจราจรประกาศกำหนด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อเสนอนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการจัดการขนส่งระยะสั้นในเขตประวัติศาสตร์ของเมืองหลวง หากมีการบังคับใช้จริง อาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมให้บริการของรถตุ๊กตุ๊กแบบดั้งเดิมในย่านท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบนี้ยังอยู่ในขั้นตอนร่าง และกรมการขนส่งทางบกกำลังรวบรวมความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ยังต้องรอความชัดเจนว่าถนนเส้นใดบ้างที่จะถูกจัดอยู่ในเขต 'กรุงเทพมหานครชั้นใน' และกำหนดการบังคับใช้ที่แน่นอนจะเป็นอย่างไรหลังจากสิ้นสุดช่วงเวลาการรับฟังความคิดเห็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 15:55 UTC

อุบัติเหตุบนท้องถนน: ท่อนเหล็กหล่นจากรถกระบะ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุบนท้องถนน: ท่อนเหล็กหล่นจากรถกระบะ

ท่อนเหล็กหล่นจากรถกระบะพุ่งชนรถยนต์ไฟฟ้าบนถนนในไทย ตอกย้ำความกังวลเรื่องการบรรทุกสิ่งของโดยไม่มีการยึดให้แน่นหนา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุบนท้องถนน: ท่อนเหล็กหล่นจากรถกระบะ

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุบนท้องถนน: ท่อนเหล็กหล่นจากรถกระบะ

ท่อนเหล็กหล่นจากรถกระบะพุ่งชนรถยนต์ไฟฟ้าบนถนนในไทย ตอกย้ำความกังวลเรื่องการบรรทุกสิ่งของโดยไม่มีการยึดให้แน่นหนา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อท่อนเหล็กไหลหลุดจากรถกระบะและกระแทกเข้ากับฝากระโปรงรถยนต์ไฟฟ้า เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งถือว่าเกือบจะเกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ขับขี่ เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการบรรทุกสิ่งของโดยไม่มีการยึดให้แน่นหนาบนถนนสาธารณะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากยานพาหนะที่บรรทุกวัสดุหนักหรือวัสดุที่อาจหลุดร่วงได้ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนและการบังคับใช้กฎระเบียบเรื่องการยึดตรึงสิ่งของบนรถบรรทุก

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุที่แน่ชัด และการที่เจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวหรือลงโทษผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังเมื่อขับขี่ใกล้กับรถเชิงพาณิชย์ และรายงานสภาพถนนที่เป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่จราจรในพื้นที่ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นด้านความปลอดภัยบนท้องถนนที่ยังคงดำเนินอยู่ จึงอาจมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวทางการในขณะที่การสอบสวนคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 15:15 UTC

เกิดอุบัติเหตุรถชนรุนแรงในจังหวัดพะเยา
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เกิดอุบัติเหตุรถชนรุนแรงในจังหวัดพะเยา

คนขับรถกระบะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนสายพะเยา-เชียงคำ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เกิดอุบัติเหตุรถชนรุนแรงในจังหวัดพะเยา

แหล่งข่าวเดียว
เกิดอุบัติเหตุรถชนรุนแรงในจังหวัดพะเยา

คนขับรถกระบะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนสายพะเยา-เชียงคำ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงบนถนนสายพะเยา-เชียงคำ ในพื้นที่ตำบลห้วยลาน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ารถกระบะคันหนึ่งได้ชนกับรถบรรทุกสิบล้อ ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนรถซาเล้งพ่วงข้างที่จอดอยู่ริมทาง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยรวมถึงสมาคมกู้ภัยคุณธรรมแสงทอง ได้รับการประสานจาก สภ.ดอกคำใต้ ให้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 11.52 น. เมื่อไปถึงพบรถกระบะอยู่ในสภาพพังเสียหายอย่างหนัก โดยมีคนขับรถซึ่งทราบชื่อคือ นายพระดุง ติดอยู่ภายในซากรถ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามใช้เครื่องตัด-ถ่างเพื่อช่วยเหลือ แต่คนขับได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังพบรถบรรทุกสิบล้อที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุจอดอยู่ข้างทางเช่นกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังบนท้องถนน แม้ว่าญาติของผู้เสียชีวิตจะไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ ยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การจากพยานเพื่อสรุปเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความสูญเสียในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 15:16 UTC

กรมการขนส่งทางบกชงห้ามตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตชั้นในกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมการขนส่งทางบกชงห้ามตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตชั้นในกรุงเทพฯ

หน่วยงานขนส่งของไทยกำลังพิจารณาข้อเสนอเพื่อจำกัดการให้บริการรถตุ๊กตุ๊กแบบเครื่องยนต์สันดาปในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมการขนส่งทางบกชงห้ามตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตชั้นในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
กรมการขนส่งทางบกชงห้ามตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตชั้นในกรุงเทพฯ

หน่วยงานขนส่งของไทยกำลังพิจารณาข้อเสนอเพื่อจำกัดการให้บริการรถตุ๊กตุ๊กแบบเครื่องยนต์สันดาปในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 กรมการขนส่งทางบกได้เสนอระเบียบใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อลดมลพิษทางอากาศในเขตเมือง โดยข้อเสนอดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อห้ามไม่ให้รถตุ๊กตุ๊กที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในวิ่งให้บริการในเขตชั้นในของกรุงเทพมหานคร

ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นสู่การสัญจรในเมืองที่ยั่งยืน เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกได้เสนอข้อยกเว้นสำหรับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV) ไว้อย่างชัดเจน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นี่อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์การขนส่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองหลวง หากมีการนำมาบังคับใช้ มาตรการนี้มีแนวโน้มที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถไฟฟ้าของผู้ประกอบการในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมให้บริการและค่าใช้จ่ายของตัวเลือกการขนส่งระยะสั้นยอดนิยมเหล่านี้ในพื้นที่ชั้นใน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตที่ชัดเจนของ 'เขตชั้นใน' กรอบเวลาสำหรับการดำเนินการที่เป็นไปได้ และกลไกการสนับสนุนผู้ประกอบการในการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ใช้บริการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบกเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมว่านโยบายนี้จะมีความคืบหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 14:55 UTC

Sompo Thailand เตรียมนำร่างของอินฟลูเอนเซอร์ 'Hlun Solo' กลับจากจอร์เจีย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

Sompo Thailand เตรียมนำร่างของอินฟลูเอนเซอร์ 'Hlun Solo' กลับจากจอร์เจีย

Sompo Insurance Thailand ประกาศว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเคลื่อนย้ายร่างของนายบวรทัต เป็งสุข หรือ 'Hlun Solo' กลับจากจอร์เจียมายังประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

Sompo Thailand เตรียมนำร่างของอินฟลูเอนเซอร์ 'Hlun Solo' กลับจากจอร์เจีย

แหล่งข่าวเดียว
Sompo Thailand เตรียมนำร่างของอินฟลูเอนเซอร์ 'Hlun Solo' กลับจากจอร์เจีย

Sompo Insurance Thailand ประกาศว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเคลื่อนย้ายร่างของนายบวรทัต เป็งสุข หรือ 'Hlun Solo' กลับจากจอร์เจียมายังประเทศไทย

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 Sompo Insurance (ประเทศไทย) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของนายบวรทัต เป็งสุข หรือที่รู้จักกันในชื่ออินฟลูเอนเซอร์ 'Hlun Solo' โดยบริษัทฯ ยืนยันว่ากำลังประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และเครือข่ายของบริษัทในประเทศจอร์เจีย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายร่างกลับประเทศไทย

เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่ออดีตพาร์ทเนอร์ที่เคยร่วมงานกัน Sompo Thailand ได้ตกลงที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายร่างกลับสู่ภูมิลำเนา ขณะนี้บริษัทฯ กำลังติดต่อกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตเพื่อเสนอการสนับสนุนและประสานงานที่จำเป็นในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ในส่วนของความคุ้มครองประกันภัย บริษัทฯ ระบุว่าอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย Sompo เน้นย้ำว่าการพิจารณาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจะเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของกรมธรรม์ประกันภัยที่มีอยู่เท่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปสุดท้ายเกี่ยวกับความคุ้มครองดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจเงื่อนไขเฉพาะของกรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางและประกันชีวิตเมื่ออยู่ต่างประเทศ เนื่องจากผลการคุ้มครองมักขึ้นอยู่กับการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 13:35 UTC

ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ใกล้เสร็จสมบูรณ์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ใกล้เสร็จสมบูรณ์

ระบบอาณัติสัญญาณสำหรับรถไฟทางคู่ระหว่างลพบุรีและปากน้ำโพมีความคืบหน้าไปแล้ว 95% โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ใกล้เสร็จสมบูรณ์

แหล่งข่าวเดียว
ระบบอาณัติสัญญาณรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ใกล้เสร็จสมบูรณ์

ระบบอาณัติสัญญาณสำหรับรถไฟทางคู่ระหว่างลพบุรีและปากน้ำโพมีความคืบหน้าไปแล้ว 95% โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณสำหรับโครงการรถไฟทางคู่เชื่อมต่อระหว่างลพบุรีและปากน้ำโพมีความคืบหน้าไปแล้ว 95% ซึ่งการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศไทยในการปรับปรุงเครือข่ายรถไฟให้ทันสมัย

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ การพัฒนานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นก้าวสำคัญสู่การเปิดใช้งานเส้นทางอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันมีกำหนดการในเดือนตุลาคม 2569 เมื่อระบบอาณัติสัญญาณที่ทันสมัยนี้เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของบริการรถไฟตลอดเส้นทางนี้ ซึ่งอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางและเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างภูมิภาคเหล่านี้ได้

แม้ว่าโครงการจะใกล้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ที่แน่นอนในเดือนตุลาคม 2569 สำหรับการเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบนั้นยังไม่มีการประกาศออกมา นอกจากนี้ แม้ว่าระบบอาณัติสัญญาณจะใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ผู้โดยสารควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับขั้นตอนการทดสอบขั้นสุดท้ายหรือการปรับเปลี่ยนตารางเดินรถที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเปิดใช้งานจริง นักเดินทางที่วางแผนจะเดินทางผ่านภูมิภาคนี้ในช่วงปลายปี 2569 แนะนำให้ตรวจสอบประกาศการให้บริการใกล้กับวันที่คาดว่าจะเปิดทำการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 11:56 UTC

รถไฟทางคู่สายลพบุรี–ปากน้ำโพ พร้อมเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถไฟทางคู่สายลพบุรี–ปากน้ำโพ พร้อมเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้

กรมการขนส่งทางรางได้ตรวจสอบความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ โดยยืนยันว่าโครงการมีความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถไฟทางคู่สายลพบุรี–ปากน้ำโพ พร้อมเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟทางคู่สายลพบุรี–ปากน้ำโพ พร้อมเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้

กรมการขนส่งทางรางได้ตรวจสอบความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ โดยยืนยันว่าโครงการมีความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 กรมการขนส่งทางราง (DRT) ได้ดำเนินการตรวจสอบขั้นสุดท้ายของโครงการรถไฟทางคู่ที่เชื่อมต่อระหว่างลพบุรีและปากน้ำโพ โดยการประเมินมุ่งเน้นไปที่การติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการดำเนินงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพของเส้นทางใหม่นี้

สำหรับประชาชนและนักเดินทาง การเสร็จสิ้นของโครงการนี้คาดว่าจะช่วยปรับปรุงการเชื่อมต่อทางรางและอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางระหว่างภูมิภาคกลางและภาคเหนือ ระบบทางคู่ช่วยให้สามารถเดินรถสวนทางกันได้พร้อมกัน ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถและความน่าเชื่อถือของเครือข่ายรถไฟได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการกำหนดค่าทางเดี่ยวแบบเดิม

แม้ว่ากรมการขนส่งทางรางจะระบุว่าเส้นทางดังกล่าวมีความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการตามกำหนดการในเดือนตุลาคม 2026 แต่รายละเอียดการดำเนินงานเฉพาะเจาะจงยังคงต้องรอการยืนยัน นักเดินทางควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการ ตารางเดินรถที่อัปเดต และความพร้อมในการจำหน่ายตั๋ว ในขณะที่โครงการเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการทดสอบระบบทางเทคนิคทั้งหมดให้เสร็จสิ้น เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยก่อนที่จะเปิดให้บริการแก่สาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 10:56 UTC

รายงานเหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดบนเที่ยวบินของสายการบินบาติกแอร์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รายงานเหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดบนเที่ยวบินของสายการบินบาติกแอร์

พาวเวอร์แบงก์เกิดไฟลุกไหม้บนเที่ยวบินของสายการบินบาติกแอร์ ส่งผลให้ลูกเรือต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รายงานเหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดบนเที่ยวบินของสายการบินบาติกแอร์

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดบนเที่ยวบินของสายการบินบาติกแอร์

พาวเวอร์แบงก์เกิดไฟลุกไหม้บนเที่ยวบินของสายการบินบาติกแอร์ ส่งผลให้ลูกเรือต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 เกิดเหตุการณ์ที่น่ากังวลเกี่ยวกับพาวเวอร์แบงก์ที่ระเบิดบนเครื่องบินของสายการบินบาติกแอร์ สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่อยู่บนเที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าลูกเรือได้เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสายการบินเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สายการบินส่วนใหญ่ห้ามไม่ให้เก็บพาวเวอร์แบงก์ไว้ในกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้เครื่องอย่างเคร่งครัดเนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ โดยกำหนดให้ต้องนำติดตัวขึ้นเครื่องในห้องโดยสารเพื่อให้สามารถดูแลได้ แม้ว่าลูกเรือจะสามารถควบคุมเหตุการณ์นี้ได้สำเร็จ แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์ชาร์จแบบพกพาที่เสียหายหรือชำรุดระหว่างการเดินทางทางอากาศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางบินที่แน่ชัด จำนวนผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ หรือสภาพของอุปกรณ์ก่อนเกิดการระเบิดยังคงต้องรอการยืนยัน ทางการยังไม่ได้เผยแพร่รายงานการสอบสวนฉบับสมบูรณ์ที่ระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้งานอยู่ในขณะเกิดเหตุหรือถูกเก็บไว้ในกระเป๋า ขอแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบนโยบายเฉพาะของสายการบินเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนการเดินทางทุกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 10:35 UTC

ไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมในภูมิภาคอีสานและภาคใต้
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมในภูมิภาคอีสานและภาคใต้

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ เร่งผลักดันโครงการพัฒนาคมนาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมในภูมิภาคอีสานและภาคใต้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมในภูมิภาคอีสานและภาคใต้

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ เร่งผลักดันโครงการพัฒนาคมนาคมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในภูมิภาคอีสานและภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างพื้นที่เหล่านี้กับส่วนอื่นๆ ของประเทศ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นมักนำไปสู่เส้นทางการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่และจังหวัดในพื้นที่ห่างไกลได้ นอกจากนี้ เครือข่ายโลจิสติกส์ที่ได้รับการปรับปรุงยังสามารถสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งอาจเพิ่มความพร้อมของสินค้าและบริการในภูมิภาคได้อีกด้วย

แม้ว่ารัฐมนตรีจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของการพัฒนาดังกล่าว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับโครงการแต่ละโครงการ การจัดสรรงบประมาณรวม และเส้นทางที่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญที่แน่นอนนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงานและผลกระทบที่ชัดเจนที่การปรับปรุงเหล่านี้จะมีต่อเส้นทางคมนาคมที่มีอยู่ในปัจจุบัน คาดว่าโครงการเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลของการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 10:16 UTC

กระแสไวรัล: กัปตันเมล์ LGBTQ+ ขวัญใจผู้โดยสารสาย 104
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กระแสไวรัล: กัปตันเมล์ LGBTQ+ ขวัญใจผู้โดยสารสาย 104

พนักงานขับรถของไทย สมายด์ บัส ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดียจากสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และทัศนคติเชิงบวกในการให้บริการขนส่งสาธารณะ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กระแสไวรัล: กัปตันเมล์ LGBTQ+ ขวัญใจผู้โดยสารสาย 104

แหล่งข่าวเดียว
กระแสไวรัล: กัปตันเมล์ LGBTQ+ ขวัญใจผู้โดยสารสาย 104

พนักงานขับรถของไทย สมายด์ บัส ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดียจากสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และทัศนคติเชิงบวกในการให้บริการขนส่งสาธารณะ

ฐิติภา 'น้องจีจี้' คงมิ่ง กัปตันเมล์ LGBTQ+ ของบริษัท ไทย สมายด์ บัส กลายเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์หลังจากคลิปวิดีโอขณะขับรถสาย 104 ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยสไตล์ที่โดดเด่นรวมถึงการสวมแว่นตาดำขณะขับรถ ทำให้คลิปของจีจี้มียอดวิวทะลุล้านครั้ง เปลี่ยนการทำงานประจำวันให้กลายเป็นที่สนใจของสาธารณชน

จีจี้เริ่มโพสต์คลิปวิดีโอขณะขับรถเป็นงานอดิเรกส่วนตัวโดยไม่ได้คาดคิดถึงกระแสตอบรับที่มากมายขนาดนี้ นับตั้งแต่คลิปได้รับความนิยม เธอเล่าว่าผู้โดยสารมักจะจำเธอได้บ่อยครั้ง มีการนำของฝากมาให้และขอถ่ายรูปด้วย การปรากฏตัวของเธอสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกบนท้องถนน โดยเพื่อนร่วมทางและผู้โดยสารมักแสดงความประหลาดใจและชื่นชมในความมั่นใจและบุคลิกของเธอ เพื่อนร่วมงานที่เป็นบัสโฮสเตสระบุว่าปฏิกิริยาของสาธารณชนส่วนใหญ่เกิดจากการชื่นชมในบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์และความเป็นมืออาชีพของเธอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการขนส่งสาธารณะที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในเมือง ซึ่งการแสดงออกถึงตัวตนของแต่ละบุคคลเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น แม้ว่าจีจี้จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในสาย 104 แต่ผลกระทบระยะยาวของชื่อเสียงนี้ต่ออาชีพการงานหรือภาพลักษณ์ของบริษัทนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ในขณะนี้เธอยังคงให้บริการตามเส้นทางปกติพร้อมรักษาเอกลักษณ์ส่วนตัวในขณะขับรถไปตามท้องถนนที่วุ่นวายของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 10:17 UTC

ไทยปัดฝุ่นโครงการวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยปัดฝุ่นโครงการวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออก

กรมทางหลวงเดินหน้าโครงการวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออก โดยจัดสรรงบประมาณ 8.8 พันล้านบาทสำหรับการเวนคืนที่ดิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยปัดฝุ่นโครงการวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยปัดฝุ่นโครงการวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออก

กรมทางหลวงเดินหน้าโครงการวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออก โดยจัดสรรงบประมาณ 8.8 พันล้านบาทสำหรับการเวนคืนที่ดิน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 กรมทางหลวงได้ปัดฝุ่นแผนงานโครงการวงแหวนรอบที่ 3 ฝั่งตะวันออกอย่างเป็นทางการ โครงการโครงสร้างพื้นฐานนี้เกี่ยวข้องกับภาระผูกพันทางการเงินที่สำคัญ โดยมีการจัดสรรงบประมาณ 8.8 พันล้านบาทสำหรับการดำเนินการเวนคืนที่ดินโดยเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางในภูมิภาคนี้เป็นประจำ การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณชานเมืองหลวง ซึ่งอาจส่งผลต่อเวลาในการเดินทางและการเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ แม้ว่าการจัดสรรเงินทุนสำหรับการจัดหาที่ดินจะเป็นก้าวที่เป็นรูปธรรมไปสู่การดำเนินการ แต่โครงการยังคงอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นในส่วนของกำหนดการก่อสร้างและผลกระทบต่อเส้นทางที่เฉพาะเจาะจง

ผู้ที่อาศัยหรือดำเนินธุรกิจในโซนตะวันออกที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทางหลวงเพื่อดูแผนที่และตารางเวลาโดยละเอียด ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าระยะเวลาการก่อสร้างจริงจะเริ่มขึ้นเมื่อใด และแนวเส้นทางสุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่อย่างไร ในขณะที่โครงการดำเนินไป คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการเวนคืนและวันที่คาดว่าจะแล้วเสร็จต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 09:15 UTC

กรมการขนส่งทางบกเสนอห้ามรถตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมการขนส่งทางบกเสนอห้ามรถตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน

ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่มุ่งจำกัดการใช้งานรถตุ๊กตุ๊กแบบดั้งเดิมในเขตประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เพื่อลดมลพิษ โดยอาจมีข้อยกเว้นสำหรับรถรุ่นไฟฟ้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมการขนส่งทางบกเสนอห้ามรถตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน

แหล่งข่าวเดียว
กรมการขนส่งทางบกเสนอห้ามรถตุ๊กตุ๊กเครื่องยนต์สันดาปวิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน

ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่มุ่งจำกัดการใช้งานรถตุ๊กตุ๊กแบบดั้งเดิมในเขตประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เพื่อลดมลพิษ โดยอาจมีข้อยกเว้นสำหรับรถรุ่นไฟฟ้า

กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงที่จะห้ามรถสามล้อรับจ้างที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปวิ่งในบางพื้นที่ของเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ข้อจำกัดที่เสนอนี้มุ่งเน้นไปที่เขตประวัติศาสตร์ รวมถึงบริเวณพระบรมมหาราชวังและโบราณสถานโดยรอบ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดมลพิษทางเสียงและอากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อเสนอนี้อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของการขนส่งแบบดั้งเดิมในโซนท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเมืองหลวงไปอย่างมาก หากมีการบังคับใช้ กฎระเบียบนี้จะให้ความสำคัญกับการใช้รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV) และอาจมีการกำหนดช่วงเวลาการให้บริการเฉพาะสำหรับรถเหล่านี้

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขณะนี้ยังเป็นเพียงร่างข้อเสนอที่อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ โดยกรมการขนส่งทางบกจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ดังนั้น ขอบเขตสุดท้ายของการห้าม ขอบเขตพื้นที่จำกัดที่ชัดเจน และเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับข้อยกเว้นของรถไฟฟ้า ยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการรับฟังความคิดเห็นเหล่านี้ นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่ออัปเดตว่ารถที่เป็นสัญลักษณ์เหล่านี้จะถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าในเขตใจกลางเมืองหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 11:40 UTC

กรมทางหลวงชนบทเร่งเคลียร์พื้นที่รกร้างหลังพบการมั่วสุมและสิ่งของผิดปกติ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมทางหลวงชนบทเร่งเคลียร์พื้นที่รกร้างหลังพบการมั่วสุมและสิ่งของผิดปกติ

เจ้าหน้าที่เข้าปรับภูมิทัศน์บริเวณที่เก็บแท่งแบริเออร์ในจังหวัดปทุมธานี หลังพบถุงยางอนามัยใช้แล้วและชุดชั้นในจำนวนมากถูกทิ้งเกลื่อน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมทางหลวงชนบทเร่งเคลียร์พื้นที่รกร้างหลังพบการมั่วสุมและสิ่งของผิดปกติ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทางหลวงชนบทเร่งเคลียร์พื้นที่รกร้างหลังพบการมั่วสุมและสิ่งของผิดปกติ

เจ้าหน้าที่เข้าปรับภูมิทัศน์บริเวณที่เก็บแท่งแบริเออร์ในจังหวัดปทุมธานี หลังพบถุงยางอนามัยใช้แล้วและชุดชั้นในจำนวนมากถูกทิ้งเกลื่อน

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงชนบทได้เข้าดำเนินการปรับภูมิทัศน์และตัดต้นไม้บริเวณพื้นที่เก็บแท่งปูนแบริเออร์ ข้างกรมทางหลวงชนบท สาขาราชพฤกษ์ ริมถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่-กาญจนาภิเษก ต.บางเดื่อ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ซองเจลหล่อลื่น และชุดชั้นในสตรีจำนวนมากถูกทิ้งเกลื่อนในพื้นที่ดังกล่าว

นายปริวัฒน์ รอดนวล ผู้อำนวยการกลุ่มงานบำรุงในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 10 คน เข้าทำการรื้อถอนวัชพืชและตัดต้นไม้ที่บดบังทัศนียภาพ เพื่อให้พื้นที่ดูโล่งและป้องกันไม่ให้ใช้เป็นจุดมั่วสุมทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม

สำหรับประชาชนและผู้สัญจร เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเพื่อป้องกันการใช้พื้นที่ลับตาในทางที่ผิด แม้ว่าการทำความสะอาดเบื้องต้นจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่กรมทางหลวงชนบทได้ประกาศแผนจัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งรั้วกั้นที่มีความมั่นคงแข็งแรงคล้ายกับรั้วริมถนนมอเตอร์เวย์ เพื่อจำกัดการเข้าออกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าการก่อสร้างรั้วถาวรจะเริ่มขึ้นเมื่อใด และจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่ในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 07:17 UTC

พบรอยแยกบนถนนทางขึ้นภูทับเบิก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พบรอยแยกบนถนนทางขึ้นภูทับเบิก

ถนนทางหลวงหมายเลข 2331 ช่วงทางขึ้นภูทับเบิกเกิดรอยแยกยาว 20 เมตร ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการทรุดตัวของถนน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พบรอยแยกบนถนนทางขึ้นภูทับเบิก

แหล่งข่าวเดียว
พบรอยแยกบนถนนทางขึ้นภูทับเบิก

ถนนทางหลวงหมายเลข 2331 ช่วงทางขึ้นภูทับเบิกเกิดรอยแยกยาว 20 เมตร ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการทรุดตัวของถนน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 พบรอยแยกยาว 20 เมตรบนทางหลวงหมายเลข 2331 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างภูทับเบิก ในจังหวัดเพชรบูรณ์

เจ้าหน้าที่จากหมวดทางหลวงหล่มเก่าได้ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่น เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ถนนทรุดตัวซ้ำรอยกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2561

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากทางหลวงหมายเลข 2331 เป็นเส้นทางหลักในการขึ้นสู่ภูเขา แม้ว่าถนนจะยังคงเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวและการขนส่งในพื้นที่ แต่ขณะนี้ความมั่นคงแข็งแรงของพื้นผิวถนนกำลังอยู่ในระหว่างการเฝ้าระวัง

ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าความเสียหายดังกล่าวจะนำไปสู่การปิดถนนเต็มรูปแบบหรือไม่ หรือการซ่อมแซมเร่งด่วนจะเพียงพอต่อการรักษาการจราจร นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปภูทับเบิกควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ผ่านช่วงดังกล่าว เนื่องจากวิศวกรทางหลวงยังคงอยู่ระหว่างการประเมินระดับความไม่มั่นคงของชั้นดินใต้ผิวถนน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 05:56 UTC

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์จับมือไทย สมายล์ บัส มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน
การขนส่ง ได้รับการยืนยัน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์จับมือไทย สมายล์ บัส มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์และบริษัท ไทย สมายล์ บัส (TSB) ร่วมมือกันมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้สูงอายุและผู้เปราะบางในย่านเคหะร่มเกล้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์จับมือไทย สมายล์ บัส มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

ได้รับการยืนยัน
มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์จับมือไทย สมายล์ บัส มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์และบริษัท ไทย สมายล์ บัส (TSB) ร่วมมือกันมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้สูงอายุและผู้เปราะบางในย่านเคหะร่มเกล้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นำโดยนางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) จัดกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนในเขตเคหะร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยการมอบถุงยังชีพที่บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสารและน้ำมันพืช ให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง

ความพยายามในการกุศลครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 โดยมีนายสุริยะ โกทา ประธานชมรมอาสาคนพิการกรุงเทพฯ เป็นผู้แทนรับมอบสิ่งของดังกล่าว ผู้จัดงานระบุว่าเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับสมาชิกในชุมชนที่เปราะบางและส่งต่อกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในระดับท้องถิ่นที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในชุมชนเมืองของกรุงเทพฯ แม้ว่ากิจกรรมการแจกจ่ายสิ่งของในครั้งนี้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศไทยที่มุ่งเน้นด้านสวัสดิการสังคม ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์และ TSB มีแผนที่จะขยายโครงการนี้ไปยังเขตอื่นๆ ของเมืองหลวงหรือกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจนสำหรับโครงการสนับสนุนชุมชนในลักษณะนี้ต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2026, 13:50 UTC

การจราจรบนมอเตอร์เวย์ M6 หนาแน่นขึ้นขณะประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การจราจรบนมอเตอร์เวย์ M6 หนาแน่นขึ้นขณะประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

หลังจากช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ปริมาณการจราจรบนมอเตอร์เวย์ M6 เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากประชาชนกำลังเดินทางกลับเข้าสู่เมืองหลวง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การจราจรบนมอเตอร์เวย์ M6 หนาแน่นขึ้นขณะประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
การจราจรบนมอเตอร์เวย์ M6 หนาแน่นขึ้นขณะประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

หลังจากช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ปริมาณการจราจรบนมอเตอร์เวย์ M6 เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากประชาชนกำลังเดินทางกลับเข้าสู่เมืองหลวง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 มอเตอร์เวย์ M6 มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากประชาชนกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ หลังจากสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา

สภาพการจราจรในปัจจุบัน

แม้ว่าปริมาณรถบนเส้นทางจะถูกระบุว่ามีความหนาแน่น แต่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าการจราจรโดยรวมยังคงมีความคล่องตัวและสามารถจัดการได้ การไหลเข้าของยานพาหนะเป็นเหตุการณ์ปกติในช่วงที่ประชาชนสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวและกลับเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อเริ่มทำงานและดำเนินกิจวัตรประจำวันตามปกติ

ผลกระทบต่อผู้เดินทาง

สำหรับผู้ที่กำลังอยู่บนท้องถนนหรือวางแผนที่จะเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ความหนาแน่นที่เพิ่มขึ้นบน M6 อาจส่งผลให้ใช้เวลาเดินทางนานกว่าช่วงเวลาปกติ แนะนำให้ผู้เดินทางติดตามข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์และเผื่อเวลาสำหรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าการจราจรในปัจจุบันจะยังคงมีความคล่องตัวก็ตาม

สถานะของข้อมูล

ณ เวลาที่รายงาน สถานการณ์มีลักษณะของปริมาณรถที่สูงแต่ยังคงมีการเคลื่อนตัวได้ตามปกติ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นนี้จะคงอยู่นานเพียงใด เนื่องจากกระแสการเดินทางกลับมักจะมีความผันผวนขึ้นอยู่กับกำหนดการเดินทางของแต่ละบุคคล ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังและรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยในช่วงที่มีการจราจรหนาแน่นนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2026, 04:35 UTC